Pantip.com
อยู่ต่างแดน เคยเจอเพื่อนต่างชาติยี้อาหารไทย แต่พอกินไป กลับติดใจสุดๆมั้ยคะ

อยากรู้ว่าเพื่อนๆที่อยู่ต่างแดน เคยเจอเพื่อนต่างชาติยี้อาหารไทย แต่พอกินไป กลับติดใจสุดๆมั้ยคะ

และเป็นอาหารชนิดไหนคะ

จากคุณ : ฝนโอ่ง


ตอนอยู่เมืองไทย เจ้านายคนญี่ปุ่นมาทำงานเมืองไทยได้แล้วปีกว่า ๆ ไม่กล้ากินข้าวเหนียวมะม่วงเพราะแกบอกว่ามันแปลก ๆ ทำไมกินข้าวกับมะม่วง  หลังจากเพื่อนญี่ปุ่นด้วยกันคะยั้นคะยอให้แกชิม แกก็ชิม และแกชอบมากกกกกก และก็บอกว่าเสียดายมาก ๆ รู้งี้กินตั้งแต่มาถึงตอนแรก ๆ แล้ว  

สรุป อาหารที่ amazing ชนิดหนึ่งก็คือ ข้าวเหนียวมะม่วง นั่นเอง

จากคุณ : Freedom of Life


เมียเจ้านายเลยครับ เป็นคนเยอรมัน ออกแนว เกลียดต่างชาติชัดๆ และแสดงอาการต่อหน้า ต่อตา ไม่ให้เกียรติเราเลยละ

เจ้านายผมก็เป็นพ่อครัวอยู่แล้ว เขาทำกับข้าวให้แฟนทานทุกวัน

มีอยู่วันนึง ผมเลยลองทำ " แกงเขียวหวานไก่, ลาบไก่, แกงอ่อมไก่, กระเพรากุ้ง ( อย่างเผ็ดเลยละ ) "  ให้เจ้านายกิน  บวกด้วยข้าวหอมมะลิ ร้อนๆ สุกใหม่ๆ

ด้วยความที่มันเยอะเกินไป แล้วก็ต้องไปรับศรีภรรยา  เจ้านายเลยหอบเอาทั้งหมดไปกินที่บ้าน

วันต่อมา   เจ้านายกลับมาบอกว่า  เมียแกเล่นซัดหมดเลย ทั้งร้องไห้ เผ็ด แต่ไม่ยอมหยุดกิน    

ทุกวันนี้ก็บอกให้เราทำอาหารให้บ่อยๆ  แต่ความเกลียดชังชาวต่างชาติ ไม่รู้ลดน้อยลงหรือยัง

จากคุณ : kreuzberg


ผมเคยเจอแบบ..เพื่อนชาวเวียดนาม คะยั้นคะยอให้ชิมอาหารเวียดนามที่เขาทำเอง.. คล้ายซุปเนื้อวัวต้ม......รสชาติเอียนแบบแปลกๆ..แต่โดยมารยาท..บอกเขาไปว่าอร่อยใช้ได้...แต่หลังจากนั้นแอบไปอ๊วกทิ้งพ่นน้ำหมาก ในชักโครกห้องน้ำ

จากคุณ : jayaus


แต่เดิมทีเรายี้อาหารอินเดียมาก คิดว่ามันต้องเหม็นเหมือนกลิ่นตัวแขกบางคน
แต่พอได้ลองแล้วก็ติดใจค่ะ

จากคุณ : คุณนายเหรียญบาท


ยังไม่เคยเจอชาวต่างชาติที่ยี้อาหารไทยเลยค่ะ
ที่เจอมา มีแต่งวิ่งเข้าใส่ตลอด - -"
วันก่อนไปงานวันพ่อที่สถานฑูต มีชาวต่างชาติไปร่วมงานด้วยเยอะเลยค่ะ
เพราะเขามีเลี้ยงอาหารฟรี .. แล้วก็ได้ยินหลายคนพูดว่า
"Oh! this is heaven!!!"

จากคุณ : mojikojung


สามีข้าพเจ้าเอง 555

เห็นเรานั่งกินขนมปัง จิ้มนมข้นอยู่
แฟน: กินไรอ่ะ
เรา :ขนมปังจิ้มนมข้นไง กินเป็นขนมไง หวานๆ อร่อยๆๆ กินป่ะ (พร้อมยื่นให้)
แฟน .อี๊  ไม่เอา ชั้นไม่ใช่คนไทยซะหน่อย กินเข้าไปได้ยังไง (เดินไปเดินมา วนเวียนอยู่แถวๆเรา เพราะสงสัย55)
เรา:  ลองหน่อยเร็ว อร่อยนะ  กินแล้วแกจะกลายเป็นคนไทยทันที555 (ยื่นให้)

แฟน: อืมๆๆๆ
เรา: อื่มๆๆ อะไร? ไง? อร่อยอ่ะดิ

แฟน: โอ้!!!!!!!!   อร่อยมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ไม่เคยรู้ว่ามันอร่อย
เรา : 5555 ทีนี้ ยูเป็นหนุ่มไทยแล้วนะ (พร้อมชงกาแฟใส่นมข้มให้ด้วย55)

เดี๋ยวนี้ เหรอ ทำกินเองจ้า  นมข้นหมดเมื่อไร เป็นเรื่อง 55555



กลับเชียงใหม่ทีไร อีแก่พุ่งไปยัง ร้านขาย ขนมปังนมสด ทันที สั่งกินเองอีกตะหาก55
เจ้าประจำ แถวๆที่นิมมานฯ ซ11 . (จำชื่อไม่ได้)

จากคุณ : มันเป็นส่วนผสมในใจ


เราไม่เคยเจออ่ะ มีแต่พอรู้ว่าเราเป็นคนไทย ก็จะพูดว่าอาหารไทยอร่อยทันที

ล่าสุดเราไปงานปาร์ตี้วันเกิดเพื่อนสามี เจ้าของงานขอของขวัญเป็นอาหารไทย

เราก็ทำแกงกระทิแบบไม่เผ็ดมาก ไป 1 หม้อ และหุงข้าวไป 1 หม้อ

เพื่อนๆ ฝรั่งที่มาในงาน ก็สนใจชิม แล้วก็บอกว่า "เซียร์ เลค ข่า" (อร่อยมาก) กันทุกคน

จากคุณ : ......


มายืนยันในความอร่อยค่ะ.....


เทศกาลอาหารนานาชาติที่โรงเรียนลูก เราทำผัดไทย น้ำตก น้ำใบเตยไ ปโชว์ เพิ่งยกอาหาร และป้ายไปวาง ยังไม่ทันจัดอะไรเสร็จ มีแขกทั้งฝรั่ง แขก จีน ไปเข้าแถวยืนรอเยอะเลยค่ะ แสดงว่าอาหารไทยเราอร่อย และมีชื่อเสียง ไม่แพ้อาหารชาติใดๆในโลก นี่ แน่นอนค่ะ หมดก่อนเพื่อน ขนาดว่าหมดแล้ว ยังมีคนไปถามหลายคนค่ะ

จากคุณ : แม่น้องตาล


ไม่เคยเจอแบบยี้ ต่อหน้าต่อตา

ลับหลังไม่ทราบ

คนรู้จักส่วนใหญ่ ก็เห็นชอบอาหารไทย ที่บริษัทในแผนกเดียวกัน
เกินครึ่งเคยไปเที่ยวเมืองไทยมาแล้ว

จังหวัดที่อยู่ตอนนี้ ร้านอาหารไทยเยอะมาก
ยังไม่รวมร้านเอเชียอื่นๆ ซึ่งขึ้นป้าย ขายอาหารไทยด้วย

จากคุณ : BluemirroR


เมื่อวาน ทำผัดบล็อคโคลี่ให้เพื่อนต่างชาติทาน

เราก็ว่าผัดเยอะนะ กินไปกินมาเหลือหน่อยเดียว
แต่เพื่อนเราแบบว่า  เหลือน้ำจากผัดติดก้นถ้วย ผักนิ๊ดหน่อย
เธอก็เลยเอาข้าวมาคลุกๆ แววตาเป็นประกาย(อันนี้โม้)

กินซะไม่เหลือซักเม็ด  แล้วบอกเราด้วยว่า
น่าจะเปิดร้านอาหารนะเนี่ย.. (ทำเอาเราปลื้ม)

ทั้งๆที่ตอนอยู่ไทย ไม่เคยทำอาหารเลย
จำเอา เวลาแม่ทำกับข้าว

จากคุณ : ยายกินลำไยน้ำลายยายไหล


เราเคยทําอาหารไทยให้ครอบครัวสามีทานตอนที่เรากําลังทําอยู่เค้าทําหน้ายี้ใส่เราแล้วชอบพูดจาแดกดันเราพอเราทําเสร็จเค้ากินแบบหมดเกลี้ยงทุกจานวันเราทําแกงเขียวหวานไก่ ผัดเปรี้ยวหวานไก่ ผัดกระเพาหมูสับ เนื้อนํ้ามันหอย ผัดหมี่ซั่ว กับข้าวสวย แล้วตั้งแต่นั้นมาเราก็ไม่เคยทําให้เค้ากินอีกเลยแต่เราทําให้สามีและลูกกินทุกวันค่ะ ไม่ได้อยู่บ้านหลังเดียวกัน หลังจากนั้นมารู้อีกทีสั่งเทคอะเวย์ร้านอาหารไทยประจําฮึฮึ

จากคุณ : meeya


สามีค่ะ ยี้ตลอดศก เห็นก็ยี้ ดมกลิ่นก็ยี้ ลองแล้วก็ยังยี้อยู่

เลยทำเอง กินเอง อร่อยเอง ชิ ชิ

จากคุณ : ลักษณ์ (Gladness)


ตอนแรกอาจจะยี้เพราะกลิ่นรึเปล่าคะ เพราะอาหารไทยเรากลิ่นแรงมั๊ง แต่พอชิมอาจจะกลายเป็น "ยี้...อร่อยจัง" ก็ได้ ส่วนใหญ่น่าจะเป็นอย่างหลังนะ..หุหุ..

จากคุณ : JC2002


มีเพื่อนที่ออฟฟิศ ยี้ลาบค่ะ เค้าบอกว่าเหม็นน้ำปลา แต่พอกินแล้วเค้ามาขอสูตร แล้วก็ถามว่าซื้อน้ำปลาได้ที่ไหน

จากคุณ : แสนสบาย


ส่วนใหญ่มีแต่ชอบอาหารไทยอยู่แล้วค่ะ

แฟนเพชร ชอบกาแฟใส่นมข้น 555 เพราะเพชรทำกาแฟเย็นไทยให้ดื่ม หลังๆก็ติด

พวกข้าวราดต่างๆ เพชรทำไข่ดาวเพิ่ม แรกๆแฟนก็ไม่อยากลอง บอกว่า กินยังไง ไข่ดาวมันอาหารเช้ากินกับขนมปัง หลังๆ ข้าวราดต่างๆแฟนต้องขอไข่ดาวเพิ่ม ไปร้านอาหารไทยที่นี่ก็ยังต้องขอพิเศษ

อีกอันที่แรกๆไม่สน ก็พวกยำ ส้มตำ หลังๆนี่คุณเธอกินส้มตำเป็นเรื่องปกติ ของโปรดเลย ร้านไหนมีต้องสั่ง ต้องให้เพชรสั่งด้วยนะ กลัวว่าเป็นฝรั่งสั่งแล้วร้านจะทำไม่เผ็ด

จากคุณ : เพชรช่วง


อาหารที่เราทำแล้วมีคนยี้คือซี่โครงไก่ทอดค่ะ บ้านอื่นอาจดูหนังไปกินป๊อปคอร์นไป แต่บ้านเราแทะโครงไก่ค่ะ  สำราญบานใจจริงเชียว ฮ่าฮ่าฮ่า
โครงไก่เอามาหมักดีๆ ชุบแป้งแล้วทอดกรอบๆ อร่อยกว่ากินไก่ทอดอีกนะเออ ทีแรกสามีเห็นก็ส่งเสียงยี้ๆรังเกียจ หาว่าเรากินกระดูกเหมือนหมา

เราเลยแบ่งให้แทะนิดหนึ่งทีนี้ล่ะติดใจใหญ่ เราเห็นว่าชอบก็เลยเอาหนังไก่มาหมักแล้วทอด สามีเห็นโวยวายเหมือนเดิมว่าเป็นของไม่มีประโยชน์
อุดมไปด้วยไขมัน ทำให้อ้วน บลาๆๆๆ แต่พอเข้าปากได้คำเดียว ก็ซัดจนหมดจานแล้วบอกว่าวันหลังทำใหม่นะ ฮ่าฮ่าฮ่า

แต่ของที่เขายี้แบบรังเกียจจริงๆก็มีนะ อาทิตย์ก่อนทอดปลาอินทรีย์เค็ม เราอยากกินมานานแล้ว อุตส่าห์ข้ามเมืองไปซื้อ มือนี่สั่นเลยตอนทอด กลิ่นฉุนกึกหอมหวลยวนใจ
สามีไม่เคยเจออิทธิฤทธิ์ปลาเค็มมาก่อน ก็ทำจมูกฟุดฟิดๆเดินหาที่มาของกลิ่น เข้ามาถามว่าได้กลิ่นอ้วกไหม เรายิ้มหวานเอาใจบอกว่าไม่ใช่กลิ่นอ้วก มันเป็นกลิ่นปลาจ๊ะ
หากินยากมากนะตัวเธอ เขาก็โวยวายใหญ่หาว่าเราเอาอ้วกมาทำกับข้าว แล้วกลิ่นปลาเค็มก็เนอะ แรงจริงอะไรจริง คละคลุ้งไปหมด สามีเดินเข้าครัวทีแทบหมดสติคลานออกมา

แต่เรามีความสุขมากเลยที่ได้กิน ชวนสามีกินเขาลองไปคำนึงแล้วคายทิ้งทันที บ่นกระปอดกระแปดบอกว่ามันเป็นอาหารที่แย่ที่สุดที่เคยกิน ต่อให้เขาต้องตายก็ไม่คิดจะกินเข้าไปอีก
แล้วก็ถามใหญ่เลยว่าเรากินเข้าไปได้ยังไง ไม่เค็มปากเค็มคอมั่งเหรอ เขานะเค็มจนรู้สึกว่าคันคอยิกๆเลยฮ่าฮ่าฮ่า

จากคุณ : จะเอาอะไรกับลมปาก


คุณ จะเอาอะไรกับลมปาก

ดิฉันล่ะขำสามีคุณจริงๆค่ะ เพราะสามีดิฉันก็เป็นค่ะ

ตอนคบกันใหม่ๆ กินได้อย่างเดียว คือ ข้าวไก่กระเทียมพริกไทย แล้วก็เขี่ยๆกระเีทียมออก ตอนแรกดิฉันทำหนังไก่ทอดก็ ยี้ๆๆ ถามว่ากินเข้าได้ไปไง อ้วนจะตาย เนื้อมีไม่กิน ดันไปกินหนัง ดิฉันหลอกล่อให้ลองกิน ทีนี้ติดใจไม่รู้ลืมค่ะ ไม่พอสั่งให้ดิฉันทำ กระเทียมเจียว เอามาโรยกินกับหนังไก่ด้วย และเมื่อ Thanksgiving ที่ผ่านมา ดิฉันอบไก่งวงแบบให้หนังมันกรอบๆ พี่ท่านก็ฉีกหนังไก่ กินหมดตัวเลยค่ะ 555

เดี๋ยวนี้ กินอาหารไทยทุกวันค่ะ ไล่มาตั้งแต่ ลาบ น้ำตก ต้มยำต่างๆ ส้มตำ จับฉ่าย แกงจืด พ่อซัดเรียบค่ะ หรือถ้าทำสเต็ก ปิ้งๆ ย่างๆ พี่ท่านจะมาแย่ง น้ำจิ้มซีฟู้ด ของดิฉัน แทน steak sauce ค่ะ พอทำอาหารฝรั่งไปได้ซัก 2-3 วันติดกัน เริ่มถามหา ข้าว หรือ พวกเส้นหมี่ เส้นเล็ก 555

ส่วนแม่สามี แไปเที่ยวเมืองไทย ติดใจ ต้มยำกุ้ง มากๆ จนต้องหอบซื้อเครื่องต้มยำกลับมาหลายแพ็ค และตอนนี้ ญาติๆของสามี ก็หันมากินอาหารไทยกันเยอะมากขึ้นด้วยค่ะ

ภูมิใจกับอาหารไทยมากๆเลยค่ะ :)

จากคุณ : Bounty


กะปิค่ะ  นี่เลยอาทิตย์ที่แล้วทำข้าวคลุกกะปิ แล้วมีกลุ่มแพทย์มาทานข้าวที่ร้านที่เราทำงานอยู่ ก็เอาล่ะนะ อิอิกลิ่นหมาเน่ามาแล้ว เดี๋ยวมีรายการลูกค้าตาย ฮี่ๆๆ พอละลายกะปิกับน้ำร้อนเท่านั้นแหล่ะ เสียงคุณหมอคนนึงทำเสียงแบบจะอ๊วก (ครัวเปิดค่ะ) ก็เลยชะโงกหน้าไปดู พร้อมกับยิ้มหวานๆให้ แล้วบอกว่า อืมม รู้ว่ากลิ่นมันแย่มากกกก แต่อร่อยนะ เค้าตอบว่า ไม่มีทางงงงงงง 55555 เอาให้เพื่อนร่วมงานกินมานบอก หร่อยยยยยยยยย มั่กกกกกกก

ส่วนสามีก็เช่นกัน กะปิ กะ ปลาหมึกแห้ง กุ้งแห้งเนี่ยะ ยี้มากกกกก ไงก็ไม่กิน

แต่ปลาร้า กะ หน่อไม้ดองง บอกเหม็นนนนนนนนน ทำไร เหม็นจัง พอทำเสร็จ กินไรน่ะหอมจัง   ก็ไอ้เหม็นๆอย่ากินเลย ลองหน่อยดิ เสร็จแล้วหอมจัง อือ ซัดเอาๆ จนต้องบอกว่าเหลือไว้ให้ชั้นกินมั่งสิ =_='

โอ้ นี่วันก่อน ลองทำคั่วกลิ้งเนื้อ อาหารทางใต้ ทำเสร็จก็ให้ชิม เดินมาชิมไป 3รอบ บอกอร่อย แต่รอบที่ 4 โอ้ยยยย ทำอะไรกินเนี่ยะ ตั้งแต่เธอทำกับข้าวมามีอันนี้แหล่ะที่ฉันไม่กิน ไม่พร้อมที่จะกิน แหว่ะ  เอ้ออออออออออ แล้วไอ้ที่ชิมไป 3 รอบเนี่ยะหมายฟามว่าไงฟะ

จากคุณ : piggy&kermit


เมื่อสามปีที่แล้ว มาอยู่จีนใหม่ๆ เช่าบ้านพัก แล้วให้ลูกน้องคนจีนมาพักอยู่ด้วยเพื่ออาศัยว่าได้ช่วยเราเมื่อยามจำเป็น

ทำน้ำพริกอ่อง ทานกับผักสด .....ก็ชวนให้ไอ้ตี๋มันทานด้วยกัน
มันพูดว่า กินกันได้ยังไง ผักกาดขาวดิบๆ  คนจีนเขาไม่ทานกันแบบนี้
สุดท้ายเขาก็ลองชิม หลังจากชิมคำที่สองแค่นั้นแหละ .
..ที่เหลือเขาขอหมดเลยได้หมั๊ย  และวันพรุ่งช่วยทำให้ทานอีกได้หมั๊ย???

จากคุณ : ChadChad


แต่ละคน ฮา ฮา ทั้งนั้น
กลับมาอีกรอบ เพิ่งนึกขึ้นได้ เรื่อง น้ำพริกกะปิ
กรณีกับสามีเช่นเคย  กินข้าวเย็นปกติ
เราแยกกับข้วให้เขาต่างหาก ส่วนเรา น้ำพริก ผัก ไข่ต้ม แค่นั้น

สามี:  อะไรอ่ะ (พร้อมชี้ไปยังถ้วยน้ำพริก)

เรา :อธิบาย บลา บลา บลา แต่ชั้นว่า มันไม่เหมาะกับเธอ อ่ะ

สามี: (ไม่พูด อะไร พร้อมหยิบแตงกวา จิ้มลงในถ้วย  ) หือ... กลิ่นเหม็นจัง (พร้อมส่งเข้าปาก)

เรา: ระวัง เผ็ดนะ

สามี: โอย เหม็นๆๆๆๆๆ

เรา :เหม็นก็หยุดกินสิ

สามี: ก็มันอร่อย อ่ะ

เรา :ไม่เคยกินที่ไหนใช่มะ

สามี: อืม .. เหม็นเหมือนหมาตายเลยอ่ะ

เรา :  =="  ไม่รู้ใช่ไหมว่า ของอร่อย ต้องเหม็น 555555
หลังจากนั้นมา ไม่เคยแตะน้ำพริกเราอีกเลย กลัวกินแล้วหยุดไม่ได้555

อ่ะนะ เดี๋ยวนี้กินได้ทุกย่าง แต่ ยังไงก็ไม่เอาปลาร้า 55555

จากคุณ : มันเป็นส่วนผสมในใจ


แพงนะคะ อาหารไทย 555+ แต่อร่อยคุ้มค่าเงินมากๆ
ร้านที่เราทำงานอยู่ร้านใหญ่ ตั้งในถิ่นคนมีเงิน

เราทำงานไม่ได้หยุดเลย ยังบ่นๆกับเพื่อนๆว่า
จะอร่อยอะไรกันนักหนา เนี๊ยยย เหนื่อยนะ ฮ่าๆๆ
ลูกค้าฝรั่งชอบมาทานกันเต็มยิ่งวันศุกร์เสาร์นี่
แทบจะวิ่งทำงานกันเลยค่ะ

จากคุณ : MajestyLove


ปลาสลิดทอด ...

ไม่ว่าทอดประเทศไหน ทอดทีไร ได้เรื่อง... ^__^

จากคุณ : ชบาข้างรั้ว


แต่ละความเห็น ขำๆ  ทั้งนั้น

จากคุณ : โผล่เกือบทุกห้อง (ข้าวเหนียวเขาวง)


คนที่บ้านเลยค่ะ

เห็นกุนเชียง กับไส้อั่ว  มาทำยี้
เราบอกว่า เป็นไส้กรอกแบบจีน และไส้กรอกไทย

พอได้ลองชิมเท่านั้นแหล่ะ
เดี๋ยวนี้  ทอดทิ้งไว้ไม่ได้เลย กินเรียบ

จากคุณ : หมู (ตัว) อ้วน


ลุงเขยเราค่ะ เป็นชาวอังกฤษ ประเภทหัวโบราณ ไม่ยอมลองอะไรที่ไม่เคยกิน แต่ย้ายมาอยู่เมืองไทยได้ 20 กว่าปีแล้ว

ตอนที่เพิ่งย้ายมาไทยใหม่ๆ วันนึงเรากับแม่ไปเยี่ยม แม่เราชอบทานทุเรียนมาก ก็ซื้อไปฝากป้า

ลุงเราได้กลิ่นแทบวิ่งหนี แม่เราคะยั้นคะยอให้ลอง ในที่สุดก็ยอมลอง แต่ขู่ว่า ถ้าไอไม่สบาย ยูต้องรับผิดชอบนะ

ไปๆมาๆ ตอนนี้ลุงเขยเราติดทุเรียนไปแล้วค่ะ ไปซื้อเองด้วย เพราะป้าเราซื้อให้ไม่ถูกใจ ต้องไปเลือกเอง แถมชอบชะนี แบบที่งอมสุดๆ เหม็นๆขมๆ ใกล้เน่า ชนิดที่ต่อให้เป็นคนไทยก็ไม่กิน

ลุงเราชอบแบบที่ แม่ค้าไม่ขาย เพราะแม่ค้าจะทิ้ง ทุเรียนใกล้เสีย ไม่มีคนกิน แม่ค้าไม่กล้าเอามาวางขาย ลุงเราชี้เลย บอกเลย เอาอันนั้นแหละ

จากคุณ : kas_will_flyaway


อีกเรื่องคือ ลุงเขยเราเคยมีลูกมาก่อน ลูกชายมาจากสวิส ชื่อสตีเฟน เราก็ชวนให้ลองส้มตำปลาร้า

เค้าก็ส่ายหน้าเลย ไม่เอา เหม็นมาก ยูกินอะไรเน่าได้ยังไง

พอได้ลองเท่านั้นแหละ วันรุ่งขึ้นไปสั่งเองเลย บอกว่าเอาอย่างที่เด็กคนนี้ (ชี้มาที่เรา) กินเมื่อวาน

แม่ค้า: ใส่ปลาร้ามั้ย

สตีเฟน:ใส่

แม่ค้าก็เทน้ำปลาร้าใส่

สตีเฟน:ใส่ไปยัง

แม่ค้า : ใส่แล้ว ไม่ต้องห่วงๆ ใส่ไม่เยอะหรอก

สตีเฟน: ใส่อีกๆ เอาไอ้ที่เป็นตัวๆด้วย ใส่ไปทั้งตัวเลย


สรุป สตีเฟนได้ส้มตำปลาร้า ที่มีปลาร้ามาเป็นตัวๆ แถมเผ็ดมากซะด้วย นั่งกินคนเดียวไม่แบ่งใครเลย

จากคุณ : kas_will_flyaway


อ่านความเห็นคุณ kas_will_flyaway #26 แล้วขำดี ทำให้นึกถึงตอนที่ยังอยู่เมืองไทย ตอนนั้นพักและทำงานที่พระราม 3 จะไปหาเพื่อนที่สะพานใหม่ กำลังนั่งอยู่ในรถเมล์สาย 74 ผ่านหน้าเวิลด์เทรด ตอนเย็น ๆ แถวนั้นจะมีตลาดโต้รุ่งขายอาหารด้วย ก็มองไปเรื่อย ๆ เห็นเด็กฝรั่งวัยรุ่นคนนึงกำลังนั่งโซ้ยข้าวเหนียวกับส้มตำไก่ย่าง(คือมองเห็นอาหารบนโต๊ะเค้าเลยน่ะ) เห็นเค้าน้ำมูกน้ำตาไหลเลย แต่ก็ไม่เห็นหยุดกินนะ เห็นทั้งนั่งร้องไห้ทั้งโซ้ยอย่างเอร็ดอร่อยเลย...หุหุ..

จากคุณ : JC2002


นานแล้วค่ะ ตั้งแต่อยู่มัธยมต้น มีนักเรียนแลกเปลี่ยน AFS มาอยู่ที่โรงเรียนที่เราเรียนอยู่ เราได้เป็นพี่เลี้ยงเค้า ให้ลองกินอะไรไพลิน(ชื่อไทย) กินมันทุกอย่างยกเว้นพวกแมลง ผลไม้ลองทุกชนิด มาจอดเอาตรงทุเรียน...ฮ่ะๆๆๆๆ แกบอกมันเหม็นเหมือนขี้อ่ะ..แต่เราอย่างชอบ

ทีนี้พาไปเที่ยวระยอง เราไปซื้อทุเรียนกวนมาชวนกิน เราบอกทุเรียนมัน Kimg of Fruit เชียวนะ ไม่กินนี่เสียเที่ยวเลย

ด้วยความที่ทนแรงคะยั้นคะยอของเพื่อนๆไม่ไหว ไพลินเอามืออุดจมูกด้วยกินไปด้วย แต่แปลกเธอกินจนหมดอัน...ฮ่ะๆๆๆ หลังจากนั้นมาไพลินก้อยังยี้ทุเรียน แต่เอามืออุดจมูกกินอยู่ตั้งสามเดือนแน่ะ แถมตอนบินกลับบ้านมีซื้อกลับไปฝากพ่อแม่ด้วยนะ...อิอิอิ

จากคุณ : NongParichat


อันนี้คนไกล้ตัว น้องเขยน้องเอง เป็นคนฝรั่งเศส อาหารไทยก้อเลือกกินแบบหรูๆ อาหารอีสาน (ส้มตำ ลาบ ก้อย)ไม่เอาเลย แต่เฮียแกชอบสั่งซุบหน่อไม้ เวลาน้องสาวแซว ว่าอันนี้ก้ออาหารอีสานนะ ยูไม่ชอบไม่ใช่เหรอ เค้าบอกอันนี้ไม่ใช่อีสานฟู๊ดนะ มันคือ แบมบูซุป....ฮ่าๆๆๆๆๆ

จากคุณ : NongParichat


เจอ #6 เข้าไปฮาก๊ากเลย กินแล้วจะเป็นคนไทยทันที ฮ่าฮ่าฮ่า

ชอบกระทู้แนวนี้จริง ๆ เลยครับ กิฟท์หมดก่อนครึ่งเดือนเพราะกระทู้แบบนี้แหละ

จากคุณ : Namor FC


เพื่อนพาแฟนต่างชาติ คนเยอรมันค่ะ มาเที่ยวบ้านเค้า
ทำไข่เจียวให้กิน เพราะเห็นว่าจืดสุด ฝรั่งน่าจะกินได้
ปรากฏว่าติดใจ ชอบมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
มาเที่ยวไทย 1 เดือนครึ่ง เช้า กลางวัน เย็น กินแต่ไข่เจียว
ยามว่างก็กิน กินเปล่าๆ เค้าบอกว่า อร่อยมากๆๆๆๆๆ
เหมือนกินไข่ทอดกรอบ คือ เราก็งงๆ ความหมายของเค้า

จากคุณ : นางฟ้าปีกสีชมพู


จะีมีเรื่องมาม่าแห้งมั้ย

จากคุณ : เป็นตับ


ของเราเป็นพวกกระเทียมค่ะ เช่นไก่กระเทียม ตอนแรกๆเขาก็งงว่ากินกันได้ไง ไม่เหม็นหรอ พอกินแล้วกลับติดใจ :)

จากคุณ : ซิดนีย์~sydney


มีลูกค้าเป็นชายฝรั่ง ชาติไหนก็มิอาจทราบได้ เข้ามาที่ร้านตอนเรากำลังทานเสาวรสอยู่

เค้าก็ถามว่ามันคืออะไร เราก็บอกไปว่า passion fruit เค้าก็บอกว่าเค้ารู้จักแต่ที่บ้านเค้าไม่มีแบบนี้

เราก็เลยเอามาผสมน้ำตาลกับเกลือ แล้วให้ลองทานดู(ปกติเราทานเพียวๆ) เค้าก็ทานจนหมด

แล้วก็บอกเราว่าเปรี้ยวแต่อร่อย แต่สภาพหน้าตานี่ มันฝืนใจพูดชัดๆ พ่อเห็นก็หยิบเอาลำไยมาให้ทาน

เค้าแกะเปลือกไม่เป็นเราก็แกะให้ทาน เค้าก็ทำหน้าแปลกๆ อีกแล้ว แล้วถามว่า ยูกินเข้าไปได้ยังไง


ปอลอ. พ่อมาบอกทีหลังว่าไอ้ลำไยที่กินไปทีหลังน่ะ เค้าคงไม่รู้รสหรอก เพราะเสาวรสที่แกให้เค้ากินน่ะมันเปรี้ยวมาก


***แก้ไขคำผิดค่ะ

จากคุณ : ฮังเลก้นหม้อ


ไม่เคยมีแบบยี้ๆ เคยแต่แบบงงๆมากกว่า

ตอนไปเมกา ฝรั่งที่รู้จักอยากให้เรากับเพื่อนทำอาหารไทยให้ทาน
เลยให้เงินมา ไปจ่ายตลาดกับภรรยาเค้า
แล้วเค้าก็บอกลูกๆว่า พวกเราจะมาทำ ซูชิ ให้กิน

ผมก็ขำๆ เข้าใจผิดชัวร์
มาถึงเพื่อนก็ทำเต็มไปหมด หลายอย่าง
ฝรั่งก็ลองชิมแกงเขียวหวาน กลายเป็นว่าเค้าเผ็ดมาก ไอ้เราก็ตกใจแค่แกงเขียวหวานเนี่ยน่ะ
สงสัยมื้อนี้ฝรั่งกินไม่ได้แหงเลย
กลายเป็น แกงเขียวหวาน ครอบครัวเค้ากินไปหน้าแดงไป แต่ก็กินเรื่อยๆ มีพวกกระเพรา แกงมัสมั่น อีก
โดยเฉพาะน้ำจิ้มซีฟู้ด เพื่อนก็สอน ให้เอากุ้ง เอาปลามา จิ้มลงไปแล้วกิน
ฝรั่งกินบอก amazing มาก แล้ว หันไปบอกภรรยา ประมาณว่า เข้าท่าแหะ
ทำออกมาเยอะมาก กินกันไม่หมด
สักพักมี ญาติๆ เค้ามากินต่อที่เหลือ เรียกว่าเกลี้ยง ชนิดที่ว่า ปลายังแทะไม่เหลือ!!

เคยอีกเรื่องก็มี ฝรั่งอีกคนอยากลองทานอาหารไทย
เพื่อนเลยทำหมูกระเทียม ใส่กล่องไปฝาก เค้าก็เอากลับไปเวฟทาน
พออีกวันมาเจอ บอกว่า หมูกระเทียม นี้เรียกว่าอะไร มันอร่อยสุดๆ ทำยังไง เค้าชอบมาก

แต่ยี้ๆ ก็มีน่ะแต่เป็นผม ยี้ๆ มากกว่าคือฝรั่งมาทำ เฝอ อาหารเวียดนามให้ทานที่บ้าน
ส่วนตัวไม่ค่อยชอบอยู่แล้ว แต่เหมือนเค้ามีสามี เป็นคนเวียดนาม
เค้าก็มาทำให้ที่บ้าน เอาของเตรียมมาครบ
ผมไม่ชอบมากเลยไม่อยากทานแถมเป็นฝีมือฝรั่งมาทำอาหารเอชียจะรอดหรอ - -"

แต่กลายเป็นว่า ผมตกใจ อร่อยสุดๆ เค้ามีซอสอะไรไม่รู้ของเวียดนามมาให้ใส่กับ เฝอ
อร่อยมาก หมูก็นุ่ม น้ำซุปก็อร่อย ซัดไปหลายชามเลย ฮ่าๆๆ

จากคุณ : วิoล่า


ซื้อรถด่วนกับตัวอ่อนของตัวต่อมาทอดกินกับเบีร์ย ชวนเพื่อนของพี่ให้ลองชิม   มันทำท่าเหมือนเห็นเราเป็นมนุษย์ดึกดำบรรย์ แต่สักพักเห็นคนโน้นก็มาหยิบ คนนี้ก็กิน เลยลองดู ค่อยๆ ชิมที่ละนิด  หลังจากนั้น พี่แกหยิบทีละกำมือใส่ปาก  เราต้องบอกเฮ้ยยู ค่อยๆแด๊กส์ของมันแพง  ...

จากคุณ : Ganja


ท้องปลาค่ะ

เราชอบกินส่วนท้องปลา เพราะไขมันเยอะ เนื้อนุ่ม แต่ฝรั่งไม่กิน
เราก็บอกว่าอร่อยนะ ไม่กินก็เอามา
ฝรั่งลองกิน ติดใจ บอกอร่อยดีแหะ แล้วก็กินท้องปลาตลอด

จากคุณ : นภันต์-สุดขอบฟ้า


ไส้กรอกอีสาน อันนี้เมื่อก่อนตอนกินหมูเราชอบกินมาก
ซื้อให้ฝรั่งกิน ตอนแรกก็ไม่ยอมกิน แต่ก็ลอง
สรุป ชอบอีก ต้องกินกับกะหล่ำปลีสดด้วย

แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้กินกันแล้ว เพราะเราไม่กินสัตว์ใหญ่แล้ว

จากคุณ : นภันต์-สุดขอบฟ้า


หน้าตาแบบนี้ คนไทยหลายคนยังเบือนหน้าหนี   ...

จากคุณ : Ganja


ปลาทอดทั้งตัวค่ะ ตอนทอดเค้าก็ทำหน้าแบบยี้ๆ พอเสร็จเอามาเสิรฟพร้อมผัดเปรียวหวาน ยังถามอีกว่าจะกินปลายังไงเนี่ย ทำให้ดูกินกันหมดภายในห้านาที

จากคุณ : แมวต่างแดน


ลุงเรา เป็นคนเยอรมัน
กลับเยอรมันที แบก น้ำพริกไปกิน เป็นลัง
ชอบทะเลาะกับพวกด่านชั่งน้ำหนัก ที่สนามบิน
ลุงบอกว่า ที่โน่น ไม่อร่อย แถมแช่แข็ง
และ แพงมาก --*
ทุกอย่าง แช่แข็งหมด ลุงเรา จะกลับมาอยู่เมืองไทยละครับ
เค้าบอกว่า รักประเทศไทย รักKING ไทย รักอาหารไทย

จากคุณ : Lusif (Lusif)


เคยมีเพื่อนยี้ครับ เพราะเขากินเผ็ดไม่ได้ เขาเลยจะระมัดระวัง
อาหารที่ได้ยินได้ฟังมาว่ามันเผ็ด เช่น อาหารเกาหลี อาหารไทย
ไม่แตะเลย  บางทีทำไปแล้ว มีคนนี้ที่ไม่กินเลย แอบเสียใจเล็กๆ
เพราะพยายามทำแบบไม่เผ็ดแล้ว แต่มันก็ยังเผ็ดสำหรับเขา อย่าง
แกงจืดที่เราคิดว่าจืด พอโรยพริกไทยไปด้วยให้กลิ่นหอม ก็ได้เรื่อง
กลายเป็นแกงเผ็ดสำหรับเขาไป

จากคุณ : อ.ปมโปโกะ


มีเพื่อนเป็นคนญี่ปุ่น รักเมืองไทยมาก เที่ยวเมืองไทยแบบลุยสุดๆ

เพื่อนนคนนี้ชอบกินอาหารเผ็ดจัดๆ แต่แปลกที่เค้าไม่ชอบอาหารไทย เค้าชอบอาหารอินเดียเผ็ดๆ

แต่พอเค้าอธิบายเราก็เข้าใจ เค้าว่าอาหารไทยมีหลายรส ทั้งเผ็ดทั้งเปรี้ยวและหวานผสมกัน รสชาติต่างๆมารวมกันในคราวเดียวเค้ารับไม่ไหว

ก็จริงของเค้า

ส่วนสามีของดิฉันเป็นคนฝรั่งเศส ตรงกันข้ามกับเพื่อนข้างบน

เค้ากินเผ็ดมากกว่าดิฉันแต่ไม่กินตำปูปลาร้า ด้วยเหตุผลว่ามันเผ็ดอย่างเดียวไม่มีรสอื่น

ส้มตำไทยมีทั้งหวานทั้งเปรี้ยวทั้งเผ็ด สำหรับเค้าแล้วอร่อยมาก

ส่วนอาหารที่เค้ายี้มากๆเมื่อเห็นครั้งแรกคือ กุนเชียง แต่พอได้กินแล้วก็ติดใจ ไปเที่ยวเมืองไทยก็สั่งยำกุนเชียงกินและหอบกุนเชียงกลับบ้านด้วย

อาหารไทยที่เห็นปุ๊บเค้าก็เชื่อปั๊บเลยว่าอร่อยแน่คือ ไส้กรอกอิสาน และเค้าก็ชอบมากจริงๆ

และอาหารไทยที่ทั้งมหัศจรรย์ทั้งอร่อยสำหรับเค้าคือข้าวหลามร้อนๆ

จากคุณ : อ่าวโตเกียว


1.เพื่อนคนญี่ปุ่นเห็นขนมครกแล้วไม่ยอมกินค่ะ บอกว่าเหมือนทาโกะยากิ แล้วคนไทยเอามาทำเป็นของหวาน เขารับไม่ได้ ในความคิดเขา ไอ้แป้งกลมๆ นี่มันต้องเป็นของคาวเท่านั้น

แถมในขนมครก โรยข้าวโพดอีกต่างหาก ซึ่งในความคิดเขา ข้าวโพดมันเป็นผัก แล้วจะเอามาทำเป็นของหวานได้ไง

ไอ้เราก็แบบ แหม เธอก็ชิมก่อนดิ ไม่ชอบใจจะคายทิ้งก็ยังได้ ยังไม่ได้กินเลย ตั้งป้อมซะแล้ว เถียงกันไปมาอยู่นาน กว่าคุณเธอจะยอมชิม

จากนั้น คนเดียวกวาดหมดกระทงค่ะ แปดคู่ได้

เพื่อนคนเดียวกันนี้ จากตอนแรกที่เขาไม่ยอมกินเครปในไทยที่เป็นไส้ของคาวเลย (เช่น พวก น้ำพริกเผา หมูหยอง ประมาณนี้) เพราะเครปสำหรับเขามันคือของหวาน ไส้เครปต้องวิปครีม แยม ไอติม เท่านัั้น

พอได้ลองทาโกะยากิของหวานของไทยเข้าไป เลยตัดสินใจกลับไปลองเครปไทยไส้คาวสักครั้ง จากนั้น ทุกครั้งที่กินเครป กินแต่ไส้คาวตลอด ลืมไส้หวานไปเลย




2.อาจารย์คนจีน ยี้ข้าวเหนียวมะม่วงเหมือนกันค่ะ รับไม่ได้ ทำไมคนไทยกินข้าวกะมะม่วง จนกระทั่งได้ลอง ร้องหาแทบทุกมื้อเลย




3.เพื่อนคนเกาหลี เห็นเราทำบวดฟักทอง ก็มายืนบ่นๆ ว่า เธอทำอะไรน่ะ ฟักทองมันเป็นผักนะ เธอเอามาทำของหวานแบบนี้ กินได้เหรอ

พอเราทำเสร็จ ก็เลยตักให้เขาชิมถ้วยเล็กๆ แล้วพอดีมีโทรศัพท์เข้าบ้าน เลยเดินไปรับ คุยธุระสักพัก กลับเข้ามาในครัวอีกที บวดฟักทองเหลือติดก้นหม้อนิดเดียว เพราะเกาหลีสวาปามไปเกือบหมด เราก็โมโหนิดหน่อย ด่ามันไปสองสามคำ แล้วก็ตักขนมที่เหลือมานั่งกินข้างนอก

กลับเข้าไปอีกที จะเอาถ้วยไปล้าง เจอเกาหลีกำลังเลียทัพพีที่เปื้อนน้ำกะทิอยู่ ส่วนในหม้อก็ขูดซะสะอาดไม่เหลือกะทิติดแม้แต่หยดเดียว

มันอร่อยปานนั้น?

จากนั้นเจอหน้ากันทีไร ร่ำร้องจะกินบวดฟักทองทุกที ขนาดต่างคนต่างกลับประเทศแล้ว บางทียังมีเมลมาว่าอยากกินบวดฟักทอง

จากคุณ : tokei/tookei


แฟนผมเป็นคนไต้หวัน ชีกลัวยำปลาดุกฟูมาก ไม่กล้ากิน ชีบอกว่ามันเป็นฝอยๆ ฟูๆ ดูน่ากลัว แต่ชีชอบกิน แกงส้มชะอมไข่ กับ ยำถั่วพลูมากก

มาไทยเจ็ดวัน ต้องกินเมนูนี้ทุกวัน แล้วชีก็บอกว่าอาหารไทยที่ไต้หวันไม่อร่อย สู้ที่เมืองไทยไม่ได้ กลับมาไต้หวัน ชีอยากกินแกงส้มกับยำถั่วพลูมาก แต่มันไม่มี เราสงสารชีมาก เพราะชีชอบจริงๆ

แล้วสิ่งที่ชีไม่กล้ากินอีกอย่างคือน้ำอัดลม กับน้ำเฮลบูบอย ที่มันสีสันสดใส ชีกลัว เพราะที่ไต้หวันมีแค่น้ำดำ น้ำส้ม แฟนต้า แล้วก็สไปรท์ แต่ของไทยนี่มีสีแดง สีเขียว สีม่วง สีต่างๆเยอะ ตอนนี้ชีก็ยังไม่กล้ากิน

แล้วอีกเรื่องที่ทำให้ชีช็อกคือ ผมกินทุกอย่างใส่ซอสมะเขือเทศ ชีบอกไปไทยทีไร เห็นตลอดที่คนไทยกินไก่ทอด พิซซ่าใส่ซอส สำหรับเราเฉยๆ แต่สำหรับชีมันคือเรื่องแปลก อ้อชีชอบดูสงครามนางฟ้ามาก ซื้อแผ่นมาดูชีบอกตบกันสะใจชีดี ช้อบชอบ

จากคุณ : ted_chen


หลายปีก่อนตอนมาเมืองไทยใหม่ๆ คุณสามีเราเห็นยายแก่ๆปิ้งกล้วยทุบขายแบบที่ราดน้ำจิ้มอ่ะค่ะ แกมองแล้วแบบอะไรไม่รู้ดูไม่ออกว่าเป็นกล้วย ดูท่าทางมีพิรุธ เราเดินไปซื้อมาแล้วให้แกลองกินดูซึ่งแกก็ทำหน้าไม่ไว้ใจเราอีก พอกินไปชิ้นนึงแย่งเรากินหมดถุงเลย แล้วพอกลับไปอยู่เมกาก็ไปโหยหวนว่าอยากกินอีก ไปเม้าให้เพื่อนๆเค้าฟังด้วยอ่ะ

จากคุณ : หญิงป้า


ตอนแต่งงานใหม่ๆ ทำไก่กระเทียมแบบมีน้ำซีอิ๊วขลุกขลิกนิดหน่อยให้สามี (อเมริกัน)ไปกินมื้อกลางวันที่ทำงาน เค้ากลับมาเล่าให้ฟังค่ะว่า พอสักบ่ายๆ (เค้ากินข้าวกลางวันช้าค่ะ) ก็เอาไปเข้าไมโครเวฟ กลิ่นมันก็กระจายไปทั่ว คนที่ทำงานก็เริ่มเดินหาว่ากลิ่นอะไร เค้าก็กลัวว่ามันจะเหม็น เพราะมันมีน้ำปลาด้วย แล้วสุดท้ายเพื่อนร่วมงานก็มาเจอเค้ายืนอุ่นไก่กระเทียมอยู่ในครัว แล้วถามเค้าว่ากินอะไร หอมจังเลย :-D
เจ้านายก็มาร่วมแจม ชิมไปหนึ่งชิ้น อื้มมม อร่อย เลยจิ้มกินกันใหญ่เลย วันรุ่งขึ้นเราเลยทำเผื่อไปให้เยอะๆค่ะ ไปแบ่งคนอื่น ^^

จากคุณ : on_a_nice_day


555 ขำเพื่อนคุณ tokei/tookei เลียทัพพีเปื้อนน้ำกะทิ ท่าทางจะอร่อยจริงๆนะนั่น 555

จากคุณ : on_a_nice_day


อาหารไทยอร่อยหรือไม่ ลองถามท่านนายกปูตินของรัสเซียดูได้
ตอนเป็น ปธ.รัสเซียมาประชุมเอเปคที่ไทย กินอาหารที่ไทยจัดเลี้ยง
กลับไปรัสเซีย บอกกับคนรัสเซียว่าในชีวิตก่อนตาย ให้ได้กินอาหารไทย
สักคร้ัง มันวิเศษขนาดนี้เลยเชียว
หลายปีมาแล้ว ตอนรัสเซียแตกใหม่ ๆ นางแบบรัสเซียกำลังดังมาก
เป็นที่ต้องการของทุกประเทศ มาเดินแบบในไทย ไปเที่ยวทะเลแถวจอมเทียน
ให้ลองกินไก่ย่างที่เดินขายตามชายหาด แทบจะต้องเหมาไก่ย่างหมดหาดเลย
ชีกินกันแบบลืมตายลืมอ้วนกันเลยเชียว

จากคุณ : อัลปลั๊ก


เคยทำสาคูไส้ไก่ไปงานเลี้ยงบ้านเพื่อนต่างชาติ เขาก็ว่าลูกบอลอะไรนี่ไม่เคยทาน กระเทียมก็เยอะ เขาก็ลองทานกันดู ก็ว่าอร่อยมาก

สุดท้าย มีเหลือหน่อย เพื่อนคนออสเตรเลียขอเอากลับบ้าน มาเล่าให้ฟังทีหลังว่า ไม่เหลือถึงบ้านเลยเพราะลูกเขาสองคนแย่งกันทานบนรถจนหมด เขาก็มาถามสูตรว่าทำยังไง

จากคุณ : Rode Roos


สามีเคยพูดกับเราว่า เค้าจะไม่มีวันกินปลาดุกเด็ดขาด น่าเกลียดมาก ๆ
เพราะเค้าเคยเห็นที่ตลาดสดตอนพาไปเดินตลาดตอนเย็น เราก็ฟังเฉย ๆ ไม่ได้ว่าอะไร
(สามีเป็นคนจีนค่ะ)

พอไปอยู่กทม กับเราบ่อย ๆ เราก็ซื้ออาหารที่เราอยากกินมา ก็อาหารอีสาน ลาบบ้าง
ส้มตำไก่ย่าง ข้าวเหนียว น้ำตกหมู และที่สำคัญ เราชอบกินลาบปลาดุก

สามีก็ทานตามได้ทุกอย่างล่ะค่ะ รวมทั้งลาบปลาดุก ตักราดข้าว แล้วกินใหญ่เลย
แถมบอกว่า ไอ้นี่ อร่อยดีนะ เราก็เงียบ ๆ คิดในใจว่า เอ็งพึ่งบอกว่าไม่กินเด็ดขาด 555
พอเห็นเค้ากินได้ เราก็ซื้อให้กินบ่อยเลยค่ะ หลัง ๆ มาถามเราว่า มันคืออะไร
เราก็บอกว่า ทำมาจากปลาดุกย่าง เค้าก็ถอนหายใจ แล้วบอกว่า ไม่น่าถามเลย เกลียดปลาดุก ฮ่าฮ่าฮ่า

จากคุณ : wippygal25


เครื่องในค่ะ เราเป็นคนที่ชอบกินใส้อ่อนย่างมาก เห็นที่ใหนจะซื้อกินตลอด แต่แฟนจะ

ออกแนวแหวะ สยอง วันนั้นไปเดินเซ็นทรัล เค้ามีงานโอท๊อป เลยไปซื้อใส้อ่อนย่างมา

กิน (ตอนซื้อแฟนไม่เห็น) กินแบบออกหน้าออกตาแบบว่า เอ้อออออออออหร่อย

มากกกกก แฟนเห็นเรากินก็อยากกินบ้าง

แฟน :  มาม๊า กินไรอ่ะน่าอร่อยจัง ปาป๊ากินบ้างสิ

เรากำลังจะเอาใส้อ่อนเข้าปาก ถือค้างอยู่ อ้าปากบอกไม่ทันพี่แกไม่ดูหยิบเข้าปากเคี้ยว

หนุบหนับ กินจนหมดถุง  แล้วแกถามว่านี่อะไรอร่อยมากกกกกกก ไปซื้อมาอีกสิ

เราเลยบอกว่า นี่มันใส้อ่อนกินไปได้งัย  เท่านั้นแหละ พี่ท่านวิ่งเข้าห้องน้ำอ๊วกแตกเลก

อ้าวไหนบอกว่าอร่อย แล้วไปอ๊วกออกทำไม

จากคุณ : คนห่างแฟน (You're always in my mind)


เคสของผมไม่เคยเจอฝรั่งยี้อาหารไทยนะครับ มีแต่วิ่งเข้าใส่

สมัยผมอยู่ที่อเมริกา ผมชอบทำอาหารกินเอง ฝรั่งก็จะแห่มาขอกินด้วยเรื่อยๆ

ผมเคยทำไก่ทอด แต่ทำแบบไทยๆ คือเป็นไก่ทอดแห้ง หน่อย ไม่ได้ชุบแป้งฟูๆ แน่นอนว่าฝรั่งก็รู้สึกแปลกใจ ผมเอาน้ำจิ้มไก่แม่ประนอมราดให้กิน ฝรั่งตกใจกลัวเผ็ด แต่ปรากฏว่ากินกับข้าวสวยร้อนๆ หมดก่อนผมอีก -*-

เคยทำกล้วยบวชชี ฝรั่งก็งงกันไปว่าผมทำอะไร ... แต่พอกินเท่านั้นล่ะ ก็ชอบแล้วก็มาแวะเวียนว่าเมื่อไหร่ผมจะทำอีก

แต่เมนูที่ฝรั่งชอบกินมากๆ ก็จะเป็น ต้มจืดซี่โครงอ่อนใส่แตงกวา ... คือผมโละตู้เย็นแล้วเหลือของไม่กี่อย่างเลยใส่ๆ ไปเรื่อยๆ ปรากฏว่าฝรั่งกรี๊ดมาก บอกว่าไม่เคยคิดว่าสิ่งเหล่านี้จะอร่อยได้  ... จด recipe ไปใหญ่เลยครับ (ทั้งๆ ที่มันก็ไม่ได้มีสูตรยากเย็นอะไร)

จากคุณ : ตัวตลกจมูกแดง


เพิ่มเติม

มีครั้งนึงตอนผมกลับไปอเมริกาอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ ตม. ก็เช็คว่าผมมาจากไหน พอรู้ว่ามาจากเมืองไทยเท่านั้นล่ะครับ  ยาวเลยทีนี้ คุณเธอสาธยายยาวเลยว่าชอบอาหารไทยมาก อาหารไทยหากินได้ง่ายทุกคอร์เนอร์และอร่อยมากๆ (ผมไปที่ชิคาโก้ครับตอนนั้น) เธอบอกว่าของโปรดคือแกงเผ็ด ส่วนของหวานนั้นเธอชอบข้าวเหนียวมะม่วงมากๆ เธอบอกว่าชอบข้าวก่ำสุดๆ  ... สรุปคือการตรวจคนเข้าเมืองตอนนั้นไม่ได้ถามอะไรมีแก่นสารเลยครับ มีแต่โม้อาหารไทยกันเกือบ 10 นาที ฮ่าาาา

จากคุณ : ตัวตลกจมูกแดง


เหตุเกิดที่เมืองไทย บ้านเรา

ได้รู้จักกันกับ Back packer canadian ด้วยความบังเอิญเพราะแถวบ้านผมคน ตจว. เยอะ ส่วนใหญ่พูดอังกฤษไม่ได้ ฝรั่งคนนี้ก็พูดไทยไม่ได้  มาเที่ยวเมืองไทยได้งานเป็นครูสอนภาษาอังกฤษเพื่อหาเงินไปเที่ยวต่อรอบโลก เลยพาไปเที่ยว ไปกิน

ฝรั่งคนนี้เป็นอะไรไม่รู้กลัวไก่และสัตว์ปีก แต่กินไก่ทอดได้ ก็พอดีไม่รู้จะกินอะไรแล้วเพราะแถวบ้านส่วนใหญ่จะมีแต่อาหารอีสาน ผมคนไทยเชื้อสายจีน กินได้เป็นบางอย่างแต่นาทีนั้นไม่มีอะไรให้กินแล้ว นอกจาก ข้าวมันไก่

ทีแรกเธอร้อง ยี้ ยิ่งเห็นไก่ต้มด้วยแล้ว เธอว่าจะขอไปหากินเอาข้างหน้า เธอคิดว่าไก่มันไม่สุก แต่พอดีเธอเห็นไก่ทอดด้วยเธอก็เลยตามเลย
ผมกินข้าวมันไก่ต้ม ส่วนเธอก็กินข้าวมันไก่ทอด กินไปก็ชวนเธอลองไก่ต้ม เธอไม่กล้าแต่ขอลองน้ำจิ้มข้าวมันไก่ต้ม ปรากฏว่าติดใจ ทั้งข้าวมัน ทั้งไก่ทอด ทั้งน้ำจิ้มข้าวมันไก่ต้ม

เธอเพิ่มรอบมิดไนท์ให้ตัวเอง ด้วยการซื้อข้าวมันพร้อมน้ำจิ้มที่ว่ากลับไปกินต่อที่ห้องในคืนต่อมาและอีกหลายคืน
^___^

เพิ่งนึกออกเข้ามาเพิ่มว่า เต้าฮวยน้ำขิง อันนี้ฝรั่งคนนี้ชอบมาก
เธอบอก Good Fresh and Good Health yah!!!

จากคุณ : ผู้ชำนาญการด้านความเหงา


ชอบกระทู้แบบนี้จัง


ว่าแล้วก็หิว......ขอตัวไปหาอาหารไทยกินก่อน

จากคุณ : ใครอ่านเป็นลิง


เคยมีเจ้านายฝรั่งแคนนาดา ทุกมื้อเที่ยงแกต้องเล่นข้าวเหนียว ส้มตำ ไก่ย่าง ประจำ
ผมถามว่าไม่เบื่อมั้งเหรอครับ ขนาดผมคนอีสานยังไม่กินขนาดนี้เลย
แกบอกไม่เบื่อยิ่งกินยิ่งแซ๊บนัว แรกๆก็ให้ลูกน้องไปซื้อ หลังๆไปซื้อเองเลย

จากคุณ : ทองเปลว


ซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้ง เอาให้คนฮ่องกิน ตอนแรกเค้าบอกไม่กินแล้วทำหน้าแหยๆ เลยบอกให้ลอง พอกินไปเท่านั้นแหละ หู้ย อร่อยมากเลย หู้ยๆๆๆ


ข้าวผัดกุนเชียงใช้ข้าวเละๆผัด หน้าตาออกมา เหมือนอ้วก (ชอบกินแบบนี้ค่ะ ฮิฮิ) แต่เพื่อนๆบอกอร่อย

จากคุณ : zanhah


เราเคยไปเรียนภาษาที่อังกฤษอยู่ ๒ เดือนค่ะ ก็ทำกับข้าวให้โฮสต์เพื่อนทาน ก็ทำผัดกะเพราหมูสับแบบไม่เผ็ดกับไข่ดาว ทุกคนชอบมากค่ะ เค้าถึงกับไปซื้อต้นกะเพราะมาปลูกเลยค่ะ แล้วก็มีคนชมว่าต้มยำกุ้งอร่อยมาก อาหารอะไรมีทั้งรสชาติเผ็ด เปรี้ยว เค็ม หวาน ในจานเดียวกัน ลงตัวมากๆ

ส่วนที่เค้ายี้ๆไม่กล้ากินกัน ( ตอนแรกๆ ) ก็เป็นลอดช่องสิงคโปร์น้ำกะทิค่ะ  ตอนแรกไม่มีใครกล้ากินเลย เค้าบอกว่าหน้าตามันเหมือนหนอน พอลองไปเท่านั้นแหละ หมดเกลี้ยงเลยค่ะ

จากคุณ : lovely sweetly shiny


คุณแฟนคนอังกฤษ ตอนเดทกับแรก ๆ ถามเราว่า simple pleasure ของเราคืออะไร
เราชอบกิน เราก็เลยบอกว่า เราชอบกินข้าวไข่คนก็แฮปปี้แล้ว บอกไปว่าเป็น fried egg with soy sauce ฮีอึ้งมาก กินไข่กับซีอิ๊วขาว อี๋..... แต่ก็ยังเดตกันอยู่นะ ฮ่าๆ แต่พอลองทำให้กินแล้ว ติดใจมาก อร่อย ไม่เหม็นอย่างที่คิด

ทำยำให้กิน ยำกุนเชียง แล้วก็ปลานึ่งมะนาว สองอย่างนี้ก็มีอะไรคล้าย ๆ กันคือ (ในสูตรของเราอะนะ)
น้ำปลากับน้ำมะนาวอย่างละครึ่ง portion ผสมกัน ฮีชอบมากกกก ชอบสุด ๆ

ฮีไม่ชอบกินไก่เลย แต่พอทำไก่ทอดแบบไทย ๆ ก็กินหมด ทำข้าวมันไก่ต้ม ไม่ยอมกินไก่แต่ชอบกินน้ำจิ้มกับข้าวมันมาก เหมือนคหบนเลย อิอิ เราเรียนจบกลับเมืองไทย ฮีตามมาเล่นด้วยสองสัปดาห์นี่เพิ่งกลับไป เราพาไปกินเยอะมากกก ชอบทุกอย่าง โดยเฉพาะปลากระพงทอดน้ำปลา น้ำตก ส้มตำ ไก่ย่าง หมูปิ้ง ต้มแซ่บ ปลาหมึกทอดกระเทียม ผัดไทย ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา เย็นตาโฟ

แต่บางอย่างฮีก็รับไม่ได้จริง ๆ เข่น ปลาหมึกแห้ง ไข่พะโล้ (ตอนเห็นตอนแรกคิดว่าเป็นไข่ต้มซีอิ๊ว ก็สีมันดำ ๆ) บอกว่า หวานไป

มาคราวนี้ฮีมาโชว์ฝีมือทำอาหารไว้ด้วยหลายอย่างให้ที่บ้านเราทาน ฮ่าๆ ทำเพสโต้เจอเราคะยั้นคะยอให้ใช้โหระพาบ้านเราดีกว่า แบบของบ้านเค้ามันไม่หอมเท่า เชื่อเรา สุดท้ายพอเอามาลองทำ อร่อยกว่าจริง ๆ ด้วย หอมกว่าเยอะ นี่หอบเมล็ดโหระพากลับไปปลูกด้วยเนี่ย ไม่รู้จะขึ้นหรือเปล่า หนาวซะ :)

พ่อแม่เราปลื้มฮีมาก เอากับเค้า ดีใจนาน ๆ จะเห็นพ่อชอบแฟนเรา ไปซื้อเบียร์มาให้ลองชิม เอาไวน์ออสเตรเลียมาเปิดให้ชิม เทียบกับไวน์อังกฤษ สเปน ฝรั่งเศสที่เค้าดื่มบ่อย ๆ ไปไหนก็สรรหาซื้ออะไรมาให้ลองชิม ถั่วเขียวต้มเอย อะไรเอย  ลองเอารังผึ้งให้เค้ากิน เค้าก็ลองกินนะ ชอบด้วย เรายังไม่กล้าเลย แบบที่มีตัวอ่อนผึ้งอยู่ในรังด้วยอะค่ะ อึ๋ย

จากคุณ : PuppyPower


อ่านถึงนี่

จากคุณ : โสดเสมอเมื่อเจอผู้ชาย


ตามอ่านเรื่อยๆ กระทู้นี้สนุกดีค่ะ

จากคุณ : นราเกตต์


เพิ่งนึกได้ มาต่อค่ะ...

สมัยดิฉันทำงานอยู่เมืองไทย มีเจ้านายเป็นชาวแคนาดา ช่วงที่แกเพิ่งย้ายมาเมืองไทยใหม่ๆ แกไม่ค่อยจะแตะอาหารไทย เวลาดิฉันซื้ออาหารมื้อเที่ยงให้แก จะต้องสั่งแบบจืดๆ เ่ช่น ข้าว หมูทอด ไก่ทอด ให้ลองไอ้นี่ก็ Noo ไอ้นั่นก็ I won't like it!!! กับข้าวข้างทางก็ That's disgusting!!! หรือไม่แกก็จะเอาซีเรียลมากินเองที่ทำงาน...

แต่เดี๋ยวนี้เรอะ...

มื้อเช้า โจ๊กหมูใส่ไข่!

ภาษาไทยคล่องม๊าก โดยเฉพาะการสั่งอาหารไทย กินทุกอย่างต้องใส่ พริก น้ำปลา บางทีลงไปซื้อมื้อเที่ยงให้แก ดิฉันลืมพริกน้ำปลา มีเหวี่ยงๆ ยูลืมได้งายยย 5555 หรือ เวลาหลังเลิกงานพวกดิฉันจะไปกินส้มตำรถเข็น แกขอตามไปด้วย ลุยสั่งเองเลยค่ะ แม่ค้า งง ฝรั่งใส่สูท ผูกไท จัดเต็ม ลาบ น้ำตก ส้มตำปลาร้า ซุปหน่อไม้ ข้าวเหนียว 55555

อีกอย่างคือ แกชอบใบโหระพามาก แกจะเด็ดใบโหระพาในจานผักมา 1 ใบ ขยี้ๆ ใส่มือ แล้วก็ ดมๆแบบสูดเต็มปอดก่อนยัดทั้งต้นใส่ปาก แล้วค่อยกินอาหารจานอื่นๆ ค่ะ ทำเอาพวกดิฉันขำกันกระจาย 555555

บางครั้งตอนเย็นก่อนเลิกงาน โดยเฉพาะเย็นวันศุกร์ อารมณ์ชิวๆหน่อย แกก็จะวิ่งไปซื้อ ข้าวเหนียว มานั่งกินกับเบียร์  ตบท้ายด้วยข้าวเหนียวมะม่วง แล้วก็นั่งทำงานจนค่ำมืด 5555

โดยปกติแล้ว บ้านฝรั่งนี่ครัวจะอยู่ในบ้าน แต่บ้านของแกที่แคนาดา แกจะทำครัวแยกออกมาอีกส่วนหนึ่งตรงระเบียงหลังบ้าน เนื่องจากแกบอกว่า เวลาแกทำอาหารไทย พวก ทอด ผัดๆ มันต้องเป็นที่โล่งแจ้ง กลิ่นจะได้หอมๆ ฟุ้งๆ 55555

อ้อ...มีอยู่ช่วงนึง แกกลับบ้านนานเกือบเดือน ก่อนเครื่องลง แกโทรสั่งดิฉันว่า เตรียม ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กน้ำ กับ หมูทอด น้ำจิ้มแจ่ว ให้แกก่อนถึงออฟฟิศค่ะพ่อแม่พี่น้อง แกบอก I cannot wait for my Thai dishes!!! ... เป็นเอามากค่ะ เป็นเอามากๆๆ เจ้านายดิฉัน 55555

จากคุณ : Bounty


#63 เสพติดอาหารไทยซะแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า

จากคุณ : Namor FC


นึกได้อีกเรื่องหนึ่ง ตอนประมาณปี 38 ก็นานมากแล้วใช่ไหม
ตอนนั้นทำงานอยู่แถว อ.นาแก จ.นครพนม มีคุณครูฝรั่งคนหนึ่ง
ยังสาวอยู่ประมาณ 20 กว่า ๆ นี่แหละ มาเป็นครูจ้างสอนภาษา
ในโรงเรียนรัฐบาลของตำบลหนองบ่อ ไม่ใช่โรงเรียนในตัวอำเภอนะ
ปรากฏว่าอยู่นานจนพ่อแม่ต้องมาตามกลับบ้านที่เนเธอร์แลนต์ แต่
เธอไม่ยอมกลับ ตอบว่ากลับไปกลัวอดตาย เพราะติดอาหารรสจัดแล้ว
เหมือนนักร้องคริสตี้ที่ร้องเพลงลูกทุ่งหมอรำตอนนี้เลย แต่นี่นานมาแล้วนะ
เธอบอกว่าบ้านเธอไม่มีอะไรกิน ต้องซื้อมาแช่แข็งไว้กิน หน้าหนาวก็ไปไหน
ไม่ได้หิมะท่วม ค่ำหน่อยก็ปิดร้านหมดแล้ว เมืองไทยขนาดอำเภอเล็ก ๆ
ยังมีของกินเพียบเลย ค่ำมืดก็หาของกินได้ ร้อนก็ไม่กล้วอาบน้ำเอา
หน้าหนาวก็ใส่เสื้อแจ็ทเก็ตตัวเดียวพอแล้ว แถมกินรสจัดได้ด้วย
เงินเดือนสมัยนั้นถือว่าน้อยมากนะ ครูจ้างสอนได้ไม่กี่พันเอง
แต่เธอบอกอยู่สบายมาก สมัยก่อนอาหารยังไม่แพงมากนั่นเอง

จากคุณ : อัลปลั๊ก


แปลกจัง ที่ว่าคนจีนสงสัยทำไมคนไทยกินมะม่วงกับข้าวเหนียว

ตอนนั้นมีนักศึกษาแลกเปลี่ยน (สาขาภาษาไทย) มาจากจีน เพื่อนก็เลยชวนกันไปงานบวช ซึ่งในงานก็มีทั้งของคาว ของหวาน วางรวมๆกัน
เพื่อนจีนเขาไม่สนใจใครตักฝอยทองราดข้าว แล้วกินหน้าตาเฉยเลย ไอพวกเราก็ขำ ปนสงสัยกันไป กินเข้าไปได้ยัง แถม she ยังบอกอีกด้วยว่าอร่อยดี

คนไทย งง ??

จากคุณ : lihaung


คห.57กับคห.63นี่ทำงานที่เดียวกันป่าวครับ  ^^

จากคุณ : ถ้วยชาสีแดง


ของสามีเราเองค่ะ เวลาเราทานข้าวเราจะชอบมีน้ำปลาพริกด้วยทุกครั้ง
แล้วชอบเอาไปนั่งทานหน้าทีวี สามีนอนดูทีวี ลุกขึ้นมามองว่าเธอทานไรอ้ะ
ทำไมกลิ่นเหม็นมากกกก...เหม็นเหมือน...ว่าแล้วก็ชี้มือมาตรงหว่างขาของเรา
ดูเขาเข้าใจเปรียบเทียบนะ(กลิ่นมันจะแรงขนาดนั้นเลยหรอ ><" )

เราบอกเขา อันนี้เรียกว่าน้ำปลา ใว้ราดข้าวเธอลองทานดูซิ วันนั้นทอดปลาตัวโตๆกรอบๆ ข้าวสวยร้อนๆ พอราดน้ำปลาพริกลงไปกลิ่นหอมฉุย

แฟนตักเข้าปากบอก อืัมมม..อร่อยจริงๆ จากนั้นมาเวลาทานข้าวจะเรียกหาน้ำปลาพริกตลอด เราเลยแซวว่าเป็นไงกลิ่นของฉันถูกปากเธอเลยใช่มั๊ยล่ะ..

จากคุณ : แทนนี่ ชื่อนี้แฟนตั้งให้


ของเราเป็นกุ้งแช่น้ำปลาค่ะ

วันนั้นไปเล่นที่บ้านเพื่อนเค้าก็สั่งนู่นนี่นั่นกันมา
เราก็ทำกุ้งแช่น้ำปลาไป พร้อมกับน้ำจิ้มซีฟู๊ด
ตอนนั้นเราทำไป 7 ตัวเองเพราะคิดว่าเพื่อนคงไม่ชอบหรอก
แต่ทำไปให้ลองว่าเป็นของไทยเฉยๆ

พอเราเปิดปุ๊บเพื่อนเราเริ่มประณามเลย
เอากุ้งดิบมาทำอะไร แล้วนี่น้ำจิ้มอะไร ทำไมกลิ่นมันแปลกๆ
เราก็เออ เมิงงไม่กินก็ตามใจ ไม่ได้กะแบ่งอยู่แล้ว กินคนเดียวก็ได้

เราก็เลยเอากุ้งใส่น้ำจิ้ม ยัดใส่ปากแฟน (เกาหลี) แฟนเราก็กินแบบ
มันโคดอร่อยมากก เพื่อนเรา(ใต้หวัน)เห็นแฟนเรากิน ก็เลยขอลองกินครึ่งตัว
เราก็ทำๆให้เค้ากิน แล้วก็ไม่ได้สนใจอะไร ไปลัลล้านั่งเม้ากับเพื่อนคนอื่น

ใต้หวันรีบเดินมาหาเรา แล้วกระซิบบอกว่า
" ยุ้ย กุ้งนี่มันมีแค่ 7 ตัว ถ้าเธอไม่บอกใครว่าเธอมี เราจะได้กินกันคนละหลายตัวนะ"

สรุปสุดท้ายกุ้งเราเรียบหมด แถมเพื่อนเรายังตามเรากลับไปบ้านให้ทำให้กินต่อ

ส่วนกล่องน้ำจิ้มซีฟู๊ดที่เราทำไปเยอะๆ มันหายไปทั้งกล่องเลยค่ะ
เพื่อนขโมยไปแล้วเอากล่องเปล่ามาคืนในวันรุ่งขึ้น พร้อมกับโน้ตเล็กๆมาว่า

"ก่อนเธอจะกลับไทย ชั้นขอสูตรน้ำจิ้มได้มั้ย"

จากคุณ : Yu!eZ


มีเพื่อนชาวเนเจอร์เคยขอยกหม้อแพนงหมู ของเรากลับห้องไปกิน
บอกว่า อร่อยมา๊กๆๆๆ ทำยังไง ไม่เคยกินมาก่อน
ส่วนเกาหลี ขอยกหม้อแกงเขียวหวานไปแทน ^^

จากคุณ : หนุงหนิง (kurapy)


คห. 67 คุณถ้วยชาสีแดง

ไม่ใช่หรอกค่ะ

เห็น คห. 53 พูดถึงแคนาดา เลยทำให้ดิฉันนึกเรื่องเจ้านายคนแคนาดาของดิฉันเองน่ะค่ะ 5555

จากคุณ : Bounty


แฟนเก่าเราเองค่ะ เป็นคนไอริช
เราติดนิสัยกินอะไรต้องมีไข่ ตอนอยู่กับอาเฮียก็เลยเอาทุกอย่างโปะไข่ดาว
ปรากฏว่าอยู่ด้วยกันไปซักพักเริ่มลามไปโปะชามเฮีย แล้วเฮียก็ติด

หลังจากนั้นเฮียก็เอาทุกอย่างโปะไข่ดาว ไม่เว้นแม้แต่ chow mein และ พิซซ่า - -"

อ้อ แล้วเราเป้นคนกินเผ็ดค่ะ กินทุกอย่างต้องใส่พริก
เลยกินยำเป็นข้าวเช้าทุกวันเพราะง่ายและเร็ว ตอนเช้าเดี๋ยวไปเรียนไม่ทัน
กินเสร็จแล้วก็กองไว้กะว่าเลิกเรียนแล้วค่อยมาล้าง
ทำไปซักพักกล่องที่ใส่ยำมันเริ่มล้างตัวเองได้ กลับบ้านมาจะสะอาดกิ๊ง
ปรากฏว่าเฮียนึกว่ามันเป็นซุป แบบต้มยำกุ้งอ่ะค่ะ เอาไปคลุกข้าวกินทุกวัน (เฮียแกจะถึงบ้านก่อนเรา)

เอ่อ .... ที่รักคะ นั่นมันของเหลือ เศษซากของเช้าดิฉันเองค่ะ

เมนูโปรดของเฮียล่าสุดที่รู้คือยำไข่ดาวค่ะ ..... เพื่อนเฮียบอกว่ากว่าแฟนใหม่เฮียจะทำได้ ครัวไหม้ไป 3 รอบ 555

จากคุณ : กรอบนอกนุ่มใน


เพื่อนชาวอเมริกัน 4 คน มาจากคนละรัฐ

เล่าให้ฟังว่า
ก่อนมาไทย มีคนที่เคยมาเมืองไทยคนก่อนๆ สั่งไว้ว่า

1. ไม่ต้องตุนของกิน อยู่เมืองไทย มีของกิน  Every 2 min.

2.ใครชวนกินอะไร ให้ลองกินทุกอย่างที่ขวางหน้า ไม่งั้นจะเสียใจ
หากมีโอกาสกินทีหลัง แล้วเจอว่ามัน อร่อยมากกกกกกกก
แต่ครั้งแรกที่เห็น มักจะไม่กล้ากิน  แม้ว่ามันจะดูสกปรกๆ ก็ต้องลอง
(ควรภูมิใจไหมเนี่ย....)

3. เริ่มต้นยากมากๆ สำหรับแก๊งนี้ คือ ส้มตำ
เพราะ ล้อส้มตำใกล้หอพัก ปลาร้ามันโหยหวน ชวนดมมาแต่ไกล

เราสั่งตำไทยให้กิน ทีแรกก็ทำกล้าๆ กลัวๆ  

ผ่านไปไม่ถึงอาทิตย์  โห .... เสพติด

วันไหนไม่ได้กินจะลงแดงตายเอา

กลับไปก็ยังคร่ำครวญ ตำไทยใส่พริก 2 เมดดดดดดดด

จากคุณ : ดอกเหมย (Fiorina)


63 นึกถึงโฆษณาน้ำปลาตราปลาหมึก เมียจ๋าผัวหิวข้าว

http://www.adintrend.com/show_ad.php?id=1407

จากคุณ : atiporn


มาแอบซุ่มค่ะ  ชอบมาห้องไกลบ้าน เพราะมาทีไรก็มีกระทู้ให้ยิ้มตลอดเลย

จากคุณ : KoiiLittleGirl


มานั่งอ่านตอนใกล้จะเที่ยงคืน  ไม่น่าเลยเรา  ท้องร้องจ๊อกกกก  จ๊อก !!


เอาไงดี ๆ  ออกไปซัดลาบ  ต้มแซ่บหน้าปากซอยดีไหม ??


/ ปิดคอมทันที  ไปละ
.
.

จากคุณ : JADE&GUY


เคยทำคะน้าผัดปลาเค็ม ใส่พริกขี้หนูสับ แบบคิดถึงข้าวต้มโต้รุ่งบ้านเรา  กลิ่นแรงมาก สามีกลับเข้าบ้านบอกว่าทำอะไรเหม็นขนาดนี้ เดี๋ยวข้างบ้านมาด่าเอานะ เหม็นถึงประตูรั้ว หน้าบ้านเลย

แต่พอทำเสร็จ กินไปครางไปอ่ะ อร่อย...

จากคุณ : omega46 (Omega46)


สนุกจังเลย
อยากอ่านอีกเยอะๆ

ของเราไม่ยี้ค่ะ ญาติชาวอังกกฤษของคนรู้จัก ท่านชอบ พวกหมูแผ่น หมูหยอง หมูทุบ กุนเชียง มากๆเลยค่ะ

คนญี่ปุ่นเกษียณอายุ เคยมาทำงานที่เมืองไทยหลายสิบปีแต่ตอนนี้กลับญี่ปุ่นไปแล้ว
เวลามาเมืองไทยทีไร ท่านจะต้องมาซื้อลูกชิ้นเนื้อวัวแถวๆจุฬาฯกลับไปทุกที

****
เราสงสัยจังว่า อะไรทำให้ต่างชาติ พอกินอาหารไทยไปนานๆแล้ว มันติดใจซะจน อ่านเเล้วเหมือนกำลังลงแดงเลย อิอิ

มีความสุขมาก ที่ได้อ่านเจอต่างชาติ ติดอาหารไทย ซะจนไม่อยากกลับบ้านเมืองของตนเอง (มันเป็นเรื่องที่ดีที่น่าภูมิใจนะ)

ปกติเรากินอาหารต่างชาติบ่อยแค่ไหนผลสุดท้ายก็รักอาหารที่ทานมาตั้งแต่เกิดที่สุด เลยแปลกใจว่า เวลาเจอต่างชาติติดอาหารไทยมากกว่าอาหารบ้านเกิดตนเองค่ะ

จากคุณ : พี่น้องที่เคารพ


ไม่เคยทำอะไรให้เพื่อนทาน แต่เคยพาเพื่อนชาวเวียดนามไปร้านขายอาหารไทยที่อเมริกา

ผมสอยหูหมูมานั่งกินเล่นๆตอนทำงาน (มีหูหมูกับน้ำจิ้มสามรส) เพื่อนเวียดนามบอก ยูกินอะไร ไม่น่ากินเลย กินไปได้ยังไง ... ผมบอกกินหูหมู บอกว่าลองกินดู อร่อย มันทำท่ารังเกียจครับ (ผมนึกในใจ เวียดนามเค้าไม่กินกันเหรอ)

หลังจากนั้นสี่วันต่อมา ผมไปร้านอาหารไทยก็ซื้อติดมือกลับมาทุกครั้ง จนครั้งที่5 เพื่อนเวียดนามบอกขอชิมหน่อย หลังจากแกชิมเสร็จ อุทานเลยว่า Delicious !! ผมก็เอ่อ กรูบอกเมิงนานแล้วว่าอร่อย ดันไม่สนใจ แถมทำท่าทางรังเกียจ และยังถามผมว่าคนไทยเค้าเรียกว่าอะไร (หูหมู)

หลังจากนั้นทุกวัน มันก็ซื้อมากินเองตลอดครับ จนทุกวันนี้ผมกลับไทยแล้ว มันก็ยังซื้อมากินอยู่ 555

จากคุณ : wazenteq


ชอบกระทู้นี้อีกแล้ว

จากคุณ : จำง่าย ลืมยาก คิดมาก คิดไปเอง


อ่านกำลังเพลินเลยค่ะ สนุกทุกตอนเลย

จากคุณ : shinobu


ก็ไม่เชิงว่ายี้นะครับ
คือว่า เคยพาอจารย์ฝรั่งที่เพิ่งมาจากอเมริกา ไปทานอาหารอีสาน
เราก็เตรียมชุดจาน ช้อน ส้อม ให้เค้า เพราะเข้าใจว่าเค้าคงชินกับการใช้ช้อนกับมีดทานอาหารมากกว่า ใช้มือจกเดี๋ยวอาจารย์จะเหวอ รับไม่ได้

พออาหารมา เจ๊แกหยิบไก่ย่างขึ้นมา ออกตัวเลยว่า "ยูไม่ว่าอะไรใช่ไหมถ้าไอจะขอใช้มือเปิบ" ผมถึงกับงง
พี่แกเลยจัดเต็ม ทั้งเอามือฉีกไก่ย่าง จกข้าวเหนียวจิ้มแจ่วกันอย่างสนุกสนาน
ผมก็เลยได้แต่กินโดยใช้ช้อนส้อมฉีกเนื้อไก่อย่างงงๆ (คือผมขี้เกียจไปล้างมืออ่าค้าบ 55)

อีกเรื่องนึง
อาจารย์ฝรั่งคนเดิม
พาพี่แกไปชิม ผัดไทหอยทอด ร้านสวัสดี ตรงราชวัตร ร้านดังที่ทุกคนคงรู้จัก
พอดีรู้จักกับหลานเจ้าของร้านซึ่งร่วมงานด้วยกัน และต้องทำงานร่วมอาจารย์คนนี้ด้วยกัน
พอกินเสร็จ เค้าก็บอกเพื่อนผมที่เป็นหลานเจ้าของร้านว่า
"นี่ยู ช่วยไปเปิดร้านที่มหาวิทยาลัยที่อเมริกาที่ไอสอนอยู่ได้มั้ย?? ลูกค้าต้องเยอะแน่ๆเลย" แล้วก็ขอไปดูหลังร้านที่เค้ากำลังทำแป้งขนมผักกาด ถ่ายรูปกันใหญ่

จากคุณ : ted_t1987


อยากอ่านต่อครับบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ แงวๆๆๆๆ

จากคุณ : PandaMAN7777777


อ่านแล้วฮาดีครับ ทุกความเห็นเลย ชอบๆ ^_^

จากคุณ : foscarnet


เครดิต คคห 74 ครับ.

จากคุณ : ::+::+::NotSoSad::+::+::


มีอีกมั้ยคะ ชอบจังเลยค่ะ อ่านแล้วตลกๆ
เป็นคุณแม่ให้นมลูกอยู่ อ่านไปนมกระฉูดไป 555

จากคุณ : คุณแม่น้องเซ็น


เพื่อนพี่สาวชาวออสซี่ เจอ เฉาก๊วยไปยี้มากค่ะ  แกบอกว่า เหมือนกินดิน  555

จากคุณ : newnsixty


อิอิ อ่านแล้วขำดีค่ะ

เรามีเพื่อนต่างชาติเยอะอยู่นะคะ ครั้งนึงเพื่อนจากอังกฤษ3คน เคยมาเที่ยวเมืองไทย แล้วมาพักบ้านเรา วันแรก เราพาไปเลี้ยงแถวบ้านเลย ติดริมถนนเกษตร-นวมินทร์ เป็นร้านข้างทาง (คนเยอะบรม) แล้วเราก็สั่ง ซุปเปอร์ มา  พวกเค้าก็ทำหน้ายี้ๆ พวกมันคือ ทีนไก่ ใช่ม้า แต่เราแทะแบบเอร็ดอร่อยไง แล้วเราก็คะยั้นคะยอให้พวกเค้ากินล่ะ แบบ จนเราลองชิมไปนิดเดียว นิดเดียวจริงๆ แบบเล็มๆ ปลายเท้าไก่อ่ะ ทีนี้นะ หน้าตาแบบขึ้นสวรรค์เลย 55+(โม้ไปนิด)สั่งกันมาอีก 5 ชาม (ชามละประมาณ 7 ขา) และยังพร่ำพรรณา ถึง ซุปเปอร์ จนไปขอแม่เราให้ทำให้กินเลยอ่ะ 55+ วันรุ่งขึ้น แม่เราเลยไปซื้อขาไก่ มา จัดเต็มให้เลย เป็นหม้อๆ เลยนะฮะ แทะกันใหญ่เลย อิอิ


***อยากมีโอกาสไปทำอาหารให้ฝรั่งที่เมืองนอกบ้างจัง^+^***

จากคุณ : pat_ok


อ่านแล้วสนุกมาก 555

จากคุณ : onearth


อ่านถึงนี่

จากคุณ : โสดเสมอเมื่อเจอผู้ชาย


ส่วนใหญ่ก็ชอบอาหารไทยกันนะคะ เพื่อนฝรั่งเราคนนึงนี่พูดได้เลยเวลาสั่งอาหาร Pad kee mao Kai หรือ Pad kee mao moo คือจำได้เลยว่าChicken เรียกว่าKai ส่วน Pork เรียกว่า Moo แต่เค้าบอกว่าเค้าชอบนึกว่า Moo แปลว่าเนื้อวัว เพราะวัวร้องมูๆ 555

อีกอันไม่เกี่ยวกับอาหารแต่เป็นเรื่องเครื่องดื่มบ้านเรา อันนี้ส่วนใหญ่จะเป็นคนเกาหลีทักค่ะ บอกว่าอยากมาเมืองไทย มากินเป๊ปซี่ใส่ในถุง เค้าบอกว่ามันอเมซิ่งมาก ต้องรีบถ่ายรูปเก็บไว้ บางคนก็เพิ่งเคยเห็นค่ะตอนเพื่อนที่เมืองไทย tag รูปน้ำบ๊วยใส่ในถุงพลาสติกใส่น้ำแข็งลงใน FB พี่แกตะลึงกันใหญ่เลย บอกอยากลอง

จากคุณ : blueraccoon


ชอบกระทู้นี้จัง ตามมาเฝ้าอ่านทุกวัน
รอความเห็นใหม่ๆไม่ไหวเลย

เข้ามาทุกวันว่าเมื่อไหร่จะมีข้อความใหม่

---

เวลาไปเมืองนอก อะไรๆก็ดีอยู่หรอก
เเต่อาหารนี่สิ  กระเดือกไม่ค่อยจะลง

กินกันตายเเท้ๆเลย
คิดถึงอาหารไทยสุดๆ อร่อยที่สุดในโลกเเล้ว

อ้อ เเต่ว่าเบเกอรี่เมืองนอก อร่อยกว่าเรามากเลยนะคะ
เข้มข้นถึงใจจริงๆ แล้วก็มีเเบบเเปลกๆที่เมืองไทยไม่มี

กินเเล้วติดใจ บางที่อยากมากินที่เมืองไทยก็ไม่มี
หรือมีก็หายากมากๆประมาณว่าในไทย มีอยู่สองสามร้าน อะไรเเบบเนี้ย



.

จากคุณ : RoseTiara


พ่อเลี้ยงเราเองค่ะ เป็นชาวเยอรมัน ปกติก็เป็นคนเฮฮาๆ ใจดีด้วย
มีอยู่วันหนึ่งไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตกับแม่ แม่เห็นมีแพ๊คตับไก่(ดิบ)วางขายอยู่ก็เลยหยิบมา 2 แพ๊คใส่รถเข็น
พ่อเลี้ยงเราเห็นก็ร้องว๊ากกกกเลย "เฮ่ย นั่นอะไร เธอจะเอามาทำอะไร ตับไก่ อี๊ๆๆๆ เลือดเปรอะไปหมดแล้ว หยะแหยง ฯลฯ"
แม่เราพูดอยู่ในใจ"หุบปากไปเลยไอ้อ้วน"

แล้วพอถึงบ้าน แม่จักการนึ่งข้าวเหนียว-ตำน้ำพริก และก็หมักตับไก่ด้วยซีอิ๊วขาว-กระเทียม-พริกไทยเอาไว้
พ่อเลี้ยงเห็นก็ทำปากเบ๊ แม่เราก็มาดหมายไว้ในใจ"เออ เดี๋ยวคอยดูละกันเว๊ย"
พอหมักได้ที่ก็จัดการทอดในกระทะ กลิ่นงี้หอมฉุยตลบไปทั่วบ้านเลย
พ่อเลี้ยงเราตามกลิ่นมาอีกที พอดีแม่ทอดเสร็จวางเอาไว้ในจาน
พ่อเลี้ยงต๊กกะใจทำม๊ายทำไมตับไก่ก่อนและหลังทอดจึงได้มีหน้าตาแตกต่างกันเช่นนนี้
และด้วยกลิ่นที่หอมหวานรัญจวนใจแกก็เลยหยิบตับไก่ที่เพิ่งทอดเสร็จใหม่ๆมาชิมชิ้นนึง
แล้วก็อุทานด้วยความตื่นเต้น"อื้ม อร่อยว่ะ" ว่าแล้วก็หยิบชั้นต่อๆไปใส่ปากจนหมดไปครึ่งจาน จนแม่ต้องรีบเบรกเอาไว้เพราะเดี๋ยวไม่มีเหลือไว้กินกับน้ำพริกที่ตำเอาไว้

มีอีกอย่างคือ "น้ำปลา" พ่อเลี้ยงเราบอกว่าเป็นซอสที่เหม็นมาก
แต่ตอนไปเที่ยวเมืองไทย แม่เราสั่งคอหมูย่าง-จิ้มแจ่วแซบๆมากิน
พ่อเลี้ยงแกลองกินด้วยแล้วติดใจน้ำจิ้มแจ่วจนต้องสั่งคอหมูย่างมากินอีกจาน
แม่เราแอบขำก็เพราะในจิ้มแจ่วมันมีน้ำปลานี่นา "ฮีธ่อออ แล้วเคยบอกว่า อี๊ เหม็นน้ำปลา"

จากคุณ : winan


สามีญี่ปุ่นค่ะ  ท่านไปเมื่อไทยครั้ง (ยังไม่เจอกัน) เพื่อนท่านสอน  กินอะไรแล้วอร่อย อย่าถามว่าคืออะไร    แล้วเพื่อนเค้าก็พากินหมด ส้มตำ ไส้กรอก ข้าวเหนียวมะม่วง  ทุกอย่างเว้นรถด่วนกับหนูนา    พอเราบอกว่าอยากกินหนูนา  ท่านทำหน้า ยี้   แต่ยังไม่มีโอกาสเอาให้กินเลย   สงสัยต้องลอง อิอิ  พาไปบ้านนอก พากินหยวกกล้วย กินได้ไม่เหลือ  อิอิ

แต่แปลกพ่อสามี  เกลียดกระเทียม  บอกเหม็น  แต่ถ้าใส่ไม่บอก ไม่เป็นไร กินได้   เมื่ออาทิตย์ก่อน เอาข้าวมันไก่ไปให้กิน  พ่อสามีบอกอร่อยๆ  แล้วสามีถาม มันทำยังไม่กินแค่ข้าวก็อร่อย  เราก็บอก  บลาๆๆๆ   สามี ก็ ฮ๊ะ  ใส่กระเทียมด้วยหรอ แต่พ่อไม่รู้  กินหมดเลย อิอิ

จากคุณ : jtsunod7


เพิ่มเติม   ทุเรียนของโปรดทั้งสามีและภรรยา  ฮ่าๆๆๆ   โชคดีมั๊ก มาก  เพื่อนก
สามีญี่ปุ่น จะกินทุเรียนทีต้องไปกินนอกบ้าน  ส่วนสามีเราต้องเลือกทุเรียนเอง

จากคุณ : jtsunod7


พี่สาวเคยเล่าให้ฟัง เรื่องไม่ได้เกิดต่างประเทศ ไม่ได้ยี้แต่ติดใจข้าวเหนียวมะม่วงไปเลย

เรื่องมีอยู่ว่าเพื่อนของพ่อพาเพื่อนที่เป็นออสเตรเลียมาเที่ยวสงขลา เขามากันทั้งครอบครัวเลย

ทีนี้พี่สาวก็พอจะพูดภาษาอังกฤษได้ เขาก็ขอช่วยให้พาเที่ยว ก็พาเที่ยวไปเรื่อย

จนถึงเวลาหาของกิน พอดีว่าย่าผมท่านทำข้าวเหนียวมะม่วงขาย

ถือเป็นเจ้าที่อร่อยอันดับต้น ๆ ของสงขลาในตอนนั้นเลย (ขออนุญาตภูมิใจ 3 วินาที ฮ่าฮ่าฮ่า)

ก็เลยพาไปบ้านท่านพาไปลอง เจอทีเด็ดข้าวเหนียวกับมะม่วงไทยเข้าไป

ปรากฏว่าติดใจทั้งครอบครัว กินกันใหญ่ พอได้เวลากลับท่านก็แพ็คให้กินตอนขากลับอีกกล่องใหญ่ ๆ

คนแม่ก็บ่น ข้าวเหนียวนี่หุงกะทิ บลา ๆ ๆ ๆ ฉันต้องอ้วนแน่ ๆ ปากก็บ่นมือก็จ้วงอย่างเมามัน

สรุปว่าขนาดกินมาแล้วที่บ้าน ยังไม่ทันลงจากรถข้าวเหนียวกล่องใหญ่ ๆ ที่แพคมาก็เรียบวุธ

จากคุณ : Namor FC


ได้เห็นเรื่องข้าวเหนียวมะม่วง นึกถึงนางงามจักรวาลคนหนึ่ง
จำไม่ได้ว่าเป็นเวเนซูเอล่า หรือชิลี นี่แหละ ตอนมาโชว์ตัว
ที่เมืองไทยหน้าร้อนพอดี ร.ร.ที่พักก็มีข้าวเหนียวมะม่วงอยู่ใน
เมนูบุฟเฟ่ คุณเธอตักกินทุกวัน กินได้กินดี จนทะเลาะกับพี่เลี้ยง
เพราะน้ำหนักขึ้นมาเกือบ 2 โล หน้าท้องออก โดนดุจนร้องไห้เลย
อีกเรื่องคือทุเรียน สมัยก่อนทำงานอยู่แถวระยอง วันหยุดก็มาหาซื้อ
ของกินแถวตลาด กำลังยืนอยู่ข้างถนน ก็มีรถทัวร์คันใหญ่มาจอดใกล้ๆ
แล้วเหมือนว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้น คือคนบนรถวิ่งแย่งกันลงมาที่ข้างล่าง
แบบแย่งกันผลักกันเลยนะ ลงมาได้ก็วิ่งไปหาร้านค้าแผงลอยที่ขายทุเรียน
ตรงข้างถนน แย่งกันหยิบทุเรียนแล้วให้แม่ค้าแกะเอาเนื้อทุเรียนใส่กล่องโฟม
เสร็จแล้วใครได้ก่อนก็มานั่งยอง ๆ ริมฟุตบาทใช้มือหยิบกินกันแบบมุมมามมาก
คือได้ยินภาษาที่พูดถ้าไม่จีนฮ่องกง ก็จีนไต้หวัน เพราะตอนนั้นยังไม่ค่อยมีจีนแดง
มาเที่ยว มองดูแล้วตลกดี เหมือนกับว่าคนบนรถได้เจอขุมทรัพย์มหึมาเลยต้องวิ่ง
เข้าแย่งกัน ทั้งชายหญิงไม่สนใจกันแล้วใครดีใครได้ แล้วกินกันแบบลืมอายเลย
มืองี้เปรอะทุเรียนไปหมด แถมกินเสร็จบางคนเช็ดกับกางเกงด้วย นึกถึงถ้าคนบน
รถมีใครเกลียดกลิ่นทุเรียน สงสัยมีตายคารถแน่ ๆ นรกมีจริงกว่าจะถึงกรุงเทพฯ
หมายเหตุ ตอนนั้นทุเรียนน่าจะโลละ 15 บาทมั้ง คงเทียบกับโลละร้อยบ้านเขาไม่ได้
เลยเหมือนขุมทรัพย์แตกเลย

จากคุณ : อัลปลั๊ก


ของเรา ตอนไปเวิร์ค

พกมาม่า ปลากระป๋องจากไทยไปเพียบ กลัวอด

เจอหนุ่มเมกันรุ่นๆเดียวกันมาจีบ แต่เราก็คบเป็นเพื่อนขำๆไป พี่แกสไตล์ผู้ชายกะล่อนนะคะ บอกว่าชอบสาวไทย แต่ไม่ค่อยชอบอาหารไทย

เพราะมันเผ็ด พี่แกทานเผ็ดไม่ได้เลย

เย็นวันนึง ณ ห้องพักเรา

เมกันบอย: ยู ไอหิวมากเลย ทำไรให้กินหน่อยได้มั๊ย

ไทยเกิร์ล:เอือม มีแต่นู๊ดเดิ้ล กินได้ป่าว เดี๋ยวไอเวฟให้ แป๊ปเดียว ยูเลือกเอาว่าจะกินรสไหนแบบไหน

ตัดฉากไป เราก็ไปขนมาม่าทั้งหมดมาให้เลือก ทั้งหมูสับ หมูน้ำตก ต้มยำ เย็นตาโฟ หอยลาย ฯลฯ

เมกันบอย:รสไหนที่ยูคิดว่าไอกินได้ก็เอามาเหอะ ยกเว้นรสเป็ด (มาม่าเป็ดพะโล้อะคะ) ยู ไอถามหน่อยซิ ที่ไทยผลิตมาได้ไง อีมาม่ารสเป็ดเนี๊ย เนื้อเป็ดมันเหม็น มันแหวะ มันบลาๆๆๆ ไม่มีคลาสเอาซะเลย = =!!!

ไทยเกิร์ล: เราคิดในใจ หอยเอ๊ยยย เนี๊ยยยรสโปรดตูเลยนะ แมร่มมว่าซะเสีย ไม่ชอบไม่อยากกินก็ไม่เห็นต้องวิจารณ์ขนาดนี้ โอเคร๊ เดี๋ยวรอไอแป๊ป เดี๋ยวไอจัดให้

ผ่านไปไม่ถึง สิบ นาที หลังจากเสิร์ฟมาม่าร้อนๆให้คุณชายท่านเสร็จ

กลับมาดูที่โต๊ะอีกครั้งงงแม่เจ้า!!!!!! ผงชูรส ยังไม่เหลือติดขอบชาม


เมกันบอย: ที่รักจ๋า (ตาเยิ้มๆๆ เสียงหวานๆๆๆ แหมที่รักขามาเชียวนะยะ)

ทำแบบเดิมเนี๊ย ให้ไออีกชามได้มั๊ยยย plzzzzzzzzz สายตาเว้าวอนน


ไทยเกิร์ล : ประสานสายตาเลิฟๆๆ ทำตาวิ้งๆๆๆ แล้วถามว่า อร่อยมากเลยหรอ
ค้าาาาาาาาาาา >/////////<


เมกันบอย: โอ้วววที่รักจ๋า (แอ็คติ้งเวอร์ไป 555 ) มันเป็นอะไรที่อร่อยมากกกก

อเมซิ่งมากกก แบบเป็นอาหารที่ฟ้าประทานมาให้เลยแหละ (โอ๊ยอะไรจะปานนั้น)


ไทยเกิร์ล: ยูอยากกินอีกกี่ชามก็ได้ เราพร้อมทำให้กินได้ทันทีแต่.............................................................................

ยู อย่า กินเยอะ นะ นู๊ดเดิ้ล รส เป็ดพะโล้ โล้ โล้ โล้

ของ ไอ มันมีจำกัด

จบคำพูดของเรา เหมือนมี ฟ้าผ่ามาตรงแสก หน้า เมกันบอยคนนั้น

เมกันบอย ถึงกับพูดไม่เป็นภาษา แล้วก็รีบวิ่งเข้าห้องน้ำไปอ้วกกก

55555555555555555555555555555555555555555555555


สะใจชะมัดเลยยยย

แต่ผ่านเหตุการณ์นี้ไป พี่แกก็ยังไม่เข็ด เจอฤทธิ์มาม่าปลากระป๋องเราไปอีกดอกกก

จากคุณ : กรุงเก่าของเราแต่ก่อน


แฟนเราคนอเมริกัน ไปเที่ยวไทยกับเรา เห็นพริกน้ำปลาที่โต๊ะอาหารตามร้าน ตอนแรกบอกเหม็นแต่พอได้ลองชอบมาก
ไม่ว่าจะทำอะไรต้องเอาพริกน้ำปลามาใส่ ทำเองซะด้วย ไปหาซื้อพริกสดมาทำเอง
ชอบบอกให้เราทำ เราก็ทำไม่เป็น เพราะเราไม่กินน้ำปลามาตั้งแต่เด็ก บ่นเราอีกว่าของอร่อยขนาดนี้ไม่กิน โง่มาก มาว่าตูอีก
วันก่อนเอาน้ำปลามาจิ้มกับซูชิ เรางงไปเลย

จากคุณ : iMAG


อ่านแล้วมีความสุขมากเลยคะ..^^
ไม่เคยออกนอกอาณาเขตไทย..ไม่มีประสบการณ์ แต่เข้ามาห้องนี้ทีไร มีความสุขอ่านแล้วสนุกกับประสบการณ์ทุกท่าน

ขอบคุณนะคะ

จากคุณ : takai1987


คิดถึงลุงเขยชาวดัทช์ ถ้าแกยังอยู่ตอนนี้คงอายุเก้าสิบกว่าล่ะมั้ง
( ลุงแกเป็นทหารสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง มาเจอกับป้าเราที่เมืองไทย)
จำได้ว่าตอนเด็กๆ เคยเจอตอนลุงแกมาเที่ยวเมืองไทย
ลุงชอบกินทุเรียนมาก กินไปคำนึงก็ทำหน้าดื่มด่ำ
หันมาบอกว่า นี่เป็นผลไม้ที่อร่อยที่สุดในโลก
จำได้ว่า หน้าตาแกมีความสุขมาก
อีกอย่างคือ กระเทียม ลุงสามารถกินปล่าวๆได้เลย
ป้าเคยห่อปลาอินทรีเค็มใส่กระเป๋าเสื้อผ้ากลับไปที่โน่นด้วย
ฝีมือการห่อขั้นเทพเลย กลิ่นไม่หลุดออกมาเลย
ป้าบอกว่า ตอนทอดทีนึง กลิ่นติดบ้านไปเป็นเดือน
แต่ได้กลิ่นแล้วก็ชื่นใจ หายคิดถึงบ้านได้
ตอนนี้ทั้งป้าทั้งลุงเสียไปหมดแล้ว  รุ่นลูกรุ่นหลานยังคุยกันอยู่
แต่ลูกๆสี่คนนี่ ไม่มีใครกินทุเรียนเหมือนพ่อซักคน
มีแต่รักเบียร์ไทยกันสุดๆ ซัดกันแต่สิงห์
ทำหน้าดื่มด่ำเหมือนตอนลุงกินทุเรียน 555

จากคุณ : loveleklek


ตามอ่านตลอดค่า แวะมาเชคทุกวัน^^

จากคุณ : shinobu


เคยไปอยู่อเมริกามาค่ะ เพื่อนๆที่นั่นพออะไรที่เกี่ยวกับปลาๆนิดๆนี่เค้าก็ยี้กันแล้ว 555
เคยไปทำอาหารไทยที่บ้านเพื่อนค่ะ แล้วเราก็เอาน้ำปลากับหมูสับ และอื่นๆไป ทำไข่เจียวหมูสับ+ มะเขือเทศให้เขากิน ระหว่างที่ทำเพื่อนก็เข้ามาช่วย ถามจะใส่อะไรบ้าง เราก็บอกส่งน้ำปลามาให้หน่อยเค้าก็ยกขวดมาดมแล้วยี้ แล้วไม่ส่งขวดให้เราบอกห้ามใส่นะ 555 เราก็เลยบอกว่า อย่าไปสนกลื่นเลยเดี๋ยวยูก็จะติดใจ เขาก็ส่งให้แบบยอมๆ
พอทอดเสร็จสรรพ ลองให้เค้ากินเท่านั้นแหละ ติดใจไข่เจียวหมูสับไทยกันไปเลย 5555
น้ำปลานี่แหละเครื่องปรุงรสสุดเริ่ดของไทย! I told you!

จากคุณ : Kal ณ NST


เราเคยซื้อยำปลาดุกฟูมาให้โฮสต์ที่อยู่ด้วยกิน ตอนนั้นไม่มีใครแตะเลย บอกไม่น่ากิน
หนึ่งเดือนต่อมาทีวีที่บ้านพูดถึงอาหารไทยซึ่งก็คือ ยำปลาดุกฟู
โฮสต์เราบอกน่าอร่อยเน๊อะ ไปร้านไทยจะมีให้กินรึป่าวนะ  เอ่อ... -_-"

จากคุณ : โอ๊ยพี่ปวดหัวหมดแล้ว


เคยแต่พาเกาหลีไปกินร้านสลัดคอนเซปกับไดโดมอน เลยไม่รู้จะว่าไง
เค้าก้บอกเนี่ยสลัดอร่อยมาก  อื้มม แต่เราไม่ชอบหรอกผักอ่ะ นี่ก้เพิ่งเคยกินเหมือนกัน  

ไปกับคนญี่ปุ่นที่คุ้มขันโตกเค้าจิ้มน้ำพริกหนุ่ม ซักพักแทะไก่ทอด(เราก็กินแต่ไก่ทอดน้ำพริกอ่องกับแคบหมู).
แต่ที่เห็นกินตลอดก็คือแกงฮังเล สงสัยเหมือนแกงกะหรี่แถวบ้านเค้า  

วันนั้นเจออินโดนีเซียหน้าเซเว่นไปหาร้านกับข้าวเมืองร้านนึง ชื่อร้าน ต๋อง ฝนก็ตก
พอเจอร้านเค้าก็ชวนเข้าไปกิน ไอ่เราก็ได้แต่บอกว่าไม่เป็นไร รีบไปทำการบ้าน
จริงๆแล้วกินไม่เป็นซักอย่างกลัวอายเค้า TT

จากคุณ : เขียนบน iPad (wafanore)


ชอบกระทู่นี้มากๆเลยค่าา

จากคุณ : คนที่ชอบแอบอ่านตามกระทู่ (koy_th)


เพื่อนผมชาวเกาหลี กับ อเมริกา ชวนกันไปเที่ยวไทยเมื่อสองเดือนที่แล้ว (ตอนน้ำท่วม)
ผมก็เป็นห่วงว่า จะพากันเที่ยวไม่ได้ กลัวจะเป็นอันตรายกัน แต่เขาก็บอกว่า

"ไม่เป็นไร ไม่เที่ยวก็ได้ นั่งกินอาหารไทยทุกวันในโรงแรม ไม่ต้องเที่ยวก็ได้"
.. ผมคิดในใจ อาหารไทยเรา มันอร่อยจนลืมเที่ยวขนาดนั้นเลยหรอฟร่ะ??


พอเขาสองคนกลับมาที่นี่ มาบอกเราว่า เมษายนปีหน้า จะไปอีกรอบ จะไปตามกินอาหารไทยให้หมด

คือท้ายที่สุดแล้ว รูปในกล้องถ่ายรูปเขาสองคน ไม่มีที่เที่ยวครับ มีแต่รูปอาหารไทย เต็มไปหมด
เพื่อนเกาหลีห่อลูกชิ้นปลากลับมาด้วย ส่วนเพื่อนอเมริกัน ห่อแหนมเนือง กลับมาครับ
ไม่รู้ไปเอามาจากไหน ... แล้วความทุกข์ก็มาตกที่ผม ต้องนั่งทำอาหารไทยให้มันกินเกือบทุกวัน

เฮ่อ... นี่คือโทษของอาหารไทย สำหรับคนไทยเราครับ

จากคุณ : toulovepak1


#107 ทัวร์บริโภคของแท้

จากคุณ : นราเกตต์


ลุงของเรา เป็นคนจีนค่ะมาเที่ยวหาอาม่าที่เมืองไทย พ่อก็ไปซื้อหอยแครงมาลวกให้ทาน

พอวันต่อมา ลุงบอกว่าซื้อหอยมาให้ก็พอเดี๋ยวเค้าลวกเอง เราก็ไปดูลุงเค้าลวก เค้าต้มน้ำให้เดือด แล้วราดลงไปบนหอย

คนอีก 3 ทีก็เอาขึ้นมาทานแล้ว แกะออกมางี้ เลือดเยิ้มเชียว เราเห็นแล้วอี๋ ไปเลย

ลุงเค้ามาอยู่ประมาณครึ่งเดือน กินหอยแครงลวกทุกวัน ยิ่ง พอวันใกล้จะกลับ ขอเป็นวันละ 2 มื้อ

จนตอนนี้ หลานๆที่เมืองไทยเลิกทานหอยแครงลวกไปแล้ว


ปอ.ลอ. หอยแครงแต่ละมื้อไม่ต่ำกว่า 1 กก. ลุงทานคนเดียว เพราะลุงบอกว่าที่บ้านของท่าน หอยตัวใหญ่กว่าเหรียญ 10 นิดเดียว

จากคุณ : ฮังเลก้นหม้อ


ตอนแจกฟรีกินกันอย่างเอร็ดอร่อยทุกคนค่ะ ชมกันจัง อยากกินอีก อาหารไทยอร่อยว่าไป

บางคนทำหน้ายี้ แต่ให้กินฟรีๆ ก็ชอบ มากินกันถ้วนหน้า

พอบอกว่าทำให้กินได้ แต่ต้องเสียค่าของที่ทำมา (ยังไม่ได้คิดจะบวกค่าแรงเล้ย)

อาการต่างกับตอนกินฟรี ราวฟ้ากับเหวคะ อิอิอิ

จากคุณ : เที่ยวไปสองไพเบี้ย


ชอบกระทู้แบบนี้จัง

จากคุณ : NORITA...BOY


เราทำชานมเย็น ชาร้อนแล้วใส่แค่นมข้นหวาน แฟนถามว่า น้ำอะไร ใส่นมข้นหวานด้วยมันจะไปอร่อยได้ยังไง หวานอย่างเดียว
แต่พอใส่น้ำแข็งแล้วให้ลองชิมเท่านั้นแหละ ขอเอากลับไปทำที่บ้านต่อด้วย ฮาๆ

มีอีกคน เป็นคนเกาหลี ทำงานอยู่ด้วยกันนะคะ
เขาชอบทานข้าวเหนียวมาก แล้วก็ชอบมาก แกงแดง แกงเขียวหวาน วันไหนทำสองอย่างพร้อมกัน ตักแกงราดข้าวเหนียวแล้วบอกอร่อยมาก

จากคุณ : noMoneY


สมัยเรียนที่ญี่ปุ่นจัดปาร์ตี้อาหารไทย ชวนเพื่อนชาวญี่ปุ่นมาทานด้วย พอดีมีคนไทยเพิ่งกลับจากไปเยี่ยมบ้านที่ไทยเลยให้เขาเอาน้ำพริกกะปิมาด้วย ซึ่งเมนูวันนั้นก็มีไข่ทอดชะอม ปลาทู ไว้ทานกับน้ำพริก ตอนล้างชะอมเพื่อนญี่ปุ่นก็บอกว่าเหม็น จะทานได้เหรอ กลิ่นแรงมาก เขาไม่ทานหรอก แล้วพอเห็นน้ำพริกกะปิยิ่งแล้วใหญ่ เพื่อนญี่ปุ่นทุกคนบอกว่าโหยเหม็นมากกกกกก ทานไม่ลง พวกคนไทยก็คะยั้ยคะยอให้ลองทาน ปรากฎว่าติดใจ ทานกันเกลี้ยงน้ำหูน้ำตาไหลเพาะเผ็ด แต่ก็ไม่หยุด แถมชมไม่ขาดปากว่าอร่อยมากกกกก พวกคนไทยก็หน้าบานแต่อดกินอิอิ

เราเคยทำแกงเขียวหวานให้เพื่อนญี่ปุ่นทาน ตอนนั้นมั่วๆลองทำครั้งแรก ปรากฎว่าเพื่อนบอกว่าอร่อย ขอห่อกลับบ้านกันทุกคน ไอ้เราก็ปลื้มใจ ไม่ว่าเราลองทำอาหารอะไรไปที่เป็นอาหารไทยเพื่อนต่างชาติทุกคนชมตลอดว่าอร่อย ทั้งๆที่เราทานดูรสชาติก็งั้นๆอ่ะนะ แต่เพื่อนๆทานกันเกลี้ยงแถมยังชอบให้เราทำให้ทานอีก เราว่าอาหารไทยนี่ครบรสสุดแล้ว

จากคุณ : nawisas


ทำอาหารออกงานครั้งแรกเป็นปาร์ตี้กับเพื่อน ๆ ร่วมชั้นเรียนป.โท เมนูง่าย ๆ ไข่เจียวกุ้ง และ ต้มยำทะเล แต่เห็ดกับกุ้งเหลือก็ถามเพื่อนว่าจะเอายังไงของเหลือ เพื่อนทำหน้ากลุ้ม ๆ เพราะไม่ได้วางแผนไว้ เราก็ อย่ากระนั้นเลย ไม่มีอะไรน่ากลุ้ม เดี๋ยวผัดน้ำมันหอยสิ้นเรื่อง ว่าแล้วก็จับกุ้งกับเห็ดผัดน้ำมันหอยธรรมดา ทุกอย่างหมดไปด้วยเวลาอันรวดเร็ว เพื่อนบอกว่า you're genius  เราก็ยิ้มรับแต่ในใจเห็นหน้าแม่ลอยมา ทำปากจิ๊ก ๆ แล้วบอก "แบบนี้เค้าเรียกเบ ๆ ย่ะ" (ฮา)

ส่วนที่แฟลตยังไงก็ทำใจกินหนมปังทุกวันไม่ได้ต้องกินข้าว ผัดก๋วยเตี๋ยวอะไรไปตามเรื่อง เมตชอบมาเกาะหลังดูแล้วบอกว่า amazing !!! ไข่พะโล้ทำบ่อยมาก เมตบอกว่ากรุณาจด recipe ติดไว้ที่ห้องครัวด้วย แกงแดงแกงเขียวต้มข่านี่ก็บ่อย ไข่เจียวนี่บ่อยสุด เป็นเมนูที่ทุกคนในยูนิตที่เราอยู่ทำเป็นหมด ง่าย ๆ และ อร่อย เมตบอก simply the best ผัดหมี่เส้นใหญ่เส้นเล็กแบบผัดซีอิ๊ว ผัดขี้เมา ผัดกระเพรา ไปจนถึงเมนูน้ำแดงและผัดผงกระหรี่ เมนูแทบไม่ซ้ำกันแต่ละวัน  กลายเป็น cooking expert ไปในที่สุด (เช่นเดียวกันถ้าแม่มาเห็นคงบอกว่า หล่อนยังห่างชั้นนัก ฮ่า ๆ)

จากคุณ : วรินทร์รตา


ของเราสดๆร้อนๆเมื่อสองวันก่อน
โฮสเดนมาร์ก ปกติ เราทำอาหารไทยให้กินพวกแกงเขียนหวาน ต้มข่า อะไรก็ว่าไป เค้าก็กินกันปกติ แต่ไม่ได้อินอะไรมาก (โฮสแม่จะเป็นพวกชอบทำอาหาร ก็เลยค่อนข้างจะมั่นใจในอาหารของตัวเอง ไม่ค่อยชมอาหารไทยที่เราทำเท่าไหร่ ... รึเราทำไม่อร่อยก็ไม่รู้)
แล้ววันก่อน เค้าได้หัวหมูมา ปกติคนที่นี่เค้าก็ไม่มีใครกินหัวหมูกัน (ทำไม่เป็น )
เค้าจะทิ้งแล้วตอนแรก เราก็บอกไม่ต้องทิ้งนะ เดี๋ยวไอจัดเอง
แล้ววันนั้นก็จัดไป หั่นเนื้อหัวหมูออกมา หมักซอส กระเทียม พริกไทย ประหนึ่งคอหมูย่าง
พอเอาเข้าเตาอบซักพัก กลิ่นออกทั่วบ้าน ทุกคนเริ่มเดินมาวนเวียนในครัวกัน คนละหลายๆรอบ
แล้วแม่ก็บอกว่ากลิ่นหอมดีนะ (แต่ก็ยังทำไว้เชิงอยู่ ไม่กล้าชมมาก)

พอทำเสร็จเท่านั้นแหละ กินกับข้าวสวยร้อนๆ (เสียดายไม่มีข้าวเหนียว) หมดภายในพริบตา
แทบจะแย่งกันกิน บอกว่าไม่คิดว่าหัวหมูจะอร่อยขนาดนี้ (ตัวเองทำกินไม่เป็นต่างหาก)
สรุปคือ ที่ทำอาหารไทยยากๆให้กินนี่ไม่ถึงใจ มาติดใจอาหารเบสิคๆแบบหัวหมูย่างนี่เอง
นี่ถ้าได้มาลองคอหมูย่าง ข้าวเหนียวที่เมืองไทย คงไม่ยอมกลับประเทศเลยมั้ง

จากคุณ : Plara_S


เราจะชอบกินพวกแคบหมู หรือหนังไก่กรอบๆ  วันนึงคุณสามีมาเห็นเราเคี้ยวแคบหมู
กรอบแกรบอย่างเอร็ดอร่อย เขาก็ถามว่าอะไร  พอรู้ว่าเป็นหนังหมูละก็ทำหน้าสยดสยอง
ขึ้นมาทันที  แถมมีเปรยด้วยว่าไม่เห็นจะน่ากินเลย  แต่พอเห็นหลายครั้งเข้า วันนึงเขา
เลยมาคว้าไปลองกิน  ป๊าด ทีนี้ละมันเขาละ หยอดซอสพริกกินแทบหมดถุง เราเลยพูด
ว่า นึกว่าเธอไม่ชอบกินหนังหมู  พี่แกหันมาบอก... หนังหมูแบบนี้โอเค กินด๊ายยยย -*-

อีกเรื่อง สมัยเรามาอยู่เมกาใหม่ๆ กับข้าวยังทำไม่ค่อยเป็น เป็นอย่างเดียวคือต้มข่าไก่  
เพราะสามีชอบกิน เราก็หัดทำจนพอทำได้  ทีนี้วันนึงเพื่อนสามีชวนไปปาร์ตี้ pot luck
คือแขกต้องเอาอาหารไปร่วม  เราก็...เอาฟระ..ทำต้มข่าไก่ไปละกัน ก็ทำไปเต็มหม้อ
หุงข้าวขนาดย่อมๆ   แล้วก็เอาไปวางไว้ในครัว  แขกไปใครมาก็จะกินอะไรที่หยิบง่าย
ตักสะดวก อย่างสลัด ไก่ปิ้ง มักกะโรนี อะไรพวกนี้  ไม่มีใครกินต้มข่าของเราเลย (แง..)
ทีนี้คุณเจ้าของงานเขาเริ่มไปตักมากินก่อน  ไม่มีชามด้วยนะ ก็ตักใส่แก้วพลาสติกที่ใส่
น้ำนั่นแหละ  คนอื่นเห็นเลยทยอยไปตักบ้าง  ปรากฏว่าแป๊บเดียวหมดหม้อ คนสุดท้าย
เราเห็นยกเทแทบจะคว่ำหม้อ ได้ไปแต่น้ำ O.o งานนั้นมีสาวฝรั่งสองคนบอกให้เราเปิด
สอนทำอาหารไทยด้วย เดี๋ยวเธอกับเพื่อนจะไปเรียน (แอบขำอยู่ในใจ..ฝีมืออ่อนด้อย
แบบฉันเนี่ยนะ??)

สุดท้าย อันนี้ไม่เชิงว่ายี้นะคะ แต่อ่านเรื่องข้างบนแล้วนึกได้  ปกติเราไม่ค่อยได้ทำ
อาหารให้ใครกินนอกจากสามี  พอพ่อแม่สามีมาเยี่ยม เราก็จะนึกเมนูแทบตายทุกที
อยากทำให้เขาประทับใจไง  ก็ทำประมาณต้มยำ ต้มข่า ไข่ยัดไส้ ผัดผัก กระเพรา วน
กันไป  แต่ที่แม่สามีชมมาจนถึงทุกวันนี้ คือ...หมูทอดกระเทียมพริกไทยค่ะ  เป็นเมนู
ที่เราแปลกใจมาก เพราะมันง่ายจะตาย คนไทยที่ไหนก็ทำได้ แต่กลายเป็นสิ่งที่เขา
ชอบที่สุดซะงั้น

อ้อๆ  แถมอีกเรื่อง เพิ่งนึกออก  มีวันนึงเราไปร่วมงานขอบคุณพระเจ้าที่บ้านแม่สามี ก็
ทำลาบไก่ไปให้เขากินเป็นของว่างก่อนอาหารเย็น ตักเป็นคำๆ ห่อผักกาดแก้วเอา นั่น
ก็เป็นอีกจานนึงที่สมาชิกครอบครัวที่ไปร่วมงานวันนั้นยังพูดถึงกันอยู่เลย  ทั้งที่เราว่า
ฝีมือการทำยำของเราเข้าขั้นแย่มากค่ะ เพราะเราชอบกินเปรี้ยว อะไรเปรี้ยวได้เราจะทำ
เปรี้ยวปรี๊ดดดดดนำมาก่อนจนเคยตัว (แต่คราวนั้นสงสัยจะยั้งมือทัน)

จากคุณ : พริม @ Santa Monica


ลงชื่อ อ่านถึงนี่

จากคุณ : BangRon TUN


กลับมาอ่านรอบที่สอง

จากคุณ : จำง่าย ลืมยาก คิดมาก คิดไปเอง


วันนั้นมีงานเปิดบูทขายอาหารไทย  มีคนญี่ปุ่นมาด้อมๆมองๆ แล้วก็ลองซื้อ แกงเขียวหวานไก่ ไปกิน (ที่ด้อมๆมองๆ เพราะราคาไม่ธรรมดาเลยค่า  ตกจานละ 300 บาท = ปริมาณ 25 บาทที่ร้านข้าวราดแกงที่ไทยขาย ๕๕๕)  จากนั้น

เขาเดินกลับมาซื้ออีกสองรอบ  บอกอาหารอะไร  สวรรค์บนดิน ชัดๆๆ  โอ้  โออิชิ  555

จากคุณ : จับที่มือแต่อุ่นที่ใจ


ให้เพื่อนตามชาติ ลองชิมทุเรียนทอด บอกเค้าว่าชิมแล้วรับลองจะลืมมันฝรั่งทอดไปเลย

เป็นไปตามคาดค่ะ กินเสร็จถามทุกวันค่ะว่าจะไปให้ซื้อได้อีกที่ไหน จะไปหาซื้อมากินเอง

จากคุณ : uxbridge


อ่านเพลินมากค่ะ ชอบมาก 555

จากคุณ : อะจึ๋ยเคี้ยก


กลับมาอ่านรอบที่...

สามร้อยแล้วมั้ง ฮิฮิ (คงรู้นะว่าเราเว่อร์แค่เข้าทุกวันเอง)

จากคุณ : AJIAB05


ซุ่มรออ่านทุกวัน  ไม่รู้ทำไม ไม่เคยพูดคุยกับต่างชาติ ไม่เคยไปต่างประเทศ

ภาษาอังกฤษติดลบ  เรียนมาส่งอาจารย์หมดเพราะไม่เคยได้ใช้

แต่ชอบมาห้องนี้  รู้สึกมีความสุขมากๆที่ได้เรื่องของไทยที่ชาวต่างชาติชอบ

จากคุณ : KoiiLittleGirl


ตอนไปอบรมที่สิงคโปร์ เคยไปทานอาหารอินเดียที่ร้านแถวๆมุสตาฟา เป็นอะไรที่ไม่อร่อยสุดๆ ผะอืดผะอมมากๆ ตั้งแต่นั้นก็บอกตัวเองว่าจะไม่แตะอาหารอินเดียอีกแล้ว

วันนี้นี่เอง หลังจากมาเรียนเมกาได้ประมาณเทอมนึง ครอบครัวคนอินเดียที่รู้จักก็ให้ติดรถมาเที่ยวที่ DC ระหว่างทางเค้าบอกว่าจะแวะเยี่ยมญาติ เราก็ลุ้นว่าจะถึงตอนไหน เพราะถ้าถึงตอนกลางวัน เราต้องกินอาหารอินเดียแน่ๆเลย

แล้วก็ปรากฎว่าไปถึง 11 โมงกว่าๆ ทางนั้นทำอาหารตั้งโต๊ะไว้เรียบร้อย เราก็นะ ทำไงดีอ่ะ จะไม่กินก็ไม่ได้เพราะหิวสุดๆ เลยกลั้นใจทานไป โอ้วววว  สวรรค์ชัดๆ อร่อยมว้ากกก ไม่น่าเชื่อ เป็นอาหารมังสวิรัติด้วยอ่ะครับ แต่ถูกปากมาก แถมเจ้าของบ้านรู้ว่าเราเป็นคนไทย เค้าก็หั่นๆพริกมาให้เราเป็นจานๆเลย ผมงี้กินไป น้ำตาก็ไหลไป (ด้วยความเผ็ด เอ๊ย ด้วยความปลาบปลื้ม) แม่เจ้าของบ้านบอกว่าเค้าเองก็ชอบอาหารไทยมาก เดือนนึงต้องได้ทานอย่างน้อย 2-3 ครั้ง ชอบแกงเขียวหวานเป็นพิเศษ เราก็เลยบอกว่า อาหารของเค้าก็อร่อยมาก เค้ายิ้มแก้มแทบปริเลย แล้วก็มาเติมอาหาร ขนม น้ำชาให้ตลอดเลยอิอิ

จากคุณ : G.T.S.


สำหรับคนที่อยากจะมาร์คไว้ว่าอ่านถึงไหนแล้วลองเติม #แล้วตามด้วยเลขคห. ไว้ข้างหลังลิงค์กระทู้ แล้วเซฟลิงค์ไว้ก็ได้นะครับ

อย่างเช่น http://www.pantip.com/cafe/klaibann/topic/H11424433/H11424433.html#125

ผมว่าสะดวกดีกดทีเดียวไปคห.นั้นเลยไม่ต้องไล่หา

จากคุณ : Bombastus


#125 เยี่ยม gift หมดติดไว้ก่อน ขอบคุณครับ

จากคุณ : Namor FC


กลับเข้ามาอีกรอบ ปกติเวลากินอาหารกลางวันที่ทำงาน เราจะเดินไปกินร้านอาหารไทย ซึ่งติดกับที่ทำงานทุกครั้ง พวกเพื่อนๆ ที่ทำงานก็พากันหมั่นไส้ ว่าเราไม่กินแซนวิช แบบพวกเขา เราก็ว่ามันไม่อิ่มเท่าอาหารไทย (จริงๆ แล้วไม่อยาก fill my tummy with rubbish น่ะ) วันนึงเพื่อนแขกคนนึงก็ซื้อ jacket potato มาให้กินบอกว่าอร่อยนะ (ร้านคนแขกทำ) เราก็ทนกิน เพราะเกรงใจเพื่อน รสชาติแย่มากๆ  

เมื่อวานซืนเราบอกเพื่อนว่า กลางวันจะพาไปเลี้ยงคริสมาสตร์ซักมื้อ ที่ร้านไทยอีกเจ้านึง เดินไปไกลหน่อย เราได้ยินมาว่าทำเหมือนเมืองไทยมาก ให้กินต้มยำกุ้ง (ร้านนี้อร่อยจริงๆ ชื่อไทยออร์คิด) ผัดกระเพรา ก๋วยเตี๋ยวขี้เมา หล่อนกินไป ครางไป บอกอร่อยมากๆ ตั้งกะเกิดมาเป็นตัว ไม่เคยกินอะไรอร่อยขนาดนี้  เลยว่า เพราะงี้ไงฉันถึงไม่กินแซนวิชน่ะ มื้อนี้หมดไปสามสิบปอนด์ แต่เพื่อนประทับใจมากๆ  ขากลับ ซื้อกุ้งห่มผ้ามาฝากเจ้านาย เนื่องจากกินนานไปหน่อยกลับเข้างานสาย เลยซื้อของฝากแก เพื่อนเราว่าเจ้านาย(อังกฤษ)กินไม่ได้หรอก แกไม่กินเผ็ด ที่ไหนได้ แกกินไปจิ้มซอสไป บอกว่านี่มันคืออะไร อร่อยเหลือเกิน  ลืมด่าว่าเราเข้างานสายไปเลย ฮิ ฮิ

ร้านเดียวกันนี้เคยพาเพื่อนอินเดียนกับเพื่อนจีนไปกินเลี้ยงส่งเพื่อน ทั้งกลุ่มทึ่งอาหารไทยมาก พวกเขาว่ามาเองอ่านเมนูไม่รู้เรื่อง ไม่รู้จะสั่งอะไร ดีที่เรามาด้วย เราให้กินต้มยำกุ้ง แกงไก่ กระเพรา กินกันลืมโลก คนจีนกินแบบไม่เงยหน้าเลยอ่ะ!!

จากคุณ : omega46 (Omega46)


ตามอ่านมาหลายวัน สนุกดีครับ
คนไหนที่มีเรื่องๆคล้ายๆกับคห.บนๆ
ไม่ต้องกลัวครับ เล่าได้เลย ไม่ต้องกลัวซ้ำ
ขนาดเพลงพูดเรื่องเดิมๆ ยังให้ความสุนทรีย์ต่างกันได้เลยครับ

จากคุณ : Dirtymama


เราเคยไปอยู่ออสเตรเลียค่ะ ตอนนั้นเด็กมากๆ ทำอะไรยังไม่ค่อยเป็น ก็เอาไงดี เค้าพาไปซื้อของ เจอน้ำปลา... เอามาก่อนละกัน เผื่อได้ใช้ แล้วก็มีคนอร์ก้อนต้มยำ เผื่อไว้น่า

วันดีคืนดีเลี่ยนอาหารฝรั่ง ได้ทีเลยตอกไข่สองฟอง ตี ใส่น้ำปลา หั่นผักกาดแก้วเป็นฝอยใส่เข้าไปเพิ่มปริมาณ แล้วเจียวเป็นไข่เดียวหอมฟุ้งไปทั้งบ้าน โดนค่ะโดน ตอนหลังมีต้องทำให้คนนั้นคนนี้กินบ่อยๆ เพราะเค้าบอกมันหอมมาก ไม่คิดว่าแค่เหยาะน้ำปลาไข่มันจะหอมได้ขนาดนี้

อีกวัน แหม... อยากกินอะไรง่ายๆแซ่บๆ อั้ยย่ะ เค้ามีบะหมี่กึ่งสำเร็จ ข้าพเจ้าเอาเครื่องที่มันติดมาออก แล้วละลายคนอร์ก้อนต้มยำ เทบะหมี่ลงไป ตอกไข่ ใส่ผัก น้ำปลานิด น้ำตาลหน่อย อร่อยเหาะมาก

ฝรั่งถึงกะทึ่งว่าบะหมี่นี่มันกินแบบนี้ได้ด้วยหรือ เพราะเวลาเขาจะกินเขาใส่ไมโครเวฟกันอย่างเดียว ออกมาแห้งๆจืดๆ เห็นแล้วเพลียละเกินค่ะ ^^

จากคุณ : fingers-crossed


อ่านแต่ละคห.แล้วทั้งฮาทั้งหิว ขอแจมมั่งคะ ทำกุ้งผัดสะตอน้ำพริกกะปิสามรสหลายครั้งให้แฟนกิน เกลี้ยงทุกครั้ง ดิฉันร้องยี้ฝรั่งกินสตอ555
''ขอบคุณคุณพิมที่น่ารักเจ้าของสูตรคะ อร่อยจริงๆ'' เมื่อก่อนตอนเรียนภาษาทำต้มข่าไก่และนำข้าวเปล่าไปด้วยให้ครูรัซเซีย แกตื้นตันมากเหมือนได้มงกุฏ''มายต้มมข่าาก่าย'' แกบอกอร่อยมากเขียนวิธีทำให้ชั้นหน่อย ทำปอเปี๊ย,ไขยัดใส้,ฟักทองสังขยา แกเอากลับบ้านทุกครั้ง
''ขอบคุณเจ้าของสูตรแม่หลิ่มที่น่ารักคะ'' ล่าสุดทำสาคูไส้หมูให้เพื่อนบ้านไม่กล้าให้เยอะเพราะไม่รู้ว่าคนเยอรมันจะกินมั้ย ผิดคาดหุหุ ทำท่ามือจุ๊บปาก
อร่อยมากเลย คนทำเกือบลอย เอาอีกคนบ้ายอ!! วันคริสมาสเอากะหรี่พัฟใส่ไปเต็มจาน เพื่อนบ้านดีใจมากตาโต ขอบคุณแล้ว ขอบคุณอีก
รอผลวันเอาจาน555 ''ขอบคุณเจ้าของสูตรแม่ปูที่น่ารักคะ'' จากเมื่อก่อนทำกับข้าวไม่เป็น เทให้หมาที่บ้านกินมันดมแล้วก็มองหน้า
แต่ทุกวันนี้รู้สึกสนุกได้ทำอาหาร ขอบคุณจขกทด้วยนะคะ

จากคุณ : Kika


อ่านแล้วอยากมีญาติเป็นฝรั่ง จะทำอาหารไทยให้กินทุกเมนู
ไม่งั้นก็ชวนเพื่อนนานาชาติกลับมาเที่ยวไทยเยอะ อยากอวดว่าอาหารบ้านฉันอร่อยแซ่บแค่ไหน

ของเราเจอคนอินเดีย บอกเค้าอยากกินเผ็ดๆ เราเลยเอาน้ำพริกปลาดุก(น้ำพริกแบบเปียกๆ บรรจุในขวดแก้ว)ให้ชิม
บอกเผ็ดมาก ระวังนะเธอ กินไปบอกไม่เผ็ดอ่ะ พอรสชาติเริ่มทั่วปาก เธอบอก เออ เผ็ดจริงๆ
จากนั้นก็สั่งทันทีเลยว่า ถ้าไปซื้ออีกฝากซื้อด้วยนะ

อินเดียอีกคนกินกิมจ๊อคนเดียวหมดหลอด ฝรั่งมันบอก bird food

แต่เพื่อนฝรั่งชอบถามนะคะว่า ประเทศคุณกินแมลงแล้วกินแมงสาบด้วยป่าว
เราบอกป่าว แต่ก็โม้ว่ากินงู จระเข้ กบ 555

จากคุณ : หน้าตาเหรอหราเชียวนะเรา


ต้มยำกุ้งค่ะ

ทั้งแบบมาม่ารสต้มยำกุ้ง หรือ ต้มยำเห็ด เราทำกินเองดึกๆ

แต่เพราะมันหิวรึเปล่า เลยมาลองซดน้ำซุปดู

ตอบแรกบอก แปลกๆอ่ะ กินเข้าไปแล้วท้องไม่เสียหรอ น้ำเปรี้ยวๆเผ็ดๆ

แต่พอซดไปเท่านั้นแหละบอกแซ่บดี อร๊อย อร่อย อิอิ

นี่ขนาดทำอาหารไม่ค่อยเป็นนะเนี่ยยย

จากคุณ : แพรไชน่าทาวน์


วนเวียนห้องนี้ตลอดดด ^ ^

จากคุณ : Ucigas XIII


เกาหลี แฟนกับเพื่อนๆแฟนเรานี่แหล่ะค่ะ มาไทยใหม่ๆไม่กล้ากินอะไรซักอย่าง  ร้านข้างทางก็ไม่เอา บอกดูสกปรก ไม่กล้ากิน ต้องกินในห้างเท่านั้น
ทุกวันนี้เดินผ่านร้านอาหารข้างทางแถวหอ แม่ค้าทักกันเกรียวทุกร้าน รู้จักเค้าหมด
บางทีพี่แกนั่งรอกันถึงตี4เพื่อจะได้ลงมาซื้อไก่ย่างรถเข็นให้ทัน เพราะ6โมงเช้าก็อดกินแล้ว

แฟนเราติดกะเพราะไข่ดาวมากๆๆ ต้องกินทุกวัน บางทีไปกินข้าวในโรงแรมมันยังจะสั่งกะเพรา -0-
เรากินเผ็ดมากไม่ได้ พี่แกก็จะถามว่า "เป็นคนไทยรึป่าววว"
คุณแม่แฟนก็ทำอาหารไทยเก่ง ทำบล๊อคสอนอาหารไทยของตัวเองเป็นภาษาเกาหลีด้วย คอยซื้อหนังสือสอนทำอาหารไทยมาอัพเดทฝีมือตลอด

ล่าสุด รุ่นน้องแฟนตอนนี้เกณฑ์ทหารอยู่ในกองทัพ ได้วันลาหยุดอุตส่าห์โทรทางไกลมาเมืองไทยเพื่อบอกว่า "อยากกินกะเพราหมูกกรอบบบบบบ ทำไมเกาหลีไม่มีขาย" 555555+

จากคุณ : Bourgeoise


เข้ามาอ่านทุกวันเลย ชอบๆ

จากคุณ : คานทองเป็นของต้องห้าม


เพื่อนเกาหลีเรา ว่างๆก็กินส้มตำเป็นประจำเหมือนกันค่ะ

ชอบพูดเสมอ รักอาหารไทยที่ซู๊ดดด

แถมรู้ดีกว่าเราอีกว่าต้องไปซื้อส้มตำเจ้าอร่อยที่ไหนได้บ้างในพัทยา 555+

จากคุณ : Janur


อยู่ต่างแดน ไปกินอาหารไทยที่ไหน๊..... มันก็ไม่อร่อยเหมือนกินบ้านเรา (แถมตัวเองทำอาหารไทยไม่ค่อยเป็นด้วยงิ)
เพื่อนต่างชาติยี้ไปหลายคนเหมือนกันค่ะ

หลังจากได้กิน ผัดไทยชุ่มซีอิ๊ว, แกงเขียวหวานกะทิข้นคลั่ก, ต้มยำหวานจ๋อย, ส้มตำแครอทไร้รสชาติ, etc.

แต่พอมาเที่ยวเมืองไทย
กินอะไรก็อร่อยไปโหม้ดดดดดดด

มีบ่นแค่ว่า เผ็ด+เค็ม ไปนิด 555

จากคุณ : ^^ (...เ จ้ า ห ญิ ง ขี้ เ ห ร่...)


ตอนอยู่ต่างประเทศ"ม่มีเพื่อนคนในไม่ชอบอาหารไทยนะค่ะ ส่วนใหญ่คงเพราะเค้าเคยกินกันมาแล้ว พอเจอเรามีแต่เรียกร้องให้ทำนั้นทำนี้ให้กิน

แต่ตอนเพื่อนๆเรามาเที่ยวเมืองไทย เจอเราหยิบหัวกุ้งมาดูด กรีดร้องกันใหญ่

พอเราบอกให้ลองกินกลับติดใจซะงั้น

จากคุณ : แพนกวิ้นน้อยหลงทาง


วนมาอ่านอีกแล้ว

เนื้อหามันน้อยอ่านไม่สะใจเล้ย

ได้โปรด  เขียนเล่าให้ฟังอีก  อิอิ  เสพติดซะแล้ว ....555+

จากคุณ : RoseTiara


เข้ามาเพิ่มเติมค่ะ เพื่อนคนสวีเดน มาเที่ยวไทยกับเรา ปกติก็ชอบลองอยู่แล้ว แต่ไม่กล้าลองเอง
เจอพวกขนมใส่ไส้คุณป้าเราซื้อมาให้กินเห็นห่อใบตอง. ไม่กล้ากิน แต่พอลองแล้ว ชอบมากกกก แล้วก็กินซาลาเปาเป็นข้าวเช้าได้อร่อย

อีกอย่างที่กระบิดกระบวนกว่าจะยอมชิมก็ลอดช่องน้ำกระทิค่ะ พอลองปุ๊บขออีกถ้วยปั๊บ

แล้วก็ขนมถ้วยค่ะ เค้าบอกว่าเหมือนเทียนไข แต่ก็กินอร่อยกันไป

เพื่อนเพชรคนมาเลย์คนนึงมาไทยทีไรต้องกินทับทิมน้ำกระทิทุกวัน 555

แฟนเพชรกลับบ้านแม่ที่อังกฤษยังต้องขอออกไปกินผัดกระเพราประจำ แม่เค้าค้อนตลอดเพราะแม่เค้าทำอาหารอร่อยไงคะ ดันมาแพ้อาหารไทยได้ยังไงเนี่ย คุณแม่สามีทอดหมูให้ทานสามียังเอาซอสไก่มาจิ้มเลยค่ะ

จากคุณ : เพชรช่วง


วันนี้สมัครสมาชิก pantip ได้เป็นครั้งแรกครับ
แต่จะบอกว่าผมติดตามกระทู้นี้มานาน อ่านกี่ครั้งก็มีความสุขครับ

จากคุณ : สถานีต่อไป !! อุดมสุข (สถานีต่อไป !! อุดมสุข)


ว้าวอาหารไทยนี้โดนจริง ๆ
ผมเคยได้ยินว่าอาหารไทยในต่างประเทศ แพงมาก ๆ เลยใช่ไหมครับ เทียบกับอหารชาติอื่น อย่างญี่ปุ่น หรืออิตาลี่ นี้ อาหารชาติไหนแพงกว่ากันครับ

ความคิดเห็นที่ 124
ผมก็ชอบอาหารอินเดียเหมือนกัน แต่ที่เคยกินเคยกินแต่ในไทย
ไม่รู้อาหารอินเดียที่อื่นจะอร่อยไหม  ผมชอบนาน และแกงกะหรี่อินเดียมากเลย

จากคุณ : นภาอากาศ (นภาอากาศ)


ไปเที่ยวเมกาคนเดียว เข้าร้านแม็ค เพื่อกินประทังชีวิต....เจอพนักงานถามว่า ทำไมไม่กินอาหารไทย


อยากตอบดังๆว่า ก็อยากกิน แต่มันแพงมากกกกก..

จากคุณ : b_samart


อ่านกระทู้นี้สนุกจัง ขอแชร์บ้างนะ
ไม่ค่อยเจอคนต่างชาติที่ยี้อาหารไทยค่ะ เพราะที่นิวยอร์คคนส่วนมากจะคุ้นเคยกับอาหารไทย
แต่อยากแชร์ว่า คนเกาหลีชอบกินพริกดองน้ำส้มมากกกกกกกกก ไม่รู้เป็นอะไร
เราทำงานร้านอาหารไทย ลูกค้าเกาหลีชอบขอพริกดองประจำ บางทีกินกันแค่ 2 คนยังซัดซะหมดโหล
ต้องคอยเติมให้ตลอดสองสามรอบ บางทีเราก็งงว่ากินเปล่าๆ มันอร่อยขนาดนั้นเชียว

จากคุณ : Seitan


เอาเป็นที่เมืองไทยแทนได้มั๊ยคะ
ปีที่แล้ว พาสามีกลับ้าน ไปเยี่ยมคุณพ่อ คุณแม่เรา
ก่อนไป คงได้ยินใครพูดมาว่า ต้องไปฉีดวัคซีน งู้นงี้ต่างๆนาๆ
หมอก็ ชักจูงสุดริด ห้ามนู่นห้ามนี่
ห้ามกิน น้ำที่ใส่น้ำแข็ง อาจจะปนเปื้อน ท้องเสีย
ห้ามกิน ของข้างทาง ที่ขายตามรถเข็น etc

อะไรจะกลัวเว่อร์ขนาดนั้น
ชั้นโตมาเพราะของพวกนี้ล่ะจ้าา
เราก็พามันกินทุกอย่างที่เค้าห้ามอ่ะแหล่ะ
มาถึง กทม แม่มีร้าน ต้มยำกุ้งนำเสนอ แซ่บมาก อยู่บางลำพู
ตอนแรกคุณเธอไม่กล้ากิน เพราะเห็น สภาพแล้ว ไม่สะอาดอย่างแรง
แต่กินไปคำแรก โอวว นี่มันสวรรค์ชัดๆ อร่อย กว่า ต้มยำกุ้ง แบบอเมริกัน อีก
คุณเธอ เล่น ยกถ้วยซดเลยจ้าา
ทั้ง ก๋วยเตี๋ยว ก๋วยจั๊บ ข้าวมันไก่ ข้างทาง
เป็น no 1 list ของเธอไปแล้ว ตอนนี้คุยให้ทุกคนฟัง ว่ากลับไปอีก ต้องกินอีกให้ได้

จากคุณ : ^apollo-17^


เพื่อนชาวเยอรมันของพี่สาวค่ะ
ฮีป็นคนที่รักสุขภาพมาก ห้ามกินของทอด ห้ามกินจุบจิบ อยู่ที่บ้านเค้ากินแต่ผักและเนื้อออร์แกนิกเท่านั้น ซึ่งแพงมาก
เค้านึกไงไม่รู้ มาเที่ยวไทย เราก็จัดไปอาหารไทยแบบพื้นๆ ไม่เผ็ด ไม่จัด สิ่งแรกๆที่ชอบเลยคือ ชอบราดหน้าโกยซี่หมี่ ชอบมาก ขอกินซ้ำๆ หลังจากนั้นมีอะไรมาก็กินหมด ชอบแอบไปเดินตลาดหาเมนูใหม่เอง  
ส่วนเรื่องขนม เค้าชอบทุเรียนทอดมากกกกกกก ทั้งๆที่ตอนแรกบอกว่า ไม่อยากกิน ของทอดๆ พอได้ลองคำแรก กินไม่หยุด
พอจะกลับเมืองไทย เเทบไม่ซื้ออะไรกลับเลย ซื้อแต่ทุเรียนทอด ใส่กระเป๋าไปเต็มๆสองใบ แถมคิดด้วยว่า จะซื้อไปขายที่เยอรมัน ท่าทางตีตลาดได้แน่ๆ
ไอ้เรื่องรักสุขภาพอะไรของเค้าเนี้ย เลิกไปเลย กินทุกอย่าง ทุกเวลา
ลืมเล่า ลูกชายเค้า สามขวบ มาด้วย กินอาหารยาก แต่มาจอดที่แตงโมค่ะ นั่งกินได้ทั้งวัน ถ้างอแงเจอแตงโมปั๊ป เงียบเลย เราเห็นขนมที่พ่อแม่เค้าแพคมาจากเยอรมัน เป็นเหมือนฟางแห้งๆกลมๆ ชิมดูจืดๆ เรายังถามว่า เด็กกินเหรอเนี้ย แม่เค้าบอกว่า กินซิ ดีกับสุขภาพนะ ไม่หวาน พอก่อนเค้ากลับ เหลือไอ้ขนมฟางเนี้ยเพียบ แม่เค้าบอกว่าให้เรา ลูกเค้าคงไม่กินอีกแล้วหล่ะ ชาตินี้

จากคุณ : แม่ยักษ์เล็ก


เป็นคนชอบทำอาหารครับ
เพื่อนพี่ชายมาเที่ยวแล้วก็ค้างที่บ้าน
เขาเห็นแล้วดูๆค่อนค้างกลัวอาหารไทยอยู่บ้าง
เลยยื่นคำขาดว่า มื้อแรกต้องกินอาหารฝีมือเรา ไม่งั้นก็ไปนอนโรงแรม
พี่ชายบอกเขาไปแบบนั้น เขาก็ ตกลง

ในหัวคิดก่อนเลยว่า "เดี๋ยวแกเจอตำหมากหุ่งฝีมือตูก่อนเถ้อะ"
เลยจัดตำไทย เปรี๊ยวหวาน พริก 1 เม็ดไปก่อน + ไก่ย่างขมิ้นย่างใหม่ๆ + ข้าวเหนียวนุ่มๆ
พอยกมาเสริฟ สภาพเหมือนจำใจกิน
แต่พอเข้าปากแล้วเริ่มกินเท่านั้นละ "OH MY GOD This's YUMMY"
ส้มตำคำนึง ตามด้วยข้าวเหนียว ฉีกไก่ย่างตาม มือมันไปหมด
กลายเป็นว่า บอกให้ลองทานอะไรข้างนอกบ้างก็ทานหมด

เพราะผมบอกว่า ผมเองก็ไม่ค่อยกินเผ็ดเท่าไหร่
บอกให้ลองก็ลองดูก่อน ชอบไม่ชอบค่อยว่ากันอีกที

ณ ปัจจุบัน ชอบกินรถด่วน ที่สุด ฮ่าๆ

จากคุณ : Resonate


แวะมาอ่านครับ ชอบๆ ^^

จากคุณ : foscarnet


ล่าสุดครับ เพิ่มเติมจาก คห.147

ไปเดินตลาดหนองมน ครับ
เรื่องราวสนุกดี เลยอยากเล่านะ^^

ขณะเดินผ่านแผงร้านค้าต่างๆในตลาดหนองมน
ฝรั่ง "what's this?"
ผม "it's ข้าวหลาม"
ฝรั่ง "it's Bamboo rice?"
ผม "ใช่ Bamboo rice" (ก็พอรู้นี่หว่า แล้วจะถามทำไมฟ่ะ)
ฝรั่ง "made from what?"
ผม " sticky rice sugar and coconut milk"
ฝรั่ง "ทำลองทำหน้าสองจิต สองใจ"
ผม "wanna try? good taste"
ฝรั่ง "OK"

พอได้ทานเท่านั้นละ Amazing
พี่ฝรั่งท่านก็ลองทุกอย่างเลยทีนี้
ข้าวหลาม ขนมจาก ขนมหม้อแกง แม้กระทั่ง มะดันแช่อิ่ม

*ภาษาอังกฤษผมพอคุยได้ครับ อาจจะไม่ถูกต้องเป๊ะๆ ศัพท์รู้ไม่ค่อยเยอะ
ท่านพี่ฝรั่งก็ถามเอาๆ แต่ก็ดีครับ เหมือนได้ฝึกภาษาไปในตัว
คราวหน้าจะสอนให้ลองพูดแล้วให้ไปคุยกับแม่ค้าดู
เข้าตำรา เธอสอนฉัน ฉันสอนเธอ ^^

จากคุณ : Resonate


เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาทำอาหารไทยเลี้ยงผู้มาเยือน(ฝรั่งทั้งครอบครัว)ที่บ้าน วันนั้นทำห่อหมกปลานิลใส่กะหล่ำปลีและก็ใบโหระพาเยอะ ๆ(กลิ่นนี่หอมสุด ๆ เลยเพราะใบโหระพา) กับอีกเมนูนึงคือปลานิลทอดผงขนมปัง(อันนี้ไม่ใช่อาหารไทย แต่เจอสูตรมาและทำกินกันบ่อย ๆ ที่บ้าน) พอยกมาเสริฟกับข้าวสวยร้อน ๆ ผู้มาเยือนติดอกติดใจกับเมนูห่อหมกปลานิล แถมเมนูสุดท้ายคือพล่ากุ้ง อันนี้เพราะตัวเองอยากกินเองก็เลยซัดแบบเผ็ด ๆ คือซอยพริกขี้หนูใส่ซะเยอะเลย และใส่น้ำพริกเผาด้วย ขนาดเราเป็นคนทำเองและชิมเองก็ติดใจตั้งแต่ตอนชิมเลย(รสชาติมันเผ็ด ๆ เปรี้ยว ๆ เค็มนิด ๆ หวาน ๆ แถมรสชาติน้ำพริกเผานี่ทำเอาพล่ากุ้งได้รสกลมกล่อมจริง ๆ กลิ่นก็หอมทั้งจากตะไคร้หั่นฝอย ใบมะกรูดหั่นฝอย หอมแดงซอย ผักชีฝรั่ง ใบสะระแหน่ เวลาเคี้ยวแล้วมันได้รสชาติจริง ๆ) และพอยกเมนูพล่ากุ้งมาเมนูสุดท้าย ผู้มาเยือนลองชิมและเผลอร้องออกมาเลยว่า "Oh my goodness, it's really great and I love this." (แต่จะว่าไปแล้ว แม้แต่คนทำที่เป็นคนไทยก็ยังติดใจเลยกับเมนูพล่ากุ้งสูตรนี้ เดี๋ยวจะหาโอกาสทำกินใหม่อีกรอบ..อิอิ..)

จากคุณ : JC2002


ต่อ จาก คห.6 นะคะ

ตอนนี้อยู่เชียงใหม่แล้ว

คืนหนึ่งอีแก่ ออกไปเที่ยวมังกี้คลับ กะเพื่อนๆเค้า
ส่วนเราอยู่บ้าน

ตี 2 กว่าแล้ว ทำไม อิแก่ ยังไม่ถึงบ้าน

สักพักได้ยิน เสียงเปิดประตู  อิแก่ ตรงดิ่งมาปลุกเรา ชวนคุย ==' (ประจำ หลังจาก กลับจากเที่ยว )

เรา  ไปไหนมา

อิแก่  ออกจากมังกี้แล้วไปปากซอย

เรา   ( คิดในใจไปทำะไรว้า ปากซอย )

อิแก่    ไปกินขนมปังหน้าปากซอยมา อร่อย มากๆ  

เรา   แหม   เดี๋ยวนี้ไปกินคนเดียวนะ  เพื่อนๆกินด้วยป่ะ

อิแก่   เค้าไม่กิน หนีกลับ โรงแรมหมด ชั้นกินคนเดียว มีความสุขที่สุด

เรานะตลกมากเลย  แหม แรกๆ ทำเป็นไม่กิน เดี๋ยวนี้ แอบไปกินคนเดียวเลย 5555

จากคุณ : มันเป็นส่วนผสมในใจ


จากประสบการณ์ในการทำงานร้านอาหารไทยที่ ตปท การเดินทางท่องเที่ยวพบปะชาวต่างชาติ รวมทั้งมี่เพื่อนชาวต่างชาติมากมาย ต้องบอกว่าร้อยทั้งร้อยชอบอาหารไทยมาก เคยทำอาหารไทยให้เพื่อนชาวต่างชาติหลายครั้ง ทุกคนจะชอบมาก ๆ ขนาดที่รีสอร์ทที่เราเคยทำงานที่เกาะมัลดีฟส์ซึ่งอยู่ห่างไกลในมหาสมุทรอินเดีย ต้องส่งซัพพลายมาทางเรือจากประเทศดูไบ ก็ยังมีร้านอาหารไทย เพื่อเอาใจแขก  

ส่วนที่โตรอนโต้ เมืองที่เราอยู่ตอนนี้ ก็มีร้านอาหารไทยมีอยู่ทุกย่าน แต่หลายร้านขายโดยคนจีนหรือไม่ก็เวียดนาม บางร้านเจ้าของคนไทย แต่ทำรสชาดเพี้ยนไปเพื่อที่ฝรั่งที่นี่กินได้ แต่ฝรั่งหลายคนที่เคยไปลิ้มรสชาดอาหารไทยที่เมืองไทยมาแล้วก็บ่นผิดหวังไปตาม ๆ กัน จะหาร้านที่เป็น authentic ค่อนข้างยาก

แต่ก็มีอยู่ร้านนึง เป็นร้านที่เราก็ทำงานพาร์ทไทม์อยู่ช่วงนึง เจ้าของเป็นคนไทยจากเชียงใหม่แล้วก็เป็นเชฟเองด้วย เธอทำอาหารไทยอร่อยมากและออเทนติคจริง ๆ ตั้งแต่เปิดร้านมาแขกเข้าร้านแน่นตลอดทั้งกลางวันและเย็น เกือบทุกเย็นจะมีลูกค้ามายืนรอคิวจนแทบจนทะลักออกไปนอกร้าน

ส่วนเมนูที่เราทำเลี้ยงครอบครัวสามีและเพื่อน ๆ ที่นี่อยู่บ่อย ๆ ก็มี ต้มข่าไก่ ต้มยำกุ้
ง ไก่ผัดเม็ดมะม่วง แกงเขียวหวาน ผัดไทย เรียกว่าเป็นเมนูหากินทีเดียว มีอีกอย่างที่แสนง่ายที่ฝรั่งโคตรชอบเลยก็คือ ไข่เจียวกุ้งสับ เราก็แค่ใช้ซอสถ้่วเหลืองเหยาะน้ำปลานิดหน่อย ซอยหอมแดงใส่ แล้วก็กุ้งสับ เพื่อนบอกว่า This is the best omelette I ever had :-) แล้วชีก็จดสูตรไปทำกินเองที่บ้านบ่อย ๆ ตอนนี้ติดใจกันทั้งบ้าน

จากคุณ : freebird (เจนนี่เจ้า)


ต่ออีกนิด อีกโรงแรมนึงที่เปิดร้านอาหารไทยเพื่อเอาใจแขก โดยยอมขาดทุน เพราะต้นทุนสูงกว่ารายได้ ก็คือ โรงแรม Amanjena, Marrakech city, Morocco. เป็นเครือเดียวกันกับ Amanpuri ที่ภูเก็ต เราเป็น Thai Restaurant Supervisor อยู่ปีนึง ที่บอกว่าทุนสูงเพราะต้องลงทุนจ้างไทยเชฟ กุ๊ก และเรารวมกันก็สี่คน ทั้งเงินเดือนและค่าใช้จ่ายอื่น ๆก็เยอะแล้ว ไหนจะต้นทุนเวลาสั่งของมาจากไทยอีก F&B manager ซึ่งก็ crazy อาหารไทยเหมือนกัน บอกว่าเขาถือว่าชาร์ตค่าห้องแขกสูง ก็เอามาถัวเฉลี่ยกันไป อยากเอาใจแขก ถึงขนาดไม่มีนโยบายโปรโมท ร้านอาหารไทยให้แก่แขกข้างนอก กลัวเต็ม เดี๋ยวแขกโรงแรมไม่มีโต๊ะนั่ง

คนโมร็อคโคก็ชอบอาหารไทยมาก มีแขกประจำมากินเยอะเหมือนกัน มีอยู่คนนึงเป็นคนเบลเยี่ยวแต่อยู่โมร็อคโคหลายปี เคยไปเที่ยวภูเก็ตแล้วเสพติดอาหารไทยเผ็ด ๆ เวลามาทีไรก็จะต้องเสริฟพริกขี้หนูสับเป็นเครื่องเคียงตลอด

ต้องบอกว่าโชคดีมากๆ ที่ได้ทำงานที่นั่น เพราะเป็นโรงแรมหกดาว ได้เจอแขก High Profile หลายคน แขกที่ไปพักจะเป็นพวกเศรษฐีเงินหนา ประมาณว่านั่งเครื่องบินส่วนตัวกันมาเลยทีเดีวย ทั้ง celebrity, royal family, ก็เยอะ

แขกระดับประเทศที่เคยได้ต้อนรับและนำเสนออาหารไทยก็มี ประธานาธิบดีคนก่อนของฝรั่งเศส ชาร์ค ชีรัค มากับครอบครัว เจ้าหญิงแสนสวยของโมรอคโค รายนีัจะใช้บริการโทรสั่งเข้าไปกินในวังบ่อย ๆ บริ้นซ์จากประเทศซาอุ Duke of England, Duke of luxemburg, วาเลนติโน่ ดีไซเนอร์ชื่อดัง เดวิดเบคแฮ่ม รายนี้ชอบข้าวผัดสัปประรดมาก และอีกหลายคนที่จำชื่อไม่ได้

อาจจะฟังเวอร์ไปนิด ขออภัยไว้ด้วย ณ ที่นี้นะค๊ะ แต่เรื่องจริง เพราะแค่อยากจะบอกอย่างภาคภูมิใจว่า อาหารไทยเราดังระดับโลก เจิง ๆๆ นะ ซิบอกให่

จากคุณ : freebird (เจนนี่เจ้า)


#153

อึ้งเลย ... แต่ละคนนี่ระดับโลกของจริง

จากคุณ : oommy


ว้าว คห. 153 สุดยอด
อยากทราบรายระเอียดว่าบุคคลสำคัญ เขาชอบเมนูไหนกันครับ

จากคุณ : นภาอากาศ (นภาอากาศ)


ตกงาน แฟนเลยชวนมาเที่ยวไต้หวัน แล้วก็อยู่ยาวเลย จะสามปีแระ

จากคุณ : ted_chen


ตอบ คห 155 เท่าที่จำได้เมนูที่ขายตอนนั้นก็มี แกงเขียวหวาน แกงมัสหมั่น ห่อหมกทะเล ข้าวผัด ยำวุ้นเส้น ไก่ห่อใบเตย สะเต๊ะไก่ ประมาณเนี้ยค่ะ เมนูยอดฮิตก็คงหรีไม่พ้นแกงเขียวหวานไก่

จากคุณ : freebird (เจนนี่เจ้า)


เพื่อนชาวอังกฤษคนนึงเป็นคนที่กินได้ทุกอย่าง แต่จะให้ชมว่าอะไรอร่อยนี่ยากมาก
เพราะเขาทำกับข้าวเก่ง  แล้วอยู่ปารีสมาหกปี ชิมอาหารทั่วโลก อาหารไทยก็กินประจำ ส้มตำปลาร้าก็กินมาแล้ว..กินเผ็ดเท่าคนไทยกินนี่ล่ะค่ะ

พอมาถึงเมืองไทย
เพื่อนเราบอกว่า อิตานี่กินทุกอย่างที่คนไทย(อย่างชั้น)ยี้ว่ะ

จัดเต็ม...ส้มตำหอยดอง ส้มตำปลาร้า กุ้งแช่น้ำปลา อาหารอิสานนี่กินได้ทุกอย่าง
น้ำพริกกะปิ-ชะอมชุบไข่ทอด-ปลาทูทอด..เธอกินเปล่าๆเป็นของกินเล่น
กินเผ็ดเท่าคนไทยกิน
หนอนรถด่วน แมลงทอด ตั็กแตนทอดกินแกล้มเบียร์อย่างเพลิดเพลิน

พอพาไปเชียงใหม่...เธออมยิ้มกับห่อใบตองเล็กๆในถุงพลาสติกที่ซื้อมาจากตลาด
เข้าร้านฟ้าฮ่าม...อิตานี่รีบสั่งข้าวเหนียว เปิดห่อใบตอง จกใส่ปากๆ
แล้วยัดเยียดให้เราซึ่งกำลังนั่งมองอึ้งๆ
"กินสิๆ อร่อยนะ กินสิๆ...อร่อยจะตาย"
เราก็กลัวเสียชื่อคนไทย...เอาวะ กินก็กิน



สมองหมู หรือ แอ่บอ่องออ นั่นเองค่ะคุณผู้ชม




คราวหน้ามาอีกรอบ...อิตานี่หมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องกิน "หมกอีฮวก"
หรือ ห่อหมกลูกอ๊อด ให้ได้!!!

จากคุณ : pokkochan


ตอนทำงานเป็นสจ๊วต ชอบพกขนมไทยกับน้ำพริกขึ้นเครื่องไปกินด้วย
แต่เพื่อนๆ ต่างชาติส่วนใหญ่เค้าจะคุ้นชินกับอาหารต่างชาติอยู่แล้ว
เพราะไปๆ มาๆ หลายประเทศ

เคยทำงานอยู่ครัวหลัง หัวหน้าซึ่งอยู่ครัวหน้า ถึงกับเดินฝ่าดงผู้โดยสาร
เพื่อมาขอน้ำพริกปลาริวกิวของนิตยากลับไปกินกับอาหารบนเครื่องเลยทีเดียว
ไม่รู้เคยไปชิมมาจากไหน หรือชิมมาจากผมนี่แหละ แต่จำไม่ได้เอง
(อาหารบนเครื่องจะซึ่งซ้ำไปซ้ำมา จึงเบื่อ และเป็นสาเหตุหลักที่เอาน้ำพริกมาทาน อิๆๆ)

แต่ฝรั่งที่นี่เค้าไม่ค่อยทานปลากัน พวกทาโร่อะไรอย่างนี้ เค้าจะไม่ลองเลย
หรือเคยลองมาแล้วไม่ชอบก็ไม่รู้ เราซื้อทาโร่รสปลาหมึกย่างมา
มีหัวหน้าฝรั่งใจกล้าคนนึง ลองทานดู ปรากฏว่าเธอทำหน้าปูเลี่ยน
แล้ววิ่งไปบ้วนในห้องน้ำ บอกว่ารสชาติ Disgusting มาก
ไม่น่าเชื่อเลยว่าชั้นจะกล้าทานเข้าไปได้
ไอ้เราขำก็ขำ แต่อีกใจก็แอบเศร้าเล็กๆ ๕๕

แต่เพื่อนที่เป็นชาวญี่ปุ่นหรือสิงคโปร์ส่วนใหญ่จะกล้าทานมากกว่า
เพราะวัฒนธรรมการทานใกล้เคียง ไม่ทิ้งห่างกันมาก
เคยเอาเถ้าแก่น้อยรสกิมจิกับปลาหมึกอย่างให้เพื่อนชาวญี่ปุ่นกิน
ชอบกันมาก บอกว่าซื้อจากไหนๆ จะไปซื้อทานบ้าง
พอเราบอกว่า ที่หน้าซองมันเขียนประมาณว่า "สาหร่ายญี่ปุ่น" (หมายถึงปรุงรสแบบญ๊่ปุ่น)
มันงงมาก บอก...อาโน่...บ้านชั้นไม่เห็นจะมีเลย

จากคุณ : เรามาอีกแล้ว...


อ่านความเห็นคุณ pokkochan #158 แล้วอมยิ้มเลยค่ะ เค้าจะกล้าลอง "หมกฮวก" จริง ๆ เหรอ ถ้างั้นก็ลองแถม "คั่วกุ๊ดจี่" ให้เค้าซักเมนูซิว่าจะกล้ามั๊ย...อิอิ...

จากคุณ : JC2002


ชอบอ่านกระทู้นี้มาก อ่านทุกอาทิตย์เลย
มีใครมีอะไรดีๆอย่างนี้อีก มาโพส ก็จะมารออ่านนะค่ะ

จากคุณ : ใครอ่านเป็นลิง


อยู่ใกล้ๆ แอลเอ ตอนนี้ เมื่อก่อนก็อยู่ในแอล เอ .. เลยไม่ค่อยมีฝรั่งยี้อาหารไทย
เพราะร้านอาหารไทยเยอะเป็นดอกเห็ด  ส่วนใหญ่ฝรั่งเค้าก็รู้จักอาหารไทยกันดี

สำหรับเราชอบทำอาหารกินเล่นแปลกๆ ที่ร้านอาหารไทยเค้าไม่ค่อยทำกันเอาไป
ให้คุณครู ครูใหญ่ ภารโรงที่โรงเรียนของลูกๆ  หัดทำเอา หาจากในเน็ตนี่แหละ
อย่างพวก กระทงทอง ถุงทอง  รวมมิตร เต้าฮวย   ไปให้เค้า เค้าจะไม่รู้จัก ถามใหญ่
ว่าทำยังไงใส่อะไรบ้าง

โดยเฉพาะคนที่มาจากอังกฤษเราจะสนิทมาก หลังจากให้เค้าแล้ว พอมาเจอกันอีก
เค้าจะทำตาโตแล้วบอกว่ามันอร่อยมาก .. ส่วนใหญ่จะได้คำชมจากทุกๆ คนแหละค่ะ
บางคนเค้าบอกว่าเพิ่งลองกินอาหารไทย  อร่อยจริงๆ  เราก็ปลื้มกันไป ..

จากคุณ : ฟ้าสวยมาก


ญาติไต้หวันชอบ ข้าวเหนียวมะม่วง ทุเรียนมาก  แต่หลังจากตม.ไต้หวันห้ามพกผลไม้เข้าประเทศ
ต้องเปลี่ยนเป้นพกทุเรียนทอดไปฝากแทน
ฝากจนกลัวคนกินไขมันจะระเบิด  ซัดกันเรียบ
ตอนนี้อีกเบอร์ที่ตามมาติดๆ  คือทุเรียนอบแห้งกระป๋อง กับท๊อฟฟี่กะทิ
แทบจะเหมาท๊อฟฟี่หมดอตก.

จากคุณ : susijang


คห.158  แอบอ่องออ แอบลูกอ๊อด ยำกบ ธรรมดามากค่ะ ลองให้แกกินผัดเผ็ดหนูนาสิ  กับยำงูสิง เหมือนเนื้อไก่เลยค่ะ ไม่รู้ว่าเคยกินลาบเลือดรึยัง ของโปรดเราเลย ยำเตาด้วย ( ยำตะไคร่น้ำ )

จากคุณ : . (Friday13th)


ตอบคห. 164 ค่ะ
กบเคยกินแล้ว อาหารฝรั่งเศสมีกบค่ะ

ส่วนหนูนากับงู ถ้ามีก็คงกินอ่ะค่ะ
เพราะพ่อคุณไปโซ้ยเนื้อจระเข้กับเนื้อนกกระจอกเทศ ที่ร้านหมูกะทะแถวบ้าน
ตอนไปเชียงคาน ก็สั่งแต่อาหารหลวงพระบางมาทาน แถมด้วยผัดเผ็ดหมูป่า (เผ็ดแบบเรากินไม่ได้อ่ะ)
คุณท่านบอกว่าเนื้อจระเข้อร่อยดี เหมือนเนื้อไก่  
แกล้งเคยถามว่า กินงูมั้ย...เค้าก็ทำหน้าตายว่า มีก็กิน

ส่วนลาบเลือด...เคยถามเค้าก็เฉยๆ เค้าบอกว่าเคยกินไส้กรอกเลือด ที่ปารีสแล้ว
เราซะเองที่ไม่ค่อยกล้าให้เค้ากินของดิบมากเท่าไหร่ค่ะ กลัวท้องเสียแล้วเดือดร้อนเราเอง 5555

ขำตัวเราเองมากกว่า ในตู้เย็นมีผัดสะตอของโปรดใส่ถุงแช่ฟรีสไว้ ไม่กล้างัดออกมาให้ชิม
1. กลัวจะเหม็น  2.กลัวโดนแย่งกินหมด
ฮ่าฮ่าฮ่า

จากคุณ : pokkochan


สามีข้าพเจ้าเอง...หนุ่มเหลือน้อยชาวอเมริกัน....อาเฮียแกไม่กินเครื่องในทุกชนิด แต่ดิฉัน....เห่อๆๆๆๆ....ชอบม๊ากมาก เลยทำกินบ่อยๆ แรกๆเฮียบอกว่าฉันกินได้แทบทุกอย่างนะ ยกเว้น หนอน อุนจิ เครื่องในสัตว์ และ เลือด อยู่ด้วยกันสองปีผ่านไป พี่แกกิน ตับไก่ย่าง กึ๋นย่างหรือทอด ตับหวาน ต้มเลือดหมู ขนมจีนน้ำยาไก่โคราชแบบว่าใส่ตับกะไส้ไก่เยอะๆ แถมเลือดเป็นก้อนๆ....ฮ่ะๆๆๆ มีบางทีเผลอกินตูดไก่ย่างกะเราด้วยนะคริคริคริ.... เฮียแกคงจำไปจนชาติหน้าแน่ๆว่าปณิธานอันยิ่งใหญ่ไม่กินมาห้าสิบกว่าปี สุดท้ายมาแพ้ทางสาวไทยตัวน้อยๆไปซะได้...เอิ๊กๆๆๆๆ

จากคุณ : NongParichat


เพื่อนร่วมงานของสามี....แกรู้ว่าไม่ควรถามเราว่าจะเลือกร้านอาหารประเภทไหนถ้าแกอยากชวนเรากะสามีไปกินข้าวนอกบ้าน เพราะทางเลือกแีกคือ ไทย ทางเลือกต่อๆไปก้อยังเป็นอาหารไทย....55555+++

ทีนี้เราสองสามีภรรยาไปปีะชุมกะบริษัทแกที่โตรอนโต้ ประเทศแคนาดา แกเลยโชว์พาวน์หน่อยว่าแกอ่ะเชี่ยวช่ญอาหารไทยนะ จองร้านอาหารอย่างแพงเวอร์ แกโฆษณาใหญ่ว่านี่แหล่ะร้านดังร้านดี อาหารเริศมาก แต่เราอย่างผิดหวังเพราะพอเข้าไป กุ๊กก้อคนจีน เจ้าของร้านก้อคนจีน แม้แต่คนเสิร์ฟเราสังข้าวเหนียวยังไม่รู้จัก

แต่ก้อเอาฟร๊ะ...แกโฆษณาไว้มากเราเองก้อไม่อยากหักหน้าแก เราเลยถามว่าปกติแกมากินแกสั่งอะไรบ้าง แกตอบเต็มปากเต็มคำมากกกกกก....ผัดไทย อาหารยอดฮิต แต่แกคงอยากให้เกียรติเราแหล่ะ เลยเสนอให้เราเป็นคนสั่งอาหารให้ทุกคน(20คน) ในฐานะที่เราเป็นคนไทย รู้จักอาหารไทยดีกว่า เราก้อถามย้ำนะว่าเอาจริงเปล่า ถ้าเอาจริงเราสั่งตามที่เราเห็นว่าอร่อยนะ แล้วกินเผ็ดได้เปล่า ทุกคนบอกว่ามากินร้านนี้บ่อยมากกินเผ็ดได้ เราก้อเอาแหล่ะเฟ้ย...เสร็จโจรเลยทีนี้ สั่งตามใจตัวเองทุกอย่างจนสามีต้องขยิบตาปราม สุดท้ายตานั่นกินไปเหงื่อหัวล้านแตกพลักๆจนเลขาหาทิชชู่เช็ดให้ไม่ทัน ส่วนเลขาที่บอกว่ามากินบ่อย ล่อต้มข่าเข้าไปกัดโดนข่าสุดท้ายไม่ได้กินกับเลยเพราะมัวแต่อมข้าวดับความเผ็ดไปสี่ถ้วยเต็มๆ....,เห่อๆๆๆๆๆ

จากคุณ : NongParichat


เราบอกกับคนไทยทุกคนว่าเรากินหนูนาย่างกับหนูนาผัดเผ็ด(มากๆ) แล้วก็ชอบมากด้วย
คนรอบข้างเราทำท่าขนลุก  เลยไม่กล้าบอกกับฝรั่งว่าเราชอบกิน - -"

ปล อยู่บ้านนอกค่ะ หนูนาเค้าหามาจากนาข้าว แล้วทำสะอาดมาก .. รมควันปิดด้วยใบตอง
เหมือนกินแฮมรมครันเลย จริงๆ นะ  ไม่ได้กินจะ 20 ปีแล้ว  น้ำลายไหล ..

จากคุณ : ฟ้าสวยมาก


อ่านมา2วันแล้วค่ะ ถึงนี่แล้ว สนุกมากกก ทำไมหนูไม่ได้โชว์ฝีมือให้ฝรั่งกินบ้าง
แต่ทำอาหารเหนือพวกลาบเหนือแกงฮังเลให้เพื่อนๆที่หอพักกิน
 ตอนทำก็โทรถามแม่เป็นระยะๆ 55   เพื่อนๆก็ชอบกันมาก ทำจนผงเครื่องเทศหมด
ต้องให้แม่ซื้อผงฮังเลและผงลาบแล้วส่งมาให้เลย  55

จากคุณ : owlview23


คห.165  กินจระเข้ด้วย ที่บ้านก็เคยกินค่ะ แต่พักหลังเลิกกินเพราะเป็นสัตว์ใหญ่ อายุยืน เคยกินลาบเลือดวัว เปลี่ยนเป็นลาบหมูแทน คางคกย่างตัวพองๆ เสียบไม้ กิ้งก่า อะไรแบบนี้ ตัวตุ่น หมูป่า เอามาทำห่อนึ่งค่ะ ขายดีมากที่บ้านเคยขายสัตว์ป่าทุกชนิด ก็เลยกินมาหมดทุกอย่าง เรียกว่าอาหารป่าทุกชนิด ทั้งพืชทั้งสัตว์ พักหลังเข้าวัดทำบุญกันก็เลยเลิก แต่ความรู้ในเรื่องป่าๆก็ยังมีกันอยู่ อะไรกินได้อะไรกินไม่ได้  เพื่อนคุณอยากกินของป่าอะไรมาถามกันได้  อย่าลืมยำเตานะคะ อร่อยมาก

จากคุณ : Friday13th


"มาม่าต้มยำกุ้ง" นี่ล่ะครับของเด็ด

ผมทำงานอยู่ประเทศแถบทะเลทราย อาหารก็จะออกแนวแขกๆหน่อยแต่ผมไม่ค่อยถูกปากเท่าไหร่

ไปทีไรเลยแบกพวกมาม่า ปลากระป๋องไปเยอะ

เวลากินข้าวพวกแขกก็กินกันอย่างอร่อย แต่เราต้องเอามาม่าไปเข้าเวฟบ้าง เพราะเราอยากกินอะไรที่มันซดร้อนๆ แซ่บๆ

พอบ่อยๆเข้าพวกพี่แขกก็ถามว่ายูกินอะไรไม่ดีเลย ต้องกินอาหารสดๆสิ ไอ่เราก็ร่ายกับพี่แขกไปว่าเนี่ย รส"ต้มยำกุ้ง"อร่อยกว่าอาหารที่พวกยูกินเยอะเลย

เลยเอาไปให้ลองถุงนึง คราวนี้ล่ะติดใจจะแย่งกินใหญ่ บอกให้ผมซื้อมาเผื่อด้วย 555

ตอนนี้เวลาไปทำงานต้องซื้อไปเผื่อซัก 2-3 แพค แถมยังต้องเป็นรส"ต้มยำกุ้ง"ด้วย :)

เลยเจอคำถามที่ว่า "หนังเรื่องต้มยำกุ้ง"ที่โทนี่จา แสดง ทำไมไม่มีไอ่ซองนี้อยู่ในเรื่องเลย...-___-"
ไปไม่เป็นเลยครับ 5555

จากคุณ : MR.Jasper


มาอีกรอบ..
เมื่อวาน นั่งอยู่ดีๆ เพื่อนตัวดี (คนเดียวกับคห.10) เธอเคยมาเมืองไทยค่ะ

ถามเราว่า

เธอ: เงาะมันออกเดือนไหนนะ
เรา : ประมาณ เมษา พฤษภาคม  ทำไม มีรายยย....

เธอ: อืมมม  เราจะไปเมืองไทย ปลายปีนี้  ให้พ่อกับแม่เธอ(เราเอง) เก็บเงาะให้หน่อยได้ป่ะ  อยากกิน  เดี๋ยวไปเมืองไทยจะไปกิน  เก็บให้เยอะๆนะ

เรา : แกจะบร้าหรอ  มันจะกินได้ไหมนั่น
เธอ : เธอก็รู้ เงาะที่นี่แพงจะตายยย ได้กินเงาะเหมือนกินทอง เธอก็เห็นในตลาดนิ  เงาะด๊ำดำ ฉันอยากกินจริงๆนะ

เรา: ฉันว่ามันกินไม่ได้อ่ะ เดี๋ยวไงโทรถามครอบครัวให้  เอาเงาะกะป๋องกินก่อนได้มั๊ย
เธอ : ม่ายยยยย  เงาะอะไร ใส่น้ำเชื่อม ยี๋  สดก็ไม่สด
เรา : ="=

เธอ : แล้ว น้อยเนี่ย น้อยหน่า (เธอเรียก น้อยเนียจริงๆ ) มันออกเมื่อไร
เรา : ไม่รู้ว้อยยย...

จากคุณ : ยายกินลำไยน้ำลายยายไหล


ต่ออีกนิด.. หลังจากจบการสนทนา เรื่องเงาะ และน้อยหน่า
เราเกิดหิวขึ้นมา..

เราก็หยิบ มาม่าออกมาจากกระเป๋า ตอนนั้นเธอคนนี้สนใจอะไรอยู่ก็ไม่รู้ ไม่ได้หันมาทางเราเลย

พอเราบีบมาม่าให้แตกเท่านั้นแหละ.. เธอ
เธอค่อยๆ ห้ันมา  หันมาค่ะ  แล้วยิ้มมมม ยิ้มกว้างงงงง กว้างง

เห็นแววตามัน แล้วเรารีบพูดเลย

เรา : เออ เดี๋ยวแบ่งให้   รอปรุงแป๊บ
เธอ : มีกี่ห่ออ่ะ แล้วก็ยิ้มแบบผูกมิตรมากๆ

เรา : มีห่อเดียวนี่แหละ
เธอ : กินไปเถอะ  เรารู้ว่าเธอหิว

เรา : (นึก เออ เอ็งก็รู้นิ) แต่พูดออกไปว่า   .. ไม่เป็นไรแบ่งกันกิน
เธอ : ยิ้ม ทำหน้าตาเหมือนแบบว่า  ฟ้าประทาน

สุดท้ายก็แบ่งกันกิน

เธอมาไทยบ่อย
เพื่อนเราคนนี้พูดไทยได้ด้วยนะ
เช่น ลาบก๊าย พริงขิง ผัดไท โต้มยำ อะโร่ยมั๊ย  กินม่าง(พูดตอนเราบีบมาม่าแห้งอ่ะ ตลอดดด..) อร่อย  ม่ายอะโหร่ย
มาม่า โหยโทด(หอยทอด)


......
แล้วมีอยู่วันนึง เธอมาถามเราอีกแล้ว

เธอ : นี่ๆ เธอทำมะละกอเขียวๆให้กินหน่อยดิ่
เรา : อะไรนะ ??  เรางง

เธอ : มะละกอเขียวๆ น่ะ  ทำให้กินหน่อย
เรา : นึกถึงแกงส้ม เราทำไม่เป็นอ่ะ  เลยบอกไป .. บ่ ทำบ่เป็น

เธอ : ไม่เป็นไร ไม่ต้องใส่ปูก็ได้

ไอ้เราก็นึกว่า อะไรวะ มะละกะเขียวใส่ปู  พอนึกได้ อ๋ออ  เธออยากกินส้มตำ
ไม่รู้ไปเห็นมาจากไหน สงสัยเคยกิน

เธอ : นะทำให้กินหน่อย
เรา : ม่ายยอ่ะ ไม่มีครก (แล้วเราก็ทำท่าตำๆ 555+)

เปลี่ยนหัวข้อสนทนา
เธอ : เธอว่าป่ะ  ปูอ่ะ มันไม่อร่อย เค๊มมเค็ม (ปูดองใส่ในส้มตำ)
เรา : เอออ... ( เหนื่อยกะมัน )


เธอชอบบอกเสมอๆ ว่า เธอชอบอาหารบ้านเธอ  แต่ไอ้ที่เธอกินๆ แล้วร้องขอ พูดได้อ่ะ  อาหารไทยทั้งนั้น  ส่วนอาหารบ้านเธอ  เราเคยกินบ่อยเหมือนกัน
กัดทีสะดุ้งถึงไต .. เค๊มมม เค็ม  ทุกอย่างเลย

จากคุณ : ยายกินลำไยน้ำลายยายไหล


พอดีว่าแฟนเป็นเชฟ แล้วต้องไปทำอาหารเลี้ยงเพื่อนแม่ที่บ้านแม่เค้า เป็นสไตล์บัฟเฟ่ ซึ่งมีแขกเป็นฝรั่งทั้งหมดประมาณสามสิบคนได้ แฟนก็ทำอาหารฝรั่งไป แล้วก็พึ่งมาบอกว่าเธอทำอาหารไทยด้วยสิ ในขณะที่อาหารเค้าทำอาหารเค้าอยู่ ซึ่งครัวที่บ้านแม่ไม่มีเครื่องปรุงอะไรที่เป็นของไทยเลย ยกเว้นอย่างเดียวคือซิอิ้วขาวที่ไม่ใช่ของไทยอยู่หนึ่งขวด และก็มีข้าวสาร

ในใจก็เอาแล้วสิ ทำอาหารก็ไม่ค่อยจะเป็นอยู่ แถมเครื่องเคียงก็ไม่มีอะไรให้เลย เลยตัดสินใจอะไรก็ได้ที่ง่ายที่สุด พร้อมกับของที่พอจะหาได้ในครัว

สรุปทำข้าวผัดไก่ใส่ไข่ แครอท ถั่วพี แล้วก็ผักที่พอจะหาได้จากตู้เย็น  แล้วก็ทำไก่กระเทียม จานใหญ่ แยกต่างหากอีกจานหนึง ซึ่งมีกระเทียมอยู่ในครัว และพริกไทยทุกบ้านเค้าก็มีติดบ้านอยู่แล้ว

ปรากฎว่า ไก่กระเทียมหมดเป็นจากแรกเลย และมีแต่คนเดินมาชมว่าอาหารเธออร่อยมากๆเลย แล้วบางคนถึงกับมีมาถามสูตรว่าทำยังไง

เราเองถึงกับงงเลย ว่าไก่กระเทียมเนี่ยนะ กลายเป็นอาหารจานเด็ดของงานวันนั้นไปเลย รู้สึกปลื้มแบบงงๆเหมือนกัน

จากคุณ : nuumama


เล่าบ้างครับ อิอิ

ของผมไม่ใช่อาหารไทยแท้ๆ อะไรนะครับ

พอดีตอนเรียนมหาลัยได้มีโอกาสไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่นทำงานวิจัยจบ ป.ตรี ที่นู้น

ก็ปกติครับปกเครื่องปรุงสำเร็จพวก โลโบ้ คนอร์ อะไรไปด้วย ไ้ว้ทำอาหารกิน

ที่แล็ป มักจะมีทำชาบู โซบะ กินด้วยกันในแล็ป ไว้กระชับความสัมพันธ์ อะไรทำนองนั้นครับ

มีอยู่ครั้งผมเอา คนอร์ต้มยำไปใส่ (แต่เป็นเครื่องชาบูญี่ปุ่นนะครับ ก็ผักต้มใส่เนื้อปกตินี่แหละครับ) แค่นั้นแหละครับ เป็นงานก็บอกแม่ ให้ซื้อ คนอร์ แพคใหญ่ส่งมาให้หน่อย อาจารย์เล็กที่แล็ปชอบมาก

จากคุณ : ปังปอนด์ป่วน


เคยไปทำกับข้าวช่วยน้อง คนรู้จักกัน  แบบว่า เลี้ยงงานวันเกิด เลยทำ ต้มข่าไก่
กับ ทอดมันปลากราย... หม้อใหญ่กว่ายี่สิบลิตร ทำแบบมั่วๆกะคั้นกะทิให้พอ เครื่องปรุงก็ไม่ครบ   ทำเสร็จเราก็กลับบ้าน เพราะมันกินเลี้ยงตอนเย็นเราไม่ได้มาด้วย  

เช้ามา น้องโทรมาแต่เช้าบอก เจ้ๆๆ ข่าไก่หม้อยักษ์ของเจ้อ่ะ หมดเป็นอันดับแรก..พี่เขยขูดหม้อแกร็กๆๆเลย  ทีนี้เลยต้องสอนน้องคนนี้ทำเอง ๕๕๕๕๕ เพราะต้มข่าไก่พี่เขยและแฟนของน้องชอบมาก

เลยบอกน้องว่า นี่ยังไม่จัดเต็มนะน้อง อิอิอิ

จากคุณ : เชื่อเจ้


ไม่มีเรื่องให้แชร์ แต่อยากบอกว่ากระทู้นี้ขำ + น่ารักดี 5555

จากคุณ : lonea


เรื่องที่เล่าว่าถึงขนาดขูดหม้อนี่เห็นภาพจริง ๆ ครับ ฮ่าฮ่าฮ่า

จากคุณ : Namor FC


ตลกมากครับ ^^

จากคุณ : foscarnet (foscarnet)


มีอีกไหมอยากอ่านอีก มันเพลินมาก

จากคุณ : อุดมไปด้วยความสุข


โว๊ะ ไม่น่าเชื่อว่าผมจะอ่านจบ จากความเห็นแรก

อยากจะบอกว่า ห้องนี้เป็นห้องในพันทิปห้องเดียวที่ผมอ่านแล้วมีความสุขที่สุด

จากคุณ : ::humAn_nAture::


เรื่องคนใกล้ตัวดีกว่า  

ปีแรก  "กินไรอ่ะ" ทำหน้าหยะแหยง  กำลังจกส้มตำด้วยซ่อม เหล่มองมันแบบ ขวางๆ
"ส้มตำอ่ะ ..กินป่ะ" ว่าแล้วก็เอาส้อม จิ้มส้มตำปูปลาร้า ข้นคลั่กใส่ปาก มันคงคายไม่ทัน เลยเคี้ยว  เห็นว่าจะเผ็ดเลยคลุกกะขนมจีนให้ด้วย  หลังจากนั้น เฮียจะสั่งแต่ส้มตำปลาร้า แม้

กระทั่งกลับมาอยู่ที่นี่แล้ว  มีอยู่วันนึง เส้นขนมจีนหมด เลยใช้เส้นเล็กคลุกน้ำมันกระเทียมเจียวแทน   พี่แกกระฟัดกระเฟียดใหญ่ บอก วันหลัง ขนมจีนหมดให้บอก
ใครเขากินกับเส้นก๋วยเตี๋ยวคลุกน่้ำมันกันฟระ..อิอิ  แหม ทำเป็นรู้ดี แต่ก็กินจนหมดล่ะ แต่ก่อนอาหารไทย ยำ สารพัด เฮียแกไม่กิน
มีอยู่วันนึง คงไม่มีอะไรให้กิน แกเลยยอมกิน ตั้งกะนั้นมา ต้องสั่งของชอบเลย สิบปีต่อมา อะไรที่เป็นอาหารไทย พี่แกฟาดเรียบ

วันนึง ไปเที่ยวเยอรมัน เราก็เลยหาในกูเกิล ว่ามีร้านไทยที่ไหน

เจอชื่อร้าน กิตติชัย เห้ยร้านไทย   ก็ไปหากัน หาตั้งนานไม่เจอ มองไปมองมา เจอร้านอาหารไทยตามสั่ง ร้านนี้เป็นร้านเล็กๆคนแน่นเลย หาที่นั่งไม่ได้ เลยถามหาร้านนี้กะคนในร้าน   เขาก็ทำหน้าแปลกๆ  แต่ไม่คิดไร  

ไปเจอกิติชัยนี่ล่ะ อยู่ไม่ไกลกัน ฝรั่งเต็มเลย คนเสริฟก็ฝรั่ง หาหัวดำไม่เจอ เฮียแกกระซิบบอก เห้ย สงสัยจะไม่ไทยแล้วล่ะอาหารอ่ะ คนทำ มันก็แขก

สรุปเลยเดินมาร้านไทย พี่แกบอก  ฉันว่าแล้วไหมล่ะเธอ อิอิ พี่ที่ร้านอาหารไทยแกเลยบอกว่า มันร้านเวียดนาม  พ่อครัวอินโด

จากคุณ : เชื่อเจ้


เคยเดินที่โกเบ กะเพื่อนชาวญี่ปุ่นเจอร้านอาหารไทยอีสานชื่อเหมือนจังหวัดที่ต่อจากเลย เพื่อนชวนเข้าไปแล้วสั่งตับหวานรสเผ็ดจัด เค้าตักใส่ปากอย่างอร่อย ทราบว่า ครั้งแรกเคยมาคนเดียวแล้วชิมเพราะทางร้านแนะนำ บอกปากแทบพองแต่ก็อร่อย ติดใจ แอบมาบ่อยๆ จบ

จากคุณ : Jackrapan O.


คุณ  Jackrapan O.  อาหารอีสานอร่อยที่สุดในสามโลกแล้วค่ะ^^

ชอบมากระทู้นี้มากๆๆๆ  มาซุ่มทุกวัน เพราะอ่านเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับเมืองไทย
แล่วดังไกลในต่างแดน  มีความสุขทุกที ^^

จากคุณ : KoiiLittleGirl


พี่เขยคนอเมริกัน ชอบกิน ต้มจืดฟักกับปีกไก่บน มากกกกก กินเป็นหม้อๆ และที่สำคัญในต้มจืดต้องใส่พริกขี้หนูด้วย o_O"

จากคุณ : Vesp@


แฟนต่างชาติทานอาหารไทยได้ทุกอย่างค่ะ พิเศษสุดก็ ต้มยำกุ้งน้ำข้น
ไม่ทานอาหารข้างทางริมฟุตบาทอร่อยแค่ไหนก็ไม่แตะ บางครั้งเราอยากนั่งซดก๋วยเตี๋ยวเจ้าโปรดก็บอก ไปกินคนเดียวนะผมไม่กินด้วยแต่นั่งรอได้

มีวันนึงไปเที่ยวพัทยากันไปผับขากลับเราหิวมากนึกไม่ออกว่าจะกินอะไรดีถ้าจะเมนูจานใหญ่ๆก็กลัวอ้วนเพราะดึกแล้ว  เหลือบมองเห็นรถเข็นขายบาร์บีคิว,เครื่องในไก่ย่างที่เสียบไม้ปิ้งๆย่างๆ และในนั้นก็มีข้าวเหนียวปิ้งด้วยอันละ 5 บาท(ข้าวจี่) เราหิวมากเอาวะสั่งสองอัน (กลัวอ้วน)  แฟนยืนมองแบบรังเกียจมากกก  ยืนห่างเกือบร้อยเมตรเหมือนไม่รู้จักกัน เราก็ไม่สนใจ หิว สั่งแม่ค้า ขอกรอบๆนะคะ

พอได้มาร้อนๆแฟนถามว่าอะไร เราก็บอกอาหารพื้นเมืองบ้านชั้นเธอกินไม่เป็นหรอก ระหว่างที่กัดกินอย่างได้อารมณ์สังเกตุว่ามีคนแอบมอง เราเลยหยิบให้อันนึง แฟนส่ายหน้า เราก็ อ่ะ อ่ะ ชิมนิดเดียวๆ แฟนใช้มือหยิบแบบไม่ค่อยเต็มใจ  แต่พอกัดเข้าปาก อึ้มมม กัดกินอย่างได้อารมณ์มากก สรุปว่าเราไม่อิ่มกลับไปหาบะหมี่ในเซเว่นต่อ รู้งี้ไม่น่าให้ชิมเล้ยย

จากคุณ : << สวย หวาน ...รับประทานง่าย>>


สามีแทนเผ็ดมากกกกๆ เรากินรสชาดไหนเค้ากินด้วยตั้งแต่เจอกัน เคยแอบถามว่าถามจริงเคยมีภรรยาคนไทยป่าวเนี่ย ทานง่ายมาก ไม่เคยบ่นไรทำไรทานหมด สบายภรรยาอย่างเรา เคยทำผัดเผ็ดสะตอสด อ่ะ เค้าก็ทานด้วยเราเตือนว่าอาจจะเหม็นนะ เค้าบอกรสชาดดีแต่แค่กลิ่นแรงไปหน่อย แม่เจ้า
ปล ทุกวันนี้สามีแทบไม่กินขนมปังเลย เราทำแต่อาหารไทยกินข้าวทุกวันค่ะ

อีกคนก็พ่อสามี ปกติทานเลือกทานอันนี้ไม่กินอันนั้นไม่ชอบ แพ้โน้นี่นั่นว่าไปเจอครั้งแรกเราก็ทำผัดไทย ต้มจืดเต้าหูไข่ ต้มข่าไก่ ผัดผัก คุณพ่อทานใหญ่เลย แถมเก็บต้มข่าไก่ไว้ทานวันต่อไปด้วย ตักทานเช้า กลางวัน เย็น เพราะเราทำหม้อใหญ่ แล้วก็แวะมาบอกว่าฉันทานซุปที่เธอทอีกแล้วอร่อยมากชอบมากเรานี่แก้มปริ จากนั้นเจอทีไรท่านก็ถามหาแต่อาหารที่เราทำ จากที่ไม่เคยทานเลย ตอนนี้รักมากมายกับลูกสะใภ้คนไทยค่ะ

จากคุณ : henna


ไม่เคยแบบเจอยี้ค่ะ  ปกติฝรั่งที่เจอจะรู้จักอาหารไทย และชอบกิน  ตอนมาใหม่ ๆ เราทำอาหารไม่เป็นเลย  แฟนทำให้กินตลอด กินอาหารฝรั่งได้อาทิตย์นึง เริ่มไม่ไหว ต้องลองหัดทำอาหารไทยจากในเน้ทบ้าง โทรไปถามแม่ที่ไทยบ้าง  พอเริ่มทำได้ ตอนนี้เราครองในครัวไปแล้ว มีเครื่องปรุงไทยแทบทุกอย่าง  แฟนไม่ยอมทำอาหารฝรั่ง  อยากกินแต่อาหารไทย  ถึงขนาดไปซื้อหนังสือทำอาหารไทย มาหัดทำ  ตอนนี้แฟนทำผัดไทย ทอดมันกุ้ง ปลานึ่งมะนาว ไข่เจียว ข้าวผัด อร่อยมาก

จากคุณ : แม่มดตัวจิ๋ว (แม่มดตัวจิ๋ว)


เอาอีก เอาอีก

จากคุณ : ปฏิจจสมุปบาท (ปฏิจจสมุปบาท)


มั่นใจว่าฝรั่งส่วนใหญ่ชอบกินอาหารไทย

ตอนอยู่เมกามีเพื่อนคนนึง ชีวิตมันกินแต่เบียร์กะปาป้าจอห์น

แต่พอมันได้ลองผัดไทย

ชีวิตมันก็เปลี่ยเป็นเบียร์กะผัดไทย มันสามารถกินผัดไทยเผ็ดๆ ทุกวันติดต่อกันเป็นเดือน

ขนาดผมเห็นมันกินทุกวันยังเลี่ยนเลย ดีนะแถวที่อยู่ร้านส้มตำมันไกล

จากคุณ : KOKISME


รักกระทู้นี้จัง

จากคุณ : edema คนตัวโต


พูดถึงพ่อสามีหลังจากท่านติดใจอาหารไทยไปคราวก่อนโน้น ตอนงานแต่งเราแต่งนอกสถานที่บนภูเขาธรรมชาติสวยมาก เจ้าสาสทำอาหารไทยเลี้ยงแขกสามสิบคนเอง เน้นว่าทำคนเดียวจริงๆ และวันแต่งทั้งบ่าวสาวก็ยังมีกิจกรรมทำครึ่งวันด้วย ปกติฝรั่งมื้อกลางวันจะทานง่ายพวก แซนวิช ไส้กรอก เบอร์เกอร์ ก็ว่าไป งานนั้นพ่อสามีรู้ว่าบ้านเราไม่นิยมทานฟ๊าดฟู๊ด พักกลางวันท่านก็มาถามหาอาหารที่เราเตรียมไว้ก่อนสามีเราอีก ตกลงตลอดงานท่านก็ไม่ทานพวกขนมปังเลยค่ะ

เพื่อนญี่ปุ่นจากที่ทำงานแฟนก็ติดใจผัดกระเพราะไก่แบบเผ็ดสะใจจากงานแต่งไปด้วย เราทำหลายอย่างพวกไม่เผ็ดก็มีแต่ที่หมดก่อนคือผัดกระเพราะซะงั้น ^^

จากคุณ : henna


มีเพื่อนเวเนกับบราซิลเคยขอให้ทำกับข้าวให้กิน เราก็ทำพวกสปาเกตตี ซอสมะเขือเทศให้กิน ตอนนั้นไม่กล้าทำอาหารไทยให้กิน กลัวกินกันไม่ได้
เวลาผ่านไป....
เรากับเพื่อนคนไทยทำอาหารไทยกินกัน แล้วเราก็ถ่ายรูปเก็บไว้
มาวันนึงมันเห็นรูปอาหารไทยเหล่านั้นก็โวยวายกันใหญ่

อีเพื่อน: nooooo why didnt you make these for us? i want tom yum and kai jaew like in this picture!!!
เรา: งงกับไอ้ต้มยำกับไข่เจียวที่ชัดมากของพวกมัน

จากคุณ : sorkip


#192 นี่ที่ถูกต้องเป็น "กะเพรา" นะครับ

กะเพรา
ความหมาย

[-เพฺรา] น. ชื่อไม้ล้มลุกชนิด Ocimum tenuiflorum L. ในวงศ์ Labiatae กลิ่นฉุน ใช้ปรุงอาหาร พันธุ์ที่กิ่งและก้านใบสีเขียวอมแดงเรียก กะเพราแดง ใช้ทํายาได้, พายัพเรียก กอมก้อ.

อ้างอิงจากพจนานุกรม online ครับ

จากคุณ : Namor FC


ตลาดวายแล้วมั๊ง มาช้าไป

ที่สวิสฯ คนสวิสรักอาหารไทยมากกก และดังสุดๆ ไม่ต้องถาม
แต่ที่จะเล่า คืออีตาคุณชายแฟนเรา บังเอิญว่าเธอเคยเป็นกุ๊ก ก่อนจะ
ไปต่อสายการโรงแรม เธอเลยจะชอบทำรู้ดีเรื่องอาหารว่าผ่านมาทุกสมรภูมิ
รู้จักของทุกประเทศ ของไทยก้ออร่อย แต่แกจะชอบ แบบอมภูมิ คือชอบแหละ
แต่ก้อจะไม่กรี๊ดมาก บอกเราว่า อาหารไทยก้อชอบแต่ก้อกินแค่อาทิตย์ละครั้งพอนะ

แต่มีอยู่ทีนึง เราอยากกินส้มตำมาก เป็นวันนั้นของเดือน
แต่มะละกอแพงโหด เลยเอาแตงมาตำ ตำมั่วตำซั่วไป (ตำไทยเพราะหาปูไม่ได้ ปลาร้าหมด)
อีตาแฟนกลับมาบ้านพร้อมเพื่อน ที่ชอบอาหารไทยมาก มาถึงมารุมขอลองชิมใหญ่
ตั้งแต่นั้นมา แตงกวาต้องมีติดบ้านไว้ตลอด มะเขือลูกเล็ก กับ ถั่วลิสงด้วย
พ่อเจ้าประคุณทำกับข้าวให้เพื่อนกิน ต้องมีตำแตงตลอด ดิฉันกลับมาบ้านทีไร
ครกกับสาก ล้างคว่ำไว้เกือบทุกครั้ง แถม เพื่อนแก มีโทรมาขอสูตร เอาไปทำต่อๆกันอีก เพื่อนที่ไปทำต่อ บางคนไปคุยถล่มเพื่อนคนอื่น(ที่ชอบกินอาหารไทยเหมือนกัน) ประมาณว่า ไม่เคยกินละสิ เนี่ย ไทยแท้จริงๆ ร้านอาหารไม่ค่อยมีหรอก

ตำแตง เลยเป็นขวัญใจของพวกผู้ชายสวิสกลุ่มหนึ่งไปงั้น

จากคุณ : สาวโรงงานในซูริค


เอาอีกๆ  เข้ามาตามอ่านทุกวันเลยค่ะ  ชอบกระทู้แบบนี้ >_<

จากคุณ : Monkey Pod


คอนเฟิร์ม ตาม 153 ว่าไว้

มีเคยทำงานที่ Amanpuri ภูเก็ต 3 ปี  เจอแขกระดับ High Profile เยอะมากกกกก

แต่ละคนชื่นชอบอาหารไทยแบบสุดๆ  ชอบกินยังไม่หนำใจ ยังเข้าคอสเรียนกับทางโรงแรมด้วย  เอากะเขาสิ

อย่างล่าสุด มี Prince ของโมรอกโกมาพัก  อาหารไทยขายดีมากกกก  ทุกมื้อต้องมีอาหารไทย และทุกวันด้วย  

อ้อ นางแบบแถวหน้าอย่าง เคท มอส ก็เคยบ่นว่าน้ำหนักตัวเพิ่มเพราะอาหารไทยที่ Amanpuri

จากคุณ : ค่ง หยาง เจี่ยน


มีแต่แฟนของแม่ที่บอกว่ายี้ แต่ว่าแค่บางอย่างนะคะ แต่มีเรื่องมาเล่าคือ 2 ปีก่อนตอนเรียนภาษาที่ฟินแลนด์กับแม่ วันนั้นแม่เค้าทำขนมจีนน้ำยาป่าบอกตีนไก่ มากินกันกลางห้องอาหารทีนี้ เพื่อนต่่างชาติคนนึงกันมาเห็นตอนแม่กำลังพยายาม(แิอบ)กินเท้่าไก่ิิอยู่ ที่ตลกสุดๆกฌคือ ฝรั่งคนนั้นดันอุทานว่า 'Ohhh My Goshhhhhh'  ฮาๆๆ  แล้วก็ถามนู้นนี่นั่นว่าอะไร กินด้วยหรอ 555

จากคุณ : หมาน้อยขั้วโลก


อยากแชร์แต่ไม่ใช่อาหารไทยสิ =o="

บ๊วยเค็ม ของคนจีนค่ะ เอาให้คนซาอุฯกับคนอังกฤษกิน เค้าอยากกินเพราะเห็นเรากินบ่อยๆ (กันหลับเวลาเรียน)

คนซาอุฯถึงกับวิ่งไปบ้วนทิ้งกับกลั้วคอกันเลย แต่ไปๆมาๆกลับมาติดใจขอกินใหม่ซะงั้น

ยิ่งคนอังกฤษยิ่งไม่ต้องพูดถึงชอบแต่แว่บแรกที่ได้สัมผัส

จากคุณ : MalHer


กระทู้แนะนำสัปดาห์นี้จากห้องก้นครัวครับ

+++ไปดูกันว่า ทำไมฝรั่งถึงร้อง โอ้ว ม่าย ก้อด นี่ชั้นอยู่บนสรวงสวรรค์หรือนี่กระไร+++

http://www.pantip.com/cafe/food/topic/D11581762/D11581762.html

อาหารไทยชาววังกับงานแกะสลักผลไม้ขั้นเทพที่ฝรั่งถามว่า "นี่ใช้เวทมนตร์เหรอ?"

leaf

จากคุณ : ณัฐกร


1. เพื่อนฝรั่งเศสเรากินหมูกระทะแล้วซดน้ำซุปแห้งๆ ในกระทะด้วยอ่ะ แบบว่าติดใจชอบมากๆๆ อยากเอาไปทำกินที่ฝรั่งเศส
2. มีน้องนักศึกษาเล่าให้ฟังว่าน้าเขยชาวญี่ปุ่น ติดใจตำถั่วมาก บอกเอาแบบนี้อีกจาน 555
นี่แหละอิทธิฤทธิ์อาหารไทย อิๆๆ

จากคุณ : แมวบนหลังคา


กุ้งแช่น้ำปลาค่ะ ตอนนั้นอยู่เมกา พาเพื่อนคนเมกาไปบ้านพี่คนไทย
มีมองหน้าระหว่างคนไทยกันว่า จะไหวมั้ย เจอของโหดตั้งแต่อาหารไทยจานแรก
แล้วหันไปพูดหยอกๆเขาเชิงแกล้งนิดหน่อยว่าต้องกินกุ้งดิบนะ
มันก็นึกว่าเราล้อเล่น พูดขำๆตอบมาว่า ยังไม่เอาไป COOK เลย จะกินได้ไง
แต่คนไทยทุกคนทำหน้าจริงจังมาก หน้าตาแบบกำลังสนุกทุกคน มันเลยเริ่มรู้ล่ะว่าเราพูดจริง 5555

สุดท้ายเขาบอกว่า โอเค เขาจะลอง ก็กินไปหน้าแดงไป ร้องไห้ไป (น้ำจิ้มเผ็ดระดับคนไทยกิน) มันบอกอร่อย แต่เผ็ด มันไม่พูดไม่จา หน้าแดงมาก ร้องไห้ด้วย คนไทยถามว่าโอเคมั้ย มันบอกโอเค แล้วกินต่อ วันนั้นเค้าซัดกุ้งไปสิบกว่าตัว 55555+

หลังจากนั้นมีเพื่อนคนฟิลิปปินส์กับอินโดมาเที่ยวไทย ก็พาไปกินอาหารไทย เราเลยลองสั่งมาหยั่งเชิงเพื่อนดูค่ะ ว่าจะกินมั้ย คุณเธอทั้งคู่ไม่แตะค่ะ เค้าชี้ไปที่กุ้งอบวุ้นเส้นข้างๆว่า กุ้งสุกก็อยู่นี่ จะกินกุ้งดิบทำไม 555555~ (ปลาดิบญี่ปุ่นพวกเค้ายังไม่กินเลย จะให้ลองของดิบไทย คงโหดร้ายเกินไป)

เคยเอาพริกป่นไทย ไปฝากโฮสสิงคโปร์ เค้าก็ชอบกันทั้งบ้าน เอาพริกป่นโรยใส่มันทุกอย่าง ของที่ดูไม่เข้ากันก็ยังใส่ อย่างปลานึ่งน้ำเปล่าที่ไม่มีรสชาติอะไรเลย.... คืออยากบอกว่าเรากินแบบเขาไม่ได้ค่ะ 55555 เผ็ดแต่จืดเกิดมาเพิ่งเคยได้กิน เราขอเหยาะน้ำปลาดีกว่า จากนั้นต้องเอาพริกป่นไปให้เขาทุกครั้งที่กลับไทยค่ะ เป็นเครื่องปรุงประจำบ้านโฮสไปเลย

มีเรื่องของเพื่อนอีกคนค่ะที่ไปนิวซีแลนด์ เจอเพื่อนมุสลิม เพื่อนคนไทยแบ่งมาม่าคัพให้เพื่อนมุสลิมกิน เพื่อนคนไทยเค้าไม่รู้ว่าในนั้นมีเศษเนื้อหมูอยู่  คนมุสลิมก็กินไปแล้วบอก นี่อะไรน่ะ อร่อยดี   เพื่อนคนไทยตกใจนิดหน่อยแล้วบอกไปว่าเนื้อหมู  มันก็บอกว่า จริงเหรอ เนื้อหมูเหรอ เกิดมายังไม่เคยไปกินหมูเลย อร่อยดี พาไปกินหน่อยสิ เลยพาไปกินหมูสะเต๊ะที่ร้านอาหารไทย แล้วก็ซัดแหลก กินเสร็จบอกว่า "ถ้ารู้ว่าหมูอร่อยขนดนี้ กินไปนานแล้วนะเนี่ย" 5555+

เรื่องล่าสุด เพิ่งเกิดไม่นาน เพื่อนกับเพื่อนที่ทำงานของเค้าพาฝรั่งไปลองอาหารไทย
พี่แกถามทุกอย่างค่ะว่าไอ้นั่นคืออะไร ไอ้นี่คืออะไร ทำจากอะไร ทำท่าตื่นเต้นกับทุกเมนูค่ะ ท่าทางอยากรู้อยากเห็นมาก แต่คนไทยเครียด ต้องเปิดดิกหาชื่อภาษาอังกฤษให้ครบทุกเมนู ครบทุกส่วนผสม 5555 บางจานนึกไม่ทันจริงๆ อย่างบัวลอย เลยต้องบอกไปว่า floating lotus

จากคุณ : คานเหล็กกล้าทาแล็กเกอร์


วันนั้นทำต้มยำตีนไก่ซุปเปอร์กินกันกะเพื่อน ๆที่ทำงานค่ะ หม้อใหญ่เลย  ตานี้มันเหลือพนักงานก็แบ่ง ๆกันเอากลับไปทานต่อที่บ้าน  ผ่านไปไม่ถึงอาทิตย์ แม่สามีเพื่อนแวะมาค้างกะหลาน แกเ็ป็นฝรั่งออสซี่เข้ามาหาที่ร้าน ซื้อตีนไก่ กะตับไก่มาให้บอกช่วยทำให้กินอีกทีเถอะ วันนั้นลูกสะใภ้ได้เอาอาหารกลับมาที่บ้านแล้วแบ่งให้แกทานด้วย  แกชอบมาก ๆไม่เคยคิดว่าตีนไก่ซุปเปอร์มันจะอร่อยมาก ๆขนาดนี้  

หลังจากนั้น ลูกสะใภัรายงานว่าเวลาคุณยายแกมาหาหลานที่ ก็ต้องไปจ่ายตลาดซื้อของมาเตรียมทำซุปเปอร์ตีนไก่ให้แกทานตลอดค่ะ

จากคุณ : ป.ปลาทอง


เพื่อนที่บริษัทแฟนค่ะ
ชอบอาหารไทยขนาดขอให้สั่งให้แล้วอัดใส่มือถือ
ไปร้านอาหารงัดมือถือมาเปิดเลือกรายการพอได้ก้อเปิดให้เด็กเสริฟฟังว่าเอาอันนี้
ตอนปีใหม่เค้ามีรายการมาเลยค่ะว่าจะกินอาหารไทย
แกงเขียวหวานไก่  ปลาราดพริก  ผัดกระเพาไก่ไม่เอาใบกระเพา

จากคุณ : Boon MM (Boon MM)


แจมมั่งนะคะ
ตอนไปเรียนที่จีน มีเพื่อนร่วมชั้นเรียนเป็นสามีภรรยาชาวอเมริกา แล้วเขาเชิญเราไปเที่ยวห้อง เราก็เลยเอาวะบอกจะทำอาหารไทยให้ชิม เลยไปห้องเขาแล้วทำอาหารไทย มีต้มจืดฟักไก่ แกงเขียวหวาน แล้วก็ฟักทองแกงบวด แรกๆ เขาก็งงๆ ถามใหญ่เลยว่าขาวๆ น้ำๆ นี่อะไร แล้วก็ตกใจมากที่เอามะพร้าวมาทำอาหาร พอทำอาหารเสร็จก็มาทานกัน โหหห ทานกันแบบเหมือนอร่อยมาก ตัวภรรยาบอกว่าอาหารเขามีแค่ซุปจืดๆ เอามาอุ่น ไม่อร่อยแบบอาหารไทย ทานเสร็จเราก็จะกลับ มันเหลือต้มจืดฟักไก่อยู่หน่อยก็ไม่ได้เอากลับ รุ่งเช้าเจอที่ห้องเรียน ภรรยามาเม้าท์ว่าสามีเอาต้มจืดมาอุ่นแล้วฟาดจนเรียบเมื่อเช้า ทำเอาเราหน้าบานมากๆๆ แล้วเขาก็มีแผนว่าจะไปเที่ยวไทยปลายเดือนที่เราไปทำอาหารให้ทาน บอกว่าจะไปซัดอาหารไทยให้เต็มคราบเลย

จากคุณ : เสี่ยวหลิน


โฮส ผู้ชายผู้เป็นสามีของบ้านที่เราไปอยู่ด้วยบอกว่าไม่ชอบข้าวสุกเพราะไม่ชอบtextureของมัน แล้วก็ไม่ชอบอาหารชาติอื่นเพราะคิดว่าไม่อร่อย

แต่ชอบทำท่าเอาพริกป่นมาโรยๆใส่อาหารฝรั่งโชว์เราอยู่เรื่อย ปริมาณพริกที่แกโรยใส่อาหารแต่ละทีก็ขนาดลมพัดผ่านช้อนพริกแล้วมาตกใส่ข้าว แล้วมาถามเราว่าิกินเผ็ดไหม เราก็บอกว่าเราไม่กินเผ็ดเท่าไร

วันหนึ่งก็บอกว่าต้องลอง chicken wings นะ เผ็ดมากเลย ไม่รู้ยูจะกินได้ไหม

เราก็บอกว่า เอาดิ ลองสั่งมากินดู

พอกินเจ้า chicken wings ของลุงแกไปเท่านั้นแหละ แกมองหน้าเราแบบลุ้น ๆ ว่าเราจะบ่นว่าเผ็ดไหม

เราก็นึกในใจว่าโธ่เอ๊ย...ลุง ... แค่นี้น่ะแม้แต่เด็กเล็ก ๆ บ้านฉันยังไม่เผ็ดเลย

เราก็ตอบไปว่าไม่เผ็ด  แกทำหน้าผิดหวังนิดหน่อย แล้วบอกว่า ไม่รู้ว่าทำไมวันนี้ที่ร้านเขาทำchicken wings ไม่เผ็ดเหมือนเคย

เราก็เลยบอกว่า อยากลองกินอาหารไทยรสจัดแบบที่เรากินไหม ซึ่งไม่ได้รสเผ็ดขนาดที่คนไทยทั่วไปเขากินหรอกนะ ลุงแกก็บอก ได้สิ จะลองกินอาหารอื่นที่ไม่ใช่อาหารฝรั่งดู

วันนั้นเราก็หุงข้าวและจัดแจงทำผัดกะเพราไก่อาศัยซองปรุงรสของโลโบ้ แล้วก็เพิ่มกระเทียมกับพริกขี้หนูแดงๆ ไปอีกเล็กน้อย

ผัดเสร็จ ยกมาตั้งโต๊ะ แล้วถามลุงแกว่าจะลองกินกับข้าวสวยไหม แกบอกไม่ แกจะกินผัดกะเพราเปล่าๆ

ด้ายยยยเลย

พอกินไปได้คำเดียวเท่านั้น เราถามว่าเป็นไงมั่ง

ลุงหน้าแดงก่ำ รีบกลืน แล้วคว้าแก้วนมดื่มตาม แต่ยังไว้เชิงบอกไม่เผ็ดเท่าไร ยังพอไหว แต่วันนั้นแกนั่งกินอาหารเย็นกับเราสองคน นมหมดไปเป็นลิตรอ่ะ


ไม่ได้แกล้งแกนะ แต่เราทำรสที่เรากินจริงๆ

ต่อมาเราก็ชักทนรสชาติของเสต็กของแกไม่ไหว เพราะมันจืดสนิท เลยบอกว่าขอ marinate เจ้าเนื้อนี่ก่อนได้ไหม แล้วจะทำให้แกกิน แกก็เออ ออ ห่อหมกด้วย

เราหั่นเนื้อแล้วก็ประเคนเครื่องปรุงสารพัดซอสสารพัดผงปรุงในบ้านที่แกมีอยู่ลงไปในเนื้อ และก็ใส่กระเทียมพริกไทลงไปด้วยแล้วขยำๆๆๆ ใส่ชามปิดด้วยพลาสติกทิ้งไว้สองสามชั่วโมง

พอเราเอาเนื้อที่หั่นเป็นเส้นๆแล้วหมักทิ้งไว้มาทอดให้กินเท่านั้นแหละ

แกทำตาแวววาว แล้วบอกว่าขอลองอีกสักชิ้นได้ไหม แล้วก็อีกชิ้น ตามๆ มา

ส่วนเมียแกและลูกสาวติดเมียลองกินทุกอย่างที่เราทำ แต่ไม่กินเผ็ด
เมียแกไม่ชอบทำกับข้าว บ้านนี้สามีทำกับข้าว ภรรยาล้างถ้วยชามด้วยเครื่องและซักผ้ากับทำความสะอาดบ้านทั้งหมด

เมียแกและลูกเลี้ยงสาวชอบกินข้าวผัดที่เราใส่ไข่ แฮม และผักที่ไม่ซ้ำชนิดแล้วแต่่ว่าจะมีผักอะไรอยู่ในตู้เย็น

ลูกสาวเขาถามแม่เขาว่าทำข้าวผัดอย่างที่เราทำเป็นไหม แม่ก็บอกไม่เป็น

ลูกสาวเขาก็พูดอีกว่าอยู่บ้านเดียวกันไม่เคยดูเราทำเลยหรือไง แม่เขาก็บอกอีกว่าไม่เคยดู ได้แต่รอกิน

ลูกสาวก็บอกว่าถ้าเรากลับเมืองไทยแล้วใครจะทำให้เขากินล่ะ

แม่เขาก็บอกว่า ก็ถามเราไว้สิ

ตอนเราใกล้กลับเมืองไทย ลุงแกก็บอกว่า บางทีแกบอกว่าไม่ชอบอาหารชาติอื่นเพราะแกไม่เคยกินก็อาจจะเป็นได้

เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหมายความว่าแกเริ่มชอบ เนื้อทอดกระเทียมพริกไทหรืออาหารไทยขึ้นมามั่งแล้วซะละมัง

จากคุณ : pumpkin&blackbeauty


ผลไม้ก็
มีเพื่อนร่วมงานชาวจีน มาฝึกงานโรงงานที่เมืองไทย สิบกว่าคน
เรามีหน้าที่พาเที่ยว พาเค้าทานข้าว ก็ปกติ อาหารการกินอาจใกล้เคียงกัน
พอพ้นมือเที่ยง ถามว่าจะไปไหนต่อมั๊ย หรือจะกลับไปพักผ่อนที่โรงแรม แวะหาอะไรทานก่อนนะ
เราพาแวะแผงผลไม้ (ระหว่างทางที่ระยอง) แบบหน้าสวนเค้าอ่ะ
เพื่อนคนจีนกรูลงมาจากรถตู้ กรี๊ดใส่มังคุด เราเลยซื้อให้ยี่สิบโล เห็นมาหลายคน
เค้ากรีดร้องเพราะคิดว่ามันแพง พอบอกโลสิบห้าบาทเอ๊ง
ซื้อกันคนละยี่สิบโลอ่ะ T T

เช้าวันทำงาน โรงแรมโทรมาบ่นว่า ลูกค้าทำผ้าปูที่นอนเปื้อนสีม่วง
เพราะทุกคนกินแต่มังคุดในห้องไม่ลงไปกินข้าว

จากคุณ : Jarunya.b


อีกคนเป็นเพื่อนร่วมงานชาวอเมริกัน อายุห้าสิบแล้ว มาเมืองไทยมาคุมโปรเจคท์
วันแรก แกให้โรงแรมทำแซนวิชเป็นลันช์บ๊อกซ์ กลัวกินอะไรไม่ได้
พอเที่ยง เราจับแกขึ้นรถ บอกไปกินข้าวด้วยกันน่า ตื้อจนแกกลัว 5555 แกบอกที่โน่นเค้าต่างคนต่างกิน
แต่ที่เราไป แบบยกก๊วนน่ะ ชวนๆกันไป ขับรถตามกัน กินไปคุยไป แกงงเลย มันจะสนุกอะไรกันนักหนาคนไทย
มื้อแรกเจอข้าวมันไก่ วันต่อมาเที่ยงปุ๊บแกยิ้มยืนรอข้างรถเลย ตอนเย็นฝ่ายบริหารเค้าจะรับหน้าที่เทคแคร์อยู่แล้ว
อยู่สองอาทิตย์กินข้าวไม่ซ้ำร้าน ไม่ซ้ำเมนู เจอข้าวขาหมู ไก่ย่างส้มตำ ข้าวราดแกง ผัดกระเพรา สารพัด
แกบอก มิน่า คนไทยไม่ยอมย้ายไปทำงานที่โน่น พวกยูนี่ มีแฮปปี้ ไทม์ ทุกเที่ยงเลย

ตอนนี้ เกษียณแล้ว มาเมืองไทยทุกปี

จากคุณ : Jarunya.b


อุ๊ปส์ โพสผิดกระทู้ค่ะ เข้ามาลบออก แฮ่ะ ๆ

จากคุณ : freebird (เจนนี่เจ้า)


เป็นกระทู้ที่อ่านไปยิ้มไปทุกที

แอบแวะมาอ่านเรื่อยๆ เข้ามากี่ทีก็ได้ยิ้มตลอด

จากคุณ : violet_ladybird


อ่านถึงตรงนี้  ^^

จากคุณ : Zenmaster_T


กระทู้ยาวข้ามปีเลยแฮะ

จากคุณ : ยิ้มก่อนอ่านตาหวานก่อนตอบ


เคยจะพาเพื่อนฝรั่ง ไปกินอาหารไทย

คุณรู้ไหม เขาลนลานหาสูทเพื่อจะไปกินอาหารไทย

ปล.อาหารไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะยุโรป  เกรดประมาณ อาหารอิตาลี่ อาหารฝรั่งเศส ใส่สูท ชุดราตรีเข้าไปกินกัน

อย่าง มังคุด นี่ ใส่จานเท่ากระด้ง ใส่มังคุดปอกเปลือก 2 - 3 ลูก มีวิปครีมกับไอติมวนิลา จานนี้เพื่อนเล่าให้ฟังว่า 90 USD

อย่างตอนที่พาไปกินร้านบ้ว สั่งอาหารไทยมา 8-9 อย่าง เพื่อนตกใจมาก ถามเราตลอด จ่ายไหวหรอ

เราถามทำไม

....ยู รู้ไหม ไอ้ต้มยำกุ้ง ไข่เจียง และ แกงมัสมั่น  3 อย่าง ปาไป 200 USD นี่ยูสังมาเกือบ 8 อย่าง ไอไม่มีตังช่วยยูจ่ายนะ ......

ตอนบิลมา หมดไป 2000 กว่าๆ เพื่อนถามเท่าไหร่ บอกมันไปว่า 70 USD

มันบอกว่า เมืองไทย สวรรค์ชัดๆๆ

จากคุณ : moojiw


กิฟทั้งเดือนหมดไปเพราะกะทู้นี้กระทู้เดียว

เคยมีเพื่อนอยู่เยอรมันแล้วพาลูกพี่ลูกน้องกลับมาเมืองไทย เราก็พามาเที่ยวบ้านเรากะเพื่อนชอบกินปลาอินทรีย์มาก

แล้วมันจะมีเครื่องเคียงใช่ใช่มะ หอมแดง มะนาวพริก เราก็โซ๊ยกันเต็มที่ เปิปมือกันเนี่ยแหละ อ้ายเด็กนั่นมันก็ทั้ง

มองยี้ๆ แล้วก็เหม็นปานจะตายซะให้ได้เพื่อนเราเลยแกล้งจับยัดปากเข้าไป 1 คำ ตอนแรกทำหน้าเหมือนจะตาย

พอเคี้ยวไปแปปเดี๋ยว ดึงปลาอินทรีย์ทั้งจานพร้อมหม้อข้าวไปนั่งซัดโฮกๆ แถมมีขอพริกเพิ่มเป็นเม็ดๆอีก

จากนั้นเวลาจะไปเที่ยวไหนพวกจะสั่งแต่ปลาอินทรีย์ลูกเดียว

จากคุณ : Retrojazz60s


ชอบกระทู้แบบนี้มาก อ่านไปยิ้มไป
ส่วนตัวไม่เคยเจอกับตัวเอง ฟังแต่น้าๆ เล่าว่า
สามีและลูกๆ ติดอาหารไทย งอมแงม

จากคุณ : ป้าหน้าเด็ก


อ่านเท่าไหร่ก็ไม่เบื่ออะ อยากอ่านอีกเยอะๆๆๆ เลย

จากคุณ : ปฏิจจสมุปบาท (ปฏิจจสมุปบาท)


หน้านี้คั่นไว้เรียบร้อยแล้ว

จากคุณ : ผีหลายบทบาท


เพื่อนชาวพม่าคนนึง ไม่รู้เป็นอะไร ไม่ทานปลาทุกชนิด ทุกรูปแบบ
วันนึงพาไปร้านอาหารไทย สั่งคะน้าปลาเค็มมาด้วย กะว่าคนไทยก็ทานกันเอง คะน้าปลาเค็มของร้านนี้เขาใส่ปลาอินทรีเค็มมาเป็นแว่นเลย ไม่ได้เป็นเศษๆ เหมือนร้านทั่วไป เราคนไทยก็ไม่ได้ชวนเขาทาน เพราะรู้ว่าไม่ทานปลา
เพื่อนชาวพม่าไม่รู้นึกยังไง แกะเศษเล็กๆ ไปชิมคำนึง หลังจากนั้นปลาอินทรีทั้งแว่นก็หายเข้าท้องแกไป แล้วยังวิดน้ำในจานซะเกลี้ยง

จากคุณ : ขุนคีรี


สมัยเราไป work and travel ช่วงพักเที่ยงต้องกินเบอร์เกอร์ประจำ

พอย้ายไปอยู่อพาทเม้นกับเพื่อนบราซิลที่เค้ามีเครื่องครัวมันพร้อมศัพท์

เราเลยได้โอกาส ทำข้าวกล่องไปกิน

วันแรกที่ทำไป เป็นผัดผักอนาถา กับไข่ดาว ผักก็มาจากพวกผักสลัดต่างๆที่เรากินไม่หมดจากมื้อเย็น +

ไก่ย่างจากสลัด (พอดีเราแยกไว้ตั้งแต่ก่อนจะราดน้ำสลัดอะค่ะ)+กุ้งฟรีซตัวเล็กๆ(เพราะตัวใหญ่มันแพงงงอะ)

กระเทียมที่ใช้ก็เป็นกระเทียมสับที่ขายเป็นขวดๆของฝรั่ง (จะถูกกว่ากระเทียมสดขายเป็นหัวๆ)

มีแค่น้ำปลาที่เอาไปจากไทย ผัดเสร็จก็ใส่ถุงไว้ เอาราดข้าวที่หุงเช็ดน้ำไป

พอเปิดกินกลางวันได้1คำ พื่อนฝรั่ง ร้อง oh wow Thai food - -"

เราก็เลยถาม wanna try?

ปรากฏว่ามันไม่ลองคนเดียวค่ะ กินเช้าไปหนึ่งคำ แล้วเดินไปตามเพื่อนคนอื่นมาลองด้วย

ข้าวกล่องขนาดฝ่ามือเรา2มือประกบกัน ตักกันใหญ่เลย

มารู้อีกที พวกเค้าอุตส่าห์เหลือให้เราตั้ง1คำ T^Tมีการบอก อร่อยมาก พรุ่งนี้ทำมาอีกนะ

สรุปว่ามื้อนั้นเราต้องได้กินเบอร์เกอร์อีก  T_T

ก็ปลื้มนะ แต่เปลืองเราอะ

จากคุณ : aorp


#219 พลาดซะแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า

จากคุณ : Namor FC


อาหารไทยอร่อยอยู่แล้ว

^___o

จากคุณ : เพื่อนคนสุดท้าย


วันนี้อยากอ่านมาก แต่เม็นท์ไม่ค่อยมีเยอะเท่าไร อดใจไม่ไหวอ่านมันทั้งหมดอีกรอบก็ได้  - -"

จากคุณ : ฟ้าสวยมาก


เพื่อนผมชาวอังกฤษชอบต้มยำหม้อไฟร้อนๆทุกชนิด และชอบกินเผ็ดมากกกกกกก แต่แปลกตรงที่ต้มยำเขาต้องมีถั่งงอกเอาไว้ลวกในหม้อไฟด้วย กินมันเกือบทุกวันไอ้หม้อไฟเนี่ย 555

อีกอันผมกับเพื่อนคนนี้ชอบทานเบียร์กันทีนี้ไอ้เราท้องว่างอยากมีกับแกล้ม ข้างบ้านขายก๋วยเตี๋ยวแต่หมดเวลาขายแล้ว เลยขอซื้อลูกชิ้นเนื้อเปล่ามาครึ่งโล แล้วเอาไป ทอดแห้งๆ และขอน้ำส้มพริกที่เขาไว้กินกับก๋วยเตี๋ยวมาจิ้มลูกชิ้นทอด กลับชอบมากกก  กินกัน 2 คน ครึ่งโลทอดหมดเลย 555

จากคุณ : อเดเดช


แฟนน้องสาวเป็นชาวไอริชมากินเลี้ยงฉลองปีใหม่ที่บ้าน ที่บ้านก็ตั้งวงกินเหล้าเบียร์ อาหารทั่วไปตามสไตล์คนไทย
ส่วนใหญ่อาหารบางอย่างเค้าจะไม่กล้าลอง เค้าเลือกทาน จะเลือกทานเป็นบางอย่างที่คิดว่ามั่นใจว่าเคยทานจริงๆ
อย่างไก่ทอด ต้มยำ ทานได้ แต่เค้าจะถนัดเรื่องดื่ม ถึงไหนถึงกัน เหล้า เบียร์ได้หมด

แต่มีอยู่อย่างที่เค้าบอกตลกมากๆ คือเมล็ดทานตะวัน ที่วงเหล้าเค้าจะเอามาแทะกินเล่นๆระหว่างดื่ม
เค้าบอกว่ามันคืออาหารนก บ้านเค้าไม่กิน เค้าใช้สำหรับเลี้ยงนกกัน แปลกที่คนไทยเอามากิน น้องสาวบอกลองดูสิแล้วจะติดใจ
เค้ายืนยันว่ามันเป็นอาหารนก เค้าบอกไม่อยากแย่งอาหารนกกิน(เค้าพูดติดตลก)
แต่ระหว่่างนั่งดื่ม คนนั้นก็แทะ คนนี้ก็แทะ เค้าเริ่มคล้อยตาม คงอยากลองเล่นๆมั้ง จากที่เริ่มเมล็ดที่1 เมล็ดที่2ก็ตามมา จากนั้น 3,4

เค้าบอกว่า กินได้นะอาหารนกอร่อยดี พวกเราอย่างฮา พอดีมีพี่ในกลุ่มจะไปซื้อน้ำแข็งที่เซเว่น เค้าบอกว่าซื้อแบบนี้มาอีกนะ
เพิ่งรู้ว่าอาหารนกอร่อยดี

จากคุณ : ลูกกวาดมอมแมม


อ่านแล้วหิว...
ว่าแล้วก็ออกไปเดินหาอะไรกินดีกว่า อาหารไทยอร่อยจริง ๆ แหล่ะค่ะ

จากคุณ : นิวลี่


อันนี้ไม่ได้เกี่ยวกับหัวกระทู้ (ไม่มีเพื่อนต่างชาติ)

วันก่อนที่ราชมังฯ มีแข่งบอล ตรงทางเข้ามีตลาดนัด แล้วนอกจากคนไทยที่เดินหาซื้อของกินอยู่ประจำ
แต่วันนั้นฝรั่งตรึม ดันมีวัยรุ่นฝรั่งผู้ชายไปยืนสั่งส้มตำ แล้วปูปลาร้าด้วย (ไม่เห็นตอนสั่ง..เลยไม่รู้ว่า ตอนสั่งสั่งยังไง) ท่าทางจะอยู่มานานนะถึงได้กินส้มตำเป็น

จากคุณ : blue_garden


ที่เราเจอไม่ถึงกับยี้ค่ะ แค่ไม่ค่อยกล้ากินเพราะไม่เคยมากกว่า

๑ ตอนเรียนอยู่บ้านเช่ากับเพื่อน เพื่อนพาเพื่อนนักเรียนแลกเปลี่ยนญี่ปุ่นสี่ห้าคนมานั่งเล่นที่บ้าน เราเพิ่งซื้อเสาวรสมาสองโลก็เลยลองชวนเค้าชิมดู (แบบผ่ากลางแล้วก็เติมเกลือนิดหน่อยแล้วเอาช้อนควักกิน) ทีแรกเพื่อนญี่ปุ่นก็กล้าๆ กลัวๆ พอได้ลองก็กินไม่หยุด สองโลหมดในพริบตา ไอ้เราก็ทั้งเสียดายของแต่ดีใจมากกว่าที่ทำให้เค้าได้รู้จักผลไม้อร่อยๆ แบบนี้

๒ คนข้างบ้านเราเป็นครอบครัวคนฟิลิปปินส์ มีพ่อแม่่ลูกแล้วก็คุณยาย แม่เรากับคุณยายฟิลิปปินส์ชอบทำอาหารแลกกันชิมค่ะ ครั้งนึงแม่ทำยำส้มโอ ตอนเอาไปให้เค้าก็งงๆ นิดหน่อยว่าสิ่งนี้คืออะไร อาหารคาวหรือว่าผลไม้อะไรยังไง แต่ด้วยความเกรงใจก็ต้องกินค่ะ (ฮา) เราเอาไปให้แล้วรีบชิ่งเลยเพราะกลัวเค้ากินไม่เป็นกัน ซักพักเท่านั้นแหละ เพื่อนบ้านเกาะกำแพงบ้านเรียกแม่เราใหญ่เลย สิ่งนี้มันคืออะไร ทำยังไง ขอสูตรด้วยค่ะ

๓ อันนี้ไม่ได้ยี้แต่เรียกร้องค่ะ ตอนสมัยเรียนได้ไปเรียนแลกเปลี่ยนที่ไต้หวัน เพื่อนๆ ก็รอคอยกันว่าเมื่อไหร่จะจัดปาร์ตี้อาหารไทย เพราะว่ารุ่นพี่ที่ไปปีก่อนๆ เค้าก็จะทำกันค่ะ คนไต้หวันชอบอาหารไทยมาก ตอนนั้นเราไม่สนใจเรื่องเข้าครัวเลย ได้แต่เป็นลูกมือเพื่อนค่ะ อาศัยผงโลโบ้ซะเป็นส่วนใหญ่ ก็กินกันเกลี้ยงไม่เหลือตามคาดค่ะ .... มีรุ่นหนุ่มไต้หวันรุ่นพี่คนนึงตอนนั้นเราแอบปลื้มอยู่ คุยกันก็ไม่ค่อยจะรู้เรื่องเพราะภาษาอังกฤษเขาก็ไม่แข็งแรง ภาษาจีนเราก็งูๆปลาๆ ... เราชวนคุยเรื่องไหนก็คุยไม่ยาวเท่าเรื่องอาหารไทยค่ะ พี่แกชอบมากพยายามบอกว่าชอบกินอันนั้นอันนี้ ซึ่งตอนนั้นเราก็ไม่สันทัด กินเป็นอย่างเดียว ... นึกแล้วเสียดายนิดๆ เหมือนกันนะนี่ ถ้าตอนนั้นหัดสนใจเข้าครัวทำกับข้าว อาตี๋ไต้หวันเสร็จเดี๊ยนแน่ๆ ฮาๆ

จากคุณ : เด็กหญิงจริงใจ


อ่านแล้วอยากกินซุปหน่อไม้กะลาบปลาดุกเลยอ่ะ 555+

จากคุณ : Chunsa


คุณสามีเป็นอเมริกัน-อิตาเลี่ยน ก่อนแต่งงานกันก็ชอบอาหารไทยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ตอนยังโสดอยู่แคลิ
เค้าจะชอบไปไทยทาว์ ไปกินเสือร้องให้กับนำ้จิ้มแจ่วและข้าวเหนียว ของหวานต้องเป็นรวมมิตร เค้าบอกว่ากินรวมมิตรรสชาติเหมือนกินสายรุ้ง

พอมารู้จักเราและแต่งงาน เราก็ได้ทำอาหารไทยหลายๆอย่างให้กิน พอดีชอบทำอาหารด้วยน่ะคะ่ ที่เค้าชอบก็จะมีพะโล้,ข้าวมันไก่,ผัดกะเพรา,ผัดไทย,ราดหน้า,พวกแกงกะทิฯลฯ พะโล้นี่ชอบมาก ถึงกับซดนำ้จากถ้วย ข้าวเหนียวนี่ก็ของโปรด กินแกงเขียวหวานราดข้าวเหนียว

ปีที่แล้วมีโอกาสกลับไทย ซึ่งเป็นครั้งแรกของคุณสามี ตอนแรกก็กลัวๆจะเป็นนู่นเป็นนี่ กลัวอาหาร้ป็นพิษต้องไปนอนรพ. ก่อนไปก็เลยลากเราไปฉีดflu shootกันไว้ก่อน ก่อนหน้าที่จะไปก็คุยกันก่อน เราบอกเค้าว่าต้องลองชิมทุกอย่างนะ ถ้าไม่ชิมแล้วจะรู้ได้ไงว่าชอบรึเปล่า เค้าก็บอกว่าได้แต่ขอไม่กินพวกแมลงกับทุเรียนนะ เค้าได้ดูรายการbizarre foodที่พิธีกรจะเดินทางไปทั่วโลกกินอาหารประหลาดๆ แต่ตานี่กินทุเรียนไม่ลง บอกเหม็นมากกกเหมือนศพ- -" สามีเราก็เลยฝังใจ

พอไปถึงไทย ไปตลาดแม่เราก็ซื้อทุเรียน พอดีไม่ใช่หน้าทุเรียนเลยไม่ค่อยมีให้เลือก แต่ก็ได้มาพอกลับมาบ้านเราบอกให้ลอง แม่เราก็อุตส่าห์ป้อน แล้วมีสายตาอีก4คู่(ยาย,แม่,น้า,แล้วก็เรา)ลุ้นกันแทบไม่หายใจอยู่ว่าตาฝรั่งนี่จะกินรึเปล่า เค้าก็กินแล้วก็บอกว่ารสชาติดีกว่าที่ีคิดไว้

อีกวันพาไปกินเนื้อย่างจิ้มจุ่ม คุณสามีก็สั่งส้มตำปูม้า พอเราชิมเราว่าเผ็ด เค้าบอกไม่เห็นเผ็ดเลยแล้วมีการมาถามว่าเธอเป็นคนไทยจริงรึเปล่า-"- ญาติเราสั่งกุ้งแช่นำ้ปลาก็ยื่นให้คุณสามีดูถามว่าลองมั๊ย ปกติสามีไม่ชอบซูชิแต่ก็กินกุ้งแช่นำ้ปลาได้บอกอร่อยดี แล้วก็หันไปฟาดส้มตำคนเดียวหมดจาน

อีกวันกินข้าวเหนียวส้มตำไก่ย่าง ก็สั่งตำไทยและตำปลาร้า แต่เราบอกทุกคนว่าห้ามบอกสามีว่าปลาร้าคืออะไร เพราะไม่งั้นไม่ยอมกินแน่นอนยิ่งถ้าเห็นมาเป็นต่อนๆนี่ไม่กินแน่ๆ แล้วก็ให้เค้าลองชิมทั้ง2อย่างแล้วถามว่าชอบอันไหนมากกว่ากัน สรุปชอบตำใส่ปลาร้ามากกว่าแล้วก็ถามว่า2จานนี้ต่างกันยังไง เราเลยบอกจานที่ใส่ปลาร้าน่ะเค้าใส่"special sauce"อิอิ

วันก่อนกลับไปกินข้าวต้มบัฟเฟ่ท์ ก็กินกันเต็มที่ มียำหอยแครง ใส้หมูตุ๋นคุณสามีก็ลองทุกอย่าง ปรากฏว่าวันรุ่งขึ้นอิเมียขรี้แตก5รอบ สงสัยเพราะหอยแครง แต่อิตาฝรั่งไม่เป็นอะไรเลย ฮ่วย- -"

เวลากินอาหารไทยที่มีอะไรเผ็ดๆกับเพื่อนๆต่างชาติคุณสามีชอบเตือนคนอื่นๆว่า" it burns the same way coming out as it does going in " 555

จากคุณ : โบอิ้ง (Oshiri)


ประเภทยี้จริงๆไม่ค่อยมีนะคะเพราะคยที่เรารู้จักส่วนใหญ่ชอบอาหารไทยมาก บางคนเจอหน้าก็ถามตลอดว่าเมื่อไรเราจะว่างทำอาหารไทยให้ทานอีก

แต่ตอนนี้เราเพิ่งจะเจอะกะตัว คือ มีเพื่อนร่วมงานของเพื่อนสาวคนนึง เค้าจะประมาณว่าเกลียดแมลงจะชอบพูด(แล้วทำให้เราคิดว่าเค้าดูถูก)ว่าคนไทยไม่มีไรกินหรอ ถึงต้องกินแมลง บลาๆๆ เราก็เลยบอกไปว่าแมลงอ่ะเป็นเหมือนสแน็กนะ ไม่ใช่จานหลัก และเป็นของมีค่าเพราะมีราคาแพง บางอย่างหายาก แต่ส่วนใหญ่เดี๋ยวนี้เราพัฒนาจนสามารถเพาะเลี้ยงได้แล้ว แมลงเป็นแหล่งโปรตีน และแคลเซียม สำหรับคนอีสานบ้านฉันแมลงเป็นกับแกล้มชั้นเยี่ยม

จนเมื่อปีใหม่ที่ผ่านมา เค้ามาเที่ยวเมืองไทยกัน เราพาเค้าไปเที่ยวบ้านญาติที่ต่างจังหวัด เราเลยท้าให้ลองทานจิ้งหรีดทอดดู ตอนเเรกก็ไม่ยอมทาน ยี้อย่างนั้นอย่างนี้ แต่พอเพื่อนๆบอกว่าอร่อย เค้าเลยลอง คำแรกก็ยี้ๆ คำต่อมาๆๆๆๆ คงไม่ต้องบอก อิอิ ชอบมาก บอกว่าอร่อย แต่เราต้องบอกว่าแถบที่เราอยู่เค้าจะทอดทรงเครื่องใส่ใบมะกรูดและใบเตยทอดอย่างดี ไม่เหมือนบางเจ้าในกรุงเทพที่เรามองแล้วจ้างให้ เราก็ไม่กิน

เมื่อวานไปส่งเค้าเราเลยเเซวไปว่าเดี๋ยวกลับไปรอบหน้า เราจะเอาแมลงทอดไปฝากนะ เค้าชอบใจใหญ่เลย

จากคุณ : Red Blood


ของผมพาพี่เขยใหญ่ซึ่งเป็นชาวมะกัน    แกมาเยี่ยมแม่ยายที่เมืองไทยผมเลยพาไปทานอาหารกันที่โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง รามอินทรา   เลยสั่งเมนูกะหล่ำปลีผัดน้ำปลามากินแกล้มเบียร์    ฝรั่งถามว่ามันคืออะไรทำจากอะไรบ้างอะ    ผมก็เลยบอกไปว่า  anchovy sauce  ฝรั่งคนนั้นยี้ใหญ่เลยครับ   พวกผมหัวเราะกันก๊ากเลย


แต่ผมบอกให้ลองทานคู่กับเบียร์สิ


หลังจากนั้นผ่านไปพอเช็คบิล....เมนูดังกล่าว 3 จาน

จากคุณ : SGT.AIRMAN


สุดยอดอ่านรอบเดียวจบ...ประทับใจมาก...และที่จะสรุปอีกอย่างคือ....อาหารไทยไปไกลได้เพราะคนไทยและสาวๆไทยที่แต่งงานกับชาวต่างชาติ  จริงๆนะ.....พวกเธอคือคนที่เปลี่ยนโลกทัศน์ผู้ชายฝรั่ง.....เธอคือฑูตแห่งอาหารไทยอย่างแท้จริง   ขอตบมือให้....

จากคุณ : daxter


อันนี้กลับกัน

เคยไปแลกเปลี่ยนระยะสั้นที่นิวซีแลนด์ นานมากแล้วประมาณปี 2540 อาหารไทยค่อนข้างมีชื่อแถวโน้นทีเดียว อยู่ไปซักพักเริ่มคิดถึงบ้าน เริ่มเบื่ออาหารฝรั่ง เหมือนโฮสต์จะรู้ เย็นนั้นเค้าเลยเซอร์ไพรส์หุงข้าว + ทำแกงเขียวหวานให้เรากิน คุณแม่บอกว่าก็ไม่รู้หรอกว่าต้องใส่อะไรบ้าง แต่มีเครื่องแกงโลโบ กะทิ แล้วก็ใส่ๆที่เหลือลงๆไป สีมันเข้มๆ ไม่เขียวหวานเหมือนบ้านเรา แต่อร่อยน้ำตาไหล คุณพ่อก็กินไปจามไป เด็กๆก็ร้องไห้เพราะมันเผ็ด 555

บ้านโฮสต์ของเพื่อนคนอื่นๆก็มีอาหารไทยติดบ้านค่ะ :)

เคยได้ยินมาว่าเนื้อแกะมันสาบ เลยไม่คิดจะลอง แต่วันนั้นมื้อเย็นมีเนื้ออะไรไม่รู้ เค้าตักให้ชิ้นนึงก็กิน กินเสร็จ ขออีกกกกกกก คุณแม่ยิ้มแก้มปริ ปรากฎว่ามันเป็นเนื้อแกะค่ะ ตอนนี้ยังตามล่าหากินอยู่ ก็ยังไม่อร่อยเท่ามื้อนั้นเลย ฮือออ

จากคุณ : padme' amidala


ลองไปดูร้านข้าวเหนียวมะม่วงแม่วารีตรงทองหล่อดิครับ มีแต่จีน ญี่ปุ่นซื้อทั้งนั้นครับ หิ้วมะม่วงเป็นลูกๆ ข้าวเหนียวเป็นโลๆเลยครับ

จากคุณ : artyempty


เห็นกันรึยังคะ  ชาเย็นติดอันดับเครื่องดื่ม

World's 50 most delicious drinks

27. Thai iced tea, Thailand
The best tea is served in a plastic bag from street carts, and looks bright orange, but in a good way. It’s a strong, sweet caffeine kick, made from strong-brewed black tea and then mixed with condensed milk and spices.

If it wasn’t any good Vietnamese and Chinese restaurants wouldn’t bother stealing the recipe



http://www.cnngo.com/explorations/drink/worlds-50-most-delicious-drinks-883542?page=0%2C2

จากคุณ : เจซอง


ผมมีเพื่อนจากเมกา ( ชาวเวอรจิเนีย ) กะญี่ปุ่นแวะมาไทย ก็พาเข้าร้านอาหารไทยมีคลาส สั่งกับข้าวเด่นๆที่ชาวต่างชาติรู้จัก แต่ทั้งพ่อหนุ่มมะกันและสาวยุ่นเธอยังดูไม่เต็มอิ่ม ผมเลยบอกจะเอาไรก็ตามสบายเดี๋ยวรูดคาร์ดได้ ด้วยความเกรงใจทว่าอยากกิน เพื่อนเมกันออกเสียงอย่างชัดเจน " ค่ายเจียวมูสับ " ส่วนสาวอาทิตย์อุทัยก็ไม่น้อยหน้า " พากบุงไฟแดง คุดาไซ " พนักงานรับออรเดอร อมยิ้มแล้วจัดให้ พอวางที่โต้ะปั๊บ ทั้งคู่ก็ไม่เงยหน้าจนเกลี้ยงจานภายใน 5 นาที แทบไม่น่าเชื่อว่าอาหารพื้นๆที่สุดกลายเป็นของโปรดไปได้ครับ

จากคุณ : Jackrapan O.


ชอบกระทู้นี้มากๆ เลยค่ะ ขอแชร์บ้างนะคะ แต่ไม่ใช่อาหารไทยค่ะ (ทำโดยคนไทยเฉยๆ)ส่วนมากเวลาทำอาหารไทย ไม่มีคนยี้เลย มีแต่น้องพลับขอสองกันทั้งนั้น อิอิ

มีเพื่อนยี้ coca cola chicken น่องไก่ผัดโค้ก (ได้สูตรมาจากเพื่อนสาวชาวจีน) แบบ...อี๋ๆๆ จะกินได้หรอๆ
พอทำเสร็จปุ๊บ ฮีบอก โอ้ อเมซิ่ง ครั้งหน้าลองทำแฟนต้า (น้ำส้ม) ชิกเก้นไหม?
หลังจากนั้น เพื่อนอีกคนเล่าให้ฟังว่าอีตานี่คุยไม่หยุดไปสามวัน  แถมกลับไปที่หอยังทำโชว์คนในหออีก

ทำชิบูย่า ฮันนี่โทส ให้เพื่อนลอง เห็นวิธีทำถึงกับเบือนหน้าหนี เนยทั้งนั้น อ้วน ไม่ดีต่อสุขภาพนะเธอ แต่ก็นะ อุตส่าซื้อทุกอย่างมาแล้ว ตอนอบ โห หอมมม เดินวนกันมาดู พอเสร็จราดน้ำผึ้ง แปะไอศครีมลงไป  โห เพื่อนตะลึง อร่อยอ่ะ เรียกว่าอะไรนะ หลังๆเรียกร้องตลอด

เพื่อนไปซื้อปูเค็มมาทำตำปู ตอนแรกนึกว่าเพื่อนฮ่องกงกะจีนจะยี้ แต่เปล่าเลย เพื่อนฮ่องกงบอก มีคล้ายๆกันอย่างงี้ที่บ้านเค้า ชอบมาก ถึงขนาดเปิดกระป๋องจกเอาปูขึ้นมาดูดๆ อย่างอร่อย สรุปมื้อนั้นแทบไม่เหลือใส่ส้มตำ

ตอนจะกลับไทยเหลือมาม่ารสต้มยำทิ้งไว้ให้คุณแฟนสามสี่ซอง สองเดือนต่อมาเค้ามาบอกว่าลองกินแล้วนะ อร่อยม๊ากกกกก (รู้งี้ไม่รอถึงสองเดือน) แต่เผ็ดไปหน่อย (คุณพี่เล่นเทเครื่องปรุงหมดซอง)ตอนนี้ลืมบะหมี่สำเร็จรูปแบบจืดๆในซุปเปอร์มาเก็ตไปแล้ว เราเลยบอกให้ไปซื้อที่ร้านเอเชีย หรือไว้คราวหน้าเดี๋ยวแพคไปฝากทั้งลังเลย

นึกไม่ออกแล้ว แหะๆ ไว้นึกอะไรขำๆออกจะเอามาแชร์อีกค่ะ

จากคุณ : เบบี๋บูบู


@ คห. 235 ขอแชร์ต่อนะคะ ขอบคุณค่ะ

จากคุณ : For You I Will


ชอบกระทู้นี้มากๆ ค่ะ
สนุกมากๆ เลย

จากคุณ : พระจันทร์เต็มดวงสว่างสดใส


อ่านแล้วมีความสุขจัง
จากที่ไม่เคยเข้าครัว
อ่านกระทู้นี้แล้วอยากทำอาหารเก่งๆขึ้นมาในบัดดล
^__^

จากคุณ : this too, will pass


นึกว่าเป็นคนเดียวซะอีกที่อ่านกระทุ้นี้แล้วมีความสุข อยากมีครกหินเลยอะ 555555+

จากคุณ : Choco-Mix


หลายปีแล้วที่ W.A. ออสเตเลีย ผมไปหาเพื่อนบ้านโฮส คุยกันพักนึง แลนด์เลดี้ก็มาจอยด้วย หลังจากทักทาย ฮาวยากอนทูดายกันเรียบร้อย เพื่อนก็งัดทุเรียนกวนที่ทางเมืองไทยเพิ่งส่งถึงมาชิมกัน สาวออสซี่ทนคะยั้นคะยอไม่ได้ก็ลองชิม เธอร้อง แย๊กแต่ไม่กล้าคายทิ้ง คงกลัวเสียมรรยาท ซักพักขอชิมอีก หนึ่งปีต่อมาเจ้บินมาชิมหมอนทองที่เมืองไทยเลยครับ

จากคุณ : Jackrapan O.


#235 ค่ะ
หมายเลย 49. Red Bull, Austria -- อยากท้วงข้อนี้อ่ะ แบบว่า Red Bull นี่มันของคนไทยตะหาก

จากคุณ : padme' amidala


แจมด้วยคนนะคะ
ตอนเราไปโครงการ WAT เคยทำต้มข่าไก่ (จากผงโลโบ้) กับข้าวสวย ไปให้นายฝรั่งกิน เพราะเค้าไม่เคยกินอาหารไทยเลย ใจนึงก็กลัวว่าเค้าจะไม่ชอบ
วันที่ทำอาหารไป เราฝากเพื่อนไปให้ (เพราะวันนั้นเราหยุดงาน) พอเพื่อนกลับมาก็ส่งกล่องที่ใส่อาหารมาให้ มันเกลี้ยงแบบไม่เหลืออะไรติดกล่องเลย เรายังถามเพื่อนเลยว่าเค้ากินจริงๆรึป่าว หรือว่ามันไม่อร่อยแล้วเค้าเททิ้ง  เพื่อนบอกว่า เห็นเค้านั่งกินอยู่ ไม่เรียกใครเลย แล้วก็บอกว่า อร่อยยยยยยยยย  ^^

จากคุณ : I_Vee


ปี 2552 ผมไปธุระที่เมืองเมดิสัน วิสคอนซิน USA โดยขึ้นเครื่องจากสุวรรณภูมิของเราไปลงสนามบินนาริตะของญี่ปุ่น และเป็นครั้งแรกในชีวิตการเดินทางไปต่างประเทศที่ต้องถอดรองเท้าให้ จนท. ยี่ปุ่นตรวจ จากนั้นนั่งหลับๆตื่นๆอีกชาตินึงถึงสนามบินชิคาโกโอแฮร ต้องเข้าคิวยาววไปคอยตอบไอ้เกรจอมกวน ( มันกวนจริงๆครับ ทั้งหน้าตาท่าทางและคำพูด ถามผมว่ามาทำไร ก็ตอบจะไปธุระ.....ที่ เมดิสัน เค้าบอกหน้าตาเฉย .. รู้แล้ว ) จากนั้นขึ้นเครื่องภายในประเทศไปเมดิสัน ถึงค่ำพอดี แต่กระเป๋าเดินทางไม่ยอมมาด้วย ( สายการบินคลาดเคลื่อน ) เลยใส่ชุดเดิม (เหม็นตัวเองจัง) ไปรับเลี้ยงมื้อค่ำกะ จนท.อเมริกัน ที่มารับแถมพาไปทานอาหารไทยข้ามโลกด้วย เจ้าภาพสั่มาหลายอย่าง เราก็ชิมๆ รสอาหารก็พอได้แต่คนที่ทานเยอะอย่างอะเร็ดอะร่อย (ขออภัยถ้าพิมพ์ผิด) กลับเป็นอเมริกันอีกคน แถมยังตบท้ายด้วยชาเย็น บอกว่าของโปรด ก็เลยขอช่วยยืนยันอีกคนเพราะเห็นเค้าโวตให้ชาเย็นของไทยน่ะครับ

จากคุณ : Jackrapan O.


เข้ามาอ่านหลายวันแล้วคะ
จนวันนี้อ่านหมดแล้ว  อยากอ่านอีกคะ สนุกมากๆ
ขอบคุณเรื่องสนุกๆจากทุกท่านเลยคะ

จากคุณ : ไข่ตุํน (ไข่ตุ๋นคุณยาย)


ปีที่แล้วจัดกิจกรรมให้เยาวชนมาเลย์ - ไทย ที่นครปฐม + กทม. และจังหวัดใกล้เคียงตอนกลางปี( น้องน้ำยังไม่มาเยือน ) ฝ่ายมาเลย์ส่วนมากเป็นมุสลิม หลายๆคนทราบดีว่า พวกนี้เคร่งเรื่องอาหารการกิน ฮาราลโอนลี่ ( สะกดผิดขออภัยครับ ) แต่ละวันผ่านไปด้วยดี มีอยู่วันนึง staff ลืมสั่งโรงแรมจัดอาหารกลางวัน ( งานเข้าเลย ) จะเที่ยงแล้ว เด๋ยววัยรุ่นกลับมาจากกิจกรรม หิวแย่ เราจะโดนกินแทนข้าวไหมเนี่ยะ น้องผู้ชายรีบไปสำรวจตลาด เจอเจ้านึงอิสลามด้วยขายข้าวมันไก่กะข้าวมันไก่ทอดท่าทางสะอาด เหมาเลย ได้ 200 กว่า ( คิดดูครับจากปกติทานอาหารโรงแรม เปลี่ยนเป็นข้าวห่อในตลาดซะแล้ว ไม่รู้จะเป็นงัย ) ผมเดินไปดูปรากฎว่าคณะมาเลย์หลายคนขอเบ้ล 2 ห่อ แถมยังใช้มือเปิบอย่างอร่อยและมีความสุขในรสชาติของข้าวมันไก่ทอดไทย ผมเองก็ปลื้มใจในอาหารไทยครับ

จากคุณ : Jackrapan O.


@247 ดีจังค่ะ ... ที่เค้ากินอาหารตามร้านทั่ว ๆ ไปแล้วยังชอบอาหารบ้านเรา แต่เสียดายที่
คนไทยเปิบข้าวด้วยมือไม่เป็นกันแล้ว (คนโบราณเปิบกินกันได้เรียบร้อย ไม่มีอะไรหก รึ ตกหล่น
... เสียดายจริง ^ ^a )

แต่ก็นั่นแหละเนอะ "ใด ๆ ในโลกล้วนอนิจจัง" ไม่แน่นอนและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ๆ

ปล.สมัครอมยิ้มสิคะ ... คนอ่านจะได้ให้กิฟท์คุณได้บ้าง :)

จากคุณ : ตามอ่านห้องนี้ประจำ (WakingMyselfUpFromTheDream)


อ่านรวดเดียวจบเลย  สนุกมากกกกกกก
อ่านแล้วอยากทำอาหารไทยเก่งๆ ขึ้นมาในบัดดล!

จากคุณ : 6002theTIMEOUT


อ่านแล้วสนุกดีจริงๆ

จากคุณ : doublelove


มีอีกกระทู้คล้าย ๆ กันที่ห้องก้นครัว อ่านสนุกเหมือนกันค่ะ ลองเข้าไปดู

ความเข้าใจผิด ๆ ของฝรั่งเกี่ยวกับอาหารไทย
http://www.pantip.com/cafe/food/topic/D11587002/D11587002.html

จากคุณ : I Get fizzy


แฟนเป็นเเมกซิกันค่ะ ไม่ชอบอาหารไทยอย่างเเรง ชอบบอกว่าอาหารเราหวาน ผัดไทยก็หวาน อะไรๆก็หวาน....เค้ากินเฝอดีกว่าปรุงเองไม่หวาน เค้าไม่เคยลองกินเเบบไทยเเท้ๆ ด้ายยยยยย เเม่จัดให้....ไปซื้อก๋วยเตี๋ยวเรือมา สั่งเเม่ค้า ไม่เอาหวาน....ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่....หมูย่างน้ำจิ้มเเจ่ว ทอดมันกุ้ง ต้มเเซบ ทุกอย่างขอรสคนไทยกิน....พ่อซักเรียบ...หลังๆมีชวน ไปกิน โบ๊ทนู้ดเดิล กัน

จากคุณ : หมูอืด


กว่าจะอ่านจบ หมดไปครึ่งวัน

สนุกมากครับ ^_______^

จากคุณ : Bearlandia


กินข้าวกับช้อนส้อมนั่นเเหละดีเเล้วค่ะ

อย่าเสียดายที่ไม่เปิบข้าวด้วยมือกันเลยค่ะ

เพราะลดปัญหาสาธารณะสุขไปได้เยอะ
ลดงบประมาณ ลดภาษีไปได้เยอะ

เพราะการใช้มือเปิบข้าว หลายๆคนก็ล้างมือไม่สะอาดหรอกค่ะ
ไปทำอะไรมาตั้งหลายอย่าง

ไหนจะท้องร่วงเอย พยาธิเอยอะไรเลย  หลายๆคนล้างมือไม่สะอาด
อีกอย่างเวลากินเสร็จ ล้างไม่ดีมีกลิ่นติดอีก

จากคุณ : RoseTiara


ตอนไปเวิร์คเจอเพื่อนที่เป็นยูเครนค่ะ เรากำลังทำไข่พะโล้ (สั่งเครื่องเทศพะโล้มาจากอีเบย์)
เพื่อนเดินเข้าบ้านมาได้กลิ่น พูดหยาบมากประมาณว่า กลิ่นเหม็นๆนี่คืออะไร? ไม่อยากเชื่อว่าคนไทยจะกินอาหารเหม็นแบบนี้

พอร่วมโต๊ะกันเท่านั้นแหละค่ะ เขาลองชิมดูเพราะไม่รู้ว่าไอ้ที่วางอยู่ข้างหน้าน่ะก็คือกลิ่นเหม็นๆเมื่อกี๊
ฟาดเรียบไม่มีเหลือเลยยย

แล้วก็น้ำปลาอีกอย่าง เวลาทำอาหารให้เพื่อนทาน อย่าให้เห็นเชียวนะค่ะว่าใส่ เพราะเพื่อนจะอี้ๆยี้กันมากแล้วให้ใช้เกลือแทน ทีนี้เราก็เลยบอกให้ ยูไปรอนะ ไอจะทำให้ พอลับหลังเราก็แอบเหยาะลงไปปรุงรสปกติ เหมือนเดิมคือฟาดเรียบแทบไม่ต้องล้างจานเลยทีเดียว :)

จากคุณ : hachi5


@254

ไม่ได้เสียดายที่เดี๋ยวนี้เรา ๆ ไม่เปิบข้าวด้วยมือกันแล้ว
แต่เสียดายที่เปิบข้าวด้วยมือไม่เป็นกันแล้วต่างหากค่ะ ...

มารยาทบนโต๊ะอาหารดั้งเดิมที่แม้จะดูไร้อารยะอย่างที่ชาติอื่น ๆ ในสมัยนั้นเหยียด
หยาม  ทำให้สิ่งที่ดูดีที่มีมาช้านานในชาติเราแทบจะสูญสิ้นไป ... ดูจะเห็นก็แต่ในละคร
ที่คนธรรมดาเดินดิน(บ้างบางเรื่อง)เปิบแบบสามมือปาม เลอะเทอะ หก ตก หล่น
จนไม่น่าทำตามและทำให้ไม่อยากอาหารไปโดยปริยาย

ปล.ดิฉันยังกินพิซซ่า ไก่ทอด โดนัท ขนมถุง ๆ ฯลฯ ด้วยมือเปล่าอยู่ค่ะ

จากคุณ : เปิบมืออย่างอารยชนงดงามออกค่ะ (WakingMyselfUpFromTheDream)


^
"เปิบแบบสามมือปาม"  ไม่เห็นคำนี้มานานแล้วแฮะ

เข้ามาบอก #256 ว่าถึงเราจะเป็นคนรุ่นใหม่แต่ยังพอจะเปิบข้าวเป็นอยู่ค่ะ  ทวดเคยสอนเมื่อตอนเด็กๆ
เอาจริงๆ มันก็ยากอยู่เหมือนกันนะคะ  ต้องกินให้เรียบร้อย ห้ามหก ห้ามหล่น  
แถมนิ้วมือให้เลอะได้แค่ข้อนิ้วเดียวอีกต่างหาก

ปล. เรายังไม่แก่จริงๆ นะ  ฮ่าฮ่าฮ่า

จากคุณ : Plume


ข้อนิ้วเดียวนี่ทำไม่ได้จริงๆ
ปล. อายุ 17ค่ะ

จากคุณ : พานพบ


ปีนี้เป็นปีแรกในเมืองเล็กๆที่ไทยเข้าร่วมงานเทศกาลนานาชาติ มีการขายอาหารประจำชาติและการแสดงศิลปะจากประเทศต่างๆ ปรากฏว่าสถิติคนมาร่วมงานเกินเป้าหมายกว่าทุกปีที่ผ่านมา เพราะเขาต้องการมาชิมอาหารไทย ผ่านการเปิดงานไปแค่ครึ่งชม. อาหารไทยหมดเกลี้ยง แม้แต่นำปลาพริกยังไม่เหลือ โห ไม่อยากจะเชื่อเลย ว่าฝีมือห่วยๆ ที่แม่กะพ่อบ่นไปกินไปมาเกือบครึ่งชีวิต จะขายดีเป็นเทน้ำเทท่า


เพื่อนที่ทำงานชอบอาหารไทยมากๆ กินได้ทุกอย่าง ที่ขาดไม่ได้คือน้ำปลาพริก เปิดฝาถ้วยน้ำปลาพริก ต้องปิดจมูกไปพลาง ซดไปพลาง ปรากฏว่าน้ำปลาพริกเป็นพระเอกได้ทุกงาน กินไปก็เฮกันไป เพราะต้องวนไปตลอดรอบโต๊ะ

จากคุณ : kunpet35


ขอขอบคุณ คห 248 คห 254 คห 256 และ คห 258 ที่ได้แสดงความคิดต่างการเปิบข้าวด้วยมือ ขอเรียนว่าบางประเทศในเอเซียแถวๆเรายังมีเปิบอยู่ครับ เพื่อนผมชาวเนปาลเวลาทานอาหารคนเดียว ( ส่วนตัว ) ณ ที่พักในต่างประเทศ หมอใช้มือตลอด และบางรัฐในมาเลเซียก็เหมือนกัน เวลาเยาวชนต่างประเทศไปเข้าร่วมโครงการเป็นได้เปิบข้าวกับแกงหยวกกล้วย ยังจำได้เด็กญี่ปุ่นพอเจอเปิบเข้าทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ จนต้องให้กำลังใจกันยกใหญ่ ถึงพยายามเรียนรู้การเปิบ และของเราทางเหนือกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็มีใช้มือหยิบข้าวเหนียวจิ้มกะอะไรหลายอย่าง ผมเคยพาทั้งอเมริกันและญี่ปุ่นไปดูงานทั้ง 2 ภาค แรกๆก็เก้ๆกังๆ ซักพักทานได้ไวกว่าผมเสียอีกครับ ปล. อมยิ้มก็อยากได้อยู่ครับ

จากคุณ : Jackrapan O.


ทำของหวาน สาคูใส่กะทิ ให้เกาหลีกิน

วันหลังเขาบอกว่า " เธอๆ ไข่กบที่ทำให้กินน่ะ อร่อยมากเลย   ( - -)"

จากคุณ : แช มัน ฮวา


ตอนเป็นวัยรุ่น ผ่านร้านอาหารแมกซิกันแถวสุขุมวิท แอบอยากชิมแต่ไม่กล้า กลัวแพง เพราะตอนนั้นยังไม่มีเงินเดือน พอมายุคเลดี้กาก้า ได้ไปอเมริกา เพื่อนอเมริกันชวนชิมอาหารแมกซิกัน ก็เข้าทางเลย ร้านตกแต่งเหมือนที่ดูในหนังเมืองจังโก้ตอนเด็กๆ ตื่นเต้นๆ เพื่อนสั่งเปอรีสโต้ให้จานเบ้อเร่อ( เค้ากระดกลิ้นตรง " ร " ) หน้าตาและรสชาติน่าจะคล้ายขนมเบื้องไทย หรือญวนของบ้านเราที่ห่อไข่บางอ่ะครับ ( ถูกเปล่าไม่รู้ )ทานกะซอสพริกแดงๆ รสเปรี้ยว หวานและเผ็ด ก็อร่อยพอได้ เพื่อนถามไม่เผ็ดหรือ ผมบอก อาหารไทยและพริกที่เมืองไทยน่ะเผ็ดจี้จ้าดกว่านี่เยอะ เค้าก็ทำหน้าเห่ยๆ อือๆเออๆว่าแล้วจะไปชิม อีกสามเดือนต่อมา เพื่อนก็มีทริพที่เบจิงและบางกอก ผมเข้าไปรับข้างในสนามบินตรงตรวจคนเข้าเมือง( บังเอิญมีบัตรผ่านเข้า-ออก ) ดูท่าทางเหนื่อยแถมบ่นอาหารที่โน่นมันมาก ( คงเลี่ยนอาหารเบจิง ลูกหลานจีนอย่าค้อนล่ะครับ ) ก็เลยพาไปทานอาหารไทยในศูนย์การค้าใกล้โรงแรมที่เค้าพัก แน่นอนครับต้องมีต้มยำกุ้งกะผัดไทยด้วย พวกบอก เวรี่ฮอทๆแต่ก็ทานเกลี้ยง พอตอนคิดตังไม่ถึงพัน ฝรั่งอุทาน ถูกมากๆ ถูกกว่าอาหารไทยในเมกาเยอะเลย กินเต็มโต้ะไม่ถึง 40 US$ ผมเลยบอกมีสุดๆกว่านี้อีกเป็นสิบเท่า หลังจากเสร็จภารกิจ ผมให้เค้าลอกคราบแต่งตัวใหม่เหมือนพวกbag packer แล้วพาไปสัมผัสย่านข้าวสานโรด พวกตื่นตาตื่นใจอยู่พักนึงก็ได้เวลาอาหารกลางวัน ผมพาไปเข้าคิวซื้อข้าวไข่เจียวกล่องกะน้ำดื่มขวดนึงให้ไปนั่งทานกัน 1 อิ่ม คนละไม่ถึง 1 ดอล เพื่อนอเมริกันคราง " พระเจ้า สวรรค์อยู่ที่เมืองไทยนี่เอง "

จากคุณ : Jackrapan O.


อ่านรวดเดียวไม่จบ เพราะยาวมากค่ะ
แต่อ่านแล้วมีความสุข หิววว เลย

จากคุณ : นักเดินทางระหว่างดวงดาว


ห้องไกลบ้าน เป็นที่คลายเครียดชั้นดีเลย

ผมติดตั้งแต่กระทู้ คนไทยที่ทำอะไรให้ต่างชาิติตะลึงละ

สนุก ตลก

จากคุณ : doublelove


ขอเอาความหลังมาเล่าบ้าง ตอนไปเรียนโทที่เมกา ที่เจอๆมาส่วนมากจะชอบอาหารไทยกันทั้งนั้น

ที่มหาลัยผม ปีนึงเค้าจะออกทุนจัดงาน International Week แล้วให้เด็กนักเรียน Inter แต่ละประเทศรวมกลุ่มกันคิดกิจกรรม แล้วไป present กับคณะกรรมการของมหาลัย ขอเงินได้ฟรีๆ ว่าจะเอามาจัดงานอะไรเพื่อโปรโมทประเทศตัวเอง

วันที่ทุกคนจะต้องไป present แต่ล่ะประเทศก็เข้าไป present กับคณะกรรมการทีล่ะกลุ่ม จำได้ว่าแต่ล่ะกลุ่มที่ออกมา มีแต่บอกว่ากรรมการติโน้นตินี่ เงินที่ให้มาก็น้อยกว่าที่ขอไป พอถึงตอนกลุ่ม Thailand เข้าไป กรรมการก็ถามว่าเราจะขอเงินไปทำอะไร เราก็ตอบว่า concept ง่ายๆ ทำอาหารไทยให้คนเข้างานมากินฟรีๆ เค้าก็ถามต่อทันทีว่าจะมีผัดไทยไหม เราก็บอกถ้ายูอยากกินผัดไทย เราก็ทำให้ได้ แค่นั้นแหละ คณะกรรมการก็ตกลงทันที แถมบอกว่าเงินที่พวกเราขอไป ไม่น่าจะพอหรอก คนน่าจะมากินเยอะ งั้นไอจะให้มากกว่าที่พวกยูขอ

ตอนเดินออกจากห้อง ซึ่งเราใช้เวลา present น้อยกว่าประเทศอื่นมาก คนที่เข้าคิวต่อถามว่าโดนตัดเงินไปเยอะไหม เราบอกได้มากกว่าที่ขอสองเท่าอ่ะ

วันงานจริง คนมากกันเยอะมาก คณะกรรมการมากันครบ ตอนกินกันเสร็จยังกลับมาถามเด็กไทยว่า ถ้าเดือนหน้ามหาลัยให้เงินอีก พวกยูจะทำอาหารไทยให้กินกันอีกได้ไหม เราก็ เฮ้ย! มันจัดกันปีละรอบไม่ใช่เรอะ...............

จากคุณ : new แมงเม่า


เพิ่มเติมอีกเรื่องครับ ณ ตอนนั้น ชานมใส่น้ำแข็ง กับ กาแฟไทยเย็นนี่ ฝรั่งถือเป็นสุดยอดนวัตกรรมที่คนคิดต้องเป็นระดับ Steve Jobs เท่านั้นถึงจะคิดได้ ฝรั่งบอกพวกยูคิดได้ยังไงนี่ ใส่น้ำแข็งมันแล้วทำไมอร่อยขนาดนี้ เราเคยทำขายในมหาลัย แก้วเล็กๆคิด 99 เซ็น ฝรั่งมาซื้อขอแบบใส่กระติกไปกินในห้องเรียนเลย

เรื่องนี้ก็นานมากแล้ว ตอนนี้ฝรั่งคงไม่ตื่นเต้นแล้วมั้ง

จากคุณ : new แมงเม่า


สามีที่บ้านชอบกินน้ำตกมากถึงมากที่สุด แต่เรียกชื่อไม่่ถูกหรอกนะคะว่ามันคืออะไร เขาจะเรียกว่า my favorite food สบายค่ะ เวลาทำกับข้าวถ้าขี้เกียจ ๆ ก็จะไปซื้อน้ำตกปากซอยให้กิน เท่านี้ก็ถือว่าสุดยอดสำหรับเขาแล้วค่ะ จะกินจนหมดเกลี้ียง ทั้งหอมซอย ตักน้ำยำซดจนจานแห้ง ขนาดเรากินน้ำตกเรายังกินแต่เนื้อ ๆ ไม่ค่อยกินเครื่อง

เวลากลับไปเยี่ยมบ้านสามีที่อเมริกา ต้องเตรียมไปให้พร้อมค่ะ พวกผงโลโบ้ (ทำกับข้าวไม่ค่อยเป็นค่ะ ต้องอาศัยพี่โลโบ้) น้ำพริกเผา น้ำพริกนรก เพราะทริปแรกที่ไปกะเตรียมไปทำกินเองเวลาโหย แต่ก็พลาด เพราะทุกครั้งที่ทำกินจะต้องมีญาติสามีมาแจม มีอยู่ครั้งหนึ่ง คุณลุงเขาโทรมาหาตอนเรากำลังทำกับข้าวพอดี พอได้ข่าวว่ามีอาหารไทยแท้ ๆ กิน ลุงแกขออนุญาตมากินด้วยเลยค่ะ ขับรถข้ามเมืองกันมาเลยทีเดียว สามีต้องสั่งว่าอย่าทำบ่อยเลย สงสารเราต้องทำทีละเยอะ ๆ แล้วก็คงกลัวเปลืองด้วย เพราะญาติเขาแต่ละคนขนาด heavy weight ทั้งนั้น กินจุมาก ทำพวกมัสมั่น ผัดเปรี้ยวหวาน ผัดกะเพรา ข้าวผัดกุ้ง ต้มยำกุ้ง เตรียมไปสำหรับอยู่ 1 เดือน แต่ 1 อาทิตย์ก็หมดแล้ว ครั้งหลัง ๆ ที่ไปเลยเตรียมของพวกนี้ไปเต็มกระเป๋าเลยค่ะ

น้ำพริกนรกนี่ พี่ชายสามีชอบมาก เขาเห็นเราเอามาคลุกข้าวกินกับไข่เจียว ถามว่าอะไร ขอกินบ้าง เขาชอบกินเผ็ดอยู่แล้ว มาเจอเผ็ดกลมกล่อมแบบไทย ๆ ถึงกับอึ้งไปเลยค่ะ เราต้องลุกไปเจียวไข่ คลุกข้าวกับน้ำพริกให้เขาอีกจาน

ภูมิใจจริง ๆ กับอาหารไทย สุดยอดค่ะ

จากคุณ : Crazy Victoria


#265 สุดยอดครับ อ่านแล้วปลื้มแทน

จากคุณ : Namor FC


บทความนี้เก่าแล้ว แต่อ่านทีไรก็ปลื้มทุกที

เดือนเมษายนปี 2001 อาหารไทยเป็นข่าวใหญ่ในสื่อทุกประเภทของอเมริกาไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์รายวัน นิตยสาร และสื่ออิเล็กทรอนิกส์อยู่นานหลายวันเมื่อได้รับเลือกให้เสิร์ฟแบบเซต เมนูในงานเลี้ยงอาหารค่ำที่เรียก "แชมเปี้ยนส์ ดินเนอร์" ที่สนามออกัสต้า 2 วันก่อนการแข่งขันมาสเตอร์ส 2001

แชมเปี้ยนส์ ดินเนอร์ เป็นอาหารมื้อที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในวงการกอล์ฟ เพราะผู้ที่จะได้รับเชิญจำกัดไว้เฉพาะผู้ที่เคยเป็นแชมป์กอล์ฟรายการ มาสเตอร์สซึ่งเป็นเมเจอร์แรกของทุกปีเท่านั้น ลูกเมียหรือคนอื่นไม่มีสิทธิ์เข้าไป ยกเว้นประธานสโมสรออกัสต้าและกรรมการอีกไม่กี่คน

เจ้าภาพของงานเลี้ยงมีคนเดียวคือแชมป์มาสเตอร์สเมื่อปีที่ผ่านมา อย่างงานปี 2001 เจ้าภาพคือ วีเจย์ ซิงห์ แชมป์มาสเตอร์ส 2001

หน้าที่ของเจ้าภาพคือ เลือกอาหารสำหรับงานเลี้ยงรวมทั้งไวน์ เหล้า เบียร์ และที่สำคัญต้องเป็นผู้จ่ายเงินค่าอาหารทั้งหมด ซึ่งทุกคนพูดเหมือนแจ็ก นิคลอส เคยพูดว่า "ผมยินดีเป็นคนจ่ายค่าอาหารแชมเปี้ยน ดินเนอร์ทุกปี !"

ปี 2001 วีเจย์ ซิงห์ นักกอล์ฟชาวฟิจิชอบรับประทานอาหารไทยเป็นชีวิตจิตใจเพราะเขามีเชื้อสายอินเดีย มีภรรยาเป็นชาวมาเลย์ และมีเพื่อนสนิทเป็นคนไทยที่ทำอาหารอร่อยมาก เลือกอาหารไทยเป็นอาหารของแชมเปี้ยนดินเนอร์ปีนั้น เขามอบหมายให้ คุณนันทา และคุณสุพิชัย นิยมกูล เจ้าของร้านแนน (Nan : Thai fine dining) ร้านอาหารไทยระดับจับตลาดบนซึ่งอยู่ในนครแอตแลนต้าเป็นคนจัดทั้งหมด

ปีนั้น ไบรอน เนลสัน แชมป์มาสเตอร์ส วัย 93 ปี ซึ่งอายุมากที่สุดในบรรดาแชมป์ที่ยังมีชีวิตอยู่ทานเสร็จแล้วลุกขึ้นกล่าวต่อหน้าแชมป์ทุกคนว่า "ตั้งแต่ผมทานแชมเปี้ยน ดินเนอร์มา ปีนี้อร่อยที่สุดในชีวิต"

วันนั้นแชมป์มาสเตอร์สทั้ง 32 คนพร้อมใจกันมอบลายเซ็นบนเสื้อเชฟให้คุณแนนหรือนันทา ซึ่งเป็นแม่ครัวใหญ่

แจ็ก นิคลอส ตอนแรกจะสั่งอาหารอย่างอื่นของคลับเฮาส์เพราะไม่คุ้นกับอาหารไทย แต่ ไทเกอร์ วูดส์ ซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ บอกว่าขอให้ลองเถอะแล้วคุณจะติดใจ ปรากฏว่าคืนนั้นแจ็กซัดปลากะพงสามรสซะเต็มเหนี่ยวคนเดียวเล่น 2 จาน

ปลากะพงสามรสซึ่งใช้ปลากะพงน้ำลึกจากชิลีมีมันเยอะทำให้เนื้อนุ่มเป็นอาหารยอดฮิตในคืนนั้น แชมป์หลายคนขอให้คุณนันทาทำใส่กล่องกลับไปฝากให้ภรรยาได้ชิม

ความดังของอาหารไทยในกอล์ฟมาสเตอร์สคราวนั้นทำให้คุณนันทาได้จัดแชมเปี้ยน ดินเนอร์ รายการพีจีเอ แชมเปี้ยนชิปปีรุ่งขึ้นทั้งๆ ที่ทุกปีกอล์ฟรายการนี้ไม่เคยจัดแชมเปี้ยน ดินเนอร์ งานนี้มีความเป็นไทยมากกว่าที่ออกัสต้าเพราะมีรำอวยพรในงานเลี้ยงด้วย

ที่มา : http://www.oknation.net/blog/print.php?id=116156

จากคุณ : Namor FC


โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยย  ทู้นี้น่ารักจัง

จากคุณ : เพลงพันทาง


อยู่ต่างแดน เพื่อนๆเคยเจออาหารต่างชาติยี้ๆ แต่พอกินไป กลับติดใจสุดๆมั้ยครับ

จากคุณ : ตาแป๊ะหวานเย็น


เคยร่วมจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเยาวชนไทยกะฟิลิปปินส์ เยาวชนตากาล้อกมาจากหลายเกาะและหลายรูปแบบ มีทั้งลูกไฮโซ ถึงมิดเดิลคลาส ในฐานะโฮส พี่ไทยเราก็พยายามเป็นเจ้าบ้านที่ดี ดูแลอย่างไม่มีที่ติทั้งที่พักและอาหารการกิน ที่ไหนมีไรอร่อยก็พาไปชิมหมด มีอยู่วันนึง จับพวกนี้ใส่รถไปดูเรือรบจักรีฯ และการอนุรักษ์เต่าทะเลของทหารน้ำ ขากลับก็แวะตลาดหนองมน ชลบุรี แน่นอนครับพวกเค้าตื่นเต้นกับข้าวหลามหนองมนมากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่ Joe จนท. ฝ่ายฟิลิปปินส์มากระซิบผมว่า เจ้านายสั่งให้ซื้อไปฝากแบบห้ามลืม คือ กุ้งตากแดดน่ะ ยูรู้จักไหม ผมเลยพาไปดู กุ้งแห้งหนองมน Joe โทรกลับไปถามนาย แล้วยิ้มแก้มแทบปริ บอกรอดตายแล้วทั้งเค้าทั้งนาย เพราะแม่บ้านนายจะกิน โห.. ขนาดกุ้งแห้งไทยยังเจ๋งเลยครับ

จากคุณ : Jackrapan O.


ยังตามอยู่อย่างเหนียวแน่นค่ะ ช่วงนี้(ซึ่งนานมาแล้วตามอายุกระทู้) ติดตามอยู่สามกระทู้ค่ะ เปิดทุกวันเลย

จากคุณ : smlul6m6m


อ่านเพลินมากกๆๆๆ  

(I am here 1)

จากคุณ : krataejung


คุณ smlul6m6m  ตามอยู่ 3 กระทู้เหรอคะ เราก็ตาม 3 กระทู้เหมือนกัน เข้่าทุกวันเลย ติดมากค่ะ
มีกระทู้นี้กับ 2 กระทู้นี้ค่ะ

PANTIP.COM : D11587002 ความเข้าใจผิดๆของฝรั่งเกี่ยวกับ อาหารไทย{แตกประเด็นจาก D11581762} [อาหารการกิน]

PANTIP.COM : H11558824 ใครมีเพื่อนฝรั่งที่..."คลั่ง"....เมืองไทยกันบ้าง ....

จากคุณ : normal_flora


คห.275 ใช่เลยค่ะ ฮ่าๆๆ ต้องเซฟไว้เลยสามอันนี้

จากคุณ : smlul6m6m


ไม่มีประสบการณ์แบบยี้อาหารไทยค่ะ  มีแต่ปลาบปลื้มจนโอเว่อร์

คือตอนที่ไปอยู่อเมริกาแล้วอยู่กับโฮสต์เพื่อน ซึ่งโฮสต์แม่เนี่ยชอบทำอาหารมาก รู้จักอาหารไปหมด พอรู้ว่าเราเป็นคนไทยก็ขยั้นขะยอให้เราทำอาหารไทยให้ ลิสต์รายการไว้เลยว่าไออยากกินยำซีฟู้ด เพราะเคยกินครั้งหนึ่งที่ร้านอาหารไทยแล้วแบบแซ่บมาก
แล้วทั้งโฮสต์แม่ โฮสต์พ่อ เพื่อนเรา รวมถึงลูกสาวโฮสต์อายุ 1 ขวบก็มองเราตาแป๋ว เรางี้กดดันเหงื่อแตกปุดปุด คิดในใจทำไงดีกว่า ตรูทำอาหารไม่เป็น  แต่เห็นสายตาเว้าวอนถึง 8 คู่ก็เลยตอบตกลงไปซะอย่างงั้น โอเคค่ะ ชั้นจะทำอาหารไทยให้ทาน เอามื้อใหญ่เลยนะ

ปากพาซวยของแท้ ต้องไปหาSearchข้อมูลว่าไอ้ยำนี่ทำยังไง เด็กเล็กกินเผ็ดมากไม่ได้ โทรปรึกษาแม่เป็นเรื่องเป็นราว แม่ก็แนะนำ ก็ทำยำทะเลที่โฮสต์แม่อยากทาน ไก่ชุบแป้งทอด (ฟังดูคล้ายอาหารญี่ปุ่นแต่สูตรหมักจากต้นตระกูลคุณแม่ค่ะ 555) แล้วก็บัวลอยไข่หวาน


พอช่วงบ่ายก็รีบเปิดครัวเพราะกลัวทำเสร็จช้า มือใหม่หัดทำมันก็เลยช้าอ่ะค่ะ ดีที่มีเพื่อนเป็นลูกมือช่วยกันทำ กว่าจะเสร็จก็เกือบสี่โมงเย็น เพราะมัวแต่ชิมกันอยู่ โฮสต์แม่กลับมาเปลี่ยนเสื้อผ้ารอที่โต๊ะเลยค่ะ

ทุกอย่างก็พร้อมเสิร์ฟ ทั้งยำทะเล ไก่ชุบแป้งทอด บัวลอย และข้าวสวยร้อน ๆ สำหรับ 5 ที่  พอเริ่มกินโฮสต์แม่นี่จัดการยำทะเลก่อนใคร เรียกว่าแทบจะกวาดทะเลลงจานตัวเองน่าจะง่ายกว่า นางบอกถ้าชั้นไม่เกรงใจยู ชั้นซัดเรียบคนเดียวแล้วนี่ ไอ้เรายังกังวลเพราะเค้าบอกเคยกินมา แต่ที่เราทำเอง(ครั้งแรก) ชิมเองยังว่าเค็มเว่อร์ นี่ถ้าแม่มาชิมต้องบ่นอุบว่าใส่น้ำปลาเยอะไป แต่โฮสต์แม่กลับกินไปทำตาวิ๊งก์ไป  ฝ่ายโฮสต์พ่อก็บอกอร่อยมาก สุดยอดของความอร่อย ไม่เคยกินอะไรอร่อยขนาดนี้เลย ตักข้าวเข้าปากคำนึงชมอีกสิบคำ เรางี้ตัวจะลอย

แต่อาการหนักสุดคือเจ้าตัวเล็ก 1 ขวบ เราตักไก่ชิ้นให้กินจิ้มน้ำจิ้มบ๊วยเจี่ย พอเข้าปากปุ๊บ กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ลั่นบ้าน เราตกใจมากเลย เย้ยร้อนไปป่าวเนี่ย เด็กแพ้ไก่แล้วชั้นไม่รู้เหรอ โฮสต์พ่อบอก อ๋อ น้องมันบอก อร่อย อ่ะ หลังจากนั้นสาวน้อยทิ้งส้อมแล้วใช้มือเปิบเข้าปากอย่างเมามันส์  จนไก่ชุบแป้งทอดหนึ่งถาดหายเกลี้ยง  

จากนั้นเราเลยตักบัวลอยไข่หวานให้ทาน โฮสต์แม่นี่เคลิ้มบอกหวานนุ่ม กลมกล่อม คล้ายมาชเมลโล่บ้านชั้นเลย เพียงแต่ไม่ใส่ไข่ โฮสต์พ่อไม่ปลื้มของหวานแต่ก็ยังทานจนหมดถ้วย  และเจ้าตัวเล็กพอป้อนบัวลอยเข้าปากคำแรก กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด  ตักอีกคำก็กรี๊ดดดดดดดดดดดด กรี้้้้ดดดดทุกครั้งที่ตักเข้าปาก จนโฮสต์พ่อแซว ลูกสาวผมเค้าชอบของหวานที่คุณทำมากนะเนี่ย เพราะอาการเดียวกับตอนที่ผมซื้อสร้อยทองให้เมียผมเลย (เย้ย  แซวเมียตัวเองซะงั้น) จากนั้นเจ้าตัวเล็กก็ไม่รอให้เราป้อน แต่กลับเอามือล้วงกินแบบจ้วงเอาๆ จ้วงไป กรี๊ดไป โถน้องขาพี่เชื่อแล้วว่าหนูอร่อยจริง  หนูยังเด็กคงไม่หลอกพี่ ของหวานไทยเราชนะเลิศจริง ๆ  ค่ะ งานนี้

จากนั้นมาเราต้องมาสอนโฮสต์แม่ทำอาหารไทยแบบเป็นติวเตอร์ตัวต่อตัวในครัวเลยทีเดียว  แอบปลาบปลื้มที่ชาวต่างชาติชอบอาหารไทยชนิดคลั่งไคล้ จนอยากเปลี่ยนอาชีพเป็นเชฟทำอาหารไทยเลยล่ะค่ะ งานนี้

จากคุณ : Hutsumomo


ผมใช้ชีวิตต่างแดนครั้งแรกที่เมืองเพิธ , ออสเตรเลีย ตอนเช้ามีเด็กปั่นจักรยานผ่านบ้านที่พักแล้วส่งเสียง " ไป่เป๋อ ป่ายเป๋อ " ก็งงๆ ถาม มัม ( อยู่กะโฮสออสซี่ครับ ) คำตอบคือ " เดลี่นิวสเปเปอร " อ๋อ มาส่งหนังสือพิมพ์รายวัน หลังจากเรียนเสร็จผมก็ไปสำรวจตลาด เจอร้านขายแอลกอฮอล์ จะซื้อ ผู้หญิงคนขายถามสำเนียงออสซี่ ยูแฮพ อะ คาร์ ผมบอก โนว (ไม่มีรถ) เธอตกใจ บอกระวังนะ แล้วก็ไม่ขายให้ ผมงงตามเคย ( หลังจากกลับไปถามมัม ก็เฉลยว่า คนขายเค้าถามยูว่า มี คาร์ด/บัตรประชาชนไหม จะดูอายุว่า 20 หรือยัง ) เหล้า เบียร์ก็ซื้อไม่ได้ เค้านึกว่าเราเด็ก ( ตัวเล็กอะครับ ) เลยเดินสำรวจไปเรื่อย เจอร้านนึงชื่อKong ขายของชำรวมทั้งอาหารกระป๋อง ของแห้งต่างๆ จนถึงปลาดอง (pickled fish) คล้ายปลาร้าของเรา
กลับถึงบ้านมัม บอกศุกร์นี้ลูกสาวกะลูกเขยจะมาดินเน่อร์ด้วย ขอให้โชวอาหารไทยสัก 2 อย่าง นั่งนึกถึงครูพักลักจำสักครู่ เอาน่ะเพื่อชาติ ไปช้อป ร้านKong แหละตังของมัมเค้า เตรียมของเสร็จก็จับโน่นผสมนี่ลวกไก่บด โดยมีมัมเป็นลูกมือชั่วคราว ตอนแรกกลิ่นหึ่งเลย( ทำลาบไก่ครับ ) ต่อมาก็ไข่เจียวหมูบด คราวนี้มัมดูหายใจคล่องขึ้นเพราะกลิ่นหอมไข่เจียว ตกค่ำแด้ดกลับมาพร้อมลูกสาวและลูกเขย หลังจากละเลียดเบียร์ Swan และ Emu กันไปพอประมาณ ก็ลงมือทานอาหาร ลูกเขยมัมทานเก่งมากทั้งลาบไก่ไข่เจียว ฟาดเรียบเลย ก่อนกลับขอบคุณผมมากมาย แถมบอกเสาร์หน้าให้ผมไปบ้านเค้า ๆจะได้ชิมอาหารไทยอร่อยๆกะเบียร์อีก ปลื้มใจจังครับ แต่เอ.. เสาร์หน้าจะทำไรดีเอ่ย !!

จากคุณ : Jackrapan O.


คุณ Jackrapan O.  ผมว่าคุณไปสมัคร login มาเหอะ ผมอยากจะให้ gift ใจจะขาดแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า

จากคุณ : Namor FC


ขุดความหลังมาเล่าต่อครับ

ที่มหาลัยผมมีวันนึงจะมีคนภายนอกมาขอจัดประชุมในมหาลัย และก็จะสั่งอาหารจากแคนทีนจัดงานกินเลี้ยงหลังเสร็จงาน คราวนี้พ่อครัวของมหาลัยก็อยากแสดงฝีมือทำต้มยำกุ้งให้แขกได้ทาน (ดังขนาดฝรั่งยังอยากทำได้บ้างเลยทีเดียว) เลยมาปรึกษาพวกเด็กไทยที่ไปรับจ๊อบเป็นแคชเชียร์ที่แคนทีน แต่คราวนี้เนื่องจากเป็นงานภายในของเค้า เราเป็นคนภายนอกมือสมัครเล่นไม่สามารถเข้าไปช่วยได้ เด็กไทยเลยต้องช่วยๆกันจดสูตรวิธีทำ กับของที่ต้องใช้ส่งไปให้ พ่อครัวอ่านแล้วก็ถามโน้น ซักนี่ มีมาถามว่าไอ้ Lemongrass (ตะไคร้) มันคืออะไร จะไปหาซื้อได้ที่ไหน เราก็บอกของที่หาซื้อยากๆ เดี๋ยวเราไปซื้อมาให้ แต่ไอ้ Lemongrass นี่ ยูไม่ต้องไปหาที่ไหนหรอกที่นี่ก็มี ว่าแล้วเราก็ชี้ๆไปตามกระถางต้นไม้ประดับในตึก ตามหน้าแคนทีนนี่แหละ

ต้องเล่านิดนึงว่าที่มหาลัยไม่รู้ว่าตั้งแต่สมัยไหนเค้าปลูกต้นตะไคร้ใส่ตามกระถางเป็นต้นไม้ประดับครับ ในตึกหน้าหนาวก็เปิดฮีทเตอร์ อากาศอุ่นกว่าข้างนอกมั้ง มันเลยโตแตกออกเป็นพุ่มใหญ่ๆสวยดี เรายังเคยมาขอตัดแบ่งไปบ้าง แต่เค้าคงนึกไม่ถึงว่าเราเอาไปทำอาหารกิน

คราวนี้พ่อครัวเค้าก็ดีใจแหละ มีอย่างนึงมีได้มาฟรีๆไม่ต้องเสียเงินซื้อ พอถึงวันจัดเลี้ยง พ่อครัวทำอาหารเสร็จก็เรียกเด็กไทยที่เป็นแคชเชียร์วันนั้นเข้าไปในครัว จะอวดต้มยำกุ้งฝีมือฝรั่ง เพื่อนก็กลับมาเล่าว่ามันดูไม่เหมือนต้มยำกุ้งเลย มันเหมือนต้มยำตะไคร้มากกกกก มีแต่ตะไคร้ลอยเต็มหม้อไปหมด สงสัยพ่อครัวจะดีใจว่าได้มาฟรีๆเลยใส่ไม่ยั้ง

แต่สรุปงานวันนั้น feedback จากที่พ่อครัวกับคนในครัวเล่าให้ฟัง พวกแขกที่มาในงานก็ชอบกันครับ กินกันหมดเลยแหละ แต่มีติอยู่นิดเดียว ที่แขกเกือบทุกคนถามว่า ไอ้ผักที่ใส่เป็นท่อนๆลงไปนี่มันคือผักอะไร กว่าจะกินได้ต้องเคี้ยวกันนานมากๆกว่าจะละเอียด

อืม.... เราลืมบอกเค้าใช่ไหมว่าตะไคร้เนี่ย ไม่ได้ให้กิน..........

จากคุณ : new แมงเม่า


มีเพื่อนลูกครึ่ง ออส อินเดีย
ต้องบินไปเมืองไทยทุกปี เพื่อไปกินอาหารตามสั่งรถเข็น กับส้มตำ ไก่ย่าง
(เหตุผลว่า มันอร่อยทุกร้านเลย ถ้าเป็นร้านแบบนี้ แถมได้ดูเขาทำสด ๆ ด้วย ขอตำเองได้อีก)
ก่อนหน้าเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ก่อนจะมาเมืองไทยครั้งแรก มันบอกว่าจะไม่กินอาหารไทยตามถนนเด็ดขาด เพราะสกปรก...ตอนนี้...

มีเพื่อนคนจีนกินเผ็ดไม่ได้เลยไม่กินอาหารไทย (ทำไมถึงคิดว่ามันจะเป็ดไปหมดก็ไม่รู้)
เลยพาไปกินร้านไทย (มีปลาทอดราดด้วยส้มตำไทย )แบบไม่ใส่พริก แล้วก็โป๊ะแตกแบบแกงจืด (คือเค้าไม่กินเผ็ดเลย)...ปรากฏว่า หลังจากนั้น มีปารตี้อะไร เจ๊แกชวนไปร้านไทยอย่างเดียว

อีกคนก็คนจีนทางเหนือ รายนี้ชอบกินเผ็ดมาก แต่บอกว่าอาหารไทยไม่เผ็ดเลยไม่ชอบ๖มันช่างแตกต่าง) พาไปกินร้านไทยอิสาน บอกพี่คนทำว่า จัดหนักแบบที่พี่ชอบเลย (เพื่อนร้องไห้ไป กินไวน์ไป แต่ก็ไม่ยอมหยุดกิน) ส่วนเราตายไปตั้งแต่ส้มตำ สามคำแรกแล้ว จากนั้นเพื่อนคนจีนก็หัดพูดไทยได้ว่า...เปะ มาก ๆ แบบไท ไท...(เลียนแบบสำเนียงมัน)

จากคุณ : sanow


ปีก่อน เพื่อนญี่ปุ่นที่ Osaka พาผมไปชิมอาหารต่างประเทศ ( เกาหลี ) แต่ละจานก็งั้นๆ มีอยู่อย่างนึงรสคล้ายๆแกงส้มของเราแต่เผ็ดแผดๆงัยไม่รุ เลยบอกอาหารไทยน่ะนะชื่อแกงส้ม แต่รสเผ็ด เปรี้ยว เค็ม หวาน สัมผัสได้ทั้งรูป รส กลิ่นและเสียง ถ้าสำลัก ( เพราะญี่ปุ่นชอบซดดัง ) พอช่วง คริสท์มาส มีวันหยุดยาว พวกก็เลยหนีหนาวมาไทยกัน สามคน ฝ่ายไทยกะเลี้ยงมื้อค่ำ พวกอยากกินที่ๆมีคาราโอเกะด้วย อะ จัดให้ แต่กว่าจะลงตัวก็ไปได้ร้านแถวๆแยกนวมินโน่น พี่ไทยจองฉลอง คริสท์มาสอีฟกันหมด

หลังจากคัมปัยด้วยเบียร์ไทยไปหลายแก้ว อาหารไทยทะยอยมาให้ชิมเรื่อยๆ พอต้มยำกุ้งกะแกงส้มชะโอมทอดมาถึง ผมก็บอกสาวให้ตักทั้งสองอย่างใส่ถ้วยแบ่ง พวกข่า ตะไคร้ และอะไรที่ต้องคายทิ้งไม่เอา ยุ่นถาม Jack san นี่ไร กลิ่นแรงจัง ผมบอกเนี่ยะที่จะให้ยูชิมแล้วเปรียบเทียบกะอาหารเกาหลีวันนั้น พวกตั้งท่าอยู่แป๊บนึง ก็ค่อยๆซด แล้วก็ซด ซด ซด พร้อมกับส่งเสียง อูมัย อาร่อยๆ ทั้งสามคนทานแกงส้มเรียบพร้อมกับขอเติมรอบสอง ผมคิดในใจ ถึงเกาหลีจะรุดหน้าด้านเทคใน แต่ก็แพ้เราเรื่องอาหารละวุ๊ย

คืนนั้น ญี่ปุ่นสามคนอิ่มข้าวเมาเบียร์ ร้องเพลงไม่ไหว กลายเป็นผมที่ต้องขุดเพลงยุค 60s - 70s มาร้องให้พวกเค้าฟ้งกัน ปล. คุณ Namor FC ครับ ผมน่ะเชยจัง เป็นแค่สมาชิกบัตรผ่านเท่านั้นเองครับ

จากคุณ : Jackrapan O.


อยากให้กีบค่ะคุณJack san

จากคุณ : smlul6m6m


เรียนคุณNamor FC , คุณ smlul6m6m และคุณ wakingMyselfUpFromTheDream ขอความกรุณาแนะนำเรื่อง login กะคนเชยๆหย้่งผมด้วย ขอบคุณครับ

จากคุณ : Jackrapan O.


เข้าไปที่หน้าแรกของ pantip.com นะครับแล้วเลื่อนไปล่างสุดจะเห็นส่วน login / สมัครสมาชิก click สมัครสมาชิกได้เลยครับข้างในจะมีรายละเอียดบอกอยู่แล้วว่าต้องการอะไรบ้างแล้วสมัครยังไง สมัครแบบข้อที่ 3 ใช้บัตรประชาชนนะครับ ถ้าไปสมัคร mobile มาผมก็ให้ gift ไม่ได้อีก ฮ่าฮ่าฮ่า อยู่ตรงนี้ครับ

จากคุณ : Namor FC


ผมไปญี่ปุ่นทีไร คุณลุง Katsura  และภรรยา  Kimie ซึ่งค่อนข้างเอ็นดูผม เป็นต้องให้พักบ้านเค้าที่ Kobe อย่างน้อยวันสองวันแล้วแต่จะได้คิว ( โจทย์ผมค่อนข้างเยอะครับ )   ลุงบอกว่าค่ำนี้นัดเพื่อนญี่ปุ่น  'เมกัน นิวซีแลนด์และออสซี่  รวม  4  คน 4 ชาติซึ่งสนิทกันแต่ปางไหนไม่รู้มาดินเนอร์ที่บ้าน ก็อาหารญี่ปุ่นเป็นหลักแต่อยากได้อาหารไทยไว้โชว์ฝรั่งสักอย่าง  ขอความกรุณาด้วย   เอาซีครับโจทย์ที่คุณลุงตั้งมาคือ อย่าให้เผ็ด

            ผมค้นกระเป๋าเดินทางซึ่งมักจะมีเครื่องปรุงซองๆ ชื่อเดียวกะนักร้อง'เมกันที่ร้องเพลง How    can  I  tell   her ?  และ Baby, I'd   love   you  to   want   me  เสียงอ้อนๆสาวน่ะแหละ  ต้มยำกุ้งกะแกงเขียวหวานก็เป็นที่รู้จักกันแล้ว ลอง ''  ต้มข่าไก่  "  ดีกว่า   ว่าแล้วคุณลุงก็ชวนผมไป Supermarket  ( ลุงเป็นคนจ่ายตัง  )  ได้อวบๆสวยๆ มา (  เห็ดญี่ปุ่นน่ะครับ  )และเนื้อไก่มา 2  แพค   กลับมาเข้าครัว  จัดการเห็ดและไก่ พร้อมกับบอก Kimie  ให้ต้มน้ำจนเดือด   ฉีกซองเครื่องปรุงใส่ลงไป แป๊บเดียว หอมฉุยเลย  อีก 2 แป๊ปก็ใส่เนื้อไก่ กะพอเกือบเปื่อย  ก็เทเห็ดลงไป  พอเดือดคลักก็เติมนมสด ปิดฝา ปิดไฟ  ปล่อยให้น้ำกะเนื้อทำปฏิสัมพันธ์กันสักพัก ( เคล็ดไม่ลับของผมเอง อย่าจำไปใช้นะครับ  )   ที่ญี่ปุ่นฤดูใบไม้เปลี่ยนสีแดงแช๊ด  อากาศเย็นเยียบและก็มืดไว   อ้อ  แขกสี่เหล่ามาถึงแล้ว ทักทายกัน เสร็จก็เริ่มประจำที่ใครชอบเบียร์Asahi  หรือ Kirin  ก็ดื่มไป ส่วนผม ดื่ม Sake ที่ Kimie เวฟมาร้อนๆ   คุณลุงเชิญชวนให้ดื่มและเลือกชิมอาหารญี่ปุ่นที่จัดไว้หลายอย่าง ผมคีบปลาดิบจุ่มซอสกะวาซาบิซึ่งแรงจนน้ำตาล่วงเลย สักพักKimie  ก็บรรจงตักต้มข่าไก่มาเสิร์ฟ กลิ่นหอมฉุย รสเปรี้ยว หวาน  มัน เค็ม  เผ็ดเล็กน้อย   ทุกคนตักน้ำซุบ  เนื้อไก่และเห็ดเคี้ยวกันตุ้ยๆ  โดยเฉพาะเจ้าภาพยกถ้วยขึ้นซดแบบญี่ปุ่นเลยแล้วบอกเอาอีกๆ   ผมแอบยิ้มในใจ ก็อาหารไทยซึ่งที่แรกจะเป็นแค่ไม้ประดับกลับกลายเป็นเบอร์ 1  ไปแล้วครับ

จากคุณ : Jack Happy (Jack Happy)


มาอ่านทู้นี้ตอนใกล้ถึงเวลาเลิกงาน หิวมาก รู้สึกว่าอยากกลับไปทำอาหารกินที่บ้านบ้าง ไม่ค่อยได้ทำเลย ฝีมืออย่างเราฝรั่งจะชอบแบบคุณๆในนี้หรือเปล่านะ  กินเองยังรู้สึกว่า มันไม่ใช่ มันไม่ถึงรส  55

จากคุณ : ผีลองกอง


เคยเจอค่ะ เป็นเพื่อนแล้วก็ญาติของสามีค่ะ

แต่สามีคลั้งมากกก เขาคนนี้ปลื้ม+อร่อยกับทุกอย่างที่เป็นอาหารไทยค่ะ
กินอาหารเป็นอาหารหลักค่ะ อาหารอิตาลีเป็นรอง เวลาข้าวสารจะหมด ซอสปรุงต่างๆจะหมด ต้องรีบเข้าเมืองใหญ่ๆไปหาซื้อค่ะ ขาดไม่ได้ ยิ่งข้าวเหนียวนี่ห้ามขาด อิอิ

ตอนนี้เราจะมีปาร์ตี้อาหารไทยอย่างน้อย เดือนละครั้งค่ะ
ก็จะเป็นเพื่อนๆของสามีบ้าง ญาติของสามีบ้าง ทีเคยยี้อาหารบ้านเราเพราะคิดว่าไม่สะอาด เอาส่วนผสมแปลกๆมาใส่ เราก็บอกไม่ใช่นะ ( เค้าเคยเห็นในทีวี พวกแมลงทอด กบย่าง ไรทำนองนั้นอะค่ะ ) มานี่ๆจะทำให้ดู เมนู ที่ทำให้ลองทาน ก็ มี น้ำตก ต้มข่าไก่ กะเพราหมู ไก่ทอด ยำวุ้นเส้น หมูสะเต๊ะ ขนมปังหน้าหมู หลายๆอย่างค่ะ พยายามหาเมนูใหม่ๆ ที่เราพอจะทำได้ ให้ลองทานค่ะ

จากคุณ : สาวน้อยบานเฉิ่ม


แฟนเราค่ะ ไม่เคยมาเมืองไทยเลย  พอเราเล่าให้ฟังว่าคนไทยกินมะม่วงกับข้าวเหนียวน้ำกระทิ  แฟนเราร้องอี๋เลย  บอกว่าคนไทยกินอาหารไม่เป็น

หลังจากมาเมืองไทย 3 รอบ  ทุกมื้อต้องตบท้ายด้วยข้าวเหนียวมะม่วง  ห้องพักที่โรงแรมต้องมีมะม่วงสุกเตรียมไว้ทุกวัน  เวลากลับไปก้อไปบอกเพื่อนๆทุกคนเลยว่า  มะม่วงเมืองไทยอร่อยมว๊ากกกกก

มาเมืองไทยติดใจน้ำมะพร้าวเป็นลูกๆมาก  ต้องกินทุกมื้อ  มื้อละหลายๆลูก

เงาะกับมังคุดไม่เคยเห็นเวลากินเอามีดปอกขน  มังคุดกินทั้งเปลือก  เราหัวเราะแทบแย่  พอกลับไปอเมริกา  ไปหาซื้อเงาะกระป๋องกับมังคุดในซุปเปอร์เอเชีย  แล้วบ่นว่าไม่อร่อยเหมือนเมืองไทยเลย

จากคุณ : cool_girlgang


เห็นหลายคนชอบทุเรียนทอดเหมือนเราแล้วดีใจ ^^

อร่อยที่สุดแล้ว  ไปใต้ทีไรขนมาแต่ทุเรียนทอด  กินจนตัวบวมเลย

(เป็นกระทู้ที่เราเริ่มติดจริงจังแล้วนะเนี้ย ^^)

จากคุณ : ผีลองกอง


ไม่ค่อยได้เจอฝรั่ง แต่น้องสาวสองคนเรียนเกี่ยวกับภาษา น้องสาวคนเล็กเรียน ที่เชียงใหม่(เธอเล่าให้ฟัง อาจไม่ตรงทั้งหมด)

อาจารย์เธอ ชาวต่างชาติเจ้าของภาษา ซึ่งปกติ ฝรั่งกับทุเรียนโดยปกติเป็นเหมือนขั้วตรงข้าม อาจารย์ของเธอก็เช่นกัน ใครชวนเธอกิน เธอ "ไม่"ไว้ก่อน เห็นบอกว่า รูปร่างมันเหมือนกับสิ่งที่เบ่งออกมาในห้องน้ำกลิ่นก็...แย่ คนไทยกินของแบบนี้ได้อย่างไร เธอขยะแขยง วันนึ่ง อาจารย์เธอเริ่มเปลี่ยนไป คือไม่รู้ไปโดนให้จับให้กินครั้งแรกตอนไหน แต่หลังจากนั้นทุกพักกลางวัน กลุ่มอาจารย์ ชาวต่างชาติดังกล่าวจะมีปาร์ตี้ ทุเรียนทุกเที่ยง น้องสาวเน้นว่า ทุกเที่ยง ไอ้ที่มันฮาคือ มีอาจารย์ในคณะเดียวกันเป็นคนไทยเพิ่งเริ่มตั้งท้อง ขอร้องให้เลิกปาร์ตี้ดังกล่าว เพราะเธอแพ้ท้อง ทนกลิ่นไม่ไหว คนไทยยอมแพ้ซะเองคิดเอาแล้วกัน

น้องสาวคนกลางไปเรียนรัสเซีย วันดีคืนดี เมทคนไทยได้ของฝากเป็นสัปปะรดจากที่บ้าน แต่เอาไปเยอะแล้วมันทำท่าจะเสีย มันงอมเพราะอยู่ในระยะขนส่งนานหรือไงไม่ทราบ ก็เลยแบ่งให้แม่บ้านประจำหอพัก เจ๊แกดีใจป่านถูกหวย โม้อยู่สามเดือนไม่เลิก บอกผลไม้บ้านเธอมันช่างหอมหวานเสียเหลือเกิน..... เลยด่าไปนิดนึงว่าทำไม เมิงถึงเอาของกำลังจะเสียไปให้เขา มันบอกผมว่า ที่รัสเซีย มังคุดเน่าๆ4ลูกในชามโฟมห่อพลาสติกฟลอยด์ ทั้งเล็กทั้งช้ำ(เนื้อไม่ขาวแล้วสีออกน้ำตาลๆ) ราคายังแพงชนิดคนทั่วไปไม่กล้าซื้อกินเลย.......


 อีกเรื่อง คือ เพื่อนชาวญี่ปุ่น 4 คน มาไทย(ไม่เคยมา) เพื่อนเขาที่เป็นเพื่อนผมเลยพาไปเที่ยวชลบุรี (ผมไม่ได้ด้วยไปติดงาน) เล่าให้ฟังว่าตอนมาถึงที่พัก รถผลไม้ข้างทาง ที่เข็นมาขายโดนล็อคล้อโดยชายญี่ปุนทั้งสี่ ชอบมากกกกไม่ยอมให้ไปขายที่อื่น เพื่อนเลยถามว่าชอบผลไม้หรอ เขาบอกชอบมากเลยบอกว่างั้นเดี๋ยวซื้อให้กินให้หน่ำใจเลย อยากกินอะไรนอกเหนือจากในรถไหม คนนึงในนั้นบอกอยากโดนมังคุด วอนท์ มาก ตกเย็นนั้น เพื่อนผมไปลากมาให้ สามเข็งจากในสวน แทนที่จะดีใจ โดนโวยล๊งเล้งอยู่นาน ญี่ปุ่นสีคนหน้าหน้าเสีย ทั้งกลุ่ม เรื่องของเรื่องคือเห็นว่าเยอะนึกว่าแพง มันบอกถ้าจ่ายที่ญี่ปุ่นนี้สงสัยไม่มีตังค์ซื้อตั๋วกลับบ้าน พอรู้ราคาทั่วนั้นตาเหลือกเป็นแถว .....ก็เพื่อนผมมันรู้จักเจ้าของสวน เขาคิดค่าสอยเข่งละร้อย -*-


แต่เรื่องของกินข้างทางระวังหน่อยก็ดีนะครับ เพราะคนต่างชาติภูมิต้านทานไม่เยอะ เคยมีเคสที่ว่าไปกันสิบกว่าคน มีอยู่รายนึง ขรี้แตกจนต้องแคนเซิลเครื่องบินกลับประเทศ นอนโรงพยาบาลเป็นเรื่องราวใหญ่โตเห็นว่าเพราะน้ำแข็งในแก้วไม่สะอาด

จากคุณ : ณ ดินแดนแห่งความบ้าคลั่ง


ล่าสุดเลยครับ
ศุกร์ที่แล้วมีงานปาร์ตี้ของนักศึกษาต่างชาติ พอดีผมเป็นเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัย ต้องไปดูแลนักศึกษาเหล่านี้

ก็มีเลี้ยงอาหารกัน
อาหารไทยแหละครับ มีไก่ทอด แกงหน่อไม้ลูกชิ้นปลากราย ปอเปี๊ยะทอด ต้มยำซี่โครงหมู ลาบไก่
ปรากฏว่าปอเปี๊ยะทอดขายดีมาก หมดเร็วที่สุด ไปๆมาๆ ทุกอย่างหมดยกเว้นแกงหน่อไม้ เหลือนิดหน่อย

แต่ที่เด็ดคือของหวานครับ เป็นไอศกรีมกะทิมหาชัย
ก็มีข้าวเหนียวไว้ให้ใส่กับไอติม

ผมเห็นไม่ค่อยมีใครใส่ข้าวเหนียวในไอติมกัน
ก็เลยชวนๆนักศึกษาให้ลองชิม เหยื่อรายแรกเป็นคนอินเดียครับ
พอบอกให้ลองชิมไอติมกับข้าวเหนียวเท่านั้นแหละ ทำหน้าสยอง ถามว่ามันจะอร่อยเหรอ

ผมก็บอกว่าคนไทยเค้ากินกันแบบนี้แหละ คะยั้นคะยอจนยอมชิม พอกินเข้าไปคำแรก ทำหน้าเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ บอกว่าอร่อยมาก ไม่น่าเชื่อเลย

ทีนี้พี่อินตะระเดียก็เลยรีบไปบอกเพื่อนนักศึกษาต่างชาติคนอื่นๆให้มาลองชิมมั่ง
ทีนี้คนมารุมถังไอติมกันใหญ่เลย 555

จากคุณ : ted_t1987


สถาบันสอนภาษาญี่ปุ่นและจัดส่งอาสาสมัครญี่ปุ่นที่โตเกียวเชิญชวนผู้บริหารสถานศึกษาในกรุงเทพฯและใกล้เคียงที่เปิดสอนภาษาญี่ปุ่นไปดูงาน ช่วงสัปดาห์แรกของเมษาฯ  จากไทยไปถึงสนามบินนาริตะ ประมาณ 6 ชั่วโมง   หลังจากผ่านพิธีการเข้าเมืองและศุลกากรเสร็จ  ออกไปก็เจอ Mr   Nagatsubo ( นากาซึโบะ  ) ผอ สถาบันดังกล่าวมารอรับ แล้วพากันออกเดินทางไปโตเกียว  นับเป็นการมาโตเกียวครั้งที่สอง   ครั้งแรกผมนั่งรถไฟชิงกันเซนจาก ชินโกเบ    โอซากา   เกียวโต  ชิสุโอกะ ผ่านไร่ชาเขียวมากมาย  และที่สำคัญผ่านภูเขาไฟฟูจี (  Fuji san ) ความรู้สึกตอนนั้น ตื่นเต้นมาก อะไรครั้งแรกในชีวิตก็งี้แหละ  แถมบนรถไฟก็จะมีพนักงานสาวยุ่นเข็นอาหาร และเครื่องดื่มมาพร้อมกับพูดว่า  คัมเบียรุ  มิซุวาริ  โอสุมามิ คุดาไซ   ประมาณว่า  เชิญรับเบียร์กระป๋อง น้ำเหล้า และของขบเคี้ยวนะคะ  ก่อนจะพ้นจากตู้นี้ไปเธอก็หันมาโค้งหนึ่งที น่ารักจัง  กลับเข้าเรื่องดีกว่า จากนาริตะไปโตเกียวเห็นซากุระบานสะพรั่งเป็นระยะๆ  แต่เดี๋ยวอีกสองวันก็จะได้ไปชมสวนอูเอโนะที่มีซากุระหลากหลายสีบานกันพรึบอยู่แล้ว  

            หลังจากเสร็จสิ้นการดูงานด้านวิชาการ คณะวัยรุ่นตอนปลายไปอาซากูสะ ฮาราจูกุ  และชิบูยา  ยังหาของ( ราคา)ถูกใจไม่เจอเลย   อะไรก็แพง  แวะซุปเปอร ตกกะใจ   มังคุดไทย มีสองเกรด ผลละหนึ่งร้อยบาทกับร้อยยี่สิบบาท  ผมบอกนากาสุโบะว่า  ไปกินที่เมืองไทยดีกว่า  ร้อยยี่สิบบาทน่ะได้กองพะเนิน    พอเดือนสิงหาคมเป็นช่วงซัมเมอรและปิดเทอมของญี่ปุ่น   ผอ  นากาสุโบะก็มาเมืองไทย  ผมพาไปกรุงเก่า  ดูหมู่บ้านญี่ปุ่น  ชมมรดกโลก วัดและวัด  ให้ขี่ช้าง ตอนค่ำพาลงเรือดินเนอร์ครุย  กินกุ้งแม่น้ำตัวเท่าข้อมือเผาร้อนๆมันเยิ้มเลยและอาหารไทยๆอีกมากมาย ยุ่นตาเหลือกกี่บาทเนี่ยะ กลัวผมล้มละลายแต่พอเห็นบิลแล้วพวกอุทาน  สะโก๊ย ถูกกว่าและอร่อยกว่าอาหารไทยที่โตเกียวหลายเท่า   ตอนกลับกรุงเทพ ผมซื้อมังคุดให้นั่งกินระหว่างทางถุงเบ้อเร่อ ร้อยเดียวเอง   ตอนหลังนี่ พี่แกมาไทยทุกปีเลยครับ

จากคุณ : Jackrapan (Jack Happy)


.

จากคุณ : แตงโมสีรุ้ง


4  พย. 54  น้องน้ำจากแยกวิภาวดีและพหลโยธิน ตลอดจน ตามคลองและท่อระบายต่าง ( ไม่เคยลอกมา 2 - 3 ปี มั๊ง ) เข้ามาเยือนบ้านผมจนต้องไปนอนโรงแรมซะ  3 วัน  ก่อนบินไปญี่ปุ่น  เจ้าภาพนำคณะเราไปเมืองฮิเมจิซึ่งมีปราสาท ( Himeji  Castle ) หนึ่งในมรดกโลกของยูเนสโก   ภาคเช้าดูงานที่ SPring 8 เป็นศูนย์วิจัยแสงซินโครตรอนที่ใหญ่ที่สุดในโลก (  The  world's   largest   synchrotron  radiation  )  ขออภัยที่ใช้ภาษาปะกิตบ่อยครับ   พูดง่ายๆว่าแสงเนี่ยช่วยให้นักวิทย์สามารถมองเห็นอะไรเล็กๆมากๆแบบนาโนมั้ง และนำผลการวิจัยไปพัฒนาด้านเทคโน  การแพทย์  ฯลฯ  วิทยากรบอกว่า วิจัยการรักษาโรคมะเร็งเกือบเสร็จแล้ว อีกหน่อยถ้าเป็นมะเร็งแล้วมีเงิน  40  ล้าน บาท ก็รักษาได้   หรือในอนาคต ยาเม็ดเดียวจะสามารถรักษาได้ทุกโรค  ก็น่าสนใจครับ

     จากนั้น ไปเยี่ยมชมโรงเรียนมัธยมปลายที่เน้นหลักสูตรอุตสาหกรรม ผู้เรียนเป็นนักเรียนหญิง-ชายที่ชอบด้านนี้ เรียนอย่างมีความสุข ปฏิบัติจริงและสามารถทำเป็นทุกอย่างตามหลักสูตรซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของตลาดญี่ปุ่น  จบ ม. 6 แล้ว ถ้าไม่เรียนต่อในระดับสูง ก็สามารถเข้าทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมได้เลย ( น่าอิจฉาจัง  อดคิดถึงเด็กไทยไม่ได้ครับ )     โรงเรียนจัดอาหารกลางวันใส่กล่อง ( Obento )เสิร์พ พี่ไทยหลายคนแอบโรยน้ำพริกนรกบนอาหารญี่ปุ่นเพื่อเพิ่มรสชาติ  พวกยุ่นทำหน้าเหวอ   เลยต้องแอบกระซิบว่า คนไทยหลายๆคนชอบเผ็ดๆ   จากนั้นมีกิจกรรมพิเศษร่วมกันเพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมด้านอาหาร ( ใช้ศัพท์สูง ) โดยครูและนักเรียนญี่ปุ่นสาธิตทำ Okonomiyaki ( พิซซ่าญี่ปุ่น ) กินเป็นอาหารหลักได้ และ Takoyaki ( จะเรียกว่า ขนมครกญี่ปุ่นดีมั๊ย ) เป็นของว่าง ยามอากาศหนาวๆเข้ากันดี    ส่วนฝ่ายไทย ผมได้เตรียมสรรพสิ่งไว้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว มีอาทิเช่น ทูน่ากระป๋อง  คิวรี ( แตงกวาญี่ปุ่น )  มะนาว  พริกสดที่ดูไม่ค่อยจะเผ็ด  หอมใหญ่  และส่ะระแหน่ญี่ปุ่นใบเล็กกระติ๊ด ( สงสัยไม่ได้รดด้วยน้ำล้างคาวปลาแบบของเรา )  ผมวานลูกมือ ก็สาวๆญี่ปุ่น ม. 5 ละครับ  เอาทูน่ากระป๋องไปอุ่นให้ร้อนแล้วเทใส่ชามอ่าง ยีๆปลา ใส่หอมใหญ่ซอย พริกซอย เกลือและน้ำตาลที่ละลายแล้ว   คน  คน และคน  ชิมดูรสพอกลมกล่อม   บอกสาวให้เรียงแตงกวารอบขอบจานเปล  3 ใบ  ผมตักยำทูน่าโปะลงไป แต่งหน้าด้วยใบส่ะระแหน่พอ ( ให้  ) งาม แล้วรีบเสิร์พเลย   ผอ. โรงเรียนในฐานะผู้กล้าค่อยๆชิมเป็นรายแรก แล้วเปล่งวาจา "  โออิชี " จากนั้น ทั้งครูและนักเรียนก็ผลัดกันชิมอย่างสนุกสนาน  นักเรียนหญิงมากระซิบ  Jack san ขอจดสูตรได้ไหมจะไปให้โอก้าซัง ( แม่ ) ทำบ้าง  ก็จัดให้   โถ...จริงๆ แค่ยำปาป๋องง่ายๆในวงเหล้าของผู้ชายน่ะครับ

จากคุณ : Jackrapan (Jack Happy)


นายเราสองคนชาวญี่ปุ่น ไม่รู้ตอนแรกแกยี้หรือเปล่า แต่นายคนแรกชอบกินข้าวมันไก่มากกกกก พาไปที่ไหนก็สั่งแต่ข้าวมันไก่ แล้วก็มีการมาบอกด้วยว่า ร้านใกล้ๆ บริษัทอร่อยที่สุด (แน่ะ!) ส่วนนายอีกคนของโปรดคือทุเรียน เป็นทุเรียนแบบที่เราไม่ชอบ คือมันเละๆ กลิ่นแรงมากกก แต่แกชอบมากกกก ซื้อไว้แล้วก็แอบไว้ห้องแม่บ้าน กลัวคนในออฟฟิคจะเหม็น 555+

จากคุณ : Amecchi


สามีเรายี้กลิ่นน้ำปลาค่ะ ตอนทำอาหารไทยให้กิน กลับติดอกติดใจไม่บ่นซักคำ เดี๋ยวนี้พอผ่านร้านขายของไทย มีแวะให้จอดซื้อน้ำปลาติดรถกลับบ้านด้วยค่ะ

จากคุณ : ดาวฟ้า


อ่านแล้วยิ้ม...

มีแนวคิดเสนอครับ

จากหลายๆ กระทู้ที่ผ่านมาที่เกี่ยวกับความเข้าใจผิดของชาวต่างชาติกับอาหารไทย
หรือ เมื่อได้ลองชิมอาหารไทย แล้วชื่นชอบ... ความคิดต่างๆ ที่โพสมาแค่คิดตามก็สนุกแล้ว

ผมว่าสามารถเขียนบท พล๊อตหนังเกี่ยวกับ ชาวต่างชาติ กับอาหารไทย ได้เลยนะครับ

อาจจะเป็น เลิฟคอเมดี้ มิตรภาพหรือความรัก
ชาวไทย+ชาวต่างชาติ+อาหารไทย+อาหารอีสาน+แมลง

แนวนี้น่าจะรุ่งนะครับ GTH ทำออกมาคงจะฮาน่าดู

ผลดี
- เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว
- ส่งเสริมอาหารไทย
- แก้ไขมุมมองและความเข้าใจผิดๆ ได้
- ตัวหนังมันอินเตอร์ฯ สามารถส่งออกได้สบาย
อ่านๆ ดูก็จะเห็นว่ามีหลายชาติที่ชื่นชอบอาหารไทย
ถ้าเป็นหนังออกมา..

(^__^)

ปล. ถ้ามีคนสนใจเอาไปทำจริงๆ ให้เครติต พันทิปและเพื่อนสมาชิกสักนิดนึงก็พอ

จากคุณ : ดิอาโบโล


อ่านรวดเดียวจบเลยค่ะ เป็นชั่วโมงๆ สนุกมากฮามาก
ตอนแรกจะดูชัตเตอร์ซะหน่อย ยังไม่ได้ดูเลยตอนนี้

จากคุณ : ฟ้าไม่ให้มีรัก


ฝรั่งไปกินอาหารเหนือแท้ๆที่เชียงใหม่
สั่งแกงแค กับคั่วไก่มาให้ชิม(แกงมันจะเขละๆมีสารพัดผักรวมๆกัน) เขาถามกินได้เหรอ..
เดี๋ยวนี้เหรอคะ...ขับรถไปกินเองหลายรอบแย้วววววว

จากคุณ : อมยิ้มไม่ได้


ที่ W.A.I.T.   นักเรียน ELICOS   รุ่นผม เกือบครึ่งห้องมาจากอินโดนีเซีย  นักเรียนญี่ปุ่นก็ไม่น้อย บอกว่าเรียนที่ออสเตรเลียถูกกว่าที่ญี่ปุ่น  พี่ไทยมีแค่สามคนก็เจ้า บ๊อบ ลูกครึ่ง ไทย ออสซี่   น้องหมวยเป็นคุณหนูเรียบร้อย ( มาอยู่กะพี่สาวที่แต่งงานกับหนุ่มออสซี่ )  และผม     วันหนึ่ง บ๊อบบ่นอยากกินน้ำพริกกะปิ   หมวยบอกว่า ที่บ้านพี่สาวมีของและอุปกรณ์อาหารไทยหลายอย่าง แต่ทำไม่เป็น และคนที่ทำเป็นก็ไม่อยู่  ด้วยความสงสารบ๊อบ ผมเลยอาสาไปทำและที่สำคัญน้องหมวยชวนสาวๆญี่ปุ่นกับอินโดฯซึ่งสนใจอาหารไทยไปด้วยครับ      น้องหมวยรีบลงมือหุงข้าวเพราะทำเป็นอย่างเดียว ผมบอกให้เจ้าบ๊อบปอกกระเทียม เด็ดพริก ผ่ามะนาว   ผมจิบเบียร์หมดกระป๋อง ก็โขลกกุ้งแห้งโดยมีบรรดาสาวๆเฝ้าดูอย่างสนใจ พอแหลก ตามด้วยกระเทียม   พริก    อ้อ   เกือบลืมใส่กะปิ  โขลกจนเข้ากันดี  แล้วใส่ น้ำตาล  น้ำปลา  บีบมะนาว ปรุงรสเปรี้ยวนำ ตามเผ็ด เค็ม และหวานนิดๆ   เงยหน้าเห็นเจ้าบ๊อบมองน้ำลายสอ  ผมตักน้ำพริกใส่ถ้วยแต่เหลือก้นครกไว้นิดนึง

         ผมบอกบ๊อบตักข้าวสวยใส่ครกหนึ่งทัพพี  คนๆด้วยที่ตำน้ำพริก แล้วตักใส่ถ้วยส่งให้บ๊อบชิมเรียกน้ำย่อยไปก่อน ก็ข้าวคลุกน้ำพริกก้นครกอะครับ ตอนเด็กๆดูคุณย่าทำจนจำแม่น    บอกหมวยตั้งกระทะพอร้อนจัดก็ใส่น้ำมัน  กะเวลาได้ที่ก็เทไข่ที่ผสมหมูบดและตีแล้วลงไป กลับสองสามทีพอสุกก็ตักใส่จาน  หมวยตั้งโต๊ะตักข้าวแจก ทุกคนลงมือกินข้าว น้ำพริกกะปิกับไข่เจียวร้อนๆหอมฉุย  ผมละเลียดเบียร์ดูทั้งหมดกินกันอย่างอะเร็ดอร่อย  โดยเฉพาะเจ้าบ๊อบลูกครึ่งที่ดูเป็นฝรั่งทั้งตัวแต่กินข้าวคลุกน้ำพริกปล่าวๆ จนเกลี้ยงหม้อเลยครับ

จากคุณ : Jackrapan (Jack Happy)


ตอนไปญี่ปุ่นค่ะ  หิ้วดอกเงี้ยว กับน้ำพริกอ่อง  เครื่องปรุงนิดหน่อยไป

ไปนั่งทำขนมจีนน้ำเงี้ยว  โดยใช้เส้น อุด้ง กินกันแก้เลี่ยนอาหารยุ่น  

ปรากฎว่า บ้านที่ 3 จากปากซอย (บ้านเราอยู่สุดซอยเลย)  ขี่จักรยานวน ๆ แถวรอบบ้านเรา  มาด้อม ๆ มองๆ  ตอนแรกเราก็แปลกใจ  เพราะไม่เคยรู้จักกันเลย  

น้าเรา(อยู่ญี่ปุ่นมานาน คุยญี่ปุ่นรู้เรื่อง) เลยไปถามเค้า ว่ามีอะไรไหม  เค้าบอกว่า หอมมาก  กินลอยไปไกลถึงบ้านเค้าเลย  น้าเราเลยตักน้ำเงี้ยวไปให้ 1 กล่องใส่ข้าว  ไม่ถึง 10 นาที ต้องขี่จักรยานมาขอใหม่ให้ลูก และ สามีที่บ้านอีกค่ะ

เราก็ยังงง ๆ  นี่น้ำเงี้ยว กลิ่นมันลอยไปไกลถึงขนาดนั้นเลยหรอ


น้าเราบอกว่า อาหารญี่ปุ่น ไม่ค่อยมีกลิ่น  ถึงมีก็ส่งกลิ่นได้ไม่ไกล  แต่อาหารไทย  แค่ทำพวกยำ กลิ่นก็โชยแล้ว  (กลิ่นอาหารแบบหอม ๆ)

จากคุณ : XinPing*


อ่านกระทู้นี้เสร็จ ลงจากหอไปนั่งกินส้มตำคนเดียวเลยค่ะ
จกปลาร้าอย่างเมามันส์ ฉีกไก่ฉึก ๆ
เหมือนตายอดตายอยากมาจากไหน :)
เขินค่ะ คนมองทั้งร้าน

จากคุณ : Titying


มีครับ ไข่เจียวหมูสับนี่แหละ เพื่อนออสซี่มองดูวิธีทำแล้วก็ทำหน้าหยึย ๆ บอกว่าดูแล้วมันรู้สึกบอกไม่ถูก ไม่น่ากินเอาซะเลย พอทำเสร็จ ให้ลองกินกะข้าวหอมมะลิหุงสุกใหม่ ๆ

หึหึ

กลายเป็นต้องไปเจียวไข่เพิ่มซะงั้น

จากคุณ : The Queenslander


ข้าวเหนียว+หมูทอดค่ะ

เหตุเกิดที่ไทย เช่าตรู่วันหนึ่ง น้องสาวทำงานกับชาวญี่ปุ่น มีต้องไป ตจว กัน
ระหว่างที่รถยังไม่มา น้องหิว เลยเดินไปซื้อข้าวเหนียว+หมูทอด แบบรถเข็นริมถนน
แล้วกลับมารอรถต่อ ก็ยื่นอาหารเช้าให้ชาวคณะกิน คนไทยด้วยกันก็หยิบเป็นปรกติ
ส่วนคณะลูกพระอาทิตย์ ก็ลังเล ถามว่า มัน เซฟ หรือ...น้องงง ก็เห็นๆอยู่
ว่าหมูทอดนํ้ามันเดือดท่วมออกอย่างนั้น เลยยืนยันว่า เซฟแน่นอน
( เค้าห่วงเรื่อง ฝุ่น-ควันตะหากเล่า ) เลยหยิบชิมไปคำนึง ก็ไม่พูดอะไร
 แต่เดินไปที่รถเข็นเลย ตกลงก็มีข้าวเหนียว หมูทอดเป็นของตัวเองกันทุกคน

จากคุณ : - (สมหนิง)


ฮ่าๆๆๆ อ่านแต่ละเรื่องแล้วฮาดีค่ะ....

แฟนเราก็เป็นพวกยี้อาหารไทยเหมือนกันค่ะ...ยี้แบบไม่ลอง ไม่คิดจะลอง และไม่กินเลยค่ะ จนถึงตอนนี้ ฮ่าๆๆ

เค้าให้เหตุผลว่า "มัน เหม็น มว๊ากกกกกก"

คือเรากับเพื่อนนัดมาทำอาหารไทยกินกัน แฟนเค้าก็ทำอาหารประเทศเค้า (ต่างคนต่างทำ) ตอนทำเค้าก็งง ว่าทำไมพวกเธอต้องใส่น้ำตาลลงในอาหารด้วย (เค้าว่ามันเป็นอาหารคาว ทำไมต้องใส่น้ำตาล)
เราก็ไม่ได้ตอบกลับแต่อย่างใด ขี้เกียจอธิบาย ในเมื่อตัวเธอไม่กิน ก็อย่ามายุ่ง

หลังจากทำกับข้าวกันเสร็จ กินเสร็จ เก็บกวาดอะไรเรียบร้อย แฟนเราก็กลับไปนั่งทำงานหน้าคอมต่อ เหลือแต่เราและเพื่อนคนไทย ที่ยังคงนั่งเม้าท์กันอยู่ และแล้วเพื่อนเราก็มีไอเดียเก๋ ๆ

เพื่อน...มีผักเหลือ ตำน้ำพริกกินกันเล่น ๆ ดีกว่า
เรา..... เลิศมาก ตำเลย ๆ อยากกิน กินเล่น ๆ ดูทีวีพลาง

  แล้วเราก็ตำน้ำพริกเอาผักสดมาจิ้มกัน สักพัก แฟนเดินมาบอกว่าได้กลิ่นอะไรมั้ย...โคตรเหม็นเลย แล้วก็มาฟุดฟิด ๆ อยู่สองสามครั้ง เราและเพื่อนก็ไม่สนใจ กินไปเม้าท์ไปอย่างเมามันส์

  ผ่านไปห้านาที แฟนก็เดินมาอีกรอบ พร้อมเกรด (สเปร์ดับกลิ่นในบ้าน) ฉีดพ่นลงไปในถ้วยน้ำพริกเลยคร๊าาาาาาาาา วงแตก ค่ะ วงแตก ฮีบอกว่ามันต้องจัดการที่ต้นตอ....เพื่อนเราทั้งอึ้งทั้งฮา ในความกวนตีน...ส่วนตัวเรา โกรธมากกกกกกกกกกกกก แทบจะใช้ท่าไม้ตายจรเข้ฟาดหางกันเลยทีเดียว ... แล้วคุณเทอก็หัวเราะบอกว่า ก็มันเหม็นอ่ะ กินกันตั้งนานแล้ว เค้าก็ทนอยู่ตั้งนาน มันไม่ไหวจริง ๆ ...

  หลัง ๆ เวลาทำน้ำพริกกะปิกิน ก็ต้องเนรเทศตัวเองออกจากห้องครัวค่ะ ไปหาที่กินที่อื่น ส่วนแฟนเราก็คงฝังใจอ่ะค่ะ ว่าอาหารไทยเหม็น เลยไม่ยอมลองกินอะไรเลย สงสัยคงต้องหาเมนูใหม่ ๆ มาลองทำให้กิน เผื่อจะได้หันมาสนใจอาหารไทยบ้าง...เฮ้อๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

จากคุณ : Khun Lung (Lung Riq)


สงสัยคงต้องเริ่มจากอาหารเบา ๆ ไม่ค่อยมีกลิ่นแรงไปก่อนแล้วล่ะครับ เล่นจัดหนักตั้งแต่แรก คุณสามีคงรับไม่ไหว

ลองปลาทอดราดน้ำปลา ผัดไทย ไข่เจียวหมูสับ แกงจืดไข่น้ำ ทอดมันข้าวโพด หมู/ไก่ ทอด/ผัดกระเทียมพริกไทย ฯลฯ อะไรพวกนี้ไปก่อนดีมั๊ยครับ

ถ้ายังรับไม่ได้กับกลิ่นน้ำปลาก็ลองซอสถั่วเหลืองแทนดู ผมว่าน่าจะ ok นะครับ

จากคุณ : Namor FC


คห.306 เป็นเราคงไม่พยายามให้เขาหันมากินอาหารไทยหรอก กินใครกินมันไปเลย ไม่เหนื่อย ไม่ต้องไปยัดเยียดให้เขากิน ลองทำเมนูที่ดูน่ากินๆ แล้วนั่งกินเองไม่ต้องชวนเขา ถ้าเขาอยากเดี๋ยวก็มากินเองแหละ  เรื่องน้ำพริก ที่จริงบอกกันให้ไปกินข้างนอกดีๆก็ได้ ไม่มีเหตุผลที่ต้องทำอะไรอย่างนั้นอ่ะนะ เสียมารยาท ดีนะเนี่ยไม่ใช่แฟนเรา ไม่งั้นโดนน้ำพริกบี้หน้าไปแล้ว

จากคุณ : . (Friday13th)


สำหรับผม ผมเป็นนักเรียนแลกเปลื่ยนตอนนี้อยู่นอร์เวย์ พอดีครอบครัวที่ผมอยู่เค้าอยากทานอาหารไทย ผมก็นึกไม่ออกว่าจะทำอะไรให้เค้าทานดี เลยทำข้าวกระเพราหมูไข่ดาวไป ตอนแรกเค้าก็ไม่กล้าทานกัน ทำหน้าหยี้ๆ ว่าเอากระเพรามาทำเป็นอาหาร พอกินไปสักพัก ติดใจบอกให้ไปทำมาอีก พอก็บอกเค้าไปว่าต้องรอครั้งหน้านะ คนไทยที่รู้จักเค้าให้วัตถุดิบมาแค่นี้ อยู่ดีๆ 2 อาทิตย์ผ่านไป มาบอกว่าอยากทานของหวานไทย ก็เลยทำข้าวเหนียวมะม่วง กับนมเย็น ก่อนทานก็มาอีหรอบเหมือนเดิม เกี่ยงกันกิน เธอลองก่อนซิฉันไม่รู้ว่ามันคืออะไรไม่กล้ากิน เลยบอกให้ไปเอาไอติมมาทานด้วย กล่อมไป 10 นาที ก็ยอมทาน ทานจนเลียก้นถ้วยแล้วก็บอก ก็อร่อยดีนะวันหลังทำให้ทานอีกซิ เลยบอกว่ารอมาเมืองไทยเดี๋ยวจะทำให้ทาน แล้วได้คำตอบกลับมาว่า "OK งั้นเดี๋ยวเดือนตุลาปีนี้ ครอบครัวฉันจะไปเมืองไทย เพื่อไปกินข้าวเหนียวมะม่วงกับไอติมของคุณ" ได้ยินแล้วซิ้งเลย ตอนนี้กำลังชวนอีกๆหลายคนมา  เหลือเชื่อจริงๆกับคนนอร์เวย์...

จากคุณ : EaRtHW


คห. 309
แล้วเดือนตุลาฯ จะหามะม่วงที่ไหนมากินล่ะ?

จากคุณ : ยิ้มมุมปาก


@ยิ้มมุมปาก อันนี้ไม่แน่ใจครับ แต่ครอบครัวเค้าบอกว่าเค้าจะเดินทางมาเดือนตุลาครับ รอหาเอาดาบหน้าครับ

จากคุณ : EaRtHW


ของเรามีพี่ชายต่างแดนเป็นเด็กแลกเปลี่ยนมาจากออซซี่ค่ะ
พอมาอยู่ไทย ชอบมาก กลับไปเรียนมหาวิทยาลัยจบก็กลับมาอยู่ใหม่อีกสามปี พาครอบครัวมาเที่ยวไทยอีกปี
ทั้งบวชเรียน ฟังคาราบาว ซัดเหล้าขาวได้สบายๆ ทำกับข้าวไทยได้หลายอย่างมาก
พอกลับไปอยู่ออส ก็ขนเอาครกสาก ซึ่งและหวดนึ่งข้าวเหนียวไปด้วย
แล้วพอไปทำงานเค้าก็ทอดปลาทู กับทำไข่เจียว ราดพริกน้ำปลาใส่กล่องไปทาน
เพื่อนในออฟฟิซเดินมาถามบอกยูได้กลิ่นหนูตายไหม เหม็นจะตายชัก
แล้วพอเค้าบอกว่ากลิ่นน้ำปลา ฝรั่งคนนั้นก็ออกอาการจะอ๊วก หยี แหวะ
เค้าก็ถามว่าชิมไหม ไอทำอาหารไทยมากินเองอะ ลองดูสิไม่เผ็ดนะ
เค้าก็ท้าว่าถ้ากล้าชิมนะจะให้ตัง ปรากฏพอกินไปติดใจค่ะ ตอนหลังมาขอผูกปิ่นโตด้วยตลอด

จากคุณ : Taffy~*


อ่านถึงตรงนี้

จากคุณ : นางฟ้ามาแล้วจ๊ะ


ขอแอบเล่า ( ไม่กล้าใช้คำว่านินทา ) ผู้บริหารญี่ปุ่นคนนึงเวลาทำงานอยู่ที่โรงเรียนดูเคร่งขรึม เต็มไปด้วยวินัยน่าเกรงขาม  แต่พอมาเมืองไทย เปลี่ยนบุคลิกเลย   เฮฮาปาร์ตี้ตลอด ( เหมือนพี่ไทยหรือเปล่าไม่รู้  )  ผมสั่งอาหารไทยอะไรมาก็ชิมทุกอย่าง  ถ้าเผ็ดมากก็ร้องโวยวาย " คาราย คาราย - เผ็ด เผ็ด " แต่ก็กินได้กินดี   ตอนอยู่ที่ญี่ปุ่น ผมโดนเค้าและเพื่อนๆรุมมอมเบียร์และสาเก  คือ คนญี่ปุ่นเนี่ยถ้าชอบหรือถูกใจแล้ว จะดาหน้ามารินน้ำประเทืองสมอง  ( พระพยอมท่านเรียกน้ำเปลี่ยนนิสัย )  คิดดูละกันแค่รอบเดียว 10 คน  ก็ 10 แก้วแล้วครับ  คราวนี้ผมเอาคืนมั่ง เจอเบียร์ไทยดีกรีแรงกว่าถึงกับหน้าแดงก่ำ  แถมเอาเหล้าโรงให้ชิมเพื่อเปรียบเทียบกะสาเก พอหมดแก้ว ยุ่นซึมไปเลย  ผมสั่งต้มยำกุ้งให้ซดไล่ความซึม เค้ากินเห็ดและเนื้อกุ้งเรียบ แต่ไม่แตะกุ้งส่วนหัวซึ่งคนไทยหลายๆคนบอกอร่อย ได้ความว่า อยู่ญี่ปุ่นบริโภคกุ้ง นำเข้าจากไทย แกะมาเรียบร้อยไม่มีหัวและเปลือก เลยไม่รู้จักกิน

       วันต่อมาพาไปช้อปปิ้งที่ ตลาดนัดจตุจักร ( ชาวบ้านเรียก J.J. market ซะจนเป็นที่คุ้นหูชาวต่างประเทศ ) และศูนย์การค้าใจกลางกรุง ซื้อสินค้าไทยมากมาย โดยเฉพาะไหมไทยแพงๆ ( แต่ถ้าเค้าซื้อที่ญี่ปุ่นราคาจะสูงกว่านี้หลายเท่า )  พอค่ำ ผมพาไปชิมบะหมี่แถวหัวลำโพง ไม่ใช่ภัตตาคารนะครับ เป็นอาหารแบบรถจอดริมถนน/ซอย แล้วตั้งโต๊ะ แต่มีชื่อ  สั่งมาทั้งน้ำและแห้ง ระหว่างโซ๊ย ได้ยินโต๊ะข้างๆ สั่งต้มยำ พอได้ยินคำว่าต้มยำเค้าก็ถามเหมือนต้มยำกุ้งมั๊ย  ผมเลยสั่งเส้นเล็กต้มยำแบบกลมกล่อมให้ลองอีก  ก็ทั้งซู๊ดและซดจนเกลี้ยงชามเลย   ตอนกลับญี่ปุ่น ผมซื้อบะหมี่ซองรสต้มยำให้ไปหลายแพค พวกโค้งแล้วโค้งอีก   เค้าบอกว่า " อาหารญี่ปุ่นนั้นรสธรรมชาติ แต่อาหารไทยนี่ สุดยอด " ครับ

  ปล.   ขออนุญาตขอบคุณท่านผู้เกี่ยวข้อง   คุณ Namor FC      คุณsmlul6m6m   และคุณ wakwingMyselfUpFromTheDream ที่แนะนำให้เป็นสมาชิกครับ

จากคุณ : Jackrapan (Jack Happy)


เคยทำงานบริษัทสวีเดนค่ะ ไม่เคยเจอยี้ คงเพราะมาเรื่องงาน เลยสงวนท่าที มารยาทดีกันทั้งนั้น หุหุ

คนสวีเดนชอบเมืองไทยมากๆ รางวัลของเซลล์ที่ทำยอดได้สูงสุด คือการมาเยี่ยม office ที่เมืองไทย มา 5 วัน เข้า office ครึ่งวัน หลังจากนั้นก็ลั้ลลา.... ไม่ต้องแนะนำที่เที่ยวให้ เพราะเค้ามีข้อมูลท่องเที่ยวเมืองไทยแบบละเอียด วางแผนกันเองเสร็จสรรพ แค่อาจขอให้จองโรงแรม หรือตั๋วเครื่องบินในประเทศให้ แค่นั้น

เวลาคนสวีเดนมาประชุมที่นี่ เรามักได้รับมอบหมายให้เป็นคนสั่งอาหาร (เป็นผู้หญิงคนเดียวของทีม) พาไปกินร้านอาหารดีๆค่ะ (เบิกได้นิ) กลัวว่าถ้าพาไปกินร้านเด็ดๆของเรา เกิดเป็นอะไรไป ซวยเลย...

อาหารที่สั่งก็ไม่พ้น ต้มข่าไก่ ปลาสำลีทอด ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพาน หน่อไม้ฝรั่งผัดกุ้ง หลนกุ้ง .... ขอเติมข้าวกันทุกคน ตบท้ายด้วยข้าวเหนียวมะม่วง เอิ๊กส์

ก่อนสั่งอาหารต้องถามกันตรงๆค่ะ ว่าแพ้อะไรกันหรือเปล่า ปรากฏว่ามีคนแพ้ถั่วลิสงอยู่คนนึง ตอนไปกินต้องนั่งประกบ พร้อมบอกว่าจานนี้กินได้ จานนี้มีถั่วนะ กินไม่ได้ เค้าอยากกินปลาสำลีทอด แต่น้ำยำมีถั่วลิสง เลยแนะนำให้กินกับหลนกุ้งแทน ปรากฏว่าชอบมากๆๆๆ

บางคน Expert อาหารไทยมาก บอกสั่ง red curry กับ green curry ให้หน่อย กินเผ็ดได้ ก็ OK สั่งแกงเผ็ดเป็ดย่าง กับแกงเขียวหวานไก่ให้
ปรากฏว่าแกงเผ็ดเป็ดย่างขายดีมาก เพราะเค้านึกว่าคนไทยกิน เลยทำรสดั้งเดิม ส่วนแกงเขียวหวานไก่ คงนึกว่าฝรั่งกิน ดันทำมาซะหวาน ไม่เผ็ด ไม่มีรสอื่นเลย... ไม่มีใครกิน เหลือทั้งชาม เสียหายมากๆ

อีกคน ชอบปลาเส้นแบบเส้นยาวๆมาก แถมที่ชอบกินน่ะ เป็นแบบตลาดนัดที่ทำเลียนแบบทาโร่ ขนาดเรายังไม่กล้าซื้อกินเลย แต่คุณเธอหอบกลับไปสวีเดนเป็นโหลๆ

อีกอย่างคือ ทุเรียนทอด เป็นของที่ขอสั่งกลับแบบมีเท่าไหร่ เหมาหมดทั้งชั้น ซื้อกระเป๋าเพิ่ม เพื่อทุเรียนทอด...

จากคุณ : == พิ้งค์กี้ ==


อาหารที่เพื่อนเราชอบคือ กล้วยทอด มันทิพย์ และโรตี ตอนนี้หัดทำเองแล้ว ถามว่า ทำยังไงจะปลูกกล้วยที่บ้านซึ่งอุณหภูมิต่ำกว่า -10 อย่างฮา มีห่อกลับโรงแรมด้วย พาไปกินอาหารอิสานแท้ เธอกินทุกอย่างแล้วบอกว่า อร่อยมากที่สุด กินไปร้องไห้ไป ชาวบ้านเห็นแล้วอมยิ้มไปตามๆกัน สั่งจ้ำบ๊ะแก้เผ็ดมาให้กิน ยกซดจนหยดสุดท้าย ก่อนกลับบอกว่า ฉันต้องคิดถึงอาหารไทยมากแน่ๆ

จากคุณ : ยิ้มไว้นะคนไทย (moeyeworld)


เพื่อนไต้หวัน แรกๆให้เฮียแกกินส้มตำไทย บอก อูย๐๐ ไม่ไหว
กลิ่นมันไม่ใช่ กินไม่ได้หรอก กลัวท้องเสีย ไม่รู้อะไรผสมกันมั่ง

พอ อาเฮียได้ลองแค่คำแรก โว้ยตามแทบไม่ทัน
ประเด็นเฮียใช้ตะเกียบกินด้วยคะพี่น้อง

หลังจากครั้งแรก ปราฏกว่าเฮียต้องมนต์ส้มตำไทยมาก กินทุกวัน
ไปซื้อทุกวัน จนซี้กับแม่ค้าหน้าซอย อยู่สองเดือน
เฮียพูดไทยได้บรื๋อ แต่ขอโทษ ไทยอีสานคะ555+ น่ารักมาก!!!!

ก่อนกลับไต้หวัน เฮียจะซื้อครกกับสากกลับไป5555+
เราบอกว่ามันหนักอย่าเลย ยืนยันจะเอาไปให้ได้

เมื่อไม่นานมานี้ น้องชายเราไปเยี่ยม คุณพระ!!!
น้องไสกด์มาแล้วโชว์step เพื่อน GARY ตำส้มตำโชว์  
ขอบอกเลยว่า เลิศมาก ประทับใจมาก

ที่สำคัญตอนนี้ GARY มัน ADVANCE คะเพื่อนๆ
ไม่ใช่แค่ส้มตำ ตอนนี้มันพัฒนาไปถึงขั้น ลาบ, น้ำตก, ต้มแซบ etc.
เฮียแกบอกว่า ........
ถ้าเป็นไปได้ต่อไปจะเปิดร้านอาหารไทยเน้นแนวอีสาน ในไต้หวัน
รู้ไหมว่า คนไทยโชคดีแค่ไหนที่อาหารไทยไม่ได้มีดีแค่ความอร่อย
แต่กินแล้วยังได้สุขภาพด้วย เพราะเครื่องเทศมีแต่สมุนไพร
ที่สำคัญไม่อ้วนได้เหงื่อและได้สุขภาพสุดๆ อยากจะอยู่ถาวรจริงๆแดนสยาม

อยากจะกรีดร้องในความพยายามของพี่ท่านจริงๆ
แต่เราภูมิใจมากอะคะ T_T จะบอกว่า.....

ตอนนี้ที่ บริษัทตรวจสอบบัญชีbigแห่งหนึ่งในไต้หวัน
พนักงานหลายคนจกส้มตำมากกว่าติ่มซำอีกคะ555++
มาจากใครเป็นไม่ได้ นอกจาก อีตาGARY:)


ชาบู อาหารไทย รักเมืองไทยจริงๆ*-*

จากคุณ : punro937


ขอแจมด้วยค่ะ ครั้งนึงเคยพาลูกค้าชาวอังกฤษของบริษัทที่ทำงานอยู่ไปทานอาหารกลางวัน จริงๆแล้วเป็นลักษณะว่าพี่แกแอบปิ๊งเพื่อนร่วมงานสาวคนนึงอยู่ พอรู้ว่าเราจะไปกินข้าวเที่ยงกันในซอยใกล้ออฟฟิศเลยอ้อนวอนขอตามไปด้วยน่ะค่ะ
แล้วอีตาคนนี้แกเป็นฝรั่งผู้ดีอังกฤษขนานแท้อายุสี่สิบกว่า ใส่สูทผูกไทเนี้ยบกริบตลอด พอตามพวกเรามาถึงที่ร้านอาหารก็หน้าเหยเกไปเล็กน้อย เพราะเป็นร้านอาหารอีสานออกแนวเพิงๆบ้านๆ แต่ก็จำใจนั่งลงอย่างไม่กล้าออกอาการ กลัวสาวเจ้าจะไม่พอใจ เราก็ประมาณอยากแกล้งลองใจฝรั่ง เลยสั่งแบบจัดหนักจัดเต็มครบชุด ส้มตำปูปลาร้าเผ็ดสลบ นํ้าตก  เครื่องในย่าง ต้มยำพวงไข่หม้อไฟ ซุบหน่อไม้
พออาหารทยอยมาถึงโต๊ะ หน้าขาวๆของพี่แกก็ค่อยๆขาวซีดขึ้นเรื่อยๆ คงนึกในใจว่า นี่มันใช่อาหารที่มนุษย์กินเข้าไปได้จริงๆหรือนี่ ตรูจะต้องเอาชีวิตมาทิ้งที่ไทยแลนด์แดนออฟสไมล์ซะละมั้งคราวนี้
พวกเราคะยั้นคะยอให้ลองชิม แกก็ทำกล้าๆกลัวๆ แต่ไม่กล้าปฎิเสธ ค่อยๆหยิบเครื่องในย่างที่ดูหน้าตาน่ากลัวน้อยกว่าเพื่อนมาส่องดูใกล้ๆ แล้วหลับตาส่งเข้าปากเคี้ยวหงับๆ แล้วทำหน้าแบบโล่งใจ เอ๊อ กินได้แฮะ ไม่ตายนี่หว่า อร่อยดีด้วย "อะไรอ่ะ" พอบอกว่า "เครื่องในสัตว์" แกหยุดเคี้ยวทำตาโตทำท่าจะขย้อนแต่ไม่กล้าคายทิ้งอายหญิง ฝืนใจกลืนลงท้องไปคำนึง (คือฝรั่งยุโรปไม่ทานเครื่องในสัตว์กันค่ะ เขาว่าสกปรกมีเชื้อโรค และเป็นของที่มีแต่พวกทาส พวกยาจกเค้ากินกัน ผู้ดีเมินหางตายังแทบไม่มอง)
จากนั้นแกเปลี่ยนเป้าหมายไปลองอย่างอื่นบ้าง เห็นต้มยำพวงไข่หม้อไฟยกมาพอดี ดูเป็นนํ้าใสๆมีเนื้อไก่เป็นชิ้นๆท่าทางไม่มีพิษภัยอะไร เลยรีบชี้ว่านี่ๆ ไออยากลองอันนี้ เราบอกว่าใส่พริกเยอะเผ็ดนะ ไหวเหรอ แกคุยอวดๆอย่างภูมิใจว่าสบายมาก อยู่อังกฤษไอชอบกินอาหารอินเดียเผ็ดๆ แค่นี้จิ๊บๆ เราเลยตักใส่ถ้วยแบ่งเล็กๆให้ถ้วยนึง แกตักเข้าปากช้อนแรกก็ทำตาเหลือก ร้องว่า
"โอ้มายก็อดเนส มีมิราเคิลเกิดขึ้นในปากไอ มันวันเดอร์ฟูลมากๆ เป็นความรู้สึกเหมือนมีดอกไม้ไฟระเบิดปะทุอยู่ในปาก แล้วซาบซ่านไปทั่วทั้งลิ้นและกระพุ้งแก้ม ตั้งแต่เกิดมาลิ้นและต่อมรับรสของไอยังไม่เคยมีครั้งไหนทำงานหนักเท่าครั้งนี้เลย"
ว่าแล้วก็ซดต่อโฮกๆ หมดถ้วยแล้วขอเพิ่ม คราวนี้เราตักพวงไข่ให้ด้วย แกเอาเข้าปากแล้วถามว่า
"ที่ไอเคี้ยวอยู่นี่มันอะไร อร่อยจัง คล้ายๆไข่นะ" เราบอก "เออใช่ไข่ไก่นั่นแหละ"
"เหรอ แล้วทำไมมันไม่มีไข่ขาว แถมห้อยรวมกันเป็นพวงด้วย"
"อ๋อ มันเป็นไข่ที่ยังไม่ทันได้ออกมาจากก้นแม่ไก่เลยนะซิ"
"ฮ้า! ยูหมายความว่ามันยังอยู่ในท้องแม่ไก่งั้นเหรอ! แปลว่ามันเป็นเครื่องในไก่ใช่มั้ยนี่"
แกทำหน้าเหวอๆอยู่แป๊บนึงก็วางช้อนวางถ้วย พวกเรากลั้นหัวเราะแทบแย่ที่แกหลงกินเครื่องในเข้าไปอีกจนได้ เห็นท่าแกจะถอดใจเลิกกินแน่แล้ว แต่จู่ๆแกก็ลุกพรวดยืนขึ้น เราตกใจว่าเฮ้ยเล่นแรงไปจนแกโกรธรึป่าวเนี่ย ปรากฏว่าแกลุกขึ้นยืนแล้วคว้าเอาหม้อไฟกลางโต๊ะไปตั้งข้างหน้าตัวเอง บอกว่า
"ที่เหลือนี่ไอขอนะ เครื่องในไทยแลนด์นี่มีระดับมาก ต่างกับที่บ้านไอคนละชั้นเทียบกันไม่ติดเลย"
ว่าแล้วก็ตะแคงหม้อซดโฮกๆไม่หยุด นํ้าหูนํ้าตาไหล หัวหูแดงเถือก จนเราชักกลัวแกสำลัก รีบบอกแกว่าช้าๆหน่อย เกิดนํ้าต้มยำกระฉอกเข้าปอดจนต้องหามเข้ารพ. มีหวังเจ้านายเอาเราตายแน่ พอหม้อไฟหมดเกลี้ยงก็ยังไม่สะใจ หันไปจัดการนํ้าตก ซุบหน่อไม้ต่ออย่างมีความสุขจนเรียบวุธเลย
กลับเข้าออฟฟิศ  แกรีบอวดกับเจ้านายเราว่า
"ลูกน้องสาวๆของยูน่ารักสุดๆ พาไอไปลันช์แบบอร่อยที่สุดในชีวิตเลย"
เจ้านายยิ้มแป้นชมเปาะว่าดีมากๆ ไอ้เราฟังแล้วละอายใจหน่อยๆ เพราะว่าเจตนาดั้งเดิมออริจินอลคือตั้งใจจะแกล้งเค้าแท้ๆเชียว ก็เลยต้องยิ้มรับคำชมแบบแหยๆ "แหะแหะ ขอบคุณค่า"
แอบนึกในใจเบาๆว่าขอโทษนะจ๊ะพอล...เหอเหอ

จากคุณ : CookingMink


จากคุณ : NolRaPee


กระทู้นี้ อ่านไปก็ยิ้มไป ^^

แถมอ่านแล้วหิวอีกต่างหาก อ่านไปได้ครึ่งนึงต้องรีบไปทำกะเพราเผ็ดๆ กิน แล้วค่อยกลับมาอ่านต่อ ฮ่าฮ่าฮ่า




เคยมีพี่ที่ทำงานเก่าเล่าให้ฟังว่า เจ้านายที่เป็นคนไต้หวันชอบกินปลาดุกฟูมาก เวลาไปกินเลี้ยงกันต้องสั่งตลอด แถมบอกด้วยนะว่าจานนี้(ปลาดุกฟู)ของผม นอกจากนี้ก็มีมะม่วงสุกค่ะ เคยเห็นเขานั่งทำงานไปกินไป



ว่าแล้วก็อยากกินข้าวเหนียวมะม่วงจัง..

จากคุณ : kamisiro


555

จากคุณ : ทุ่งหัวช้าง


สามีคนออสเตรเลียค่ะ ส่วนตัวภรรยาชอบกินแหนมทอดกับข้าวเหนียวร้อน ๆ ค่ะ อยู่ที่นี่ทำแหนมเองค่ะ ทำเสร็จเราก็เก็บเข้าตู้เย็นค่ะ แกเปิดตู้เย็นบอกว่ากลิ่นเหม็นเน่ามาก กลิ่นกระเทียมก็แรงค่ะ แต่พอเราทอดให้กินกับข้าวหนียวร้อน ๆ แค่นั้นแหละบอกว่าอร่อยมาก มันครบรสชาด แต่กะปิกับทุเรียนนี่แกยี้อย่างแรงค่ะ ไม่แตะเด็ดขาด

จากคุณ : Kon Thai from Melbourne


พี่สาวผมส่งปลาร้าทอดมาให้จากที่ไทยครับ ส่งแบบ EMS แปปเดียว ไม่กี่วันก็ถึง ปลาร้าทอดไม่เสียง่ายๆ
หลังจากพี่สาวส่งของมาได้สามวัน มีโทรศัพท์โทรมาหา บอกว่า หมายเลขพัสดุนี้ ชื่อนี้ จากที่นี่ ของคุณใช่ไหม?
ผมเลยตอบว่าใช่ เขาเลยถามว่า มีอะไรอยู่ข้างใน ทำไมเหม็นมากเลย เขาบอกเปิดออกมาตรวจดู เจอปลาเน่า เจ้าหน้าที่วิ่งคลื่นใส้
จะอ้วกกัน เขาเลยเอาไปทิ้ง .. ผมเลยตกใจ ตะโกนออกไปว่า ห๊า!!! เอาไปทิ้งหรอ?? นั่นมันอาหารของฉันนะ
ไอ้คนต้นสายก็ ตะโกนกลับมาว่า  ห๊า!!! นั่นมันอาหารคุณหรอ คุณกินอาหารแบบนี้หรอ ประเทศคุณกินอาหารเน่าๆกันหรอ?

ผมเถียงไม่ออกสักคำ ... ปลาร้า อาหารอันโอชาของผม ไปรวมกับขยะเรียบร้อยแล้ว พี่สาวอุตส่าตื่นเช้าทอดให้

เรื่องนี้จะโทษใครดีละ ผม พี่สาว หรือเจ้าหน้าที่ตรวสพัสดุเข้าเมือง??  คิดแล้วก็เศร้า .. อยากเดินเข้าไปถามว่า ...

ปลาร้ากูอยู่ไส ????

จากคุณ : toulovepak1


^
323 ต้องเขียน note แปะไว้ที่ กล่องหรือไม่ก็ ข้างใน ว่ามีอะไร เป็นยังไง เหตุผล วางลิ้งในอินเตอร์เน็ต

ทำนองนั้น

จากคุณ : นายโอ้นโต้น


"เพราะผัดไทยกับแกงเขียวหวานจะได้บ้าน ราคา17ล้าน"

เรื่องนี้ เกิดขึ้นที่ เกาะสมุย ขอบฟ้า กับสามีทำอาชีพเดินขายของตามชายหาด สนิทกับฝรั่งคู่หนึ่งที่มาพักทุกๆปี
ต่อมาฝรั่งได้ซื้อ บ้านพักตากอากาศ ราคา 17 ล้าน โดยจะมาพักปีละครั้ง
ตอนหาคนมาดูแลบ้านประกาศเน้นย้ำไว้ว่า " ต้องทำ ผัดไทยกับแกงเขียวหวาน" เป็นจะรับทันที ซึ่งพี่ ขอบฟ้า กับสามีแกโชคดีได้อยู่ดูแลบ้านหลังนี้เพราะแกทำอาหารอร่อยถูกปากฝรั่งทุกวันนี้ 2คนก็อยู่ดูแลบ้านหลังนี้อย่างสบาย
แต่เพื่อนแกบอกว่า บ้านหลังนั้นติดชื่อพี่ขอบฟ้าผมก็ไม่กล้าถามมากแต่พี่ขอบฟ้าบอกว่าฝรั่งไม่มา2ปีแล้ว แต่เงินโอนให้ตลอด
        แบบนี้ผมว่าเป็นเพราะ อาหารไทยแท้ๆ   เผลอๆ พี่ขอบฟ้าบอกว่า บ้านหลังนี้เขายกให้แกด้วยซ้ำเพระาฝรั่งแกมากแล้ว แกกล่าวติดตลก

จากคุณ : sriwit


ขอเล่าบ้างครับ สมัยม.ต้นผมเรียนที่ญี่ปุ่น(ทั้งโรงเรียนมีคนไทยอยู่คนเดียวนอกนั้นญี่ปุ่นล้วน) พอดีที่โรงเรียนไม่มีอาหารกลางวันให้ต้องหิ้วมากินเอง  วันนึงแม่ผมทำข้าวผัดปูกับปูจ๋า(ปูจ๋าแบบทอดทั้งกระดองปู)ไป ญี่ปุ่นตะลึงกันทั้งโรงเรียน ว่าไอ้คนไทยนี้กินอะไรแปลกๆ พอให้มันลองชิมเข้าไปเท่านั้นละครับ เป็นเรื่อง ประมาณว่า ทำไมอร่อยอย่างนี้ พอพักหลังถึงเวลาข้าวเที่ยงเพื่อนมันจะเอาข้าวกล่องของมันมาแลกกับของผมทุกวัน

เท่านั้นยังไม่พอ ที่โรงเรียนมีกิจกรรมPTA  (parent-teacher association)มีผู้ปกครองท่านนึงพูดมาว่าลูกเค้าได้กินปูทอดของคนไทยไปแล้วลูกเค้าชอบมาก อยากให้แม่ผมช่วยจดสูตรวิธีทำให้หน่อย แม่ผมเลยเปิดการสอนวิธีการทำปูจ๋าแบบต้นตำหรับแม่ผมให้ดูที่โรงเรียนซะ(ตั้งแต่เอาปูทั้งตัวมานึ่งแล้วแกะเนื้อปูมาผสมกับหมูสับ,เครื่องเทศ แล้วยัดใส่กระดองปูเพื่อนำไปนึ่งให้สุกแล้วเอามาชุบไข่ทอดอีกที) เชื่อมั้ยว่าบางคนเอากล้องVDOมาถ่ายกันเลย แถมงานโรงเรียนประจำปีแม่ผมทำต้มยำกุ้งกับผัดไทยโชว์ไปอีก หลังจากนั้น บ้านผมเหมือนเป็นโรงเรียนสอนอาหารไทยไปโดยพลัน

จากคุณ : ขนมจีนแม่แต๋วอร่อยมาก


เอาข้อมูลมายืนยันอีกที

If you could travel to any city for the food…
Andy MurdockLonely Planet author
If you could travel to any city in the world purely for the food, where would you go?
A simple question, but one that cooked up a fair amount of menu indecision, sizzling debate and hunger-induced confusion when we posed it to the community on Lonely Planet’s Facebook page. Roughly half of the responses weren’t cities at all, which we attributed more to foodie passion and Facebook’s tiny font size, than to readers’ poor grasp on basic geographic concepts. ‘Italy’, would have won handily, but, sadly, it’s not a city (unless everyone was intending to vote for the town of Italy, Texas).
When all of the non-cities were removed and the votes were counted, Bangkok emerged victorious, winning the popular vote by a solid margin.


Read more: http://www.lonelyplanet.com/blog/2011/03/26/if-you-could-travel-to-any-city-for-the-food/#ixzz1mxFJTJGb

จากคุณ : Ryu_Krub


อ่านตั้งแต่ต้นจนจบ   มีใครหิวเหมือนผมมั่งมั้ยครับ  = =

จากคุณ : bubuki


^^^
ไม่หิวหรอกคะ แต่นั่งอ่านไป กินไปแร๊ว 555

จากคุณ : หนูคิ M.T.U.


ยังติดตามกระทู้อยู่นะคะ ชอบๆรักคุณ

จากคุณ : ก้านดอกบัว


พึ่งเคยเข้าห้องนี้ค่ะ  อ่านตั้งแต่ช่วงบ่ายๆ  ติดงอมแงมเลย   ฮ่าฮ่าฮ่า

ขอเล่าบ้าง  นานมาแล้วละ   ........  

ครอบครัวเรา  และญาติๆ  ทำบุญ 100 วันให้ยาย  ที่วัด จ. สุโขทัย   ก็จะมีญาติๆ  เพื่อนบ้านหลายๆ คน  มาช่วยกันทำอาหารที่วัด  ตำน้ำพริก  ผักต้ม  แกงต่างๆ  ส้มตำ  และ ....  สารพัด

อยู่ๆ ก็มีหญิงวัยรุ่นญี่ปุ่น 2 คน  ประมาณแบ็คแพคมาเที่ยวกัน  เดินมาเที่ยววัด  เห็นว่ามีงานอะไรซักอย่างก็เลยเข้ามาดู  

ตอนที่เรานั่งล้อมวงกันทานข้าวอยู่  ก็ชวนเค้ามาทานด้วย   เค้าก็งง งง  ไม่เคยกินน้ำพริก  น้าๆ  ป้าๆ ก็ช่วยเชียร์กันใหญ่  ลองซิ ลองซิ  ลองทานน้ำพริกปลาร้า  ผักต้มดู  บอกว่าอร่อยนะ

ญี่ปุ่นก็กล้าๆ  กลัวๆ  คงเพราะกลิ่นมันแรงทรมาณจิตใจด้วยมั้ง   พอทานได้คนนึง  อีกคนลองทานบ้าง  ติดใจกันใหญ่  

ตอนจะแยกจากกันมีขอน้ำพริกปลาร้า + ผักต้ม  ขอใส่ถุงไปกินต่อที่โรงแรมด้วยค่ะ   สงสัยจะติดใจ     ^___^

จากคุณ : บูตะ กะ กิมจิ


สืบเนื่องจากส่วนราชการของเราที่แดนภารตะได้คัดเลือกเยาวชนจำนวนหนึ่งจากหลายแคว้นให้มาร่วมโครงการโฉมหน้าสยามประเทศ   และขอความร่วมมือหน่วยงานที่ผมทำอยู่ให้จัดรายการดูงานและกิจกรรมด้านการศึกษาและวัฒนธรรม  ก็จัดให้ครับ   เช้าวันศุกร์ซึ่งเป็นวันสุดท้าย big boss เชิญพบขอให้ช่วยจัดงานเลี้ยงอำลาเยาวชนดังกล่าวคืนนี้ ( งานเข้าเลยครับ  )ก็เวลาจำกัดแค่เนี๊ยะ  น้องผู้ชายโทรเช็คห้องจัดเลี้ยงแต่ละโรงแรมที่เราพอสู้ ( เรทราชการ )ได้  ทางฝั่งกรุงเทพฯ ไม่มีว่างเลย  ข้ามซังฮี้ไปฝั่งธนเจออยู่โรงทางขวามือ  ห้องจัดเลี้ยงบังเอิญว่าง 1 ห้อง พระเจ้าช่วยกล้วยแขกทอด รีบให้เส็ทเมนูอาหารเลย
     ส่วนน้องผู้หญิงติดต่อโรงเรียนเครือข่ายเพื่อให้มาแสดงดนตรีไทยและรำต่างๆซึ่งแสดงโดยนักเรียนทั้งนั้น ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือแบบฉุกเฉินเป็นอย่างดีครับ  แต่ละชุดการแสดงรีบมากำหนดจุดซ้อมคิวกันอย่างรวดเร็ว   เวลาผ่านไป  18.30 น. แล้ว  รถก็ติดสุดๆ  ผมตรวจดูอาหารมีต้มยำกุ้งนาง ต้มข่าไก่  แพนงเนื้อ  มัสมั่นไก่  ไก่ห่อใบเตย ปลากะพงผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์  ยำรวมมิตรทะเล   ฯลฯ  คณะผู้บริหารสถานศึกษาและผู้เกี่ยวข้องทะยอยมาประจำโต๊ะที่กำหนด พร้อมทั้งคณะแขก( จริงๆ  )      สักครู่ประธานของงานก็มาถึงท่ามกลางเสียงปรบมือต้อนรับตามที่ผมแอบบอกไว้   แล้วก็เริ่มทานอาหาร ทุกคนเหนื่อยมาทั้งสัปดาห์ อาหารไทยร้อนๆเลยมีรสชาติอร่อยมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการบรรเลงดนตรีไทยขับกล่อม  การแสดงแห่ขบวนกลองยาวที่มีทั้งอ่อนช้อยและครึกครื้น  น้องๆนักเรียนยกทีมนำเสนอชุดรำไทยระดับคลาสสิกไม่แพ้มืออาชีพ ตบท้ายด้วยรำวงที่ทุกคนในงานได้รับการเชิญให้ร่วมรำด้วย
       ก่อนประธานกล่าวปิดงาน ผมเชิญตัวแทนเยาวชนกล่าวแสดงความรู้สึก ก็สรุปความประทับใจทั้งคนและอาหารไทยน่ะแหละครับ ก่อนจบก็เอ่ยขึ้นว่า  " ทุกท่านรู้จักสวรรค์ไหมครับ   พวกเราโชคดีค้นเจอแล้ว  สวรรค์อยู่ที่เมืองไทยนี่เอง "   บ่ายๆวันเสาร์ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เยาวชนทั้งหมดบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่อยากจากเมืองไทยเลย   ส่วนผมได้รับจดหมายน้อยจาก big boss  ว่า  " ขอบคุณมากสำหรับงานเลี้ยงและช่วยจัดการสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้คณะนักเรียนที่มาช่วยงานด้วยค่ะ  "

จากคุณ : Jackrapan (Jack Happy)


กระทู้น่ารัก อ่านแล้วยิ้มแก้มแทบแตก  ขอบคุณมากจ้ะ

จากคุณ : เซเลบหมู่สี่


กระทู้นี้ติดตามอ่านทุกวัน ครับ

ชื่นชมและชื่นชอบ อาหารไทย

จากคุณ : ssoplapak (ssoplapak)


อ้าว ตลาดจะวายแล้ว ขอมาปั่นกระทู้หน่อย อิอิ

จากคุณ : ซุ่มในซอย


มาม่าแห้งค่ะ  ตอนแรกทุบๆ ให้แตกเพื่อนต่างชาติบอกอันตราย กินเข้าไปได้ไง
เดินไปหยิบน้ำในตู้เย็น หันมาอีกที หมดแล้วแถมเทพริกก้นซองใส่ปากตาม เขาบอกว่ามาม่าบ้านเขาที่ญี่ปุ่น  ทำไม่ได้แบบต้มยำกุ้งของไทยหรอก  =='

จากคุณ : เด็กจุ่น (ปลาวีน)


เพื่อนคนญี่ปุ่นค่ะ ปกติคนญี่ปุ่นจะไม่ชอบทานรสเผ็ดเลย แต่พอลองได้กินต้มยำกุ้งเข้าไปแล้ว ติดใจ ซดน้ำจนหมดชาม แถมยังขอเพิ่มอีก ทั้งๆที่กินไปแล้วน้ำหูน้ำตาไหล กับอีกอย่างนึงที่ชอบมากเป็นพิเศษ "น้ำจิ้มซีฟู้ด" พวกเค้าพูดเลยว่าไม่เคยกินอะไรที่เผ็ดแต่อร่อยจนขนาดนี้มาก่อน 

จากคุณ : sibyeesib (sibyeesib)


ลงชื่อว่ายังเข้ามาอ่านอยู่เรื่อยๆ เพราะชอบมากเลยกระทู้นี้

จากคุณ : ชอบที่นี่


ญี่ปุ่นที่ทำงานเหมือนกันค่ะ
นานแล้ว มีคนนึงเจ้ายศเจ้าอย่างมาก บุคคลิกนี่เนี๊ยบสุดๆ
วันหนึ่งมีงานเลี้ยง ได้นั่งใกล้ กัน
แกทำท่า น้ำลายจะหยด บอก I cannot wait ,
เราก็รอดูว่า แกอยากกินอะไรนักหนา
ปรากฏว่าเป็นพริกน้ำปลา   แกตักราดข้าวร้อนๆ กินท่าทางปลาบปลื้มมาก

ส่วนเจ้านายเก่าเรา  ( ญี่ป่น เหมือนกัน ) ชอบ ข้าวผัดปลาเค็มสุดๆ
แขกคนไหนมา ถ้าแกปลื้ม  แกพาไปกินข้าวผัดปลาเค็มตลอด

ล่าสุดนี่เมื่อวานนี่เอง
มีลุงแก่ๆ มาจากญี่ปุ่น มาดูโปรเจ็คใหม่
ตอนเที่ยงเรา ให้เขาปอก มะม่วงน้ำดอกไม้ ให้ลูกนึง
กินเสร็จ แกเดินมาบอก เป็นครั้งแรกในชีวิต ที่ได้กินมะม่วงสดๆ (มะม่วงสุกนะ )
นอกนั้นเคยกินแต่แบบอบแห้งตามสนามบิน
มันอร่อยยยยยยยยยยยยย  แบบแกไม่เคยรู้มาก่อน  ว่ามีของอร่อยแบบนี้

น้ำดอกไม้ฉะเชิงเทราขึ้นชื่ออยู่แล้ว

วันนี้น้องที่ดูแลแก แอบมาบอกว่า
พี่ หลังจากแกกินมะม่วงพี่ไป พอตอนเย็นแกไปเข้าคิวซื้อกับพนักงานมาเองเลยพี่
เที่ยงวันนี้ แกก็สั่งให้น้องซื้อให้อีก
เลยบอกไปว่า จัดให้กินทุกวันเลยนะ
โปรเจคใหม่แก ผ่านฉลุยแน่ๆ

จากคุณ : ^^สาวโรงงาน^^


เคยเจอคนที่เราเอาไปให้ชิม แล้วเค้าบอกว่า Sorry, I'm very picky with food. 55555+++ แหม เราทำสะอาดจะตาย ขำดีคะ ต้มยำไก่น้ำข้น ที่เราทำ

จากคุณ : Spunky


นั่งไล่อ่าน สนุกดีครับ

นายฝรั่งที่ทำงานคนหนึ่ง ถูกเรียกว่า มิสเตอร์ลาบ

แกไปซื้ออาหารเที่ยงที่แคนทีน มากินที่โต๊ะทำงานตอนเที่ยง ทุกวัน

สักพักคนไทยเริ่มจับได้ว่า กินลาบ ทุกวันนี่หว่า สั่งแคนทีนทำลาบ อย่างเดียว กินกับข้าวปล่าว เห็นเมื่อไหร่ก็กิน

แกบอกเออ มันรสชาติลงตัวที่สุดแล้ว ไอ้นี่อ่ะ อร่อยสุดๆ กินทีไรก็ใช่
หลังๆแกก็สั่งเผ็ดขึ้นเรื่อยๆ

จะกินอะไรตอนเย็นก็ช่าง กลางวันไม่มีเวลาคิด กินไอ้เนี่ย อร่อยเรื่อยๆ จบ

เห็นตลอด จนกลับประเทศไปเลย


ส่วนที่ทำงาน จะมีฝรั่งเพิ่งมา ฝรั่งมาได้สักพัก ฝรั่งมานานแล้ว ปนๆ กันไป

เวลามีส้มตำลั้นช์ สั่งมากินที่ออฟฟิศ ต้องทำป้ายปักไว้เลย
ส้มตำไทย 3 จาน ไม่มีพริก เผ็ดน้อย เผ็ดมาก
ส้มตำปู เผ็ดน้อย เผ็ดมาก
ตำข้าวโพด เผ็ดน้อย เผ็ดมาก

กับข้าวอื่นๆ เพียบ ไก่ทอด ลาบ น้ำตก กวาดกันหมดทุกที สนุกสนาน

แถมพอไปหาร คนละ ร้อยกว่าบาท โอ้ว ทั้งหมดนั่นนะ ถูกมาก
(ตัวหารเยอะมันยิ่งถูกอ่ะ)

จากคุณ : Terkrub


ชีวิตนักเรียน ELICOS ใน  Western  Australia  ผ่านไปหนึ่งเดือน แต่ละคนในห้องเริ่มคุ้นเคยกันมากขึ้น   มีจุดต่างทางภาษาให้ล้อกัน  เช่น คนไทยออกเสียง ch , sh มักเผลอเป็นเสียงเดียวกัน   พวกอินโดออกเสียง  she   เป็น ซี และ   to เป็น ตู  ส่วนญี่ปุ่นมักเผลอใช้แบบเค้า เช่น  water  เป็น   watar    center  เป็น centar  ไมโล เป็น มิโล  และแมคโดนัล เป็น  แมค กุโดนัลลูโด แล้วก็ขำกันเอง   และแล้ว    Sue อาจารย์ที่ปรึกษาบอกว่า วันเสาร์นี้จะจัดกิจกรรมให้นักเรียนได้พบปะกะอาจารย์ที่สอนตลอดจนผู้เกี่ยวข้องและขอให้นักเรียนแต่ละชาติช่วยกันเตรียมอาหารกลางวันมาสมทบด้วย   น้องหมวยบอกไปที่บ้านพี่สาวเธอก่อนแล้วให้ผมดูว่า จะทำไรดี  เอาน่ะ  มองหน้าแล้วแต่ละชาติก็ไม่ได้มีวิทยายุทธอะไรนัก

      เช้าวันเสาร์  ที่บ้านน้องหมวย  เจ้าบ๊อบตำกระเทียมพริกไทย  น้องหมวยเตรียมกุ้งสดและหุงข้าว(  อีกแระ  )  ผมตั้งกระทะให้ไฟแรง เทน้ำมันพืชลงไปร้อนได้ที่ก็ใส่กุ้งสดลงไปแป็บนึงตามด้วยกระเที่ยมพริกไทยตำเขย่าน้ำปลาหน่อย คนสองตะหลบ ปิดไฟ รีบตักใส่ภาชนะปิดฝาไว้    ระหว่างนั้นทั้งสองคนก็ซอยพริก  ต้นหอม หอมแดง  เตรียมข้าวคั่ว และคั้นมะนาวออสซี่ลูกโต น้ำเยอะแต่ไม่หอมอย่างของเรา    ผมตั้งหม้อใส่น้ำพอเดือดฟอง ก็ใส่ไก่บดลงไปกะว่าเกือบสุก  เติมเครื่องต่างๆที่เตรียมไว้ คนให้เข้ากัน หรี่ไฟแผ่วๆ ปรุงรสเค็มตามด้วยเปรี้ยว และเผ็ดนิดนึง (  อย่าเผ็ดมากนักเดียวฝรั่งตกใจ  )    สักพักสามีอาจารย์Sueก็ขับรถมารับพวกเราพร้อมอาหารที่อยู่ในภาชนะปิดมิดชิดไปบ้านที่อยู่นอกเมือง Perth ไกลอยู่ติดชายเขามีวิวธรรมชาติดี  ที่โต๊ะใหญ่กลางลาน มีอาหารและเครื่องดื่มต่างๆอยู่เกือบเต็มแล้ว ของนักเรียนอินโดซึ่งเป็นชนส่วนใหญ่มีไก่ทอดถาดเบ่อเริ่มและสลัดผัก   บรรดาสาวยุ่นก็มีซูชิและขนมหวาน   เนปาลทำแกงแกะน้ำเขละๆประกอบด้วยเครื่องเทศผงๆและถั่วแขก เค้าเอามือเปิบให้ดู กินกับข้าวแฉะๆ  บรรดาอาจารยฝรั่งเดินเลยมาถึงอาหารพี่ไทย   เจ้าบ๊อบเปิดฝา กลิ่นกุ้งทอดกระเทียมพริกไทยคลุ้งเลย   ส่วนลาบไก่ก็ส่งกลิ่นไม่แพ้กัน  บรรดาฝรั่งตกใจวงแทบแตก โชคดีที่มีลมพัดชายเขากระน่ำพัดพากลิ่นจางทำให้ฝรั่งรอดตายไป  บ๊อบก็เชิญชวนชิม ข้าวสวยร้อนๆด้วยฝีมือหมวยกับกุ้งกระเทียมพริกไทยและลาบไก่ ตอนแรกอาจารย์ออสซี่ดูแหยงๆ แต่พอชิมแล้วก็ยืนปักหลักทานกันเลย  อาหารกลางวันผ่านไปอย่างชื่นมื่น  สามีSueดื่มเบียร์แก้มกุ้งทอดเนื้อหวานอย่างอะเร็ดอร่อย    Sue กระซิบบอกพวกเราว่า " Wonderful    Thai  food "  หมวยหน้าบานด้วยความภูมิใจในอาหารไทยครับ

จากคุณ : Jackrapan (Jack Happy)


ขอแชร์ด้วยคนนะคะ เรามีรูทเมทเป็นคนเกาหลีค่ะ

เค้าชอบบอกว่า เนี้ย อาหารไทย มีชื่อเสียงมากเลยนะ คนเกาหลีชอบมาก

เราก็แปลกใจ จริงหรอ เค้าก็บอกว่า จริงๆ มีร้านอาหารไทยเยอะเหมือนกัน เนี้ย อยากทานอาหารไทยมากๆเลย มีอะไรนะ ผัดไทย ต้มยำกุ้ง MK สุกี้ เราช็อคมาก

เห้ย รู้จัก MK สุกี้ได้ไงอะ เค้าก็บอกว่า ที่เกาหลีมีสาขานึง แต่ต้องเป็นคนเกาหลีที่เคยไปเที่ยวเมืองไทยแล้วนะถึงจะรู้จัก อยากลองกินมั่งจัง เราก็เลยแบบ เห้ย ชั้นก็พกน้ำจิ้มสุกี้มาจากเมืองไทยนะ คนอร์ก็มีทำน้ำซุปง่ายจะตาย เอาวะ ลองทำ ก็ไปจ่ายตลาดด้วยกัน

เราอยู่ที่เมืองจีน โชคดีมากเลยค่ะ ผักเลยค่อนข้างไม่ต่างกันมาก บางอย่างอร่อยมากๆเลย แล้วเราก็เจอ ผักบุ้ง!! เราก็ซื้อเยอะมากๆ คือเราชอบทานผักบุ้ง เค้าเห็นก็ มันจะเยอะไปนะ

เราก็บอกว่า ไม่เยอะหรอก พอมันสุกอะ มันจะหด ฮ่าฮ่า ไม่ต้องห่วงๆ เราจัดการทานได้หมดแน่ๆ ก็ซื้อเสร็จ ก็มาทำด้วยกัน เตรียมโน่นเตรียมนี่

ถึงเวลาลงมือทานเท่านั้นแหละ เจ๊แกถามว่า ผักอันนี้เรียกว่าอะไรนะ เราก็บอกว่า อะ พูดตามนะ " ผักบุ้ง " เค้าก็ โอเค จะจำเอาไว้เลย " ผักบุ่ง ผักบุ่ง " ฮ่าฮ่า ซัดจนเรียบแล้วก็บอกว่า โอ้โห้ อร่อยสุดยอดเลย น้ำจิ้มสุกี้ พระเจ้า ไว้ต้องทำให้ทานอีกนะ ทุกอาทิตย์เลยนะ สัญญานะ เราก็ โอเคได้ๆๆๆ

ปัญหาก็คือน้ำจิ้มทานได้อีกไม่เกิน 3 ครั้งแน่ๆ เราก็บอกไป เค้าทำหน้าผิดหวัง จริงหรอ ไม่เอาอะ งั้นไม่ทานทุกอาทิตย์แล้ว กลัวหมด!! ฮ่าฮ่าฮ่า

ตัวเราเองชอบทานเต้าหู้ทำให้เละๆๆๆๆ มากๆแล้วใส่น้ำจิ้มสุกี้ ลงไปมันเหมือนอ้วกอะ ใครๆเห็นเราทานก็ ยี้ทุกคน

เมทเราเห็นก็ อะไรอะ!! เราก็ สุกี้โต้วฟุ เค้าก็ ทำหน้าแบบไม่กล้ากิน

เราก็บอกว่า อร่อย เด็ด อย่าบอกใคร ลองสิ ลองเข้าไปคำเดียว ทุกวันนี้บอกให้เราทำ สุกี้โต้วฟุให้ทานเกือบทุกวัน ไม่ได้แคร์น้ำจิ้มสุกี้เลย เราต้องให้ที่บ้านส่งน้ำจิ้มสุกี้มาให้เพิ่มอีก 2 ขวดใหญ่ จัดให้เจ๊เค้า ฮ่าฮ่า


มีอีกเรื่องนึง เมทเราเค้าก็ได้ยินชื่อเสียง ต้มยำกุ้ง มาตลอด เคยทานมาแล้วที่เกาหลี ติดใจเลยอยากทาน ถามเราว่า เราทำได้มั้ย เราบอกว่า ทำได้ แต่อาจจะไม่ได้อร่อยเหมือนที่เคยทานมานะ

เค้าบอก ไม่เป็นไร ทำให้ทานหน่อยนะ อยากทานจริงๆ

วันนั้นเราเลยจัดเต็ม ไปจ่ายตลาดกัน เราทำ ลาบหมู ให้ผงทำ ทำกระเพราหมูใส่แครอท แล้วก็ต้มยำกุ้ง เราก็บอกว่า ไม่มีกุ้งนะ ใส่หมูแทน เค้าก็ โอเคไม่เป็นไร จัดมา

พอทำเสร็จ ต้มยำกุ้งเราทำเยอะเพราะว่า ทานกัน 3 คนก็เลยทำเยอะมากๆๆๆ


เมทเราแล้วกับเพื่อนเมทก็ ชม ตลอดเลย โห้ ทำอร่อยมาก อาหารไทย อร่อยสุดยอด ไม่น่าเชื่อเลย ลาบกินกับแตงกวาจะเข้ากันขนาดนี้

ถามเราว่า ทำไมเรารู้ว่า ลาบต้องทานกับแตงกวา เรางงเลย เราบอกไม่รู้อะ ที่เมืองไทยก็ทานกันแบบนี้ ประมาณนี้แหละ มีผักมาแจมแก้เผ็ดมั่ง ฮ่าฮ่า เค้าชอบใจกับใหญ่

ซัดกันซะหมดเรียบ!! แต่ต้มยำกุ้งหม้อนั้นทำเยอะแล้วก็เหลือแต่ น้ำซุปกับเศษๆผักแล้ว ก็ตกลงกันว่าโอเคเดี๋ยวทิ้งล่ะกันเนอะ มันไม่มีอะไรเลย มีแต่เศษๆ ก็เก็บจาน ซ้อนกัน ด้วยความที่วันนั้นหนาวมากจริงๆ ก็เลย วางเอาไว้ น้ำมันเย็นเดี๋ยวค่อยล้าง ขี้เกียจ TT จนดึก เราก็นั่งเล่นเน็ตหน้าคอมเหมือนเดิม เมทเราก็หันหน้ามา เรียกเราอยู่หลายที เราไม่ได้ยิน

ถึงกับเดินมาแล้วก็บอกว่า

" เธอ ต้มยำกุ้ง หม้อนั้นถ้าไม่ทิ้งได้มั้ย เราขออุ่นทานกับข้าวได้มั้ย "

เราถึงกับช็อค!! ตอบไปแบบงงๆว่า " ได้สิ แต่ว่ามันไม่มีอะไรแล้วนะ จะดีหรอ เดี๋ยวไว้เราทำให้ทานใหม่ "

เมทเราบอกว่า " I can't wait anymore, Please let me eat it. And then I will clean everything by myself. "

เราก็เลยบอกว่า " It's Okay. So let's eat it together " 5555


วันนั้นก็เลยทานต้มยำกุ้งกันอีกรอบแล้วก็ไปล้างจานกันแบบมือจะเป็นน้ำแข็ง เมทเราถึงกับบอกว่า ต่อไปต้องทำอาหารไทยให้ทานทุกอาทิตย์ อย่างน้อย อาทิตย์ละ 1 อย่าง ฮ่าฮ่า

ตอนนี้เมทเราขอที่บ้าน ตอนเรากลับไทยเดือนสิงหานี้ ขอกลับไปเที่ยวเมืองไทยด้วยได้มั้ย ฮ่าฮ่า เราบอกว่า มาเลย แล้วจะพาไป โดนของจริง !! ฮ่าฮ่า

ขอคอนเฟิมจริงๆค่ะเพื่อนในคลาส แทบทุกประเทศรู้จักแล้วก็ชอบอาหารไทย พอรู้เราเป็นคนไทยจะมา Thai food ใส่ก่อนเลย ฮ่าฮ่า เราก็ยิ้มแก้มปริ ดีใจ^^

จากคุณ : Peachy B


เอาอีกๆๆ

จากคุณ : lotech58


ปกติที่ทำงาน ฝรั่งจะค่อนข้างได้รับการบอกต่อกันมาว่า มาเมืองไทย อย่าเสียเวลากิน อาหารฝรั่ง ห้าห้า เลยค่อนข้างจะเอ็นจอยอีตติ้งกันใหญ่

เลยพยายามคิดถึงที่เค้า แบบ อะจึ๋ย ถึงแม้จะได้รับการบอกเล่ามาแล้วว่ายังไงก็อร่อย (ไม่รวมแมลงทอดนะฮะ อันนั้นเอาเข้าที่ทำงานไม่ควร)


น่าจะเป็นแคบหมูอ่ะ กับอีกอย่างนึงคือ ข้าวหลาม

ทุกคนจะรู้หมดว่า ออฟฟิศเรา แคบหมู คือ narrow pork ภาษาวิบัติที่เค้าสอนๆกันเอง ต่อๆกันมา เริ่มจากตรูเอง อิอิ

ตอนแรกทุกคนจะ โอ้มายกอด หน้าตาอุบาวท์มาก หนังหมู ทำไม่ไม่เอาไปทำกระเป๋า เอามาทอด มันเยิ้ม กินทุกอย่างเรยเหรอ อ้วนมากๆ จะอร่อยเหรอ

ชิมดิ อ่ะ อร่อยนะ ถ้ากินอันนี้คนไทย ปลื้มนะ ว่ารักเมืองไทย

หลังจากนั้น พี่แก เดินหยิบ เดินหยิบ เสียงอะไรฟะ กรอบแกรบ กรอบแกรบ เสียงฝรั่งเคี้ยวแคบหมู หุหุ คนไทยอยากกินต้องหยิบมาตุน


ข้าวหลาม อันนี้แบบ อี้ ไม้ไผ่ มันดูเผาๆ ดำๆ สะอาดหรือปล่าว
ตัดให้เป็นชิ้นๆ..... เรียบ

ตอนนี้ขนมปังใส้สังขยาชานม กินแล้วทำหน้าปลาบปลื้มมาก

กล้วยแขก ก็กินเรียบ

กล้วยทอด เบรคแตก นี่สปีดเร็วพอกัน ฝรั่งกับคนไทย



หอยจ้อ อู้ย เคยซื้อมากินเป็นอาหารกลางวัน แบบเนื้อปูเน้นๆ ตัวละสิบห้าบาท จากชลบุรี
เวฟ ร้อนๆ ทิ้งไว้สักพัก
เผอิญซื้อมายี่สิบตัว หนักมือไปหน่อย อยากกิน กับข้าวอื่นก็มีอีก กินกันสามคน

นายๆฝรั่งสี่ห้าคนเดินๆมาแวะห้องครัว เซย์ไฮ เลยเอ้าชิมดิ คนละตัว (ถ้ามีสิบตัว ไม่ให้กินหรอก หุหุ)

ทุกคนกินแล้วทำหน้าเหวอไปเลย แบบ อร่อยอเมซิ่ง มาก
หันไปบอกกัน แครปเค้กบอลว่ะ ทำหน้าแบบ อยากกินอีก อ่ะ
แต่ก็เกรงใจ

ถามว่าซื้อที่ไหน วันหลังคนขุับรถผ่านสั่งตลอด บอกว่าอร่อยกว่าแครบเค้กที่นู่นมาก เข้าใจว่าที่นู่นเป็นปูผสมแป้งทอดเป็นก้อนๆแบนๆเหมือนแพนเค้ก เท่าที่เค้าเล่า

ก็ของไทยมันมีรากผักชี กระเทียม พริกไทย มันแกว แซ่บมากๆ เจอน้ำจิ้มบ๊วยอีก


เวลาไหนอยากแกล้ง พอสนิทกันแล้ว มาตอดกับข้าวบ่อยๆ
ก็จะขู่ว่า เดี๋ยวจะเอา
ตั๊กแตน หรือ กบ มาหั่นเป็นชิ้นๆให้ดูไม่ออก ให้กิน กรี๊ดกันใหญ่

แต่มีฝรั่งอยู่คนนึง เฮี้ยวมาก ตีนไก่ ก็กินเป็น บอกเค้าไม่กลัว

เลยบอกเดี๋ยวเจอตัวเดียวอันเดียว หั่นเป็นชิ้นหรอก
ตอนแรกไม่เข้าใจ
ไปกูเกิลกลับมาสักพัก (เขาเรียนภาษา อ่านเขียนไทยได้)

กลับมาบอก อย่าเล่นนะเว้ย
บอกมานะเคยเอาให้กินหรือเปล่า แบบซีดไปเลย 55

จากคุณ : Terkrub


343 ให้กิ๊ฟท์ไม่ได้อ่ะ- -"

..นี่เราไม่ได้เข้ากระทู้นี้นานมาก กลับมาอีกทีก็ยังมีความเคลื่อนไหว

..อยากจะบอกว่าให้ไปตามคนรู้จักหรือไม่รู้จักมาอ่านกระทู้นี้กันซะนะคะ สวรรค์อยู่ในนี้แหละ

..มีความสุขจัง ^ ^ ไปอ่านกระทู้อื่นต่อ

จากคุณ : smlul6m6m


ตามอ่านมา 2 เดือนละ ถ้ากระทู้ยังไม่เดี้ยง ก็จะแวะมาอ่านเรื่อยๆ

จากคุณ : ความเชื่อเฉพาะบุคคล


Jack San คะ กลับมาก๊อนนนนนนนนน รออ่านอยู่เน้อ

จากคุณ : ssgarden


มาเห็นกระทู้ตอนสายแล้ว ตลาดวายเล็กน้อย อิอิ แต่ยังอยากเล่าอยู่คับ


กุนเชียง สาวฝรั่งเม็กซิกัน เธอชอบมาก chinese sweet sausage
แคนทีนก็มีบ้างไม่มีบ้าง บางวันทอดเป็นแท่งเป็นกุนเชียงทอด
เธอบอกวันไหนมี เธอ แฮปปี้มาก
ถ้ามีข้าวผัดกุนเชียง เธอก็จะบอก กุนเชียงไม่สะใจเรย

สุดท้ายน้องที่ทำงานเลยไปซื้อกุนเชียงที่ซุปเปอร์ให้สองถุงประมาณสิบแท่ง เธอกรี๊ดเลย
ต้องสอนเธอให้สไลด์เฉียงนะจ๊ะ หรือบั๊งด้วยหล่ะ ทอดเดี๋ยวไม่สุก
คำมาม๊าสอน แวบเข้ามาในหัวเลยฮะ หุหุ

อีกวันเธอเลยทำคัพเค้กมาให้กิน


ผัดคะน้าปลาเค็ม นี่ ฝรั่งกินกันลืมเพื่อนเลย ถ้าไปร้าน แทบจะต้องสั่ง สองจานเผื่อไว้ แน่นอนต้องมีใข่เจียวหมูสับ กับแกงเขียวหวานไก่

ฝรั่งมาใหม่ๆ จะเครซี่ ไก่ผัดเม็ดมะม่วง อยู่ๆไป ขืนยังสั่งจะโดนเพื่อนฝรั่งโห่
อย่างอื่นอร่อยกว่าเยอะ คนไทยก็ไม่ค่อยกิน
มันอาหารฝรั่งมาใหม่ ห้าห้า
ผัดเปรี้ยวหวานเหมือนกัน แต่ก็อร่อยดี ถ้านานๆกินที


ผัดไทย ก็เป็น อาหารฝรั่งคิดอะไรไม่ออก
ประมาณคนไทยกินผัดกระเพราเพราะคิดไม่ออก
กินกันอยู่นั่นแหละ
แม่ครัวที่แคนทีน บอกว่า วันนี้ชั้นผัดแต่ผัดไทย อะไรฟะ

เคยมีทัวร์เสาร์อาทิตย์ พาฝรั่งที่ทำงาน ไปดูโรงงานงานฝีมืออะไรสักอย่าง
แล้วเกิดความผิดพลาดการประสานงาน
ไม่มีใครพาฝรั่งสามสิบคนไปร้านอาหารเลย
คนไทยสองคน คนหนึ่งนึกว่าอีกคนจะไป อีกคนก็นึกว่าอีกคนจะไป หายต๋อมทั้งคู่

มีแต่คนขับรถ รถแบบทัวร์ฉิ่งฉ้บ พาฝรั่งไปร้านอาหาร
ฝรั่งบางคนพอพูดไทยได้นิดหน่อย
กลับมาเล่าขำๆว่า
เมนูมีแต่ ภาษาไทย หิวข้าวกัน ไม่รู้จะสั่งอะไร
มีคนหนึงนึกได้ สรุปว่าสั่งผัดไทย สามสิบจาน 55 (แอบสงสารอ่ะ)


แกงส้มชะอมไข่ ใข่ทอดชะอม หั่นมาเป็นสี่เหลี่ยมหนาหนา
ฝรั่งชอบกันมาก สั่งคู่กับพะแนง
แต่มันเป็นมะขาม ท้องใส้ไม่ดีอย่ากิน คำมาม๊าบอกอีกแระ

มีฝรั่งสนิทกันท้องเสีย บ่นทุกวัน
ว่าท้องไม่ดี   upset stomach
พอกลางวันเจอกำลังกินผัดไทย ถามเมื่อคืนกินอะไร บอกไปร้านอาหารกินแกงส้ม
กุ้งทอดซอสมะขาม
บอกเฮ้ย ท้องเสีย ที่ยูกินมันมะขามทั้งนั้น หยุดกินซอสมะขามทุกชนิด มันเป็นยาระบาย

บอกอ้าวเหรอ ไอชอบกินอ่ะ
แล้วเมื่อไหร่จะหาย ธ่อ


นายเก่าชอบกิน ขนมเบื้องที่มีครีมขาวๆ ใส้ฝอยทอง ใส้มะพร้าวสีแสดเค็มๆ
บอกอย่าซื้อมา กินไม่ไหวแล้ว เห็นแล้วไม่กินไม่ด้าย
แต่ไอเอาน้ำหนักลงไม่ด้ายเลย เพราะไอ้ขนมเนี่ยๆ
ได้โปรดหยุดซื้อ :D

จากคุณ : Terkrub


ขออีกๆๆค่ะ อย่าจบเลยค่ะ

ไอ้เราเนี่ยก็อยากจะเล่า แต่ไม่มีเพื่อนต่างชาติเลย เพราะอังกฤษแย่ ไม่ได้เรื่องอะไรเลย
แต่อ่านกระทู้แบบนี้แล้วมันมีความสุขมาก ทำงานเครียดมา ลืมความเครียดหายสิ้น

รบกวนหน่อยจ้าา ท่านใดมีกระทู้แนวๆมีความสุขแบบนี้ รบกวนขอหน่อยนะจ๊ะ ช่วยๆมาหย่อน
ในกระทู้นี้ให้หน่อยน้าา อย่างน้อยก็จะทำให้กระทู้อยู่ต่อไปเรื่อยๆ... ขอบคุณค่าาา

จากคุณ : tookhun (tookhun)


มาลงชื่อว่ายังตามอ่านอยู่นะคะ  เพื่อนเราส่วนมากจะชอบอาหารไทยกันหมดมีเน้นปลาร้าด้วยนะ...เชื่อเค้าเลย

จากคุณ : ก้านดอกบัว


วันหยุดอย่างนี้ จะมีใครมาลงให้อ่านอีกม๊ายยย ฮ่า ฮ่า ฮ่า

ตื่นมารอแต่เช้าเลย ^^

จากคุณ : rainyjerry


ผมนั่ง เจแอล จากสุวรรณภูมิไปคันไซ โอซาก้า หลับๆตื่นๆเพราะเรดวาย ได้ห้าชั่วโมง  กัปตันก็นำเครื่องลงสนามบินโดยสวัสดิภาพ ผู้โดยสารเกินค่อนลำเป็นญี่ปุ่น  มีกะเหรี่ยงนิดหน่อย ที่เรียกอย่างนี้เพราะได้รับการบอกต่อๆกันมาว่า เวลาไปต่างประเทศถ้าไครทำไรประหลาดๆ ก็ให้บอกว่าเป็นกะเหรียงไว้ก่อน  แย่เน๊อะ  ชาวแครอท อ่านเจออย่าโกรธนะครับ    ผมพาคณะขึ้นรถไฟฟ้าไป ตม. ญี่ปู่น ตรวจข้อมูลอย่างละเอียดก่อนตรวจลงตราให้ จากนั้นก็ไปรับกระเป๋าเดินทาง   ผมนำคณะผ่าน ศุลกากร ฉลุย โดยไม่ต้องเปิดกระเป๋าตรวจเลย ทั้งที่ชาวยุ่นเองยังโดนตรวจหลายคน  เค้าคงชินหน้าผมน่ะครับ      พอหลุดออกมาก็ได้ยินเสียงเรียก   "    Jack  san ,    Yokoso   "  พร้อมกับภาษไทยแปร่งๆ "  สาหวัดดีค่่า  "   หันไปก็เจอ   Hisako  กะ   Haruna  chan ยืนยิ้มตาตี่ มือถือป้ายยินดีต้อนรับ    เวลาฝ่ายเค้าไปไทยเราก็มีป้ายภาษาญี่ปุ่นเช่นกัน  

            หลังจากแนะนำตัวตามมรรยาทอันดีฝ่ายไทยจนครบสิบคนแล้วก็พากันน้่งบัสลั๊ลลาๆ สี่สิบกิโล ต่อชั่วโมงผ่านโอซาก้า ไปโกเบ พี่ไทยซึ่งมากันครั้งแรกฮืฮาตามสภาพ   และหลังจากเหนื่อยทั้งการเดินทางกับการดูงานทั้งวันแล้ว   โกเบยามราตรีก็พลาดไม่ได้   สาวๆที่นี่แต่งตัวไม่น้อยหน้าโตเกียวและโอซาก้า  รูปร่างเพรียวๆกางเกงขาสั้นแต่บูทยาว ผิวขาวแกมชมภูเดินกันขวักไข่ว หนุ่มๆ

จากคุณ : Jack Happy


คุณ Jack มีกั๊กด้วย อยากอ่านต่อนะเนี่ย ฮ่าฮ่าฮ่า

จากคุณ : Namor FC


ผมนั่ง เจแอล จากสุวรรณภูมิไปคันไซ โอซาก้า หลับๆตื่นๆเพราะ red wine ได้ห้าชั่วโมง  กัปตันก็นำเครื่องลงสนามบินโดยสวัสดิภาพ ผู้โดยสารเกินค่อนลำเป็นญี่ปุ่น  มีกะเหรี่ยงนิดหน่อย ( ที่เรียกอย่างนี้เพราะได้รับการบอกต่อๆกันมาว่า เวลาไปต่างประเทศถ้าไครทำไรประหลาดๆ ก็ให้บอกว่าเป็นกะเหรียงไว้ก่อน  แย่เน๊อะ  ชาวแครอท อ่านเจออย่าโกรธนะครับ  )  ผมพาคณะขึ้นรถไฟฟ้าไป ตม. ญี่ปู่น ดูข้อมูลอย่างละเอียดก่อนตรวจลงตราให้ จากนั้นก็ไปรับกระเป๋าเดินทาง   ผมนำคณะผ่าน ศุลกากร ฉลุย โดยไม่ต้องเปิดกระเป๋าตรวจเลย ทั้งที่ชาวยุ่นเองยังโดนตรวจหลายคน  เค้าคงชินหน้าผมน่ะครับ      พอหลุดออกมาก็ได้ยินเสียงเรียก   "    Jack  san ,    Yokoso   "  พร้อมกับภาษาไทยแปร่งๆ "  สาวั๊ดดีค่่า  "   หันไปก็เจอ   Hisako  กะ   Haruna  chan ยืนยิ้มตาตี่ มือถือป้ายยินดีต้อนรับภาษาไทย    เวลาฝ่ายเค้ามาไทยเราก็มีป้ายภาษาญี่ปุ่นเช่นกัน  

            หลังจากแนะนำตัวตามมรรยาทอันดีฝ่ายไทยจนครบสิบคนแล้วก็พากันน้่งบัสลั๊ลลาๆ หกสิบกิโล ต่อชั่วโมงผ่านโอซาก้า ไปโกเบ พี่ไทยซึ่งมากันครั้งแรกฮือฮาสภาพบ้านเมืองและผู้คนที่ดูเป็นระบบระเบียบ   และหลังจากเหนื่อยทั้งการเดินทางกับการดูงานทั้งวันแล้ว   โกเบยามราตรีก็พลาดไม่ได้   สาวๆที่นี่แต่งตัวไม่น้อยหน้าโตเกียวและโอซาก้า  รูปร่างเพรียวๆกางเกงขาสั้นแต่บูทยาว ถ้าโชวเรียวขาข้างบนก็ปิดถึงคอ แต่ถ้าเปิดข้างบนกระโปรงก็ยาวกรอมเท้าละครับ แต่ละคนผิวขาวแกมชมภูเดินกันขวักไข่ว หนุ่มๆไทยมองเพลินตา บางช่วงแทบจะเผลอเดินตามเฉยเลย   ผมบอกสองสาวหยุดเพราะเจอร้านอาหารที่เพื่อนญี่ปุ่นเคยพามา ร้านมีทั้งภาษาไทยและญี่ปุ่นชื่อ  101 ในร้านตกแต่งเก๋ๆน่ารัก สื่อความเป็นไทยทั้งอีสาน เหนือ ใต้และภาคกลาง  เจ้าของเป็นหมอญี่ปุ่น ( ที่รักเมืองไทยและอาจจะสาวไทยด้วย ) ทำร่วมกับน้องพรสาวน่ารักจากจังหวัดเลขคี่ของไทย  ฟังอาหารคำแนะนำจากเธอแล้วผมก็สั่งไก่ย่างจิ้มแจ่ว  เม็ดมะม่วงฯทอด  กบผัดกระเพรา  ยำตับหวาน ข้าวเหนียว ขนมหวานอย่างนึง  และเบียร์ไทย    หลังจากยกแก้วคัมเปยกันแล้ว หนุ่มๆไทยก็ก้มหน้าก้มตาทานอาหารด้วยว่าเจอกับอาหารญี่ปุ่นรส( ธรรมชาติ )จัดมาทั้งวัน  ผมชวนสองสาวลิ้มลองเริ่มจากไก่ย่างหอมหวลจิ้มแจ่วนิดๆ  พอถึงกบผัดกระเพราเริ่มมีเสียงซี้ดซ้าด เลยต้องมีอินเตอรมิชชั่นโดยให้ชิมเม็ดมะม่วงกะขนมหวานบรรเทาเผ็ดก่อน  แล้วก็ถึงตับหวาน เห็นผู้ชายตักเคี้ยวตุ้ยๆ พวกเธอก็ลองบ้าง  คราวนี้  Haruna น้ำตาร่วงเลย  ( หายกัน ผมเคยน้ำตาไหลเพราะวาซาบิสดๆมาแล้ว )  เธอรำพึง " ทำไมอาหารไทยจานเดียวแต่สามารถมีทุกรส  ( เปรี้ยว เผ็ด เค็มหวาน ) รสจัดจังแต่ก็ อร่อย "  เธอทานไปร้องไห้ไปแก้มแดงยังกะ Apple  Fuji แต่ไม่หยุดทาน เธอบอกว่าเพราะเสน่ห์ของอาหารไทยครับ      ปล.   ขออภัย ขณะพิมพ์ น้องหมาเรียกร้องความสนใจมาป่วนคอมฯ ซะงั้นครับ

จากคุณ : Jackrapan (Jack Happy)


น้าเราอะ แต่งงานกับคนอเมริกา มีครอบครัวอยู่ที่โน่นเลย น้าเขยเป็นฝรั่งตัวโต ใจดีมากกก แถวๆ บ้านที่น้าเราอยู่มีแต่ฝรั่ง อยู่ไปอยู่มาน้าเริ่มเอาอาหารไปเผยแพร่ เดี๋ยวนี้เหรอ มีหวดนึ่งข้าวเหนียวกันหลายบ้าน... หุหุ

น้าเราทำกับข้าวเก่ง น้าเขยเลยพลอยทำอาหารได้ด้วย ต้มข้าวต้มกุ้งนี่ แม่เรากินยังติดใจบอกว่าทำเก่ง อร่อย

แต่น้าเขยก็ชอบอาหารไทยเหมือนกัน บางทีกลับจากที่ทำงานถึงบ้านตอนบ่ายแก่ๆ เจอก๋วยเตี๋ยวชามโตต้อนรับ น้าแกก็ซัดจนเกลี้ยงชามไม่เหลือซุปซักหยด แล้วสามารถกินมื้อเย็นต่อได้ตามปกติ 555+ แกงเผ็ดๆ ก็กินได้ไม่มีปัญหา

ตอนไปเยี่ยมที่ USA. แม่ทำกับข้าวให้กิน ก็กินกันเอร็ดอร่อย มีวันนึงน้าเขยขนาดแทะเนื้อหมดแล้ว ยังเอากระดูกที่เหลือมานั่งแทะต่อ จนเมียแซว 555+

ตอนเค้ามาเมืองไทย เราเอา จาวมะพร้าว ให้กิน (รู้จักกันป่าว? ลูกกลมๆ สีขาว เนื้อฟูๆ ที่มันงอกออกมาในมะพร้าวลูกแก่ๆ น่ะ ลูกใหญ่ๆ จะจืดชืดไม่อร่อย ต้องกินตอนยังลูกเล็กๆ) พอเห็นเค้าก็งงไม่รู้จัก พอพยายามอธิบายว่ามันงอกออกมาในมะพร้าวแก่ๆ เค้าก็ยิ่ง... อยู่มาตั้งนานเพิ่งรู้ 55+ พอลองกินดูเค้าบอกว่ามันเหมือนอากาศ แบบเคี้ยวๆ ไปมันก็สลายหายไปหมด แต่เห็นนั่งหยิบกินเอา กินเอา หมดไปตั้งหลายลูก

(ว่าแต่ จาวมะพร้าว ภาษาอังกฤษมันเรียกว่าอะไรจนเดี๋ยวนี้เรายังไม่รู้เลย)


ฝรั่งอีกคน เป็นครูสอนคาราเต้ ได้ยินมาว่าลูกศิษย์เป็นถึงระดับโอลิมปิค แต่คงได้เมียคนไทย เลยได้มาสอนคาราเต้อยู่เมืองไทยแทน อยู่ๆไป พุงแกใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนเราแซว แกบอกว่าปกติแกไม่กินพวกของทอด ประมาณไก่ทอด หมูทอดนี่ไม่กินเลย เพราะไม่ดีต่อสุขภาพ แต่อยู่เมืองไทยอดไม่ได้ต้องกินตลอด ผลก็อย่างที่เห็น... อิอิ


อีกเรื่องคือหลายปีก่อน มีฝรั่งผู้หญิงคนนึงเดินมาถามว่าจะหาซื้อสิ่งนี้ได้ที่ไหน? แบบทำหน้าอยากรู้มากๆ ต้องการสุดๆๆๆๆๆ

สิ่งนี้ที่เค้าถาม คือ น้ำจิ้มไก่ เลยบอกไปว่าในเซเว่นน่าจะมีขาย ชี้ทางไปเซเว่นให้แล้วเค้าก็เดินหายไปทางนั้น...


อีกทีนึง อ.ที่รู้จักกัน วานให้เราช่วยต้อนรับแขกต่างชาติให้ที เป็นอาจารย์จากอเมริกา มากับภรรยาและลูก หลังจากรับส่งทำธุระกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เค้าก็เชิญเรากินข้าวด้วย ไปนั่งกินข้าวกันริมน้ำปิง ทั้งโต๊ะมี 7 - 8 คน หลังจากกินจนหมดเกลี้ยงโต๊ะแล้วคิดเงิน ตอนเก็บเป็นเงินไทยเค้ายังไม่รู้หรอก แต่พอเพื่อนฝรั่งคำนวณให้เป็นดอลล่าร์ อ.แกตกใจหน้านิ่วคิ้วขมวด เพราะราคาถูกเว่อร์ 555+


เคยได้ยินฝรั่งที่มาเที่ยว บอกว่าอาหารเช้าที่โรงแรมถูกดี แซนด์วิชร้อยกว่าบาทเอง ฟังแล้วสงสารยังไงชอบกล เงินร้อยกว่าบาทของเค้า เราพาไปแซ่บได้มื้อใหญ่เลยนะ (แต่อีกใจนึงดีใจ มีรายได้เข้าประเทศ หุหุ)


และ ครั้งนึงที่มหาวิทยาลัยมีงาน คล้ายๆ ตลาดนัดและมีการแสดงด้วย แหม่มคนนึงเดินถือขวดเปล่ามาเป็นตัวอย่าง เป็นขวดไวน์ลิ้นจี่อะ ชีบอกว่าอร่อยมากกก รู้สึกจะหอบไปกินต่ออีกหลายขวดเลยทีเดียว 555+

จากคุณ : ปฏิจจสมุปบาท (ปฏิจจสมุปบาท)


สำหรับคนมาใหม่ค่า เอากระทู้ที่เราไปตามอ่านมาฝากค่ะ

http://www.pantip.com/cafe/food/topic/D11587002/D11587002.html
http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=70d2ba1c7b0385cf&pli=1
http://www.pantip.com/cafe/klaibann/topic/H11558824/H11558824.html
http://topicstock.pantip.com/klaibann/topicstock/2011/08/H10951888/H10951888.html
http://topicstock.pantip.com/klaibann/topicstock/2011/09/H11049738/H11049738.html

จากคุณ : smlul6m6m


มีพี่ที่รู้จักทำงานเป็นพยาบาล บ้านกับโรงพยาบาลห่างกันหนึ่งชั่วโมง
เวลาทำงานจะลงทีเดียวสามสี่วันรวด
แล้วพักบ้านเพื่อนคนอินเดีย
พักฟรีไม่ต้องเสียค่าอะไรเลย หลายปีแล้วด้วย
แต่ต้องทำอาหารไทยไปฝาก
บางทีพี่เค้าปลูกพริกขี้หนูก็ถอนไปให้ทั้งต้นเลยบอกว่าไอไม่มีเวลาเด็ด ฮ่ะๆ
เราก็แอบสงสัย วันๆบ้านนี้ไม่เห็นจะกินอะไรกันซักเท่าไหร่ทำไมปลูกพริกเป็นสวน

จากคุณ : คนไทยต่างแดน


ล่าสุดนี่แหนมเนือง ทำคะแนนครับ น้องที่ทำงาน หั่นผัก เป็นชิ้นเล็กๆ
มีแหนมเนือง ผัก น้ำจิ้ม เส้นห่อ น้ำแช่
วางบนเคาน์เตอร์เลย ฮาร์ดคอร์มากมาก

ฝรั่งวี๊ดว้าย กินยางงายค้า สักพัก ก็รุมล้อม แหะแหะ
ต้องสอนให้เอามือจับแผ่นห่อ แล้วแช่น้ำแป๊ปเดียว

เพราะนายใหญ่สุด หยุดพักร้อนนะคับช่วงนี้ เลยรีแลกซ์นิดนึง


เพื่อนเคยแกล้ง ซื้อ แกงไข่มดแดง เป็นน้ำแกงใสๆ มา ตอนนั่งเครื่องกลับจากอีสาน
คนไทยยังกรี๊ดเลยครับ กรี๊ดไม่กล้ากิน เหอเหอ
มันเห็นหัวมดแดงอ่อนอยู่ข้างในอ่ะ
ตาแป๋วเลย
ส่วนฝรั่งจะเป็นลม เดินส่ายหน้าไปเรย


ฝรั่งมาใหม่ๆ อยากให้ตื่นตาตื่นใจ สั่งข้าวอบสัปปะรด
ใส่ในลูกสัปปะรดมา เค้าบอกกินแล้วรีเฟรชชิ่ง สดชื่นดี

ล่าสุดเจอข้าวอบมะพร้าวอ่อน เป็นข้าวผัดไก่ มีเนื้อมะพร้าวด้วย
หอมมะพร้าวนิดๆ ตามรูปครับ

สั่งให้กิน ก็ชอบอีกแระ บอกทำไมอาหารไทยมีอะไรให้เลือกมากมาย
งง ทำไมคนไทยรู้ว่า ต้องสั่งอะไร มันเยอะไปโหม้ด อิอิ

จากคุณ : Terkrub


สนุกดีค่ะ

จากคุณ : waytowin


สี่ห้าปีที่แล้ว ผมพาคณะนักเรียนและครูไปร่วมกิจกรรมด้านการศึกษาและวัฒนธรรมที่เมือง Sasayama  อยู่ห่างจาก Osaka ประเทศญี่ปุ่นไปทางเหนือประมาณ 2 ชั่วโมงรถวิ่ง เมืองนี้มีชื่อเสียงทั้งถั่วดำ(kuro mame)และถั่วแดง(akai  mame) ที่เค้าชอบเอาไปทำใส้ขนมญี่ปุ่น  พอถึงฤดูกาล คนญี่ปุ่นจากเมืองต่างๆ ก็จะหลั่งไหลมากินถั่วที่นี่ และถั่วอีกอย่างที่ต้มกินเล่น หรือแกล้มเหล้าสาเก คนไทยเราเรียกถั่วแระญี่ปุ่นมั้ง เวลาไปทานในห้องอาหารของคนญี่ปุ่นในกรุงเทพ ก็จะได้ชิมถั่วจากเมืองนี้แกล้มเหล้าสาเก ( คนญี่ปุ่นเลี้ยงผมน่ะครับ มันแพง )  ที่ Sasayama ผมพักบ้านลุง Chikanari อายุ 72 แล้วแต่ดูแข็งแรง  ตอนค่ำลุงและภรรยาก็แนะนำให้ผมรู้จักเด็กๆมหาลัยที่ลุงเคยพาไปทำกิจกรรมอาสาสมัครที่เมืองปินาตูโบ ( ถ้าจำไม่ผิด ) ฟิลิปปินส์ และก็คัมเปยกันจนดึกดื่น

   เวลา  2  สัปดาห์ หมดไปกับการเดินสายตามโรงเรียนต่างๆ ก็แนะนำประเทศไทย  วัฒนธรรมไทย รำไทย และสาธิตทำอาหารไทยอาทิเช่น ต้มยำกุ้ง( Ebi  Karai   Soupu )  แกงเขียวหวาน( Midori  Karai  Soupu ) เป็นต้น จากการทำโรดโชว์ของพวกเรา นอกจากมีการส่งคณะแลกเปลี่ยนมาไทยตามปกติแล้วก็ยังมีอีกหลายๆคนพากันมาเที่ยวเมืองไทย และลุง Chikanari เบนเข็มจากฟิลิปปินส์มาไทยโดยนำคณะนักศึกษามาร่วมกิจกรรมจิตอาสาที่เชียงใหม่ทั้งในเมืองและบนดอย

   คืนแรกในเชียงใหม่ ผมพาคณะไปทานข้าวที่ไน้ท์บาซ่าส์  มากันครั้งแรกก็ต้องให้ชิมอาหารไทยมือโปรฯ ผมและน้องๆก็สั่งต้มยำกุ้ง ไก่ต้มข่า แกงฮังเล ส้มตำไทย ( ยังไม่กล้าให้ชิมปูปลาร้า ) ใส้อั่วทอด และไข่เจียวกุ้ง  ตอนแรกๆก็มองแบบลังเลๆ จน ผมต้องพูดซ้ำ " Itadakimasu " แล้วลงมือนำร่อง ทุกคนจึงค่อยๆชิม พอรู้รสและเริ่มชินก็เร่ง speed กันอย่างสนุกสนาน  แถมเวลาเจ้าของร้านมาคิดเงิน คุณป้าคิดเลขในใจเฉยเลยถูกเป็ะด้วย รู้สึกเป็นเจ้าเดียวที่ไม่ใช้เครื่องคิดเลข พวกญี่ปุ่นอุทาน " Sugoii " สุดยอด

    วันต่อมา คณะไปร่วมกิจกรรมที่โรงเรียนมัธยมกับนักเรียนไทยที่เลือกแผนภาษาญี่ปุ่นก็ได้พูดคุยตลอดจนร่วมร้องเพลง J.pop และเรียนรู้ภาษาไทยง่ายๆ ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย  ตอนบ่ายๆ พาไปปล่อยที่กาดวโรรส ผมดูอยู่ห่างๆ  สาวยุ่นไปมุงที่แผงนึงแม่ค้าใจดีบอก  " ชิมได้เจ้า " เท่านั้นแหละพวกเธอก็หยิบรถด่วนใส่ปากคนละตัวสองตัว แถมซื้อกลับไปโรงแรมด้วย ( ขอสารภาพผมเองยังไม่เคยกินเลย )  ส่วนผู้ชายสามคนไปยืนร้องไห้หน้าแดงอยู่อีกแผง  ผมต้องรีบเอาน้ำไปให้ล้างปากแล้วให้ดื่มน้ำอ้อยแช่เย็น ก็พ่อเจ้าประคุณอวดเก่งเล่นกินน้ำพริกหนุ่มแข่งกันนี่ครับ

จากคุณ : jackrapan (Jack Happy)


อ่าน #คห.6 แล้วนึกถึงตัวเอง
ของเราก็เรื่องขนมปังเหมือนกัน
ตอนนั้นไปเมกา มีเพื่อนฝรั่งมาบ้าน
ขณะที่พี่ไทยกำลังปาตี้ของหวาน

"ขนมปัง+ไอติม+ซอสช็อกโกแลต"

ตอนแรกชวนกินก็แบบ โนว โนว โนว อะไรอะ
ใครเค้ากินขนมปังกับไอติม
แถมราดซอสนั่นอีก ยี๊ ๆ ๆ ๆ !!!

พี่ไทยก็ไม่สน นั่งกินต่อไป แล้วทิ้งท้ายว่า ไม่กินจะเสียใจ
จนพี่กันแกทนไม่ไหว ไหนลองหน่อยซิ

แค่นั้นละ 555555
ต้องบอกให้หยุด ยูไปซื้อกินเองโน่น!!


ปล. อันนี้ไม่เกี่ยว แต่อยากเล่า คือ ครั้งหนึ่งเราไปกินเอ็มเค
แล้วเราเห็นฝรั่งโต๊ะข้างๆ  ถือจานเป็ด แล้วก็คุยอะไรกันซักอย่าง
ซึ่งเค้าคงตกลงกันได้ เพราะพออีกคนพยักหน้า
อีกคนก็เทเป็ดทั้งจานลงไปในหม้อเลยจ้า
เราถึงกับช๊อก ร้องซะดังว่า เฮ้ยยย !!
พนง. หันมาเห็นพอดี รีบวิ่งไปที่โต๊ะฝรั่ง

สรุปคือ ฝรั่งเห็นว่าคนไทยเทอะไรๆลงไปในหม้อ เลยคิดว่า
ไอ้นี่ก็คงเอาลงหม้อเหมือนกัน ต้องเอาไปต้มก่อนให้สุกแล้วค่อยกิน
55555

นี่ตอนเราไปเมืองนอกไม่รู้ไปทำไรโก๊ะๆแบบนี้บ้างป่าวเนี่ย อิอิ ไม่รู้ตัว

จากคุณ : dewinner


อิอิ วนเวียนกลับมาอ่านต่อ + ดูความคืบหน้ากระทู้ รอบที่ร้อยแล้วมั้ง  

ทุกครั้งเข้ามาต้องทานอะไรให้อิ่มๆ ไม่ก็รองท้องซะก่อน ไม่งั้นเข้ามานั่งอ่านทีไร

น้ำย่อยออกมากัดกระเพาะ ทู๊กกกกทีเลยอ่า


คำเตือน  กระทู้นี้เป็นอันตรายต่อกระเพาะอาหารชริงๆ ผู้เป็นโรคกระเพาะอาหารหรือผู้มีผิวกระเพาะบอบบาง
ควรระมัดระวังและใช้วิจารณญาณในการอ่าน  5555 ^0^

จากคุณ : rainyjerry


ตอนนี้ต้องต้อนรับสมาชิกผู้ชื่นชมอาหารไทยกลับมาอีกคนหนึ่ง
ได้แก่ท่าน ปธ.ปูติน แห่งรัสเซียที่กลับมารับตำแหน่งอีกครั้ง
เพราะท่านผู้นี้แหละที่มาประชุมเอเปคในไทย แล้วกลับไปบอก
ชาวรัสเซียว่า ในชีวิตก่อนตายให้มากินอาหารไทยสักครั้งแล้ว
จะรู้ว่าสวรรค์มีจริง จนชาวรัสเซียต้องมาเมืองไทยกันเป็นจำนวนมาก

จากคุณ : อัลปลั๊ก


เจอแต่ฝรั่งชอบอาหารไทย  
ยังไม่เจอยี้  เลยไม่มีเรื่องเล่าค่ะ

แต่อยากเล่าของตัวเอง

คือเรากินอาหารได้เกือบทุกสิ่งอย่าง  
แต่ไม่ชอบอาหารเหนือเลย  เพราะเคยกินที่บ้านพี่สะใภ้  ไม่อร่อยอย่างแรง

ตอนเราไปเชียงใหม่ครั้งแรก  ก็บอกกับเพื่อนๆ ว่าไม่เป็นไรวะ
เชียงใหม่มีอาหารนานาชาติเยอะ  ไม่อดตายแน่

ปรากฏว่า  เราเพิ่งรู้ว่าอาหารเหนือ.....อร่อย......มาก
ที่เราไม่ชอบเพราะครั้งแรกที่กิน  คนทำทำไม่อร่อยเองต่างหาก
ไปปาย  ต้องกินข้าวซอยทุกวัน  วันละมื้อ
ตอนไปกินขันโตก  เค้าเสริฟน้อย  แต่เติมเรื่่อยๆ
เรากับเพื่อนไม่รู้ไง  มองหน้า พนักงาน  แล้วถามว่า  มีแค่นี้เหรอคะ

เด็กเสริฟคงด่าในใจ  อีนี่ตะกละแท้

จากคุณ : Makit


ที่ terminal 21 ฟู้ดคอร์ดตอนเย็น คนเยอะมากกก มีแต่ฝรั่ง ญี่ปุ่น เกาหลี

สั่งอาหารไทยทั้งนั้น บางคนสั่งข้าวแกงสองสามอย่างราดข้าว ดูท่าทางเผ็ดๆแซ่บๆในแบบที่เราทานไม่ค่อยได้ ร้านขายข้าวน้ำพริกปลาทู คนต่อคิวยาวมากกก เพราะทุกอย่าง 25 บาท
ร้ายก๋วยเตี๋ยวต้มยำคนก็เยอะมาก ต่อคิวไม่ไหวเลยค่ะ

เลยงง ว่าอาหารไทยบูมขนาดนี้เหรอ ทำไมไม่ไปทานโรงแรมบ้างเนี่ย
เป็นกิจกรรมที่สนุกสนาน แอบสอดส่องว่ากินอะไรบ้าง เสียมารยาทเหมือนกัน แอบมองอาหารคนอื่นแล้วหัวเราะคิกๆกับแม่

จากคุณ : MochaCoCo


อ่านถึง 292 ^^

จากคุณ : หนูรี่VSหมามด


ตอนเรียนเคยพาเพื่อนญ๊่ปุ่น ไปกินอาหารไทย
ก็นานแล้ว สมัยนั้นพวกเครื่องปรุงต่างๆหาไม่ง่ายนัก
ถึงเครื่องจะไม่ถึง แต่ก็ทำอร่อยรสชาติใกล้เคียง
ที่จำได้เลยคือสั่งต้มยำกุ้งมากิน เขาบอกสั่งแบบที่คนไทยกินได้เลย
ปกติก็ไม่ได้เป็นคนกินเผ็ดอะไรเท่าไหร่ เลยสั่งใส่พริกแค่ 2-3 เม็ด
ปรากฏว่า สำหรับเราที่ไม่รู้สึกอะไรเลย เขากลับเผ็ดมาก
แต่ก็บอกว่าอร่อย ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยได้กินรสชาติแบบนี้มาก่อนในชีวิต
ชดจนหมด แถมจะกินพวกข่า ใบมะกรูด เข้าไปด้วย
ไอ้เราก็ชิน ลืมบอกไปว่าคนไทยปกติจะไม่กินกัน ไว้ปรุงรสเฉยๆ

จากคุณ : nemoatlantis (NemoAtlantis)


ตอนนี้ต้องต้อนรับสมาชิกผู้ชื่นชมอาหารไทยกลับมาอีกคนหนึ่ง
ได้แก่ท่าน ปธ.ปูติน แห่งรัสเซียที่กลับมารับตำแหน่งอีกครั้ง
เพราะท่านผู้นี้แหละที่มาประชุมเอเปคในไทย แล้วกลับไปบอก
ชาวรัสเซียว่า ในชีวิตก่อนตายให้มากินอาหารไทยสักครั้งแล้ว
จะรู้ว่าสวรรค์มีจริง จนชาวรัสเซียต้องมาเมืองไทยกันเป็นจำนวนมาก

^
^
^

จริงที่สุด  ตอนนี้เเถวที่พักเรา รัสเซียเยอะมากๆ

เเล้วมาเเย่งกินอาหารที่ร้านโปรดของเราด้วย
มากันเต็มร้าน  สูบบุหรี่พ่นควัน เหม็นไปหมด

จนเราตอนนี้เราเลิกไปนั่งร้านประจำของเราเเล้ว
ทนกลิ่นบุหรี่ไม่ไหว

จากคุณ : RoseTiara


อ่านไปอ่านมาชักอยากตอบบ้างค่ะ อย่าว่าแต่อาหารไทยเลย แค่McDonale's ในเมืองไทย ฝรั่งยังบอกว่าอร่อยกว่าที่เมืองนอกเลยอ่ะ 55

ทำงานในโรงแรม เห็นแขกซื้อแม็คมานั่งกิน เลยเดินไปคุยด้วยบอกว่า "ยู อยู่เมืองไทย ยูน่าจะกินอาหารไทยนะ มานั่งกินแม็คทำไมเนี่ย" อิตาน้องทอมบอกว่า "เฮ้ย แต่เบอร์เกอร์หมูที่เมืองไทยมัน tasty กว่าเยอะเลยนะ ที่ออสเตรเลียไม่ใช่รสชาติแบบนี้ ที่เมืองไทยอร่อยมากก"  เอากะเค้าซิ 555

จากคุณ : สรวลเสเรรวล


^
^
^
จริงค่ะ ...ไปต่างประเทศไม่มี "ซามูไรเบอร์เกอร์หมู" กิน
พอเราสั่งแบบอื่นกิน ก็แห้งๆฝืดคอ

จากคุณ : Vacuole


เอาสักหน่อย  วันก่อนไปตลาดนัด เจอฝรั่งกลุ่มใหญ่ ยืนมุ่งร้าน ขายน้ำอ้อยคั้นสด ยืนอยู่ตั้งนาน ก่อนจะมีหน่วกกล้าตาย สั่งมาลองถุงหนึ่ง 10 บาท แม่ค้าใส่ถุงให้อย่างรวดเร้ว  ก่อนซดถ่ายรูปกันเป็นพิธี
หลังจากนั้นก็ซดไปแบบกล้าๆกลัวๆแล้วส่งต่อให้เพื่อน  หลังจากนั้นหรือครับ...ภาพที่ผมเห็นฝรั่งกลุ่มนี้อีกครั้งก็คือ  ถือกันคนละถุง บางคนซื้อเป็นขวด เดินกลับขึ้นรถไป


อีกเรื่องหนึ่ง ฝรั่งนั้งกินขนมจีน แบบว่าที่เขามีผักให้ตักเองหลายๆอย่างบนโต๊ะ พี่แกคงเขาใจว่า ขอบนโต๊ะนั้นเป้นของแกทั้งหมด มากับเพื่อน 4 คน นั้งทานขนมจีนหมด ก็นั้งกินผัก กันต่อจนเกือบหมดโต๊ะ อันนี้แม่ค้าเล่าไม่รู้ว่าเล่าขำๆป่าว

จากคุณ : ShawShank


กินน้ำอ้อย ก็ระวังหน่อยนะ ท้องใครท้องมัน ฝรั่งอาจรับเชื้อบางอย่างไม่เท่าคนไทย
ท้องเสียง่ายกว่าคนไทย กินน้ำอ้อยคนไทยไม่เป็นไร ฝรั่งอาจท้องเสียได้

จากคุณ : อัลปลั๊ก


เราก็มีค่ะ นึกแล้วขำมาก พอดีไปเที่ยวกะเพื่อนๆที่ตลาดน้ำ4ภาคด้วยกัน และมีเพื่อนชาวเกาหลีไปด้วย
ระหว่างเดินหาของกินกันอยู่
เพื่อนเราคนไทยคนนึงก็เห็นไส้อั่วปิ้งอยู่ก็หยุดซื้อและกิน ไอเพื่อนชาวเกาหลีของเรามันก็บอกอะไรอ่ะไม่น่ากินเลยดูสกปรกๆ
ไอเพื่อนเราที่กำลังกินอยู่ก็บอกให้ลองกินดู ตอนแรกไม่กล้ากินแต่ตอนหลังก็ทนกับเสียงเชียร์ไม่ไหวเลยลองจนได้ สรุปบอกเรา อร่อยมากกกๆๆเลยนะ ซื้ออีก40บาทจนได้ ฮ่าฮ่าๆๆๆๆ

จากคุณ : เด็กแก้มสีชมพู (ลูกหมีฟันผุ ^^)


ตอนเป็นนร.แลกเปลี่ยนอยู่เมกา ตอนนั้นมีมีตติ้งเด็กแลกเปลี่ยนแล้วแต่ละคนก็ต้องทำอาหารของชาติตัวเอง เราเกิดมาไม่เคยทำกับข้าวเองมาก่อนในชีวิตเลย ฮ่าๆ เลยอาศัยเปิดตำราอาหารไทยที่โฮสมีอยู่ทำผัดไทย ได้เครื่องปรุงมาครบบ้างไม่ครบบ้างล่ะ ยังคิดอยู่เลยว่ามันจะกินได้มั้ย -_- พอไปถึงงานเพื่อนคนไทยยังถามนี่มันผัดไทยบ้าไรวะ หน้าตาแปลกๆ 5555 ส่วนพวกฝรั่งน่ะเหรอ...หึๆ พอได้กินเท่านั้นแหละทั้งงานก็มีแต่เสียงร่ำร้องว่าผัดไทยอร่อยมาก ฮ่าๆๆๆ

จากคุณ : Ni_Nicky


โอ๊ยโหยว เที่ยงคืนกว่าแล้ว นั่งอ่านมาตั้งแต่ 5 ทุ่ม ยังไม่จบเลยอ่ะ
(ตาม link นี้มาจาก ห้องเฉลิมไทย คคห.3) http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A11832622/A11832622.html

ต้องตื่นไปทำงานแต่เช้าด้วย ชอบมาก ๆๆๆๆๆ เล่ากันสนุกทุกคนเลย
เดี๋ยวพรุ่งนี้มาอ่านต่อ ขอบคุณทุกท่านนะคะ

จากคุณ : เนตรชนก


เราลดความอ้วนไม่สำฤทธิ์ผล เพราะยอมแพ้ ต่อ กระทู้อาหารไทย (ความสุขหล่ะนะ นะ)



หิวเลยเรา (ดีที่เหลือ แกงเลียง ที่ทำเมื่อหัวค่ำ อุ่นไว้)


ชอบอ่านกระทู้นี้จริง ๆ อ่านไป ยิ้มไป เราอ่านทุกความเห็น เราไม่เคยไปต่างประเทศ ไม่เคยใกล้ชิดชาวต่างชาติ (ยกเว้นญาติที่แต่งงานกับชาวต่างชาติ) ไม่ได้ทำงานกับชาวต่างชาติ เพราะทำกิจการครอบครัว ได้เปิดโลกทัศน์มาก ว่า อาหารไทย ติดอันดับความตราตรึงรสชาติของชาวต่างชาติจริง ๆ



.....

จากคุณ : Lunar_Eclipse (Moonlight-Eclipse)


ตอนมหาลัย มีเพื่อนนักศึกษาแลกเปลี่ยนจากญี่ปุ่นคนนึง ชื่อมิตซึโอะ

ผมกะเพื่อนๆก็พามิตซึโอะไปทานข้าวเย็นด้วยกันที่ร้านใกล้ๆหอ ที่ไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่

มิตซึโอะกินต้มยำกุ้งน้ำหูน้ำตาไหล ชมไม่ขาดปากว่า "อาโหร่ยมากๆๆ"

เลยรู้สึกสงสาร อีกวันเลยพาไปกินร้านที่ไกลหอ แต่อร่อยกว่า มิตซึโอะกินจนพุงออกเลย  

พอจะกลับญี่ปุ่น น้ำหนักกระเป๋าของมิตซึโอะ หมดไปกับมาม่าต้มยำกุ้งล้วนๆ พี่แกเล่นซื้อไปเป็นลังๆ

จากคุณ : เลวอยู่เยอะ


นมข้นหวานนี่ตัวดีเลยค่ะ มีเพื่อนฝรั่งคนนึงตอนแรกก็ อะไรอ้ะ...พอให้ลองชิมดูเท่านั้นแหละ ขยับเก้าอี้มานั่งท่าเตรียมพร้อมกินจริงจังเลยทีเดียว นั่งกินเปล่าๆเลย พอหมดถ้วยยังอุตส่าห์แอบย่องไปหยิบเติมเองจากตู้เย็นอีก เราก็แกล้งทำเป็นไม่เห็นแล้วแอบไปดูตอนกำลังกระดกกระป๋องเลย พี่แกสะดุ้งเฮือก พูดว่า "ขอโทษคร้าบ" ชัดแจ๋วเลยแต่ก็ไม่หยุดกระดกนะ ตอนหลังก็ต้องกินชาเย็น นมเย็นทุกครั้งที่มารวมพลทำกับข้าวกินกัน

จากคุณ : กระบี่ไร้ทนทาน


ตามมาอ่านจากเฉลิมไทยครับ ..

อ่านรวดเดียวจบเลยอ่ะ - -

จากคุณ : เขาวานให้หมูเป็นสายลับ


ยาวจริงๆ อัพเดทตลอด แต่ตูก็อ่าน

เหอะๆ ผมว่า แค่ MK สุกี้ คนญี่ปุ่นยังชอบเลย

แฟนทำงานโรงแรมไง พอพวกญี่ปุ่นมาถาม ก็เลยบอกไปกิน MK

กลับมาบอกอร่อยทุกคนแหละ

จีน ฮ่องกงก็ชอบ

ตอนแรกๆเคยนึกว่า ประเทศพวกลื้อไม่มีหรอ MK มันดูเป็นอาหารจีนซะ

กินอาหารประเทศไหนก็เหอะ อร่อยแปปเดียวสุดท้ายก็ตายอาหารบ้านเรา

ปล.คนเหนือกึ๋ดเติ้งหา ขนมเส้นน้ำเงี้ยว กับน้ำพริกอ่องบ๊ะเห้ยมาอยู่กทม.
หากิ๊น ลำๆ บระได้

จากคุณ : nimea


พูดถึงเมืองไทย ก็คงสุดยอดเรื่องอาหารแล้วแหละ เพราะมีชื่อ "ร้านอาหารตามสั่ง"
หมายความว่าสั่งตามความชอบได้ เช่นก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็ก ไม่ใส่ตับ ไม่ใส่ถั่วงอก ไม่ใส่กากหมู
ไม่ใส่ผงชูรส ไม่ใส่ผักชี หรือเปลี่ยนเป็นใส่เนื้อเปื่อย เอาเฉพาะเนื้อติดมันนะ พวกผัด ๆ ก็เหมือนกัน
คนนั้นไม่เอาผักคะน้า ให้ใส่ผักบุ้งแทน อีกคนไม่เอาแครอท คนขายก็ทำได้หมด ลองเป็นเมืองนอกสิ
อย่างญี่ปุ่น โซบะใส่ไข่ คุณลองไปเรื่องมากบอกขอไข่สุก ๆ นะ อีกคนไปด้วยกันบอกขอไข่มะตูมนะ
รับรองโดนไล่ออกจากร้านไม่ทัน เมืองจีนอาจโดนตะหลิวขว้างใส่ด้วยซ้ำ ไปกินอาหารเมืองฝรั่ง คุณลอง
ไปสั่งนอกเหนือเมนูดูสิ ไม่โดนเชิญออกจากร้านให้รู้ไป เมืองไทยไม่มีในเมนูแต่ฉันจะกิน คนขายยังทำให้ได้เลย
สมกับชื่อร้านอาหารตามสั่งจริง ๆ หรือใครจะเถียง

จากคุณ : อัลปลั๊ก


อ่านมาตั้งแต่เช้าพอมื้อเที่ยงเลยออกไปจัดส้มตำบ้าง...

พึ่งนึกออกว่ามันไม่เผ็ดเลยนี่หว่า ถือว่าเสียเที่ยวไหมเนี่ย

จากคุณ : แมงแกลบ


อ่านแล้วสนุกมากๆๆครับ ขอเล่าเรื่องตัวเองบ้างครับ

สักประมาณเกือบสิบปปีแล้ว ได้มีโอกาสไปเรียนเมืองนอกเมืองนากับเค้าบ้าง
แต่เปล่าเลยประเทศที่ไปเรียนมีคนไทยอยู่ 4 คนรวมตัวผมด้วย

ตอนไปแรกๆๆ ก่อนเข้าเรียนจริง เค้าก้อจะให้เรียนคอร์สภาษาอังกฤษกันก่อน เพื่อปรับพื้นฐาน
ซึ่งนักเรียนต่างชาติส่วนใหญ่จะมาจากไต้หวัน จีน ญี่ปุ่น และมีตะวันออกกลางด้วย
พอจบคอร์ส เป็นธรรมเนียมก้อจะมีปาร์ตี้กัน โดยให้ทุกคนทำอาหารมากินกัน

โชคดีที่เป็นผู้ชายที่เคยมาเรียนกทม.คนเดียว เลยได้รับการถ่ายทอดวิทยายุทธการทำกับข้าวจากแม่มาบ้าง

คราวนั้นผมเลยจัดหนักทำ 3 เมนูเลย มีต้มยำกุ้ง แกงเขียวหวาน แล้วก้อกะเพราหมู

คิดเมนูก่อนไว้ประมาณหนึ่งสัปดาห์ เลยเสาะแสวงหาเครื่องปรุงพยายามให้ได้ใกล้เคียงที่สุด
ถึงขนาดต้องนั่งรถไฟไปต่างเมืองเพื่อไปซื้อเครื่องแกงเขียวหวาน นำ้ปลา พริก กุ้งก้อเป็นกุ้งแช่แข็งตัวเล็กๆๆ

เครื่องปรุงส่วนใหญ่เกือบครบ แต่ขาด 2 ตัวสำคัญใหญ่ๆๆ คือ กะทิ ไว้ใส่แกง กับ ใบกะเพรา

เอาไงหว่ะทีนี้

พอดีได้มีโอกาสไปเดินเทสโก้ ก้อเดินไปเรื่อยๆๆ เฮ้ยยยยย . . . . นี่มันต้นกะเพรานี่หว่า
เป็นแบบกระถางมีดิน แล้วมีต้นกะเพราปลูกอยู่ เลยจัดมา 3 ต้น
ก้อคอยประคบประหงม รดนำ้ให้มัน (อยู่เมืองไทยไม่มีไม่เคยเลย ที่จะต้องมาเลี้ยงดูต้นกะเพราแบบนี้)

พอถึงวันปาร์ตี้ ผมก้อลงมือทำในครัวหอพัก ก้อเด็ดใบมาใช้ แต่ก้อไม่หมดเผื่อเก็บไว้กินเองทำเองไรบ้าง

ก้อมีเพื่อนญี่ปุ่นสนิทมากๆๆคนหนึ่งมาดูว่า ผมทำอะไรบ้าง พอถึงเมนูแกงเขียวหวาน ผมก้อเอาเครื่องแกงไปผัดในกะทะก่อน กลิ่นมันก้อแสบจมูกมากๆๆ ทีนี้กะทิผมหาไม่ได้ เลยปรับเอา ใช้นมสดแทน 555555 พอใส่นมลงไป เพื่อนญี่ปุ่นตาโตเลย พูดออกมา
"เฮ้ยยย ใส่นมสดลงไปเนี่ยนะ จะกินได้เหรอหว่ะ อเมชซิ่งมากๆๆ" ผมก้อไม่รู้เหมือนกันนะไม่เคยลอง 5555

พอถึงเวลายกไปในห้องอาหาร คือผมไปถึงช้านะครับ นักเรียนชาติอื่นๆๆ ก้อต่อคิวกันกินอาหารอย่างอื่นกันอยู่
ผมคิดในใจสงสัยเหลือแน่ๆๆ เพราะผมทำมาเยอะมากกกก

ผมก้อเอาหม้อไปวาง พอเปิดฝาเท่านั้นหล่ะ กลิ่นหอมต้มยำลอยเตะจมูก พอทุกคนได้กลิ่นเท่านั้น รีบวิ่งมาต่อแถว
กินอาหารไทยกัน กินไปบ่นไป โอ!! อร่อยมากกๆๆๆ กินแกงเขียวหวาน กินไปถามไป ทำไมมันเขียวๆๆ
ทำมาจากอะไร เผ็ดเปล่า 555

จากตอนแรกผมนึกว่าจะเหลือกลับมา ที่ไหนได้เพื่อนๆๆซัดกันเรียบ แม้แต่นำ้ยังไม่เหลือกลับมาเลย
โดนเฉพาะสาวๆๆญี่ปุ่น ชอบกันมากต้มยำกุ้ง บอกเปรี้ยวๆๆเผ็ดๆๆดี

จากคุณ : irishcoffee (IrishCoffee)


ตอนเราเรียนอยู่ออสเตรเลีย เพื่อนๆคนละตินชวนเราไปกินข้าวที่บ้าน  เราเลยชวนเขามาบ้านเราบ้างบอกว่าจะทำอาหารไทยเลี้ยง มีเพื่อนอยู่คนหนึ่งบอกว่า อะไรๆไอก็ทนได้นะ  แต่ไอทนกลิ่นน้ำปลาไม่ได้เลย เคยทำหยดใส่เสื้อ เหม็นมากกก ขอเปลี่ยนเป็นซีอิ้ว (เพื่อนเราเรียก soy sauce) ได้ไหม เราก็เออๆ มาเหอะเดี๋ยวทำให้กิน

เรากับเพื่อนคนไทยทำข้าวผัดมันกุ้งกับต้มยำกุ้ง ใส่น้ำปลาจัดเต็ม (ทำต้มยำจะใส่ซีอิ้วได่ไง)  แต่พริกน้ำปลาเปลี่ยนเป็นซีอิ้ว บีบมะนาวไปด้วย(ลงทุนซื้อมะนาว ไม่ใช่ lemon)

พอเพื่อนๆมา โหกินเอาๆ  ทุกอย่างเรียบ ชมว่าอร่อยมากๆ  เราก็ยิ้มหันไปถามเพื่อนคนนั้นว่าอร่อยไหม ตานั้นบอกอร่อยมากกก  เราก็ หึ...หึ.. รู้ป่ะ ว่าที่กินไปใส่น้ำปลาทุกอย่าง

เพื่อนเราทำหน้า แบบว่าจริงอ่าา ทำไมไม่เหม็นเลย   แหงซิย่ะ  มันเปลี่ยนเป็นกลิ่นหอมหมดแล้นน

จากคุณ : ตีนโต


กลับมาเช็คกระทู้ตามอ่านต่อ หลังเที่ยงคืน...งานเข้าจนได้ น้ำย่อยไหลโกรกกก  ปวดท้องเลย T^T  

อันตรายจริงๆกระทู้นี้

จากคุณ : rainyjerry


อ่านไปอ่านมา นึกขึ้นได้

ตอนอยู่จีน เรียนจบแล้ว กำลังจะรับปริญญา ก็ไปปาร์ตี้ปิดท้ายกัน

แล้วคลาสผมเนี่ย มันสหประชาชาติชัดๆ มีครบทุกทวีป แต่ละประเทศก็จะทำอาหารประเทศตัวเองมาจัดหนักกันที่ชายหาด มีย่างบาร์บีคิว ฯลฯ

ทีนี้ ผมเลยทำยำผลไม้ไป 3 กล่องใหญ่

ทุกคนได้ลองชิม ตอนแรกไม่กล้า เพราะดูแล้วแอบมีกลัวนิดหน่อย แต่พอมีคนลองชิม นับถอยหลัง 5 นาที เกลี้ยง...เป็นอาหารอย่างแรกที่ถูกฟาดเรียบเลย ซึ่งคนทำ ได้กิน...เอ่อ 2 คำ ฮ่าฮ่าฮ่า

จากคุณ : Sir Genii


ค.ห. 370 มาคอนเฟิร์มอีกเสียงค่ะ

เวลากลับไทย สามีสั่งแต่เบอร์เกอร์หมูตลอดค่ะ เบิ้ล 2 ด้วยนะ  เค้าบอกว่า อร่อยมากกก รสกลมกล่อม ไม่จืดชืดเหมือนแมคโดนัลที่อเมริกา แล้วเฟรนฟรายด์ต้องจิ้มซอสพริกเท่านั้นค่ะ

จากคุณ : Bounty


คห 370 กับ 388 ครับ

อย่าว่าแต่เบอร์เกอร์ mC กับ Kfc mี่ไหนขายข้าวครับ

555

จากคุณ : nimea


เพื่อนญี่ปุ่นมาไทย มื้อแรงเน้นโหดเลย พาไปกินส้มตำข้างคลองเทเวศ
ถึงกัลกริ๊ดเจอแมลงสาบวิ่งผ่านทำท่านไม่กล้ากิน พวกผมสั่งชุดใหญ่
ล้นโต๊ะมีทุกอย่างยกเว้นพวกเลือดๆ มื้อนั้นพวกนั้นบอกจะเลี้ยงเห็นพวกผมสั่ง
ตกใจมาก กลัวตังจ่ายไม่พอเพราะที่บ้านเขาแพงมาก พวกผมบอกไม่ต้อง
จ่ายเอง เขาก็กล้ากลัว พอใส่ปากเข้าไปกินไม่หยุด หน้ากลายเป็นสีแดงเผ็ด
แต่ก็กินเรื่อยๆ เช็คบิลมา 2 คนนั้นตกใจราคาอาหาร รวมกันกินข้าวบ้านเขา
ได้แค่คนละจาน ตอนหลังกินกันจนปรกติพอกลับณี่ปุ่นไป เขาบอกอาหารบ้านเขาจืด
คิดถึงอาหารบ้านเรา ส่วนอีกคนย้ายมาทำงานบ้านเราเลย เพิ่งจะกลับ
ไปได้สัก 2-3 ปีแต่ก็มาเรื่อยๆ

จากคุณ : eako (eakonee)


ต่างชาติที่เรารู้จักทุกคนจะชอบอาหารไทยนะ
คนต่างชาติที่ออฟฟิศ เป็นคนสัญชาติเกาหลีแต่เกิดและโตในญี่ปุ่น พูดเกาหลีไม่ได้เลย เค้าชอบกินข้างผัดกระเพราหมูสับมากๆ กินแทบทุกวันเลย ซื้อเองที่ร้านอาหารตามสั่งประจำ
วันนึงหลังจากเราจองสนามกอล์ฟกับร้านอาหารให้เสร็จ เค้าก็สั่งอาหารเซ็ตสำหรับ20คน อาหารเซ็ตเมนูเริดๆ แต่แกกลับขอเปลี่ยนเมนูอันนึงเป็นกระเพราหมูสับ - -" เราก็เอ่อ..คิดในใจว่ากระเพรามันหากินง่านแล้วก็ถูกกว่าอาหารในเมนูเยอะเลยนะ
เลยถามเค้าไปใหม่ว่า "สำหรับคุณคนเดียวใช่มั๊ย?" เค้าตอบ "ทั้ง20คนเลย" เหอๆ พอโทรไปบอกที่สนามกอล์ฟ พนักงานเข้าใจดีมากๆเสียงแบบว่าขำๆอ่ะ เค้าก็จัดให้

ไม่นานมานี้ บริษัทเราไปจัดปาร์ตี้ปีใหม่ที่โรงเรมโฟร์ซีซั่น เป็นไลน์บุฟเฟ่ต์เล็กๆ มีอาหารไทยกับฝรั่งนิดหน่อย มีคนญี่ปุ่นรวมกันประมาณ 9-10คน ทุกคนตักแต่อาหารไทยกันแบบเหมือนไปอดตายมาจากไหนไม่รู้ โดยเฉพาะ"แกงเผ็ดเป็ดย่าง" ตักกันทุกคน ข้าวพูนๆแล้วราดด้วยแกง เดินกันคนละหลายรอบเลย

2-3ปีก่อน ที่ออฟฟิศเราเค้าเลี้ยงขนมจีนกัน เลี้ยงฉลองอะไรกันซักอย่าง มีข้าว1หม้อ ขนมจีนหลายตะกร้า แกง3อย่าง ญี่ปุ่น7คนตักกินแบบเหมือนคนอดตายกันสุดๆ ตักกันหลายรอบ น้ำยาเผ็ดๆก็ซดกันซะมันหยด

จากคุณ : Lalawolf


ครั้งแรกที่มีปาร์ตี้ที่บ้านที่อเมริกา ชวนเพื่อนต่างชาติมาบ้าน มีทั้งอเมริกัน และชาติอื่นๆ ค่ะ ทำข้าวผัดปู เพื่อนอเมริกันคนนึงบอก ข้าวผัดกับเนื้อไก่อะไรเนี่ยนุ่มมาก อร่อยสุดๆ เราได้แต่ขำมันปูไม่ใช่ไก่ (ที่นี่หาเนื้อปูทานยากค่ะ แพงด้วย) อีกคนทานกะเพราไก่ บอกอร่อยจัง ถีงแม้ว่าเผ็ดแต่ถ้าเป็นไปได้ก็ขอทานทุกวัน เพื่อนคนญี่ปุ่น ขอตักต้มยำกุ้งกลับบ้าน

พอมีปาร์ตี้ครั้งต่อมา คนมาเยอะกว่าเดิม เพราะคนที่มาครั้งแรกไปโม้ไว้เยอะ ว่าอาหารอร่อย เราทำข้าวตังหน้าตั้ง หม้อใหญ่มาก นึกในใจเหลือทิ้งแน่ แต่ไม่น่าเชื่อค่ะ ว่าคนจะชอบกันมาก ไม่เหลือเลยขนาดมีมาขอสูตรกลับไปเลยค่ะ ไก่ทอดแบบไทย ราดน้ำจิ้มแม่ประนอมก็ไม่เหลือค่ะ

เมื่อเดือนธันวา เพื่อนจัด Pot Luck Party ค่ะ เราหุงข้าวและทำมัสมั่นไก่ไป หมดเป็นเจ้าแรกเลยค่ะ เพื่อนที่เป็นเชฟถึงขั้นไม่เขื่อว่าเราทำเอง 5555 อีกครัั้งทำ ข้าวผัดมันกุ้งไปทุกคนชอบอีกเหมือนกันค่ะ มาถามว่าไอ้แดงๆ คืออะไร บอกไปว่า Shrimp Brain ถึงขึ้นตกใจ ไม่น่าเชื่อว่าจะอร่อยขนาดนั้น (คนที่นี่ทิ้งมันกุ้งตลอดค่ะ)

อีกอย่างที่เพื่อนๆ ชอบมากคือ ทองม้วนรสมะพร้าวค่ะ เปิดห่อเมื่อไร หมดเมื่อนั้น

คนที่หน้าบานที่สุด คงเป็นคุณแควนเรา เพื่อนเค้าชม ได้กินอาหารไทยอร่อยๆแบบนี้ ทุกวัน โชคดีจัง

จากคุณ : KikabYte


มาต่อฮะ มาต่อ อิอิ

ใส้กรอกอีสาน มีงานจัดเลี้ยงบนเรือ ตอนปีใหม่ ประมาณสามสิบคน
เป็นฝรั่งซัก ยี่สิบห้าคน คนไทยประมาณหกเจ็ดคนแบบ ฝรั่งชวนกันเอง ไทยไปแจม
เจ้าของเรือเห็นฝรั่งเยอะ เลยจัดอาหารดูสะอาดสะอ้าน ปลอดภัย น่ากิน

มีใส้กรอกอีสานด้วย ดูดีมากๆ
กินดู หู อร่อยอ่ะ เจ้านี้ เลยจิ้มมาห้าหกอัน
เพื่อนฝรั่งนั่งข้างๆ บอกอะไรอ่ะ กินเยอะจัง
เค้าเห็นแล้วไม่กล้าตัก

เลยบอกว่า น็อรท์ อีสเทิร์น ซอสเซจ
อันนี้ดูดี กินได้ ทุกทีจะกลัวเพื่อนปวดท้อง

ปรากฏชอบมาก กินใหญ่เลย บอกอร่อยมั่กๆ
เจ้านี้เค้าทำอร่อย มีรสเปรี้ยวนิดๆ แต่กลมกล่อม
เพื่อนคนระวังเรื่องอาหารมาก ทุกทีเล่นตัว
จะเป็นแบบกินพอแล้ว ไม่ยอมตักเพิ่ม
วันนั้นเดินไปเอากลับมาเต็มจานเรย
บ่นด้วยว่าใกล้หมดแล้ว

หลังจากนั้น ความลำบากก็มาเยือนข้าพเจ้า
เดินไปทางไหนด้วยกัน เห็นใส้กรอกอีสานรถเข็น
เค้ามองตลอด แรกๆถาม อันนี้ใช่ที่กินบนเรือใช่ไหม

จ๊าก ขืนกินแบบนี้ เสาะท้องง่ายแบบเค้า อาจจะลำบากท้องใส้
รสชาติก็ไม่เหมือนกัน
จนต้องสั่งว่า ห้ามซื้อใส้กรอกอีสานกินเองเด็ดขาด
ถ้าอยากกินบอก จะพาไปร้านหรือหาซื้อจากร้านมาให้
ไม่รู้ไปแอบกินหรือเปล่า

จากไม่เคยเห็นเค้าบ่นอยากกินอะไร
นานๆ หลุดบ่นมาว่า
เมื่อไหร่จะพาไปกิน north eastern sausage ซะที หุหุ

จากคุณ : Terkrub


กำลังรออาหารเช้า มาช้ามาก ๆ หิวแล้ว
พอมาอ่านเจอข้าวผัดมันกุ้ง
ท้องร้องโครกครากเลย
หิวมาก ๆ

จากคุณ : มันเกี่ยวกับใครเนี่ย


ขอเล่าบ้าง ถึงแม้จะช้าไปหน่อย อิอิ ตอนต้นเดือน มกราคม ที่ผ่านมา staff จากนิวยอร์ก พาแฟน มาเที่ยวพอดี เลยถามเจ้านายว่าจะพาเขาไปเลี้ยงที่ใหน ครั้งแรก ว่าจะพาไปกิน ร้านแถวๆๆ ที่ทำงาน แต่ว่า เขาบอกว่าอยากไปกินอาหารใน เต้นท์ แบบที่ พักเที่ยงแล้วมีพนักงานคนไทย มานั่งกินพร้อมกันเยอะๆๆ เขาเคยมาเห็นแล้วครั้งนึง แล้วติดใจมาก บอกว่า ฉันคงมีความสุขมากถ้าได้ กินอาหารเที่ยงบรรยากาศ แบบนี้ แต่พวกเรา แบบว่า ตรูเืบื่อจะแย่ พอวันนั้น ก็เลยสั่งเป็นส้มตำปูปลาร้า ยำมาม่า ต้มยำกระดูกอ่อน คอหมูย่าง ข้าวเหนียว แบบว่า เยอะมากกกก แต่กว่า แฟนเฮียจะมา อาหารบางอย่างก็เริ่มเซ็งหมดแล้ว เรานั่งเฝ้าอาหารกะน้อง พอเจ้านายมาถึง จิ้มข้าวเหนียว ด้วยมือเปล่า แบบว่าหิวโหยมากกก พวกเราแบบว่า อึ้งกันไปเลย ไม่คิดว่าเจ้านายจะกินได้ขนาดนี้ แอบมีบ่นอีกตะหาก ว่า ทำไมพวกเธอไม่ชวนฉันมากินบ้าง ก็แหม ใครจะรู้ เพราะว่าปรกติเจ้านายเรา จะต้องกลับไปรายงานตัวที่บ้านกะเมียตอนกลางวันทุกวัน อิอิ แต่ว่า ฝรั่งที่มาจากนิวยอร์กเผลอไปกินโดนพริกเข้า เพราะคิดว่าเป็นชิ้นส่วนของถั่วฝักยาว เลยต้องเดินรอบเต้นท์ พร้อมกับน้ำแ้ก้วนึง แบบว่า ไม่ไหวแล้ว แต่หลังจากนั้น ก็กลับมากินต่อ ยังไม่เข็ด ก่อนกลับก็เลยพาไปกินข้าวที่เยาวราช ตอนวันตรุษจีนพอดี ด้วยความหิว ก็เลยพาแวะร้านข้าวหมูแดงกับหมูกรอบ สรุปซัดไปหลายจานกินแกล้มกับ เบียร์สิงห์ อิ่มไปเลย ปิดท้ายความประจำใจ ด้วยขบวนเสด็จของพระเทพท่านเสด็จมาในรถขบวนเล็กผ่านมาพอดี เลยได้ ถ่ายรูปท่านแบบว่าคาดไม่ถึง เพราะว่าก่อนหน้านี้ไปยืนรอรับเสด็จท่านที่ร้านขายของหวานนานมาก จนเปลี่ยนใจ ไม่คิดว่า จะได้เห็นท่าน แฟนของเพื่อนถึงกับจะปีนรั้ว เรารีบดึงลงมาบอกว่า ไม่ควรจะยืนสูงกว่าท่านนะ ไม่รู้ว่าถ่ายรูปได้ทันกันรึเปล่า เพราะอารามว่าตื่นเต้น

จากคุณ : แฟนเลโกลัส (แฟนเลโกลัส)


โดยปกติ Dad    และผมกินอาหารกลางวันที่ Mom       จัดให้ ก็แซนด์วิชเป็นประจำและแอ๊ปเปิล  1  ผล ประมาณว่า Apple a day, doctor  away  เหมือนพี่ไทยกินไข่วันละฟองอะครับ   ชักเบื่อๆ  ก็เลยหุงข้าวสวยหนึ่งหม้อ  ทำเผื่อ   Dad  กะ   Mom  ด้วย   ผมเตรียมของ หั่นใส้กรอกไก่ ซอยหอมใหญ่  พริกหวาน กุ้งสดไม่มีก็เอากุ้งแห้งแทน    ตั้งกระทะ น้ำม้นพืชให้ร้อน  ใส่่ใส้กรอก กุ้งแห้ง  ลงไป กลับสามที ตามด้วยพริกหวานและหอมใหญ่ สะบัดเกลือนิดหน่อย ทะยอยลงข้าวสวยและคนให้เข้ากัน  ดับไฟ   ตักใส่จานพักไว้ ก่อนใส่ทัปเป่อรแวร์และโปะไข่ดาวที่ละฟอง เป็นอันเสร็จ

          ช่วงพักกลางวัน นักเรียนที่ Western  Australia  Institute  of  Technology   จะนั่งทานใน  cafeteria  และบริเวณสนามหญ้ารอบๆ   โชคดีวันนี้มีแสงแดดด้วย ( ไม่ได้เห็นแสงแดดมาสองอาทิตย์แล้ว ) ก็เลยตั้งวงกินอาหารกันเต็มไปหมด  น้องหมวยมาสบทบพร้อมกล่องพริกน้ำปลา พอเปิดกล่องข้าวผัดกลิ่นฟุ้งกระจาย สาวๆญี่ปุ่น มาถึง  "  Jack san  ขอ  join    ด้วย "  สุมศรีษะกันคนละคำสองคำเป็นที่อะเร็ดอะร่อยและสนุกสนาน  Bob  รำพึง " ถ้าได้ซดต้มยำกุ้งด้วยก็จะดีนะ "  น้องหมวยบอก   " น้อยๆ หน่อย แค่นี้ก็หรูแล้วย่ะ "

จากคุณ : Jackrapan (Jack Happy)


พี่หมวยที่เช่าที่หน้าบ้านผมเองครับ
มาเมืองไทยแรกๆไม่กล้ากินอะไรเลย ทำอาหารกินเองตลอด ทำเป็นปิ่นโตไว้กินกลางวันด้วย
อยู่มานานๆ เลยลองชิมอาหารไทยพวกข้าวแกง ขนมหวานเท่านั้นละเป็นเรื่อง โดยเฉพาะผลไม้ทุกชนิดชอบมากกก
.
.
.
10 ปีผ่านไป พากันอพยพมากันทั้งครอบครัว เดียวนี้พูดไทยคล่อง กินได้ทุกอย่าง(อ้วนขึ้น 15 กิโล)
จะกลับบ้านเกิดแค่เพื่อต่อพาส และช่วงตรุษจีนแค่นั้น

แต่แกไม่ยอมหัดทำอาหารไทยนะครับ คงกลัวสามีใช้ให้ทำทุกวัน แค่ขายของก็เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว

จากคุณ : alivelove


ไม่มีประสบการณ์ตรง(เพราะคนต่างชาติรอบตัวชอบอาหารไทยหมด) แต่ขอแชร์เรื่อในอดีตบ้าง

เมื่อราว20ปีก่อนผมได้ดูหนังจีน(ที่สมัยนี้คงเรียกว่าซีรี่) ตัวเอกกำลังหาธุรกิจใหม่ที่ไม่มีในฮ่องกงมานำเสนอ แล้วทราบไหมครับว่าธุรกิจที่ว่าคือ....ร้านสุกี้(แบบMKตอนนี้)...ผมงงมากตัวเอกบอกเต็มปากเลยว่าเป็นอาหารฮ๊อตฮิตล่าสุดจากเมืองไทย ทำให้ถึงบางอ้อว่า ที่แท้ไอ้ร้านสุกี้ที่เราทานๆกันอยู่มันเป็นอาหารสัญชาติไทยนี่เอง


ปล.คนญี่ปุ่นที่ผมเคยไปเยี่ยมที่ต่างประเทศมักรีเควสสองอย่าง
1บะหมี่กึ่งสำเร็จ 2ยาแก้หวัด
ไอ้บะหมี่น่ะผมพอรู้ แต่ยาแก้หวัดนี่ผมเพิ่งได้รับความรู้ใหม่ว่า ยาญี่ปุ่นจะเบากว่าเรามาก กินแล้วหายช้า เลยต้องสั่งหิ้วจากเมืองไทยประจำ

จากคุณ : first001@hotmail.com


งานส่วนหนึ่งของผมเกี่ยวข้องกับต่างประเทศ  ทั้งผู้คนและสถานที่ ทั้งข้ามโลกและรอบๆบ้านของเรา  ล่าสุดมีการจัดอบรมการบริหารและจัดการด้านการศึกษาฯ ให้นักการศึกษาระดับสูงจาก เพื่อนบ้านที่อยู่ติดกะเราทางภาคเหนือและอีสาน  ใช้ภาษาไทยกลางและอีสานเป็นหลักโดยมีภาษาอังกฤษกำกับเพื่อให้เข้าใจตรงกัน  คนไทยอีสานเองเวลาเว้าลาวกับเจ้าของภาษาจริงๆ ก็เป็นงงด้านความหมาย เช่น  อีสานบอก "  ร๊ถชนกัน "  คนฝั่งโน้นบอก " ร๊ถตำกัน " หรือ  " เกี่ยวข้องกับต่างประเทศ  " เค้าก็ว่า  " พัวพันต่างประเทศ " เป็นต้น

    การอบรมผ่านไปด้วยดี ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด โดยเฉพาะพาไปทัศนศึกษาชายทะเล พัทยา และบางแสน  เค้าสารภาพอย่างตื่นเต้นว่า เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้มาเบิ่งทะเล ชิมอาหารทะเลสดๆหลากหลายและเห็นดวงอาทิตย์ตกน้ำทะเล "  น้ำทะเลเค็มหลายๆ  "  ก่อนกลับบ้าน น้องๆที่ทำงานเตรียมจะจัดเลี้ยงส่งในโรงแรมหรู โดยให้เลือกเมนูอาหารฝรั่งอย่างโก้   พวกเค้าหารือสักพักก็มาบอกผมแบบเกรงๆใจว่า  " พวกข้าพเจ้าอยากกินอาหารอีสานจะได้ไหม  "   ก็เลยปรับแผนย้ายจากห้องอาหารในโรงแรมมาที่ร้านอาหารในซอยรางน้ำ แถวอนุสาวรีย์ชัยฯนี่แหละ  เริ่มจากไก่บ้านย่างจิ้มแจ่ว  ข้าวเหนียว ลาบ ก้อย น้ำตก ตับหวาน ส้มตำปลาร้า ต้มยำปลาบึก ฯลฯ ทะยอยมาเรื่อยๆ  จัดเต็มครับ

     หลังจากยกแก้วดื่มเพื่อมิตรภาพสองฝั่งโขงแล้วก็ลงมือทานตามใจชอบ  เป็นมื้อที่พวกเค้าทานอย่างอะเร็ดอร่อยและมีความสุขที่สุด อย่างว่าครับอาหารอีสานน่ะเพื่อนสมาชิกเราบอกอร่อยสุดในสามโลกนี่ครับ  ตบท้ายก็คุยย่อยอาหาร ไม่พ้นเรื่องผู้หญิง คือสงสัยกันว่า ชายลาวกะชายไทย ใคร " เกลียม้ว " มากกว่ากัน แน่นอนเป็นเรื่องศักดิ์ศรีระหว่างประเทศไม่มีใครยอมแพ้ใคร  ฝ่ายไทยเล่าก่อน  กินเหล้าอยู่กะเพื่อนๆ พอเมาได้ที่ก็ส่งเสียงเอะอะโวยวาย เพื่อนห้ามไม่ฟังเลยบอก " เมียมาแน่ะ "  คำตอบคือ  " ส่ำเมีย... " แต่พอแงะมาเห็นเมียยืนเท้าเอวหน้างอก็พูดต่อแต่เสียงอ่อยๆว่า "... ผัยซิบ่ย่าน  "    ส่วนฝ่ายลาวพูดสั้นๆ  "   อิหร่าน อีรัก ก็บ่ย่าน กลัวอีที่บ้านคนเดียว " เพื่อนๆลองตัดสินซิครับว่าใครกลัวกว่ากัน

จากคุณ : Jackrapan (Jack Happy)


งานส่วนหนึ่งของผมเกี่ยวข้องกับต่างประเทศ  ทั้งผู้คนและสถานที่ ทั้งข้ามโลกและรอบๆบ้านของเรา  ล่าสุดมีการจัดอบรมการบริหารและจัดการด้านการศึกษาฯ ให้นักการศึกษาระดับสูงจาก เพื่อนบ้านที่อยู่ติดกะเราทางภาคเหนือและอีสาน  ใช้ภาษาไทยกลางและอีสานเป็นหลักโดยมีภาษาอังกฤษกำกับเพื่อให้เข้าใจตรงกัน  คนไทยอีสานเองเวลาเว้าลาวกับเจ้าของภาษาจริงๆ ก็เป็นงงด้านความหมาย เช่น  อีสานบอก "  ร๊ถชนกัน "  คนฝั่งโน้นบอก " ร๊ถตำกัน " หรือ  " เกี่ยวข้องกับต่างประเทศ  " เค้าก็ว่า  " พัวพันต่างประเทศ " เป็นต้น

    การอบรมผ่านไปด้วยดี ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด โดยเฉพาะพาไปทัศนศึกษาชายทะเล พัทยา และบางแสน  เค้าสารภาพอย่างตื่นเต้นว่า เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้มาเบิ่งทะเล ชิมอาหารทะเลสดๆหลากหลายและเห็นดวงอาทิตย์ตกน้ำทะเล "  น้ำทะเลเค็มหลายๆ  "  ก่อนกลับบ้าน น้องๆที่ทำงานเตรียมจะจัดเลี้ยงส่งในโรงแรมหรู โดยให้เลือกเมนูอาหารฝรั่งอย่างโก้   พวกเค้าหารือสักพักก็มาบอกผมแบบเกรงๆใจว่า  " พวกข้าพเจ้าอยากกินอาหารอีสานจะได้ไหม  "   ก็เลยปรับแผนย้ายจากห้องอาหารในโรงแรมมาที่ร้านอาหารในซอยรางน้ำ แถวอนุสาวรีย์ชัยฯนี่แหละ  เริ่มจากไก่บ้านย่างจิ้มแจ่ว  ข้าวเหนียว ลาบ ก้อย น้ำตก ตับหวาน ส้มตำปลาร้า ต้มยำปลาบึก ฯลฯ ทะยอยมาเรื่อยๆ  จัดเต็มครับ

     หลังจากยกแก้วดื่มเพื่อมิตรภาพสองฝั่งโขงแล้วก็ลงมือทานตามใจชอบ  เป็นมื้อที่พวกเค้าทานอย่างอะเร็ดอร่อยและมีความสุขที่สุด อย่างว่าครับอาหารอีสานน่ะเพื่อนสมาชิกเราบอกอร่อยสุดในสามโลกนี่ครับ  ตบท้ายก็คุยย่อยอาหาร ไม่พ้นเรื่องผู้หญิง คือสงสัยกันว่า ชายลาวกะชายไทย ใคร " เกลียม้ว " มากกว่ากัน แน่นอนเป็นเรื่องศักดิ์ศรีระหว่างประเทศไม่มีใครยอมแพ้ใคร  ฝ่ายไทยเล่าก่อน  กินเหล้าอยู่กะเพื่อนๆ พอเมาได้ที่ก็ส่งเสียงเอะอะโวยวาย เพื่อนห้ามไม่ฟังเลยบอก " เมียมาแน่ะ "  คำตอบคือ  " ส่ำเมีย... " แต่พอแงะมาเห็นเมียยืนเท้าเอวก็พูดต่อ "... ผัยซิบ่ย่าน  "    ฝ่ายลาวพูดสั้นๆ  "   อิหร่าน อีรัก ก็บ่ย่าน กลัวอีที่บ้านคนเดียว " เพื่อนๆสมาชิกลองตัดสินซิครับว่าใครกลัวกว่ากัน

จากคุณ : Jackrapan (Jack Happy)


แอบอ่านมานานขอเล่าบ้างค่ะ

ฝรั่งคนหนึ่งเป็นเพื่อนของญาติที่เราอาศัยคอนโดเขาอยู่ อีตาฝรั่งคนนี้ก็มาพักอยู่ที่เมืองไทยแล้วเที่ยวขึ้นเหนือล่องใต้ เราก็ทำอาหารไทย (ง่ายๆๆๆๆๆ อย่างผัดผักหรือราดหน้า)ให้กินบ้างอะไรบ้างก็ชอบทุกจานค่ะ พอเรากินอะไรก็ชอบมาสอดส่อง กระทั่งขนมจีนน้ำยาตีนไก่ แม้จะตาโตหาว่าเรากินอะไรแปลกๆ ก็จกตีนไก่เราไปชิม (อีกตานี่ลูกคุณหนูมากค่ะ...) ไส้ย่างอีก ทำเป็นรับไม่ได้แต่ก็กินไม่หยุด

มีอยู่วันหนึ่งไม่มีอะไรกินเลย ในตู้เย็นมีแต่เส้นเล็ก แล้วก็ไข่ อีกตานี่ก็เตรียมโทรสั่งพิซซ่ามากิน เราบอกว่าสั่งไปฉันจะทำไรเอง ...เราก็ไปค้นๆ เจอถั่วลิสงเอามาคั่วๆ บี้เปลือกออก เสร็จแล้วก็เอามาตำ...กลิ่นหอมน่ากินมากค่ะ แต่อีกตาฝรั่งนั่นก็มายืนกอดอกวนเวียนดู สังเกตนั่นนี่

เสร็จแล้วเราก็ผัดเส้นเล็กใส่ไข่ใส่ถั่วลิสงปรุงรสให้คล้ายๆ ผัดไทย เวลาไข่กับถั่วลิสงที่คั่วใหม่ๆ ผสมกันกลิ่นก็หอมมากกก ไหนจะรสของน้ำตาลและน้ำปลาหอมๆ อีก

สรุป...อีตาบ้านั่นมากินเส้นเล็กผัดของเรา ปล่อยพิซซ่าทิ้งไว้ แล้วยังมีหน้ามาพุดอายๆ อีกว่าตอนที่เห็นเราตำถั่วเหยงๆ เขาคิดในใจว่า เราทำให้ชีวิตยุ่งยาก กะอีแค่อาหารจานเดียวต้องมาทำนั่นทำนี่...ตอนนี้เขาสำนึกผิดแล้ว เขาขอโทษอย่างยิ่ง มันอร่อยมาก มันคุ้มสุดๆ กับแรงงานที่เสียไป แถมยังเสร็จก่อนพิซซ่ามาถึงอีก

ชิชะ...

จากคุณ : kiria chalee


คุณJackrapan อิฉันชอบอ่านความเห็นคุณนะคะ แต่ขอติงเรื่องภาษาไทยสักนิด
คำว่า รถ มันเป็นเสียงตรีอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่มีรูปกำกับเท่านั้นเอง
ดังนั้นไม่สามารถใช้ไม้ตรีมากำกับให้ซ้ำซ้อน เพื่อเน้นเสียงอีก
เพราะไม่มีรูปไหนในภาษาไทยที่ให้เสียงสูงไปกว่าคำว่า "รถ" แล้วค่ะ
ด้วยความปรารถนาดี
นกดื่มชา

จากคุณ : งงมึนเอ๋อเซ่อเปิ่นหลง


มาบอกว่ายังตามอ่านอยู่นะจ๊ะ

ไม่มีเพื่อนต่างชาติเท่าไหร่ เคยแต่ไปกินข้าวที่สิงคโปร์ ไปสองวันน้ำหนักลดไป 2 โล กินอะไรก็ไม่อร่อย ขนาดบุฟเฟต์นานาชาติก็ไม่อร่อย ไปเจอช่วงเค้าจัดงานเทศกาลอาหารนานาชาติพอดี อยากจะต่อแถวกินอาหารไทยให้หายอยาก ปรากฏแถวยาวจนถอดใจ ไปซื้อบ๊ะจ่างมากินคิดว่าน่าจะเหมือนๆกัน รสชาติคนละเรื่องกับบ๊ะจ่างเมืองไทยเลย จืดชืดไร้รสชาติที่สุด ไปซื้อข้าวแกงแขก ด้วยคิดว่าน่าจะคล้ายคลึงกับอาหารไทย ก็กล้ำกลืนฝืนทนกินไป ไม่อร่อยที่สุด สรุปอาหารไทยบนเครื่องอร่อยสุด เพราะอาหารไทยอร่อยที่สุดแล้วสำหรับเรา

แต่ที่ฮ่องกง อาหารจีนทั้งหลาย พวกเป็ดปักกิ่ง ไก่ย่าง หมูกรอบ อร่อยมว๊ากก บ้านเราสู้ไม่ได้เลย

จากคุณ : หมูหยี+หมูอ้วน


ูู^
402 ครับ

ผมเข้าใจว่า "ร๊ถ" ของคุณ Jackrapan เป็นสำเนียงอีสานนะครับ (ผิดถูกยังไงขออภัย)

จากคุณ : SoulDew


ู^
^
เราก็เข้าใจอย่างนั้นเหมือนกันอ่ะ เขาเขียนเพื่อให้ได้อารมณ์ในการอ่านอ่ะค่ะ

จากคุณ : nilrop


ขอบคุณข้อคิดเห็นของ คห . 402   คห . 404  และ  คห . 405  เรียนว่าถูกทุกท่านครับ

จากคุณ : jackrapan (Jack Happy)


เอาอีก  ๆๆ

จากคุณ : lotech58


ขออนุญาตมาต่อ เพื่อไม่ให้กระทู้เงียบละกันค่ะ จริงๆ ว่าจะแอบอ่านอย่างเดียว เพราะคิดว่าเรื่องของเราคงไม่น่าสนใจเท่าไหร่

ครั้งแรกที่ไปเยี่ยมแฟนที่ญี่ปุ่นค่ะ (แฟนเป็นคนไทย ไปทำงานที่ญี่ปุ่น)
ตอนลงจากเครื่องเสร็จ ขณะกำลังนั่งรถไฟออกจากสนามบินนาโกย่า
เจอหนุ่มญี่ปุ่นคนนึง คาดว่าน่าจะมาไฟลท์เดียวกับเรา
เพราะเราเห็นแกแบกลังอะไรมาซักอย่าง เป็นภาษาไทย
ปรากฏว่าเป็นลังบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อดังของเมืองไทยขนาดใหญ่แบบที่เขาขายตามร้านขายส่งน่ะค่ะ
รสต้มยำหรือหมูสับนี่แหละค่ะ จำไม่ได้ สงสัยเอาไปเป็นของฝาก
น่าอิจฉาคนต่างประเทศเนอะ มาเมืองไทยก็จะได้ของฝากชั้นเลิศ แต่หาซื้อได้ง่าย และราคาถูกสุดๆ
ไม่เหมือนคนไทยเรา ไปต่างประเทศกลับมา เสียค่าของฝากแพงพอๆ กับค่าเครื่องบินเลยค่ะ T_T

จากคุณ : คำตันของเธอ


อีกเรื่องนึง คนนี้เป็นเพื่อนชาวญี่ปุ่นค่ะ รู้จักตอนที่เขามาแลกเปลี่ยนที่มหาลัยที่เราเรียน
ตอนเราไปเยี่ยม ก็ซื้อทุเรียนทอดไปให้ คิดว่าน่าจะกินได้เพราะไม่เหม็น
ตอนแรกที่เอาให้ เขาก็ลังเล เพราะกลัวว่าจะเหม็นเหมือนทุเรียนสด แต่ซักพักก็กินจนหยุดไม่ได้
ตอนแรกเขาบอกว่าจะเอาไปฝากที่บ้านเขา แต่กินซะเกือบหมดขนาดนี้จะพอฝากมั้ยเนี่ย -_-"

จากคุณ : คำตันของเธอ


แล้วก็อีกราย เป็นครอบครัวคนญี่ปุ่น รู้จักกับแฟนเราก่อน
แต่ตอนนี้ก็มาเป็นเพื่อนเราอีกเหมือนกันค่ะ (เพื่อนญี่ปุ่นเราเยอะมาก)
ลูกสาวของเขาอายุสองขวบกำลังน่ารัก น้องมันชอบกินขนมเบงเบง มาก
ถ้างอแง พ่อกับแม่ก็จะเอาเบงเบงมาล่อ น้องมันก็จะกลายเป็นเด็กดีไปทันที ^^
ครอบครัวนี้ชอบเมืองไทยมากๆ กลับญี่ปุ่นก็จะซื้อยาสีฟันดอกบัวคู่ เครื่องปรุงของไทย ฯลฯ กลับไปตลอด
วันที่มารับเรากับแฟนที่สถานีรถไฟ เขาใส่เสื้อที่ซื้อจา่กเมืองไทยแล้วก็อวดเรากับแฟน
เสื้อที่เขาใส่เป็นลายแผนที่ประเทศไทย แล้วก็ถามเราว่ามาจากจังหวัดอะไร เราก็ชี้จุดบอกเขาไป
ไปถึงบ้านเขา เขาเลี้ยงเทมากิซูชิเรากับแฟน ตอบแทนของฝากที่เราซื้อไปฝากเขา แบบว่าอร่อยมาก เพราะเนื้อปลาดิบสดหวานกรอบมากๆ
ระหว่างที่กินซูชิ เขาก็อวดข้าวของเครื่องใช้ เครื่องปรุง ดีวีดี ฯลฯ ที่ซื้อมาจากเมืองไทย
อวดอัลบั้มภาพที่ถ่ายจากเมืองไทยอีกเป็นกุรุส (ครอบครัวนี้มาไทยทุกสองปี)
ตอนนี้เขาสอนให้ลูกสาวของเขาเรียนภาษาไทยด้วย บอกว่าถ้าลูกโตแล้วจะให้มาเรียนที่เมืองไทย
แฟนบอกว่า เคยไปทำข้าวมันไก่ให้เขากินด้วย เขาชอบมากๆ ถ่ายรูปไว้ซะเยอะเลย

เขาให้แฟนเราเป็นพ่อคนไทย แล้วก็ให้เราเป็นแม่คนไทย ของลูกสองคนของเขาด้วย
เรารู้สึกดีมากๆ ค่ะ รู้สึกว่าเขาให้เกียรติเราอ้ะ ^^

ปีก่อนเขามาเที่ยวเมืองไทย และไปพักที่บ้านแฟน เรากับแฟนก็พาเขาไปเที่ยวประเทศลาวด้วย เพราะเป็นคนอีสานทั้งคู่ (คุ้มเนอะ มาทีเดียวได้สองประเทศเลย)

แต่แฟนเขาเคยมาท้องเสียอาหารเป็นพิษจนได้เข้าโรงพยาบาลที่เมืองไทยเมื่อหลายปีก่อนที่จะมารู้จักกับแฟนเรา
ดังนั้น ตอนพาไปกินอะไรก็จะระวังนิดนึง เลือกร้านที่สะอาดๆ ค่ะ จะได้ไม่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสั่นคลอนได้

จากคุณ : คำตันของเธอ


แล้วก็รายสุดท้าย คนนี้ก็เป็นเพื่อนญี่ปุ่น เป็นสาวโอซาก้า ที่ับังเอิญเจอกันบนรถไฟจากทริปคันไซ
เรากับแฟนนั่งตรงข้ามกับเธอ เราก็คุยกันเป็นภาษาไทย เธอก็มองๆ
ซักพักเธอก็ถามเราเป็นภาษาอังกฤษว่ามาจากประเทศไทยใช่ไหม เราบอกว่าใช่
แล้วเธอก็พูดว่า "สวัสดีค่ะ" จากนั้นก็อวดแบบเรียนภาษาไทยให้เรากับแฟนดู
เขาบอกว่าชอบเมืองไทยมากๆ เคยมาหลายครั้งแล้ว มาเที่ยวคนเดียวแบ็คแพคตลอด
เมืองที่ชอบคือเชียงใหม่ แล้วก็กรุงเทพ อาหารที่ชอบคือไข่เจียว
เราคุยกันเป็นภาษาอังกฤษ เพราะภาษาไทยเธอเพิ่งเรียน เลยไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไร
จากนั้นพอถึงโอซาก้าเราก็แยกกัน แลกอีเมล์กัน แต่ก็ไม่ได้ติดต่อกันอีก
8 เดือนต่อมา เราก็ไปญี่ปุ่นอีก บังเอิญมากที่วันนึงขณะที่แฟนหยุดงาน แล้วเราก็ออนเอ็ม
ก็เจอเพื่อนคนนี้พอดี ทั้งๆ ที่ตอนเรากลับเมืองไทย ไม่เคยเจอเธอออนเลย
ก็บอกว่ามาเที่ยวญี่ปุ่นอีกแล้วนะ เธอดีใจมาก
บอกว่าให้มาเที่ยวที่อพาร์ทเมนต์ของเธอที่โกเบนะ เธอทำงานที่นั่น
แฟนก็เลยบอกเราว่า ไหนๆ จะไปบ้านคนอื่น
งั้นก็เอาหมูหยองที่ตอนแรกเราตั้งใจซื้อไปฝากแฟน เอาไปให้เธอแทนก็แล้วกัน
เพราะเดี๋ยวกลับเมืองไทยก็ได้กินแล้ว หาซื้อไม่ยาก
พอเราไปถึง เธอก็บอกว่าอยากกินอาหารไทย และจะทำอาหารญี่ปุ่นมาแลก
จากนั้นก็ไปซุปเปอร์กัน ซึ่งเป็นซุปเปอร์ที่ใหญ่พอสมควร วัตถุดิบค่อนข้างครบ
เรากับแฟนว่าจะทำผัดไทยกุ้งสด ส่วนเธอกับเพื่อนอีกคน จะทำทาโกะยากิ
ซึ่งเป็นอาหารต้นตำรับจากบ้านเกิดของเธอเอง (โอซาก้า)
ตอนที่เราทำ เธอก็ไม่ได้มาดูเท่าไร เพราะมัวง่วนอยู่กับทาโกะยากิของเธอเหมือนกัน
เรากับแฟนก็ทำผัดไทยไป หน้าตาสวยงามมากแต่รสชาติไม่ค่อยโอเลยเพราะเครื่องปรุงไม่ครบ
เราว่ามันจืดไป แต่แฟนเราบอกว่าทำให้คนญี่ปุ่นกินก็จืดๆ อย่างงี้แหละ
แต่พอตอนกิน ทั้งสองสาวบอกว่าอร่อยมากๆ กินไปก็ตาโตไป บอกว่าเสียดายไม่ได้มาดูตอนเราทำ
แล้วก็ขอสูตรใหญ่เลย ถามว่าต้องไปซื้อสิ่งนี้ๆๆ ที่ไหนได้บ้าง
เราก็บอกว่า ถ้าทำที่เมืองไทยต้องใส่อันโน้นอันนี้ด้วย จะได้ครบ
เธอก็สนใจ เราก็เลยรับปากว่าจะส่งเครื่องปรุงบางอย่างไปให้

พอตอนเช้าเธอไปส่งเรากับแฟนที่สถานีรถไฟ เธอเตรียมอาหารเช้าใส่ห่อให้เรามากินบนรถไฟด้วย
เป็นทาโกะยากิจากเมื่อคืนนั่นเอง ถึงจะเย็นแล้วแต่ก็ยังอร่อย (หรือเป็นเพราะเราหิวหว่า?)
แล้วก็มีราเมงญี่ปุ่นแบบซองอีกสองสามซอง เราลองเอามาต้มกินก็อร่อยดีไปอีกแบบ เส้นเหนียวนุ่มดี

เราคิดว่า มิตรภาพไร้พรมแดนระหว่างคนไทยกับคนต่างชาติ ก็คงจะมีอาหารนี่แหละที่เป็นส่วนหนึ่งในการเชื่อมความสัมพันธ์ของเราไว้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
แต่มาคิดถึงตอนนี้ก็รู้สึกว่า ที่ต่างชาติขโมยสูตรอาหารจากเราไป
เป็นเพราะคนไทยเราใจดีและหวังดีอยากให้คนต่างชาติได้กินอาหารไทยเหมือนเราหรือเปล่า
ถ้าเจอต่างชาติดีๆ ก็ดีไป แต่ถ้าเจอต่างชาติที่ขโมยสูตรไปแล้วไปจดลิขสิทธิ์ ก็แย่เหมือนกันนะ

จากคุณ : คำตันของเธอ


แฟนฝรั่งคนอังกฤษของเราชอบทอดมันปลามากกกกก พ่อคุณยิ่งเป็นพวกไม่กินเนื้อ กินแต่ผักกับปลาเท่่านั้น เจอทอดมันปลา บอกอร่อยมากกก

พอเราทำไให้ทานอีก พอเจอกัน พ่อคุณไม่เหลือมาด ทวงของกินก่อนเลย แล้วจะรีบกลับบ้านไปกินอีกต่างหาก

จากคุณ : nina_ninja


เข้ามาโหวตค่ะ
อ่านเกือบทุกวันเลย

เราเคยมีหัวหน้าเป็นคนญี่ปุ่น แกชอบกินกุ้งเต้นมาก ไปร้านอาหาร ไก่ย่างโคราช ทีไร สั่งทุกที

จากคุณ : พระจันทร์เต็มดวงสว่างสดใส


ตลาดวายยังเอ่ย??? ขอเล่าบ้างนะคะ

ตอนเราอยู่อเมริกา ก็จัดปาร์ตี้คนไทยกันค่อนข้างบ่อย มีครั้งนึงชวนเพื่อนฝรั่งที่ทำงานที่เดียวกันมาด้วย แต่วันนั้นเราจะตั้งวงกินส้มตำกัน เลยคุยๆ กันว่า เดี๋ยวทำตำไทยไม่เผ็ดให้ตาฝรั่งนี่กินละกันนะ ส่วนของพวกเราเองก็จกตำปูปลาร้ากันตามถนัด

ระหว่างทำๆ อยู่ เพื่อนก็เปิดกระปุกปลาร้าแบบกล้าๆ กลัวๆ กลัวตาฝรั่งจะเหม็น แล้วก็ได้เรื่องจริงๆ พี่ท่านเดินมาในครัว ถามว่าใกล้เสร็จรึยัง เค้าได้กลิ่นอะไรหอมๆ O_____o' กลิ่นปลาร้าเนี่ยนะ 'หอม' ฮากลิ้งกันทั้งวง

พอถึงตอนกิน ตำไทยที่ทำไว้ให้ทานโดยเฉพาะ ก็โดนเมินแบบไม่ใยดีเลยค่ะ กินไปหน้าแดงไป แต่ก็กินไม่หยุด จนต้องจัดให้อีกจาน เพราะพี่ท่านเล่นซัดคนเดียวเกือบหมด พวกเราคนไทยแทบไม่ได้กินเลย

จากคุณ : *~Treacle Tart~*


ผมมีภารกิจที่สิงคโปร์  2 - 3 วัน เพื่อนญี่ปุ่นมารับที่สนามบิน เธอมาสอนภาษาญี่ปุ่นที่นี่สองปีแล้ว ( บอกว่ารายได้สูง )  เคยมาเมื่อ 20  ปีที่แล้ว  ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงมากมาย เริ่มจากเปลี่ยนที่ว่างเปล่าเป็นพื้นที่สีเขียวร่มรื่นมากมาย ตึกรามบ้านช่องก็เยอะ โดยเฉพาะ Entertainment   complex ก็สถานกาสิโนแหละครับ

   เธอพาผมไปพบเพื่อนหญิงชาวสิงคโปร์อีกคนซึ่งผมติดต่องานด้วย  หลังจากนั้นก็นั่งชิงช้าหมุน ( Singapore  Flyer ) ชมวิว อากาศเป็นใจ มองไกลถึงอินโดนีเซียเลย แล้วก็นั่งกระเช้าเที่ยวเซ็นโตซ่า จบลงด้วยชม Song  of  the  sea  ตามสูตร  ตอนเช้ารุ่งขึ้นเพื่อนๆ พาไปชิมอาหารที่ชาวลอดช่องภาคภูมิใจในความเป็นต้นตำรับ ก็ข้าวมันไก่ละครับ แล้วก็อะไรอีกสองสามอย่าง ค่อนข้างเลี่ยนจนต้องขอน้ำมังสาวิรัสขมๆ มากลั้วปาก    เดือนต่อมา ทั้งคู่ก็มาเยือนกรุงเทพฯ บ้าง   หลังจากชมวัดพระแก้วฯและพระบรมมหาราชวังที่ทั้งคู่ตื่นตาตื่นใจในความงดงามแล้ว ผมก็จับพวกเธอใส่รถตุ๊กตุ๊ก ที่สาวยุ่นพยายามออกเสียงกี่ครั้งก็ " ตุ๊กกุ ตุ๊กกุ  " นั่งผ่านบางลำพู มาแวะเทเวศ พาเข้าร้านข้าวมันไก่  ให้ชิมข้าวมันไก่แบบไทยๆ  สาวญี่ปุ่นซึ่งค่อนข้างสนิทกับผมทานแบบไม่ต้องเกรงใจเกลี้ยงสองจาน ขนาดยกถ้วยน้ำซุบซดเลย แถมรำพึง " โออิชี "  ส่วนสาวสิงหปุระค่อยๆละเลียดทั้งข้าวมันไก่  ไก่ทอด  และน้ำซุบ โดยเฉพาะน้ำจิ้มที่เพิ่มรสชาติยิ่งขึ้น แล้วเธอก็ยกนิ้วให้ ยอมรับว่า ข้าวมันไก่ของเราอร่อยกว่าครับ

จากคุณ : jackrapan (Jack Happy)


ไปทานที่ร้านอาหารเหนือ เจอหนุ่มญี่ปุ่น 3คน บนโต๊ะมีเบียร์ช้าง หมูทอด และที่เห็นชัดเจนเลยคือ " ลาบดิบ " พี่ท่านตักกินลาบดิบแดงๆแกล้มเบียร์ ไอ้เราเหวอซะ

เรียกน้องพนักงานมาถาม น้องเค้าบอกว่า เห็นมาทานเป็นวันที่ 4 แล้วครับ

จากคุณ : ฮังเลก้นหม้อ


ลูกค้าเราเป็นฝรั่งเศสค่ะ  ตอนที่จะตั้งไลน์การผลิตใหม่ มีเอ็นจิเนียร์ 3 คนบินมาดูการติดตั้งเครื่องจักร  3-4วันแรกงานยุ่งไม่มีเวลาพาไปทานข้าวข้างนอก พวกเขาเลยทานกันในโรงอาหารของโรงงาน

แรกๆพวกเราก็กลัวว่าเขาจะทานข้าวไม่ได้  เพราะเอ็นจิเนียร์ในทีมที่ไป transfer ที่ฝรั่งเศสบอกว่า โรงอาหารของลูกค้าที่ฝรั่งเศสเลิศมาก  ขนมก็อร่อยสุดๆ แต่ลูกค้าก็บอกว่าไม่ต้องห่วงเขาทานได้

ปลายอาทิตย์พอมีเวลา หัวหน้าเลยพาพวกเขากับทีมเราไปทานร้านอาหารข้างนอก ทานเสร็จไม่เท่าไหร่ลูกค้าก็เร่งกลับ เราก็ถามว่าเป็นห่วงงานเหรอ  เขาบอกว่าเปล่าหรอก  จะรีบกลับไปซื้อข้าวเหนียวมะม่วงในโรงอาหารเดี๋ยวจะหมด ตั้งแต่มานี้เขากินข้าวเหนียวมะม่วงทุกวันติดใจ ไม่คิดว่าข้าวกับผลไม้จะอร่อยขนาดนี้

เราบอกว่าไม่ต้องรีบกลับไปกินหรอกเดี๋ยวซื้อให้แถวนี้ก็ได้  อร่อยกว่าในโรงอาหารตั้งเยอะ ข้าวเหนียวมะม่วงในโรงอาหารพวกเราไม่กินนะเพราะมันไม่อร่อยเลย   เลยพาเขาไปหาข้าวเหนียวมะม่วงกิน สั่งกันกินคนละกล่องแล้วยังซื้ิอหิ้วกลับโรงแรมด้วย   เห็นแล้วยังคิดว่าขืนกินอย่างงี้ซักเดือนได้กลิ้งขึ้นเครื่องกลับฝรั่งเศสแน่

จากคุณ : ตีนโต


ขอเติมอีกเรื่องค่ะ
กำลังจะขึ้นเครื่องไปญี่ปุ่น ระหว่างเดินเล่นในดิวตี้ฟรีสุวรรณภูมิ เห็นหนุ่มสาวญี่ปุ่นหลายคนถือถุงคิงพาวเวอร์ข้างในมีของหน้าตาเหมือนๆกันเดินไปเดินมา แต่ละคนก็ซื้อไม่ใช่น้อยๆ บางคนหิ้วสองมือเลย ก็แอบสงสัยในใจว่าเค้าฮิตซื้อของไทยอะไรกลับบ้านกันหว่า ซักพักเข้าไปนั่งในห้องผู้โดยสารขาออก ก็มองไปเห็นกลุ่มหนุ่มยุ่นฝั่งตรงข้ามถือถุงที่ว่านี่เข้าพอดี เลยได้โอกาสเพ่งพิศดูใกล้ๆ จึงได้คำตอบว่า
ที่แท้มันคือ กูลิโกะเพรทซ์ รสลาบ อันนี้นี่เอง เอง เอง เอง

จากคุณ : cookingMink (CookingMink)


เอารูปมาลงประกอบค่า

จากคุณ : CookingMink


อ้าว รูปใหญ่ไป ลองใหม่ค่ะ

จากคุณ : CookingMink


อีกรูปนะ ยืนยันความฮอตฮิต

จากคุณ : CookingMink


โทษค่ะ รูปไม่มา

จากคุณ : CookingMink


มาซะที

จากคุณ : CookingMink


ชอบกินกูลิโกะเพรทซ์ รสลาบเหมือนกันค่ะ มีข้าวคั่วด้วย เขาเอาไปกินที่ญี่ปุ่นรสชาดมันคงพอทำให้หายอยากกินอาหารไทยได้บ้างนะคะ ขอบคุณ CookingMink นะคะ มีรูปหนุ่มๆประกอบด้วย น่ารักดีค่ะ

จากคุณ : Pianista (Pianista)


แอบเล่าบ้าง ไม่ใช่เพื่อนต่างชาติหรอกค่ะ แต่เคยดูแลเด็กๆ(15-17)หลาย 10 ประเทศมาเข้าค่ายที่ไทย
- เด็กอินเดียที่เรารับผิดชอบเค้าทานมังสวิรัต ไม่ค่อยทานอาหารไทยนอกจากพวกที่เป็นแป้งกับผัก ออกจะดูทานยากสักหน่อยเลยห่ออาหารมาเองจากอินเดีย เค้าก็อยากให้เราลองทานดู ด้วยความเต็มใจค่ะ แต่พอมาเห็นอาหารแอบอยากจะถอนตัว เพราะเป็นแผ่นแป้งแห้งๆทานกับน้ำพริก(เหมือนน้ำพริกหนุ่มภาคเหนือค่ะ แต่ไม่มีรสชาติอื่นเลยนอกจากพริก) อืมทานเข้าไปจุกที่คอเลยค่ะ แป้งนี้ถ้าให้เดาสัดส่วนคง พริกไทย70:แป้ง30 แน่เลย เราก็แอบสงสารทานอาหารยากเลยแว๊นมอเตอร์ไซต์ไปซื้อโรตีหลังมอมาให้ เอาแบบธรรมดาใส่น้ำตาลนี้แหละค่ะ กลัวเค้ากินนมข้นหวาน กินไข่ไม่ได้ ซื้อไป 6 อันสำหรับ 3 คน เกลี้ยงค่ะ เพราะมีเด็กศรีลังกา เด็กบังกลาเทศมาช่วยกิน เรียกร้องต้องออกมาซื้อให้ใหม่รีเควสคนละ 10 ชิ้นเลย เค้าบอกว่าไม่เคยกินโรตีที่ไหนอร่อยเท่าโรตีที่เมืองไทยเลย ขนาดบ้านเค้าเองโรตีก็ถือเป็นอาหารที่พบได้มากกว่าไทย มาอยู่ไทยกันเกือบ 7 วัน เราต้องแว๊นรถไปซื้อให้หนุ่มๆทุกวันเลยค่ะ

- เด็กจากกรีซบ้างค่ะ คนนี้เค้าบอกอาหารไทยไม่อร่อย นอกจากผัดไทย (อันนนี้ก็อาหารไทยนะย่ะ) และอีกอย่างที่เค้าชอบทานเลยคือผักสดๆ(จากโครงการหลวง)กับข้าวเปล่าๆ เค้าบอกว่าผักสด กรอบ หวาน(มะเขือเทศ)อร่อยมาก

- เด็กจากจีนชอบข้าวผัดค่ะ เค้าบอกชอบที่มีกุ้ง ปู ปลาหมึกเยอะๆในข้าวผัด บ้านเค้ามีแต่ข้าวเปล่าๆกัยไข่ (อันนี้ งง ค่ะ จีนเค้าผัดข้าวผัดแบบไหนกัน อันนี้ไม่มีความรู้นะค่ะ)

- เด็กบราซิล ยูเครน เค้าไม่เน้นอาหารค่ะ เค้าเน้นของใช้บางอย่างที่ตั้งใจว่าจะซื้อให้ได้ เอาไปเป็นของฝาก (เค้าบอกว่าของไทยขึ้นชื่อละ><) หรือใช้เองดิฉันก็ไม่อาจทราบได้ แต่อายมากตอนน้องๆให้บอกอาจารย์ที่ดูแลด้วยกันพาไปซื้อ (ลองทายกันดูนะค่ะ...มีหลายรส หลายแบบ หลายขนาด มีขายตามร้านขายยา และเซเว่น เหมาะสำหรับคู่รักค่ะ)

จากคุณ : ยืนงงในดงแมว


ชอบล็อคอิน คห.425 อ่ะ

จากคุณ : ตีนโต


#425
ถุงยางอนามัยรึเปล่าคะ
สาวยูเครน เราเคยรู้จักคนนึงตอนไปแลกเปลี่ยน แล้วมันจะมีกิจกรรมเรียกว่า International weekend ตามhigh school วันนั้นเราไปได้ไปให้ห้องเรียนกับสาวยูเครน มีหนุ่มไฮสคูลถามเธอว่า
วันหยุดเธอทำอะไร
เธอตอบว่า ชั้นก็ไปหาแฟนและมีเซกซ์ใต้ต้นปาล์ม OoO
ถ้าเค้าหาซื้ออันนี้ เราก็ไม่แปลกใจเลยค่ะ
ขออภัยที่นอกเรื่อง แหะๆ

จากคุณ : วันนี้วันอะไร


กูลิโกะ รสลาบ นี่อร่อยหรือคะ - - สำหรับบ้านเขาอ่ะ

แต่เราก็ว่า ขนมก็อบแก็บ จุบจิบ ในเมืองไทย นี่รสชาติหลากหลายสุดๆเเล้ว
เอาอาหารคาวมาทำเป็นขนมได้

แพคเกจเราสู้ญี่ปุ่นไม่ได้ แต่รสชาติของกินนี่ กินขาด หลากหลาย คนไทยช่างกินจริงๆ ฮิๆ

อ่านในนี้เราก็ สงสัย เห้นเล่าว่า แมคไทยอร่อยกว่าต้นตำหรับ แล้วพวก kfc  พิซซ่ารสไทยกิน ที่(คนไทยบอกว่าไม่ใช่พิซซ่า) อร่อยไหมสำหรับเขา

เราเคยสงสัย พวกฝรั่งเนี่ยมากินจั๊งฟู้ดบ้านเรา แล้วไม่รู้สึกว่า โอ้ นี่มันไม่ใช่อะไรแบบนี้บ้างหรือไงนะ แต่บ้านเราชิ้นเล็กกว่าบ้านเขามากเลย

จากคุณ : พี่น้องที่เคารพ


ข้าวผัดของจีนรสชาติธรรมดาค่ะ  เครื่องเคราไม่เยอะแบบของไทย  มีแค่ข้าว หอมซอย แครอทซอย  ไข่  โรยอะไรนิดหน่อย  ซีอิ๊ว  เกลือ ประมาณนี้ค่ะ  แต่คิดว่าไทยได้รับข้าวผัดมาจากจีนก็เอามาดัดแปลงตามแบบไทย   อร่อยกว่าต้นตำรับเยอะ

จากคุณ : เจซอง


เคยไปเห็นในพารากอนอ่ะ

ญี่ปุ่นรุมซื้อกูลิโกะกับเพรซ ยังแปลกใจเลยว่าทำไม

จากคุณ : styx


ที่ รร.ลูกมีครูชาวอังกฤษหนุ่มหล่อ เลยไปเชิญมาสอนภาษาอังกฤษที่บ้านตอนเย็นหลังเลิกเรียนอยู่หลายปีจนเขากลับไปอังกฤษค่ะ เขามาสอนเราก็เตรียมโยเกิร์ตรสสตอร์เบอรรี่ให้ทุกวันจะได้ไม่หิวข้าว กับกล้วยน้ำว้าค่ะ บางทีกล้วยหอม   ระหว่างที่เขาให้เด็กทำแบบฝึกหัดก็กินรองท้องไปก่อน   เขาก็คุยกับเด็กว่าเขาชอบกินข้าวผัดกะเพรามาก ชอบกินเผ็ดๆ ชอบอาหารทะเล และเด็กก็เจอเขาที่ร้านข้าวมันไก่หน้า รร.ทุกวัน เขาชอบกินอาหารไทย หัดทำกินเองด้วย ตอนหลังก็มีแฟนเป็นสาวไทยนิสัยดีหน้าที่การงานดี  แฟนก็พากันไปกินอาหารไทยที่ต่างๆ ความสุขของเขาคือวันหยุดก็พากันไปเที่ยว พัก และกินอาหารทะเล อาหารไทยดีๆค่ะ เขาพักแบบไม่แพงแต่เน้นอาหารดีๆเป็นหลัก

จากคุณ : Pianista (Pianista)


อ้อ แล้วก็แถมนมให้ด้วยค่ะ  ขอโฆษณานมโคสดแท้ของไทยหน่อยนะคะ บ้านเราไม่ซื้อยี่ห้ออื่น เราซื้อนมสดหนองโพรสชอคโกแล็ต มาไว้ แต่สังเกตดูเขาชอบกินนมกาแฟของหนองโพ บางทีก็ไทยเดนมาร์ค แล้วแต่เราจะให้ค่ะ แต่เห็นครูฝรั่งที่มาสอนก็ชอบกินนมทุกคน เราเตรียมไว้ให้เขาก็ดีใจ  บ้านเราไม่เลี้ยงกาแฟค่ะไม่ชอบให้กินกาแฟ แล้วนมสดหนองโพ หรือไทยเดนมาร์ค รสกาแฟ  ก็คล้ายอยู่แล้ว มีประโยชน์กว่าเยอะด้วยเขาก็ชอบใจดี เพราะถ้าเขาไม่ชอบเขาจะปฏิเสธแบบสุภาพเลย ก็ดีเราจะได้จัดให้ถูก  กับผลไม้ไทย ถ้าวันไหนมีผลไม้ ก็พวกชมพู่ ฝรั่ง ขนุน แตงโม สับปะรด แบบพื้นๆซื้อตลาดนัดนี่เอง ก็จัดให้แกก็กินหมดทุกครั้งเลย เป็นแบบนี้ทุกคนค่ะ

จากคุณ : Pianista (Pianista)


กระเป๋าเดินทางเพื่อนญี่ปุ่นเราเองค่ะ....พึ่งกลับไปวันนี้ :)

จากคุณ : eltshan


ขอเล่ามั่งค่ะ ย้อนกลับไปสมัยที่ยังอยู่แอลเอ ทำงานร้านอาหาร ร้านนั้นทำตั้งแต่ร้านเปิดจนร้านเจ๊ง แล้วก็ปิดไปในที่สุด ได้เงินไม่ค่อยเยอะหรอกแต่อาศัยเจ้าของร้านใจดีและทำกับข้าวอร่อยมาก อาศัยไปกินฟรี ได้ตังค์นิดๆหน่อยๆค่าขนม ที่จะเล่าเกี่ยวกับลูกค้าอเมริกันสามีภรรยา ตอนนั้นยังไม่จัดว่าเป็นลูกค้าประจำมากแต่ก็มากินเรื่อยๆ เดือนละสองสามครั้ง วันหนึ่งแกก็ถามว่า เนี่ยกินมาครบทุกอย่างในเมนูละ มีอะไรที่ไม่มีในเมนูที่อร่อยๆบ้างเค้าอยากจะลอง เราเลยแนะนำเลยว่าส้มตำปูปลาร้า เจ้าของร้านทำอร่อยมาก เรามาทำงานทีไรให้เค้าทำให้กินทุกทีเลย อธิบายว่าปลาร้าคืออะไร จำไม่ได้แล้วว่าอธิบายว่ายังไง แต่คิดว่าเค้าคงไม่เข้าใจเพราะทำหน้างง งง 555 ภรรยาไม่กล้ากิน แต่สามีสั่งบอกว่าเอารสชาติแบบที่ยูกินเลยนะ เลยเข้าไปสั่ง ปรากฎว่าวันนั้นกินกันสามจาน ตำปูปลาร้า หลังจากนั้นก็กลายเป็นลูกค้าประจำไปเลย แถมไม่พอพาลูกชายมากินด้วย ร้านนี้เราเข้าๆออกๆ ช่วงไหนเรียนหนักๆจะไม่ทำ ช่วงไหนว่างๆจะมาขอกลับมาทำเจ้าของร้านก็แสนจะใจดี แต่กลับมาทีไรก็จะเจอครอบครัวนี้ตลอดกลายเป็นลูกค้าประจำมากินอาทิตย์ละไม่ต่ำกว่าสามครั้งทุกครั้งก็จะมีตำปูปลาร้านี่แหละ สั่งกันคนละจาน แยก ไม่กินด้วยกันเหมือนกินก๋วยเตี๋ยวเลย

คนเป็นพ่อเหมือนจะมีเซนส์ว่าร้านมันใกล้จะเจ๊งละ เลยถามเราว่าภาษาไทยนี่พูดว่ายังไงถ้าจะไปสั่งแบบนี้ร้านอื่น เราเลยจดให้เลยภาษาคาราโอเกะ som tum pu pla ra sai pla ra yer yer แต่ว่าก็ต้องทำใจนะเพราะบางร้านสั่งไปมันก็ทำไม่อร่อย แต่ก็สั่งก็พูดแบบนี้แหละ ประมาณหนึ่งเดือนมั้งที่ราต้องสอนออกสำเนียงไทย พูดชัดกันมากกกกทั้งสามคนพ่อแม่ลูกเลย เวลาสั่งอย่างอื่นจะพูดภาษาอังกฤษหมดยกเว้นตำปูปลาร้าจะสั่งภาษาไทยที่ชัดเจนมาก เพราะว่าได้ครูดี 555 และแล้วร้านก็เจ๊งปิดไปปลายปี 2008

เราก็ทำร้านอื่นต่อไปและก็ลืมสามคนพ่อแม่ลูกไปเลย จนกระทั่งวันหนึ่งไปซื้อของที่ไทยแลนด์พลาซ่าที่ฮอลีวู้ด มีคนมาทัก Hi แล้วยิ้มหน้าตาแบบว่าดีใจที่สุดในสามโลกที่เจอเรา เราก็ดีใจที่เจอพวกเค้า ก็จะใครที่ไหนอีกฝรั่งสองคนผัวเมียนั่นแหละ เค้าบอกว่ามาหาซื้อปลาร้า กำลังหาอยู่เลยแต่ไม่รู้อันไหนอร่อยเพราะมันมีหลายแบบ เค้าไปสั่งที่ร้านหลายร้านมากสำเนียงชัดเปรี๊ยะแบบที่เราสอนแหละแต่มันไม่อร่อย เลยไปหาสูตรมาจากอินเทอร์เนตแล้วพยายามทำตำปูปลาร้าเองก็ไม่อร่อยอีก เลยคิดว่าน่าจะเป็นที่ปลาร้าเลยมาหาอีกรอบวันนี้ (ความพยายามในการกินส้มตำเป็นเลิศมาก คล้ายเราเลย) เราก็แนะนำยี่ห้อของพันท้ายไปเพราะอร่อยสุดละสำหรับเรานะ หลังจากนั้นก็พาเค้าไปกินส้มตำร้านโปรดของเราอีกร้านในฮอลีวูด ไม่รู้ว่ายังอยู่รึเปล่านะคะร้านนั้นชื่อร้าน Red Corner ทำตำปูปลาร้าใส่น้ำปูอร่อยมาก เราก็สั่งปูปลาร้าใส่น้ำปูของเรา แล้วสั่งปูปลาร้าให้ฝรั่งสองคนนั่น ปรากฎว่ามาติดใจตำปูปลาร้าใส่น้ำปูของเราซะงั้น กินกันไปสามจานส้มตำล้วนๆ กินเสร็จ ต้องพาฝรั่งสองคนนั่นกลับไปไทยแลนด์พลาซ่าอีกเพื่อไปหาซื้อน้ำปู แล้วเค้าก็ขอเบอร์เราไปบอกว่าเผื่อมีเรื่องข้องใจเกี่ยวกับส้มตำจะได้โทรมาถาม เราบอกว่าโทรมาได้ตลอดไม่มีปัญหา

ใกล้จบแล้วค่ะ ขอโทษทียาวไปหน่อย

อาทิตย์ต่อมา วันเสาร์สักสิบโมงเช้า กำลังแฮงค์ได้ที่เลยเพราะคืนวันศุกร์มีปาร์ตี้กะว่าจะนอนตื่นสักสี่โมงเย็น มีเสียงโทรศัพท์ดังขี้น งัวเงียรับโทรศัพท์ได้ความว่า เมื่ออาทิตย์ที่แล้วพ่อกับแม่เจอเธอแล้วเล่าว่าเธอพาไปกินส้มตำอร่อยมาก เธอว่างรึเปล่าวันนี้พาไปกินหน่อยได้มั้ย พรุ่งนี้ก็ได้ แค่ครั้งแรกครั้งเดียวครั้งต่อๆไปเค้าจะไปกินเอง นะ นะ นะ อยากกินมาก พ่อกับแม่ไม่อยู่ไป vacation (ประไหนสักที่จำไม่ได้แล้ว) กว่าจะกลับมาก็อีกตั้งนานรอไม่ไหวไม่ได้กินส้มตำปูปลาร้านานมาก และเย็นวันนั้นเราก็ได้ไปเดทกับหนุ่มน้อยสุดหล่อพาไปกินส้มตำปูปลาร้า

ไม่ได้อยู่อเมริกาสามปีแล้ว คิดถึงจัง คิดถึงสามคนพ่อแม่ลูกนี้ด้วย ป่านนี้ไม่รู้จะตกระกำลำบากที่ไหน จะได้กินส้มตำปูปลาร้าอร่อยๆบ้างรึเปล่าหนอ

จากคุณ : fireweed


คุณ fireweed เป็นเรื่องน่าประทับใจมากค่ะ อ่านแล้วชอบทุกๆคนเลย ทั้งคุณ และครอบครัวฝรั่งนี้ และเจ้าของร้านใจดีด้วยค่ะ  แล้วไม่ได้ถามเจ้าของร้านว่าเขาซื้อปลาร้าจากไหนเหรอคะ  น่าเสียดายที่ร้านปิดไปนะคะ

จากคุณ : Pianista (Pianista)


คุณ 435 ดิฉันล่ะอ่านไปหัวเราะไป คุณเล่าเรื่องสนุกจังเลยค่ะ 555

จากคุณ : Bounty


ขอนอกเรื่องนิดนึง ตอบคุณ คห.428 นะคะ  ขนมที่ญี่ปุ่นรสชาติค่อนข้างจำกัด ถ้าของหวานก็หวานไปเลย ของเค็มก็เค็มอย่างเดียว ไม่มีรสชาติครบถ้วนเปรี้ยวหวานเค็มเผ็ดในกล่องเดียวแบบบ้านเราค่ะ อาศัยทำกล่องแพคเกจจิ้งให้ดึงดูดน่าซื้อไว้ก่อน แต่ก็อร่อยในแบบของเค้านะ รสออกธรรมชาติเน้นวัตถุดิบดีๆ อย่างพวกปลาหมึกแห้งเส้นของเค้าเนื้อเหนียวนุ่มมากเคี้ยวสบายเหงือก แต่รสชาติเต่าทอง สควิดดี้บ้านเรามันส์ถึงใจกว่า (อยากจับเอามารวมกันจังเลย คงจะกลายเป็นหมึกแห้งแสนอร่อยในฝันเลยละ)
และเดี๋ยวนี้คนญี่ปุ่นนิยมกินของเผ็ดกันเยอะ กินเก่งด้วยถึงจะกินไปร้องไห้ไปก็เถอะ

จากคุณ : CookingMink


คุณ fireweed  ชอบเรื่องนี้จังเลยค่ะ
ตอนนั้นลูกชายเค้าอายุประมาณเท่าไหร่คะ

จากคุณ : pha-sea-pha


418 จะมาบอกพอดีว่า
พวก พนักงานญี่ปุ่นที่ บ. มาไทยแต่ละที

ต้องซื้อของไปฝากคนที่บ้าน พวก
มาม่าต้มยำกุ้ง กูลิโกะรสลาบ (สองอันนี้ขาดไม่ได้เลย)
แล้วก็กินเบียร์สิงห์ (เค้าเรียกสิงหา)

เวลาไปเลี้ยง เผ็ดแค่ไหนก็กิน

จากคุณ : SAKUBOSS


ตอบคำถามคุณ Pianista ค่ะว่าเจ้าของร้านเป็นคนหนองคายทำปลาร้าเองค่ะ เคยขอสูตรมาทำด้วยแหละ ลองอยู่สองรอบหมดปลาไปหลายกิโล แต่คิดว่าตัวเองคงไม่มีความสามารถด้านนี้จริงๆค่ะ คือว่าที่ทำเองมันเหม็นมาก มากขนาดคนที่ชอบกลิ่นเย้ายวนของปลาร้าแบบเรายังทนไม่ได้เลยอ่ะค่ะ

คุณ pha-sea-pha จากการเดทส้มตำเย็นวันนั้นทราบมาว่าน้องเรียนมหาวิทยาลัยปีสามค่ะน่าจะสักประมาณ 20-22 ส่วนเรา........ น้องน่ารักมากค่ะ รูปหล่อ นิสัยดี ตอนนั้นก็คิดแว๊บๆๆมาในสมองนะคะว่าถ้าน้องแก่กว่านี้สักห้าปี หรือพี่เด็กกว่านี้ลงสักห้าปีก็น่าจะดี น้องไม่น่าจะจีบยาก แค่เอาส้มตำปูปลาร้ามาล่อก็น่าจะเอาอยู่ 555

จากคุณ : fireweed


กลับมาใหม่กระทู้ยังไม่ตายเลยขอแชร์อีกแล้วกัน

เมื่อเร็วๆนี้ผมได้มีโอกาสรับรองแขกชาวญี่ปุ่น โดยแขกท่านนี้เป็นมังสาวิรัตที่ไม่ทานถั่ว(ท่านนับถือเซ็นครับ) เรื่องมันจึงยากเพราะผมไม่สามารถหาร้านระดับดีๆที่สามารถรับรองแขกท่านนี้ได้พร้อมกับคุยงานไปด้วย เลยตัดสินใจคุยงานที่บริษัท แล้วไปทานอาหารบุพเฟ่มังสาวิรัตแถวงามวงวานแทน

ตอนแรกพอแขกท่านนี้รู้ว่าเป็นร้านมังสาวิรัติแบบบุพเฟ่ท่านก็ค่อนข้างเกร็งๆ เพราะภาพลักษณ์ของอาหารไทยกับมังสาวิรัตแบบที่ท่านกินไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่ เนื่องจากมังสาวิรัตสายเซ็นนั้นไม่ทานถั่ว หรือโปรตีนเลย แถมอาหารจะออกจืดๆ ตรงข้ามกับอาหารไทยอย่างชัดเจน

แต่พอเข้าร้านไปแล้วท่าค่อนข้างตกใจมาก เพราะมีอาหารหลายชนิด รสชาติหลากหลาย คงเอกลักษณ์ความเป็นไทยไว้ได้ แถมไม่ผิดหลักการทางศาสนาด้วย เลยทานอย่างอิ่มหนำ ขนาดล่ามที่ไปด้วยยังบอกเลยว่าถ้าบ้านอยู่ใกล้กว่านี้คงเป็นมังสาวิรัตไปแล้ว
ึครั้นพอถามถึงตอนที่แขกท่านนี้อยู่ญี่ปุ่นว่าหาอาหารมังสาวิรัตทานยากไหม(เพราะผมไปญี่ปุ่นหลายเที่ยวก็ไม่เคยเห็น) ท่านก็บอกเต็มปากเต็มคำเลยว่า หาทานยากมาก จึงต้องทำอาหารทานเองประจำ รสชาติก็จืดๆเค็มๆ เคยไปทานของอินเดียก็มีแต่ถั่ว อันที่ไม่มีก็ออกมันๆเลี่ยนๆ ไม่ครบรสเหมือนที่นี่ แถมเจ้าของร้านยังใจดีทำอาหารพิเศษ ยำส้มโอแบบไม่มีถั่ว มาให้ลองทาน ทำเอาผมทั้งโล่งใจและประทับใจไปเลยเพราะแขกท่านนี้ชอบส้มโอมาก

สุดท้ายแขกท่านนี้ก็กลับญี่ปุ่นไปพร้อมกับประสบการณ์ความอร่อยแบบมังสาวิรัตรสจัดสไตล์ไทยๆ(ส่วนเจ้านายผมก้สบายกระเป๋า เพราะต่อหัวไม่ถึง200ร้อยถูกมากครับ)

จากเรื่องนี้ทำให้ผมรู้2อย่าง
1-ประเทศไทยมีความหลายหลายทางอาหารสูงมาก
2-การบริการไทยไม่แพ้ชาติไดในโลก ก็ขนาดอาหารบุพเฟ่ที่ไม่จำเป็นต้องสนใจแขก เจ้าของร้านยังลงมาดูแลเองเลย เรียกว่าประทับใจทั้งรสชาติและการบริการทีเดียว

จากคุณ : first001@hotmail.com


เข้าๆ ออกๆ หลายรอบละกระทู้นี้  เข้ามาอ่านทีไร กลับออกไปพร้อมน้ำย่อยออกมาทำงานก่อนเวลาทู๊กกกที ฮ่า ฮ่า...

ไม่มีเรื่องอะไรมาเล่าให้ฟัง เพราะไม่มีเพื่อนตปท. แต่บังเอิญอยู่ในกลุ่มคนที่เป็นแฟนคลับศลป.เกาหลี  เลยมีเรื่องมาแชร์นิดๆ

ศลป.เกาหลี ส่วนมากเกือบ 100% มาเมืองไทย ต้องสั่งน้ำแตงโมปั่นค่ะ อร่อยมากชอบกันมาก(ศลป.เกาหลีส่วนมากที่เราติดตามจะเป็นกลุ่มศลป.ชายนะคะ แหะ แหะ แหะ)  

โดยเฉพาะหนุ่มๆ วง 2PM ที่มีคนไทยคือน้องนิชคุณ อยู่ในนั้นด้วย มาเมืองไทยเนี่ย น้องคุณพาโจ้อาหารไทยสะใจไปเลยค่ะ (เห็นแต่ละคนทานอาหารไทยเก่งมาก คิดว่าน้องคุณนี่แหละน่าจะแนะนำอาหารไทยให้นอกรอบ)

ในวง 2PM เช่นกัน เมมเบอร์ที่ชื่อแทคยอน(ถ้าจำไม่ผิด) เค้าอยู่ในช่วงลดน้ำหนักอยู่ก่อนการมาเมืองไทยครั้งก่อน  แต่เค้าก็ทวิตบอกกับแฟนๆเค้าว่า เค้าจะหยุดลดน้ำหนัก(ชั่วคราว) ทำไมน่ะเหรอ? ก็เพราะเค้ากำลังจะมาเมืองไทยน่ะสิ มีอาหารอร่อยๆ เพียบเลย (ประมาณนั้นเลยนะ ^^)

ฮ่า ฮ่า แม้แต่หนุ่มๆที่ต้องพยายามดูและรูปร่างหน้าตาเพราะมันเป็นส่วนหนึงของอาชีพของเค้าก็ยังพ่ายแพ้ให้แก่รสชาดความอร่อยของอาหารไทย  อาหารไทยนี่สุดยอดจริงๆ


จริงๆ เราไม่ได้ชอบศลป.เกาหลีทั่วไปหรอกค่ะ เป็นแฟนคลับอยุ่แค่วงเดียว และไม่ใช่ 2PM ด้วย แต่ว่า เราชอบตามทวิตกับอ่านสัมภาษณ์หรือดูสัมภาษณ์ศลป.ที่มาเมืองไทยเกี่ยวกับเรื่องเมืองไทย เลยได้ทราบข้อมูลพวกนี้ รวมทั้งจากเพื่อนบางคนที่เค้าเป็นแฟนคลับด้วยนะ่ค่ะ

เคยดูตอนที่รายการ(จำไม่ได้ว่ารายการอะไร)เค้าสัมภาษณ์ ที่ไทยนี่แหละค่ะ เค้าก็เอาอาหารไทยมาให้หนุ่มๆ 2PM ทีละอย่าง คือของโปรดของแต่ละคน มาถึงนี่ ก็คว้าน้ำแตงโมปั่น มาซู๊ดดดกันออกกล้องไม่แคร์สื่อเลย

มิหนำซ้ำ พออาหารต่างๆทะยอยมา พวกหนุ่มๆก็เรื่ม หยิบนั่นนี่โน่นเข้าปากกันไปเรื่อยๆ แล้วเห็นท่าทางเค้าทานเนี่ย ตุ้ยๆเลยค่ะ บอกให้รู้เลยว่าชอบจริงๆ ไม่ได้แกล้งออกกล้อง

ที่เราเห็นแล้วเราขำมากเลยก็คือ ตอนที่พิธีกรหยิบสิ่งนี้มา เค้าบอกว่าหนุ่มๆชอบกันมากทั้งวง...แท่นแท๊นนน เราก็มองว่าอะไรมันคือหนวดเต่าเขากระต่ายหรืออย่างไร   ที่ไหนได้ มันคือ "โรตีสายไหม" นั่นเองค่ะคุณๆคะ

เราเห็นภาพนั้นเราหัวเราะเลยเพราะว่าพอเห็นโรตีสายไหมกันเท่านั้นแหละ หนุ่มๆวงนี้ก็แทบกระโจนเข้าไปหาถุงเลยค่ะ  ตอนนั้น จำไม่ได้แล้วว่าใคร แต่ไม่ใช่น้องคุณซึ่งเป็นคนไทยนะคะ แต่เป็นเมมเบอร์ของวงนั่นแหละค่ะ เข้ามาเปิดถุงทันที

เธอควักแผ่นแป้งออกมา จัดสายไหม ห่อม้วนอย่างคล่องแคล่ว ม้วนหมับๆ แล้วก็เอาเข้าปากเคี้ยว หน้าตามีความสุขมาก เพื่อนๆก็พยายามยื่นมือมาจะทำกันบ้าง เธอก็ทำหน้าที่ม้วนๆ แล้วส่งต่อกระจายความสุขให้เพื่อนๆกันทั่วถ้วนเลย

ที่เราขำเพราะ ระหว่างภาพเหตุการณ์นี้ พวกเมมเบอร์ที่เป็นคนเกาหลีทั้งหมด ไม่พูดไม่จา ไม่สนใจพิธีกรค่ะ  คนที่รับหน้าที่คุยๆ ให้สัมภาษณ์ก็เหลือน้องคุณคนเดียว  ส่วนคนอื่นๆ...อาหารเต็มปากค่ะ   น่ารักมาก เห็นภาพแล้วปลื้มมาก อาหารไทย สุดยอดด!!!

====================================  

ส่วนของคนอื่นเท่าที่ทราบนะคะ ก็มี ทงบังชินกิ(JYJ) ค่ะ

คิมแจจุง = คนนี้บอก เครื่องดื่มของไทยอร่อยมากกกก  อ๊ะ อ๊ะ นึกว่าน้ำแตงโมปั่นใช่ไม๊คะ??....อันนั้นมันพื้นๆไปแล้วค่ะ เพราะสิ่งที่รีเควสก่อนมาถึงเมืองไทยนี่หงายเงิบ เลยค่ะ....มันคือ...M 150 (เหมือนจะไปดื่มของทีมงานคอนเสิร์ตคนไทยมั้งคะ แล้วติดใจ)  เคยดื่มจนนอนไม่หลับมาแล้ว เพราะอ่านภาษาไทยไม่ออกตรง ห้ามดื่มเกินวันละ 2 ขวดนี่แหละค่ะ ฮ่า ฮ่า... ซัดไป M 300 หรือ M 450 ก็ไม่รู้ นอนไม่หลับเลย

คิมจุนซู= คนนี้แฟนคลับจะรู้กันเลยค่ะ  ว่าขนมที่โปรดปรานเลยก็คือ เบนโตะ นั่นเอง  เราลองไปซื้อมาชิมดูเหมือนกัน (คนไทยแท้ๆ ยังไม่เคยลองเลย) ปรากฏว่า มันเผ็ดซะลิ้นเราชาเลย รสชาดเข้มข้น เพราะจริงๆเค้าค่อยๆ ฉีกทาน แต่เราจับปลาหมึกทั้งตัวม้วนๆ แล้วเคี้ยวรวดเดียว 55  อ้อ ลืมบอกไป เบนโตะคือปลาหมึกแผ่นปรุงรสนะคะ

ส่วนอีกคนนึงก็คือ ปาร์คยูชอน = คนนี้มาเมืองไทยก่อนโน้น ทีมงานพาไปทานก๋วยเตี๋ยวค่ะ ตอนแรกนึกว่าทีมงานจัดให้ ที่ไหนได้ เจ้าตัวบอกอยากทานก๋วยเตี๋ยวค่ะ (คงเพราะคุณแม่ชอบมาตีกอล์ฟที่เมืองไทย แล้วคงกลับไปบอกมั้งคะว่าอะไรอร่อย ลูกเลยมาลอง)

ยูชอนสั่งก๋วยเตี๋ยวรวดเดียว 2 ชามเลยค่ะ คือพอเห็นชามก๋วยเตี๋ยวมาแล้ว ก็บ่นคนไทยทำไมทานน้อยจัง คือปกติเค้าอยู่ที่ญี่ปุ่นเป็นส่วนมาก คงเห็นแต่ราเมงชามโตๆ (แต่มีหมูแผ่นบางๆฝานเอาไว้ปิดบะหมี่มั้งคะ)  

ในวันเดียวกันนั้น เมมเบอร์อีกคนคือจุนซู(ผู้ชื่นชอบปลาหมึกเบนโตะ) จัดการกับอาหารทานเล่นที่สั่งมาด้วย นั่นคือ ปอเปี๊ยะกรอบน้ำจิ้มเข้มข้นแบบไทยๆ  แล้วก็ถามว่า เค้าจะสั่งอันนี้เพิ่มได้ไม๊ ฮ่าฮ่า เกรงใจคนเลี้ยงหรือเปล่าไม่รู้ แต่อดใจไม่ไหว ขอสั่งเพิ่ม   (โดยปกติเราเองก็ชอบปอเปี๊ยะกรอบมาก  ทานได้เรื่อยๆ เป็นสิบๆชิ้นก็ไม่มียั่น เลยเข้าใจเลยว่าจุนซูคงทานแล้วติดลม อร่อยน้ำจิ้มเริ่ดด^^ )

ส่วนคิมแจจุง(อีกครั้ง) =อาหารไทยที่เค้าสั่งมาทานเกือบทุกวันที่อยู่เมืองไทย ก็เป็น ข้าวผัดกระเพราะไข่ดาว กับต้มจืดวุ้นเส้นค่ะ ^^

===================

จากคุณ : rainyjerry


ช่วยเอาคลิปมาประกอบเรื่องเล่าของคุณ rainyjerry นะคะ เพื่อจะได้เห็นภาพกันชัด ๆ ว่าอาหารไทยประสิทธิภาพรุนแรงมาก ทำให้ไอดอลลืมรักษาภาพลักษณ์ไปได้ชั่วขณะ โดยเฉพาะหนุ่ม ๆ วง 2PM 555+

จุนโฮเป็นสมาชิกที่ชอบทานอาหารไทยมากที่สุดค่ะ น้องตามนิชคุณไปทานอาหารไทยที่ร้านด้วยบ่อย ๆ

จานโปรดหลัก ๆ นี่ ข้าวผัดหมู+น้ำปลาพริก (ขาดไม่ได้) ผัดไทย น้ำแตงโมปั่น โรตีสายไหม ล่าสุดนี่ติดใจผัดกระเพราหมูค่ะ สงสัยเพิ่งจะได้ลองชิม =]

จากคุณ : KikKarPoo GaL !


ขอบคุณสำหรับคลิปประกอบค่ะคุณ KikKarPoo GaL (กีบหมดเพราะทู้นี้ไปแล้ว ไม่มีขอบคุณเลย แฮ่ แฮ่ >///< ) ขยันหาอ่ะ....แต่คลิปนี้น่าจะชืื่อว่า  Uncontrol for Thai Foods นะคะ ถ้าเป็น Foods บ้านอื่นเมืองอื่นคงไม่ออกอาการขนาดนี้หรอกนะคะ คิดว่า ฮ่า ฮ่า ^0^

จากคุณ : rainyjerry


สองเดือนครึ่งผ่านไป  นักเรียน ELICOS สอบเสร็จ ปิดเทอมแล้ว Sue  Woods  บอกว่าวันอาทิตย์ อาจารย์ใหญ่โรงเรียน Busselton จะมารับพวกเราไปร่วมกิจากรรมเมืองนี้ห้าวันโดยได้จัดครอบครัวอุปถัมภ์ไว้ให้แล้ว Busselton อยู่ไกลจาก  Perth , Western  Australia  ราวๆสองชั่วโมงรถวิ่ง  เป็นเมืองเล็กๆในชนบท แต่เนื้อที่กว้างใหญ่ไพศาลเป็นฟาร์มวัว วัวนม และแกะ ครอบครัวที่ผมสามคนไปอยู่เป็นบ้านหลังใหญ่ในเมืองและมีฟาร์มสุดลูกหูลูกตาอยู่ชายเขา Dad เป็นชายที่ยิ้ม อารมณ์ดีเสมอแม้เวลาโดน Mom บ่นโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า ลูกสาว Colleen สวยครับเรียนมอหกแล้ว เวลาอายแก้มแดงแจ้ดเลย ที่นี่พวกเราได้เรียนรู้สังคมชนบท อบอุ่นและสนุกสนานไปอีกแบบ

    ภารกิจของสามเราที่ต้องร่วมกิจกรรมในโรงเรียน Busselton คือ เผยแพร่อาหารไทย และโชว์ศิลปะแม่ไม้มวยไทย  ก็เริ่มจากการหุงข้าว ฝีมือน้องหมวยรับประกันได้ พวก Aussies ชิดซ้ายเพราะเค้าหุงข้าวกันดิบๆสุกๆกุบกับงัยไม่รู้   พวกเราทำต้มยำกุ้งหม้อใหญ่  ไข่กะน่องไก่พะโล้  หมูผัดพริก และไข่เจียวหอมฉุย โดย Bob กะ Colleen เป็นผู้ช่วยชั้นดี   Dad เป็นพลขับนำคณะเราและอาหารไปตั้งตามจุดที่กำหนด  รูปแบบข้าวราดแกงประมาณนั้นโดยมีสาว Colleen เป็นประชาสัมพันธ์เชียร์แขกทั้งนักเรียน ครูและผู้ปกครอง ทานฟรีครับ งบต่างๆ  PTA จ่าย เพียงครึ่งชั่วโมงซุ้มอาหารไทยก็ต้องยุติ ทุกอย่างเกลี้ยงเลยครับ

    ช่วงบ่ายๆ บนเวที เป็นโชว์ Thai boxing ของ Bob กะผมโดยมีหมวยเป็นกรรมการและ Colleen เป็นคนพากย์ ลีลาท่าทางต่างๆ อาศัยดูโชว์มาเยอะ ก็ลักพักจำมาทั้งนั้น  ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีไม่มีใครผิดคิว วันรุ่งขึ้นพวกเราก็หายเหนื่อยเพราะหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นลงข่าวชื่นชมเราทั้งอาหารไทยและมวยไทย  โดยเฉพาะผมเป็นผู้ที่ทำให้คนที่ Busselton ทั้งชายและหญิงสามารถเตะแบบไทยเป็นครับ

จากคุณ : Jackrapan (Jack Happy)


อ่านของเพื่อนๆ แยะไปหมดอยากแชร์เรื่องที่พบบ้าง คนใกล้ตัวนี่เอง เค้ามาเมืองไทยครั้งแรก เราสั่งปลากะพงทอดน้ำปลา ต้มยำกุ้งน้ำข้น ผัดผักรวม ด้วยความที่ปลาสดมาก เค้าก็ทานได้อร่อยมาก เค้าและเพื่อนยังบอกว่าถ้าพรุ่งนี้อยากกินอย่างนี้อีกต้องสั่งยังไง เราเลยจดใส่กระดาษเป็นภาษาไทยให้ พอวันต่อมาเค้าก็สั่งอาหารโดยยื่นกระดาษที่เราเขียนให้พนักงานเสิร์พ ก็ทานอาหารอย่างมีความสุขกันไป

หลังจากหมั้นกันแล้วเราไปเที่ยวเยอรมันก็ทำอาหารไทยให้กินหลายอย่างมาก ยำเนื้อ ยอดคะน้าราดน้ำมันหอย ก๋วยเตี๋ยวเนื้อแบบแห้งและน้ำ ทอดมันปลากราย ต้มจืดแตงกวายัดไส้ กะหล่ำปลียัดไส้ ต้มจืดหัวไชท้าว ปอเปี๊ยสดสูตรคุณ Close to heaven ฯลฯ แฟนยังบอกอีกว่า กินอาหารไทยทุกวันดี ไม่อ้วนด้วย พูดถึงทอดมันปลากราย เราทำเป็นเมนูเปิดตัวไปสวัสดีพ่อกับแม่แฟน บอกแฟนว่า “Today I will cook fish pancake.” แฟนก็ยิ้มๆ ตอนหลังมาบอกว่าพอยูบอกจะทำอันนี้เค้านึกถึงแพนเค้กแล้วใส่เนื้อปลา ไม่น่าจะเข้ากัน แต่พอเริ่มทอดมีกลิ่นหอมของทอดมัน เค้ามาชิมบอกอร่อยมาก เราเอาไปให้ครอบครัวแฟนทาน ชอบกันทั้งบ้าน


ก่อนกลับไทยก็สอนแม่แฟนและน้องสาวให้ทำทอดมันปลากรายกับปอเปี๊ยสดเพราะไม่ยากเท่าไร น้องสาวแฟนทำ และให้แฟนเค้าชิม แฟนเค้าก็ชอบทั้งทอดมันและปอเปี๊ยเลย เหมือนเป็นลูกโซ่เลย
สรุปเมนูที่แฟนชอบ ต้มจืดหัวไชท้าว ยำเนื้อ วันไหนสองอย่างนี้กินข้าวเยอะเลย 

จากคุณ : Aurora@pantip


เข้ามาอ่านกระทู้นี้กว่า 1 อาทิตย์พึ่งจะจบครับ อมยิ้มตลอดเลย ^^
(แวะเวียนมาแอบส่องจากห้องก้นครัวบ่อยๆพึ่งเคยโพสครับ)

จากคุณ : แว่นเขียว_รองเท้าม่วง_ชอบมันบด


กระทู้ข้ามปี ^^

มีครอบครัวอังกฤษพ่อแม่กับลูกสาว เก็บตังค์ไว้ทุกปีมาวะเคชั่นเมืองไทย อยู่กันเป็นเดือน ลูกสาวอายุยี่สิบกว่า (มีปัญหาทางสมองนิดหน่อยแต่ทำงานทำการได้) ชอบกินก๋วยเตี๋ยวน้ำสุดๆ ยกชามขึ้นซดแบบไม่แคร์สื่อ ชอบโอเลี้ยงมากกกกก กินเป็นแก้วๆ ไม่สะใจ ต้องเป็นกระติกเอาหลอดเสียบ พาไปเที่ยวไหนต้องอุ้มกระติกไปด้วย ถึงขนาดให้สอนวิธีชง ให้หาซื้อกาแฟบดและถุงผ้าพกกลับไปอังกฤษ คุณพ่อไปติดใจท็อฟฟี่กาแฟเค้าให้กินที่โรงแรม ให้พาไปหาซื้อกลับบ้านทุกยี่ห้อที่หาได้ ส่วนคุณแม่ให้สอนทำส้มตำ บอกว่ามีครกดินแล้ว ซื้อไว้ตอนไทยแฟร์

ฝรั่งเศสนายเก่า ข้าวราดผัดกะเพราไม่เผ็ดท็อปด้วยไข่ดาวสองฟองนี่สุดโปรด พะแนงหมูไม่เผ็ดก็ชอบมาก วิศวกรอีกคนมาอยู่หกเดือน กลับบ้านไปอีเมล์มาคร่ำครวญถึงตำปูปลาร้ากับผัดหมี่โคราช

อิตาเลี่ยนหนุ่มติดใจปากเป็ดทอด (เรายังกินไม่เป็นเลยง่า) แทะปากเป็ดแกร็บๆ กลั้วคอด้วยช้าง อร่อยขนาด บอกว่าถ้าซื้อกลับได้จะหอบไปซักกระเป๋า

น้องที่ออฟฟิศพาหนุ่มเกาหลีไปก๊งด้วยกัน เป็นร้านอีสานเต็นท์ๆ บอกส้มตำคือไทยสเปเชี่ยลกิมจิ เจ้าหนุ่มกินส้มตำไปปาดเหงื่อไป มีหน้าเล่าด้วยว่าเพิ่งไปเดินเจเจ ได้กินแมลงทอดอร่อยมาก ถ้าเอามาแกล้มส้มตำคงดี

ไว้มาเม้าท์พี่ยุ่นวันหลังค่ะ วีรกรรมเยอะเหมือนกัน

จากคุณ : FONDLE


พึ่งรู้ว่าพวกเกาหลีชอบน้ำแตงโมปั่น แต่น้ำฝรั่งเห็นชิมแล้วหน้าเบ้กันทุกราย
เพราะสมัยก่อนตอนที่ยังไม่มีเรื่องแบ่งกีฬาสีกันใน กทม. พวกทัวร์เกาหลี
ชอบมาพักแถว รร.ในจังหวัดนนท์กันเยอะ เวลากินอาหารเช้าบางทีโต๊ะไม่พอ
ก็จะนั่งกับพวกนี้ สังเกตุได้สองอย่างคือ ผู้ชายจะนั่งเฉย ๆ อยู่ที่โต๊ะแล้วให้
แฟนเป็นคนไปตักอาหาร ของกินมาให้ เห็นแล้วก็เข้าใจวัฒนธรรมเขาเลยว่า
ที่เคยมีคำพูดล้อเลียนว่า สมัยก่อนผู้ชายจะขี่ม้าแล้วให้เมียเดินนำหน้าไป
เผื่อมีหลุมหรือกับดักเมียจะได้โดนก่อน สงสัยจะเป็นเรื่องจริง พอดีนั่งโต๊ะเดียวกัน
เขาเห็นพวกคนไทยไปเอาน้ำฝรั่งมากิน ก็ให้แฟนเขาเอามามั่ง แต่พอจิบไปอึกแรก
ก็ทำหน้าเบ้ แล้ววางแก้วเลย บอกให้แฟนเขาลองจิบดูบ้าง ก็หน้าเบ้พอกัน แล้ว
หันมามองคนไทยที่กินกันปกติมาก คงคิดในใจว่าคนไทยมันกินไปได้ไง น้ำรสชาดฝื่น ๆ
อีกอย่างก็พวกนี้ชอบตักข้าวมากินแบบเป็นผักแกล้ม ไม่กินเป็นอาหารหลักแล้วใช้ส้อมตัก
ข้าวใส่ปากด้วย มันก็หกเรี่ยราด ขนาดเราตักด้วยช้อนให้ดู พวกก็ไม่สนใจทำตาม

จากคุณ : อัลปลั๊ก


ความคิดเห็นที่ 441    
คุณ first001@hotmail.com
เดาว่า ร้าน "คุณเชิญ" ใช่มั้ยคะ เราเป็นลูกค้าร้านนี้เหมือนกัน

จากคุณ : - (สมหนิง)


ติดตามอ่านมาตลอด ในที่สุดก็มีเรื่องได้เล่าบ้าง

ล่าสุดเมื่ออาทิตย์ก่อนได้มีโอกาสต้อนรับคณะดูงานชาวมองโกเลีย
ในคณะนั้น ประกอบด้วยคุณหมอ และนักวิทยาศาตร์ทั้งหมด 5 ท่าน
ด้วยความที่ทั้งคณะเป็นผู้หญิงล้วน เรื่องกินจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับพวกเธอ
Shopping เป็นเรื่องหลักจริงๆ โดยเฉพาะ MBK ชอบมากกกกกกกกกกกก
ไปทุกวันพวกเธอพัก ดุสิต ไปจนไปได้กลับเป็นทุกช่องทางคมนาคม
หมดไปรวมๆน่าจะหลายแสน อะไรก็ดี อะไรก็ถูกไปซะหมด เธอบอกว่าอย่างนั้น

เม้าท์เรื่องอาหารก่อนที่จะเล่าวีรกรรม shopping ยาว (อิอิ)
มีอยู่วันนึงได้รับมอบหมายให้พาไปเที่ยว JJ marketและได้รับกำชับว่า
อย่าให้พวกเค้ากิน หรือดื่มอะไร(นอกจากน้ำใส่ขวด) เพราะเค้าอาจจะไม่มีภูมิคุ้มกัน
และท้องร่วงได้
เดินไป เดินมาคงร้อนเราเองก็เผลอไปสั่งกาแฟกินร้านข้างๆเป็นร้านน้ำปั่น

หันไปเจอ!! มิสที่เป็นนักวิทย์ฯ กำลังดูดน้ำมะม่วงสุกปั่นอย่างเอาเป็นเอาตาย
เราทำก็ไม่กล้าห้ามเพราะสงสาร เค้าคงหิวและร้อนมาก เพื่อนๆเค้าก้ส่งภาษามองโกลกันเจี๊ยวจ๊าว ชี้มือชีไม้ แบบดุกัน อย่ากิน!!! มิส ทำหน้าจ๋อยพูดอะไรงึมงำและยื่นให้ทุกคนลองดื่มกัน

ภาพตัดกลับมาอีกฉาก เห็นสาวๆและไม่สาว กำลังสั่งน้ำมะม่วงปั่นกันเป็นระเบียบเรียบร้อย ดูดกัน อึกอัก อึกอัก

แก้เอาชื่อออกครับ

จากคุณ : blue_nova


คุณ: - (สมหนิง)#450 ใช่ครับ

จากคุณ : first001@hotmail.com


กลับมาอีกคับ ขอให้ได้แชร์ หุหุ

พาเพื่อนฝรั่งสี่ห้าคน ไปกินข้าวร้านอาหารไทย แนวดูดีหน่อย

สั่งเมี่ยง เป็นเหมือนหมูสับผัดเป็นใส้เมี่ยง กินกับผักกาดแก้ว กับไก่ห่อใบเตย มาให้กินเล่นกับไวน์ ก่อนอาหารหลัก ส่วนตัวคิดว่าอร่อยดี

ในกลุ่มฝรั่งสามสี่คน คนหนึ่งเพิ่งเคยมาเมืองไทย ที่เหลือมาจนปรุ (ส่วนใหญ่ จะมีหน้าใหม่ทุกทริป มาด้วยความสงสัยว่า เพื่อนตรูไปเมืองไทยทำไมบ่อยๆแฮะ)

พอยกจานมา พออธิบายว่ากินยังไง (ตักใส้เมี่ยงใส่ผักกาดแล้วกิน กับเอาใบเตยออกกินแต่ไก่) ตาฝรั่งหน้าใหม่ก็ทำเสียงยะโส บอก ไม่กินอ่ะ ชั้นไม่ชอบกินอะไรที่ต้อง เวิร์ค ทำนู่นทำนี่ ไอ้เราก็หน้าม้านเรย

เพื่อนที่เหลือ เกรงใจคนไทยด้วย สบตาแบบขำด้วย แบบว่าไอ้นี่เอาอีกแย้ว เลิศเลอ ไฮโซ แบบ จะกินอะไรต้องมีคนป้อน ง้างปาก แล้วกระทุ้งใส่กระเดือก เหมือนไก่โรงงาน อิอิ

แต่ที่แน่ๆ ลาภปากคนที่เหลือ พริบตาเดียว เมี่ยงกับไก่ห่อใบเตย ก็หายวับไปอยู่ในจานคนที่เคยกินกันแล้ว และชอบ


ห้าห้า ส่วนพ่อหน้าใหม่ ก็นั่งงง ดูไม่น่ากินเลย แต่จ้วงกันซะหมดจานกลาง

พอสั่งอาหารอื่น รวมปลาทอดน้ำปลา ฮีก็พูดว่าจะสั่งมากินกันกี่คนเนี่ย(คงกลัวหาร) ไม่มีใครบอกว่าตรูเลี้ยง

สุดท้าย กวาดอาหารกันเกลี้ยง เอาชามมัสมั่นไปขูดน้ำแกง เหอเหอ เอาคืนได้ไม๊นั่นนะ คำพูดแบบหาว่าสั่งมาเยอะเกินเนี่ย สะจาย อิอิ

แต่เข้าใจนะ เพราะพอฮีรู้ว่า ค่าอาหารรวมไวน์ ไม่ถึงร้อยเหรียญ ฮึก็อึ้งอีกรอบ


อีกอาทิตย์ต่อมา ไปเจอกลุ่มนี้อีก ที่จอมเทียน ฮีลั้นลามาก ขอนามบัตรผม อยากมาอีก ขอวีซ่ายังไงถ้าจะมาอยู่นานๆ

เหอเหอ มาเหอะ แต่อย่ามาดูถูกอะไรไว้ก่อน แล้วเข้าใจทีหลังอีกล่ะ อิอิ

จากคุณ : Terkrub


^
^
^
คุณ Terkrub คูหาข้างบน...ตกลงว่าฝรั่งหน้าใหม่นี่ได้ทานอะไรบ้างหรือเปล่าคะเนี่ย.o;yooyhovjt??

จากคุณ : rainyjerry


สองสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมีนาฯนึ่ยุ่งสุดๆ  ต้องดูแลคณะเกาหลีซึ่งเป็นผู้แทนบริษัทที่บริจาคอุปกรณ์ดนตรี ( Thousand   sets   of Digital Piano  )จำนวนมากให้กับโรงเรียนระดับประถมฯของรัฐ  ผมก็ได้รับการร้องขอให้ช่วยดูแลและพาไปเลี้ยงอาหารค่ำด้วย ดีอย่างที่คนเกาหลีทานเผ็ดเก่ง ไม่ว่าของภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคใต้ ถ้าอาหารปรุงสะอาดละก็พวกเค้าทานได้หมด ก็เลี้ยงง่าย ผ่านไปด้วยดีครับ

  วันต่อมา ไปเชียงใหม่ เกือบตกเครื่องเพราะดูเวลาผิดไปครึ่งชั่วโมง บึ่งรถไปทิ้งที่สนามบินสุวรรณภูมิ พอถึงเคาเตอร์การบินไทย เค้ารีบส่งตั๋วให้แล้วเร่งไปขึ้นเครื่องที่เค้ารออยู่  ก็วิ่งร้อยเมตรละครับ ถึงแยกระหว่าง Gate A กะ B มี   จนท. รออยู่แล้ว รีบพาผมไปส่งยัง bus คันสุดท้ายเพื่อขึ้นเครื่อง  โชคดีที่ยังไม่มีการประกาศ  " คุณผู้ใช้นามว่า ....... เชิญขึ้นเครื่องด่วน "   ไม่ดีเลย อย่าเอาอย่างผมนะครับ  ถึงเชียงใหม่ ไปโรงแรมใกล้ๆ ไน้ท์บาซ่าร์ ได้พบลุงชิคานาริ ( Chikanari )จาก Sasayama ประเทศญี่ปุ่นและคณะนักศึกษาหญิงจาก Hyogo  University  ซึ่งบอกว่าหลังจากจบมหาลัยแล้วจะเป็นครูทุกคน

   หลังจากทักทายและแนะนำตัวตามวัฒนธรรมที่ดีของทั้งสองฝ่ายแล้ว ก็พาไปร้านอาหารชาวเหนือแท้ๆแต่ไม่ต้องนั่งพับเพียบทาน   อาหารเมนูเด็ดไม่เผ็ดมากทะยอยมาเรื่อยๆ ประดับตกแต่งแต่ละจานสวยงามไม่แพ้ญี่ปุ่น ก่อนลงมือชิมสาวๆ ก็ใช้มือถือถ่ายรูปอาหารไว้ดูกัน โดยเฉพาะอาหารเรียกน้ำย่อยจานนึงที่เราสั่งพิเศษคือ ปอเปี๊ยะ ( Spring Roll ) หรือ Haru Maki ของญี่ปุ่น แต่ของเราเก๋กว่าตรงมีน้ำจิ้มบ้วยหวานๆ ด้วย   เดี๋ยวอีกสี่วันคณะทั้งหมดก็จะไปร่วมกิจกรรมจิตอาสากะคนไทยภูเขาบนดอยปู้นนน  หลังจากนั้นก็จะลงมาพักผ่อนและฝึกเรียนการทำอาหารไทยอย่างง่ายๆ  ผมสังเกตุเห็นเอกชนมาเปิดสอนการทำอาหารไทยกันหลายแห่งแล้ว

      เสร็จจากคณะคุณลุง ผมก็บินกลับกรุงเทพฯ เพราะมีข้าราชการระดับสูงจาก Hyogo   Prefectural  Board  of  Education ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งร่วมงานการแลกเปลี่ยนนักเรียนด้านการศึกษาและวัฒนธรรมระหว่างกันมานาน โดยเฉพาะปีที่แล้ว น้ำท่วมใหญ่ประเทศไทย แต่คนญี่ปุ่นที่โกเบตกใจยิ่งกว่าแผ่นดินไหวและ Tsunami ถล่มตะวันออกเฉียงเหนือของเขาเสียอีก ตอนโดนถล่มใหม่ๆ ผมคุยกะพวกเค้าที่โกเบ เค้าบอกผมเศร้าๆว่า   " Jack san อย่าทิ้งญี่ปุ่นนะ  " ผมก็บอกเค้า " ทิ้งได้งัย  ยังงัยๆก็เพื่อนกัน "  พอเดือนสิบเอ็ด บ้านผมน้ำท่วมเละเลย พอดีเผ่นไปตั้งหลักที่ญี่ปุ่นชั่วคราวจนน้ำที่เขตจตุจักรลดปกติก็กลับมา และญี่ปุ่นคณะนี้ได้ลงขันได้เงินมาแปดแสนเยน  ราวๆ สามแสนกว่าบาท ซึ่งผมแนะนำให้บริจาคเข้าบัญชีช่วยน้ำท่วมโรงเรียนในไทยเป็นการแสดงน้ำใจตอบแทนตอนที่เห็นคนไทย นักเรียนและนักศึกษาไทยถือป้ายรับบริจาคช่วยพวกญี่ปุ่นตอนเดือนมีนานั้น   ผมตกลงใจพาพวกเค้าไปดูร่องรอยน้ำท่วมที่กรุงเก่า แวะที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ศูนย์ไฟฟ้ายังจ่ายไฟเต็มระบบไม่ได้ แต่หลายๆ บริษัทก็กำลังเปิดปรับปรุงฟื้นฟูอยู่โดยเฉพาะของญี่ปุ่น ทว่าก็มีหลายเจ้าที่แกะป้ายออก เป็นเชิงที่รู้ๆกันว่า  "  ยุบ /ย้าย / ไปแล้ว ( เศร้าจังครับ ) " จากนั้น เข้าตัวเมือง ดูวัดชัยฯ ที่กรมศิลปล้อมรั้วเป็นเขตบูรณะอย่างสลดใจ นักท่องเที่ยวต่างชาติแวะเวียนมาตลอดเวลา ทุกคนดูเงียบๆแบบคงจะอารมณ์เดียวกัน  พวกเราไปต่อที่โรงเรียนสตรีชื่อดังของจังหวัด รับชมวีซีดีแสดงเหตุการณ์น้ำท่วมบริเวณโรงเรียนเกือบถึงชั้นสอง ชาวบ้านและนักเรียนมาอาศัยพักพิงที่อาคารเรียนจนกระทั่งน้ำลด บรรดานักเรียน ศิษย์เก่า ครูและอาสาสมัครต่างๆมาช่วยกันทำความสะอาดและบูรณะโรงเรียน โห๋ย น้ำตาแทบร่วงครับ  ตอนกลางวันท่านผู้บริหารโรงเรียนและคณะไม่ยอมปล่อยพวกเราแต่ได้กรุณาเลี้ยงอาหาร อาทิเช่น กุ้งแม่น้ำอยุธยาเผาและแผ่ใส่จานมาตัวบะเร่ง มันเยิ้ม หอมฉุย อร่อยกว่า ล้อบสะเต่อร์ตัวเป็นพันๆเสียอีก ทั้งต้มยำกุ้งและต้มข่าไก่ ปลาทอดราดสมุนไพร และเต้าหู้ทรงเครื่องทะยอยมาอย่างรวดเร็ว ตบท้ายด้วย ข้าวเหนียวมะม่วงน้ำดอกไม้ หอม หวาน มัน อิ่มอร่อย  วันนี้พอแค่นี้ก่อนดื้อๆเลยนะครับ

จากคุณ : Jackrapan (Jack Happy)


ขอเล่าถึงพี่ยุ่นที่ค้างไว้ค่ะ

พูดถึงข้าวเหนียวมะม่วงน้ำดอกไม้ มีพี่ยุ่นระดับรองประธานมาอยู่ตรวจงานเดือนนึง ชอบมากกกก กินแทนข้าวเที่ยงเกือบทุกวัน เล่าว่ามะม่วงที่เมืองเค้าไม่อร่อยแถมแพงโคด

ยังไม่เคยเจอพี่ยุ่นคนไหนที่ไม่หลงรักมังคุดเลย ลองกองก็ชอบกันหลายคน

เคยมีนายญี่ปุ่นคนนึง มาได้สองสามวันต้องเข้าไปดูโรงงาน ไปเจอเด็กในไลน์กินกล้วยน้ำว้าสุกตอนพักเที่ยง ถามว่ากล้วยอะไร เราก็เลยขอแบ่งให้ชิม ติดใจมาก ขากลับให้แวะตลาดหน่อย จะซื้อไปฝากโอคุซังที่บ้าน วันหลังเราเอากล้วยที่บ้านไปให้ นายเห็นปุ๊บชิมไปลูกนึงแล้วบอกว่าให้เอาให้คนรถไปส่งที่บ้านด้วย โอคุซังโทรมาขอบอกขอบใจใหญ่ ชมว่าหวานอร่อยกว่าที่นายซื้อไปให้คราวก่อน ก็กล้วยบ้านมันดีกว่ากล้วยตลาดอยู่แล้วนี่นา ทีนี้พอกล้วยสุกเราก็จะเอาไปให้เรื่อย ตอนจะออกจากงานนายบอกว่าต่อไปไม่ได้กินกล้วยอร่อยแล้วนะ

นายคนเดียวกันนี่ก็หลงรักทุเรียนทอด เราซื้อฝากแต่เลือกแบบที่ทำจากทุเรียนยังไม่สุก กลิ่นจะไม่แรงเท่าที่เป็นแผ่นสีออกเหลือง นายถามว่าอะไร พอบอกยังไม่กล้ากิน เราก็ยุส่งให้ลองดู ติดใจเลย แถมเอาไปแพร่เชื้อให้เพื่อนๆ ติดใจไปด้วย บอกว่าเอาให้เพื่อนๆ แกล้มเบียร์ อร่อยกว่าเฟร้นช์ฟรายด์อีก

นายอีกคน (บริษัทให้อยู่วาระละสองปี เลยเจอนายใหม่หลายคน)ไปกินก๋วยเตี๋ยวไม่ต้องสั่ง แค่เข้าไปนั่ง เดี๋ยวก็ได้กิน ก็กินกันจนเจ้าของร้านจำหน้าได้ ตั้งแต่กินแบบไม่ปรุง จนหลังๆ พัฒนาเริ่มใส่พริกน้ำส้มมั่งแล้ว นายคนนี้จะกินข้าวโพดต้มเป็นของว่างตอนบ่าย มีเจ้าประจำหน้าออฟฟิศ เค้าจะฝานเป็นแผ่นเรียงสวย กินได้กินดีไม่มีเบื่อ

ญี่ปุ่นหลายคนชอบปาท่องโก๋ ต่อให้กินมื้อเช้าฝีมือโอคุซังจากบ้านมาแล้ว เข้าออฟฟิศมาเจอปาท่องโก๋เป็นต้องขอแจมด้วยตลอด แรกๆ ก็กินกับกาแฟ หลังๆ เริ่มจิ้มนมข้นตามเราไปด้วย

นึกไม่ออกแล้ว ไว้มาเล่าใหม่ค่ะ

จากคุณ : FONDLE


^
^
เบียร์กับทุเรียน กินระวังหน่อยนะ
ของร้อน 2 อย่างเจอกันมันหนัก

จากคุณ : ผ่านมาแถวนี้


พอดีมีเวลาเปิดดู ขอเรียนตามประสบการณ์ดังนี้ครับ ทุเรียนสดน่ะไม่เหมาะแต่ทุเรียนทอด ทำจากทุเรียนที่ยังไม่สุก ไม่ไฮแครอรี่เท่าไร ก็ พอโอเคครับ

จากคุณ : Jackrapan (Jack Happy)


มะม่วงจากฟิลิปปินส์น่ะใกล้ญี่ปุ่น ลูกก็ใหญ่กว่าและถูกกว่าส่งจากไทยแต่รสชาติเพลนๆเหมาะแค่ทำน้ำมะม่วง ( Mango juice ) สู้ไทยไม่ได้เลยครับ  แม้กระทั่งกล้วยหอมลูกก็เล็กกว่า ของเรารสชาติดีกว่า จะได้เปรียบเราแค่การขนส่งที่ไกล้กว่าเท่านั้นเอง ขออนุญาตเรียนข้อมูลครับ

จากคุณ : Jackrapan (Jack Happy)


คห 454 กินฮฺะ แกกินจานหลักๆ แต่ไม่ค่อยทันเพื่อนแกทำไหร่ อิอิ แรกๆแกพยายามจะถือจานส่งวนไปรอบๆ แบบฝรั่ง แต่เพื่อนแกบอกไม่ต้อง วางเหอะ กินแบบไทย สไตล์ หุหุ

มะม่วงที่โน่นเป็นแบบนี้ฮะ ของไทยหวานหยดย้อยกว่าเยอะ :)
ซื้อมะม่วงอันนี้มากินแก้ขัดให้หายคิดถึงบ้าน ไม่ค่อยมีกลิ่นหอมมะม่วงเรยอ่ะ

จากคุณ : Terkrub


ตามอ่านมาตั้งนานชอบเรื่องเล่าของทุกท่านเลยค่ะ

โดยเฉพาะจากคุณ : Jackrapan (Jack Happy)  
 
มีเรื่องเล่าน่ารัก ๆ เยอะเลย

จากคุณ : Pla (PlajaOrawan)


^
^
ความคิดเห็นที่ 460

จากคุณ : Terkrub  

มะม่วงบ้านเขาไม่มีเมล็ดเหรอคะ?

จากคุณ : Pla (PlajaOrawan)


โอ้ววว์ กระทู้อยู่ยงคงกระพันมาก ๆ ^^


นึกออกมาแชร์อีกเรื่องนึงนะคะ
ตรุษจีนปีก่อนที่เมืองลอดช่อง ลูกหลานบ้านสามีเรา ก็มากันเต็มบ้านไปหมด
พูดถึงตรุษจีน เค้าก็ต้องมีสุกี้กัน กินที 2 อาทิตย์ เราเบื่อมากกๆๆๆ น้ำจิ้มก็ไม่มี
เราก็ทำน้ำจิ้มซีฟู๊ดกินกับกุ้ง เหมือนกุ้งแช่น้ำปลา สามีกินตาม แต่ญาติ ๆ ไม่ค่อยกล้ากิน เพราะกุ้งดิบเนอะ (ตั้งแต่เหตุการณ์ นั้น อ้างอิง คห 51 สามีกินทุกอย่างเลยค่ะ ให้ลองอะไรก็กิน ชอบไม่ชอบก็ว่ากันอีกที แต่ทานเผ็ดได้เท่าเราแล้วค่ะ)

น้ำจิ้มที่ว่า เราหาสูตรมาจากห้องก้นครัวนี่แหละค่ะ ตอนแรกทำไว้ครึ่งโล กะว่ากินสองคนกะสามี ไปไป มามา ญาติ ๆ เห็นสามีจิ้ม ก็จิ้มตาม หมดค่ะ ครึ่งโลที่ทำ
ไม่เป็นไร ทำใหม่ เต็มกระปุกเลย ประมาณ โลนึง วันที่สอง หมดอีก - -")


วันที่สาม ญาติโทรมาให้ทำให้หน่อย วันนี้ทำสุกี้เหมือนกัน ซื้อพริก มะนาว มาให้พร้อม เราก็จัดไปอีกโลนึง

แล้วอย่างที่บอก ว่าเทศการตรุษจีน เค้าฉลองกันประมาณสองอาทิตย์
เราทำน้ำจิ้มเยอะมาก บางวันทำ สองโล ยังไม่ค่อยพอ
กะ กะ เอา ว่า ทั้งหมด เราน่าจะทำไปสัก 20 โลได้

น้องสาวสามี กำลังจะกลับออส ขอสูตรไปด้วย
อาอี้ของสามี ขอด้วย เอาไปทำเอง แล้วมีส่งการบ้านด้วย เอามาให้ชิม 555
อาอี้อีกคนกลับเยอรมัน ก็เอาไปทำให้สามีแกกิน


โอ๊ะ น้ำจิ้มซีฟู๊ดเรา อร่อยจริง ๆ น๊า เป็นน้ำจิ้มที่กินกับอะไรก็อร่อย แก้เลี่ยน กินกับข้าวเปล่า ๆ ยังอร่อยเลยเนอะ

^_____^)

เพิ่มเติม ปีนี้ ทำประมาณ 25 โลค่ะ แจกญาติด้วย กินกันเองในบ้านด้วย
บ้านที่เราอยู่จะมีอากง อาม่า ลูกหลานจะมาหาไม่ขาดตลอดช่วงตรุษจีนเลยค่ะ

จากคุณ : wippygal25


ตามอ่านมาตั้งแต่ปีที่แล้ว จนกระทั่งตอนนี้ก็ยังเพลิดเพลินกับกระทู้นี้อยู่เลยค่ะ ^___^

จากคุณ : omyimp


ขอแจมด้วยคนเพราะได้อ่านกระทู้นี้แล้วรู้สึกดี แล้วก็มีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอาหารไทยจะเอามาแฉ เอ๊ย เล่าสู่กันฟัง ปกติผมไม่ใคร่ได้เข้าห้องไกลบ้าน เผอิญคลิกเข้ามาดูโดยอุบัติเหตุเจอกระทู้แนะนำข้ามปีนี้เข้า ดีครับ มีเรืองดีๆเยอะ

เรื่องที่ผมจะเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องที่เกิดเมื่อปี 2532 โน่นแน่ะ ตอนนั้นผมทำงานอยู่ จ.พิษณุโลก ได้รับหน้าที่ประสานงานกับทหารสหรัฐฯที่จะมาฝึกคอบร้าโกลด์ประจำปีกับทหารไทยเราในพื้นที่ละแวกนั้น เจ้าหน้าที่คนแรกสุดที่โผล่มาของฝ่ายเขานั้นมีหน้าที่เป็นนายทหารควบคุมสิ่งแวดล้อมหรือ Environmental Control Officer ขอเรียกชื่อว่าเจ้าบรูซก็แล้วกัน หน้าที่ของบรูซนั้นนับว่าสำคัญมากเพราะว่าเขาจะต้องมาสำรวจล่วงหน้าว่าในพื้นที่ฝึกนั้นมีปัจจัยใดทางกายภาพ เคมี และชีวภาพ บ้างซึ่งจะเป็นอันตรายกับคนของเขาและทำรายงานตลอดจนดำเนินมาตรการแก้ไขเสียให้เรียบร้อยก่อนที่ทหารจะมา เจ้าบรูซมาสำรวจพื้นที่ทั้งที่พัก ที่ฝึก เส้นทาง ดูว่ามีความร้อน เสียง แสง ฝุ่นละออง สารเคมี ตลอดจนสิ่งมีชีวิตทั้งที่มองเห็นและไม่เห็นอะไรอยู่บ้าง เก็บตัวอย่างอาหารและน้ำจากในตลาดไปวิเคราะห์ รายงานของเจ้าบรูซนี้ผมมาทราบทีหลังว่าภายในหนึ่งสัปดาห์จะเข้าระบบคอมพิวเตอร์ไปอยู่ที่ฐานข้อมูลใหญ่ที่กองบัญชาการสัตวแพทย์ที่วอชิงตันดีซี เป็นฐานข้อมูลสำหรับกองทัพสหรัฐฯทั่วโลกไว้เตรียมตัวเผื่อจะต้องเดินทางเข้าพื้นที่

เข้าวันนั้นเรานัดกันว่าจะเดินทางเก็บข้อมูลจากพิษณุโลกแวะสุโขทัยแล้วก็ไปพักค้างคืนที่ตากและกลับในวันรุ่งขึ้น ผมไปรับเจ้าบรูซจากโรงแรม พอเจอหน้ากัน เจ้าบรูซยื่นหนังสือบางกอกโพสท์ให้ดูและชี้ให้ดูบทความข้างใน บอกว่า "ยูรู้จักไอ้แมงตัวนี้ไหม? Giant Water Bug! แมงอะไรไอไม่เคยเห็น ตัวผู้มีนิสัยที่น่าเกลียดมาก แถมยังกลิ่นเหม็น การเดินทางมาเมืองไทยเที่ยวนี้ของไอคงไม่สมบูรณ์แบบถ้าไอไม่ได้เห็นไอ้แมงตัวนี้ แล้วได้ข่าวว่ามันกินได้ด้วย ไออยากลองชิมดูด้วย ยูช่วยจัดการให้หน่อยได้ไหม?"

โห แมงดานานี่นะ ทำไมจะไม่ได้ ผมหัวร่อก๊าก เรียกลูกน้องให้วิ่งไปตลาดไปหาซื้อแมงดานามาให้เจ้าบรูซสักหลายๆตัว แปลกเหลือที่จะกล่าว ลูกน้องหายไปร่วมครึ่งชัวโมงก่อนจะกลับมารายงานว่า ไม่สามารถหาแมงดานาได้แม้แต่ตัวเดียวทั่วตลาดพิษณุโลก

ผมปลอบใจเจ้าบรูซว่าถึงจะหาในพิษณุโลกไม่ได้แต่ที่สุโขทัยต้องหาได้แน่ๆ เดี๋ยวเราแวะสุโขทัยก็ให้ใครไปซื้อที่ตลาดสุโขทัยก็ได้ เมื่อเดินทางถึงสุโขทัย ผมก็กระซิบพี่เจ้าของพื้นที่ว่าฝรั่งอยากได้แมงดานา พี่เขาก็ดีใจหาย สั่งลูกน้องวิ่งไปหาแมงดานาในตลาดทันทีแต่ก็เกิดเหตุอัศจรรย์ขึ้นอีกคือทั้งตลาดสุโขทัยหาแมงดานาไม่ได้สักตัวเหมือนตลาดพิษณุโลก ทั้งๆที่รายทางมีแสงไฟและตาข่ายดักแมงดาอยู่เต็มไปหมด อย่างไรก็ตาม พี่เขาบอกว่า ไม่ต้องห่วง จะพาไปเลี้ยงข้าวกลางวันที่ร้านน้ำค้างในเมืองเก่าสุโขทัย ที่นั่นเขามีอาหารขึ้นชื่อคือส้มตำแมงดา ยังไงๆก็ต้องได้เห็นทั้งตัวแล้วก็ได้ชิมและได้กลิ่นแมงดาของจริงแน่นอน การณ์ก็เป็นไปตามคาด ฝรั่งได้เห็นตัวแมงดาที่ดองไว้แล้วก็ได้ชิมรสชาติส้มตำแมงดา ปากก็พร่ามว่า "Delicious, delicious" เราต้องสั่งส้มตำแมงดามาถึงสี่จานนอกเหนือไปจากไก่ย่างและลาบน้ำตกข้าวเหนียวกว่าพ่อคุณจะอิ่ม เจ้าบรูซติดอกติดใจมาก สั่งที่สุโขทัยไว้ว่าให้หาตัวเป็นๆแล้วก็ไอ้อย่างที่ทอดกรอบไว้ด้วย อยากรู้ว่า deep-fried giant water bug นี่มันจะเอร็ดอร่อยสักเพียงไหน เราเดินทางไปถึงตากร่วมหกโมงเย็นแล้วก็แยกย้ายกันเข้าห้องพักในโรงแรม

รุ่งขึ้น หลังจากทำธุระปะปังส่วนตัวและกินอาหารเช้าแล้วผมก็แต่งตัวมาคอยที่รถรอเวลาล้อหมุนเจ็ดโมงเช้าตามนัด เวลาเจ็ดโมงเช้ามาถึงโดยไม่มีวี่แววของเจ้าบรูซ สิบห้านาทีผ่านไปเราก็ชักกระสับกระส่าย พอรอได้ครึ่งชั่วโมงก็ทนไม่ไหว ผมไปที่เคาน์เตอรฺ์โรงแรมจะโทรฯขึ้นไปหามันก็พอดีเจ้าบรูซเดินออกมาจากลิฟท์ ท่าทางโผเผ มือถือขวดน้ำดื่มมาด้วยซึ่งมันก็ยกดูดเป็นระยะๆ ผมเดาเหตุการณ์ได้ทันทีว่า เจ้าบรูซคงเจอฤทธิ์เดชของส้มตำแมงดานาเข้าไปเต็มรักซึ่งก็จริงอย่างที่คาด เจ้าบรูซออกปากขอโทษขอโพยแล้วก็สารภาพว่า "เมื่อคืนไอไม่ได้นอนเลย วิ่งเข้าวิ่งออกห้องน้ำอยู่ร่วมสิบครั้งแน่ะ ช่วยบอกทางสุโขทัยด้วยว่า ไอ้ที่สั่งแมงดาทอดกรอบไว้น่ะ เที่ยวนี้ขอบาย"

โถ ไอ้บรูซนะไอ้บรูซ เอ็งรู้จักส้มตำแมงดาน้อยไป

ให้มันรู้ซะมั่ง smile

จากคุณ : แอ๊ด ปากเกร็ด


ชอบกระทู้นี้จังเลย อ่านไปยิ้มไปกับความน่ารักของฝรั่งนานาชาติ อิอิ
เราขอแบ่งปันบ้างนะคะ เป็นเรื่องตอนที่เราไปแลกเปลี่ยนค่ะแล้วไปทำงานร้านอาหารฝรั่งค่ะ
ที่ร้านเด็กเสิร์ฟนี่หลากหลายเลยค่ะ มีอยู่คนนึงชีคลั่งอาหารไทยมาก ทำกินเองพอได้บ้าง ชอบต้มยำมาก
บอกให้เราลองทำให้เค้ากินหน่อยเพราะกลัวว่าที่เค้าไปกินที่ร้านอาหารไทยมาจะไม่เหมือนคนไทยทำ
ทีนี้เราก็เลยว่า รอก่อนน่ะรอได้ตะไคร้ก่อนจะทำให้กิน พอวันต่อมาชีโทรมาหาแต่เช้าบอกว่า ไปด้วยกันหน่อยชีอยากมีเพื่อนซื้อของ เราก็เลยว่าเอาสิยังไงเราก็ว่าง ปรากฎว่าเค้าพาเราไปร้านที่ขายของเอเชีย ไปหาซื้อตะไคร้กับใบมะกรูดเลย เพราะชีอยากกินมาก น้ำลายฟูมปากมาตั้งแต่คุยกันแล้ว ทีนี้เราเลยเหมาของกันกลับไปทำเยอะมาก
พอมาถึงที่บ้านก็ให้เราสอน ชีถึงขั้นเอากล้องมาตั้งถ่ายเป็นจริงเป็นจังมาก พอเสร็จออกมาทีนี่ได้มาหม้อใหญ่มาก
ประมาณว่ากินกันได้ห้าหกคนเลยทีเดียว ตกเย็นเราก็ไปทำงานกันชีก็พกไปด้วย ทีนีทุกคนก็ถามว่ากลิ่นอะไรหอมๆ(ขนาดเราไม่ได้เปิดกล่องน่ะ) พอดีว่าวันนั้นเจ้าขิงร้านเข้ามาพอดี เลยได้ชิมกันถ้วนหน้า จากนั้นก็กลายเป็นมหกรรมแย่งกันกินยค่ะ กล่องนิดเดียวแต้กินกันทุกคนตั้งแต่เจ้าของร้านยันเด็กล้างจาน  เท่านั้นแหละคะหลังจากนั้นเราเลยได้ค่าขนมเพิ่มจากการทำอาหารไปขายที่ร้าน  ฮ่าๆๆ ขนาดเจ้าของร้านยังสั่งเลย

จากคุณ : เจ้าหญิงเดียวดาย


ขอเล่ามั่งนะครับ คนข้างบ้านเรามีแฟนเป็นคนออสเตเรียชื่อว่าเชฟ เรากับสองบ้านนี้จะสนิทกันมากครับ เค้าจะชอบมาคุยแลกเปลี่ยนกันบ่อยๆในเรื่องเมืองเค้าและก็เมืองไทย วันที่เค้ามาเมืองไทยวันแรก ตอนนั้นเรากำลังหัดตำน้้ำพริกกะปิอยู่น่ะครับ ก็สำรวจวัตถุดิบพบว่ากะปิมันน้อยไปก็เลยไปตลาดซื้อกะปิเพิ่ม พอกลับมาถึงกับอึ้ง เพราะพบว่าไอ้คุณเชฟเนี่ยกำลังนั่งกินกะปิของเราอยู่ ลักษณะการกินคือเอานิ้วจิ้มๆแล้วดูดใส่ปาก -*- แล้วที่อึ้งยิ่งกว่าคือเค้าเอากะปิไปผสมกับน้ำมะนาวกินกับมะม่วงมันฟ้าลั่นอ่ะ โหยขนาดเรายังไม่กล้าอ่ะกลัวต้องเอาท้องตัวเองไปเคลม พอเล่าให้คนที่บ้านฟังหัวเราะกันใหญ่ จนทุกวันนี้เค้าก็ยังกินอยู่และชอบอะไรที่เกี่ยวกับกะปิมาก ข้าวคลุกกะปินี่เวลากินต้องเอากะปิต่างห่างมากินคู่ด้วยเลยอ่ะ

จากคุณ : เจ้าชายโตโร่


สวัสดีค่ะ    แอบอ่านมานานเหมือนกัน    เพิ่งได้เป็นสมาชิกวันนี้เองค่ะ     ช่วยมาเล่ากันต่อนะคะ

จากคุณ : สมองฝ่อเพราะตกงาน (สมองฝ่อเพราะตกงาน)


เคยไปลงเรียนภาษา ครูเป็นคนอังกฤษ แกชอบไปกินเฟร้นฟราย ที่ร้านแมคทุกวัน
แกบอก เฟร้นฟรายที่ร้านแมคในเมืองไทย อร่อยกว่าที่อังกฤษมากๆ
แกบอก เฟร้นฟรายที่นู่น เหี่ยวสลบ ตบก็ไม่ฟื้น (แฮ่แฮ่ อันหลังเขียนเอง)

จากคุณ : PunPunJang2551


มาเล่าภาคต่อของ #465 ที่ผมเล่าไปแล้วเรื่องเจ้าบรูซกับส้มตำแมงดา

หลังจากประสบการณ์ตรงอันแสบสัน (หรือแสบก้น?) ที่เจ้าบรูซมีกับส้มตำแมงดาในคราวนั้น คงไม่ต้องสงสัยว่าในรายงานของเจ้าบรูซเกี่ยวกับอาหารในเมืองไทยจะต้องมีข้อความให้ทหารอเมริกันหลีกเลี่ยงการกินอาหารพื้นเมืองอย่างยิ่งหากยังรักชีวิต นอกเหนือไปจากข้อควรระวังอื่นๆเช่นเรื่องการหลีกเลี่ยงบริการอาบอบนวด ไม่นานหลังจากนั้นทหารอเมริกันก็ทะยอยกันมาเข้าพื้นที่ เราจัดที่พักให้ในค่ายทหารของเราคือค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ มีการทำกิจกรรมร่วมกันหลายประการเช่นการฝึกที่บังคับการร่วมกัน การฝึกเฉพาะหน้าที่ร่วมกัน การออกบริการประชาชน เป็นต้น ทหารไทยกับอเมริกันก็ฮาเฮกันดี มีอะไรก็เอามาสู่กันกิน ทหารอเมริกันน้้นได้รับอาหารของตัวมาเป็นถาดๆ ตอนกินข้าวด้วยกันก็ชะโงกมาดูทหารไทยว่ากินอะไร ทหารไทยนั้นถนัดหากินในภูมิประเทศอยู่แล้ว ก็ซื้อข้าวแกงแถวๆนั้นแหละ ทหารอเมริกันทำจมูกฟุดฟิดๆอยู่พักหนึ่งก็สะกิดบอกว่า ไอขอกินของยูมั่งฮิ ยูเอาของไอไปกินลองมั่ง ทหารไทยก็รับมา

ผลของการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมอาหารในครั้งนั้นเป็นที่เลื่องลือไปทั่วพิษณุโลก ทหารฝรั่งได้อาหารถาดมาก็เดินแจกทหารไทยและคนไทยแลกกับอาหารไทย ตอนหลังไม่รอแลกแล้ว เดินมาซื้อตามร้านอาหารและหาบเร่ นั่งโจ้กันหน้าตาเฉย ไม่เกรงใจคำแนะนำให้ระมัดระวังของเจ้าบรูซเลย ถ้าเจ้าบรูซมันได้เห็นคงร้องไห้แน่ๆ สำหรับอาหารถาดของฝรั่งที่คนไทยได้รับมานั้น ตอนแรกๆก็กระดี้กระด้ากันดี พากันเปิดกินอย่างขมีขมันเพราะเป็นอาหารฝรั่ง คนไทยไม่เคยกิน ผลก็คือ พากันอ้วกแตกไปตามๆกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่คนไทยเข็ดขี้อ่อนขี้แก่คือแอปเปิลพาย ไม่รู้มันปรุงอีท่าไหน รสชาติและกลิ่นนั้นชวนคลื่นเหียนอย่างยิ่ง แค่วันสองวัน ถังขยะในค่ายและหน้าค่ายก็มีถาดอาหารทหารฝรั่งทิ้งเต็มไปหมด เทศบาลเก็บไม่หวาดไม่ไหว

อาหารไทยชนะน๊อกยกแรกครับ smile

โธ่ เอาข้าวแกงราดข้าวสวยปรุงเสร็จใหม่ๆแถมน้ำปลาพริกขี้หนูมาปะทะกับอาหารถาดอาหารกล่องที่ทำมาไว้นานแค่ไหนก็ไม่รู้เอามารุสต๊อกให้ทหารกิน มันจะไปสู้กันได้ยังไง ของมันชนะกันแบเบอร์

จากคุณ : แอ๊ด ปากเกร็ด


ชอบกระทู้นี้จัง ^^ อ่านแล้วปลื้ม ภาคภูมิใจในความเป็นไทย ^^

จากคุณ : ชื่อซ้ำตลอดๆ


จากกระทู้ที่ 463
คุณ wippygal25 ครับ
พอจะบอกสูตรน้ำจิ้มซีฟู้ดได้ไหม
ว่าต่างจากน้ำจิ้มซีฟู๊ดปกติทั่วไป
หรือว่ามีอะไรเด็ด ๆ เป็นพิเศษ


แล้วน้ำหนักที่บอกว่าเป็นกิโลนั้น
ชั่งของตอนยังไม่ได้ทำ
หรือว่าชั่งน้ำจิ้มที่ทำเสร็จแล้ว

จากคุณ : มันเกี่ยวกับใครเนี่ย


แอบอ่านมานาน ขอเล่ามั่ง

เจ้านายเป็นคนญี่ปุ่น ชอบกินส้มตำปูปลาร้ามากๆๆๆ
วันหนึ่งไปทานข้าวด้วยกัน แล้วเจ้านายก็สั่งมาปูปลาร้ามา
บอกว่าสั่งมาให้เรา เพราะรู้ว่าเราชอบกิน
ก็ซาบซึ้งอ่ะนะ แต่ไหงโซ้ยคนเดียวละค่ะ
อิฉันได้กินคำเดียวเองอ่ะ

จากคุณ : สายลมพัดใบไม้ไหว


เล่ามั่งค่ะ

ตอนอยู่ที่ญี่ปุ่น เรานี่ดังเพราะอาหาไทยเลยแหละ อิอิอิ

ทำอาหารไทยให้เซนเซกับเพื่อนๆ ที่แลปบ่อยมาก
ทำทีไรก็เกลี้ยงตลอด
ที่เค้าชอบกันก็เป็นต้มข่าไก่ ผัดไทย ไก่ผัดเม็ดมะม่วง ข้าวมันไก่ ลาบ..ที่จริงทำอะไรก็อุไม่ๆ โออิชิๆ กันตลอด
อีกอย่างเป็นคนชอบประยุกต์ มีอะไรก็ปรับเป็นแบบไทยๆ ได้

มีครั้งนึงหนุ่มๆ ที่แลปมาเตะบอลที่สนามใกล้ๆ หอพัก เราก็ไปดูแป๊บๆ แล้วกลับห้องมาทำข้าวเที่ยงกินเอง
ตอนนั้นอยากกินขนมจีนมาก พอดีพกพริกแกงเหลืองแบบใต้ไปด้วย
ก็เอามาผัดใส่ๆไก่ใส่กระทิ เป็นน้ำยาแกงกระทิไก่ กินกับเส้นโซเมงและผักสดๆ ของญี่ปุ่น กะทำเผื่อพี่คนไทยอีกคนก็เลยจัดหนักแบบเผ็ดเต็มที่ พอดีน้องคนญี่ปุ่นมาขอเข้าห้องน้ำก็เลยขอชิม เท่านั้นแหละ..คารายๆๆ โอยชี่ๆๆๆ ทั้งเผ็ดทั้งอร่อย..แถมโทรตามคนอื่นๆ มาชิมอีก ได้ชิมคนละคำสองคำ บอกว่าจะไปซื้อของมาเพิ่ม ทำให้กินอีกได้ไหม
พริกแกงที่เตรียมมาสำหรับปีนึงหมดในวันเดียวเลย

อีกเมนูคือข้าวมันไก่ ทำให้เพื่อนร่วมชั้นภาษาญี่ปุ่นทาน เมนูนี้ดังระดับนานาชาติเลย เพราะหนุ่มแอฟริกาใต้ถึงกะเอาไปโพสบอกว่าเป็นอาหารที่อร่อยที่สุดที่เคยกิน
มีคนมาขอสูตรเยอะเลย

เพราะอาหารนี่แหละ ทำให้เพื่อนๆ อยากมาเที่ยวเมืองไทยกันมาก เราก็ไปโม้ไว้เยอะ
ว่าเมืองไทยอาหารอร่อย ที่ชั้นทำแค่เสี้ยวเดียวของอาหารไทย
แถมที่ไทยยังมีให้กินตลอด 24 ชั่วโมง

ไอ้ที่โม้ก็ได้ผล เพราะมีหนุ่มญี่ปุ่นมาเที่ยว (มากินมากกว่า) มีเวลาแค่สามวัน
เราก็เลยเน้นพากินอย่างเดียว ทั้งในตลาด ข้างทาง รถเข็น ร้านหรู
ก่อนกลับแวะร้าขายพวกหมูหยองหมูแผ่นของเพื่อน หอบกลับ
ตอนไปรับที่สนามบินก็งงว่าจะแบกกระเป๋าเดินทางใบบิ๊กเบิ้มมาทำไม มารู้ตอนเห็นพ่อคุณซื้อของฝากนี่แหละค่ะ ดูรูปการเอนจอยอีตติ้งกับกระเป๋าของฝากเองเลยค่ะ

จากคุณ : zaijaidee


ดูเธอคนนี้นะครับ เหมือนว่าเพื่อเธอแนะนำว่าให้ลองข้าวเหนียวมะม่วง ตอนแรกๆก็ดูเกร็งๆเหมือนกับว่ากลัวไม่อร่อย แต่พอลองชิมดูแล้วเธอตักกินเรื่อยๆเลยล่ะครับ

ลองดู

จากคุณ : ปอมปอม มิยาโตวิช


ดีจังเลย มีเรื่องเล่าเพิ่มเยอะเชียว แสดงว่าเสน่ห์อาหารพี่ไทยเราก็ครอบงำเพื่อนต่างชาติน่าดูนะเนี่ย

นายญี่ปุ่นคนที่หลงทุเรียนทอด ชอบกินข้าวมาก กับข้าวโปรดคือผัดพริกเหลืองเนื้อปูใส่ถั่วฝักยาวกับไข่เจียว พี่แกติดใจตั้งแต่มาอยู่ได้ไม่เท่าไหร่ อาศัยชอบกินรสเผ็ดมาก่อน นายคนนี้ไม่ชอบกินเนื้อหมูเป็นชิ้นๆ มาอยู่ใหม่ๆ ให้จัดข้าวเที่ยง บอกว่าสั่งข้าวผัดหมูไข่ดาวให้หน่อย เราไปเห็นตอนแม่บ้านเก็บจานมาว่ากินเรียบแต่เหลือหมูชิ้นๆ ติดจาน ผ่านไปสองสามหน ทีนี้เราเลยสั่งข้าวผัดหมูสับให้ซะเลย ไม่เหลือชิ้นส่วนให้เขี่ยทิ้ง

ออฟฟิศเราจะจัดประชุมเปิดโอกาสให้พนักงานได้พบพูดคุยกับผู้บริหาร แต่ละเดือนก็ให้แต่ละฝ่ายส่งตัวแทนมา ประชุมเสร็จก็ยกขบวนไปกินสุกี้ ทีนี้เราต้องเข้าด้วยทุกครั้งเลยกินเอ็มเคเดือนละหนตลอดที่ทำงานที่นั่น เคยถามว่าเปลี่ยนไปกินอย่างอื่นมั่งไหม พี่ ผจก บอกว่านายญี่ปุ่นชอบบบบบบบ มากี่คนๆ ก็เอ็มเค สงสัยจะไปเล่าให้กันฟังก่อนย้ายมารับตำแหน่งแน่ๆ

อีกออฟฟิศนึง จะจัดอาหารเที่ยงเลี้ยงพนักงานทั้งบริษัทเดือนละหน ให้โรงอาหารจัดเป็นเซ็ทให้ กินไปกินมาเบื่อ เลยไปติดต่อเหมาก๋วยเตี๋ยวไก่รถเข็น กินกันเอร็ดอร่อยคนขายลวกเส้นมือเป็นลิง พี่ไทยพี่ยุ่นเข้าแถวเวียนเทียนคนละสองสามรอบ

ทุเรียนนอกจากแบบทอดแล้ว เคยมีนายใหญ่ฝรั่งเศสจากสำนักงานใหญ่ มาประชุมโกลบอล จัดอาหารบุฟเฟ่ท์ให้กิน มีข้าวเหนียวมะม่วง พี่แกถามหาข้าวเหนียวน้ำกะทิทุเรียน ป๊าดดดด ใครจะคิดว่าจะกินเป็น

จากคุณ : FONDLE


มีฝรั่งคนนนึง รู้จักกันมา 2 ปีแล้ว เค้าเคยมาเมืองไทย 2-3 ครั้งแล้ว
คุยที่ไร ก็บอกอยากกินส้มตำ ช่วยตำส้มตำให้หน่อย

จากคุณ : ซาลาเปาไส้ไก่


เรื่องที่ผมนำมาเล่าใน #465/#470 นั้นเกิดเมื่อปี 2532 ที่ จ.พิษณุโลก แต่เรื่องที่จะนำมาเล่าสู่กันฟังต่อไปนี้เกิดก่อนหน้านั้นเมื่อปี 2523 ที่เมืองโอ้คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์แดนกีวีโน่น เป็นเรื่องอาหารไทยเหมือนกันแหละ แต่ไม่ได้สะท้อนความเอร็ดอร่อยอะไรของฝีมือพ่อคร้วจำเป็นอย่างผม ต้องเรียกว่าความเชยเสียมากกว่า

เมื่อปีนั้น ผมมีโอกาสได้ทุนจากหน่วยงานให้ไปเรียนเมืองนอกกะเขาบ้าง ติดต่อไปติดต่อมาก็ได้ไปลงเอยที่เมืองกีวีนี้ ผมเช่าบ้านอยู่ข้่างๆที่ทำงานตามคำแนะนำของเพื่อนที่อยู่มาก่อน บ้านนั้นเป็นบ้านหลังใหญ่ พื้นที่กว้างร่วมไร่ มี่สนามเทนนิสด้วยแต่มีป้าฝรั่งอยู่คนเดียว ลุงเสียไปหลายปีแล้ว ลูกสาวคนหนึ่งกับลูกชายสองคนแต่งงานไปแล้วก็แยกครอบครัวไปตามธรรมเนียมฝรั่ง ป้าก็เลยเปิดส่วนหนึ่งของบ้านให้เช่า ความจริงป้าก็ไม่ใช่ว่าต้องการเงินหรอก แต่คงต้องการเพื่อนมากกว่า ผมเห็นคนแก่อยู่คนเดียวก็อดช่วยแกไม่ได้ตามประสาคนไทย ช่วยตัดหญ้าทำสวน ช่วยโน่นนี่ตามเรื่อง ที่ผมชอบใจมากคือหนังสือที่กองเป็นภูเขาเลากาของป้าเนื่องจากลุงที่เสียไปแล้วเป็นศาตตราจารย์ ป้าเองก็เป็นครู ผมว่างเมื่อไรก็เดินไปขอยืมหนังสือป้ามาอ่าน ป้าเห็นผมเป็นคนรักหนังสือก็ปล่อยให้ผมเดินเข้านอกออกในเลือกหนังสือได้ตามใจ ผมได้อ่านหนังสือมากที่สุดครั้งหนึ่งก็คราวนั้นแหละ

นอกจากหนังสือแล้ว ของดีอีกอย่างหนึ่งที่บ้านหลังนี้มีก็คือตะไคร้กอโตๆหลายกอที่คนไทยคนเช่าก่อนๆปลูกเอาไว้เป็นมรดกตกทอดมาถึงรุ่นผม นอกเหนือไปจากต้นมินท์นานาพันธุ์ซึ่งแปลกแต่จริงว่าไอ้ต้นที่กลิ่นเหมือนสะระแหน่นั้นกลับหน้าตาไม่เหมือนเลย ไอ้ที่หน้าตาเหมือนกลับกลิ่นทะ:-)ๆ ริมรั้วบ้านป้านั้นปลูกกอไผ่ซึ่งผมว่าหน้าตาเหมือนไผ่รวกบ้านเรา มันแทงหน่อเร็วมาก แม้ว่าฝีมือทำอาหารผมจะจำกัดมากแต่ผมก็ไปขออนุญาตป้าแกตัดมากิน แกรีบยกให้โดยไม่ขัดข้อง บอกว่ายังไงๆก็ต้องตัดทิ้งอยู่ดีไม่งั้นกอไผ่มันรกกว่านี้ ผมเอาหน่อไม้มาทำต้มจืดกับซี่โครงหมู ทำผัดกับหมูใส่ไข่ ทำไข่เจียวไข่ดาวไข่ตุ้นและเมนูไข่อีกสารพัด กินกับข้าวสวยที่หุงด้วยหม้อไฟฟ้า ก็กล้อมแกล้มไปได้ แต่ทำซุบหน่อไม้ไม่เป็นเพราะไม่มีใบยานาง ผมกินเมนูหน่อไม้กับเมนูไข่จนเบื่อก็มองหาเมนูใหม่ๆ ก็พอดีนึกได้ว่าเรามีตะไคร้อยู่นี่หว่า ส่วนผสมสำคัญของอาหารไทย อย่ากระนั้นเลยลองต้มยำดีกว่า

วันนั้นผมไปเทียวหาดมูริไว เพื่อนมันชวนไปเก็บหอย บอกว่าหอยแมงภู่นี่เกาะหินดำครืดตั้งแต่หัวหาดยันท้ายหาดซึ่งพอผมไปเห็นก็เห็นจริงตามนั้น ผมถามว่าเขายอมให้เก็บหรือเปล่า? เพื่อนบอกว่าเก็บได้ แต่จะมีเจ้าหน้าที่อุทยานเขาคอยตรวจไม่ให้เก็บหอยขนาดเล็กที่กำลังเจริญพันธุ์ ผมหัวร่อก๊ากเพราะว่าไอ้ที่ผมหมายตาไว้นั้นเป็นหอยตัวโตเบ้อเร่อขนาดเท่าฝ่ามือซึ่งผมไม่เคยเห็นหอยแมงภู่ที่ไหนโตเท่านั้นมาก่อน เราแซะมาได้สี่ห้าตัวก็เต็มถังแล้ว เมื่อกลับมาถึงที่พักก็ลงมือช่วยกันทำต้มยำหอยกันอย่างกุลีกุจอ ทำหอย ต้มน้ำ ใส่เครื่องปรุงซึ่งเราหาได้จากร้านจีน กลิ่นงี้หอมฉุยชวนน้ำลายสอเล่นเอาพ่อครัวจำเป็นหิวติดหมัดขึ้นมาเลย เมื่อกะว่าได้ที่แล้วเราก็ล้อมวงอย่างหมายมั่นปั้นมือ เพื่อนจ้วงหอยเข้าปากแล้วก็เคี้ยว เคี้ยวได้สองสามคำมันก็หยุดมองหน้าผม บอกว่า "เหนียวอิ๊บอ๋ายเลย"

ครับ พอผมลองเคี้ยวเองบ้่างก็พบว่าดัชนีความเหนียวของเนื้อหอยเจ้ากรรมพวกนั้นถึงไม่เท่ากับยางรถยนต์ก็ใกล้เคียงมาก เราไปเก็บเอาโคตรหอยที่อายุคงเฉียดๆร้อยปีมากินน่ะสิครับ จำไปจนตายเลย

โหสิน่ะ ปู่หอย ไม่ได้ตั้งใจ ก็ไม่รู้นี่หว่าว่าเนื้อปู่จะเหนียวยังงี้

จากคุณ : แอ๊ด ปากเกร็ด


^
^
^
****ยางรถยนต์ก็ใกล้เคียงมาก      เราไปเก็บเอาโคตรหอยที่อายุคงเฉียดๆร้อยปีมากินน่ะสิครับ     จำไปจนตายเลย     โหสิน่ะ       ปู่หอย        ไม่ได้ตั้งใจ            ก็ไม่รู้นี่หว่าว่าเนื้อปู่จะเหนียวยังงี้****

คุณแอ๊ด ปากเกร็ดคะ อ่านแรกๆก็ออกจะแนวเป็นการเป็นงาน     แต่พอมาถึงสองบรรทัดหลังนี่่ก๊ากแตกเลยค่ะ

จากคุณ : สมองฝ่อเพราะตกงาน (สมองฝ่อเพราะตกงาน)


ปี 2532 ณ จังหวัดพิษณุโลก มันก็น่าที่เจ้าบรูซจะขรี้แตกแหละ
เพราะปีนั้นกินในกรุงเทพฯ ก็มีสิทธิแตกเหมือนกัน เพราะตอนนั้น
พวกน้ำปลา สิ่งของที่ต้องมี อย.มันยังไม่ตรวจเข้มเหมือนเดี๋ยวนี้
น้ำปลาน่าจะเป็นน้ำเกลือผสมมากกว่าน้ำปลาแท้แบบสมัยนี้

จากคุณ : อัลปลั๊ก


"ส้มตำ" หากว่าเป็นคนที่ไม่เคยทานมาก่อน หรือเป็นคนธาตุอ่อน

มีเปอร์เซ็นต์สูง ว่าจะท้องเสีย ... ไม่ว่าส้มตำ ที่ทานนั้น จะสะอาด ถูกหลักอนามัยเพียงใด

เพราะ "มะละกอ" มีฤทธิ์เป็นยาระบาย





ปล. รุ่นน้อง ทานส้มตำทีไร จู๊ดๆ ทุกที ไม่ว่าร้านไหนๆ สะอาดสุดๆ เพียงใด ทำทานเองก็ยัง จู๊ดๆ

มันบอก "ต้องเป็นเพราะมะละกอแหละเจ๊ ... แต่หนูก็ยังชอบกินอยู่นะ ส้มตำอ่ะ"

ขาดไม่ได้!! 55 ฮ่าฮ่าฮ่า



ปล. อีกที --- พี่บรูซ แกคงจะทานส้มตำเยอะไปด้วยแหละ อาการเลยหนักกว่าปกติ เหอๆ

จากคุณ : ฟองคำ


นานมาแล้ว เพื่อนรักคนหนึ่งเคยไปแลกเปลี่ยนที่ New Zealand
หลายปีต่อมา ป่าป๋า หม่าม้า ฝรั่งมาเที่ยวบ้าน เพื่อนที่ภูเก็ต

เราโดนลากไปช่วยต้อนรับ

ทั้งคู่เป็นผู้ดีมมากมาก ไอ้เรากับเพื่อนก็วัยรุ่นพึ่งทำงาน (หลายปีมาแล้วไง) เลยพาแกไปทาน แกงเนื้อปู ทีทานกับเส้นหมี่ขาว  ปลาสามรส  กุ้งนึ่งจิ้มกับ น้ำจิ้มซีฟู้ด

แกทำหน้านิ่งนิ่ง ไม่พูดอะไร แต่แกคงสับสนกับระบบการทานอาหารไทยบ้านเรา

คือ ท่านทั้งคู่ทานกับข้าวโดยไม่แตะข้าว เลย ทานไปขอน้ำไป ซักพักเด็กเอาจานหอย มาให้ จริงจริงเราอยากกินจานนี้เอง ไม่ได้ตั้งใจจะให้ท่านทั้งสองทาน

แต่ เธอทั้งสองทานหอยไป ไม่ยอมให้เราทาน แบ่งกันสองคน แล้วก็เรียกเด็กเสริฟมาสั่งเพิ่ม

แล้วถามเรากับเพื่อน ว่านี่หอยอะไรชั้นไม่เคยกิน ไม่เคยเห็น ทำไมมัน so sweet so amazing

เรากับเพื่อนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก เลยบอกแกว่า" Pull feet shell Mama"

เพื่อนพันทิป ที่เคารพค่ะ

มันคือ หอยชักตีนอะค่ะ


หลังจากนั้นมาแก็มาภูเก็ตทุกปีเลย จนเพื่อนเราไม่อยู่แล้วนะค่ะ จึงได้ขาดการติดต่อไป

จากคุณ : รักคนอ้วน (รักคนอ้วน)


#478 เป็นผมเจอหอยตัวใหญ่ ๆ ผมก็คงจะเลือกแบบนั้นเหมือนกันล่ะครับ ฮ่าฮ่าฮ่า

จากคุณ : Namor FC


เป็นกระทู้แรกจริงๆ ที่อ่านทุก คห.... 55555

จากคุณ : ใบตะขบ


ตอบคห 472

ตามกระทู้นี้นะคะ http://topicstock.pantip.com/food/topicstock/2011/04/D10433129/D10433129.html น้ำหนักที่บอกคือ น้ำหนักของน้ำจิ้มที่ทำเสร็จแล้วค่ะ

จากคุณ : wippygal25


อ่านมา นานละ เล่าบ้าง

ไม่นานมานี้ มีน้องฝึกงาน มาจากมาเก๋า ก็เลยลองพาไปทานอาหารไทยดู ถามเขาว่าทานเผ็ดใด้ไหม เขาบอกว่า ของชอบเลย คนมาเก๋าก็ ทานรสชาิติเผ็ดเหมือนกัน

ก็เลยไปร้านขายอาหาร ในตรอกสกาล่า จะมีร้านนึงอร่อยมาก ก็สั่งไป มี ตำไทย เคร่องในไก่ทอด ไก่ทอด ลาบหมู แล้วก็ ต้มยำปลานิล

ปรากฎว่า ซัดทุกอย่างเรียบวุ๋ด หมดไม่มีเหลือจริงๆ อย่างต้มยำปลานิล ตอนแรกเขาไม่กล้ากิน เพราะเึคยใด้ยินแต่ต้มยำกุ้ง แต่พอใด้ทานแล้ว แทบจะยกซด เพราะการันตีเลย ว่าต้มยำปลานิล ร้านนี้อร่อยและสดจริงๆ

จากคุณ : zuzaku


เดือนที่แล้ว ผมมีโอกาสไปร่วมพิธีสาบานตนของอาสาสมัครอเมริกันที่โรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยา จังหวัดสิงห์บุรี อาสาสมัครรุ่นนี้แบ่งเป็นสองกลุ่ม  กลุ่มแรกจะไปร่วมพัฒนาชุมชน สังกัดการปกครองส่วนท้องถิ่น กลุ่มที่สองจะไปร่วมพัฒนาด้านภาษาอังกฤษและอื่นๆในโรงเรียนระดับประถมฯของรัฐ  สรุปว่า ฝรั่งจากเมืองนอก ( ที่อยู่อีกซีกโลกนึง คือสหรัฐอเมริกา ) จะมาอยู่บ้านนอก ( ชนบทห่างไกลของเรา )

  อาสาสมัครมีทั้งรุ่นอาวุโส คุณป้าที่ดูกระตือรือล้นที่จะทำงาน จนถึงหนุ่มสาวเพิ่งจบมหาลัยใหม่ๆ จากบ้านเมืองที่มีสาธารณูปโภคและเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน มาทำงานในชนบทกับชุมชนและส่วนราชการแบบไทยๆ ระยะเวลาสองปี จะรอดไหมเนี่ยะ  หน่วยสันติภาพฯและส่วนราชการไทยจึงต้องจัดอบรมให้คณะอาสาฯ เป็นเวลาสิบสัปดาห์ ทั้งในห้องแอร์ ภาคสนาม ศึกษาดูงานสถานที่ต่างๆ โดยเฉพาะให้อยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์เพื่อเรียนรู้ชีวิตจริงๆ เมื่อเจอปัญหาในสถานการณ์จริงจะได้รับมือถูก

   หลังจากผ่านการอบรมทั้งหมดก็ได้มาประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่างๆ และก็ถึงวันสาบานตัวซึ่งจะมีท่านเอกอัครราชฑูตหรือผู้แทนมาร่วมพิธีต่อหน้าธงชาติไทยและอเมริกันทุกครั้ง  พิธีสาบานตัวและรับมอบอาสาสมัครให้กับส่วนราชการไทยผ่านไปด้วยดี ก็ถึงเวลาอาหารกลางวัน ผม ( อีกแระ ) ได้รับเกียรติให้นั่งร่วมโต๊ะ VIP กับท่านฑูต ข้าราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และที่สำคัญผู้แทนของอาสาสมัครสองคน  ได้คุยกับคนแรกเป็นสาวสวยแบบลาติน เธอเล่าว่า ตอนไปอยู่ครอบครัวอุปถัมภ์ ได้หัดนุ่งผ้าถุงกระโจมอก ใช้ขันตักน้ำอาบ จนถึงลงไปเล่นน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ฝึกตีโป่งผ้าถุง ได้ยินคนตะโกน " ฝรั่งเล่นน้ำ " เธอ( พอพูดไทยได้ ) ตะโกนตอบว่า " ไม่ใช่ฝรั่ง ( ผลไม้ ) แต่เป็นคนอเมริกันค่า " อีกอย่างที่เธอกลัวคือยุงกะแมงมุม เวลาเข้าห้องน้ำก็ต้องคอยกังวลว่าจะมีแมงมุมโผล่มาให้สยองหรือเปล่า  

   ระยะแรก กินอาหารไทย ลำบากมากกก อาหารหลายๆอย่างรสจัดไม่เคยชิน ทั้งตัวเองและเพื่อนๆ ต้องเข้าห้องน้ำบ่อยๆ ( ท้องเสีย ) " แต่เดี๋ยวนี้ก็กินเผ็ดได้แล้วนาคะ "  พูดจบก็ตักยำรสจัดใส่ปากเคี้ยวตุ้ยๆ  เธอจะไปบรรจุในต่างอำเภอจังหวัดสุโขทัย คงได้ชิมอาหารเหนืออร่อยๆอีกมากมาย   ผมคุยกับผู้แทนอาสาสมัครอีกคนที่จะไปร่วมพัฒนาชุมชน เป็นชายหนุ่มบุคลิกดี มีคุณแม่เป็นเม็กซิกันเลยทานเผ็ดได้ ตั้งใจว่าจะต้องสัมผัสอาหารไทยให้ได้มากๆ โดยเฉพาะอาหารอีสานที่เจ้าตัวจะไปทำงานแถบนั้นโดยสัญญาว่า  " กว่าจะครบสองปี ผมต้องทานส้มตำปลาร้าเป็นแน่นอนครับ "

จากคุณ : Jackrapan (Jack Happy)


ผมเล่าไว้ใน #478 แล้วเรื่องความเชยในการไปเก็บเอาโคตรหอยมาต้มยำ วันนี้ก็ขอเล่าเรื่องความเชยอีกเรื่องให้ฟัง

ตอนที่ผมไปเรียนอยู่นิวซีแลนด์นั้นก็เหมือนกับนักเรียนทุนทั้งหลายคือค่อนข้างจำกัดจำเขี่ยเรื่องค่าครองชีพ ดังนั้นเรื่องอาหารการกินจะให้อุดมสมบูรณ์ด้วยหมูเห็ดเป็ดไก่ทุกมื้อเหมือนอยู่บ้านเราคงไม่ได้ ด้วยเหตุนี้วันนั้นเมื่อไปด้อมๆมองๆแถวซุปเปอร์มาร์เก็ตเจ้าประจำก็ตาลุกเมื่อเห็นไก่ทั้งตัวประกาศขายติดป้ายอยู่ว่า "Casserole Chicken, $1 ea."

อ๊ะ ได้การ ไก่ตัวละเหรียญเดียว วันนี้ตูได้ฟาดเมนูไก่เต็มคราบละวะ ผมนีกในใจ หยิบเอาไก่คาสเซอโรลมาตัวหนึ่งใส่รถ ท่าทางจะเป็นไก่พันธุ์พิเศษมาจากประเทศด้อยพัฒนามันถึงราคาถูก ไม่เคยได้ยิน วันนั้นมีรุ่นพี่คนสวยจะมาทำกับข้าวที่บ้าน พี่ปุกเพิ่งมาจากเมืองไทย พอรู้ว่ามีไก่เธอก็บอกว่า "เออ ดี แล้วพี่จะทำไก่อบให้กิน" เมื่อมาถึง พี่เขาก็จัดแจงเข้าครัว ทำอะไรต่อมิอะไรตามประสาโดยมีผมเป็นลูกมือคอยสับคอยโขลกตามแต่บัญชา เมื่อเสร็จพิธี พี่เขาก็เอาไก่ที่หมักได้ที่แล้วใส่ถาดยัดเข้าตู้อบ ตั้งหน้าปัทม์และตั้งเวลาให้ได้ความร้อนตามตำรา ผมเดินเข้าๆออกๆครัวคอยสังเกตการ กลิ่นไก่อบงี้หอมฉุย พอได้เวลาเตาอบก็ตัด เราจัดโต๊ะอาหารโดยมีเพื่อนๆคนไทยไกลบ้านด้วยกันมาคอยชิมอยู่อีกสามสี่คน เราให้เกียรติแม่ครัวคนเก่งคือพี่ปุกเป็นคนได้ตัดไก่เป็นคนแรก พี่ปุกคว้ามีดไปหั่น เราจ้องกันตาเขม็ง อึดใจหนึ่งผ่านไป ไม่มีทีท่าว่าพี่ปุกจะสามารถแยกธาตุไก่ตัวนั้นเป็นชิ้นๆได้ พี่เขาเม้มปากแสดงความตั้งใจ แล้วก็เกร็งข้อ ลงมือหั่นๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ปรากฎว่า สามารถสร้างริ้วรอยตำหนิให้กับไอ้ไก่หนังเหนียวตัวนั้นได้พอกับแมวข่วน พี่ปุกส่ายหัว บอกว่า "เอ้า ฉันหั่นจนข้อล้าแล้ว พวกเธอตัวโตๆลองดูซิ"

เอาละสิ เดือดร้อนชายฉกรรจ์อกสามศอกทั้งสี่ห้าคนต้องเวียนเทียนกันลงมือทั้งเฉือนทั้งหั่น เวลาผ่านไปห้านาที เราประสบความสำเร็จในการเฉือนขาไก่ให้หลุดจากตัวไก่ได้ขาหนึ่ง และเมื่อพยายามเฉือนเนื้อมาแบ่งกันกินให้หายแค้น เราก็พบว่าความเหนียวของมันไม่ได้ด้อยไปกว่าความเหนียวของโคตรหอยเลย ในทีสุดก็ล้มเลิกความตั้งใจ กินข้าวกับปลากระป๋องแล้วก็ไข่เจียวแทน เพื่อนฝูงด่ากันขรม "ไอ้แอ๊ด มรึงทำเรื่องอีกแล้ว คราวที่แล้วเรื่องหอยยังไม่เข็ด คราวนี้ไปคว้าเอาไก่ระย.....ที่ไหนมาวะ" ผมได้แต่ทำหน้าจ๋อยเพราะไม่รู้จะเถียงยังไง

เพื่อให้หายข้องใจ ผมเอาเรื่องไก่หนังเหนียวพันธุ์คาสเซอโรลไปถามป้าโร้สเจ้าของบ้าน ป้าแกได้ยินแล้วก็หัวร่องอหายอยู่พักหนึ่งก่อนจะบอกว่า "ยูต้องเข้าใจนะว่าไอ้ไก่คาสเซอโรลน่ะมันไม่ใช่พันธุ์ของมันแต่มันหมายถึงไก่ที่ต้องปรุงด้วยวิธีอบด้วยชามคาสเซอโรลเท่านั้นถึงจะได้แอ้ม เพราะว่ามันเป็นแม่ไก่พันธุ์ไข่ที่แก่จนหมดอายุการไข่แล้วเขาก็เอามาเชือดขายใหิกินเนื้อ เมื่อคิดถึงว่ามันเป็นไก่แก่แล้วก็ไม่ใช่ไก่พันธุ์เนื้อด้วยก็ลองคำนวณความเหนียวเอาก็แล้วกัน" ว่าแล้วแกก็ไปหยิบเอาชามคาสเซอโรลมาให้ดู เป็นชามกระเบื้องหนามีฝาหนาหนักครอบ เวลาอบไก่มันก็ได้ผลน้องๆหม้ออบความดันมันถึงได้สุกเปื่อยได้ง่ายขึ้นกว่าอบธรรมดา

ก็ดีเหมือนกัน ซื้อความรู้

จากคุณ : แอ๊ด ปากเกร็ด


เพิ่งกลับจากพาลูกค้าไปอเมริกามา
ลูกค้าคู่หนึ่งกระเป๋าไม่มาด้วยตอนถึง Seattle
อิฉันก็ไปรอไปช่วยดูตอนเขาติดต่อจนท.สายการบิน
ทีนี้ในห้องมีคนอเมริกันอีก 3 คนที่กระเป๋าก็ไม่มาด้วย
เลยได้ยินสองในสามเขาก็คุยกัน:-

ฝ่ายหญิง: I just got back from Bangkok.
ฝ่ายชาย: Me too, I was there for a week. Didn't have much time.
ฝ่ายหญิง: I didn't like Bangkok but the food was soooooooooo (เสียงเน้นมาก) good!

นกดื่มชา

จากคุณ : งงมึนเอ๋อเซ่อเปิ่นหลง


เมื่อ 8-9 ปีก่อน เปิดสอนทำอาหารไทยอยู่ที่เกสเฮาส์ที่ อ.ปาย
มีฝรั่งชาวแคนาดาคู่นึง(แฟนกัน)มาเรียนทำอาหาร  เรียน 3 อย่าง แถมสอนทำขนมหวาน 1 อย่าง เลือกได้จากเมนู
เค้าเลือกเรียนแกงเผ็ด(สอนแบบตำน้ำพริกแกงเองเลย), ทอดมันปลา, ผัดไทย ..และเลือกข้าวเหนียวมะม่วงเป็นของแถม

3 ปีผ่านไป ย้ายมาทำงานกทม.  เพื่อนคู่นี้แต่งงานแล้ว ติดต่อกลับมาว่า จะมาเที่ยวเกาะเต่า เธอช่วยไปเที่ยวกับพวกชั้นหน่อยสิ
ก้อไปด้วย เค้าจ่ายค่าที่พักให้ แถมพ็อกเก็ตมันนี่อีก 5,000 บาท
(ไม่เกี่ยวกับอาหาร แต่อยากเล่า อิอิ)

ปีที่แล้ว ได้ทุนบริษัทไปเรียนที่แคนาดา 2 เดือน.. ไปพักบ้านเพื่อนคู่นี้
เราติดต่อไปว่า ขอไปอาศัยอยู่ด้วยได้ไม๊ ชั้นทุนไม่พอ ไม่มีค่าที่พัก
เค้ารับปากทันที ขอแค่ให้สอนเค้าทำอาหารไทย แลกกับค่าที่อยู่
พอไปอยู่จริงๆ ไม่มีโอกาสได้สอน เพราะเค้ามีลูกเล็ก 2 คน วุ่นกับการดูลูกมาก

ตอนอยู่ 2 เดือน ก็เลยได้ทำอาหารไทยให้เค้าทาน แทนการสอน ทำสัปดาห์ละ 3-4 วัน  
เค้าพาไปเที่ยวต่างเมืองที่ไหน ก้อจะคะยั้นคะยอให้ทำอาหารไทยให้เพื่อนและญาติๆเค้าทานตลอด
เมนูหลักคือ ต้มยำกุ้ง, ต้มข่าไก่, ผัดไทย, แกงเขียวหวาน, แกงเผ็ด(เนื้อ, ไก่, กุ้ง สลับกันไป)
สรุป ทั้งพ่อ-แม่, ญาติๆ และเพื่อน ของทั้งฝ่ายช่ายและหญิง และแม้กระทั่งเพื่อนบ้าน ก็ล้วนติดใจอาหารไทยกันถ้วนหน้า

เพื่อนบ้านมีการอิจฉาเพื่อนเรา ที่มีคนไทยมาอยู่ทำอาหารไทยให้ทานถึงที่บ้าน
พร้อมเสนอว่า มาคราวหน้า มาพักบ้านชั้นก็ได้ ชั้นให้พักแบบไม่คิดเงินเลยเหมือนกัน 55

*************************************
ส่วนของที่เค้ายี้ คือ “กะปิ” ค่ะ
เราคิดถึงมะม่วงจิ้มกะปิบ้านเรา ก้อเลยเอาแอปเปิ้ลเขียวบ้านเค้(เปรี้ยวๆเหมือนกัน แทนกันได้) มาจิ้มกะปิกิน
เพื่อนเค้าก็ อืม...กลิ่นแรงจัง ลูกชั้นถามว่ากลิ่นอะไรเน่าๆในห้องนอนเรา 55

จากคุณ : Rainbow Obsidian


เข้ามาอ่านอีกรอบแล้วก็มีความสุข ^^
แต่ละเรื่อง อ่านไป ยิ้มไป หิวไป

จากคุณ : JaeLuv


อาหารไทยเราก็ดีนะ อร่อย แต่ถ้าไปกินที่ต่างประเทศมันสู้ที่ไทยไม่ได้ ผิดกับอาหารต่างประเทศ กินที่ไทยยังอร่อยกว่า  เพื่อนร่วมงานชาวเกาหลี มากินสปาเก็ตตี้ผัดขี้เมา บอกอร่อยมาก ฟาดแป๊บเดียวหมด ถามว่าผักนี่อะไรๆ ที่เค้าใส่พวกเครื่องปรุงผัดขี้เมาลงไปน่ะค่ะ เราก็เรียกไม่ถูก มันมีหลายอย่าง พวกพริกขี้หนู แล้วก็ใบโหระพาหรือเปล่า ไม่แน่ใจ  เค้าบอกว่าอร่อยมาก หอมมาก แล้วก็เจ้านายคนเกาหลีชอบกินทับทิมกรอบมาก ไปเอ็มเคเป็นทีไรต้องสั่งทุกที

จากคุณ : normal_flora


ผมมาเล่าประสบการณ์เรื่องอาหารไทยกับคนต่างชาติทั้งในประเทศไทยและยามไกลบ้านไปแล้ว เมื่อเทียบกับที่หลายๆท่านมาเล่า ผมออกจะอายๆที่ตัวเองเทียบไม่ได้กับท่านที่มีฝีไม้ลายมือเป็นพ่อครัวแม่ครัวจนทำให้ฝรั่งมังค่าและชาวต่างชาติติดอกติดใจรสชาติอาหารไทย เสริมสร้างเกียรติภูมิของอาหารไทยไปทั่วโลก ผมน่ะก็อยากจะทำอย่างนั้นบ้างเหมือนกัน แต่ติดขัดตรงที่ว่าตัวเองไม่ได้มีทักษะทางการทำอาหารเอาเลย สมัยเป็นลูกเสือเดินทางไกล เพื่อนฝูงมอบหน้าที่หุงข้าว หุงได้มื้อเดียว เพื่อนฝูงก็พร้อมใจกันอัปเปหิให้ไปทำหน้าที่หาฟืน ห้ามยุ่งเกี่ยวกับอาหารที่เพื่อนฝูงจะต้องกิน ไม่งั้นอาจมีใครท้องขึ้นท้องเฟ้ออาหารเป็นพิษไปโน่นเลย ดังนั้น ประสบการณ์เกี่ยวกับอาหารไทยในต่างแดนที่ผมจะเล่าต่อไปนี้นั้นก็เป็นเรื่องของความล้มเหลวในการแนะนำอาหารไทยให้ชาวต่างชาติรู้จัก เรียกได้ว่า ขืนให้แอ๊ดเป็นทูตสันถวไมตรีทางอาหารละก็ ประเทศไทยคงได้ศัตรูเพิ่มขึ้นแทนได้มิตร

คราวที่แล้วใน #488 ผมเล่าเรื่องไก่คาสเซอโรล หลังจากวันนั้นแล้วก็โชคดีที่ผมไม่ต้องบากหน้าเป็นพ่อครัวจำเป็นอีกต่อไปเพราะว่าคนที่บ้านเขาตามมาอยู่ด้วย เรื่องอาหารการกินก็ไม่อัตคัดอีกต่อไป ได้กินเปรี้ยวหวานม้นเค็มเต็มอัตรา แล้วก็ยังเผื่อแผ่ไปให้ป้าโร้สเจ้าของบ้านด้วย อาหารไทยบางอย่างแกก็ชอบ บางอย่างแกก็ไม่ชอบ ก็ไม่ว่ากันเพราะของอย่างนี้ลางเนื้อชอบลางยา เรื่องข้าวเหนียวมะม่วงนั้นที่นิวซีแลนด์ใน พ.ศ.นั้นเป็นเรื่องลำบากเพราะว่าข้าวเหนียวน่ะพอจะมูนได้แต่ว่าจะหามะม่วงอร่อยๆจำพวกอกร่องน้ำดอกไม้มันหาไม่ได้ มีแต่มะม่วงเกาะมะม่วงฟิลิปปินส์ซึ่งรสชาติมันสุดจะบรรยาย เป็นอันว่าป้าโรสอดกินข้าวเหนี่ยวมะม่วง เมื่่อมีแม่ครัวตัวจริงมาแล้ว บ้านผมก็เลยเป็นที่ชุมนุมของพรรคพวกโดยปริยาย มาทำกินกันทุกสุดสัปดาห์

ทัตสุโอะเป็นหมอหนุ่มชาวญี่ปุ่นซึ่งก็มาดูงานที่โรงพยาบาลที่ผมไปฝึกงานอยู่ ผมเห็นเขาเป็นคนหน้าใหม่และเป็นคนเอเซ๊ยด้วยกันก็เข้าไปทักทาย ทัตสุโอะท่าทางจะเหง่าและคิดถึงบ้านมากเพราะว่าลูกยังเล็ก ตัวเองก็้ใช้ภาษาอังกฤษได้ไม่ดีเลยคุยกับใครก็เมื่อยมือ อาหารก็ไม่ถูกปาก เมื่อเห็นมันซึมหนักเข้าผมก็กล้วเพื่อนยุ่นจะซึมเศร้าจนคิดสั้น ก็เลยออกปากชวนมันมากินข้าวที่บ้าน ทัตสุโอะรับปากด้วยความยินดี วันนั้นเมนูของเราก็เป็นเมนูพื้นๆ มีไก่ทอด ไข่เจียว แล้วก็ต้มยำปลากระป๋อง พอนั้งโต๊ะ แม่บ้านเขาก็ตักข้าวแจกแล้วก็ตักต้มยำแบ่งใส่ถ้วยเล็กๆให้คนละถ้วย ทัตสุโอะเห็นข้าวแล้วก็กระดี้กระด้าขึ้นมาทันตาเห็น แต่แล้ว ก่อนที่จะทันแนะนำหรือห้ามปรามอะไรทัน เจ้าท้ตสุโอะคว้าถ้วยต้มยำยกขึ้นซดทันที

พี่น้องครับ ผมนึกว่ามันจะตายเสียแล้ว เจ้าทัตสุโอะสำลักแล้วก็ไอติดต่อกันอยู่ร่วมสิบนาที หน้ามันตอนแรกแดงแจ๋แล้วก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีเขียวเพราะหายใจไม่ทัน ผมเห็นมันไอไม่หยุดจนตัวงอ นึกในใจว่า ซวยละสิตู เกิดมันเป็นอะไรขึ้นมา หนังสือพิมพ์เมืองกีวีคงพาดหัว "Chemical warfare: Thai lethal brew killed Japanese doctor" ผมนึกออกว่าตำราเคยสอนวิธีแก้ไขคนที่สำลักเพราะมีอะไรติดหลอดลมด้วยวิธีการเจาะคอแบบฉุกเฉินอย่างที่เรียก cricothyroidotomy คือเอามีดเฉือนตรงลูกกระเดือกเปิดทางให้อากาศเข้าได้ มือไวเท่าความคิด ผมฉวยมีดมาถือ กะว่าถ้ามันยังไม่หายละก็ ตูเอาแน่ เจ้าทัตสุโอะมันคงเดาเจตนาผมออก มันรีบยกมือห้ามแล้วพูดเสียงแหบแห้ง "I'm OK now. What the heck is that? I thought it was miso soup."

โธ่เอ๋ย ทัตสุโอะมันเข้าใจผิด นึกว่าเราตักซุปแบบญี่ปุ่นให้มันกินเลยซดเอาต้มยำฉบับของจริงเข้าไป มีลูกโดดลอยอยู่เกลื่อนกลาด นอกเหนือไปจากขิงข่าตะไคร้ใบมะกรูดเต็มรูปแบบ โชคดีที่มันไม่เป็นอะไร ไม่งั้นคงเป็นข่าวดังไปทั่วโลกแน่ว่าแอ๊ดเป็นคนไทยคนแรกที่สังหารญี่ปุ่นด้วยอาหารไทย

จากคุณ : แอ๊ด ปากเกร็ด


ตลาดจะวายแล้วหรอคะ??
ยังตามอ่านอยู่นะคะ

จากคุณ : ใบตะขบ


ชีวิตใน Western  Australia ยังคงดำเนินต่อไป เดี๋ยวนี้ผมเหมือนพ่อครัวจำเป็นไปแล้ว ตอนเช้าก็ทำอะไรง่ายๆ เช่น ไก่ทอดกระเทียมพริกไทย หมูทอดกระเทียม บางครั้งก็ข้าวผัดรวมมิตร ( มีอะไรก็ใส่ๆไป ) บรรจุทัปเป่อรแวรไปเรียนมหาลัย  พอพักกลางวัน ชมรมอาหารไทยก็มารวมกันที่คาเฟทีเรีย   น้องหมวยมีข้าวสวย  พริกน้ำปลากะไข่เจียวปู ( ผมหัดให้ทำกะมือ รสชาติโอแล้วครับ ) ส่วนยูกิกับนัทซึมิหอบแซนด์วิชมาสองแพค เจ้าบ้อบกระหืดกระหอบแบกน้ำและน้ำผลไม้มาหลายกระป๋อง อ้อ มีเบียร์อีมูมาให้ผมด้วย ก็ลงมือทานกันไปคุยไปโดยเฉพาะผู้หญิงคุยจ๋อยๆ

      ยูกิเล่าว่า บ้านเธออยู่เมืองฮิเมจิ ( Himeji city ) ห่างจากโอซาก้าและโกเบไปทางตะวันตก มีปราสาทฮิเมจิ ( Himeji Jo ) ซึ่งได้รับการยกย่องจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกด้วย และเธอเกิดในฤดูหนาว( Fuyu ) มีหิมะตกมาก พ่อกะแม่เลยตั้งชื่อเธอว่า Yuki = หิมะ  ส่วนนัทซึมิมาจากจังหวัดชิสุโอกะ ( Shizuoka ken )ที่มีภูเขาฟูจี ( Fuji san ) อันสวยงาม เธอเกิดเดือนแปดเป็นฤดูร้อน ( Natsu )เลยชื่อนัทซึมิ มั้ง  ทำไปทำมาทั้งหมดก็เลยสนิทกันมาก   บางครั้ง วันหยุด เราก็นัดรวมพลกันที่บ้านพี่ของหมวย บ้านว่างเพราะพี่สาวกะแฟนไปฮอลิเดย์ที่ซิดนี่ย์  บ้อบพาหมวยไปจ่ายตลาด ผมเปิดโฉนด ดีดกีต้าร์ ร้องเพลงรุ่น 60s , 70s   ให้สองสาวฟังกันตาแป๋ว โดยเฉพาะยูกิ พอผมร้องเพลง You  mean  every thing  to  me  เธออายแก้มแดงแช๊ด น่ารักจัง หมดเบียร์ไปสองกระป๋อง น้องหมวยกะบ่าวบ้อบก็หอบของมาเพียบ รายการอาหารก็มี น้ำพริกปลาป่น ผมบอกบ้อบโขลกหอมแดงย่าง พริกย่าง ตามด้วยเนื้อทูน่ารมควัน โขลกให้เข้ากัน ใส่น้ำตาล เติมน้ำร้อนหน่อย ใส้น้ำปลาและน้ำมะนาว เสร็จ

    รายการที่สอง ผมให้น้องหมวยต้มน้ำค่อนหม้อจนเดือด ฉีกซองใส่เครื่องปรุงสำเร็จรูปต้มยำลงไป รอให้เดือดพล่านก็ใส่ปลาหมึกสด ปลากระพง หอยแมลงภู่ ของออสซี่นี่ต้วโตมาก และตามด้วยเห็ดสด เรียงลำดับตามความสุกยากง่ายคนนิดนึง ปิดฝา  บ้อบซอยพริก บีบมะนาว เทน้ำปลาใส่ชามใหญ่ แล้วตักต้มยำซีฟูดลงไป ปรุงรสตามใจชอบ  รายการที่สาม เป็นภารกิจของสองสาวยุ่น ให้ลองทำไข่เจียวหมูบด เริ่มตั้งแต่ตีไข่กะหมู ผมให้บีบมะนาวใส่ครึ่งลูกจะได้ฟูๆเวลาทอด กระทะใส่น้ำม้นร้อนๆ ไฟแรงๆ ยูกิเทไข่ลงไปเสียงดังฉ่า นัทซึมิถือตะหลิวคอยแซะพลิกอย่างทะมัดทะแมง  เหมือนจะเล่นเคนโด้เลย  อย่างไรก็ตามอาหารชุดที่สามสำเร็จลงด้วยดี

   หมวยกะบ้อบจัดโต๊ะเสร็จ ทั้งหมดก็สนุกสนานกับอาหารไทยที่คิดว่า ถ้าลองๆทำดู ก็จะรู้ว่าเราทำได้ โดยเฉพาะเวลาทำในต่างประเทศ อาหารไทยมีเสน่ห์และสามารถดึงดูดใจให้เค้าสนใจชิมและแน่นอนพวกเค้าก็จะอยากมาชิมจากมืออาชีพจริงๆในเมืองไทยด้วย  ขณะที่ผมนั่งนับกระป๋องเบียร์เปล่าๆ  ยูกิก็มานั่งตาแป๋วแว๋วอยู่ข้างๆ กระซิบว่า  Jack san  วันนี้ทำอาหารไทยสนุกมากและอร่อยมากๆเลย  Arigatou Gozaimashita ผมรู้สึกหัวใจพองโต มองเห็นโลกเป็นสีชมภูไปหมดเลย สุขสันต์เทศกาลสงกรานต์ทุกท่านครับ

จากคุณ : Jackrapan (Jack Happy)


ตอนไปเยอรมัน ประมาณ 20 วัน ยังไม่ถึง 10 วันดีเลย จัดปาร์ตี้มาม่าต้มยำน้ำข้นกัน 15 คน แต่ละคนหิวโหยอาหารไทยมาจากไหนไม่รู้ แต่ที่รู้ๆ ไอ่ 15 คนนั้น คนไทยล้วนๆ

เบื่ออาหารเยอรมัน มันแปลกๆ จืดๆ แถมไปเจอ หมูดิบปาดบนขนมปังอีก คนไทยไปกันไม่เป็นเลย มาม่านี่แหละ ชัวร์สุด

จากคุณ : กระต่ายน้อยเซนทาโร่


อ่าน 495 แล้วเขิลแทน อยากมีสาวมั่ง

จากคุณ : หมาเมาแฟ็บเดอะซีรี่ย์


คห. 497 ครับ ชีวิตที่ Western  Australia ของผมโดยรวมดูท่าจะดี แต่ตอนท้ายสุด หลังจากกลับมาอยู่เมืองไทยแล้ว  ก็ได้แต่ร้องเพลง " Right here waiting for  you "  อยู่คนเดียวครับ

จากคุณ : Jackrapan (Jack Happy)


แม่แฟนเก่าผมไม่ชอบอาหารไทย เวลาทำมาเขาจะไม่กินแต่คนอื่นกินหมด
ไม่ใช่ว่าทำไม่อร่อย แต่เขาบอกว่ารสชาติอาหารไทยไม่ถูกปากเขา

จากคุณ : Desolation Angel


เจ้าของกระทู้ หายไปไหนคะ ไม่เห็นเลย

จากคุณ : naporn


เล่ามั่งดีกว่า ของผมตอนก่อนช่วงสงกรานต์ ที่ตลาดไนท์ ที่จ.กำแพงเพชร เห็นชาวต่างชาติมาเป็นกลุ่มเดินเที่ยวในตลาด และมาหยุดตรงร้านขายแมลงทอด ยืนดูด้วยความสนใจ ลองชิมกันและก็ซื้อไปกินกันล่ะถุง ดูจากเขากินเหมือนเขาชอบแมลงทอดมากๆเลยครับ ^^

จากคุณ : ชอบIphonecแต่ทำไมซื้อAndroid


ชีวิตที่กว่าจะผ่านเดือนมีนาฯนี่ เหนื่อยสุดๆ เลยครับ พอส่งคณะผู้บริหารด้านการศึกษาของประเทศญี่ปุ่นกลับเสร็จ ผมกับน้องๆก็ต้องจัดปฐมนิเทศคณะนักเรียนและครู 37 คนทึ่ส่วนราชการจะส่งไปร่วมโครงการแลกเปลี่ยน ระยะ  3  สัปดาห์ ณ รัฐ Wisconsin  สหรัฐอเมริกา เรากำหนดไว้ 4 วัน ( 26 - 29 มีค. ) สถานที่ก็โรงแรมแถวๆ สามเสน 2  เหตุที่จัด 4 วันเพราะต้องละลายพฤติกรรม ซ้อมการรำไทย หัดทำอาหารไทย  ขจัดความเป็นคุณหนูออกไป และ ฯลฯ  

  วันจันทร์ที่เตรียมการ ปรากฎว่า ลูกของเพื่อนญี่ปุ่นที่โกเบมาพบ ( มาเมืองไทยเป็นครั้งแรก ) ก็เลยพาไปร้านใกล้ๆ ชื่อ Eat  wind , watch  bridge อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา  ( แปลตรงตัวเอาเองครับ ) คนญี่ปุ่นมาไทยครั้งแรกก็ต้องจัดหนักหน่อย  อาหารลำเลียงมาเล๊ย   ไข่เจียวนายกคนปัจจุบัน ต้มยำกุ้ง ต้มข่าไก่ แกงเขียวหวานเนื้อ ยำทะเล ส้มตำปูทะเล ฯลฯ  และเบียร์ไทยนี่เติมตลอด โดยเฉพาะน้ำพริกไข่ปูนี่ สุดยอด  ญี่ปุ่นพูดเป็นอยู่คำเดียวครับ   Oishi ,   Oishi , และ  Taihen  Oishi ได้รับความประทับใจจากฝ่ายญี่ปุ่นเกินร้อยครับ  แต่ปัญหาก็คือ ยังหาคิวสัมภาษณ์วีซ่าไปอเมริกาไม่ได้เลยทั้งที่จะเดินทางวันที่สิบสี่เมษาแล้ว  คิวมีเดือนมิถุนาโน่น เพื่อนๆช่วยด้วย ครับ

จากคุณ : Jackrapan (Jack Happy)


ดีใจที่คุณ Jackrapan (Jack Happy) เข้ามาอีก
นึกว่าตลาดจะวายซะแล้ว

ร้านที่คุณพูดถึงผมเคยไปอยู่ครั้งนึง
วันที่ผมไปอาหารไม่ประทับใจเลย รสชาดไม่สมราคา เลยไม่มีครั้งที่สอง
แต่แม่ครัวอาจจะเป็นคนละคนก็ได้ เพราะบางร้านเปลี่ยนแม่ครัวเป็นว่าเล่น
แต่บรรยากาศให้เต็มร้อย
ยิ่งปลาหมึกปิ้งที่พายเรือมา อร่อยกว่าอาหารที่ร้านซะอีก
ไม่รู้ว่าเพื่อนชาวญี่ปุ่นของคุณได้อุดหนุนอาหารที่พายเรือบ้างหรือเปล่า

จากคุณ : มันเกี่ยวกับใครเนี่ย


ไม่ทราบว่า มีใครได้ดูข่าวนี้ไหมคะ?
ดูจาก ThaiPBS เลย google ข่าวมาฝาก
http://www.oknation.net/blog/kaikhong/2012/04/23/entry-3

ไทยได้เข้าร่วมการแข่งขันทำอาหารรายการ FHA 2012 Culinary Challenge ที่ประเทศสิงคโปร์ และถึงแม้ว่าตู้เก็บอาหารจะล้มไปสองตู้ แต่ก็ยังได้เหรียญทองแดงมา

^_^ แหม จะไปต่อให้คนอื่นทำไม

จากคุณ : laccdiane


เคยเจอแต่แบบตรงข้ามครับ
ตอนอยู่ซิดนีย์ พาเพื่อนเกาหลีไปกิน ร้านไทย เพื่อนเจ้ากรรมอีกคนสั่ง ส้มตำปูปลาร้ามา
หลังจากนั้นเพื่อนเกาหลีคนนี้ไม่ไปกินข้าวกับเราอีกเลย 5555

จากคุณ : ov69


เรียน   คุณมันเกี่ยวกะใครเนี่ย

         วันนั้นรสชาดใช้ได้ครับ แต่อย่างที่คุณว่าบรรยากาศเต็มร้อย ตอนค่ำน้ำขึ้นด้วย เรือปลาหมึกย่างเอื้อมกันถึงเลย พวกญี่ปุ่นทึ่งมาก ร้อง " อีกะ อีกะ ( ปลาหมึก ๆ ) " ก็เลยหยิบแถวบนสุดให้ชิม สนุกกันใหญ่   ถ้ามีเวลาและมีคนอ่านก็ยังเขียนอยู่เพราะเป็นประสบการณ์และงานมันเกี่ยวข้องน่ะครับ

จากคุณ : jackrapan (Jack Happy)


นอกจากปัญหาน้ำท่วมปลายปี ทำให้การคัดเลือกนักเรียนเข้าร่วมโครงการล่าช้าแล้ว เดือนเมษาปีนี้ วันหยุดเยอะ มีผลกระทบกับงานเร่งด่วนมากมายโดยเฉพาะโครงการแลกเปลี่ยนนักเรียนที่ต้องส่งคณะนักเรียนและครู  37 คน ไปที่ WI , USA  ระหว่าง 14 เมย. -  4 พค. 2555 ทุกอย่างลงตัวหมดแล้ว ยกเว้น visa เรื่องจองคิวสัมภาษณ์ทางเน็ตน่ะเลิกคิดเลย ( จะว่างก็โน่น มิย. กค. )  ผมพยายามติดต่อประสานงานกับผู้เกี่ยวข้องทุกระดับด้านวีซ่าเร่งด่วน แต่ก็ยังเงียบๆอยู่ จนต้องบอกน้องๆ staff ว่า  "  สงสัยต้องต้มไข่อีกละมั้ง  "  สมาชิกไกลบ้านลองแอบคาดเดานะครับ ว่าพวกผมจะทำอะไร  ก็เดินสายจุดธูปหลายดอกละครับ

 พอบ่ายแก่ๆ วันที่ 10 เมย. ปาฏิหารย์มีจริงแฮะ  จนท.สถานทูตฯ โทรเข้ามือถือผม  สรุปว่า พรุ่งนี้บ่ายโมงครึ่ง ( 11 เมย. ) ให้พาทั้งหมดมายื่นวีซ่าและจะได้เล่ม passport @ visa ที่ ป.รองเมือง ตอนเย็นๆวันที่ 12 เมย.  พวกเรากระหน่ำโทร ตามตัวสมาชิกทั้งสามสิบกว่าคน เหนือสุดเชียงราย ใต้สุดปัตตานี อีสานก็ร้อยเอ็ด - สกล ส่วนภาคกลางจิ๊บๆ ( เราคัดเด็กทั่วประเทศครับ  ) ทุกคนมาได้ครบ ที่ดูทรโหดสุดคือ เชียงราย เพราะตั๋วเครื่องบินเต็ม คุณพ่อดีเด่นอาสาขับรถมาทั้งครอบครัว ถือโอกาสฉลองและเที่ยวสงกรานต์ที่กรุงเทพฯเสียเลย ไม่มีใครบ่นเรื่องความเร่งด่วน ( เพื่อลูกซะอย่าง )   วันที่ 12 เมย.  5 โมงเย็น น้องๆ Staff ไปรับเล่ม ที่ ป. รองเมือง กว่าจะได้ครบสามสิบกว่าเล่มก็ทุ่มกว่าๆ  ( พรุ่งนี้  ฉลองสงกรานต์ได้แล้ววุ้ย )  และเช้ามืดวันที่ 14 เมย. คณะได้เดินทางโดยทิ้งเบื้องหลังอันหวาดเสียวไว้  ก็ต้องขอขอบพระคุณ  ท่านเอกอัครราชทูตฯ ท่านทูตฯ จนท.สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยและผู้เกี่ยวข้องทุกๆท่านอย่างสูงเลยครับ

   ผมตรวจสอบจาก FB ของสมาชิกที่ไปอยู่ตามเมืองต่างๆ ในรัฐวิสคอนซิน ก็มีทั้งรูปกิจกรรมที่เค้าจัดให้ ทั้งในและนอกสถานที่ พร้อมข้อความ " พวกหนูสบายกันดีค่ะ   ขอบคุณมากจริงๆ ที่บังคับให้หัดทำอาหารไทย เข้าใจและเห็นความสำคัญแล้วค่ะ เพราะพวกเราได้โชว์ไข่เจียวหมูสับกับต้มยำกุ้ง บรรดาโฮสตื่นเต้นและชิมกันใหญ่ ถ่ายวิดีโอด้วย  พวกเราก็ตื่นเต้นไม่แพ้เค้า กลัวทำไม่ได้ดี ( ก็คุณหนูทั้งนั้นครับ ) แต่ภูมิใจมากๆ ไม่นึกว่าตัวเองจะทำได้ดีขนาดนี้และคนอเมริกันที่รู้จักกะเราก็ชื่นชมอาหารไทยมาก  คิดว่า รักษาชื่อเสียงของนักเรียนแลกเปลี่ยนรุ่นที่ 6 ไว้ได้แล้วละค่ะ "

จากคุณ : jackrapan (Jack Happy)


อยู่ฮอลแลนด์ เพิ่งไปออกร้านงานแฟร์กับร้านอินโดนีเซียที่เจ้าของร้านเป็นเพื่อนบ้านมาค่ะ

เค้าไปขายสะเต๊ะ ข้าวราดแกงอินโดฯ (Nasi ramas)
และให้เราทำอาหารไทยตามสั่ง ( Thais menu a la carte) ลองขายด้วย
เรามีสามเมนูให้เลือกตั้งแต่ไม่เผ็ดเลย เผ็ดน้อย จนถึงเผ็ดมาก
คือ ผัดน้ำมันหอย ผัดน้ำพริกเผา และผัดเครื่องแกง
และลูกค้าเลือกเอาได้ว่าเป็นเนื้อ ไก่ หรือกุ้ง

มีสามีภรรยาดัชท์คู่นึงมาที่ร้าน
สามีบอกว่า ของลองอาหารไทยเมนูกุ้ง เอาแบบเผ็ด แต่อย่าจัดจ้านนัก
ส่วนภรรยา เธอบอกว่า ขอปอเปี๊ยะทอดอินโดฯ ชิ้นเดียวพอ

เราทำกุ้งผัดน้ำพริกเผาราดข้าวให้สามีค่ะ
ตอนที่กำลังผัดอยู่ คุณภรรยายืนจ้องแบบตั้งใจมากเลย
พอเสร็จ ยื่นให้คุณสามีที่บอกว่าน่าทานมาก
คุณภรรยาเธอคว้าไปดูและดมๆ
แล้วก็บอกว่า มันหอมและดูน่าทานมากๆ เลย ขอชั้นแบบนี้อีกที่นึงนะ

ทำให้เสร็จ สองสามีภรรยาหายไปหาที่นั่งทานกัน
สักพักใหญ่ๆ เดินยิ้มกันมาทั้งคู่เลย
สามีเอามือโบกตรงข้างหูซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของคนดัชท์ว่าอร่อยมาก
ส่วนภรรยา พูดว่า อร่อยมาก ขอบคุณที่ทำอาหารอร่อยให้พวกเราทาน

จากคุณ : Sao'Padlung


ตามอ่านอยู่ค่ะ อ่านแล้วมีความสุข
แต่เราไม่มีเรื่องมาแลกเปลี่ยนเลย ตอนนี้ไม่ได้ทำงานกับต่างชาติค่ะ

จากคุณ : พระจันทร์เต็มดวงสว่างสดใส


ฝ่ายญี่ปุ่นที่โกเบจะจัดคณะผู้บริหารมาเยือนไทยหนึ่งอาทิตย์ในช่วงสัปดาห์ที่สองหริอสามของเดือนสิงหาคม ทุกปี ( เป็นระยะปิดภาคฤดูร้อนของเค้า )  ปี 54 ดูมีชีวิตชีวาหน่อยเพราะเป็นชาย 5 คน หญิง 5 คน หน้าตาดีซะด้วย ( ปี 2553 ส่งแต่ผู้ชายมาทั้งหมด เค้ากลัวสถานการณ์ในไทยครับ  ก็ นะ คนต่างประเทศเค้าก็ต้องคิดอย่างงั้น )  ถามว่าเคยมาเมืองไทยกันบ้างหรือปล่าว ญี่ปุ่นชุดนี้ตอบผมเป็นเสียงเดียวกันว่า  "  Hajimete   " ( มาเป็นครั้งแรก ) "  Onegaishimasu  " ( รบกวนฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ/ค่ะ )   แน่นอนครับ มาครั้งแรกก็ต้องไปชมวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ( วัดพระแก้ว ) และพระบรมมหาราชวัง  ขอบพระคุณสำนักพระราชวังที่กรุณาจัดวิทยากรบรรยายเป็นกรณีพิเศษ ทั้งหมดดูตื่นตะลึง อึ้ง ทึ่งกับศิลปอันงดงาม วิจิตรและวิลิสมาหรา และพิศดาร อลังการงานสร้างของวัด ปราสาท ราชวัง ได้ยินเสียงอุทาน " Sugoii ! " ( สุดยอด /อัศ จรรย์มาก ) " Tai hen  kirei  desu ne ."  (  สวยมากจริงๆ ) เราก็แอบปลื้มละครับ

   ตอนค่ำ พาคณะล่องเจ้าพระยา อาหารเป็นบุฟเฟ่แบบฝรั่ง ญี่ปุ่นและไทย อาหารบุฟเฟ่เนี่ยะ ( Buffet  )เมื่อหลายปีก่อนคนญี่ปุ่นที่ติดต่องานกะผมขอให้เราจัดเลี้ยงแบบไบ๊กิ้งก็ได้  งงเลย  โทรหาสาวยุ่นที่สนิทกัน เธอบอก " อ๋อ ไบ๊กิ้งมาจาก " ไวกิ้ง "เหมือนมีอาหารจัดเอาไว้แล้วพวกโจรสลัดไวกิ้งก็มาปล้นๆ หยิบเอาไปตามใจชอบ แต่ออกเสียงยากก็เลยเพี้ยนเป็นเสียงบีคือ ไบ๊กิ้ง = บุฟเฟ นั่นเอง ( เค้าบอกนะครับ )  พวกเราตักอาหารญี่ปุ่นมาชิมแต่ก็เชียร์พวกเค้าให้ลิ้มลองอาหารไทยซึ่งมีทั้งต้มยำกุ้ง ลาบต่างๆ ยำเนื้อ ยำวุ้นเส้น ยำซีฟู้ด ฯลฯ อาหารอร่อย วิวสองฝั่งเจ้าพระยาก็ดูดี โดยเฉพาะพระบรมมหาราชวังยามราตรีนี่งดงามสุดๆ น่าจะระดับโลกทีเดียว  กว่างานเลี้ยงจะเลิกลา ขวดเบียร์ไทยข้างๆโต๊ะของพวกเราก็กองเป็นภูเขาเลากา ก่อนแยกย้ายกันพักผ่อนที่โรงแรม ฝ่ายญี่ปุ่นยืนหน้ากระดานเรียงหนึ่ง แล้ว Leader ก็กล่าวนำให้สมาชิกพูดพร้อมกัน  " Thai ryori wa  taihen   Oishikatta. ( อาหารไทยอร่อยมากๆ )  Arigatou Gozaimashita.( ขอบคุณมาก )  Oyasuminasaii.( ราตรีสวัสดิ์ค่ะ ) " เล่นเอาน้องๆ Staff ของผมหน้าบานหายเหนื่อยเลยครับ

จากคุณ : Jackrapan (Jack Happy)


ลูกสาวเพื่อนแม่ไปเรียนต่อที่อเมริกา กลับมาเยี่ยมแม่กับยาย อ้อนว่าเบื่อฟาสฟู้ดมากกกก แม่รีบหาซื้อหม้อหุงข้าวใบเล็กให้เอากลับไปด้วย ยายทำหมูแดดเดียว (ของโปรด) ทอดเสร็จพร้อมกินให้สองกิโล แม่ต้องหาทางแพ็คอย่างดีที่สุดให้รอดตาศุลกากร ลูกสาวกลับไปได้ไม่กี่วัน สไกป์กลับมาบ่นใหญ่ว่าเพื่อนๆ แย่งกินหมูหมดแล้ว ไม่น่าให้เพื่อนลองชิมเลย ตอนนี้เพื่อนๆ ร่ำร้องเมื่อไหร่จะได้กินหมูอีก แถมออกเสียงคำว่าหมูชัดเป๊ะ!

น้องชายเรียนอยู่อังกฤษ ป้าทำลันช์บ็อกซ์เป็นข้าวราดกับแบบไทยๆ ไข่ลูกเขย ไข่ยัดไส้ เนื้อน้ำมันหอย ปลาเต้าซี่ ไก่เปรี้ยวหวาน แกงเนื้อ มัสมั่น ฯลฯ น้องชายเปิดกล่องกินที่สถานีรถไฟตอนรอขบวนรถ มีคนถามบ่อยมากว่ายูซื้อจากไหน ยังล้อมันเล่นว่าให้มันพกไปทีละสี่ห้ากล่อง หาเงินเป็นค่าขนมไปเลย

ชอบเวลามีงานออกร้านไทยแฟร์ ผัดไทยขายดีมาก ทำยกไปวันละไม่ต่ำกว่าสิบกล่องใหญ่เป้ง เสียบหมูสะเต๊ะไม่รู้กี่ร้อยไม้จนมือจะเปื่อย ดีหน่อยที่ไม่ต้องยืนปิ้งเอง เอาเข้าเตาอบแล้วค่อยอุ่นที่งาน ห่อสปริงโรลไว้ล่วงหน้าก่อนวันงาน เข้าฟรีสไว้เป็นร้อยๆ อันไม่งั้นไม่ทันขาย ถ้าอยู่ไทยแล้วขายดีแบบนั้นป่านนี้รวยตายแล้วเนี่ย

จากคุณ : FONDLE


อ่านเรื่องของคุณแอ๊ด ปากเกร็ดแล้วขำทุกเรื่องเลย 55555+ ขำตั้งแต่โคตรหอยยางรถยนต์  ไก่คาเซโรล แต่สงสารหมอญี่ปุ่นคนนั้นอ่าาาา

จากคุณ : ปฏิจจสมุปบาท (ปฏิจจสมุปบาท)


เอกอัครราชทูต ทูตานุทูต สถานทูต สะกดด้วยด้วย ท.ทหารค่ะ
อยากเชิญชวนให้ใช้ภาษาไทยในกระดานสาธารณะอย่างถูกต้อง
นกดื่มชา

จากคุณ : งงมึนเอ๋อเซ่อเปิ่นหลง


ตามอ่านมานานขอเล่าบ้างแฮะๆ แฟนพี่สาวเป็นคนมาเลเชียเชื้อสายจีน ตอนจีบพี่ใหม่ๆ6ปีที่แล้ว พี่พามาเจอพ่อแม่(บ้านอยู่เจียงใหม่เน้อ)แบบไม่บอกล่วงหน้า มาตอนจะกินข้าวเย็นพอดีเลยเจออาหารเมืองแบบเมืองแต้ๆไป(พวกแกงที่ใช้ผักแปลกๆ)กับข้าวเหนียวไปไม่เป็นเลย555 คงไม่คุ้นปากอย่างแรงแต่ก็กินเรื่อยๆตามมารยาทน่ะ

พี่เห็นท่าไม่ดีเลยให้เราไปซื้อก๋วยเตี๋ยวให้(แกมีบอกไม่เป็นไร I can eat) พอเทก๋วยเตี๋ยว เล็กน้ำตกลูกชิ้นหมูล้วนให้พี่แกซัดหมดอย่างเร็ว แล้วมีมาบอกว่า thank you for noodle

เช้ามาอีกวันคุณแม่เลยจัดอาหารแบบไทยๆให้ พวกผัดผัก แกงจืด ไก่ทอด แกชอบเฮอะข้าวจานแรกตักข้าวเบาๆพอเต็มๆจาน พอจานที่สองแกบอกให้พี่ตักข้าวอีกเลยเป็นจานพูนๆเลย แม่มองหน้าผมแล้วก็อมยิ้มนิดๆ แก่บอกไก่ทอดอร่อยมากกกกก!!(ไก่หมักซีอิ้วธรรมดาปรุงรสนิดหน่อย)ยิ่งกินกับน้ำจิ้มไก่แล้วก็ข้าวสวย เป็นเมนูไก่ที่ไม่เคยกินที่ไหนมาก่อน(เค้าพูดเป็นภาษาอังกฤษอ่ะครับ ผมจำประโยคไม่ได้แต่แปลแล้วประมาณนี้)

ตอนเที่ยงออกไปกินข้าวข้างนอกกับพี่ กินพวกซูชิ(เป็นคนที่ชอบซูชิมากกก)
ตอนเย็นคุณพ่อจัดหมูกระทะ กับ เบียร์ พี่แกกินแบบจัดหนักเหมือนกัน

หลังจากกลับไปแล้วมาอีกที(ช่วงโปรโมชั่น1-2เดือนมาที) คราวนี้พี่พาไปบ้านย่า ย่าเลยโชว์ฝีมือทำแกงฮังเล ไส้อั่ว
ชอบครับ ย่าก็ชอบเห็นต่างถิ่นชมเลยปลื้ม วันต่อมาก็โชว์ขนมจีนน้ำเงี้ยวชอบอีก มาเยี่ยมอีกทีเว้นช่วงเหมือนกัน3-4เดือน ย่าเลยจัดเต็มอาหารเมืองเหนือ น้ำพริกอ่อง น้ำพริกหนุ่มใส่ไข่ต้มหั่นประมาณลูกเต๋ากับหมูทอด ห่อนึ่ง แอ๊บอ่องออ แบบวันต่อวัน

6ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก ตอนนี้พี่เขยกลายเป็นหนุ่มเหนือไปแล้วกินได้ทุกอย่างแกงผักหวานใส่ไข่มดแดงกินได้หมด โดยเฉพาะแกงฮังเลกับไส้อั่วจะมาเชียงใหม่ทีต้องให้ย่าทำไส้อั่วเอาไว้กลับมาเลเชียด้วย(พี่สาวเล่าว่ากลับมาเลพี่เอาไส้อั่วแบ่งให้ญาติๆทางนู้น พี่เขยรู้เข้างอลพี่สาวเป็นหลายวัน) แต่อาหารไทยแกก็ชอบน่ะ พวกซีฟู้ดไทยนี้ชอบมากๆ

ป.ล.1 พี่สาวบอกตอนนี้ลืมอาหารจีนไปแล้ว อาหารไทยเป็นหลัก ซูชิเป็นรอง
ป.ล.2 ฝากรูปหลานสาว2คนน่ะครับ อยู่ในช่วงเห่อหลานคนที่2

จากคุณ : FlippYRider


514 ความเห็น

อายุของกระทู้ 5 เดือน

เดือนละ 100 คห.

จากคุณ : กอรมน


เป็นกระทู้แนะนำที่มีอายุยาวนานที่สุดแล้วรึเปล่าคะ

จากคุณ : ฝนโอ่ง


#514 ตัวน้อยน่ารักจังครับ

จากคุณ : Namor FC


ขอบคุณทุกคนสำหรับกิ๊ฟที่มอบให้คห. 508 นะคะ

ในงานเดียวกัน
มีลูกค้าชายวัยกลางคนชาวดัชท์คนนึงค่ะ มาสั่งข้าวกับกุ้งผัดน้ำพริกเผา
รับอาหารไปเสร็จแล้วไปหาที่นั่งทาน แล้วก็หายไปเลย
อ่ะนะ ........ สงสัยไม่อร่อย ไม่ถูกปาก

แต่......พอวันรุ่งขึ้น กลับมาพร้อมกับเพื่อนชายอีกคน เดินยิ้มแต้มาแต่ไกล
สั่งเป็นข้าวกับกุ้งผัดน้ำพริกเผาสองที่
เรารับออเดอร์เสร็จก็รีบลงมือปรุง ไม่ได้พูดอะไรด้วย
เพราะลูกค้าเยอะ ทำต่อเนื่องแทบไม่ได้วางตะหลิวเลย
มือไม่ว่าง ตาก็ต้องมองกระทะ แต่หูเนี่ย พอได้ยินค่ะ
พวกเค้าถามกับพนักงานอีกคน (ลูกครึ่งอินโดดัชท์เป็นญาติเจ้าของร้าน) ว่า
เมอฟราวกุ๊กอาหารไทยคนนี้ เธอพักอยู่ที่ไหน
เธอประจำอยู่ที่ร้านอะไร จะได้ตามไปทานอีก
และ...... เธอแต่งงานแล้วยังน่ะ
ฮ่าฮ่าฮ่า  ฮ่าฮ่าฮ่า เสียใจด้วยจ้า มีหนุ่มดัชท์ตาถึงแต่งด้วยเกือบห้าปีแล้วจ้ะ

หลังเสร็จงานแฟร์
คุยคร่าวๆ กับเจ้าของร้านอาหารอินโดฯ ที่เป็นเพื่อนบ้าน
เรื่องการทำงานของเราในอนาคตหลังเรียนจบภาษาดัชท์แล้วค่ะ
เค้าจะเปิดเมนูอาหารไทยมื้อเย็นสัปดาห์ละวันในร้านอาหารสไตล์ฟิวชั่นที่ลูกชายเค้าดูแลกิจการอยู่

ถึงตอนนั้น (น่าจะปลายๆปี) แล้วจะมาลงรีวิวร้านในบล็อคค่ะ

จากคุณ : Sao'Padlung


เหตุเกิดที่อินเดีย  >>  เพื่อนซาอุยี้บอก  อาหารไทยใส่พริกเยอะ  กลิ่นก็ฉุน

พาไปร้านอาหารไทย  ซึ่งกว่าจะพาไปได้เรียกว่าฉุดไปจะดูสมจริงกว่า - -"  >>  สั่งกะเพราให้กิน  ซึ่งกะเพรานั้นเผ็ดมาก  แต่พ่อคุณรุนช่องงง  สั่งมาเพิ่มอีกสองจาน  >>  ไหนแกบ่นว่าทั้งเผ็ดทั้งฉุนไงยะะะ -..-  55555555

นั่นยังไม่สาแกใจ   ไก่ทอดกระเทียมพริกไทยค่ะท่าน  พอมันทานไปงี้หน้าก็แดงหูก็แดงไปหมด  แล้วไงต่อคะ  ชอบค่ะะะ  สั่งกลับบ้านน !!! อิฉันแทบจะจระเข้ฟาดหาง  ก่อนหน้านี้ด่าอาหารบ้านกรูจังนะะ  ทีงี้อย่ากินเซ่ๆๆๆ  มีสั่งกลับบ้านด้วย !! โห่หห  นึกว่าจะแน่  ที่แท้ก็แพ้ปลายจวักพี่ไทยจนได้ ชิชะ !! 5555555555

จากคุณ : mynameiskhim


#ความคิดเห็นที่ 517

ขอบคุณครับ

จากคุณ : FlippYRider


ร่วมเจิม อะฮิๆๆๆอ่านรวดเดียว ถึงเที่ยงคืน

จากคุณ : ปู่มหา


สมัยเรียนมอปลายครับพอดีมีครูชาวต่างชาติมาสอนภาษาอังกฤษ เป็นชาวอเมริกัน มีด้วยกันสามคนเป็นผู้ชาย 2 ผู้หญิง 1 คน ทุกเที่ยงจะเห็นเค้าลงไปทานอาหารที่โรงอาหารเดียวกันับนักเรียนทุกวัน และก็คุณครูผู้หญิงนี่ชอบทานสับปะรดมาก ๆ เค้าเคยเล่าว่ามาเมืองไทยเพราะอยากทานสับปะรด สับปะรดเมืองไทยอร่อยมากและถูกมาก ๆ ด้วย ส่วน ครูผู้ชายสองคน คนนึงชอบทานก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำตก อีกคนชอบทาน มาม่าคัพ เป็นคุณครูต่างชาติที่น่ารักมาก ๆ

จากคุณ : EggIndy


...สมัยก่อนทำงานตึกไทยซีซี บีทีเอสสุรศักดิ์ ตรงหัวมุมแยกสุรศักดิ์มีร้านอาหารอีสานอยู่ร้านนึง ชอบไปนั้งกินกับเพื่อนร่วมงานก่อนกลับบ้าน เจ้านายเป็นชาวอังกฤษผู้ดีมากๆ มารับตำแหน่งใหม่ สุดสัปดาห์พวกเราก็ชวนแกไปกินร้านหัวมุมเล่นๆ ไม่นึกว่าแกจะไปจริง อาจเพราะอยากสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับลูกน้อง เราสั้งปลาเผา ส้มตำ ลาบ ก้อย ต้มแซบ ปีกไก่ทอดพร้อมเบียร์สิงห์เย็นเจี๊ยบ แรกๆ เจ้านายซัดแต่เบียร์บอกว่าเวรี่กู๊ด เวรี่กู๊ด ชวนให้ทานอาหารก็ปัดๆ กลัวท้องเสีย แต่หลังๆ พวกเราตักก้อยคั่วให้ชิม แถมปีกไก่ทอดไปอีกชิ้นได้เรื่องเลย สรุป เจ้านายแกชอบก้อยคั่วมาก(แต่ขอเผ็ดน้อย) รองลงมาก้ต้มแซ๊ป สำหรับก้อยคั่วบอกว่า อิสสะเกรทฟู๊ดกันเลยทีเดียว หลังจากนั้นถ้ามีโอกาสแกจะชอบชวนไปนั่งกินก้อยกับเบียร์สิงห์เย็นเจี๊ยบบ่อยๆ...บางวันไปทั้งชุดสูทเลย...พวกเราก็ขำๆ...

จากคุณ : ALESZAR


ผมมาเบอร์ลินได้เดือนนึงละ คุยเรื่องอาหารไทยกับใคร เค้าก็มีแต่ชอบกันนะครับ ยังไม่เจอคนที่ยี้อาหารไทยเลย
(สงสัยยังไม่มีบุญได้ลองกะปิ ปลาร้ามาก่อนแน่ๆ) ^^

ด้วยความที่ผมไม่ชอบอาหารฝรั่ง ช่วงแรกๆก็ตระเวณหาร้านขายเครื่องปรุงอาหารไทยแทบตาย จนได้มาทำทานหน่อยนึง
แฟนผมเค้าชอบอาหารไทยอยู่แล้ว พอได้ทานก็เอาไปคุยอวดเพื่อนใหญ่เลยว่าได้ทานอาหารไทยแท้ทุกวัน

ทำไข่เจียวหมูสับใส่พริกกับกระเทียมก็เอาไปคุยอวดเพื่อนได้เป็นวันๆ 555
สองสามวันต่อมาพอเลิกเรียนผมก็กลับบ้านตามปกติ ปรากฎว่ามีเพื่อนของแฟน5คนมารอทานข้าวเย็นตาละห้อย

หลังจากนั้นจากบ้านก็กลายเป็นภัตาคารอาหารไทยไปในบัดดล แขกแวะมาเยี่ยมเยือนไม่ขาดสาย และอยู่ยาวรอทานข้าวเย็นทุ้กกกกกวัน

1เดือนผ่านไป แฟนผมก็กลายเป็นนักจัดโต๊ะมืออาชีพไปโดยปริยาย :)))

จากคุณ : boinoi


คุณ boinoi ครับ
ขอละลาบละล้วงนิสนึง
แฟนเป็นคนต่างชาติหรือครับ แล้วเคยมาไทยมั๊ย
เสริมความอยากรู้เพื่อให้อ่านสนุกมากขึ้น

จากคุณ : มันเกี่ยวกับใครเนี่ย


เคยไปต้อนรับแขกในห้องอาหารของโรงแรม ฝรั่งอายุประมาณ 50 มีเมียไทย ถามทำไมออมเลตไม่มีชีส ทำออมเลตไม่มีชีสมันจะเป็นออมเลตไปได้ยังไง it's thai styleเราพูดได้แค่นี้เพราะไม่เคยกิน และไม่รู้ว่าหน้าตาเป็นยังไง เพราะไม่เคยอยู่ห้องอาหาร อยู่ส่วนหน้าโน่นแต่วันนั้นดันซวย ไม่มีคนเลยโดนสั่งย้ายแผนกเป็นการชั่วคราว แล้วแกก็ไม่ยอมกินจริงๆ แต่ไม่รู้ว่าฝรั่งคนนั้นจะรู้จักออมเลตไทยมากขึ้นรึยังเพราะมีเมียไทยนี่ สักวันมันต้องซึมซับเองแหละ

จากคุณ : Friday13th


ไม่ใช่อาหารนะ แต่เป็นผลใม้ครับ แขกรัสเซียที่มาเที่ยวภูเก็ตนะ
เวลาพี่แกจะกลับประเทศนะ เอาเสื้อผ้าออกเกื่อบหมดเลย
ไม่เอากลับบ้านเลย ที่ยัดๆลงในกระเป๋าจนเต็มหน่ะ มะม่วงครับ
มะม่วง ล้วนๆ เสื้อผ้าไม่สนแล้ว พอถามน้องๆแม่บ้านว่าทำไมมันเอาแต่มะม่วงกลับบ้านว่ะ แขกบอกว่าที่รัสเซียแพงมาก แล้วก็ไม่สด ดำๆ พอมาเจอน้ำดอกใม้โลละ50 ที่ภูเก็ต
ถึงกะกรี๊ดดดด

จากคุณ : ขำๆยามเย็น


คุณ'มันเกี่ยวกับใครเนี่ย'ครับ คุณแฟนผมเค้าเป็นคนเยอรมัน ไปเมืองไทยบ่อยมากครับ ปีที่แล้วเราไป3ครั้งเลย
เห็นบอกตอนแรกๆทานอาหารไทยแล้วท้องเสีย สงสัยอาหารไม่สะอาดหรือไม่ก็รสจัดเกินพุงพะโล้ของเฮียแกจะรับได้
แต่ก็ไม่เข็ดเพราะอาหารอร่อยถูกปากเลยต้องพยายามหาร้านที่สะอาดๆให้เค้า บางครั้งมีเวลาก็จะทำทานกันเอง

ไปๆมาตอนนี้เค้าทานเผ็ดกว่าผมอีก เผ็ดระดับพ่นไฟได้เลยล่ะครับ

จากคุณ : boinoi


สนุกที่สุดเลยครับ

จากคุณ : 1 (คนสายสี่)


จานต่อไปใครจะมาเซิร์ฟครับ รอกินความสุขอยู่ครับบบบ ขออีกๆอ่านแล้วเพลินดี

จากคุณ : nates2012


อ่านของแต่ละคน สนุุกมากๆเลยค่ะ แล้วเข้าใจแล้วว่าทำไมพวกเพื่อนต่างชาติชอบถามเราหลังเลิกเรียนว่ากลับไปจะทำอาหารไทยเลยรึเปล่า อยากไปกินด้วย  

เราเป็นพวกทำอาหารแบบพอทานได้(แบบมั่วสูตรเอาเอง) ไม่ก็ซื้อสำเร็จรูปมาทำ เคยซื้อทอดมันแช่แข็งแล้วเอามาทอดเอง ตอนทอดแฟลตเมทเราบอกว่าได้กลิ่นปลา กลิ่นแรงพอควรค่ะสำหรับคนต่างชาติ พอเราเอาให้ลองชิม ถามเราทันทีว่าเราซื้อที่ไหน จะซื้อมาทำมั่ง

อีกกรณีนึงทอดมันแช่แข็งเจ้าเดิมเหมือนกัน เราทอดไปสำหรับปาร์ตี้ แล้วเอาน้ำจิ้มไก่สำหรับแทนน้ำจิ้มทอดมันติดไปด้วย พอไปถึงก็อุ่นไมโครเวฟ กลิ่นโชยทันที ตอนแรกพวกเพื่อนๆไม่มีใครกล้าแตะ แอบเศร้าเล็กน้อย แต่ตอนหลังคนมาเยอะขึ้นแล้วรู้ว่าเป็นทอดมันไทย หมดกล่องเลยค่ะ น้ำจิ้มไก่ที่พกไปก็หมดเพราะบางคนเอาอาหารทอดของแขกไม่ก็ขนมปังมาจิ้มน้ำจิ้มไก่เราอ่ะ

จากคุณ : Nina (This is nok)


เพิ่งเคยเข้ามาในห้องต่างแดนในรอบหลายปี มาเจอกระทู้นี้อ่านรวดเร็วชั่วโมงครึ่งเลยทีเดียว
ส่วนตัวกำลังจะไปเรียน บอสตัน อีกสองเดือนข้างหน้า
หลายๆความเห็นทำเอาผมมีไฟอยากเรียนทำอาหารไทยกับแม่และแฟน(แฟนทำร้านอาหารเจ) ให้พอมีฝีมือไว้ให้พอตัวก่อนออกไปประกาศศักดาให้รู้จัก "ประเทศครัวโลก" สักกะหน่อย

55555+

(ไว้ทำได้จริงจะเล่าให้เพื่อนๆสมาชิกฟังนะครับ ^^ )

จากคุณ : ไอ้แก่น้อย


นั่งอ่านไป ขำไป หัวเราะจนน้ำตาไหล ตั้งแต่ 6 โมงเย็นยันเที่ยงคืน 55555



เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ อาจสร้างภาพพจน์ที่ไม่ดีให้กับประเทศไทยในสายตาต่างชาติเท่าไหร่นัก

เรื่องของเรื่องคือพ่ออยู่่ต่างจังหวัด และแกก็กำลังจะเดินทางไปต่างประเทศ เราได้ยินข่าวว่าแกจะห่อปลาร้าไปด้วยเกือบ 2 กิโล

ตอนนั้นเราอยู่กรุงเทพและด้วยความเป็นห่วง เราจึงได้โทรไปกำชับให้แกแพ็คห่อปลาร้าให้ดีๆ ก่อนที่จะเดินทางจะเข้ากรุงเทพฯ


พ่อ " พ่อห่อดีแล้ว แพ็คใส่ทัปเปอร์แวร์อย่างดี "

เรา "งั้นก็ดีแล้วหล่ะ ถ้าห่อบ่ดีเดี๋ยวปลาร้ากลิ่นออก เจ้าหน้าที่เค้าจิเรียกตรวจกระเป๋า"

พ่อ " บ่ต้องเป็นห่วง พ่อซ้อนถุงพลาสติกอีกตั้ง 2-3 ชั้น บ่มีปัญหา"


พอวันที่แกเดินทาง แกบินจากต่างจังหวัด แล้วมารอต่อเครื่องที่สุวรรณภูมิ ส่วนเราอยู่กรุงเทพฯ ก็นั่งแท็กซี่มาเพื่อที่จะส่งแกขึ้นเครื่อง

ทันทีที่เราก้าวขาผ่านประตูทางเข้าอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศขาออก ก็ได้กลิ่นเหม็นมากกกกก...กลิ่นตลบ อบอวล
คละคลุ้งไปทั่วอาคารผู้โดยสาร เดินไปจุดไหนก็ได้กลิ่น ได้แต่นึกในใจ...หวังว่าคงไม่ใช่กลิ่นปลาร้าของพ่อนะ

เรา " หือออมม์ ... กลิ่นเหม็นแฮง พ่อ! ถุงปลาแดกแตกบ้อ"

พ่อ " เอ้อ! พอดีหนังยางที่มัดไว้มันขาดน่ะ"

เรา " อ้าว! แล้วปลาแดกมันบ่เลอะเทอะ เสื้อผ้าในกระเป๋าหมดตี้?"

พ่อ " ก็เลอะหมดนั่นแหล่วหล่ะ "

เรา " อ้าว! แล้วเจ้าหน้าที่เขาบ่ว่าเอาตี้ เหม็นขนาดนี้ เขาสิยอมให้เอากระเป๋าขึ้นเครื่องบ่หล่ะ"

พ่อ " ให้ขึ้น(เสียงสูง) เป็นหยังสิบ่ให้เอาขึ้น ปลาแดกมันแตกมาตั้งแต่ตอนขึ้นเครื่องมาจากบ้านแล้ว เจ้าหน้าที่เขายังบ่ว่าหยังเลย"

เรา " ห๊า.. อีหลีติ! เจ้าเฮ็ดจั่งได๋? เขาคือยอมให้เจ้าเอากระเป๋าปลาแดกแตกขึ้นเครื่องได้ "

พ่อ "บ่ยอมจั่งได๋ ก็พ่อบ่ยอมขึ้นเครื่องเนาะ ถ้าเจ้าหน้าที่บ่โหลดกระเป๋าใบนั้นขึ้นเครื่องให้ ยังไงๆ พ่อก็บ่ยอมขึ้นเครื่องเด็ดขาด
เจ้าหน้าที่เขาก็เลยเอากระเป๋าไปซีลพลาสติคให้อย่างดีเลย บาดนี้ 55555 "

เป็นไงหล่ะ อิทธิฤทธิ์กลิ่นปลาร้าเกือบ 2 กิโลของพ่อ เล่นเอาสุวรรณภูมิเหม็นเน่าได้อย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน
(ถ้ามีท่านใดอยู่ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้น ก็กราบขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย เด้อค่ะเด้อ)




มีเพื่อนรุ่นน้องที่ทำงานเล่าให้ฟังว่า เค้ามีเพื่อนอยู่เนเธอแลนด์
และเธอคนนั้นก็อยากกินปลาร้ามาก เลยให้ญาติส่งปลาร้า (EMS) มาให้โดยด่วน
ได้แต่เฝ้ารอ...แต่พัสดุก็มาไม่ถึงสักที

วันหนึ่ง...เธอก็ได้รับจดหมายจากที่ทำการไปรษณีย์ ประมาณว่า
"ทางเราขอแสดงความเสียใจด้วย สัตว์เลี้ยงที่ส่งมาถึงคุณได้ตายเสียแล้ว"
เนื่องจากมีเหม็นเน่ามากทางไปรษณีย์จึงได้เอาไปทิ้ง และ้ขอแนะนำว่าไม่ควรส่งสัตว์เลี้ยงทางพัสดุไปรษณีย์อีก " 55555




มีวันนึงเราทำขนมไข่นกกระทา

แฟน " What is it?"

เราไม่รู้ภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร " Khanom kai nok kra ta"

แฟน " What !!! ?? "

เรา " Sweet potato balls"

แฟนทำหน้าประมาณว่าจะกินได้เหรอ

เรา " Do you wanna try?"



แฟนส่ายหน้ามองด้วยสายตารังเกียจ
(เรานึกในใจ ..อะไรวะ อร่อยจะตาย ของโปรดเลยนะเนี่ยะ)

เราเลยคะยั้นคะยอให้ชิม" Please, Just one bite. I will share this with friends in school"

แกยอมชิมไปลูกนึง เราเลยถามหยั่งเชิงไป " Wanna try more?"

แฟน " No, I don't like sweet potato taste! "



พอเรากลับจากโรงเรียน ก็เลยเล่าให้แฟนฟังว่า ครูและเพื่อนๆที่โรงเรียนชอบมาก
กินกันจนหมดเลย เราก็เลยทำอีกเพราะเราได้กินนิดเดียวเอง

แฟนก็มองด้วยสายตาว่าจะทำไปทำไมมากมาย" You will make more? "

เรา " Yes ! " ^___^

พอทำเสร็จ เราก็นั่งกินหมุบหมับๆ ๆ คนเดียว คุณแฟนก็มานั่งกินด้วยหน้าตาเฉย กินเอาๆ ๆ ๆ ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

เราก็เลยเบรค " อ้าว ! ก็ไหน เมื่อเช้าเธอบอกว่าเธอไม่ชอบไง?"

แฟน " ก็เมื่อเช้าชั้นไม่ชอบ แต่ตอนนี้ชั้นเปลี่ยนใจแล้ว"

เรา " เฮ้อ..เปลี่ยนใจง่ายๆ ซะงั้น!!"

แฟน " ก็มันอร่อยดี เคี้ยวหนุบหนับๆ " 5555



ส่วนเรื่องที่แฟนยี้มากๆ คือ ปลาหมึก(แห้ง)ย่าง แกบอกกินเข้าไปได้ยังไง เหม็นซะขนาดนั้น
ถึงกับขนาดขอร้องว่า ถ้าเราจะกินปลาหมึกย่างอีก ขอความกรุณาให้ไปกินนอกบ้าน
ห้ามกินในบ้านเด็ดขาด เพราะว่ามันเหม็นมาก... เหม็นจนแทบขาดใจ 55555

จากคุณ : นางฟ้าตัวน้อย


ให้ gift #533 ไม่ได้ - -"

จากคุณ : Namor FC


ฮา #533 มาก

สัตว์เลี้ยงตายแล้ว 555+

กรุณาอย่าส่งสัตว์เลี้ยงทางไปรษณีย์ กร๊ากๆๆ

จากคุณ : ซุ่มในซอย


ชอบความเห็น 533 มากๆคับ ^^

จากคุณ : foscarnet


เย่ อ่านจบแล้ว เหนื่อยมากมาย หิวอีกต่างหาก แปะไว้ก่อน เดี๋ยวมาแชร์เน้อ

จากคุณ : ปักษาเดียวดาย


สนุกมากๆๆๆเลยค่ะ

เป็นกระทู้ในตำนานซะแล้วววว

จากคุณ : miracle_rainyteddy


หลังจากอยู่กับอากาศเย็นฉ่ำในห้องแอร์ แต่ร้อนเหงื่อโชคข้างนอกอาคารในกรุงเทพฯมานาน พอเช้ามืดวันที่ 30 เมษา. ผมก็ขึ้นเครื่องจากท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ( ชาวต่างชาติชอบเรียก Bangkok  Airport ) ไปยังสนามบินนาริตะ ( Narita  International  Airport ) ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง บรรดาผู้โดยสารที่จะเปลี่ยนเครื่อง ( Transit ) ไปอเมริกาพากันเดินตามป้ายบอก  ICF ( International  Connecting  Flights )ไปเรื่อยๆจนถึงจุดตรวจสัมภาระและร่างกาย ต่างก็รีบเข้าคิวเพื่อถอดเสื้อนอก เสื้อกันหนาว รองเท้าและเข็มขัด ( ถ้าคาด ) ให้ จนท. x-ray  ผมเดินผ่านสบาย ไม่ดัง มีหลายคนต้องไปยืนกางแขนให้จนท.ใช้เครื่องตรวจจนทั่วตัว แอร์ลูกเรือยังโดนเลยครับ เนื่องจากป้ายชื่อเป็นโลหะ แล้วก็ผ่านกระบวนการได้ขึ้นเครื่องไปดีทร้อยท์ ( Detroit ) บนเครื่องนี้หาคนไทยไม่เจอแล้ว เพราะแยกกันไปที่อื่นๆ เช่น แอลเอ  ชิคาโก  และนิวยอร์ค เป็นต้น  กว่าเครื่องจะบินข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก และจากเวสท์โคส์ทไปอีสท์โคสท์ นานมาก เวลาเค้าเสิร์ฟอาหาร เลยเรียกมื้ออาหารไม่ถูก เพราะพอบินในอเมริกา เวลาจะช้ากว่าไทยตั้งแต่ 13 ชั่วโมงจนถึง 12 ชั่วโมง  

     กับตันนำเครื่องลงที่ดีทร้อยท์นิ่มนวลมาก ขอชม ตอนออกจากเครื่อง แอร์.ขอบคุณผม " เซี่ยะเซี้ยะ " คงนึกว่าเป็นตึ่งนั้ง ( ที่แท้เป็นฮวงนั้ง )   และด่านตรวจคนเข้าเมืองดีทร้อยท์นี่น่าชื่นชม เพราะจัด จนท.ไว้คอยแนะนำผู้มาเยือน ( visitor ) คือชาวต่างชาติตลอดเวลา ถ้าไม่มีอะไรประหลาด เค้าถามสองสามคำก็ตรวจลงตราให้แล้ว ผิดกับที่ชิคาโกเมืองใหญ่ลำดับสามของสหรัฐซึ่งมีผู้โดยสารเข้าประเทศมากมาย กว่าจะผ่านไปรับกระเป๋าได้ก็แทบตกเครื่องที่จะบินต่อในประเทศ     หลังจากผมรับกระเป๋าก็รีบจ้ำอ้าวเพื่อขึ้นเครื่องต่อไปเมือง Madison รัฐ Wisconsin ( อเมริกันชนออกเสียง  " แม้ดีสั้น " ) ในที่สุดก็ถึงเมดิสัน ที่นี่ หน้านี้ 2 ทุ่มดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า และ 3 ทุ่มเริ่มมืด ดีใจจังหนุ่มขึ้นตั้งสิบสองชั่วโมงแน่ะ แต่พอออกจากอาคารสัมผัสอากาศเย็นเฉียบอ้าปากพูดไม่ออกเลย อยากขอแบ่งความหนาวเย็นไว้ที่เมืองไทยโดยเฉพาะ กรุงเทพฯ ที่แสนร้อนบ้างจัง      ผมเข้าตัวเมือง check in  ที่ The  Edgewater  Hotel เสร็จ เข้าห้องนอนหลับยาวข้ามวันเพราะ jet lag  ตื่นมาเที่ยง จนท.ด้านต่างประเทศของรัฐมารับไปทานกลางวัน ผมเลือกสลัดกุ้งจานใหญ่ ผักสด กรอบ ไร้สาร และกุ้งก็สด เนื้อแน่น รสหวานในต้ว เพียงแต่ตัวไม่ใหญ่บึ้มอย่างของเรา จากนั้นก็หารืองานกันจนลุล่วง พอค่ำเค้าพาผมไปเลี้ยงอาหารไทยที่ร้านสะไบรทอง ( Sa-bai Thong restaurant ) มีอเมริกันชนนั่งทานกันเต็มร้านเลย  โต้ะเราสั่งพะแนงเนื้อ แกงเขียวหวานไก่และต้มยำกุ้ง พร้อมทั้งเบียร์ไทยขวดเขียว  รสชาติอาหารใช้ได้เลยครับ  มารู้ทีหลังจากหนังสือการท่องเที่ยวเมดิสันว่าเป็นร้านแนะนำ    ผมลองเช็คเรทติ้งยอดอาหารไทยที่คนทานมากที่สุด ปรากฎว่า ฝรั่งบอก " พัดท๋าย " ( Pad Thai ) และชาเย็นก็ยังครองแชมพ์คนดื่มมากที่สุดเลยครับ

จากคุณ : jackrapan (Jack Happy)


มาช่วยดันกระทู้ หายากมากที่อ่านแล้วสบายใจไม่ดราม่า โลกสวยงามขึ้นเยอะเลย
อยากให้กระทู้นี้อยู่ไปเรื่อยๆ คนที่เพิ่งเข้ามาทีหลังจะได้อ่านแล้วมีความสุขเหมือนกัน

จากคุณ : labs (labs)


เพื่อนคนนึงเคยเป็นแอร์อยู่สายการบินเกาหลีแห่งนึงค่ะ...
มาเล่าให้ฟั ว่าตอนอยู่บนไฟล์ มีลูกเรือเกาหลีมาถามว่า รู้จักโรตีสายไหมรึเปล่า เค้าชอบมาก...
ชอบขนาดที่เคยมาลงเครื่องที่สุวรรณภูมิแล้วบอกแท็กซี่ว่า อยากกินโรตีสายไหม จะเหมารถช่วยพาไปซื้อหน่อย
รถแท็กซี่พาขับมาถึงอยุธยา (c="=) เพื่อซื้อโรตีกลับไปฝากที่พ่อแม่ที่เกาหลี

เพื่อนเราเล่าให้ฟังเพราะอยากให้ภูมิใจในขนม OTOP ท้องถิ่น... (เราเป็นคนอยุธยา)

จากคุณ : Madam_BuffaloBridge


ความคิดเห็นที่ 541
เวรกรรม น่าสงสารคนเกาหลีคนนั้นนะ โดน taxi หลอกเอาอ่ะดิ่ ซวยจริงๆ ไปตั้งอยุธยา

จากคุณ : normal_flora


เพื่อนสาวชาวฮ่องกง ชอบหมูยอมากๆ แล้วต้องเป็นแบบพริกไทยดำด้วยนะ ไม่รู้ใครซื้อไปให้ลองกินจนคุณเธอติดใจ ทีนี้ก็ลำบากล่ะสิ หาคนหิ้วไปให้ไม่ได้ซักที รอคนโน้นคนนี้ก็ไม่มีใครยอมหิ้วไปให้ อดรนทนไม่ไหว เอ็มมาอ้อนว่าช่วยหาซื้อฝากชิปเม้นท์ไปให้ที แล่วๆๆๆ ขืนบ้าจี้ทำตามมีหวังได้โดนบอสด่ากระจาย

ภรรยานายใหญ่ชาวญี่ปุ่นคนนึง ติดตามนายมาเยี่ยมที่ไทย ออฟฟิศพาไปเลี้ยง เป็นร้านอาหารไทยจีน มีหมูหันด้วย พอยกมาวาง ดันหันหน้าหมูไปจ้องหน้ามาดาม มาดามร้องจ๊าก ต้องรีบให้มายกออกไป แต่ขอโทษเถอะ มาดามกินหนังหมูเพลินไปเลย แถมแทะเนื้อหมูทอดกระเทียมอร่อยเชียว ประมาณไม่เห็นไม่เป็นไร เราแอบคิด มาดามคะ ไอ้ที่พาไปกินปลาเป็นๆ แล่เนื้อสดๆ ที่ญี่ปุ่นนั่น น่ากลัวกว่าเป็นไหนๆ นะค้า

จากคุณ : FONDLE


#542
โรตีสายไหมอยุธยาดังนะคับ (อารมณ์ประมาณซื้อหม้อแกงที่เพชรบุรีอ่ะคับ ทั้งที่กทมก็มีหม้อแกงขาย)

จากคุณ : war_wit


#  541  แท๊กซี่คงหวังดีนอกจากจะพาไปซื้อถึงแหล่งงดังแล้ว อาจจะพาเที่ยวอยุธยาเมืองมรดกด้วยก็ได้มั๊งคะ ^____^

จากคุณ : omyimp


ร้านมังสวิรัติคุณเชิญนี่ผมเคยพา sup ไปกิน
นึกถึงภรรยาของ co-sup มาเมืองไทย ชอบน้ำมะพร้าวอ่อนมาก

มีฝรั่งคนนึงชอบอะไรที่เป็นไทยๆมากโดยเฉพาะอาหารไทย และทำอาหารไทยได้อร่อยมากกกกกก

ผมเคยไปเรียนที่ Sydney มีรุ่นน้องคนนึงเล่าให้ฟังว่าคน queensland น่ะกระแนะกระแหนคน sydney ว่าหัวสูงชอบคุยมือถือและกินอาหารไทย

ร้านป้าจุกใน food court นี่ลูกค้าตรึม ชนิดที่ร้านข้างๆเหงาเงงเลย รสชาติก็ ok แต่มีชื่อเสียงที่ให้เยอะมากกินจนจุก (เลยกลายเป็นร้านป้าจุก)

แต่ที่ food court แห่งนั้นผมชอบเนื้อกะทะที่สุด อร่อยสามโลกเลย ไม่เคยกินที่ไหนอร่อยเท่านี้มาก่อน เสียดายที่ย้ายร้านไปไหนแล้วก็ไม่รู้

เฝอเวียดนามก็อร่อยสุดๆ

boat noodle ที่ bondi อร่อยกว่าที่เชียงใหม่ สูสีกับอนุสาวรีย์ชัยเลย

จากคุณ : amscmu


ลาก่อน Western  Australia



  เทอมสุดท้ายของคณะ ELICOS เราเรียนหนักขึ้น แต่ก็มีวันหยุดและกิจกรรมต่างๆพอผ่อนคลาย  สำหรับชีวิตส่วนตัวของพวกเรา น้องหมวยกะบ้อบดูไปกันได้ดี  Natsuki ก็คบหากับหนุ่ม Ken ที่เพิ่งบินตามมา เลยเป็นสมาชิกใหม่ในกลุ่ม พอจะเรียกได้ว่าครบคู่แล้วครับ อย่างไรก็ตาม ตลอดเวลาที่นี่ ผมได้พยายามถ่ายทอดและฝึกปรือการทำอาหารไทยให้กับกลุ่มโดยเฉพาะน้องหมวยสาวไทยไฝ่รู้ จากหญิงที่เคยหุงข้าวเป็นอย่างเดียว เดี๋ยวนี้น้องหมวยเธอผ่านโปรฯ แล้ว สามารถทำอาหารไทยอร่อยๆ หลายๆอย่าง เวลามี party  หรือ  meeting กลุ่มต่างๆละก็ น้องหมวยจะเป็นตัวหลักในการทำอาหารไทยและได้รับคำชมจากทั้งอาจารย์และนักเรียน ELICOS อยู่เนืองๆ


  ในที่สุด พวกเราทุกคนก็จบหลักสูตร นักเรียนทั้งหมดได้เข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ผมแสดงความยินดีกับทุกๆคน โดยเฉพาะ Yuki   ส่วนตัวผมก็เตรียมแพคกระเป๋ากลับสยามประเทศเพื่อทำงานใช้ทุนตามกติกา    สมาชิก ELICOS แทบทุกคนและอาจารย์หลายท่านพร้อมใจกันมาส่งผมที่สนามบิน  ต่างก็สวมกอดผมพร้อมกับเรียกฉายาที่แต่ละท่านตั้งให้เช่น Poor Jack ( ผู้น่าสงสาร ), Jackkie ( เวลาน่ารักมั้ง ) , Jack ," trouble boy " ( ไอ้ตัวยุ่งยาก )  ฯลฯ  แล้วแต่วีรกรรมน่ะครับ   Yuki เป็นคนท้ายสุด น้ำตานองหน้าเลย เธอโอบผม พร้อมทั้งรำพึงรำพัน Jack san, Aiishiteru ( รักนะ )   Mata ne ( เแล้วพบกันนะ )   เฮ้อ ! ช่วงเวลาดีๆและมีความสุขนี่แสนสั้นจัง   คงเหมือนที่ฝรั่งว่า   " Time  flies   when  we  are  happy "   แต่ก็อย่างว่า  "  All   good  things   must   come  to   an  end.  " คุณว่าไหม   ผมเดินขึ้นเครื่องแควนตัสเหมือนร่างไร้วิญญาณ  รู้สึกโหวงเหวงงัยไม่รู้ครับ


  กลับมาเมืองไทย สู่โลกแห่งความเป็นจริง ผมโหมงานหนักเพื่อให้ลืมคิดถึงชีวิตอบอุ่นที่โน่น   เวลาปิดเทอม Yuki ก็บินมาหาผมที่กรุงเทพฯ   บางทีปีนึงเจอกันครั้งเดียว ยังกะเรื่องในเทศกาลทานาบาตะของญี่ปุ่น หรือซูบารุ ที่เจอกันได้ปีละครั้ง     พอจบมหาลัย เธอก็น้ำตานองหน้ามาหาผม บอกว่า โอโต้ซังกับโอก้าซังรู้เรื่องความสัมพันธ์ของเราสองคนแล้ว ทั้งสองท่านพูดตรงกันว่า " จะคบใครก็ตามใจ แต่ต้องแต่งงานกับคนญี่ปุ่นเท่านั้น " ผมรู้สึกเหมือนทุกอย่างจบเลย


  ผมนั่งมองปฏิทินชีวิตที่ผ่านๆไปในแต่ละปี บังเอิญหน้าที่การงานและความรับผิดชอบมากมายทำให้ผมสุขุมมากขึ้น    ถึงแม้ว่าโลก online จะแคบมาก ทว่าช่องว่างเรื่องความรักของผมกลับกว้างยิ่งขึ้น   กว้างเสียจนหาขอบเขตไม่เจอ ( น้ำเน่าแระ )    แต่....แต่สิ่งดีๆก็ยังพอมีให้ชื่นใจบ้าง  เพราะหมวยส่งข่าวมาว่า ป๋าลงทุนให้เธอกับพี่สาวเปิดร้านอาหารไทยที่เมือง Perth, WA โดยมีบ้อบหุ้นส่วนชีวิตช่วยดูแล  มีลูกค้าต่างชาติติดใจรสชาติอาหารฝีมือเธอกันมากมาย และอาหารไทยฝีมือเธอก็มีส่วนช่วยประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้าฝรั่งเดินทางมาเที่ยวเมืองไทยอีกด้วย ผมดีใจ ปลื้มใจและภูมิใจในตัวเธอมากเลย นี่เป็นสิ่งเดียวและดีๆในความรู้สึกของผมที่ยังคงหลงเหลืออยู่ที่ Western  Australia ครับ

จากคุณ : jackrapan (Jack Happy)


^^^^

#547  เศร้าาาาา ....

จากคุณ : ซุ่มในซอย


@Jack Happy ที่คุณเล่า (และยังไม่เล่า) น่าจะเอาไปเขียนหนังสือได้เล่มโตๆเลยนะคะนี่
และถ้ามีรูปประกอบ ของคิดว่าตัวเองอยู่ห้องก้นครัว เพราะคุณอธิบายวิธีทำละเอียดมากค่ะ ^_^

เรามีลุงฝรั่ง จากบริษัทแม่ที่ US มาทำงานเมื่อปี 53 ไปๆ กลับๅ ตลอดปี แล้วก็ยังไม่ได้มาอีกปีกว่า
nice มากกก  กินได้ทุกอย่างที่เราจัดให้ ลองไปหมดและชอบเกือบทุกอย่าง ยกเว้นทุึเรียนสด
เพราะเอาทุเรียนกวน(ในขนมไหว้พระจันทร์) กับ ทุเรียนทอดให้กิน ก็เห็นกินได้กินดี
ผลไม้ที่ชอบมากคือขนุน บอกว่า หวาน หอม นุ่ม

เมื่อวานนี้ลุงฝรั่งของเรากลับมาแล้ววว  ตอนเย็นเลยซื้อมังคุดให้กิน เพราะตอนปี53แกยังไม่ได้กิน
แกก็ชอบอกชอบใจใหญ่ แล้วแกยังเล่าว่าได้กิน Jack Fruit(ขนุน)แล้วด้วย เราก็เฮ้ยยไปกินที่ไหน
ถึงกรุงเทพตีหนึ่ง เจ็ดโมงเราไปรับมาโรงงานต่างจังหวัด ยังไม่ได้จัดให้เลย
แกบอกว่า เจอที่สนามบิน ตอนเที่ยงคืนนั่นแหละ เดินผ่านก็เลยซื้อมากินซะหน่อย สงสััยคิดถึงมาก 5555

จากคุณ : นักเดินทางระหว่างดวงดาว


คุณ jack น่าจะลองบุกถํ้าเสือไปหาพ่อแม่สาว Yuki ถึงที่เลยลองพูดคุยกันดูสถานการณ์
อาจเปลี่ยนก็ได้ ยังไม่ได้สู้เลยจะยอมแพ้แล้วหรือครับ ถ้าลองแล้วยังแห้วเหมือนเดิม
ค่อยมานั่งซึม แต่ถ้าได้ไปลองทำอาหารไทยให้พ่อแม่ Yuki ทานดูอาจติดใจรสชาด
แล้วเริ่มมีทัศนคติที่ดีกับคุณ jack ก็ได้

จากคุณ : labs


^^^ #550

จริงด้วย ลุยครับลุย คุณJack

โอ๊ยยย เรื่องชาวบ้านนี่ผมชอบนัก หยอกเย้า

แหะๆๆ จริงๆผมอยากให้ จบแบบมีความสุข ง่ะ ครอบครัว ยูกิ อาจจะเปลี่ยนแนวคิด และหลงคุณ แบบหัวปักหัวปำเลยก็ได้นะ

จากคุณ : ซุ่มในซอย


แอบเห็นด้วยกับ 550 ค่ะ

กระทู้ที่ห้องก้นครัว ก็มีคนมาใช้อาหารอร่อยๆสานสัมพันธ์ ทำเอาคนทานลังเลใจกันได้ทีเดียว

ลองดู ลองพยายามสักตั้ง จะได้ไม่มานั่งเสียใจทีหลัง

เล่นบทนางเอกน้ำเน่า เอาความดี รอยยิ้มเป็นมิตร  และของกินอร่อยๆชนะใจ
ทำทั้งอาหารไทยและอาหารญี่ปุ่น และก็แบบ ฟิวช่นไทย-ญี่ปุ่น ไป(เหมือนแทรกแนวคิดที่ว่า ไทย-ญี่ปุ่นก็ผสานกันได้อย่างลงตัว)
ถ้าเขาแอนตี้ไม่ทาน ก็ขออย่าให้เขาเอาไปทิ้ง ให้เอาไปให้เพื่อนบ้านแทน

(คิดไปไกล อิอิ ลูกๆออกมาได้ผิวญี่ปุ่น แต่เครื่องหน้าแบบคนไทย ต้องหน้าตาดีแน่ๆ)

จากคุณ : พี่น้องที่เคารพ


ถึงคุณ jackrapan ดิฉันเหมือนกำลัง นั่งแอบอ่านไดอารี่ ส่วนตัวของคุณอยู่ ขอชมจากใจว่า คุณเขียนเก่งมากๆ เป็นกำลังใจให้ จะนั่งแอบอ่านไปเรื่อยๆ น๊ะค๊ะ

จากคุณ : PunPunJang2551


อ่านตั้งแต่คห.1 ถึงนี้ ตาแทบแฉะ

จากคุณ : ManoieRagezze


ตั้งแต่คุณ Jackrapan ไปสมัคร login มา ผมรู้สึกเหมือนโดนดักปล้นกิฟเป็นระยะ ๆ เลย ฮ่าฮ่าฮ่า

จากคุณ : Namor FC


แอบเห็นด้วยกับหลายๆท่านนะคะ
คุณ Jackrapan น่าจะลุยซักตั้ง
เพราะเรามีเสน่ห์ ปลายจวัก อยู่
ดีไม่ดี พ่อตาแม่ยายจะหลงลูกเขยไทย
หัวปักหัวปำก็ได้ ใครจะรู้ อิ อิ

จากคุณ : บุษบาเที่ยงคืน


ชอบมากทุกเรื่องเลยครับ ^^

จากคุณ : foscarnet (foscarnet)


มาแชร์บ้างนิดๆหน่อยๆนะคะ ^^

เราทำงานในโรงเรียนสอนทำอาหารชื่อดัง บอกไปก็อ๋อ กันหมดแหละ ก็มีอ.ต่างชาติหลายคนเลย เวลาพักกลางวันก็กินข้าวกันในโรงอาหารนี่ล่ะ ซึ่งมีแต่ร้านขายข้าวราดแกงอะนะ ก็เห็นอ.ฝรั่งยุโรป อเมริกันตัวโตๆ ถือข้าวแกงราดกับ 3 อย่าง กินกันทุกวัน เราเองยังไม่กินทุกวันเลยนะ 555

มีครั้งนึงคุยกับอ.ที่เป็นคนฝรั่งเศสเราบอกมีเลี้ยงอาหารโต๊ะจีนตอนงานปีใหม่ แกก็บอก "Great ,I like it." แต่ได้ข่าวว่าแกสอนวิชาอาหาร western นะ อิอิ

จากคุณ : ningpotter


ผมทำงานโครงการแลกเปลี่ยนกับประเทศญี่ปุ่นมาหลายปีซึ่งก็พยายามทำอย่างดีที่สุด  เพื่อนๆญี่ปุ่นก็เยอะและชื่นชอบผมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นที่โกเบ  โอซากา นารา  ชิซึโอกะและโตเกียว ต่างก็พยายามชักชวนให้ผมไปสัมผัสชีวิตที่โน่นบ้าง คิดอยู่นานกว่าจะตัดสินใจได้เพราะมีความในใจบางอย่างแอบซ่อนอยู่    และแล้วปีสุดท้ายของการเปิดใช้งานท่าอากาศยานนานาชาติที่ดอนเมือง ผมกับคณะ จำนวน 36  คน ก็ขึ้นเครื่องตอนเที่ยงคืน นั่งดูพระจันทร์เต็มดวง และหลับๆตื่นๆราวๆ  5 ชั่วโมง ถึงสนามบินคันไซ ( Kansai  International  Airport  )  ตอนเครื่องลงตื่นเต้นมาก เพราะเป็นสนามบินที่เค้าถมทะเลให้เป็นเกาะแล้วสร้างสนามบิน ถนน สะพานและอาคารต่างๆ   พวกเราออกจากเครื่องเดินในอาคารแป๊บนึงก็ขึ้นรถไฟฟ้าไปอีกอาคารเพื่อเข้ารับการตรวจลงตราเข้าประเทศ  จากนั้นลงไปรับกระเป๋าเดินทางข้างล่างและผ่านจุดตรวจศุลกากร ออกไปพบเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาของญี่ปุ่นที่มารอรับแต่เช้ามืด ระหว่างรอรถบัสมารับ เด็กๆและผู้ใหญ่ก็หาโลเคชั่นสวยๆเพื่อถ่ายรูปเป็นที่ระลึกพร้อมกับเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นด้วย  บัสพาคณะเราผ่านคันไซไปโอซาก้า( Osaka )และตรงไปโกเบ( Kobe )ด้วยความเร็วจำกัดตามที่กฏหมายกำหนด   นักเรียนและครูไทยต่างก็ตื่นตาตื่นใจกับโครงสร้างสาธารณูประโภคขั้นพื้นฐาน ถนนหนทางที่ดูเป็นระเบียบ การขับรถที่มีวินัย   แม้กระทั่งวัฒนธรรมในการข้ามถนนและการเข้าคิวรอขึ้นรถ ลงเรือ แม้กระทั่งคิวในการเข้าห้องน้ำ  ตลอดจนใบไม้ที่กำลังเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทั้งต้น หรือสีทอง หรือแดงแช๊ดเนื่องจากใกล้จะเข้าสู่ฤดูใบไม้ล่วง( Aki ) ลองนึกถึงเนื้อเพลง Autumn  leaves( are  red  and  gold ) รุ่น sixty ดูก็อาจเกิดภาพพจน์ได้ครับ

     ที่ห้องประชุมของโรงแรมในโกเบ  Kobayashi san ซึ่งเป็นซีอีโอด้านการศึกษา( Superintendent  of  Prefectural  Board  of  Education ) รออยู่ ถ้าเทียบกับเมืองไทยก็ราวๆ อธิบดี หรือ เลขาธิการ แต่ไม่ใช่ข้า

ราชการอย่างของไทยเรา ซีอีโอญี่ปุ่นจะมาจากการสมัครคัดเลือกสรรหา และมีวาระสี่ปี  หลังจากคุณโคบายาชิได้กล่าวต้อนรับคณะไทยเป็นภาษาญี่ปุ่นแต่มีเจ้าหน้าที่แปลเป็นภาษาอังกฤษ แล้วก็ถึงเวลา Welcome lunch ที่นักเรียนไทยรอคอย ( ก็หิวแล้ว )  คนญี่ปุ่นทำทุกอย่างตามกำหนดการเป๊ะ   พอบ่ายโมงตรงก็ส่งขึ้นบัสพร้อมเจ้าหน้าที่พาพวกเราไปเมืองฮิเมจิ ( Himeji shi )ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของโกเบประมาณชั่วโมงครึ่งถึงสองชั่วโมง พวกเราก็ได้สัมผัสกับความหนาวเย็นที่ฮิเมจิแล้ว  บัสพาเราเข้าไปในโรงเรียนฮิเมจินิชิ ( Hemeji Nishi Senior High School ) บรรดาครอบครัวอุปถัมภ์จากโรงเรียนต่างๆมารอรับกันพร้อมเพรียงก่อนเวลา  ไม่เหมือนเมืองไทยบางปีจนทำพิธีมอบเสร็จไปสองชั่วโมงแล้ว ลูกญี่ปุ่นคอยใจหายใจคว่ำแทบร้องไห้ คุณแม่ไทยเพิ่งมารับ สารภาพว่า มัวบรรจงทำต้มยำกุ้งอยู่ค่ะ

    ที่ห้องผู้อำนวยการโรงเรียนคุณลุงทานิกูจิ ( Taniguchi )ซึ่งเป็นโฮสของผม มองจากหน้าต่างจะเห็นปราสาทฮิเมจิ ( Himeji - jo ) ที่ยูเนสโกยกย่องให้เป็นมรดกโลก บางคนเรียกชื่อว่า " Shirasagi - jo " หรือ ปราสาทนกกระเรียนขาว( White  Egret  Castle ) ตอนกลางคืนจะมีไฟส่องไปที่ปราสาท ดูไกลๆจะเห็นเหมือนกระเรียนขาวกางปีกเล็กน้อย แต่สำหรับผมกลับเห็นเป็นสาวญี่ปุ่นใส่ชุดขาวและสวมเสื้อยูกาตะสีดำทับ  สง่าและเงียบขรึมน่าเกรงขาม   แต่ช่วงดีที่สุดจะเป็นปลายมีนาหรือต้นเมษา เพราะต้นซากุระรอบๆปราสาทแข่งกันผลิดอกบานสะพรั่งสีชมภูสดใสสวยหวานเกินจะบรรยายครับ  คืนแรก คุณลุงผอ.และครู พาครูฝรั่งและผมไปเลี้ยงรับที่ร้านอาหารมีชื่อแบบญี่ปุ่นนั่งห้อยเท้าได้สบาย อาหารที่เจ้าภาพสั่งถูกพนักงานสาวๆนำมาบริการเป็นชุดๆ  ห้าคนก็ห้าชุด  แต่ละจานประดิษฐ์ประดอยดูสวยงามน่ารัก เป็นทั้งอาหารตาและอาหารปาก  อ้อ !  มีจานกลางด้วยเป็นซาชิมิ( คนไทยเรียกปลาดิบ ) แต่ที่จริงมีทั้งแซลมอล ทูน่า หมึกยักษ์ หมึกเล็ก หอยเชลล์ ฯลฯ  ผมคีบทูน่าจุ่มโชยุผสมวาซาบิ  ชิมดูของเขาสดจริงๆ   และกลั้วคอด้วยเหล้าสาเก ก็อร่อยครับ
   
   สัปดาห์ต่อมาเด็กไทยปรับตัวเข้ากับสภาพในญี่ปุ่นได้แล้ว ผมตระเวณเยี่ยมบางโรง เจอนักเรียนหญิงของเราใส่ชุดนักเรียนโฮส ส่วนโฮสก็ใส่ของสาวไทยเป็นการแลกเปลี่ยนกัน    และที่โรงเรียนฮิเมจินิชิ คุณลุงได้ให้เวลาฝ่ายไทยสิบโมงถึงเที่ยง  ก็มีการนำเสนอวีซีดีเกี่ยวกับประเทศไทย สถานที่และแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญเป็นภาษาญี่ปุ่น ตามด้วยการแสดงรำไทยของนักเรียนไทยทั้งระดับคลาสสิคและรำวงมาตรฐาน จบลงด้วยการเชิญครูและนักเรียนญี่ปุ่นร่วมรำด้วย และท้ายสุดก็ทานอาหารร่วมกันโดยฝ่ายเรามีทั้งต้มยำกุ้งรสอ่อนๆ   หมูทอดกระเทียมพริกไทย  ไข่เจียวหมูสับ ( ขายได้ทุกงาน ) และข้าวหอมมะลิร้อนๆที่นักเรียนขนไปจากไทย ก็อร่อยและสนุกสนานกันดี    ผมบอกญี่ปุ่นว่า ถ้าอยากชิมอาหารไทยรสชาติแท้ๆแบบมืออาชีพและผลไม้รสดีหลากหลายซึ่งมีมีตลอดปีและไม่แพง ก็ต้องไปเที่ยวเมืองไทย   คนไทยยินดีต้อนรับครับ ( Yokoso  )  จะให้เข้าไปรับข้างในสนามบินก็ยังได้

     ผมมัวแต่ยุ่งกับกิจกรรมต่างๆจนเกือบลืมไปเลยว่า ที่ตัดสินใจยอมมาญี่ปุ่น โดยเฉพาะฮิเมจิ ก็เพราะมีวาระแอบแฝงอยู่ในใจ   คืออยากเจอผู้หญิงคนนึงซึ่งผมเคยคบกับเค้าตอนเป็นนักเรียน ELICOS ที่  Curtin  U.,  Western  Australia   และเธออยู่ที่เมืองนี้  ผมแอบขอให้ทางโรงเรียนช่วยเช็คข้อมูลก็ทราบว่า   เธอได้เข้าพิธีแต่งงานกับหนุ่มญี่ปุ่นตามความเห็นชอบของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายไปเรียบร้อยแล้ว   ก็นะ เหมือนอย่างที่เค้าว่า ถ้าคุณ   " Lucky  in  game "   ก็จะต้อง  " Unlucky  in  love "  มั้ง   คงต้องปล่อยให้เป็นแค่เพียงความทรงจำดีๆในอดีตละครับ  ยังงัยก็ขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่ช่วยลุ้นช่วยเชียร์เป็นอย่างมากเลยครับ

จากคุณ : jackrapan (Jack Happy)


ขอเล่าบ้าง ไม่อยากให้กระทู้ตกค่ะ (^^)

ไปเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ซัปโปโรหลังจากเก็บตังค์เองจนแทบรากเลือด ได้อยู่หอพักดี ๆ มีอาหารเช้าและอาหารเย็นให้
มีคุณลุง(โอะจิซัง)คุณป้า(โอะบะซัง)มาทำอาหารเย็นให้กิน แต่งตัวดีขับรถหรูมาทำนะคะดูไม่ออกเลยว่าชอบทำอาหาร บอกตรง ๆ เราไม่ชอบอาหารญี่ปุ่นเท่าไหร่เพราะเป็นคนกินอาหารค่อนข้างรสจัดแม้รสเผ็ดและเค็มมาก ๆ จะกินไม่ค่อยเก่งก็ตาม ทีนี้ก็กินข้าวเหลือทุกมื้อ รู้สึกผิดกับคนที่มาทำให้กินอย่างมากเวลาเอาจานที่มีอาหารเหลือไปให้เขาเก็บเพราะถูกฝังหัวมาว่า คนทำเขาตั้งใจทำแล้วอย่ากินเหลือให้เขาเสียใจ

ด้วยความรู้สึกผิดนั้นทำให้คิดจะหาอะไรไปแก้ตัวก็เลยให้ทางบ้านส่ง...

หอยลายทอดรสเผ็ดตราปลายิ้ม ! มาให้

เราไปหาลุงที่ห้องครัวถามว่า "ดื่มเหล้าไหมคะ" ลุงตอบว่า "ชอบมาก! ในชีวิตผมเนี่ยชอบเหล้ากับผู้หญิงที่สุด" น่าน...ผู้ชายญี่ปุ่นน่ะค่ะแม้จะเป็นลุงแล้วแต่คนที่เขามีใจทางด้านนี้(?!)เขาก็แสดงออกพอควร(- -")ก็เลยให้ไปกระป๋องหนึ่งบอกว่าเป็นกับแกล้มได้นะคะเวลาดื่มเหล้า แกก็รับไปงง ๆ อารมณ์เอาก็เอาวะ

หลายวันต่อมา...เรากำลังนั่งกินข้าวอยู่แกเดินมาประชิดเก้าอี้แล้วนั่งลงข้าง ๆ ตกใจเล็กน้อยลุงบอกว่า "ที่ให้ผมมาเมื่อวันก่อนขออีกได้ไหม ผมชอบมาก" ดีใจสุด ๆ เจอของที่คนญี่ปุ่นถูกปากจนได้แต่ให้เป็นกระป๋องมันหนักทางบ้านเลยซื้อมาแกะกระป๋องออกเทใส่ถุงพลาสติกห่อใหญ่ เอาไปให้ลุงต้องเตือนว่าอย่าเปิดทิ้งไว้มันจะแห้งไม่อร่อย ทางบ้านเราเห็นใจคนอายุมากน่ะค่ะไม่ว่าคนชาติไหนเวลาอยากกินอะไรก็อยากให้ได้กินสมอยาก หลังจากนั้นก็เอาไปฝากบ่อย ๆ แน่นอนว่าแค่หอยลายเท่านั้นแต่เวลาเอาไปให้ปุ๊บลุงรีบเอาไปซ่อนปั๊บ กลัวป้าที่ทำงานด้วยกันจะเห็นแล้วมาขอ(เขาไม่ใช่สามีภรรยากันค่ะ) ขอบอกขอบใจตลอดแค่นี้เราก็ดีใจแล้วค่ะ

เรื่องของหอยลายยังมีอีกไว้มาเล่าให้ฟังนะคะ

จากคุณ : ต้นสนสีชมพู


เอาอีก ๆ ๆ ๆ

อ่านรวดเดียวจบ เกือบห้าชม

จากคุณ : คะน้า (KaNa-IRC)


ตามอ่านอยู่ตลอดเลยค่ะ ชอบกระทู้นี้มาก มีทั้งซึ้ง ฮา และเศร้า ครบรสดีค่ะ

จากคุณ : gift


ตามมาอ่านต่อ โหวตกระทู้ด้วย เหอเหอ กลัวตกไปเหมือนกระทู้ชาวต่างชาติคลั่งเมืองไทย =="

จากคุณ : rainyjerry


อากาศยามบ่ายที่เมดิสัน รัฐวิสคอนซิน สหรัฐอเมริกา เย็นสบาย น้อง staff และผมอยู่ที่ lobby ของโรงแรมEdgewater ดูครอบครัวอุปถัมภ์มาส่งนักเรียนและครูไทย 37  คน หลังจากไปเรียนรู้วิถีชีวิตทั้งที่บ้านและโรงเรียนตามเมืองต่างๆมาร่วม 3 สัปดาห์ ทุกคนประหลาดใจและดีใจที่เห็นเราสองคน ผมให้นักเรียนที่จะรำแต่ละชุดและพิธีกรคู่ขวัญรีบซ้อมเป็นการด่วน บางคนแต่งชุดไทยมาแล้วเพราะรำโชว์ในงานเลี้ยงอำลาที่โรงเรียนโฮสคนละหนึ่งรอบ หลังจากนั้นก็ไล่ไปแต่งตัว  แน่นอน ผู้หญิงต้องใช้เวลาเสริมสวย ทั้งเสื้อผ้าหน้าผมไม่มีใครยอมใคร จะเกิด  หรือจะดับ ก็ Farewell  Party คืนนี้ละครับ  พอ 5 โมงเย็นเป๊ะ บรรดาแขกเหรื่ออเมริกันชนจากเมืองต่างๆก็ทะยอยมาลงทะเบียน  สาวไทยหลายคนเริ่มขาดความเชื่อมั่นในชุดสวยของตัวเองเพราะโดนโฮสประเคนเนื้อ นม เนย ซะจนน้ำหนักขึ้นหลายโล ( ผมบอกตั้งแต่เมืองไทยแล้วว่าให้หาชุดที่หลวมไว้หน่อยก่อน เพราะจะมาโตที่นี่แหละ ) ก็ให้กำลังใจกันไป หนุ่มๆสาวๆไทยพาครอบครัวอุปถัมภ์เข้าที่นั่ง เวลาเป็นทางการก็มาถึง ผู้อำนวยการโครงการของวิสคอนซินกล่าวรายงาน และประธานของงานคือ ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการรัฐกล่าวเปิดงาน จากนั้นก็เริ่มทานอาหารค่ำ แล้วก็เริ่มการแสดงรำไทย ชุดแรกเป็นรำฟ้อนมาลัยของน้องเล็ก ป.5 - ป.6 น่ารัก  ตามด้วยรำตาลีกีปัสของสาวทั้งม.ต้นและม.ปลาย มีแอบแลบลิ้นด้วยเพราะรำผิด แต่ก็เรียกเสียงปรบมือได้มาก ชุดคลาสสิคสุดก็ระบำลพบุรีสะกดคนดูได้ดีทีเดียว ชุดที่สามเป็นเซิ้งโปงลางคู่หญิงชาย เพลงจังหวะคึกคัก ผู้รำก็ปล่อยอารมณ์เต็มที่ เล่นเอาคนดูโยกตัวตาม และท้ายสุดเป็นรำวงมาตรฐาน ก่อนจบก็โค้งแขกเหรื่อออกมารำด้วย ตอนท้ายสุดพอเพลง " November full moon  shines , Loy Krathong ... " ดังขึ้น การรำแบบฟรีสไตล์ประยุกต์ฮิบฮอบก็บังเกิดขึ้น หลายรอบกว่าจะจบ ผู้อำนวยการโครงการหันมากระซิบผมให้กล่าวปิดงาน  ก็กล่าวขอบคุณทั้งโรงเรียน ครอบครัวอุปถัมภ์และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดที่เปิดโอกาสให้เด็กไทยได้มาพัฒนาตัวเองในด้านต่างๆที่นี่  ผมถามบรรดาโฮสว่า เคยเห็นสวรรค์ไหม มีเสียงตะโกนตอบมา " No. No. No, not  yet . " ผมเลยเฉลยว่า แต่เด็กไทยเห็นแล้ว สวรรค์อยู่ที่วิสคอนซินนี่เอง ก็ได้รับเสียงปรบมือนานพอสมควร ตอนแรกนึกว่ามุขแป๊กแล้ว

       จากนั้นก็เป็นการถ่ายรูปหมู่ กลุ่มและกับโฮส  กว่าบรรดาโฮสจะร่ำลากับเด็กไทยเสร็จก็บรรยากาศที่เห็นมีทั้งเสียงหัวเราะสลับกับร้องไห้ มันเป็นมิตรภาพและความผูกพันที่เกิดขึ้น แต่ละครอบครัวมาร่ำลาและขอบคุณผมและฝ่ายไทยที่ส่งนักเรียนและครูไทยมาอยู่ด้วย ทำให้บ้านมีชีวิตชีวามากขึ้น ได้เห็นรำไทยตัวเป็นๆ และทานอาหารไทยอร่อยๆหลายอย่าง เค้าแปลกใจครับที่เห็นเด็กไทยของเราทำกับข้าวเป็น ก็เค้าไม่รู้เบื้องหลังทั้งการรำและทำอาหารที่ทางเมืองไทยทั้งฝึกและเคี่ยวจนเด็กน้ำตาล่วงกว่าจะได้เกิดที่นี่ครับ

จากคุณ : jackrapan (Jack Happy)


#542

โรตีสายไหมที่อร่อยที่สุดในประเทศไทยอยู่ที่อยุธยา ชื่อ "ประนอม อะบีดีน" ตรงข้ามโรงพยาบาลอยุธยาครับ

พี่แท็กซี่รู้จริง

จากคุณ : Jewel of the Niles


โอ้ กล้วยทอด...  เข้ามาห้องนี้เจอกระทู้แนะนำ แปลกใจอยู่ว่าทำไมกระทู้แนวนี้มาอีกแล้วเหรอ จำได้ว่าอ่านไปเมื่อปีที่แล้ว ใครมาตั้งซ้ำแนวเดิมอีกแล้่ว  พอเข้ามาดู อ้าว กระูทู้เดิมนี่หว่า  ...เป็นกระทู้ที่อายุยืนนานมาก ๆ ข้ามปีกันเลยทีเดียว  อ่านสนุกมากๆ ขอบคุณทุกท่านที่นำเรื่องดีๆ มาแชร์กัน

จากคุณ : time wait for no one


ปกติชอบอยู่ห้องแป้ง เพิ่งเคยมาห้องนี้ครั้งแรก
เป็นกระทู้แรกที่ค่อยๆ อ่าน ตั้งใจทุกคอมเม้น
ชอบมาก!!


นี่มันกระทู้ดูดกิ๊ฟชัดๆ เลยอ่ะ

จากคุณ : Miss.Ployzmoo


อ่านมาสองวัน ในที่สุดก็จบซะที อิอิ

แอบกรี๊ดดังๆกับ คห. 528 ค่ะ กรี๊ดดดดดดดดดดดดด

ตอนที่อ่าน คห. 524 ของคุณ boinoi เราก็ไม่ได้คิดอะไรนะ

แต่พออ่าน คห. 528 ดีๆ แล้วกรี๊ดเลยค่ะ ฮ่าๆๆ ถูกใจสาววายอย่างเรายิ่งนัก

>//////<

จากคุณ : ~ Rain Or Shine ~


เวลาผู้บริหารสถานศึกษาฝ่ายไทยไปดูงานที่จังหวัดเฮียวโกะ ( Hyogo Ken ) ทางเจ้าหน้าที่ของญี่ปุ่นจะจัดให้พวกเราพักที่ Hotel Kitano Plaza Rokkoso  ที่โกเบ ( คนไทยแอบเรียกโกโรโกโสะอาจเป็นเพราะชื่อยาวเรียกยาก ) ที่จริงโรงแรมนี้สะอาดตามมาตรฐานญี่ปุ่น โดยเฉพาะชักโครกก็กดปุ่มอย่างเดียวทั้งล้างทั้งเป่าให้เสร็จมานานแล้ว ส่วนคำว่า Rokkoso น่าจะมาจาก Rokkosan หรือ  Rokko yama เทือกเขาร็อคโก้ที่อยู่ใกล้ๆ และโรงแรมนี้อยู่ไม่ไกลจาก downtown สามารถเดินแบบวินโดชอปปิ้งไปจนถึงสถานีรถไฟซันโนมิยะ  ห้างโซโก้  โตคิว ไดมารุ ตลอดจนย่านที่เป็นชอปปิ้งสตรีทที่มีร้านไดโซะ ( 100 yen ยังไม่บวก vat ) ที่พี่ไทยชื่นชอบ  วันแรกๆ ผมก็พาคณะผู้บริหารทั้งสิบคนไปชี้เป้า เอ้ย สำรวจเส้นทางและแหล่งละลายทรัพย์ต่างๆ ตลอดจน บรรดาไนท์เอนเตอรเทนเม้นท์ทั้งหลาย
        คณะผู้บริหารเป็น ผอ.ร.ร. และรอง ผอ.ร.ร. หญิง 5  โสด 3 คน ส่วนผู้ชาย 5 คน พอออกนอกประเทศก็โสดเฉียบพลันโดยไม่ต้องนัดกัน เวลาไปดูงานเจอสาวญี่ปุ่นสวยๆเลยอดไม่ได้ที่จะปล่อยของกันประปรายพอไม่น่าเกลียด   วันนี้ไปดูงานโรงเรียนมัธยมปลายตั้งอยู่บนเกาะอาวาจิ โดยนั่งรถบัสข้ามสะพานแขวนยาวที่สุดในโลก( Akashi Kaikyo Bridge ) โรงเรียน ม.ปลายในญี่ปุ่นเนี่ยะ เด็กๆอยากเรียนที่ไหนก็ต้องไปสอบแข่งกัน โดยเฉพาะโรงเรียนเด่นดัง ไม่มีการฝาก ไม่มีแป๊ะเจี๊ยะ(Tea money) ไม่ต้องมีเรื่องทำนองนี้แบบบ้านเราครับ  พวกเราไปดูห้องคหกรรมฯ เด็กๆกำลังทำ Harumaki ( ปอเปี๊ยะทอด ) กันอย่างตั้งอกตั้งใจแต่ดูสนุกสนานเพราะใจรัก  แถมเอามาให้พวกเราชิม การฝึกทำอาหารที่นี่ทางโรงเรียนจะเชิญมืออาชีพมาชิมและให้คำแนะนำ ถ้านักเรียนคนไหนฝีมือผ่านมาตรฐานก็จะออกใบประกาศนียบัตรให้หมายความว่า สามารถไปทำอาชีพนี้หรือไปทำงานกะร้านฮารุมากิได้เลยครับ
       จากนั้น ก็ถึงการเยี่ยมชมพิธีชงชาญี่ปุ่นโดยนักเรียน เราได้ชิมขนมหวานมากๆ กลั้วด้วยชาเขียวอุ่นๆ ให้ความรู้สึกดี แต่พี่ไทยบางคนบอกนึกว่าฟ้าทะลายโจร จบลงด้วยอาหารกลางวัน ( โอเบนโตะ ) ของโรงเรียน ก็รสธรรมชาติดี คนข้างหลังผมแอบเทน้ำพริกแมงดาโรยข้าวเฉยเลย พออิ่มดี ตอนบ่ายก็ไปดูร่องรอยแผ่นดินไหวเมื่อวันที่  17 มกราคม ปี 2538 เวลา 05:46 น. ตอนนั้น มีผู้เสียชีวิต 6,401 คน สูญหาย 3  คนและบาดเจ็บ 40,092 คน อาคารที่เมืองโกเบและโครงสร้างสาธารณูประโภคเสียหายยับเยิน เศร้าเลย แต่เพราะความมีวินัยและความเสียสละ ทำให้เค้าฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ดูภาพยนต์ที่ประมวลเหตการณ์แผ่นดินไหวของญี่ปุ่นแล้วก็จะเข้าใจสภาพวิถีชีวิตญี่ปุ่น เจอแต่แผ่นดินไหว ไต้ฝุ่นก็เยอะ ยิ่งเมืองแถวหุบเขาเจอไต้ฝุ่นเข้า  พายุและฝนกระหน่ำสองสามชั่วโมงน้ำท่วมต้องทิ้งบ้านเอาชีวิตรอดแล้ว ดีแต่ว่าท่วมเร็วก็เคลมเร็ว เอ้ย ลดเร็วครับ   พอตอนค่ำกลุ่มผู้บริหารชายก็มาขอให้พาไปย่ำราตรี    ขณะที่ดูสาวๆ น่ารักๆตามถนนคนเดินเพลินๆ  ผู้บริหารท่านหนึ่งก็บ่นหิวอยากกินอาหารไทย ขอแบบไทยอีสานด้วยนะ ก็จัดให้ครับ พอเข้าในร้าน อึ้งเลย คนญี่ปุ่นนั่งเต็มไปหมด คอยแป๊บนึงถึงได้โต๊ะว่าง แอบชำเลืองดูเห็นหนุ่มญี่ปุ่นดื่มเบียร์ไทยทั้งขวดสีชาและสีเขียว ทั้งลาบ ตับหวาน น้ำตก ก็ขายดี ส่วนสาวญี่ปุ่นดูจะทานอาหารรสชาติอ่อนๆ ผมเลยไปเหล่ๆดูครัว กุ๊กเว้าอีสานทั้งนั้นเลย โต๊ะผมสั่งกบผัดกระเพราแซ่บมากๆ ร้านนี้เพิ่งเปิดไม่ถึงปี แต่ท่าทางไปได้สวยเพราะร้านอาหารไทยอื่นๆที่ผมไปลองทานดูค่อนข้างกลายพันธุ์ครับ
        ผอ.ร.ร.ของเราท่านนึงโทรกลับไปโรงเรียนที่ไทยทุกวัน ประโยคคำถามก็เดิมๆ คือ " เป็นงัย มีปัญหาอะไรกันบ้างหรือเปล่า "   มีอยู่วันหนึ่ง เพื่อนๆชักรำคาญ เลยแอบกระซิบแบบดังๆว่า   " ทุกคนสบายดี  ส่วนงานก็ไม่มีปัญหา เพราะไอ้ตัวเจ้าปัญหามันไม่อยู่ "

จากคุณ : jackrapan (Jack Happy)


คุณสามี ชอบอาหารไทยคะ แต่ประเภทที่ไม่ขายตามร้านอาหาร ก็ไม่กล้ากิน และไม่กล้าบ่นว่าเหม็น เพราะบ่นปุ๊บจะอดอาหารไทยไปอีกนานนนนน  
ตอนที่แพ้ท้อง อยากทานข้าวขาหมูมาก ร้านอาหารไทยในเมืองก็ไม่มีขาหมู จนต้องจ้างนักเรียนคนจีนเวลาไปเมืองใหญ่ให้ซื้อขาหมู (ที่เป็นทีนนะแหละ) มาให้ ได้มาสดๆ ก็ลงมือเผาก่อนกับเตาแก๊ส ดันลืมปิดสัณญาญเตือนภัย ร้องลั่นบ้านอยู่นาน ไอ้เราก็ไม่กล้าปีนเก้าอี้ไปปิด เพราะท้องอ่อนๆ ส่วนคุณสามี วิ่งหนีไปอยู่สนามหน้าบ้าน ไม่เข้ามาปิดสัณญาญสักที พอถามว่าวิ่งหนีทำไม ไม่ห่วงฉานมั่งเราะ กลับบอกเราว่า จะไปปิดสัณญาญในครัวนะแหละ พอเจอเท้าหมูก็เลยกลัว เปิดแน้บบบบ

จากคุณ : น้องขาหมู (GREENPATCH)


เคยทำงานอยู่ในโรงแรมชื่อดังแถบพัทยา นาเกลือ ช่วงซัมเมอร์จะมีเมนูพิเศษก็คือ ข้าวเหนืยวมะม่วง

มีสาวประเภทสองท่าทางไฮโซกลุ่มนึงพร้อมฝรั่งเข้ามาพัก และจะต้องสั่งข้าวเหนียวมะม่วงมาทานทุกวันที่เข้าพัก เลยอดถามไม่ได้ว่ามันอร่อยขนาดนั้นเลยหรือขอรับ ทั้งคนไทยทั้งฝรั่งซัดข้าวเหนียวมะม่วงกันนัว

พี่สาวประเภทสองที่ดูคงแก่เรียนที่สวดในกลุ่มละจากช้อนและมะม่วงชิ้นอวบมาเจื้อยแจ้วเจรจา คุณน้องขา คุณพี่มาทุกปี มากี่ครั้งก็ต้องทานข้าวเหนียวมะม่วงของที่นี่ เชฟของที่นี่ทำข้าวเหนียวมะม่วงอร่อยมาก

ไอ้เราก็นะ... เห็นพี่อร่อยผมก็มีความสุข แต่ผมอยากจะบอกว่า เจ้าดังแถบนาเกลือเค้าเอามาส่ง เชฟไม่ได้ทำเอง แต่ด้วยหน้าที่แล้วบอกไม่ได้เด้อ

จากคุณ : ถวัลย์รวีณ์


#565 ตามความเห็นของคนพื้นที่อย่างเรา  ไม่เคยซื้อฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาลเลยค่ะ...
เพราะมันเป็นแหล่งขายนักท่องเที่ยว
แต่เราเข้าไปซื้อที่บ้านคนทำ จะได้ของใหม่และไม่ต้องรอคิวยาวค่ะ ^^

จากคุณ : Madam_BuffaloBridge


อินกับ Rep #jackrapan (Jack Happy) มากเหมือนได้อ่านนิยายชีวิตรบทหนึ่งที่แสนสุขแสนหวานแสนเศร้า แต่มีคราบน้ำตาที่ปนไปด้วยรอยยิ้ม ฮ่าาาา ขอบคุณครับ

จากคุณ : Water Boy


พรหมลิขิตหักเห 1

                หลังจากนักเรียน 31 คน และครู 6 คน มาร่วมกิจกรรมที่รัฐวิสคอนซิน ครบ 3 สัปดาห์ พรุ่งนี้วันศุกร์ ทั้งหมดก็จะต้องเดินทางกลับประเทศไทย โดยทุกคนต้องพร้อมตอนเช้าตีสี่ครึ่งทานอาหารกล่อง รถบัสมารับตีห้าครึ่ง และเครื่องบินจะขึ้นจากเมดิสัน 7 โมงเช้า ไปยัง มีนีอาโปลิส น้อง staff กับผมบินไปส่งด้วย แล้วแยกวงไปกรีนเบย์ เมืองแห่งทีมคนชนคน Green Bay Packer เพื่อเจรจางานกับเจ้าหน้าที่และร.ศ.ท่านนึงที่ Green Bay  University ส่วนคณะก็บินกลับนาริตะและกรุงเทพฯ ตามลำดับ  เสียงโทรศัพท์ดัง ขณะที่ผมกำลังแพคกระเป๋า "  Hello, Jack, speaking " ต้นสายเงียบไปสองสามอึดใจก็อึกอักว่า " Nice พูดค่ะ คือว่า Pin เค้าหา passport ไม่เจอ... "  เราคัดเลือกเด็กประถมฯมาร่วมโครงการด้วย 6 คน ครับ  ผมรีบไปที่ห้องสองสาวน้อย ค้นทุกซอกทุกมุม สามตลบก็ไม่เจอ ครูไทยประจำกลุ่มก็ไม่ได้เก็บไว้ สุดท้ายก็จับPinและครูประจำกลุ่มนักเรียนประถมฯใส่Taxi ไปบ้านโฮสฯที่เมืองเวโรน่า ทั้งMomและลูกๆพยายามหา แต่ก็ไร้วี่แวว Mom ได้แสดงน้ำใจว่า ถ้ายังกลับเมืองไทยไม่ได้ก็ให้เด็กไปอยู่กับเธอก่อน ยินดีต้อนรับลูกสาวไทยเสมอ

               เฮ้อ... งานเข้าแล้ว  ตอนนี้ 5 ทุ่มคืนวันพฤหัสฯก็ 11 โมงเช้าวันศุกร์ของไทย เราต้องปรับแผนใหม่หมด น้องผมโทรแจ้งเอเจนซี่ที่กรุงเทพฯเพื่อเลื่อน flight น้อง Pin และยกเลิกเที่ยวบินของเราที่จะไปกรีนเบย์  โทรบอกพ่อแม่เด็กไม่ต้องมารับลูกตามกำหนดเดิมเพราะลูกสาวหนังสือเดินทางหาย และเราจะแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมทีหลังว่าต้องการหลักฐานอะไรบ้างเพราะเด็กเพิ่งจะอายุ 12 ปี    ตี 5:30  คณะ 36 คน ทะยอยขึ้นรถบัส เหลือแต่ Pin ยืนหน้าจ๋อยมองพี่ๆและเพื่อนๆในรถบัสที่วิ่งลับตาไป   หลังจากเครื่องบินขึ้น คุณ Gerhard ผู้อำนวยการโครงการก็มารับเราสามคนไปที่ออฟฟิส ต่อโทรศัพท์ไปยังสถานกงสุลไทย ณ นครชิคาโก้ รัฐอิลลินอยส์ซึ่งอยู่ไกลน้อยที่สุด ผมได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ไทยเป็นอย่างดี ให้จัดเตรียมเอกสาร ดังนี้
               1. สำเนาหนังสือเดินทางที่หาย
               2. รูปถ่ายขนาดทำ passport    4  รูป
               3. หนังสือแจ้งความ passport หาย
               4. Money  order     US$  10
               5. ใบแจ้งเกิด  สำเนา ไอดีคาร์ด หรือ พาสปอร์ทของพ่อแม่ และที่สำคัญคือ หนังสือให้ความยินยอมให้ลูกสาวเดินทางไปต่างประเทศได้และยินยอมให้ลูกสาวทำสัญญายินยอมชดใช้ค่าเสียหายของผู้เดินทางฯ โดยหนังสือดังกล่าวพ่อแม่ต้องไปทำที่กรมการกงสุล หลักสี่  ผมโทรบอกพ่อเด็กในประเด็นที่ห้าโดยเฉพาะหนังสือให้ความยินยอม แต่อุปสรรคก็คือ เวลาในไทยเป็นคืนวันศุกร์และวันราชการวันแรกก็คือวันอังคาร เนื่องจากวันจันทร์เป็นวันหยุดชดเชยวันฉัตรมงคล โห..เสียงแม่เด็กสะอื้นเข้ามาในมือถือของผมเลย ก็หัวอกแม่อะครับ  พวกเราเริ่มปฏิบัติการพาเด็กไปร้านGreen ถ่ายรูป 4 รูป ตั้ง 20 กว่า US$ แน่ะ  จากนั้นก็ไปที่ สถานีตำรวจ Madison Police Department เพื่อแจ้งความหนังสือเดินทางของเด็กหาย จนท.ให้ M. P. D. Citizen Self-reporting Form กรอกข้อมูลเด็กและเรื่องหนังสือเดินทางหาย แป๊บเดียวก็ได้เอกสารแล้ว ง่ายและไวจังเลย  ต่อไปก็ซื้อธนาณัติ 10 เหรียญ ทุกอย่างครบแล้ว รอส่วนที่พ่อแม่เด็กต้องดำเนินการแล้วสแกนเข้าเมลผมวันอังคารโน่น  
      คุณ Gerhard หารือกับผมว่าจะให้เด็กพักที่ไหนระหว่างโรงแรมกับบ้าน ผมตัดสินให้ Pin ไปสุดสัปดาห์ที่บ้านโฮส พอบ่ายสี่โมง Mom ก็พาลูกสาววัยเดียวกับน้อง Pin และน้องชายอีกสองคน ทั้งหมดกอดกันกลมด้วยความดีใจที่จะได้อยู่ด้วยกันอีกระยะนึง ดูแฮ้ปปี้กันดี คุณGerhard โล่งอกที่เรื่องคลี่คลายไปได้ระดับหนึ่ง ขอบคุณน้องกับผมมากมายที่บินตามมาทันเผชิญปัญหานี้ ( ที่จริงผมต้องขอบคุณเค้าต่างหาก ) แล้วก็ขอตัวกลับไป เราสองคนเดินย่านดาวน์ทาว เจอร้านอาหารชื่อ วังเวียงจันทน์ มีทั้งอาหารลาวและไทย  อ่านตามภาษาอังกฤษที่กระจกข้างร้านครับ ต้องลองกันหน่อย สภาพในร้านสะอาดดี คนขายมาจากเวียงจันทน์รุ่นลาวขาวแตกโน่น เราสั่งเป็ดพะโล้ ต้มยำซีฟู้ด และแพนงไก่ รสชาติอาหารใช้ได้ทีเดียวสำหรับเราที่อดหลับ อดนอน และเริ่มเบื่ออาหารฝรั่ง แต่ผู้ขายก็ยังออกตัวว่าอาจไม่อร่อยแบบอาหารไทยแท้ๆ อย่างไรก็ตาม ผมถือว่าเป็นมื้อที่ดีที่สุดของเรา และสักพักอเมริกันชนก็ทะยอยมาทานหลายโต๊ะทีเดียว ตอนคิดค่าอาหาร เจ้าของขอบคุณผมที่มาประเดิมและทำให้แขกเข้าร้านเยอะ อิ่มแระ เหนื่อยทั้งวันขอพักก่อนครับ

จากคุณ : jackrapan (Jack Happy)


แฟนเราเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน เค้าไม่ชอบอาหารไทย ไม่เข้าใจว่าทำไมคนไทยถึงกินข้าวได้ทุกวัน
บอกว่าอาหารไทยหลายอย่างเหม็น(ไม่ชอบผักชี) ได้กลิ่นแล้วอี๋ แกงเขียวหวานก็ไม่ยอมกิน
ที่พอกินได้ก็พวกหมูทอดกระเทียม แต่ไม่ได้โปรดปราน

แต่ฮีมาตายรังที่หมูปิ้งค่ะ 555555555555+

ตอนนั้นไปร้านนั่งเล่นแล้วหิว ไม่รู้จะกินไร(ที่เค้ากินได้ด้วย) แต่ไม่อยากกินแมคโดนัลล์ ก็เลยสั่งหมูปิ้งมาให้ลองชิม

เราซื้อมา 6 ไม้ก่อน กะข้าวเหนียว พี่แกลองกินไม้นึง บอกอร่อยอ่ะ (แต่ไม่กินมันค่ะ โยนมันทิ้ง)
หันมาอีกที หมูปิ้งกรู... เราได้กินแค่ 2 ไม้ เลยใช้ให้ไปซื้อคืนมาเลย -*- นิสัยไม่ดี

อีกทีนึงไปเดินจตุจักร ซื้อหมูปิ้งมา 10 ไม้ เราก็อุตส่าห์บอกแม่ค้าว่าให้แบ่งเป็นสองถุง ถุงละ 5 ไม้ จะได้ไม่ต้องมาแย่งเรา
พี่แกรับถุงไปถือ เหมือนจะเป็นคนดี สรุปไอ้ 10 ไม้นั้นเราได้กินแค่ 3 ไม้ ช้าเพราะกินข้าวเหนียวด้วย แต่เค้าไม่กินข้าวเหนียวเลยจกเอาจกเอา
เช่นเคย ไล่ไปซื้อใหม่ 55555+

บ่นว่าเสียดายมาเจอหมูปิ้งช้าไป เจอตอนใกล้จะกลับแล้ว แล้วแถวหอพักที่เค้าอยู่มันไม่มีหมูปิ้งขายด้วย

นี่บินกลับบ้านไปแล้ว เรายังโพสรูปหมูปิ้งไปยั่วอยู่เลย
พูดไทยไม่ได้สักคำ บอกภาษาไทยน่าเกลียด แต่พอคำว่าหมูปิ้งล่ะชัดเชียว 555+

จากคุณ : MsRoseQuartz


ตามอ่าน 4 วันสำหรับกระทู้นี้... สนุกมากครับ

จากคุณ : จิโป่ม (จิโ่ป่ม)


เพิ่งมาเจออ่ะ... ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ชอบพอๆ กับอาหารไทยเลย นี่ก็นั่งตาแฉะอ่านไปขำไป
ข้างๆ ห้อง งง???
มันอยู่คนเดียวพูดคนเดียวขำคนเดียว... 555

จากคุณ : ปีย่า


#572

บ้านคนทำอยู่แถวไหนครับ จะได้ไปบ้าง
ผมไปอยุธยาบ่อย

จากคุณ : Jewel of the Niles


แฟนเป็นคนเกาหลีค่ะ ตอนแรกๆจะกินยากมาก มากเรื่อง ไม่ชอบน้ำปลา ไม่ใส่ผักชี(อันนี้กลัวสุดๆ) ให้ลองกินอะไรก็ไม่กล้า ขนมไทยก็บอกว่าหวานเกินไป ชิมแล้วก็เลิกกิน บ๊วยอัดเม็ดนี่ยี้มากให้ลองนี่ทำหน้าแบบเรากินไปได้ยังไง 555

ขับรถไปแอลเอกันปรากฏว่าดิฉันซื้อขนมแป้งจี่กลับมากะจะกินเองในรถ เค้าก็คงหิวขับรถไกลๆก็เลยถามว่ามีอะไรกินบ้าง ก็เลยให้ลอง (คนขับไม่ค่อยมีทางเลือก 555) ปรากฏว่าถึงขั้นเพ้อ มันอร่อยมากเลยนะ เนี่ยไปทำขายที่เกาหลีคนต้องชอบแน่เลย บลาๆๆ สรุปซื้อมากินไปนิดเดียว ที่เหลือคุณชายซัดเรียบ 555

จากคุณ : ampe57


อ่าน 514 แล้วหิวเลยอยากอาหารเหนือขึ้นมาทันที

จากคุณ : Essueko


ทำไมเพิ่งกินข้าวเที่ยงมา ตอนนี้หิวอีกละแพลบๆ

จากคุณ : ลูกหมีอิ่มนอนยิ้มแป้น


แชร์มั่งดีกว่า เพื่อนเรามาจากเนเธอร์แลนด์ค่ะ เป็นคนที่ "เยอะมาก" ไม่กินเผ็ด ไม่ดื่มน้ำอัดลม ทานแต่อาหารสุขภาพ ไม่เคยทานอาหารฝั่งเอเชียเลย มาเอเชียครั้งแรกด้วย มาทานอาหารญี่ปุ่น จีน ก็ที่นี่แหละ (จริงๆ แกให้คะแนนอาหารญี่ปุ่นดีสุดแหละค่ะ แต่อาหารไทยก็กินได้ไม่ยั้ง) แรกๆอะไรก็ไม่ไหว กินแต่แฮมเบอร์เกอร์ซับเวย์

มาตอนนี้เหรอ

- เลิกแตะซับเวย์ไปเลย ทุกวันนี้เค้าจะชอบกินไข่ยัดไส้ ผัดผักบุ้ง ผัดบร็อคโคลี่ กินได้ทุกวัน
- ซัดมังคุด เงาะและลิ้นจี่เป็นกิโล หลงรักมากๆ แต่เรียกชื่อไม่ถูก ทั้งไทยทั้งอังกฤษเลย
- กินทุเรียนเป็นแล้ว
- สามารถแยกความต่างของอาหารแต่ละร้านได้ จากที่มาแรกๆ ฮีบ่นว่าทำไมต้องไปลองอะไรที่เป็นไฮไลท์ แกบ่นว่าทุกร้านก็เหมือนกันแหละน่า อย่างผัดไทยงี้ไม่เห็นมันมีอะไรแตกต่าง มาตอนนี้จู้จี้จะเลือกร้านเองละ รำคาญจริง
- กินมะม่วงทุกวัน บ่นว่ากลับไปเนเธอร์แลนด์จะไม่มีกินแล้ว จนเจ้าของร้านจำหน้าเค้าได้ละ
- ไม่ชอบอาหารทะเล แต่กุ้งกับปลาไทยเนี่ย "สดจริงๆนะ" แล้วก็นั่งแกะ แทะ วางช้อนแล้วก็ยังแอบเอื้อมมาแทะไม่จบไม่สิ้น
- ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่เยาวราชนี่ "Best of the best"

อาจจะไม่ค่อยมีสีสันเท่าไหร่แต่เราก็ภูมิใจนะที่ทำให้มันชอบอาหารไทยได้ มั่นใจมากว่ากลับประเทศไทยมันต้องเบื่ออาหารไปอีกนานหลายเดือน (แต่มันก็ไม่ยอมหัดทำนะ เยอะๆ)

จากคุณ : p_nijitet


ไปฮ่องกงมาอาทิตย์นึง อาหารไทยนี่สุดยอดสุดๆแล้วค่ะ รู้ซึ้งเลยทีเดียว

จากคุณ : ชื่อที่ไม่มีใคร


กระทู้นี้เป็นกระทู้ที่นานที่สุดได้มั๊ยเนี่ย

จากคุณ : พระจันทร์เต็มดวง


#578

เมื่อก่อนสมัยตอนมัธยม ...ร้านโรตีสายไหมตรงหน้า 7-11 ที่คนกินเยอะๆ ไม่มีคนซื้อเลยค่ะ... เราชอบขี่มอเตอร์ไซค์ไปซื้อร้านนี้กันเพราะแกชอบแถม 555+
แต่พอช่วงหลังๆ คนกรุงเทพมาซื้อร้านนี้ แกเปลี่ยนพฤติกรรมการขายกลายเป็นหยิ่งทันทีเลยเลิกซื้อไปเลยค่ะ ไม่อัธยาศัยดีเหมือนก่อน

ตอนนี้เลยซื้อร้านชื่อ บังบี โรตีสายไหมค่ะ...

ถ้ามาจากสายเอเชีย ลงจากสะพานเข้าเมืองวิ่งจนสุดทาง (ตรงหน้าศาลากลางจังหวัดหลังเก่า) เลี้ยวซ้าย วิ่งถนนด้านข้าง รพ. พอเจอไฟแดงให้เลี้ยวซ้ายอีกที ...ประมาณ 50 เมตรจะเห็นร้านบังบีเป็นร้านเล็กๆ อยู่ทางซ้ายมือค่ะ
ถ้าโชคดีไปวันธรรมดา ด้านหลังร้านจะเป็นบ้านที่เค้าอยู่กันเอง...เค้าก็จะทำแป้ง ทำสายไหมกันตรงนั้นแหละค่ะ ...

ที่เราชอบมากคือ แป้งโรตีที่นี่ใส่งาดำ หอม นุ่มและอร่อยมาก

โอย...อยากกิน ไม่ได้กินนาน

จากคุณ : Madam_BuffaloBridge


เห็นคนเม้า2PMแล้วคันไม้คันมือ ฮา ไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องเพื่อนต่างชาติเท่าไร ฮา
แต่2PMนี่ อาหารคือสิ่งสำคัญค่ะ ฮา หุ่นดีขนาดนี้ ตัวใหญ่ขนาดนี้ กินทีนี่สุดๆ
สิ่งที่แฟนคลับต้องเตรียมเวลาที่2PMมาไทย
-มะม่วง -ข้าวเหนียวมะม่วง -ข้าวผัดหมู -ผัดกระเพราไข่ดาว
-โรตีสายไหม -แตงโมปั่น -เบนโตะ ฮานามิ ฯลฯ

จะเล่าไปเป็นโมเม้นไปนะคะ เรื่องอาหาร2PMนี่เยอะมาก ฮา
-มีครั้งหนึ่ง ตอนแรกก็โทรเช็คแล้วว่ามีข้าวเหนียวมะม่วง ก็โอเคค่ะ แต่แล้ว...
อีจุนโฮทวิตขอมะม่วงออกสื่อเลยค่า สรุปคือข้าวเหนียวที่พี่ไปส่งเป็นพวกหน้ากุ้ง สังขยา
พวกนี้ไม่เข้าใจ หรือ ต้องการข้าวเหนียวมะม่วงอย่างเดียวก็ไม่รู้

-โรตีสายไหมนี่ มาครั้งนึงต้องส่งให้เป็น10กิโลอัพ ดูสิ ชอบแค่ไหนล่ะ ฮา
คิมจุนซูด้วยความหวง แอบซ่อนโรตีสายไหมในกระเป๋ากะจะแอบมากินที่เกาหลี
แต่...โรตีขึ้นรา อดค่ะ อด อด ฮา
แรกๆ ห่อไม่เป็น โรตีสายไหม ต้องให้คุณแม่พี่คุณไปห่อให้กิน ทีไรคนค่ะ
ไม่ใช่แค่ ผช 5 คนนะรวม2AMอีก 4 คน โจควอนนี่ชอบมากกกกก

-งานKMWปีแรก 2PM ผู้รู้จักประเทศไทยดี ซื้อแตงโมปั่นมากินอย่างสบายใจ
แต่ทำให้วงอื่นวุ่นไปหมด ศิลปินเกาหลีทุกวงอยากกินค่าา เลยต้องลำบากผจกวิ่งวุ่น

-มีงานนึง ฮอตเทสอาจคิดว่า ไม่ต้องซื้ออะไรมาก เพราะมาบ่ายแล้วแสดงเสร็จก็กลับ
ที่ไหนได้ คุณแม่พี่คุณให้ช่วยซื้อของกินให้หน่อย เพราะ2PMโทรมารีเควส
ข้าวเหนียวมะม่วง กับ โรตีสายไหม ตอน6โมงเย็นกว่าๆ ก็เลยต้องวิ่งวุ่นซื้อทั่วตลาดเมืองทอง

-ครั้งหนึ่งฮวางชานซองเคยให้สต๊าฟวิ่งวุ่นทัวร์พารากอนเพื่อซื้อเค้กกล้วยหอมให้กิน
ครั้งหนึ่งคิมจุนซูทำให้สต๊าฟวิ่งวุ่นซื้อขนมครกให้กิน
อ๊กแทคยอนเคยไปกินอาหารไทย แล้ววิ่งฝ่าฝูงชน
เคยเดินไปซื้อฮานามิที่พารากอน ย้ำว่าเดิน มีสต๊าฟติดตัวแค่2คน เพื่อซื้อฮานามิ เอาสิ!
อีจุนโฮเคี้ยวต้นหอมตุ้ยๆ ข้าวผัดหมูของโปรด แต่ต้องมีพริกน้ำปลาด้วย คาดว่าชอบกินฉุ่ยและเผ็ด
พี่คุณชอบกินหอยมากกกก โดยเฉพาะหอยทะเล อาหารโปรดคือผัดกระเพราไก่ไข่ดาว
จางอูยองชอบกินโรตีสายไหมถึงขนาดฝึกซ้อมม้วนโรตี

-ล่าสุดKMW ฮอตเทสซื้อเสบียงไปให้โรงแรม โดยสต๊าฟจะลงมาเอาไปค่ะ มีคุณแม่ยืนอยู่ด้วย
แฟนคลับวงอื่นก็บ่นบ้าง ทำไมฮอตเทสขึ้นไปได้ คือ...ศลปดิฉันเรื่องกินเรื่องใหญ่ค่ะ
ของนี้ศลปรีเควสไม่พอ ครูสอนเต้นด้วยสิ สักพักมีผญ3คน เห็นชมพู่ กินชมพู่แล้วกระโดดดีใจใหญ่เลย
ผญ 3 คนนั้นคือมิน เฟย เจีย Miss A ค่ะ

ปล.เรื่องอาหารไทยวงนี้เยอะมากเลยค่ะ และชอบอาหารไทยมาก จะพยายามมาต่อเรื่อยๆ ฮา

จากคุณ : ayame_may (Ayame_May)


พรหมลิขิตหักเห 2

           ผมกลับมาพักผ่อนที่โรงแรมEdgewater ได้พักนึง พอค่ำๆ คุณNoi กับBoyfriend ก็มารับผมไป Happy Friday ที่โรงเบียร์เมดิสัน เธอมาอยู่อเมริกาได้ยี่สิบกว่าปีแล้ว ตั้งแต่อายุสิบสาม นานๆ จะได้พูดภาษาไทยบ้าง ก็เช่นกับคนไทยที่มาร่วมโครงการแลกเปลี่ยน Thailand - Wisconsin International Sunrise Program นี่แหละครับ คำไทยยากๆ อย่าไปพูดกับเธอเลย เดี๋ยวมีงง เพราะภาษาไทยของเธอไม่แข็งแรงแล้วครับ  ตรงประตูเข้าโรงเบียร์ มีผู้ชายล่ำบึ๊กคอยตรวจ ID card ถ้าอายุไม่ถึงยี่สิบปีโดนจับโยนแน่ๆ ก็ที่นี่เค้าไม่มีบัตรประชาชนปลอมชั่วคราวแบบย่านต่างๆของประเทศสารขันธ์นี่ครับ  เขาดูพาสปอร์ตของผมแล้วก็เชิญให้เข้าได้ หน้าตาเลย Teenage มานานมากแล้วด้วย  ข้างในร้านดูกว้างขวาง ดนตรีแบบทรีโอมีกลองชุด แบนโจและแอคคอเดี้ยนกำลังเล่น คึกคัก เป็นเพลงแบบพื้นเมือง และอเมริกันชนจับคู่เต้นรำอย่างสนุกสนาน ลีลาแบบในหนังไททานิค สาวเสิร์ฟแต่งตัวเหมือน Cowgirl น่ารักเชียว ยกถาดใส่เบียร์ตัวอย่างสักแปดแก้วเล็กๆมาให้เราชิมทั้งเบียร์เหลืองและเบียร์ดำ ถ้าเราพอใจรสชาติไหนก็สั่ง ที่จริง ถ้าคออ่อนๆดื่มแค่ตัวอย่างหมดก็เดินไม่เป็นแล้ว ( โปรดทราบน้ำมังสาวิรัสมีโทษต่อร่างกาย ขอให้ดื่มพอประมาณ )  

           คุณน้อยสั่งเบียร์สีเหลืองแก้วธรรมดา ส่วนเพื่อนชายของเธอกับผมสั่งเบียร์ดำยี่ห้อเดียวกัน คนละหนึ่งแก้วลิตร แก้วลิตรที่นี่ทำเป็นรูปรองเท้าบูท เราสั่งกับแกล้มเป็นไก่ทอดชีส และถั่วลิสงคั่ว ( เพิ่มกิจกรรมแกะเปลือกถั่ว ) โรงเบียร์นี้ เค้ามีธรรมเนียมที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน คือ บางโต๊ะจะเวียนเทียนดื่มแก้วบูทเดียวกัน พอหมดแก้ว ก็จะเคาะโต๊ะรัวๆและโต๊ะข้างๆ ก็จะเคาะตามไปเรื่อยๆ เหมือนเล่นเวฟเลยครับ ครึกครื้นดี แต่ลึกๆแล้ว ผมกลับคิดถึงเมือง Green Bay เพราะตามกำหนดเดิม ผมจะได้ทานมื้อค่ำที่ร้านอาหารไทย จัดทำและดูแลโดยคนไทย ตอนนั้นปี 2552 ยังติดใจไม่หาย เข้าไปฝรั่งนั่งกันเต็มไปหมด ยังกะเล่นเก้าอี้ดนตรีถ้าไม่จองไว้ ผมสั่งแกงเนื้อใส่หน่อไม้สดมาทาน อร่อยโดนใจมากเพราะรสมือเหมือนกับคุณแม่ผมทำเลย ( ตอนนี้ไปอยู่วัดได้ยี่สิบปีแล้วครับ )

          อย่างไรก็ตาม ขอขอบคุณ คุณน้อยและเพื่อนชายที่พาผมไปผ่อนคลายบรรยากาศและได้รับประสบการณ์ใหม่ๆที่นั่น คืนนั้นผมกลับมาโรงแรมเมื่อไรยังนึกไม่ออกเลยครับ

จากคุณ : jackrapan (Jack Happy)


มาอีกแล้วเหมือนกันค่ะ กระทู้นี้นานมากกกกก เราก้อยังเข้ามาอ่านเรื่อยๆ

พอดีมีประสบการณ์ใหม่มาเล่าแจม ให้กระทู้ไม่ตกด้วยแหละ แต่มันจะไม่ใช่อาหารไทยร้อยเปอร์เซ็นต์นะคะ แต่ก้อเกี่ยวกับของเราเหมือนกัน

เรื่องของเรื่องคือ เรามีนายฝรั่งสองคนที่ออฟฟิศ คนนึงชอบกินซูชิ โอนิงิริ (ข้าวห่อสาหร่ายนั่นแหละคะ) และชอบทำมากกกก ทำมาอวดประจำ เราก้อเฉยๆเออ กินกันกับเค้าไป โอเคยูทำอร่อย ไม่ได้ว่าอะไรเพราะปกติเราก้อจะทำอาหารไทยไปเผื่อเค้าตลอด ก้อจะกินไปซี๊ดซ๊าดไป ยกนิ้วให้ตลอด คราวนี้เค้าก้อเลยคงอยากอวดอาหารญี่ปุ่นกับเรา แต่แบบ ทำไปทำมา เราเซ็งข้าวห่อของเค้า ก้อมาหาสูตรจากคนไทยไกลบ้านในอินเตอร์เน็ตเนี่ย ก้อไปเจอสูตรแปลกๆ ที่เอามาทำไส้ แทนที่จะเป็นปลาแซลม่อน ไข่ปลา ไข่ทอดหวาน เฉยๆ เราเลยเอาสูตรที่เจอมาแปลงแล้วทำไปกินที่ทำงานลองดู ก้อจะมีไส้จาก ยำปลาทูน่าใส่อโวคาโด้ตะไคร้ซอย ไส้จากหอยลายทอดตราปลายิ้ม ที่เผ็ดๆหวานๆนะคะ แล้วก้อ หมูหยอง โดยจะใส่ชีสหั่นเป็นแท่งเล็กๆลงไปทุกไส้ เพื่อให้มันไปกล่อมรสเผ็ด ให้เข้ากับ ข้าวที่ห่อ ให้กลืนกัน ก้อทำสามไส้เนี้ย สลับกันไป ปรากฏว่า ตั้งแต่นั้นมา ทุกคนในออฟฟิศ แม้แต่เจ้านายเราที่ชอบทำซูชิ แกก้อไม่ทำอีกเลย 555  แล้วก้อร้องหาแต่ ซูชิของเบนนี่ เมื่อไหร่จะทำอีก ตลอดดดเลยค่ะ มีการให้แฟนมาถามสูตรด้วย ส่วนเราเหรอ เสร็จทางโจร ได้ทีเรา ตั้งแต่นั้นมา ถ้าเราจะเอาอะไรแล้วต่อรองด้วย ซูชิเบนนี่ หนึ่งมื่้อกลางวัน ก้อจะมีแต่คนยอมมมทำ ไหว้วานให้น้องโปรแกรมเมอร์ฝรั่ง ให้ช่วยขับรถ ขนเครื่องออกกำลังกายไปส่งที่บ้านแลกกับ ซูชิ หนึงมื่อวันถัดไป พ่อแกพยักหน้ายกมือไหว้เยสเยส ดีใจยิ่งกว่าถุกหวย 5555

เหตุการณ์ไม่จบแค่นั้น แฟนฝรั่งเราที่บ้านคบกันมาห้าปีไม่เคยกินอาหารญี่ปุ่นด้วยกันซักครั้งเดียว พ่อ ที่ไม่ชอบอาหารญี่ปุ่นเลยยยย (กินแต่อาหารไทย) เห็นเราทำบ่อยยย ถึงกับเอ่ยปากถามว่าทำไมทำบ่อยจัง จนแกต้องมาลองชิม สรุปคือ แกฟาดยำปลาทูน่าของเราไปเกือบหมดครึ่ง ต้องห้ามว่า เดี๋ยวชั้นไม่มีไส้ห่อ ก่อนเดินไปพ่อเจ้าประคุณบอกว่า เล่นเอาไส้อาหารไทยมาใส่แพทเทิร์นญี่ปุ่น เธอก้อชนะแหงๆละสิ เป็นงั้นไป

แต่เดี๋ยวนี้ ทำบ่อยๆชักไม่ไหว ทำงานเหนื่อยแล้วต้องมาต่อด้วยทำข้าวห่ออีกสองชั่วโมง เหนื่อยมาก เดี๋ยวนี้จะทำที ต้องตกลงกันว่าเอาเฉพาะวันจันทร์ที่เราจะทำวันอาทิตย์ใส่ตู้เย็นไว้ได้ ระหว่างอาทิตย์ ขอบายยย

จากคุณ : สาวโรงงานในซูริค


จิ้มไปที่ความเห็น 560



หอยลายทอดรสเผ็ด นั้่นแหละค่ะ ที่เราเอามาทำข้าวห่อสาหร่ายกับซูชิทรงเครื่องให้ฝรั่งที่ออฟฟิศ ตายไปแล้ว เพราะว่า อร่อยมากกก แต่ใครมาถามสูตร เราก้อไม่เฉลยว่ามันคืออาหารกระป๋อง ก้อมั่วๆให้เค้าไปลองทำ แล้วก้อมาบอกว่า ไม่เห็นอร่อยเหมือนเธอทำเลย หุหุหุ

จากคุณ : สาวโรงงานในซูริค


เห็นกระทู้ทำอาหารไทยในต่างแดน น่าจะเข้ากับกระทู้นี้

http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A12175721/A12175721.html

จากคุณ : หัวใจเดินทาง


กระทู้พาอ้วน

จากคุณ : lotech58


คห.586 คะ มาเล่าต่อนะคะอยากฟังอีก

ไม่รู้ว่าจะเรียกตัวเองว่าฮอตเทสได้หรือเปล่า? แต่ศิลปินเกาหลีแล้ว ตามวงนี้วงเดียวค่ะ

โดยเฉพาะ นิชคุณที่รัก!! >//<

จากคุณ : มารักกัน


ผมเปิดร้านอาหารอยู่ที่หาดจอมเทียนครับ วันนึงช่วงหัวค่ำลูกค้าเริ่มเงียบเลยเดินมาหาอะไรกินที่ริมถนนหน้าร้านนั่นแหละครับ
พอดีมีรถเข็นขายแมลงทอดเข็นผ่านมาพอดี เลยเรียกแล้วเข้าไปรุมกัน 4-5 คน สั่งกันสนุกสนาน

ขณะที่กำลังรุมสั่งกันอยู่นั้น ก็มีแหม่มรัสเซียวัยกลางคนเดินผ่านมา แล้วแวะเข้ามาดูว่าคนไทยกำลังมุงอะไรกัน
พี่สาวผมเลยถามว่า "อยากลองมั้ย" เค้าก็ทำหน้าแหยๆ พี่สาวเลยเอาไม้แหลมจิ้มตัวหนอนไหมให้ชิมตัวนึง
แหม่มรัสเซียก็รับไปชิมแบบงงๆ แล้วก็เดินผ่านไป

หลังจากนั้น 5 วินาที ย้ำว่า 5 วินาที เธอเดินยิ้มกลับมา ชี้นิ้วไปที่หนอนไหมแล้วถามว่า "เท่าไหร่"
พี่ผมเลยยกของตัวเองให้ไปก่อนแล้วบอกราคาไป "20 บาท" แล้วเธอก็เดินยิ้มจากไป

จากคุณ : คุณชายริมฝั่ง


มีเพื่อนฝรั่งตาน้ำข้าวคนหนึ่งค่ะ ปิ๊งๆ เค้าอยู่ ตอนแรกเค้าไม่รู้หรอกว่าเราแอบชอบเค้าอยู่
เรียนด้วยกันมาสองเทอม แล้วก็อยู่กุล่มเดียวกัน นอกเหนือจากเรื่องงาน
ก็คุยแลกเปลี่ยนความรู้กันธรรมดา เม้าท์มอยหอยกาบตามเรื่องตามราว
จนสนิทกันพอสมควร เค้าบอกว่าเค้าไม่ค่อยรู้จักประเทศไทยเท่าไหร่
มีเราเป็นเพื่อนคนไทยคนแรก
เคยกินก้อแต่อาหารไทยสไตล์อเมริกัน บลาๆๆๆๆ

บังเอินว่าได้ไอเดียบรรเจิด เลยใช้ความถนัดของเราเรื่องทำอาหาร
ใช้อาหารไทยสื่อรักซะเลย เมนูที่ทำให้เค้าชิมก็ไม่ได้เริดหรูอะไร
ก็มีแกงเขียวหวาน แกงฟักทอง เกี้ยวหมูทอด เต้าฮวยฟรุ๊ทสลัด
ขนมกลีบลำดวน แกงเผ็ด ฯลฯ เค้าบอกว่าอาหารไทยอร่อย
เจ้าตัวยังเอาไปแบ่งกะรูมเมท แถมบอกอีกว่าแต่ละครั้งฟาดกันไม่มีเหลือ

จนในที่สุด เค้าก็บอกว่าเค้าชอบเราค่ะ ไม่อยากเชื่อว่าอาหารไทยจะเป็นตัวสื่อรัก
ตอนนี้กำลังเดทกันอยู่ หุหุ

ภูมิใจค่ะ ที่เป็นอีกคนที่นำครัวไทย สู่ครัวโลก ฮ่าๆ

จากคุณ : นางสาวdahlia


ทดสอบการ เข้าระบบ ครับ....

จากคุณ : vikingsx@thaimail.com


ชอบกระทู้นี้จัง โหวตทุกอาทิตย์ ไม่น่าเชื่อว่าแป๊บๆ โหวตให้มาจะครึ่งปีเข้าไปแล้ว (- -")

จากคุณ : wayo


เจ้าหน้าที่จากหอการค้าญี่ปุ่น( Japanese  Chamber  of  Commerce, Bangkok / JCC )มาหารือผม เนื่องในโอกาสความสัมพันธ์ทางการทูต ไทย - ญี่ปุ่นครบรอบ 120 ปี   JCC อยากจะร่วมทำกิจกรรมด้านการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยเสนอให้ทุนการศึกษาเด็กนักเรียน ม.4 ปีละ 40 คน คนละหมื่นบาทต่อปี จนจบ ม.6  ขอให้ทางเราช่วยคัดเลือกเด็กที่มีความประพฤติดีและเรียนดี  แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์  ทางผมก็ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่เกี่ยวข้องจัดตั้งคณะกรรมการคัดเลือก โดยปี 51  เริ่มจากภาคกลาง  ปี 52  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปี 53 ภาคเหนือ และปี 54 ภาคใต้  วนไปเรื่อยๆ จนถึงปี 2560 ทั้งนี้  JCC ได้ตั้งวงเงินรองรับไว้ ประมาณ 11 ล้านบาทครับ

      เมื่อมีผู้รับทุน ก็ต้องมีการติดตามประเมินผลการเรียนของเด็กด้วย  ปีที่แล้วราวๆภาคเรียนที่สอง คณะหอการค้าญี่ปุ่นมีกำหนดไปเยือนนักศึกษาที่รับทุนในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตอนเช้าและแม่โจ้ตอนบ่าย ส่วนนักเรียนมัธยมของเราติดต่อไว้สองคนจากอำเภอสันกำแพงและจังหวัดลำพูนที่โรงเรียนมีความพร้อมที่จะพามาพบ  พอเครื่องลงที่สนามบินเชียงใหม่ และรับกระเป๋าเสร็จ ออกมาก็เจอ " อ้ายแดง "  พนักงานขับรถดีเด่นที่เราขอใช้บริการมาตลอดทุกๆครั้งที่มาเชียงใหม่ ถามหาร้านอะไร ที่ไหน ทุกตรอกซอกซอย อาหารอิตาเลียน อาหารเยอรมัน อาหารเหนืออร่อยๆ บรรยากาศแบบไหน ฯลฯ  ถูกแพงอ้ายแดงพาไปได้หมด จากสนามบินก็ตรงยาวไปร้าน " กาแล " ซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก มช.นัก

       ร้านกาแลตั้งอยู่ริมเขื่อน อากาศเย็นสบาย ปลูกไม้ดอกมากมาย ลูกค้าที่มาทานอาหารโดยเฉพาะผู้หญิงอดใจไม่ไหว วนเวียนไปถ่ายรูปกับไม้ดอกสวยๆอยู่ตลอดเวลา  ผอ.ร.ร.จักรคำฯ พาครูและเด็กทุนมารอแล้ว ตามด้วยครูและนักเรียนทุนจาก ร.ร.สันกำแพง  เราจากส่วนกลางก็ถือโอกาสเลี้ยงมื้อกลางวันทุกฝ่ายเสียเลย หลังจากเด็กจัดโต๊ะยาวให้ พร้อมกับลำเลียงอาหารเหนือหลากหลายตามเมนูแนะนำ โดยเฉพาะ น้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกอ่องและผักสดมากมาย  ที่ผมสนใจคือแกงป่าปลากับเห็ดพื้นเมืองเคี้ยวดังกุบกับ รถจาก มช.ก็มาส่งคณะหอการค้าญี่ปุ่นสามคน คุณรุ่งฯเป็นเลขา ญี่ปุ่นสองคน คนแรกเป็นประธานบริษัทรถยนต์ญี่ปุ่นยี่ห้อหนึ่งในไทย ส่วนอีกคน เคยรู้จักกับผมแล้ว  ซาโตะซังเป็นเอ็นจีโอทำงานเกี่ยวข้องกับการศึกษามาตลอด  ผมเชิญทุกคนลงมือทานอาหาร เป็นการทานไปคุยไป และเปิดโอกาสให้ฝ่ายญี่ปุ่นได้คุยกับนักเรียนทุนแบบบรรยากาศกันเอง ซาโตะซังคีบใส้อั่วทอดใส่ปากเคี้ยวตุ๊ยๆอย่างอร่อย ดูเจริญอาหารไปหมด  แถมยังขอสั่งอาหารเองหนึ่งอย่างคือ แกงฮังเล  พอได้ชิมแกงฮังเล ซาโตะซังก็อู้คำเมืองว่า " ลำแต้ๆ "

จากคุณ : Jack Happy


เราเจอแบบยี้ไปเลยก็เป็นพวก กุ้งแห้ง น้ำปลา ประมาณว่าเหม็นมากๆ คะยั้นคะยอให้ลองทานยังไงก็ไม่ยอม

เคยทำสังขยาฟักทอง เพื่อนก็ยี้ เพราะเห็นท่าการขยำขยี้สังขยาก่อนนึ่งอย่างเมามัน (คงรับไม่ได้กับท่าทางการขยำสังขยาโดยไม่ใส่ถุงมือ แฮะๆ)

ที่ยี้แล้วชอบกินกันก็คือ ก็คือ วุ้นกระทิ  ตอนแรกบอกให้ลองกิน มันก็ยี้บอกว่ามันไม่ชอบกลิ่นกะทิ เราก็เลยไม่สนใจทำแช่ๆ ไว้ในตู้เย็น เป็นก้อนๆ ปรากฎว่าตื่นเช้ามาจะห่อไปกินตอนกลางวัน ขนมวุ้นกระทิตรูหายไปหมดแล้ว
ไอ้เพื่อนตัวแสบมันบอกว่า ดูทีวีกลางคืนดึกไปหน่อย หิวแล้วก็เลยหยิบมาลองกินปรากฎว่าติดใจ ก็เลย กินหมด แถมบอกว่าให้ทำให้กินอีก เฮ้อ...กินของเค้าหมดแล้วยังไม่สำนึกผิดอีก....เฮ้อ

จากคุณ : waimarie


แฟนเป็นอเมริกันเกาหลีค่ะ ชอบอาหารไทยมากกกกกกกกกก ตอนแรกๆชอบกินผัดไทย ชอบมาก กินได้ทุกวัน พอมาหาเราบ่อยๆ เราก็ให้ชิมอาหารแทบทุกอย่าง เขาก็กินได้หมด ไม่เคยบ่นว่าเผ็ดหรือเหม็น ทั้งที่ใส่กะิและปลาร้า แต่เราชอบกินส้มตำ ตอนนี้เขาชอบตำโคราชกับยำวุ้นเส้นที่สุด แต่กลับไปอเมกาแล้วก็บ่นว่าไม่ได้กินอาหารไทยอร่อยๆเหมือนที่เมืองไทยอีก คิดถึงส้มตำ คิดถึงยำวุ้นเส้น อยากกินปลาเผา อยากกินมะม่วงสุก แล้วก็มังคุด วันก่อนเพื่อนที่ทำงานไปเจอมังคุดที่ร้านเอเชีย เขาเลยฝากซื้อ ปรากฎว่า 10 ลูก ราคาตั้ง 8-9 เหรียญ แถมไม่สวย ไม่อร่อยเหมือนที่เมืองไทย ปลายปีนี้เลยวางแผนจะมาไทยสองเดือน มารับเราและมากินอาหารไทยให้จุใจเลย

จากคุณ : Joy Lee (bemyselfjoy)


กระทู้นี้ต้องไม่ตก

มันคือความภาคภูมิใจของเราและอีกหลายคน

อ่านแล้วอิ่ม มีความสุข

จากคุณ : SAKUBOSS


มีเรื่องมาเล่านิดนึง คือปกติเราชอบไปทานข้าวที่ฟูดคอร์ท T21 บ่อยๆ ต่างชาติเยอะ แต่เราไม่ค่อยสนใจคนรอบข้างเท่าไรเวลากิน
แต่เมื่อวานกินอิ่มจัดลุกไม่ไหว เลยนั่งมองรอบๆ ปรากฏว่ามีฝรั่งชาย-หญิงคู่นึงนั่งก้มๆกินข้าวราดแกง คิดว่าน่าจะเป็นแกงเขียวหวานเพราะสีมันเขียวๆ  
เราเป็นคนไม่ค่อยชอบเอาแกงมาราดข้าว ชอบตักเป็นถ้วยๆ ก็คิดเป็นห่วงฝรั่งคู่นั้น กับอาหารที่ราดแกงกับอะไรอีกอย่างมันจะอร่อยมั้ยน่ะ
แต่ปรากฏว่านั่งดูเพลินๆ ป๊าดอีตาฝรั่งผู้ชายยกจานขึ้นมาเลีย เราคิดในใจพรุ่งนี้ตรูจะต้องกินข้าวราดแกงให้ได้อยากรู้ว่ามันอร่อยขนาดนั้นเลยหรอ
พอวางจานฝรั่งผู้ชายรีบลุกเดินไปไหนไม่รู้ สักพักกลับมาพร้อมกล่องอาหารอีก 2 กล่อง สงสัยจะติดใจจนต้องซื้อกลับไปกินที่โรงแรม

จากคุณ : สาวลพบุรี


พาเพื่อนชาวญี่ปุ่นไปเที่ยวบ้านสงกรานต์ที่ผ่านมา
- เมืองไทยปูถูกมาก แถมแกะกินได้ทั้งตัว  เจอปูนิ่มเข้าไปติดใจกินไม่หยุดเลย บ้านเค้ามีแต่ปูอะลาสกา
- มังคุดสดๆ สวย อร่อยมาก บ้านเค้าเจอแต่มังคุดเปลือกสีน้ำตาล
- แม่จขกท.ทำแต่ละเมนู เช่น ปลาทอดสามรส ทอดมันกุ้ง ปลาหมึกผัดหวาน เค้าบอกเค้าจะจำกลับไปทำมั่ง  มาอยู่ 5 วัน สอนทำกับข้าววันละเมนู
- ซุบหน่อไม้  ทำไมถึงมาอยู่ในร้านอาหารอีสาน มันดูไม่เหมือนซุป
- น้ำลูกสำรอง เค้าบอกกินแล้วสนุก 5555  ซื้อส่งไปให้พ่อแม่ที่ญี่ปุ่นลองทำกินบ้าง
- ซาลาเปาไส้ปู เค้าบอกที่ญี่ปุ่นไม่มีขาย แถมที่เมืองไทยอร่อยมากๆ

ฯลฯ

ดีใจที่ได้เป็นเจ้าบ้านครั้งหนึ่งในชีวิตค่ะ

จากคุณ : สาวเจ้าสำราญค่ะ


กระทู้ไม่มีวันตาย ^^

ไม่มีประสบการณ์จะแชร์ รออ่านค่ะ

จากคุณ : ชื่อที่ไม่มีใคร


มหากาพย์อาหารไทย จาก คห 57 ของผมนึกขึ้นได้ถึงสาวแคนาดาคนนึง ตอนเด็กๆ แม่ผม
ขายส้มตำ ตอนเช้าจะต้องเตรียมของให้แม่ หน้าที่ผมคือนึ่งข้าวเหนียวไว้ขาย เช้าๆจะมีสาว
แคนาดาเป็นอาสาสมัครประจำโรงพยาบาลอำเภอ ปั่น จยย มาซื้อข้าวเหนียวผมทุกวัน วัน
ไหนน้องผมมันขี้เกียจล้างข้าวก่อนแช่ พอนึ่งสุกแล้วไม่จะออกดำๆไม่สวย เธอจะบ่นตลอด
และสาวน้อยรายนี้เธอขึ้นชื่อในอำเภอคือ เธอกินทุกอย่าง ข้าวเหนียว ส้มตำ ลาบงัว ซุปหน่อ
ไม้ แกงอ่อม ต้มส้ม พบเจอเธอได้ตามงานบุญ

อีกคนเป็นญี่ปุ่นชอบมาตอน บุญบั้งไฟ ชอบกินสาเกไทย (เหล้าขาว 40 ดีกรี) พอเมาแล้วชอบ
ให้ชาวบ้านจับโยนลงตม(ปลักควาย)มาก แกบอกสนุกมากๆ

จากคุณ : ทองเปลว


ผมตื่นนอนตอนเช้าตรู่ของวันเสาร์ นอนไม่ลง   สามทุ่มเริ่มมืด  พอตีห้าสว่างแล้วครับ มองผ่านหน้าต่างโรงแรมEdge Water เห็นบรรดาเป็ดลอยตัวเล่นน้ำใน Lake Mendota อย่างเพลิดเพลิน ส่วนริมฝั่งกระต่ายขนสีน้ำตาลคู่หนึ่งวิ่งหยอกล้อกันผ่านไป  ตัวแบดเจอร( Badger ) ซึ่งเป็นสัญญลักษณ์ของรัฐ Wisconsin เดินดุ่มๆไม่สนใจใคร เหมือนจะรีบกลับ ( แม่บ้านดุมั้ง )

      พออาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ผมเดินทอดน่องออกจากโรงแรม  สวนกับคุณป้าอเมริกันที่มากะน้องหมา Rottweiler ตัวใหญ่ดำปี๋ ก็ทักทายเจ้าของและเล่นกะน้องหมานิดนึง ไม่ดุแฮะ ตาแป๋วเชียว เดินผ่านสนามหญ้าตรงไปยัง Wisconsin State  Capital  Building สร้างคล้ายๆ ที่วอชิงตันน่ะครับ ข้างในมีทั้งที่ประชุมสภา ที่สำหรับลูกขุนพิจารณาคดี ศาลตัดสิน ที่ร้องทุกข์ ฯลฯ ฝาผนังและเพดานที่เป็นรูปโดมมีศิลปะลวดลายสวยงาม ขึ้นไปบนยอดโดมเหมือนหอคอยสูงที่ชมวิวรอบๆเมืองเมดิสัน แต่กว่าจะถึงข้างบนไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ก็หอบไปตามๆกัน ถือเป็นการเช็คความแข็งแรงของร่างกายครับ  เมื่อปีก่อนมีการประท้วงชุมนุมของพวกสหภาพ และสมาชิกฯได้เข้าไปยึดชั้นล่างเป็นที่นอนอยู่หลายวัน ( Thai  Model มั้ง )  แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ห้ามอะไร เค้าบอกว่า ที่ทำการนี้เป็นของประชาชนเหมือนกัน ดีจัง

           ผมเดินจาก State  Cap. ตรงไปที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน เป็นแคมปัสที่ไม่ต้องมีรั้วรอบขอบชิดเหมือนที่อื่นๆ น่าจะเรียกว่าเมืองมหาวิทยาลัยก็ได้ มีหอพักมากมายริมทะเลสาบ ถ้าไม่ชอบก็มีบ้านให้นักศึกษาเช่ารวมๆกันอยู่ เดินผ่านบางหลังเห็นร่องรอย Party เมื่อคืนวาน กระป๋องเบียร์เกลื่อนเลย  พอดีถึงตึก Memorial  Union ของมหาวิทยาลัย มีทั้งร้านอาหารตามสั่งและแคนทีนที่ขายอาหารสำเร็จรูป  ผมหยิบถาด ช้อนซ่อม ฯลฯ เข้าไป เลือกอาหาร อย่างแลกคือ ข้าวลาดหน้าเนื้อผัดพริกใหญ่ ( Green/Red/Yellow  Capsicum  ) มีพริกแห้งยาวๆแบบพริกกระเหรี่ยงทอดประดับหน้ามาด้วย เผ็ดมากๆ รสจัดจ้านแต่ไม่จี้ดจ้าดเหมือนของเรา ( ไม่ได้ยอ แต่ที่ตระเวณชิมมาหลายชาติ พริกของไทยเรา เผ็ดแบบมีคลาสกว่าใครเลย ขอบอก )  อารมณ์หิวทานจานที่สองเป็นแซลมอนทอดนิ่มๆห่อแป้งก็นุ่มนวลใช้ได้ อันดับสามสลัดผัก ผักหลายอย่างและสดดี ผมสนใจหอมแดงที่ใช้แทนหอมใหญ่สีขาว มันใหญ่เท่ากัน ไม่รู้จีเอ็มโอตัดต่อพันธุกรรมหรือเปล่า แต่ก็ทานจนหมด ตบท้ายด้วยน้ำอัดลม Mountain Dew ที่กดจากตู้ ( เมืองไทยเคยมีขายอยู่ไม่กี่ปีแล้วก็เลือนหายไป )

        อิ่มแล้ว ถึงจะไม่เลิศเท่าอาหารไทย แต่ยังงัยก็มีรสชาติกว่านั่งโต๊ะโก้ๆและกินสเต็กที่โรงแรมเยอะเลย  เดินย่อยอาหารโดยสำรวจย่านดาวน์ทาวไปเรื่อยๆ เห็นบูธขายอาหารกล่องเป็นระยะๆ  มีบูธอาหารแมกซิกัน อินโดนีเซีย เนปาล และพี่ไทยด้วย ผมสังเกตดูมีฝรั่งวัยต่างๆ โดยเฉพาะนักศึกษาเข้าคิวใช้บริการบูธอาหารไทยเยอะกว่าใคร  ได้แต่แอบหมายตาไว้ว่าว่างๆ ก่อนกลับต้องหาโอกาสมาชิมรสอาหารไทยแบบนี้ให้ได้ครับ

จากคุณ : jackrapan (Jack Happy)


สมัยเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนมีเพื่อนชาวอเมริกันจ๋าอยู่ 1 คนซึ่งนางจะภูมิใจมากกับความเป็นอเมริกันของนาง มีอยู่วันนึงนักเรียนแลกเปลี่ยนทั้งหลายก็นัดกันทำอาหารประจำชาติเพื่อเอามาแบ่งกันกิน ของชาวไทยเราด้วยความที่เพิ่งได้เครื่องแกงเผ็ดมา เลยจัดการทำแกงเผ็ดเป็ดย่างโชว์ซะหน่อย

นางเพื่อนเมกันก็เริ่มด้วยการพูดว่า โอ้วววว เป็ดมันน่ารัก กินได้ยังไง มันตัวเล็กน่าทะนุถนอม กินกันได้ยังไง มันไม่ใช่อาหาร ที่ประเทศยูกินกันแบบนี้เหรอ และอื่นๆอีกมากมายเท่าที่นางจะหามาพูดได้  

พอทำเสร็จก็บอกให้นางชิม ตอนแรกนางบ่ายเบี่ยง แต่ด้วยแรงยุของเพื่อนๆหลายประเทศ นางเลยชิมไป 1 ช้อน จากนั้นนางก็เริ่มพูดประโยคเดิมๆออกมา แต่จบประโยคด้วยคำว่า เป็ดหน่ะน่ารัก และอร่อยจัง  สุดท้ายก็ติดใจอาหารไทยไปอีก 1 คน

จากคุณ : Natita


เอ่อ คห 606 นางเมกันปากว่าตาขยิบนะ กินอร่อยไปเลย - -!

จากคุณ : normal_flora


น่าจะสวนไปเลยว่าฝรั่งเศสที่ว่าเลิศหรูก็ยังกินเป็ดกินห่าน แล้วถ้าคนไทยกินเป็ดจะเสียหายตรงไหน

ถ้าเป็นผมจะจัดเมนูเป็ดให้ซัก 2-3 เมนู กะเพราเป็ด ลาบเป็ด ฯลฯ หลอกให้ติดใจแล้วทีหลังก็ไม่ทำให้กิน 555

จากคุณ : Namor FC


มีเพื่อนรัสเซียที่เรียนอยู่ในไทยคนนึง ไม่ค่อยสนิทกัน แต่เรียนด้วยกันเลยมีชวนกันไปกินข้าวบ้าง
เขาพูดไทยไม่เป็น แต่ฟังออกเกือบทุกคำ
เคยปล่อยมุขแล้วแป้ก เขาก็ทำหน้างงๆ แล้วถามว่า  "it's like kuanteen?"
คนไทยสะดุ้งกันหมด ประมาณว่า ถ้านินทามันต้องรู้แน่ๆ 55555+

วันนึง ไปกินข้าวกันกลุ่มใหญ่ในร้านอาหารตามสั่ง คนไทยล้วน มีรัสเซียคนนี้แหละคนเดียว
ปกติเพื่อนรัสเซียเข้าเฉพาะร้านที่มีเมนูภาษาอังกฤษ ไม่เคยเข้าร้านอาหารตามสั่ง
เขาก็สั่งอาหารไม่เป็น แต่ไม่มีใครรู้ เพราะเห็นว่าอยู่ไทยมาตั้งเจ็ดปีแล้ว
ทุกคนก็รีบตะโกนสั่งอาหารของตัวเองกันใหญ่ ไม่ได้สนใจเพื่อนคนรัสเซียกัน

รัสเซียเริ่มทำหน้ามึน เอาไงดีฟะ...
พอดี มีคนสั่งจานกลางมากินด้วยกัน "ป้าครับ กุ้งแช่น้ำปลา!"
รัสเซียรีบเลยค่ะ บอกป้าว่า เอาแบบคนนี้ 5555555+ ไม่ได้รู้เรื่องเลยว่านั่นเมนูอะไร

ดีว่าเพื่อนๆ ยังมีคอมมอนเซ้นส์กันอยู่ว่าต้องห้าม รัสเซียเลยได้เปลี่ยนจาน เลยไปขอก๊อปปี้จานคนข้างๆ แทน ว่า เราเอาเหมือนนายนะ สั่งเพิ่มให้หน่อย

พอกุ้งแช่น้ำปลามา ทุกคนก็ชี้ให้ดู บอกว่า เนี่ย ไอ้จานนี้แหละที่ห้ามไว้ เขาก็ทำหน้าอึ้ง อย่างฮา
แต่ตอนที่อาหารของเพื่อนรัสเซียมาถึง ปรากฏว่า จานที่ก๊อปมาคือ ลาบวุ้นเส้น!!
ทุกคนแทบจะรุมประนามไอ้คนที่สั่งลาบให้คนรัสเซียกิน

แต่เพื่อนรัสเซียก็กินเกลี้ยง 555+ ตอนแรกนึกว่าจะไม่รอด เพราะจานนั้นรสจัดสุดๆ
************************************************
อีกเรื่องจากเกมส์โชว์
น้องสาวดูรายการ kitchen อะไรสักอย่างนี่แหละค่ะ เป็นพวกเกมส์โชว์ฝรั่ง มีคนนึงเป็นไทย-ออสเตรเลีย จะทำอาหารไทยตลอดเลย เพราะมีแม่เป็นคนไทยแล้วทำกับข้าวให้กินแต่เด็ก
น้องเล่าว่ามีฉากนึงที่ เธอทำยำปลาดุกฟูมา แล้วกรรมการ กินแต่ปลาดุก ไม่เอาไปคลุกก่อน ทุกคนก็ทำหน้าแบบ ..."มันไม่มีรสชาตินะ" เธอเลยบอกว่าต้องเอาน้ำไปราดก่อน กรรมการก็ทำตามนั้นแล้วทำหน้าแบบว่า โอ้ว มันอร่อยมากๆ เลย..... แต่ก็โดนกรรมการติมาว่า ถ้าจะให้กินคู่กันก็ควรราดมาให้เลย

เธอตอบว่า "ก็แม่ฉันทำแยกจานทุกครั้ง แล้วบอกให้ฉันคลุกเอง!"  55555+

จากคุณ : คานเหล็กกล้าทาแล็กเกอร์


สวัสดีค่ะ แวะเข้ามาอ่าน กระทู้นี้ขำจัง  คำเตือน : ห้ามรับประทานหรือดื่มระหว่างอ่านท่านอาจสำลักได้

จากคุณ : กุหลาบปลายปืน


อ่านกระทู้นี้ตอนดึกๆ หิิวเลยเรา  >*<

จากคุณ : ~ตัวเล็กที่รัก~


คุณ normal_flora ยิ่งกว่าปากว่าตาขยิบอีกค่ะ เพราะปากนางขยับเคี้ยวไม่หยุดเลย 555

คุณ Namor FC ตอนนั้นคิดไม่ทันจริงๆค่ะ มัวแต่ทำกับข้าว ซึ่งวันนั้นนางติอาหารของเพื่อนๆเกือบทุกประเทศแต่สุดท้ายนางกิน กิน กิน กิน และ กิน

จากคุณ : Natita


คุณคานเหล็กกล้าทาแล็กเกอร์ คห.609 ใช่คลิปนี้รึเปล่าคะ

..อุ้ยตายคลิปไม่ขึ้น

จากคุณ : ป้าแช่ม@เฉลิมไทย.พันธ์ทิพย์


งั้นเอาไปทั้งกระทู้นะคะ
รายการในความคิดเห็นที่ 3
http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A12175721/A12175721.html

จากคุณ : ป้าแช่ม@เฉลิมไทย.พันธ์ทิพย์


ขอร่วมแชร์ประสบการณ์ด้วยค่ะ
เรื่องมีอยู่ว่า เรามีเพือนที่สนิทมากคนหนึ่ง ถูกแอบรักด้วยผู้ชายชาวต่างชาติ
เป็นหนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยวประมาณคีนู รีฟส์เลยอะค่ะ ทั้งที่หน้าตาของเพื่อนเราธรรมดามาก
แต่มีเสนห์ตรงมีความเป็นตัวของตัวเองแต่เป็นคนเรียบร้อยนอบน้อมถ่อมตน และมีทัศนะคติในการ
ดำเนินชีวิตที่แปลกและก้าวหน้ามากกว่าคนรอบตัว โดยเฉพาะความคิดและคำพูดของเธอ
จะน่าฟังและน่าคิดมาก เหตุการณ์ความรักของทั้งคู่ก็แปลกด้วยค่ะ

คือผู้ชายเกิดการตกหลุมรักผู้หญิงคนนี้โดยไม่รู้ตัว ทั้งที่ไม่เคยเจอผู้หญิงมาก่อน
เนื่องจากเพื่อนของพ่อคีนู(ขอเรียกพระเอกของเรื่องว่าอย่างนี้ก็แล้วกัน
จะได้ไม่งง) ชื่อว่าทอมมาหลงรักเพื่อนเราอยู่ก่อน แต่ทั้งคู่ยังไม่ได้คบกันเป็นแฟน มีการพูดคุย
แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเพื่อนเฉยๆ

จนทอมเพื่อนของคีนูกลับประเทศของตนไป แล้วเกิดอาการร้อนรนทนไม่ได้
ไปปรึกษากับพระเอกของเราซึ่งไม่ค่อยจะรู้จักประเทศไทยของเรามาก่อนเลยว่า จะจีบผู้หญิงไทยคนนี้ยังไง
เธอไม่เหมือนใครที่ฉันเคยรู้จักเลย บ่อยๆเข้าคนที่ให้คำปรึกษาอาการหนักกว่าคนที่ไปขอคำปรึกษา
เลยยุให้เพื่อนกลับมาเมืองไทย ฉันอยากจะเห็นผู้หญิงคนนี้จริงๆว่าเธอน่าสนใจขนาดนั้นเลยหรือ
(แต่ความจริงคือพ่อคีนูแกตกหลุมรักเพื่อนเราแบบไม่รู้ตัวไปแล้ว และอยากจะเห็นเพื่อนเราแบบตัวเป็นๆ 555)

พอเอาเข้าจริงทอมก็ไม่สะดวกกลับมาเพราะติดเรื่ิองงาน คีนูเลยลุยเดี่ยวมาประเทศที่ตัวเองแทบไม่รู้จัก
ก่อนมาเลยต้องทำความรู้จักมักคุ้นกันทางเมลส์กับเพื่อนของเราโดยการแนะนำของทอมเจ้าตัวต้นเหตุ
ผ่านไป3-4เดือน ก่อนที่คีนูจะบินมา เพื่อนเรามาปรึกษาว่ามีเพื่อนชาวต่างชาติที่เพิ่งรู้จักแล้วอยากจะลองคบดู
เนื่องจากความคิดอะไรมันคลิ๊กกันทุกประการ เธอบอกว่าก่อนหน้านี้เพื่อนของผู้ชายคนนี้ทำทีว่าจะชอบเธอ แต่เธอคิดว่ายัง
ไม่ใช่ เธอเลยวางตัวเฉยๆเป็นแค่เพื่อน แต่ผู้ชายคนนี้มีอะไรที่พิเศษ แล้วเขากำลังจะมาเมืองไทย ฉันไม่อยากไปไหน
ต่อไหนกับเขาคนเดียว เธอเสียสละเวลาไปกับฉันหน่อยได้มั๊ย

เราก็แปลกใจเลยเพื่อนที่มั่นใจในตัวเองและฉลาดแบบนั้นทำใมดูขาดความมั่นใจไปได้ ก็เลยทำให้อยากรู้จักผู้ชายคนนี้ไปด้วย
แต่เอาเข้าจริงก็ไม่ได้ไปกับเพื่อนเพราะติดภารกิจหลายเรื่อง

แต่มีอยู่วันหนึ่งเพื่อนโทรมาขอร้องอีกว่า เธอต้องพบเขานะเราอยากให้เธอช่วยดู
(อารมณ์ตอนนั้นประมาณความเป็นหญิงมั่นของแกหายไปไหนอ่ะ) วันนั้นตอนสายๆเลยนัดไปพบกันแถวๆเซ็นทรัลเวิลด์
ไม่ได้เดินไปเที่ยวไหนเลย นั่งคุยกันอยู่แถวนั้นทั้งวัน แล้วเราก็รู้สึกได้เลยว่าทั้งคู่ต้องเกิดเป็นเนื้อคู่กันแน่ๆ
คุยกันถูกคอไปเสียทุกเรื่องตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบแต่การคุยก็ยังออกแนวเพื่อนอยู่ดีื (ยังวางฟอร์มทั้งคู่)

แล้วมันเกี่ยวกับอาหารไทยยังไง มันอยู่อีตรงนี้แหละท่านผู้ชม... คุยกันจนมืดค่ำเพื่อนเราเลยบอกว่าจะพาเราไปส่งบ้าน
เพราะเห็นว่าอยู่ไกล ทีนี้พอใกล้ถึงบ้านตอนเดินเข้าซอย ในปีนั้นอากาศหนาวมาถึงเดือนกุมภาฯเราเริ่มหิวด้วย
เลยบอกเพื่อนว่าแวะทานอะไรแถวนี้หน่อยดีกว่า พอดีมีร้านก๊วยเตี๋ยวเจ้าอร่อยอยู่ข้างทาง
จึงถามเพื่อนว่าเขาทานอาหารไทยแบบไหนได้บ้าง เพื่อนบอกว่าสั่งมาเลยไม่เป็นไร เลยหันไปถามพ่อคีนูอีกทีเพื่อความแน่ใจ
พ่อก็ตอบเหมือนเพื่อนเราพูด ทั้งที่จริงๆก็ไม่รู้หรอกว่าเรากับเพื่อนคุยอะไรกัน เราเลยสั่งเยนตาโฟเส้นใหญ่ใส่ทุกอย่างมา
สามชาม เครื่องดื่มเป็นนมเย็น สามแก้ว อาหารและเครื่องดื่มมาเสิร์ฟพร้อมกันระหว่างที่เรากำลังหยิบช้อนและตะเกียบจะส่ง
ให้เพื่อนๆ ก็ได้ยินเสียงคีนูร้องออกมาอย่างตื่นเต้นว่า โอ้..อาหารไทยนี่ช่างโรแมนติกสุดๆเลย ทุกอย่างเป็นสีชมพู
เรากลับเพื่ิอนมองลงไปบนโต๊ะ เห็นเยนตาโฟสีชมพูสามชามและนมเย็นสีชมพูสามแก้วจริงๆ
อยากจะฮาให้ลั่นโต๊ะเพราะไม่เคยสังเกตุเลย แต่ก็เกรงใจได้แต่อมยิ้มแบบหุบไม่ลง
แล้วใครจะรู้ระหว่างที่ทุกคนก็ตั้งหน้าตั้งตากิน มีหัวใจสีชมพู ดวงเล็กๆผุดขึ้นในสมองของคนสองคนแล้ว

คีนูมาสารภาพกับเราตอนหลังว่าเพราะอาหารบนโต๊ะวันนั้นทำให้เขาเกิดเเรงบันดาลใจ
กล้าพอที่จะเปิดใจกับเพื่อนของเรา เรื่องเหตุที่เขาต้องมาเมืองไทย
ซึ่งวันนั้นเป็นวันที่14กุมภาฯและเขาก็ไม่รู้มาก่อนเลยว่าเพื่อนของเรา ก็เปิดใจไว้ให้เขาส่วนหนึ่งแล้ว
ส่วนเราก็กลายเป็นกามเทพจำเป็นแบบไม่รู้ว่า แผลงศรความรักด้วยเยนตาโฟและนมเย็น อิอิ

ขอมีต่อ หลัง End credit แบบในหนัง : ตอนนี้ทั้งสองแต่งงานกันทั้งสองประเพณี ทั้งประเทศของเจ้าบ่าวและเจ้าสาว
แล้วก็มีเรื่องฮาอีกเยอะ โดยเฉพาะตอนแต่งที่ไทย ถ้ามีทู้ไหนเกี่ยวข้องจะมาเล่าให้ฟังค่ะ ทั้งคู่มีลูกหญิงหนึ่งคนและชายหนึ่งคน
ลูกสาวมีแววโตขึ้นจะสวยแบบโอลิเวีย ฮัสซี่ เลยอะค่ะ

จากคุณ : กุหลาบปลายปืน


อยากให้ give คคห 615 มาเลย
โรแมนติกสุดๆ เหมือนนิยายเลย

จากคุณ : KaLaMunGG_G


กรี๊ด เรื่องของคุณกุหลาบปลายปืนโรแมนติกมากกก

จากคุณ : Metaphysics


615 มาเล่าอีกนะคะ อยากให้กิฟจัง

จากคุณ : NolRaPee


615  ตั้งกระทู้เองเลยค่ะ  มีรออ่านอยู่อย่างน้อย  4 คนแล้ว

จากคุณ : เจซอง


615 นิยายชัดๆ โฮกกกกกก
อิจฉาเพื่อนคุณมากค๊าาาาา!!! >_<

*วิบัติเพื่ิออรรถรส

จากคุณ : Anchowhan~ (Anchowhan_WON)


คุณกุหลาบปลายปืน เรื่องโรแมนติกสุดๆเลยอ่ะ พรหมลิขิตบันดาลชักพาจริงๆ มาเล่าอีกนะคะ

จากคุณ : apple a day


#615 แตกกระทู้เล่าเถอะนะคะ รออ่าน พลิสสสสส _/\_

จากคุณ : ยืนงงในดงแมว


#614

ไม่ใช่ค่า รายการ My Kitchen Rule
http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A12129746/A12129746.html
กระทู้นี้น้องสาวเป็นคนตั้งไว้ค่ะ (ใช้ล็อคอินเดียวกัน) น้องจะชอบดูพวกรายการเกมส์โชว์แล้วเอามาเล่าให้ฟัง

รายการนี้เราเคยพยายามหาบน youtube แล้วหาไม่เจอค่ะ 555+ เลยไม่เคยได้ดูเองสักกะที

Edit เอ้ย มาดูอีกที ใช่นี่นา ดูผิด คคห ค่ะ

จากคุณ : คานเหล็กกล้าทาแล็กเกอร์


#616 คุณ KalaMunGG_G ขอบคุณที่อยากให้กิ๊ฟค่ะ

#617 คุณ Metaphysics จะเป็นประมาณ Romantic Comedy มั่งค่ะ เพราะพวกเราจะชอบมีเรื่องตลกๆกัน แม้กระทั่งเรื่องที่มันไม่น่าจะขำได้

#618 คุณ NolRaPee ความจริงไม่ได้มีเจตนาจะเล่ายาวเลยค่ะ
แต่เผอิญมันสำคัญตรงที่อาหารมื้อนี้กลายเป็นอาวุธของกามเทพซะงั้น

#619 คุณเจซอง ,  #622 คุณยืนงงในดงแมว
ขอบคุณค่ะที่แนะนำให้แตกกระทู้ พอดีอยากขออนุญาตเพื่อนก่อนถ้าจะเล่า
เรื่องของพวกเขามากกว่านี้ค่ะ   (ชอบล๊อกอินคุณยืนงงฯ เห็นภาพเลย 555~)

#620 คุณ Anchowhan~ ผู้ที่ได้คู่ครองดีย่อมเป็นที่น่าอิจฉาเป็นธรรมดา
แต่เราโชคดีกว่าเพราะมีเพื่อนดีๆจากสองคนนี้อีกโขยงใหญ่ ha ha ...

#621คุณ apple a day เหมือนการตามหาส่วนที่หายไปของจิตวิญาณของเราอะค่ะ
เพื่อนเราเป็นประมาณนั้น คนที่รักกันมากๆจริงคงเป็นแบบนี้แหละค่ะ

ขอบคุณทุกความเห็นนะค่ะ
เราสนใจเรื่องความสัมพันธ์ในเชิงบวกของมนุษย์ค่ะ
เลยเก็บเกี่ยวมาหลายเรื่องเหมือนกัน สัญญาว่าจะมาแบ่งปันค่ะ

จากคุณ : กุหลาบปลายปืน


อ่านถึงนี่ แฮ่กๆๆ

จากคุณ : นางสาวชีสเค้ก


อ่านตั้งแต่ยังไม่เที่ยงคืน ณ จุดนี้ยังอ่านถึงวันรัฐธรรมนูญปีที่แล้ว

* 0 *

จากคุณ : ปุยฝ้าย ณ เจียงใหม่


คห 615 โรแมนติกมากค่ะ มีอีกมั้ยคะ อยากอ่าน

หมายเหตุ: เข้ามาโหวตให้กระทู้อยู่ต่อ : )

จากคุณ : พระจันทร์เต็มดวงสว่างสดใส


เพื่อนคนจีนแต่ว่าเรียนอยู่ที่แคนนาดาแวะมาเที่ยวที่ไทย เราก็เลยเป็นเจ้าบ้านที่ดีพาเที่ยวนั่นนี่และแน่นอน ตบท้ายด้วยอาหารไทย
ก็เห็นเธอโอเคกับอาหารไทยที่เราพาตระเวนกินในแต่ละวัน วันใกล้ๆจะกลับ แม่เราซื้อข้าวคลุกกะปิมาให้
ตอนแรกนางก็ไม่กล้ากิน บอกว่ากลิ่นแรง แม่เราเลยจัดการคลุกให้แล้วบอกให้ลองชิม
นางก็อึกอัก ไม่กล้าปฏิเสธแม่เรา เราก็เลยบอกว่าลองดูสักคำ เท่านั้นล่ะ.... หมดกล่อง เธอก็เลยถามว่าคนไทยเรียกอะไร เราก็บอกไปว่าข้าวคลุกกะปิ
ที่เราขำคือเธอเมลกลับไปอวดที่บ้าน จนทางฝั่งนั้นก็อยากลองกินเหมือนกัน
วันรุ่งขึ้นเราไปเรียนแต่เช้า เลยทิ้งนางไว้ที่บ้าน
เธอก็พูดได้แต่ภาษาอังกฤษ กับจีน ส่วนแม่เราไม่รู้ภาษาอังกฤษ แต่พูดจีนได้ ติดตรงที่ว่าทั้งสองคนสนทนากันไม่รู้เรื่อง
เพราะแม่เราได้จีนแต้จิ๋ว แต่นางพูดจีนแมนดาริน นางก็พยายามบอกว่าตอนนี้มีข้าวคลุกกะปิขายมั้ย แม่เราก็งง เพราะฟังไม่รู้เรื่อง
สุดท้ายนางเลยโทรมาหาเราให้คุยกับแม่ให้ วันนั้นนางหอบข้าวคลุกกะปิกลับไปสองกล่อง นั่งกินที่สนามบิน
อีกกล่องแพ็คใส่คัพเปอร์แวร์ไปตั้งใจนั่งกินที่สนามบินตอนต่อเครื่องกลับแคนนาดา
หลังจากนั้นไม่นาน นางก็เมลมาถามเราว่า อยากกินข้าวคลุกกะปิ แต่ที่นั่นไม่มีเลย ถ้าทำเองต้องทำยังไง

จากคุณ : หมีน้อยพุงพลุ้ย


เข้ามาอ่านเรื่อยๆ  flower

จากคุณ : Plakud04


รอคนมาเล่าต่อค่ะ

ชอบมากๆ

จากคุณ : SuPerHyPerOverUltraGLUE


อีกเรื่องนึงคือ พี่ชายไปเรียนต่อที่นิวซีแลนด์ เรียนจบไม่กี่ปีก็กลับมาแต่งงาน
เพื่อนสมัยเรียนที่สนิทกันก็เลยมาร่วมงานแต่งด้วย เป็นคนฮ่องกง เขาเคยพูดกับพี่เราหลายครั้งว่าอยากมาเมืองไทย พอได้มาสมใจอยาก พี่เราก็เลยพาเที่ยว
หนุ่มฮ่องกงติดใจไอติมกะทิใส่ในลูกมะพร้าวมากๆ นอกจากจะชอบไอติมกะทิแล้ว ยังชอบทุกอย่างที่ทำจากมะพร้าว
พอพี่เราเห็นว่าชอบก็เลยสั่งพวกอาหารที่ใส่กะทิหลายๆอย่างให้ลองชิม ทั้งแกงเขียวหวาน แกงเผ็ดลูกชิ้นยอดมะพร้าวอะไรแบบนี้
ตอนเดินผ่านซุปเปอร์มาเก็ตก็เลยชี้ให้ดูว่าเนี่ยพวกอาหารที่ยูชอบกินมันใส่กะทิแบบนี้นะ เขาก็โอเค
มีอยู่วันนึงเราไปหาพี่ที่คอนโดแล้วเจอกล่องกะทิชาวเกาะเต็มถังขยะ เลยถามพี่ว่าเอากะทิมาทำอะไรเยอะแยะ พี่เราก็ไม่รู้เรื่อง
สักพักเราก็เห็นเพื่อนพี่เดินออกมาจากห้อง พร้อมกล่องกะทิชาวเกาะและหลอดดูด เราอ้าปากค้างเลยค่ะ พี่เราก็ตกใจว่ากินเข้าไปได้ยังไง มันไม่น่าจะมีรสชาติอะไรนอกจากความเลี่ยน
เลยอธิบายว่าอันนี้เอาไว้สำหรับประกอบอาหาร เขาก็บอกว่าก็ไม่รู้ เห็นมาเป็นกล่องก็นึกว่าเหมือนนม แต่มันก็อร่อยดี
หลังจากนั้นเขาก็ให้แม่เราสอนทำอาหารให้ พวกแกงเขียวหวานง่ายๆ บอกว่ากลับไปจะเอาไปทำให้ที่บ้านกิน ผัดพริกไปก็น้ำตาไหลไป แม่เราขำมาก
ก่อนกลับก็ไปขนซื้อกะทิชาวเกาะหลายกล่องแพ็คกลับพร้อมกับพริกเขียวด้วย

จากคุณ : หมีน้อยพุงพลุ้ย


# คุณกุหลาบปลายปืน จะรออ่านกระทู้นะคะ ขอติดตามด้วยคน ^^

จากคุณ : ชื่อที่ไม่มีใคร


เรื่องแรกตอนนั้นไปเรียนอยู่เยอรมัน ทั้งโรงเรียนตื่นเต้นมากที่ได้มีความเป็นนานาชาติเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งทวีป เพราะผมเป็นคนเอเชียคนเดียวในโรงเรียน

มีวันนึงเอาทาโร่รสบาบีคิวไปกิน พอเปิดถุงเท่านั้นแหละ คนเยอรมันวิ่งเข้ามาดูเต็มเลย ถามกัน นี่มันอะไรเนี่ยเหม็นมากๆ จะอ้วก!! พอบอกให้ลองกินดูอร่อยนะ บางคนก็จำใจลอง และก็วิ่งไปคายทิ้ง แล้วก็พูด dog food dog food, you eat dog food จากนั้นเป็นที่กล่าวขานกันว่าคนไทยกินอาหารหมาในโรงเรียน

และเนื่องจากว่าผมเองทำอาหารไทยไม่ค่อยจะเป็น เลยเน้นไปทานร้านอาหารไทยในเมืองมากกว่า (set lunch ถูกกว่า set menu ของ mcdonald อีก)
วันนึงเพื่อนๆมันคงเบื่อ นึกอยากจัดเต็ม dog food ที่ไม่ได้เป็น snack เลยตามมาด้วย 2 ท่าน หลังจากวันนั้น คำว่า dog ก่อนหน้า food ก็เปลี่ยนเป็นคำอื่นแทน และ ผมมีหน้าที่ต้องพาเพื่อนๆในห้องไปลองชิมจนตัวเองหมดตรูดเลย - -" (ขอนอกเรื่องเพราะอาหารไทย ฝรั่งผมบรอนด์ระดับดาวโรงเรียน ถึงขั้นขอมาหาผมที่บ้านให้ทำข้าวให้กินด้วยนะ :P)

จากคุณ : funfaith


อ่านถึง #495 คะ

จากคุณ : St-niiniiu


ในที่สุดก็อ่านจบ แต่คาดว่าจะมีอีก รอติดตาม อิอิ

จากคุณ : javee


มาช่วยเล่า -.,-

ป้าเราเคยพาเด็กนักเรียนไปซัมเมอร์ที่นิวซีแลนด์หรือออสนี่แหละ แล้วทีนี้ได้ไปพักกลับครอบครัวชาวต่างชาติที่นั่น
ปกติเค้่ก็จะทำอาหารพวกขมปัง แฮม ซุปจืดๆอะไรแบบนี้ แล้วมาวันนึง  เด็กนักเรียนก็บอกทนกินไม่ไหวแล้ว
เบื่อมาก อาจารย์ทำอาหารไทยกินหน่อย ด้วยความที่ป้าเราก็ชอบทำอาหารด้วยก็เลยจัดให้ ต้มยำกุ้ง ไข่เจียว หมูทอด ผัดกระเพรา ทีนี้ก็เลยลองเอาต้มยำกุ้งไปให้เจ้าของบ้านกินด้วย พอชิม เค้าอุทานขึ้นมาแบบ อร่อยมาก โอ้ววว นี่ชั้นหลงกินเครซี่ซุป (ซุปบ้าๆ)มาได้ยังไงตั้งนาน แล้วเค้าก็เทซุปเค้าทิ้งเลย ก๊ากกกกก

แล้วเมื่อไม่นานมานี้เพิ่งไปสิงคโปร์มา เราไปพักที่ดาวทาวน์อะ  คอสต้าแซนรีสอร์ต ในนั่นจะมีร้านอาหารเยอะมาก เราก็ต้องเดินผ่านบ่อยๆ แต่ร้านที่คนกินเยอะที่สุด เต็มทุกวันก็คือร้านอาหารไทยนั่นเอง~ ร้านอื่นที่ตั้งอยูข้างๆกันเงียบเหงามาก
พออีกวันไปไชน่าทาวน์ ไปกินที่ฟู๊ดคอร์ท เกิดอยากกินอาหานไทยขึ้นมาเลยเดินหา.. ชัดเลย คนต่อแถวยาวมาก มีทุกเพศทุกวัย อร่อยมากๆด้วย ได้รสชาติไทยแท้ๆ

จากคุณ : Anchowhan~ (Anchowhan_WON)


เหมือนเป็นภาระกิจประจำวัน  ต้องเข้ามาโหวตกระทู้นี้วันละครั้ง  อิอิ

จากคุณ : ถ้วยชาสีแดง


เป็นผู้อ่านมานานนับปี ทนไม่ไหว สมัครสมาชิกกันเลยทีเดียว เพราะอยากเล่าบ้าง อิอิ

เรื่องมีอยู่ว่า พี่ที่ทำงาน มีแฟนเป็นคนอเมริกา เชื้อสายยิว ชื่อ Johnny
ซึ่งทานอาหารยากมาก โดนเฉพาะปลาต้องเป็นปลามีเกร็ดเท่านั้น (ตามศาสนา)
เขาไปเที่ยวต่างจังหวัดกัน แล้วพี่ตาลก็ทานเผ็ดจัด น้ำจิ้มซีฟู้ดแบบเผ็ดๆ อ่ะค่ะ
คือพี่แกเอาพริกตำในน้ำจิ้มราดแล้วเอาเข้าปาก แบบ โอ้ววว....แซ่บ!!

Johny ก็อึ้ง แล้วก็บอกว่า "You ทานเข้าไปได้ไง แค่มันโดนผิวหนัง ก็แสบร้อนจะตายแล้ว แล้วคิดดูตอนมันออกมานะ You จะแสบแค่ไหน!!"

พี่เค้าก็ได้แต่หัวเราะ และกินต่อไป แล้วก็ เกิดเรื่อง....พี่แกปวดท้องแบบแสบท้องมากๆ

คราวนี้อีตา Johnny บ่นใหญ่เลย บอกแล้ว เตือนแล้ว ยังกินอีก พอเดินๆ ไป
พี่เค้าไปเจอรถขายโรตี เค้าจะซื้อทาน จะได้ช่วยให้หายแสบท้อง
อีตา Johnny โวยวายอีกแล้ว บอกว่า ของสกปรก ถ้า You กินอีกนะ ท้อง You พังแน่

พี่เค้าไม่สนใจก็ซื้อมา 3 อัน มากินที่โรงแรมด้วย คือ เดินกินแล้ว Johnny ก็มองๆ
เหมือนอยากกินบ้าง แค่ทำฟอร์ม พอไปถึงโรงแรมเท่านั้นแหละ

พี่เค้าไปอาบน้ำ ออกมา โรตีอีก 2 ชิ้นหายไปไหนไม่รู้ ก็เลยถาม Johnny ว่า โรตีล่ะ

"I เห็นว่ามันหอมดี เห็น You กินแบบหน้าตาอร่อยมาก เลยอยากลองชิม แล้ว แล้ว....มันหมดแล้วอ่ะ เราไปซื้อกันใหม่เถอะนะ :)"

อืม....โรตีไทย ยั่วยวนใจ แท้เหลา

จากคุณ : Sweetest Love (Sweetest Love)


กระทู้แนะนำในตำนาน

จากคุณ : เอบ


ชอบมากครับกระทู้นี้ ตามอ่านมาเป็นเดือนละ + กดโหวตเป็นระยะๆๆ ^o^

จากคุณ : foscarnet


# 467  
  เพื่อนบ้านคุณน่ารักมากเลยค่ะ เพราะที่อ่านๆ มา
  ฝรั่งส่วนใหญ่จะไม่ชอบกลิ่นกะปิ

จากคุณ : รักลูก - ลูกรัก (iLoveAltis)


กระทู้ยาวนาน นับครึ่งปี

เชื่อไหม ว่าเรากลับมาอ่าน 3 รอบแล้ว (นี่รอบที่ 4)

เวลาเครียดจัด องค์ลง ติสกระจาย อ่านแล้วหายเป็นปลิดทิ้ง !

ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมแชร์ค่ะ ^^

จากคุณ : 9line


ลงชื่อ เข้ามาอ่านทุกสัปดาห์เลย

ญาติเจ้านายผมก็มีแฟนเป็นฝรั่งเหมือนกัน
วันไหนขี้เกียจทำกับข้าว ก็ซื้อลาบ น้ำตก แถวๆ ปากซอยมาให้กินซะเลย เค้าบอกว่าเล่นซะเกลี้ยงจานเลย หอมแดงกลิ่นแรงๆ ยังซัดเรียบ

จากคุณ : หนุ่มเมืองน่าน


ของผมเจอแต่วิ่งเข้าใส่แหล่ะครับ เมื่อเดือนก่อนที่คณะ (อยู่เกาหลีครับ) จัดงานอินเตอร์ฯปาร์ตี้เล็กๆ ระหว่างเด็กนักเรียนต่างชาติกัน ส่วนมากที่นี่จะเป็นเด็กแลกเปลี่ยนซะมาก ก็มีนักเรียนไทยอยู่แค่สามคนแถมเป็นนักเรียน Full-time ชายล้วนซะด้วย คือจริงๆ ก็พอทำกันได้อยู่หรอกครับเรื่องอาหารไทยถ้ากินกันเองคนไม่เยอะ แต่แบบว่างานนี้มันฉุกละหุกกันเพราะมีการเพิ่มจำนวนแขกเข้างานกระทันหัน งานก็เลยเข้าพวกเราด้วย จะถอนตัวก็ไม่ทันเพราะรับปากไว้แล้ว เครื่องปรุงที่ติดตัวกันมาก็มีคนละนิดละหน่อย อุปกรณ์ก็ไม่พร้อม ก็ทำกันตามมีตามเกิดเปิดดูข้อมูลทางเน็ตบ้างว่าพอจะประยุกต์วิธีทำแบบไหนได้อีก ก็ลงเอยด้วย ไก่ย่าง (ซึ่งทำน้ำจิ้มไม่ทัน) ลาบหมู (ที่เครื่องไม่ครบเอาซะเลย) และส้มตำแครอท

ทั้งหมดช่วยกันทำสามคนปาเข้าไปกว่าครึ่งวันเหนื่อย หน้ามันแผล่บกันที่เดียว ทำไปก็บ่นกันอุบว่าทำไมอาหารไทยมันจุกจิกอย่างนี้ว่ะ ต้องใส่โน่นผสมนี้มากมาย แต่สุดก็ทำกันจนเสร็จตามมีตามเกิด ไปถึงงานเป็นกลุ่มสุดท้าย แต่ขอโทษครับอาหารไทยของเราหมดก่อนซุ้มอื่นนะครับ แบบว่าเพื่อนๆ จีน ฝรั่งเศส เวียดนาม ฟิลิปปินส์ พอเห็นเรามาปุ๊บทิ้งซุ้มตัวเองเลยครับ ชาติอื่นก็มีไว้ฟอร์มมาด้อมๆ มองๆ ช้าๆ ตักไปชิมนิดหน่อยแต่เอ๊ะ...เวียนมาชิมถี่มาก พอพวกเรากระจายตัวออกไปชิมอาหารที่ซุ้มอื่นบ้าง หันมาดูอีกที โอ้ว! ไม่นะ...ซุ้ม...ซุ้มเราโดนยึดไปแล้ว โดยเฉพาะพวกเพื่อนจากแถบยุโรป คราวนี้แต่ละคนจ้วงเอาจ้วงเอาแบบไม่แคร์สื่อ (ก็แหงล่ะ ที่ประเทศพวกเอ็งอาหารไทยราคาแพงซะขนาดนั้น จะกินทีก็แสนจะลำบากจองกันล่วงหน้าเป็นวันๆ แต่อันนี้กินฟรี แถม Made by Thai แท้ๆ อีกต่างหาก) พวกผู้หญิงทุกชาติจะชอบลาบเอามากๆ ส่วนเพื่อนเกาหลีเจอไก่ย่างของเราเข้าไปสลบเลยคับบอกว่าไม่อยากกินไก่ของที่อื่นอีกแล้ว คุณชายเล่นยืนเฝ้าไก่ไม่ยอมปล่อยเลยครับจิ้มเอาจิ้มเอา (แต่ไก่ย่างพวกผมอร่อยจริงๆ น่ะ คนทำลองชิมกันเองยังอเมซิ่งเลย) เพื่อนที่เป็นมุสลิมตอนแรกไม่กินเพราะไม่ใช่ Halal แต่โดนคนอื่นคะยั้นคะยอเข้าเลยชิมละหน่อย คราวนี้ Halal อะไรไม่สนแล้ว บอกว่าสถานการณ์จำเป็นพระเจ้าไม่ว่า (จะบาปมั้ยเนี่ยะพวกเรา ทำเค้าสติแตก) สรุปจบงานคนทำเหนื่อยของที่ทำเองก็ไม่ได้กินคนอื่นกินไปหมด แต่ก็สนุกฮาดีครับ สามหนุ่มกับครัวแบบกากๆ

จากคุณ : Mitsuaki


รักกระทู้นี้มากๆ

จากคุณ : เหมียวละไม


คุณMitsuaki  คูหา่บน  ถามจิ๊ดนึงค่ะ ไก่ย่างที่เกาหลีรสชาติเป็นไงคะ  เห็นคนไทยที่ไปเที่ยวบอกหมูย่างเค้าอร่อยงั้นงี้โง้น แต่ยังไม่เคยเห็นใครพูดถึงไก่ย่างอ่ะค่ะ ถ้าตามที่เราเข้าใจเพราะก็ไม่เคยชิมของชาติอื่น ชิมแต่ของชาติไทยเราเองนี่ก็ไก่เราอร่อยเพราะการหมักก่อนการย่างที่ถึงเครื่องและน้ำจิ้มแสนอร่อย  

คุณมะลิ(ชื่อไทยที่เราตั้งให้กันจนลืมชื่อจริง รู้สึกจะชื่อมากาเร็ตแฮะ)คนเยอรมันแท้ๆ ที่เป็นอาสาสมัครมูลนิธิที่เราเคยอยู่แต่ตอนนี้หมดวาระกลับเยอรมันไปละ  เวลาพวกเราสั่งข้าวเหนีียวส้มตำไก่่ย่างมาทานกันช่วงเทียง คือทานรวมกันเป็นพักๆนี่ พอสำรับอาหารเรียบร้อย คุณมะลิเธอคว้าไก่ย่างขะง่ำก่อนเป็นอย่างแรก แถมแทะกระดูกอ่อนหมดเหลือแต่ซากทุกครั้งเลยค่ะ 55

จากคุณ : rainyjerry


ลงชื่อ
อ่านรวดเดียวถึงตรงนี้ค่า (4 ชม.)


จากคุณ : Nespay


ตอบค.ห. 646 ถ้าใครเคยมาเกาหลีจะเห็นร้านขายไก่เยอะมากและส่วนมากจะไว้กินกับเบียร์ครับ ถือว่าเป็น "อันจู" (แปลว่า กับแกล้ม) อย่างหนึ่ง จนคนเกาหลีจะเรียกเมนูนี้กันติดปากว่า "ชีเม็ก" มาจาก ชิคเก้น + เม็กจู (ซึ่งแปลว่าเบียร์) ซึ่งจะเป็นที่รู้กันทั่วไปครับ แล้ว 80% ของเมนูไก่ยอดฮิตก็จะเป็นไก่ทอดแบบ K เอฟ see และไก่อบแบบ Baked chicken แต่แบบหลังนี่ที่เมืองไทยยังไม่เห็นนะครับแต่ไม่รู้ตอนนี้มีรึยัง ส่วนไก่ย่างก็มีครับแต่ไม่ค่อยนิยมเท่าไหร่ แล้วไก่ย่างเค้าจะเป็นแบบยี่ห้อไก่ย่างหลายดาว (เดี๋ยวหาว่าโฆษณา) ที่เรียกว่า Roasted chicken ครับ แต่ไก่ที่พวกเราทำกันก็อารมณ์ไก่ย่างส้มตำที่ภาษาฝรั่งเค้าเรียก grilled chicken ครับ (เอ๊ะ...นอกเรื่องไปมั๊ยเนี่ยะ) แต่แบบว่ารสชาติไก่ย่างเค้าไม่ถึงอะครับ เหมือนไม่ได้หมักอะไรเลยออกชืดๆ และก็จะราดน้ำซอสซึ่งขอเรียกว่าไซรัปดีกว่า จะออกหวานๆ มันๆ เค็มปะแล่มๆ ใส่พริกบ้างไม่ใส่บ้างก็แล้วแต่ร้าน บางทีก็โปะหน้ามาด้วยต้นหอมซอย คือถ้าไม่มีซอสก็จบอะครับ แถมแพงกว่าไก่ทอดอีกต่างหาก พอมาเจอเครื่องเทศอย่างรากผักชี กระเทียม พริกไทย (ทุกอย่างราคาแพงทั้งนั้นสำหรับที่นี่) ซีอิ้วขาว น้ำตาลนิดนึง (แถมเป็นน้ำตาลทรายแดงอีกต่างหาก) เกลือหน่อย ใส่ตู้เย็นหมักไว้ 3 ชั่วโมง (ตอนแรกว่าจะใส่โซจูลงไปหมักด้วยแต่กลัวพิศดารเกิน) แล้วอย่างที่บอกครับว่าเราไม่มีเตาย่างก็เลยใช้วิธีนาบเอากับกระทะแบบบ้านๆ นี่แหล่ะครับ แค่เนี่ยะ...ไก่เกาหลีก็จอดแล้วครับ

ผมว่าการรู้จักใช้เครื่องเทศกับการหมักนี่มั้งครับทำให้รสชาติออกมาดี ซึมซาบเข้าเนื้อ ถึงจะเย็นแล้วก็ยังอร่อย น้ำจิ้มไม่ต้องก็ได้ เรื่องศิลปะการใช้เครื่องปรุงเครื่องเทศและสมุนไพรนี่ผมว่าประเทศเราค่อนข้างเจ๋งน่ะ ขนาดทำแบบมั่วๆ ยังอร่อยเลย จริงๆ การหมักเนื้อสัตว์ของเกาหลีก็มีนะครับแต่มันชืดๆ ยังไงไม่รู้ แถมไม่ค่อยพลิกแพลง เท่าที่เห็นก็หมูหมักก็จะใช้ทำพุลโกกิ ไก่หมักก็สำหรับทำทักคาลบิ พวกปิ้งย่างก็ไม่นิยมหมักจะเน้นความสดมากกว่า แต่ต้องยอมรับว่าเนื้อสัตว์สำหรับปิ้งย่างที่นี่คุณภาพค่อนข้างดีแต่ราคาก็ไม่เบา บวกกับอารณ์ว่าเฮ้ย...มากินของแท้ถึงถิ่น อันนี้มั้งครับเลยทำให้รู้สึกว่ามันอร่อย

จากคุณ : Mitsuaki


ขอบคุณสำหรับคำตอบช่วยให้กระจ่างใจคุ่่ะคุณ Mitsuaki  

เพราะอย่างนี้นี่เอง มาเจอฝีมือไทยหมักไก่นาบ เอ๊ย ไก่ย่างกระทะร้อนของคนไทยแท้ๆ ทั้งเกาฯทั้งเทศไปไม่เป็นเลย ฮ่าฮ่า  คุณรู้จักประยุกต์ใช้ของที่มีอยู่ เก่งมากเลยค่ะ ปกติผช.ไทยอยู่ในเมืองไทยไม่ค่อยทำไรพวกนี้นะ ยกเว้นพวกที่ชอบจริงๆ  ของคุณดูท่าว่าไม่ค่อยเป็นเหมือนกันแต่ก็เข้าใจทำออกมาได้เจ๋งอ่ะค่ะ ขอชม^^

ที่เจ๋งสุดคือ ไอ้รากผักชีที่คุณหมักไปนี่แหละค่ะ ปกติคนเกาฯที่มาไทย จะสั่งอะไรต้องตามด้วย ไ่ม่ใส่ผักชีนะ รายไหนรายนั้นไม่มีพลาด เราก็ว่าหอมนะคะผักชีแต่คนเกาหลีเค้าคงทนกลิ่นขนาดนี้ไม่ไหว  แต่ก็แปลกเราว่ากลิ่นมันแรงน้อยกว่าหัวหอมหรือต้นหอมที่เค้าใส่ในอาหารของเค้าอีกนะ แต่เค้ากลับทนกลิ่นผักชีเราไม่ได้  เรียกว่าสั่งต้มจ่งต้มจืดอะไรมารับรองต้องบอกทางร้านเค้าเลยว่า  ชามนึงไม่ใส่ผักชีนะน้อง  ข้าวผัดหรือพวกยำก็เหมือนกันอ่ะค่ะ

แล้วของเรามีศลป.วงโปรดเป็นวงเกาฯอยุ่วงนึง ไม่รู้ยังไง พอมาเมืองไทยต้องอยากทานKFCทุกครั้งเลย ทั้งที่ไปแสดงป.อื่นไม่เห็นไปสั่งของเค้าเลย  เลยงงๆ ว่า ร้านพวกนี้มันเป็นมาตรฐานไม่ใช่เหรอ?? รสชาติมันน่าจะเหมือนกัน ไม่น่าต่างกันนะ  ถามคนที่ไปเค้าก็ไม่รู้ เค้าบอกว่าเค้าไปเที่ยวทั้งทีเค้าไม่ไปกิน KFC อ่ะ เลยไม่รู้จะตอบเรายังไง  ฮ่าฮ่า  จริงของเค้าเนอะ ถ้าเราไปเที่ยวเรื่องอะไรจะไปซัดฟาสฟู๊ดที่หาทานได้ในบ้านเราอยู่แล้ว   เลยแอบสงสัยว่าทำไม๊ทำไมถึงชอบรีเควสทานที่เมืองไทยนัก   มีครั้งนึงหลังจบคอนฯแล้วต้องรีบกลับ  แต่ตอนแรกไม่รู้ว่าคอนมันจะดีเลย์ขนาดนั้นทางทีมงานก็สั่งไก่ KFC กับพิซซ่า มาให้  แต่ความที่ฝนตกและรถติดจนรถมาส่งไม่ทัน(น้ำท่วมหน้าอิมแพ็คด้วย)  

ทางทีมงานเลยแจ้งว่าไม่ทันแล้ว อดทาน  พี่สต๊าฟผช.คนที่ไปแจ้งกับทางผจก.เค้าแล้วให้บอกศลป.ว่าให้ไปทานที่แอร์พอร๋ทเลย  เค้าบอกว่าเค้าสงสารมาก  เพราะตอนที่แสดงเสร็จลั้นลามาก คือคงหิวด้วย แล้วรู้ว่าจะได้ทานอะไรเนี่ยตางี้เป็นประกาย (อันนี้พี่เค้าบอกนะไม่ใช่เราเห็นเอง  พี่คนนี้พี่ผช.ด้วยค่ะ)  

พี่เค้าบอกว่าพอเค้าบอกไปนะว่าไม่ได้ทานละ  เค้าบอกเค้าอ่ะสงสารมากเลย พี่เค้าพูดว่า "น้องๆอ่ะ หน้าตางี้สลดไปเลย จ๋อยอ่ะ พี่สงสารเลยว่ะ"

เราเลยหูยยยย??  ไรขนาดนั้น  อร่อยปานนั้นเลย??  มันไม่เหมือนบ้านตัวเองเหรอ   ??  ขนาดนั้น

ปล.คุยเรื่องไก่ย่าง ทำให้อยากทานไก่ย่างริมทางจากองครักษ์ไปนครนายก ร้านริมทางนี่แหละค่ะ แต่ไก่เค้าย่างไว้ดูสวยมากเลยเลยจอดรถไปซื้อ  2ตัว โหยยย ตอนนั้นยังไม่มีทู้นี้ ไม่งันถ่ายรูปมาประกอบละ  แบบว่า ไก่ย่างหอม หมักได้หวานหอมนุ่มนวลมาก พอกัดเข้าไปงี้เนืื้้อไก่มีรสมีชาติมาก หนังก็หวานมันเค็มประแล่มๆ กลิ่นพริกไทยผสมรากผักชีกรุ่นเข้าปากและจมูก สุดยอดดดมาก  ที่สำคัญเนื้อไก่ไม่แห้ง เค้าย่างกำลังดี สุขทั้งตัวแต่เนื้อยังนุ๊มนุ่มอยู่  ชุ่มฉ่ำด้วยน้ำที่หมักเข้าไปในเนื้อ  จกกันกับข้าวเหนี่ยวร้อนๆนุ่มๆ  ฮืออออ  คิดถึงตอนนี้น้ำลายไหลอยากทานอีก แต่ดันจำร้านไม่ได้แล้วอ่ะ เพราะร้านรายทางมันหลายร้าน...ซักวันจะลองไต่รถไปชิมทีละร้านเลย ให้มีเวลาก่อนเถอะ ^q^

จากคุณ : rainyjerry


^
^

อะแฮ่ม! วงอะไรเหรอคะ เวลาเค้ามาจะได้ซื้อวิงค์แซ่บไปรับที่สนามบิน ฮ่า..

จากคุณ : lukegade1


...555+ อย่าพูดถึงวิงค์แซ่บสิครับ กำลังพยายามลืมภาพมันอยู่ ><

จากคุณ : LegalisM


ข้างบนเล่าถึงไก่ย่างไทย (นาบกระทะ) ปราบไก่ย่างเกาหลีราบคาบ หนุ่มฝรั่งเพื่อนเราที่เวลามาเที่ยวไทย ของกินที่รีเควสตลอดคือไก่ย่างค่ะ จะไก่ย่างบางตาลแผ่มาบนไม้ไผ่ทรงพัด ไก่หมักสีเหลืองแบบบางแสน ไก่มาทั้งตัวแบบวิเชียรบุรีหรือเขาสวนกวาง ไก่หมุน ไก่ย่างชิ้นๆ ควันโขมงรถเข็นขายส้มตำ กินได้หมดทุกไก่ แม้แต่โครงไก่ที่แม่ค้าเค้าเอามาหมักออกหวานๆ เค็มๆ หนีบไม้ไผ่ปิ้งขายตามตลาดนัด ที่เราซื้อมาจะเอาไปฝากหมู่มวลสมุนที่บ้าน ยังเสร็จเจ้าดันแคนนี่เลย แทะซะหมาเคือง

จากคุณ : FONDLE


649

แฟนพี่สาวเป็นคนอังกฤษค่ะ ชอบKFCที่ไทยมาก บอกอร่อยมากกกกกกกกกก..
เวลาเราจะไปเยี่ยมทีไร ก็โทรไปถามว่าอยากได้อะไรจากไทยบ้างไหม
รีเควสมาเลยค่ะ ขอไก่KFC แบบhot and spicy กับ มะม่วงน้ำดอกไม้

หลังๆ เพื่อนๆญาติๆเขาก็อยากฝากบ้าง
แฟนพี่สาวแอบบอกว่า "youไม่ต้องซื้อมาให้พวกเขาก็ได้นะ เพราะว่าเดี๋ยวโควตาของIเต็ม"
เคยซื้อมากสุด 50 ชิ้น หิ้วตัวเอียงกันเลยทีเดียว 555 แฟนพี่สาวยิ้มแก้มปริเลยค่ะ
มีครั้งนึงเราไปฝรั่งเศส แฟนพี่สาวถึงกับนั่งรถไฟข้ามมารับของฝากถึงฝรั่งเศสเลยค่ะ ^^

จากคุณ : โปรแกรมเมอร์ขาเดฟ


อยากให้กิ๊ฟ #615 โรแมนติกสุดๆ >//<

จากคุณ : LinnaLee


จากค.ห. 615 มาเล่าต่อในทู้นี้เลยแล้วกันค่ะ
หลังจากมื้ออาหารสีชมพูโรแมนติกที่ทั้งคู่เริ่มรู้ใจกันสักพัก
ทั้งสองกลับมาห่วงความรู้สึกของทอม และคีนูยังห่วงเข้าไปอีกว่า
บุษ(เพื่อนเรา)จะสามารถ อดทนต่ออุปสรรคที่จะต้องเจอในอนาคต
ได้หรือไม่ เพราะในสังคมและครอบครัวของเขา
มันห่างไกลคำว่าเอเซียเหลือเกิน
เขาบอกว่าเขาพร้อมที่จะฝ่าฟันแต่กลัวเพื่อนเราจะไม่ให้โอกาสเขาพิสูจน์
ช่วงนั้นคีนูมาใช้เวลากับเราเยอะมาก เพราะอยากรู้ความคิดของเราและของเพื่อน
เราเลยสนิทกันไป เราแนะนำบุษว่า น่าจะพาคีนูไปเที่ยวบ้านให้รู้จักครอบครัวที่ต่างจังหวัด
บุษเลยให้เราลางานไปด้วย จะได้ถือโอกาสไปเยื่ยมพ่อแม่ของบุษ
ตอนกำลังจะเดินทางอะไรไม่ทราบทำให้ สองคนนี้คิดจะไปเที่ยวบ้านเราแทน
(ยังงงมาถึงทุกวันนี้ ไปบ้านเราให้พ่อแม่เราดูตัว แล้วแถมพ่อเราชมคีนูว่า
เป็นคนที่ดีมากและมีความเป็นคนไทย บุคคลิกเรียบร้อยน่ารัก ซึ่งเราก็เพิ่งสังเกตุว่า
เป็นเยี่ยงนั้นจริง)
ตอนมาเมืองไทยวันแรกๆคีนู อะเมซิ่งกับการกินของคนไทยมาก เพราะ
คนไทยกินไม่เลือกเวลาและสถานที่ จะนั่งกินยืนกินตรงไหน  เดินไปกินไป ก็ทำได้
เพิ่งทานอาหารมาเห็นอะไรน่ากินก็กินได้อีก
คีนูบอกว่า การกินได้ตลอดเวลาคือพรสวรรค์ของคนไทย
เราเลยเกทับไปว่า นั่นแหละคือเหตุผลที่เราเลือกมาเกิดเป็นคนไทย อิอิ
วันนั้นเราเลยพาคีนูกับเพื่อนไปเก็บดอกอัญชัน ดอกแค ดอกโสน
ดอกกุหลาบ ที่อยู่รอบๆบ้าน มาชุบแป้งทอดเป็นของทานเล่นกับนำ้จิ้มไก่
เผอิญในครัวเห็นเขียดตากแห้งที่คนงานทำไว้ทานกัน เลยขอแบ่งมาชุบแป้งทอดลงไปด้วยท่าจะดี
บุษกับคีนูนั่งคุยกันอยู่หน้าบ้าน ไม่ได้รู้ได้เห็นสิ่งที่เราทำอยู่ในครัว พอเสร็จเราจัดใส่จานใหญ่
ใส่เขียดชุบแป้งทอดไว้ตรงกลาง ยกไปวางแล้วบอกบุษกับคีนูว่า นี่คือดอกไม้ที่เราไปเก็บกันเมื่อเช้าไง
คีนูตื่นเต้นใหญ่บอก มันคือดอกไม้จริงๆหรือ กินได้จริงนะ
บุษพยักหน้าแล้วหยิบดอกอัญชันขึ้นส่งให้ คีนูลองกินดูแล้วอุทานว่า อืมม์ อร่อยจริง ไม่น่าเชื่อ
ต่อไปสองคนก็คุยกันหนุงหนิงว่าอันนั้นน่าจะเป็นดอกอะไรแล้วรสชาติจะเป็นแบบไหน เพราะไปเก็บมาด้วยกัน
พอทานไปเรื่อยๆจนหมดจาน บุษหันมาถามเราว่า คีนูเขาอยากรู้ว่าอันที่อยู่ตรงกลางเป็นอะไร
มันน่าจะเป็นเนื้อสัตว์อะไรสักอย่างนะ
เราเลยบอกว่าไม่แน่ใจว่าภาษาอังกฤษใช้คำว่าอะไร
แต่จะเป็นแบบนี้นะ เหมือนมะกรูดกับมะนาวไง เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน
เหมือนบัว(เรา)กับบุษไงสนิทกันเหมือนญาติ
เหมือนตะพาบนำ้ไงเป็นลูกพี่ลูกน้องกับเต่า
คีนูเลยถามขึ้นมาว่า แล้วไอ้ที่กินไปเมื่อกี้เป็นญาติกับอะไร
เออ..มันเป็นลูกพี่ลูกน้องกับ..กับกบอ่ะ...
ตอนนี้คีนูทำหน้าแบบศิลปินคนไหนก็ปั้นไม่ได้แล้ว
ส่วนบุษก็หัวเราะไป ขอโทษไป นำ้หูนำ้ตาเล็ด
(คีนูค้นพบพรสวรรค์อีกอย่างของคนไทยแล้ว
คือคนไทยกินทุกอย่างที่ฝรั่งนึกไม่ถึง555)

จากคุณ : กุหลาบปลายปืน


ตอบคุณความคิดเห็นที่ 650

เหตุการณ์ข้างบนนั่นสมัยทงบังชินกิ5คนนะคะ นานแล้วค่ะตอนนั้นยังไม่มี JYJ

แต่ครั้งล่าสุดนี่จุนซูมาคนเดียวแสดงคอนฯโซโล่อัลบั้มของเค้า  ซึ่งแฟนๆจะรู้กันว่าจุนซูเป็ฯผุ้ซึ่งพิศมัยเนื้อไก่มากกว่าเนื้อชนิดอื่น(ยกเว้นข้าวหน้าปลาไหลของญี่ปุ่น) ได้ข่าวว่าทานหลังจากคอนฯเสร็จน่ะค่ะ กลับจากคอนฯก็ไปทานในห้องที่ร.ร  ก่อนไปขึ้นเครื่องกลับเกาฯ ได้ข่าวว่ามันคือ KFC กล่องใหญ่กล่องนึง อ่า...ทานคนเดียวหมดเลยค่ะ  แต่ไม่น่าใช่วิงแซ่บค่ะ น่าจะเป็นพวก original มากกว่าเพราะจุนซูไม่ค่อยทานเผ็ดค่ะ  ก็คนนี้แหละที่คราวก่อนมาก็ซัดปอเปี๊ยะทอดกรอบของร้านจุฑารส ตรงสยามไปซะ 2 ชุด ฮ่าฮ่าฮ่า

จากคุณ : rainyjerry


ผมเพิ่งกลับจากญี่ปุ่น ไปรำลึกถึงบรรยากาศและสถานที่ต่างๆในอดีตด้วยครับ เริ่มตั้งแต่ปราสาทโอซาก้า ( Osaka Jo )  อยู่เมืองโอซาก้าเป็นปราสาทที่สร้างรูปลักษณ์ภายนอกให้เหมือนของเดิม เนื่องจากตัวปราสาทเดิมโดนเจ้าของเผาทิ้งหลังจากแพ้สงคราม คงถือคติว่า ข้าไม่ได้อยู่ คนอื่นก็ไม่มีสิทธิ์   จากนั้นก็ไปจังหวัดนารา ( Nara ken ) บ้านพี่เมืองน้องของอยุธยาฯ  ที่นาราโดยเฉพาะเส้นทางสู่วัดโทไดจิ จะเห็นน้องกวางมากมาย ประชากรกวางที่นี่รู้สึกจะมีหนุ่ม สาวและเด็กมากขึ้น พวกกวางสูงวัยและดุๆ ล้มหายตายจากไปหมดแล้วมั้ง ตรงข้ามกับประชากรญี่ปุ่นที่จำนวน สว. มากกว่าคนรุ่นหนุ่มสาวและเด็กเกิดใหม่หลายเท่า น่ากลัวพอกับสิงคโปร์ อีกหน่อยพวกมีรายได้คงต้องแบกรับภาษีกันหลังแอ่นแน่ๆ    

     ที่วัดโทไดจิ เป็นหนึ่งในแปดมรดกโลก และเชื่อว่าเป็นวิหารไม้ใหญ่ที่สุดในโลก ราวๆ ช่วงฤดูใบไม้ล่วงกลางตุลาฯ หรือพฤศจิกาเป็นต้นไป บรรดาใบไม้จะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ทอง ส้ม แดงและน้ำตาล ตามวาระ  เราจะได้เห็นคนที่มาเยี่ยมชมถ่ายรูปกับน้องกวางเป็นระยะๆ จากจังหวัดนารา ก็เดินทางต่อไปเมืองนาโกยาหรือนาโงยา จังหวัดไอจิ ซึ่งมีทะเลสาบฮามานะ หรือทะเลสาบปลาไหล ก็ได้ชิมข้าวหน้าปลาไหลและพายปลาไหล กรอบ อร่อย  พักแรมหนึ่งคืน ออกเดินทางสู่ภูเขาไฟฟูจี ( Fuji san )  จำได้ว่าเห็นฟูจีซัง หรือ นางอายครั้งแรกปี 2544นั้น ผมนั่งชิงกันเซ็นผ่านมีหิมะปกคลุมทั้งภูเขา ดูสวยเยือกเย็นแบบสาวญี่ปุ่นมั้ง  ปี 2547 ผมไปดูซากุระบานสะพรั่งที่สวนอูเอโนะ กรุงโตเกียว พอจะไปฟูจีซัง ปรากฏว่าฟ้าปิดมองไม่เห็น ทำได้แค่มองจากเครื่องบินลงไปเท่านั้นเอง  พอปี 2549 ไปใหม่ นั่งรถขึ้นชั้นห้า แล้วก็สำรวจความงาม พร้อมละลายทรัพย์ตามร้านค้าแถวนั้นซึ่งผู้ขายหลายๆคนพยายามพูดไทย และติดรูปพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระมหากษัตริย์ไทย แม้กระทั่งรูปท่านนายกฯปัจจุบัน เป็นเทคนิคการขายหรือเปล่า !?  ปีนี้ก็ใจหายใจคว่ำเพราะเมฆฝนมา ที่ญี่ปุ่นเนี่ยะ ถ้ามีเมฆฝนละก็ ตึกสูงๆ และโตเกียวทาวเวอร์ยังมองไม่เห็นเลยครับ  แต่ก็โชคดีได้เห็นฟูจิซัง สมาชิกที่มาต่างก็ถ่ายรูปไปลงเฟสบุคกันเยอะเลย

        หลังจากเต็มอิ่มจากฟูจิซังก็มุ่งไปสู่กรุงโตเกียวเพื่อดูหนุ่มๆสาวๆย่านฮาราจูกุและช้อบฯที่ชินจูกุ สถานที่เหล่านี้วัยรุ่นไทยทั้งหลายเคยบ่นไว้ ถ้ามีโอกาสต้องมาสัมผัสย่านดังกล่าวและชิบูย่าให้ได้สักครั้ง   ผมพักที่ Sunshine City Prince Hotel,  Ikebukuro , Tokyo ได้ยินคนไทยเรียก " ย่านอีแก่บุคโล " ตอนค่ำเพื่อนมารับไปทานอาหารญี่ปุ่น เค้าก็จัดเต็มครับไม่ว่าจะเป็นซาชิมิรวมมิตรทะเล เนื้อปลามากุโระ ( Tuna )สดๆ ที่โชว์การแล่ทั้งตัว สลัดต่างๆ ผักหวานกรอบ และโอสาเกร้อนๆ   กล่าวกันว่าสมัยออกญาฯ ยามาดะและคณะฯมาเป็นทหารสมัยอยุธยาฯ ได้ชิมสาโท/เหล้าโรงไทย ก็ติดใจ บางคนกลับญี่ปุ่นก็นำสาโทไปพัฒนาต่อยอดจนกลายเป็นสาเก ลดค่าแอลกอฮอล์แต่เพิ่มมูลค่ามาก เราคุยกันหลายๆเรื่องที่เกี่ยวกับเมืองไทยจนดึก โดยเฉพาะอาหารไทยทั้งคาวหวาน เค้าทึ่งที่คนไทยสามารถนำมะม่วงสุกมาทานกับข้าวเหนียวมูลกระทิ กลายเป็นของหวานแสนอร่อยที่เค้าหมายตาไว้ว่าจะต้องกลับมาชิมอีกให้ได้ครับ

จากคุณ : Jackrapan (Jack Happy)


ว่าจะไม่เล่าแล้วนะ ขอสักหน่อย 555
คนสนิทเป็นคนญี่ปุ่นค่ะ
ชอบขนมไทย หม้อแกง เม็ดขนุน ไอศครีมกะทิ ข้าวเหนียวมะม่วง ผลไม้ไทยนี่ชอบทุกอย่าง (ยกเว้นทุเรียน)
ข้าวผัดทุกชนิด ข้าวไข่เจียว แต่ทานเผ็ดไม่ได้เลย

ตอนรู้จักกันใหม่ๆ
เราก็ถามว่า "คุณทานอาหารไทยได้ไหม ทานเผ็ดได้ไหม"
คุณชายก็ตอบว่า "ได้สิ ผมมาไทยตั้งหลายครั้งแล้ว แต่เผ็ดได้นิดหน่อยนะ"

เราก็เลยจัดเต็มกะพาไปเลี้ยงงั้นเหอะ สั่งอาหารเต็มโต๊ะ เลือกรายการอาหารที่คิดว่ารสชาติกลางๆ กลิ่นไม่ฉุน ไม่เผ็ดมาก
...ต้มข่าไก่ ปลาช่อนลุยสวน มัสมั่นไก่ เต้าหู้ทรงเครื่อง ต้มยำปลาน้ำใส ทอดมันปลากราย...
แถมสั่งเสร็จย้ำกับพนักงานเสิร์ฟว่า ขอแบบไม่เผ็ดนะคะ (เพราะว่าเราก็ไม่ทานเผ็ดเหมือนกัน)

อาหารจานแรกมาถึง "ต้มข่าไก่"
คุณชายซดน้ำแกงเข้าไป เงียบ!! หน้าแดงหูแดงทันทีเลยค่ะ น้ำตาปริ่มๆ
เราก็ตกใจ เฮ้ย...มันเผ็ดมากขนาดนั้นเลยหรอ ลองชิมดู เอิ่มม..เผ็ดระดับเด็กอนุบาลเลยค่ะ แต่อร่อยนะ ^^
ปรากฎว่าอาหารที่สั่งมา เผ็ดทุกอย่าง (เต้าหู้ทรงเครื่อง - เผ็ดพริกไทย - -")

เราก็เลยพูดกึ่งแซวขำๆไปว่า "อย่างนี้มีแฟนคนไทยไม่ได้แน่ๆ ทานเผ็ดไม่ได้แบบนี้"
ตอนนั้นเขารีบพูดเลยว่า "ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ผมจะทานให้คุณดู" (นั่นๆๆ..รู้นะคิดอะไรอยู่ 555)
จากนั้นเขาก็ทานอาหารไปแบบ หน้าแดง หูแดง น้ำตาไหล น้ำมูกไหล ทิชชู่หมดเป็นกองๆ
คือ เขาทานแบบคนญี่ปุ่น ทานกับข้าว แล้วทานข้าวตาม (ทานไปบ่นไป อร่อยแต่เผ็ดนะ)
เราก็สงสาร/ลุ้นไปด้วย แบบว่า พอเถอะ ทานไม่ได้ก็ไม่เป็นไร พนักงานก็มาลุ้นด้วย (ฮามาก)

สุดท้าย ทางร้าน ยกข้าวเหนียวมะม่วง มาช่วยชีวิต รอดตาย!!
ตอนแรกคุณชายก็จะไม่ทานค่ะ ทำหน้าแบบอี๋ๆหน่อย ถามว่า "มะม่วงกับข้าวเหนียวนี่นะ มันจะเข้ากันได้ยังไง มันคืออาหารแปลกใช่ไหม"
ก็ทานไปแบบว่า ทานตามมารยาท คำเล็กๆ ค่อยๆตักช้าๆ พอเข้าปากก็บอกว่า "อุไม่"
ถามเราว่า มันเรียกว่าอะไรนะ ขออีกจานได้ไหม 555

ล่าสุดมาไทย ชวนเราไปซื้อข้าวเหนียวมะม่วงอีก แถมแอบกระซิบว่า "คุณน่าจะลองหัดทำไว้บ้างนะ" 555


ปล.ทุกวันก็ยังทานเผ็ดไม่ได้เหมือนเดิม แต่คิดว่ามื้อนั้นก็คงเป็นมื้อประวัติศาสตร์ไปเลยน่ะค่ะ ^^

จากคุณ : โปรแกรมเมอร์ขาเดฟ


สำหรับคนที่ชอบทำกับข้าว

อ่านจนถึงตรงนี้ มีใครคิดเหมือนกันกับเค้าบ้างไม๊?

เค้าอยากไปอยู่เมืองนอก ไปสำแดงการทำอาหารไทยให้ฝรั่งกิน

แหม!! คันไม้ คันมือ อยากจัดชุดใหญ่ให้กินเสียจริง

ณ จุดจุดนี้คงพูดได้ว่า....อาหารไทย จงเจริญ !!!!

จากคุณ : Sweetest Love


อ่านความเห็นที่ 649 ของคุณ rainyjerry ก็นั่งเดาว่าใครหว่า เพราะที่มาๆก็เลิฟๆอาหารไทยทั้งนั้น แต่มามาเฉลยที่ความเห็นที่ 656 เราต้องกลับไปกดให้กีบเลยคะ

"อ้าวววววว นั้นมันวงน้องตูนี่หว่า"


55555555555555

จากคุณ : fukaze


#649 ย่อหน้าสุดท้ายของคุณนี่มันช่างงงงงงงงงงงงงงง T^T อธิบายซะน้ำลายสอเลยอ้ะ ทั้งๆที่พุงแน่นเพราะเพิ่งซัดข้าวเช้าไปหมาดๆ แกล้งทรมานเค้าปะเนี่ยยยยยย 555+

จากคุณ : Kirihara


แฟนเราเป็นคนอเมริกันที่กินแต่ประมาณสเต๊กกับมันฝรั่ง แล้วกินยากมากกกกกกกก กินนั่นไม่กินนี่ ก่อนคบกันบอกเค้าว่าถ้าจะคบกับเราต้องหัดกินอาหารเอเชียนะ เค้าบอกโอเค เริ่มต้นง่ายๆจากข้าวผัด ผัดซีอิ๊ว ราดหน้า ผัดหิมพานต์ เราให้เค้าลองกินทุกอย่างเค้าชอบพวกนั้น แต่ที่ไม่ชอบก็พวกลาบ หมูย่างเกาหลี แกงเขียวหวาน วันดีคืนดีเราอยากกินก๋วยเตี๋ยวเนื้อ+เอ็นตุ๋นเลยไปซื้อมาทำ เค้าเจอเอ็นดิบๆก็ถามว่าคืออะไร ทำไมมันขาวๆแข็งๆ คนอเมริกันเค้าโยนทิ้งกันนะ ทำไมพวกยูถึงไปซื้อมาเนี่ย เราตุ๋นไป12ชั่วโมงเสร็จแล้วบังคับให้เค้ากิน ติดใจจนตอนนี้ร้องให้ทำให้กินทุกอาทิตย์เลย ไปคุยให้พ่อแม่ฟังอีกว่ายูควรลองนะ พ่อเค้าก็นิสัยเหมือนกันเด๊ะๆข้าวผัดยังไม่ยอมกิน จนป่านนี้ก็ยังไม่ยอม

ตอนนี้แฟนนิสัยเปลี่ยนไป ของแต่ก่อนที่ไม่ชอบไม่กินเดี๋ยวนี้ก็กินหมด แต่ก่อนไม่กล้าลองเดี๋ยวนี้เห็นเรากินอะไรเค้าก็ชิมทุกอย่าง ชอบไม่ชอบค่อยบอกอีกที เมื่อเช้าให้ลองกินน้ำกระเจี๊ยบหน้าเหยเกเลย

จากคุณ : OtteR


ลงชื่ออ่านถึงตรงนี้

จากคุณ : NganCho


#655 ชอบมากค่ะ

จากคุณ : green post


ผมเคยทำน้ำพริกหนุ่มใส่เนื่อปลาร้าปลาดุกสับลงไปด้วย ห่อใส่กระปุกปิดอย่างดีเอาไปกินที่ทำงาน พอถึงเวลาทานอาหารก็ไปที่คาเฟทีเรียแล้วแง้มฝาออกแล้วเอาไปอุ่นนิดๆในไมโครเวฟ พอเปิดฝาตู้แค่นั้นแหล่ะ 555 กลิ่นอย่างหนูตาย ผู้คนต่างมองหาว่ากลิ่นอะไร ทำไมมันเหม็นเยี่ยงนี้ ซึ่งผมก็ได้แต่ยิ้มขำอยู่ในใจ พอทานไปสักพักกับเพื่อนคนไทยด้วยกัน ต่างเมาท์เป็นภาษาไทยแล้วก็ขำหัวเรากัน โดยมีผู้คนเดินไปมา ทำหน้าตาประหลาดใส่ พร้อมบอกให้พ่อครัวมาคุยกับเรา เขาบอกว่าห้ามเอาอาหารข้างนอกมากินข้างใน เราก็บอกว่า ไม่เห็นมีป้ายห้ามเลยนี่ ก็อาหารคุณทำมันไม่อร่ยและกินไม่ได้เลย เขาก็บอกว่ามีคนคอมเพลนว่ามันเหม็นเหมือนหนูตาย เราก็ตอบกลับไปว่าก็มันเป็นพิคเคิลฟีชอ่ะ จะเหม็นยังไงฉันว่ามันก็เหม็นน้อยกว่าอาหารอินเดียที่คุณทำ รวมทั้งกลิ่นปากและกลิ่นจั๊กแร้ของพวกอินเดียกลุ่มนั้นที่คอมเพลนรวมกันเสียอีก และตอนนี้พวกเราก็กินหมดแล้ว... 555

จากคุณ : vuddiken


เมื่อวานนี้ ไปซื้อแกงเห็ด หน้าเซนทรัลเวิล เจอสองสาวชาวต่างชาติ ไม่แน่ใจว่ามาจากประเทศอะไร น่าจะเป็นเอเชีย
มายืนรอซื้อแกงเห็ดกับยำแหนม แบบว่าร้านนี้คนเยอะรอนานมากกกกกกกกกก แต่ทั้งสองนางก็ยังรอ แถมแกงเห็ดยังใส่ปลาร้าไม่เกี่ยงด้วย .. น่ารักมาก

เรื่องสอง โดยส่วนตัวมีแฟนเป็นเกาหลี สัญชาติเมกัน เค้าชอบกินเงาะมากเราซื้อมา 2 โล เรากินไปแค่ 5-6 ลูกแบบ คิดว่าพอก่อนเดี๋ยวมากินอีก แต่พอหันกลับมาอีก ปรากฎว่าเงาะ 2 กิโลนั้นหมดดดดดดด แอบโกรธค่ะเพราะเราก็ชอบกินเงาะมากเหมือนกัน แต่ล่าสุด เหมือนเค้าจะเก็บเงาะไว้กินอีก เหลือก้นๆถุง ดันเอาเงาะไปแช่ไว้ในช่องฟรีซซะงั้น - -"

แต่โดยปกติแล้ว ทำอาหารไทยให้แฟนทานประจำค่ะชอบเกือบทุกอย่าง ยำเว้นยำรสจัดๆ แต่ล่าสุดยำมาม่าแบบแซบเวอร์ๆ ก็มาแย่งเราทาน แถมไม่บ่นว่าเผ็ดด้วย สงสัยจะกินเผ็ดเก่งแล้ว

จากคุณ : jannice


แฟนเราเป็นคนกินยากมาก เรื่องมากสุด ๆ กินได้แต่อาหารที่แม่ตัวเองทำ แต่ไม่กินทุกอย่างนะ เลือกกินเป็นบางอย่างเท่านั้น
พอมาคบกับเรา เราก็ทำอาหารไทยกินแบบบ่อยสุด ๆ พี่แกติดใจยำเนื้อย่างแบบใส่ผักเยอะ ๆ แถมถ้าวันไหนไม่ใส่ข้าวคั่ว
จะคอมเม้นท์ทันทีว่า วันนี้รสชาติไม่ค่อยนัวเหมือนปกติเลย ยูลืมใส่อะไรลงไปรึป่าว
แล้วก็ไม่ชอบกินหมู ไม่เคยกินหมูเลย เจอเราสั่งคะน้าหมูกรอบ ผัดเผ็ดหมูกรอบนี่ ลืมไปเลยว่าตัวเองเกลียดหมู
ขนาดแม่เค้ายังแปลกใจ เพราะปกติลูกชายไม่ชอบหมู แต่ไหงมาชอบหมูไทยได้ ก้ากกก
แล้วตอนนี้แกติดรสเผ็ดมาก ๆ ไปกินเฝอเนื้อที่ร้านเวียดนาม บอกเราว่า นี่ถ้าเอาพริกป่นไทยใส่ต้องอร่อยมากแน่ ๆ วันหลังเราเอามาจากบ้านกันนะ
ติดพริกป่นซะขนาดว่าแม่เค้ามาบ่นว่า ยูทำอะไรกับลูกชายชั้นอ่ะ รู้มั้ย วันก่อนมันเอาพริกป่นโรยหน้าพาสต้ากินด้วย!!

บอสเราก็พอกัน ชอบกินอาหารไทย ชองแกงมัสมั่นมาก มีอยู่วันนึงเราเอาไปกินกลางวัน แกเห็นแกงมัสมั่น ถึงกับเอาข้าวกล่อง
ที่เมียแกทำเททิ้งทันที แล้วมาแย่งข้าวเรากิน แถมบอก อย่าบอกเมียชั้นนะ ไม่งั้นชั้นตายแน่ ๆ

เพิ่มเรื่องนึง เราไปเจอผักบุ้งขายในซุปเปอร์ เลยซื้อมากำนึง กะว่าจะผัดกินคนเดียว เพราะอีแฟนกินยากกินเย็น
ผักแปลก ๆ ยังงี้ มันคงไม่กินหรอก ที่ไหนได้มาขอชิมแล้วติดใจใหญ่ บอกพรุ่งนี้ทำอีกนะ แต่พอดีหาผักบุ้งไม่ได้
เราบอกเดี๋ยวเอาคะน้าทำก็ได้ ผัดเหมือนกันเด๊ะ ๆ พี่แกชิมแล้วบอก ไม่อ่ะ ไม่เหมือนกัน สรุปมันไม่แดรกกกกค่ะ
ที่ขำก็คือ พี่แกพาแม่ไปช้อปปิ้ง ไปเจอผักบุ้งเข้า เลยซื้อมาสองกำใหญ่ ๆ รีบเอามาบ้านเราให้เราผัดให้กิน
จะผัดกำเดียว แกบอกผัดไปสองกำเลย สรุปฟาดเรียบ ก้านเกิ้นไม่มีเหลือ

จากคุณ : BloodyHell


ตามอ่านตลอด ขอบคุณทุกท่านที่เอาประสบการณ์น่ารักๆ มาแชร์ค่ะ

จากคุณ : ใครอ่านเป็นลิง


เข้ามาทีไร ว่าจะเล่าเรื่องตัวเองบ้างแต่ก็ต้องอ่านก่อนทุกที จนลืมเล่าเรื่องตัวเอง

ขอเมาท์เรื่องครอบครัวสามีละกันค่ะ แม่สามีนี่เป็นคนกินง่ายเหมือนสามี  แค่มาม่ารสอะไรก็ได้ ฉีกใส่ชามเติมน้ำร้อน ไม่เติมอะไรเลย เธอก็แทบจะเลียชาม  แต่พี่สาว น้องชาย และพ่อสามีเป็นคนที่เรื่องมากกับการกินค่ะ

ขอเมาท์พ่อสามีก่อน เราเรียกว่า pa ที่นี่ออกเสียงว่า ปา ปาเป็นเบาหวาน แต่เป็นคนที่ใช่โรคเบาหวานเป็นข้ออ้างเพื่อเลี่ยงที่จะกินอาหารที่ตัวเองไม่ชอบ แต่ถ้าไอติมแม็คนั่มล่ะก็กินได้หมดล่ะ ปารู้จักอาหารไทยเพราะสามีเราพาไปกินที่ร้าน ตอนนั้นเขายังไม่เคยมาเมืองไทยกันแล้วอย่างที่รู้กัน คือ มันหวานทุกอย่าง เขาเลยฝังใจว่าอาหารไทยหวาน ไม่อร่อย

พอไปเมืองไทย เราสั่งต้มยำกุ้งให้กินก็ติดใจ  แต่อะไรที่เขาไม่อยากลอง เขาก็จะบอกว่ากินเยอะไม่ได้ เบาหวานจะขึ้น หรือบอกว่าดูท่าทางจะหวาน เดี๋ยวน้ำตาลจะขึ้น แล้วก็ไม่กินซะงั้น ทีนี้เราพาไปเสม็ดเลยเสร็จโจร ฮ่าๆๆๆ ที่เสม็ดอาหารทะเลสดๆ แล้วก็อร่อยทุกร้าน เราพาไปกิน สั่งส้มตำมาก่อน เขาถามว่าอะไร เราบอก green papaya salad ทำหน้าแบบ อี๋ อะไรอ่ะ แล้วก็ไม่ชิม นั่งจิบเบียร์ไป เราบอกว่าชิมหน่อยเถอะ ต่างชาติชอบอาหารจานนี้กันทุกคนเลยนะ เขาก็เลยถามว่า มันใส่น้ำตาลไหม เราบอกว่าใส่ แต่ไม่เยอะหรอก สักช้อนนึงได้เพราะไม่หวานมาก ปาบอกงั้นไม่เอาอ่ะ เดี๋ยวน้ำตาลจะขึ้น

เราเลยไม่เซ้าซี้ ส่วนม๊าน่ะตักเอาๆ ไม่สนใครตั้งแต่คำแรก กินไปพูดไปว่าอร่อยๆๆ จนปาทนไม่ไหว ตักมาชิมคำนึง เคี้ยวๆ ทำหน้าประหลาดๆคำแรก แล้วบอกอืม ก็โอเค เราแอบผิดหวังเพราะนึกว่าเขาจะอุทานว่า โอ้วววมายก้อด อร่อยมาก แต่พอเคี้ยวหมดปาก ปาก็หันไปจิบเบียร์ ชมวิว หันมาอีกทีจะหมดจานแล้ว ปาบอกเอามาชิมอีกซิ คราวนี้ม๊ายกจานส้มตำไปวางไว้ตรงหน้า ปาบอก อุ๊ย คำเดียวพอๆ ไม่ต้องเอามาให้หรอก แต่กินไปสามคำ หมดจาน แล้วบอกว่า ทำไมไม่สั่งเพิ่มกันล่ะ พวกเธอชอบกินไม่ใช่เหรอ เราเลยรู้ว่าปาอยากกินอีก แต่ฟอร์มจัด เพราะทำหน้าตาดูถูกส้มตำไว้ 555

เราเลยบอกว่า ไม่หรอก พวกเราอิ่มแล้ว ปาบอกสั่งเถอะม๊าชอบ ม๊าก็ไม่เก็ท บอกว่า ฉันก็พอแล้ว เดี๋ยวกินอย่างอื่นไม่ได้ ป๊าก็อ้ำๆอึ้งๆ แล้วบอก สั่งเถอะ ฉันอยากกิน 555

เวลาเราทำกับข้าว ถ้าหน้าตาดูแปลกๆ ก็จะว่าว่าหวาน ทั้งๆที่เราไม่ทำหวานเลย เพราะรู้ว่าปาเป็นเบาหวาน แต่พอลองแล้วชอบก็จะลืมเรื่องเบาหวานไปเลย บางอย่างเราใ่แค่น้ำมันหอยกะซีอิ๊วขาว ปาไม่ชอบก็จะบอกว่ามันหวาน เราบอกไม่ได้ใส่น้ำต่ลนะ ปาบอกมันหว่นจากน้ำมันหอยกะซีอิ๊วขาวของไทย มันมีน้ำตาล อึ้งเลยเรา น้ำตาลเปอร์เซนต์มันต่ำมากเลยนะ ยังเอามาเป็นข้ออ้างได้ แต่ไอติมกะทิเด่นชัยเนี่ย กินคนเดียวสองถ้วยไม่ห่วงน้ำตาลเลย

จากคุณ : ZOMG


เล่าเรื่องทุเรียนด้วยดีกว่า ปากะมา รู้จักทุเรียนเพราะไปอ่านเจอมา เขาว่าเป็นราชาแห่งผลไม้ เขาเลยอยากลอง ทีนี้เราเลยพาไปตลาดที่ระยอง พอเกือบถึงร้านทุเรียน กลิ่นมาแต่ไกลเลย เขาก็ทำหน้าเหมือนป่วย เพราะเหม็น แต่พูดไว้แต่แรกแล้วว่าอยากลอง กลัวเสียฟอร์ม ก็เดินมาถึงร้านจนได้ เราบอกคนข่าย เอาห่ามๆลูกเล็กๆสักลูกให้ชิมก็พอ ถ้าไม่ชอบ เดี๋ยวเวรกรรมที่เหลือจะมาตกที่ท้องสะใภ้ ยิ่งอ้วนๆอยู่ด้วย คนขายเลือกมาลูกเล็กสุด เกือบสองโล จากนั้นก็เฉาะและยื่นให้ปากะมาคนละเม็ด

เขาทำหน้าแบบกลั้นหายใจแล้วงับมันเข้าปาก เคี้ยวช้าๆ แล้วก็กลายเป็นเร็วขึ้นๆ แล้วบอก โอ้ววว หวานมาก มันมาก คนขายเห็นเกือบหมดเม็ดก็รีบจัดการแกะให้อีกพู เราบอกว่า ปาระวังหน่อยนะ แคลอรี่และน้ำตาลสูงมาก ปาบอก อ้าวเหรอ แต่มือก็รับทุเรียนจากคนขายไปอีกเรื่อยๆ  จนเรากลัวเลยบอกคนขายว่าให้หยุด คนขายบอก หมดลูกพอดีครับพี่  อ้าว เรานับเม็ดดูแล้ว ลูกนั้น 8 เม็ด

จากคุณ : ZOMG


ทีนี้เรื่องน้องชายสามี เป็นคนที่กินยากมาาาาาาก ถ้าอะไรที่ประหลาด ไม่เคยกินมาก่อน ไม่ยอมชิมเลยด้วซ้ำ ทีแรกเราก็เอาใจ ทำอะไรให้กินแบบเบสิค อย่างไก่อบน้ำผึ้ง หมูดทอดกระเทียม เขาก็ชอบ แต่่เวลาเรากินอะไรอย่างผัดเม็ดมะม่วง ต้มยำ ก็จะทำหน้าแบบ เอ่อ wtf is that? เราเลยชักหมั่นไส้ มากินข้าวบ้านคนอื่น ยังมาเรื่องมาก วันนั้นเลยทำราดหน้ารวมมิตร เส้นหมี่ เขาทำหน้าแบบ อะไรอ่ะ มีทั้งหมู ทั้งปลาหมึก ทั้งกุ้ง ทั้งไข่นกกระทา ประหลาด น้ำก็ดูแหยะๆ หนืดๆ เลยพาลจะไม่กิน

เราเลยบอกว่า แม็คโดนัลด์ อยู่แค่นี้เอง เดินไปสิถ้าไม่อยากกินราดหน้าเนี่ย ด้วยความที่เป็นคนขี้เกียจ เขาเลยต้องยอมกิน บอกเราว่า เดี๋ยวขออชิมก่อนละกัน เราก็นึก หุๆๆ เข้าทางโจร เราก็ตักให้ลูกให้สามี ให้ตัวเอง ปรุงเสร็จสรรพ แล้วเขาก็มาตัก ทัพพีเดียวเองนะ แต่พอมานั่งกิน เขาบอกว่า เออก็ไม่เลวแฮะ เราก็แอบเคือง ต๊าาาย ฝีมืออย่างฉันเนี่ยคำว่า ไม่เลวเนี่ย ถือว่าตินะยะ แต่พอหมดชามก็ไปตักอีก คราวนี้เต็มจานแฮะ กินจนหมดชามแล้วบอกเราว่า ขอสูตรได้ไหมอ่ะ อยู่คนเดียวถ้าอยากกินจะได้ทำกินได้เอง (ฟอร์มเยอะนะเอ็ง) เราเลยบอกอย่าทำเลยมันยุ่งยาก ถ้าอยากกินจะทำให้กิน

เดี๋ยวนี้เลยลองมทุกอย่าง สุกี้นี่ถ้าทำกินล่ะก็สู้ตาย ให้หั่นผัก ล้างผัก ใช้ทำอะไร ทำหมด ทั้งๆที่เป็นคนขี้เกียจ แต่ถ้าเราเรียกให้มาช่วยทำกับข้าวล่ะก็ รับใช้แบบถวายหัว แล้วสอนคนอื่นกินด้วยนะ ว่าสุกี้ต้องลวกอย่างนี้ วุ้นเส้นเวลาเอาลง ต้องรีบใช้ตะเกียบคนในตะกร้อ แล้วมันจะไม่หล่น บีบมะนาว ใส่พริก กระเทียมลงในน้ำจิ้มก่อนนะ แบบเขาว่าเขาโปรฯแล้วนะตอนนี้

อ้อ มีอยู่วันนึง เราต้องไปทำธุระช่วงบ่าย ตอนเช้าเลยทำกับข้าวทิ้งไว้ กลับมาตอนเย็นจะได้อุ่นกินเลย เราทำ ยำวุ้นเส้นทะเล กะแกงแพนงเนื้อ เราบอกปา กะน้องสามีไว้ว่า เที่ยงถ้าหิวข้าวก็กินได้เลยนะ หุงข้าวให้แล้ว แล้วเราก็ไป

ตกเย็นกลับมา เราถามว่ากินหรือยัง เขาบอกว่ากินแล้ว เราถามอร่อยไหม ทำหน้ากันแปลกๆ เขาบอก อร่อยแต่มันประหลาด ทำไมราดหน้านี่ต้องใส่กะทิ เราก็งง ราดหน้าอะไร ฉันทำยำกะแกง เขาเลยบอกว่าเขาเอาเส้นๆนั่นใส่จาน แล้วก็ราดด้วยแกง เราหัวเราะหน้าแดงเลย เขาบอกว่าเห็นว่าเป็นเส้นๆก็นึกว่าคงเหมือนราดหน้า เราก็บอก ปาจำไม่ได้เหรอ นี่มันยำทะเลที่เธอชอบกินกะข้าวไง เขาบอกว่าจำได้ แต่ลูกเขาบอกว่านี่มันผัดหมี่ต้องราดกับแกง เขาเลยเชื่อลูก เพราะลูกบอกว่าโปรฯ 55555

จากคุณ : ZOMG


พาน้อง Pin ไปทำ Temporary  passport ที่ Chicago, Illinois .

       หลังจากรอเอกสารต่างๆ โดยเฉพาะหนังสือให้ความยินยอมที่คุณพ่อและคุณแม่ของน้อง Pin ไปยื่นคำร้องขอที่กรมการกงสุล หลักสี่กรุงเทพฯ แล้วสแกนแนบเมลล์มาให้ผม สาเหตุจาก Passport  ของน้อง Pin หายที่รัฐ Wisconsin ผมเปิดเมลล์ตอนห้าทุ่มแล้วปริ้นท์เอกสารต่างๆไว้  พอหกโมงเศษๆของวันรุ่งขึ้น ( 8 พฤษภาคม 2555 )  ผมและน้องผู้ชายก็เดินฝ่าความหนาวจากโรงแรม Edgewater ไปยัง Memorial Union , U. of Wisconsin ที่นั่นคุณ Gerhard  ผู้อำนวยการโครงการแลกเปลี่ยนนักเรียน พาน้อง Pin จากบ้านโฮสที่เมืองเวโรนามารออยู่แล้ว  สักพักรถบัสที่จะไปชิคาโกก็มาจอด รถออกตามกำหนดคือ 7 โมงเช้า จาก Madison, Wisconsin ไป Chicago, Illinois ใช้เวลาประมาณสี่ชั่วโมงครึ่ง ครั้งก่อน ปี 2552 ผมนั่งเครื่องไม่ถึงชั่วโมง อะน่ะ..เป็นประสบการณ์ละกัน ถนนหนทางเราทั้งสามคนก็ไม่เคยรู้จัก แถมมีการเปลี่ยนรถระหว่างเมืองต่อเมืองอีกต่างหาก ต้องตะแคงหูฟังตลอดเวลา  ที่จริงตามกำหนดเดิมผมต้องไปรอเปลี่ยนเครื่องที่ญี่ปุ่นแล้ว

       รถบัสถึงชิคาโกราวๆ 11 โมงครึ่งเป๊ะ ผมเรียก Taxi คนขับท่าทางเป็นแมกซิกันอเมริกัน ยื่นแผนที่ที่ตั้งของสถานกงสุลไทย ณ นครชิคาโกและบอกให้ไปส่ง ( ท้องก็ร้องเพราะหิวข้าว )  คนขับซิ่งขวาซิ่งซ้าย แป๊บเดียวก็ถึงหน้าสถานกงสุลฯ เก่งจัง  เราเข้าไปข้างในขอพบเจ้าหน้าที่ไทย ก็เป็นสุภาพบุรุษที่ให้คำแนะนำผมทางโทรศัพท์นั่นเอง ได้เจอตัวเป็นๆแล้ว รีบช่วยกรอกคำร้องให้น้องเค้าแล้วไปยื่นให้เจ้าหน้าที่  อ้าวใกล้เที่ยงแล้ว ได้รับคำแนะนำจากคุณสุภาพบุรุษว่า เลยไปนิดนึงจะมีร้านอาหารญี่ปุ่นอยู่ชั้นสองและร้านอาหารไทยอยู่ชั้นใต้ดิน เลือกเอาละกัน แล้วบ่ายโมงเศษๆให้มารับเล่มหนังสือเดินทางชั่วคราว  กระเหรี่ยงทั้งสามเดินตามคำบอกเล่า ก็เห็นร้านอาหารไทยชื่อ " Siver Spoon "  ชื่อเดียวกะร้านช้อนเงินข้างท่าเรือเทเวศเลยครับ เดินลงไป สภาพร้านตกแต่งดูดีและสะอาดมาก ฝรั่งนั่งตรึมและแต่ละคนดู enjoy  eating กับอาหารไทยมากๆ  พวกเราสามคน ผู้ใหญ่สองเด็กหนึ่งสั่งอาหารมาเต็มโต๊ะ เป็นอาหารเช้าบวกกลางวัน ( brunch ) ทุกอย่างจานเบ้อเริ่ม เค้าบอกว่า ถ้าทำจานเล็กๆจะดูเหมือนเศษอาหาร และแม้กระทั่งชิ้นเนื้อต่างๆก็ต้องก้อนใหญ่ๆ ถ้าชิ้นเล็กแบบบ้านเราทำละก็ พวกฝรั่งจะเข้าใจว่าเศษเนื้อ ฝีมือและรสชาติอาหารใช้ได้ อร่อยครับ น่าปลื้มใจแทนเจ้าของร้านเพราะลูกค้าก็อเมริกันทั้งนั้นหมุนเวียนกันมาทานไม่ได้ขาด

        บ่ายโมงกว่า  บอกให้คิดเงิน ผมรูดคาร์ดหมดไปพันสี่ร้อยบาทเองครับ  กลับไปที่สถานกงสุลไทยและรับเล่มพาสปอร์ตชั่วคราวของน้อง Pin   พวกเราขอบคุณและอำลาเจ้าหน้าที่ไทยสุภาพบุรุษผู้อารีท่านนั้นที่ให้คำแนะนำและมีจิตบริการดียิ่ง คราวนี้ก็ว่างพอที่จะไปชอปปิ้งค่าเวลาในชิคาโกต่อละครับเพราะกว่ารถบัสจะออกก็หกโมงเย็นโน่น

จากคุณ : jackrapan (Jack Happy)


คุณ @BloodyHell อยู่ประเทศอะไรหรือครับ

จากคุณ : มันเกี่ยวกับใครเนี่ย


Australia ka ^^

จากคุณ : BloodyHell


นั่งอ่านแต่ละคอมเม้นในนี้ ฝรั่งได้กินอาหารไทยสุดแสนอร่อย
ข้าพเจ้ากำลังนั่งโซ้ยมาม่าไปพลาง อยากโยนมาม่าทิ้งไปพลาง

พรุ่งนี้เค้าอยากกินส้มตำปูปลาร้า T_T
กระทู้ทำร้ายพุงแท้ๆน่อ

จากคุณ : NoOther


อ่านคุณ ZOMG แล้วหิว มาเล่าอีกนะครับสนุกดี

จากคุณ : Essueko


กลับมาเล่าต่อ...
แฟนเราเค้าไม่ชอบกินข้าวนอกบ้านค่ะ อารมณ์แบบว่าทำไมไม่อร่อยเหมือนเราทำ
คือโดยปกติเราเป็นคนชอบทำกับข้าวมาก ปกติอยู่กับพ่อแม่และน้องสาวเค้าจะไม่ค่อยทานกัน (ฝีมือที่เราทำอะค่ะ)

แต่พอทำให้แฟนเราทานเท่านั้น เค้าชมเราว่าอร่อย ทุ๊กกกกกกอย่าง  
จนเรามั่นใจเต็มที่ ว่าอาหารเราอร่อย ซึ่งจริงๆก็งั้นๆ -*-

แต่ก็มีหลายๆครั้งที่เวลาไปซื้ออาหารตามตลาดนัดมา ตอนซื้อที่ร้านเค้าจะชอบทำหน้าแบบแหยะๆ
ไม่อยากกกินเธออยากซื้อ ก็ไปกินเองสิ

ล่าสุด วันนี้ ฝนตก.. ประกอบกับเราขี้เกียจทำกับข้าว เลยออกไปตลาดนัดเล็กๆแถวบ้านกัน ก็มีปลานิลทอดขายค่ะ ลักษณะเต็มตัวฝ่ากลาง  
แฟนเราเอาอีกละ ทำหน้าแบบ จะดีเหรอ ดูสิ มีแมลงบินเต็มไปหมด จริงๆมันแค่แมลงหวี่ค่ะ  
อาจจะเพราะฝนพึ่งหยุดตก เค้าก็บอกว่า  ให้คนขายเอาไปอุ่น (ทอดอีกครั้ง )
เราก็เลยบอกคนขาย คนขายบอกเราว่า มันจะอมน้ำมันนะ

เราก็อืม ไม่เป็นไร เดี๋ยวเอาไป อุ่นเองก็ได้ ถ้าแฟนไม่กินก็เรื่องของเค้า  (วันนี้เค้าจะทำอาหารเค้ากินเองค่ะ มันฝรั่ง ผัดกับ เนยใส่หัวหอม และไข่) เราก็ดีและจะได้ไม่ต้องมีคนแย่ง กิน .... แอบดีใจ ฮ่าฮ่า แถมขอน้ำจิ้มแบบซีฟู๊ดมากินด้วยค่ะ

พอกลับมาบ้านเราก็จัดปลาใส่จานค่ะ  แงะเนื้อออกมากิน จิ้มกะน้ำจิ้มซูฟู๊ดดดด  หืมม อร่อยอยู่คนเดียว
เลย บิ ออกมาชิ้นนึง แล้วจิ้มน้ำจิ้มยัดใส่ปากให้แฟนเรากิน (คิดว่าคงกินคำเดียวแค่นั้น )  
เท่านั้นแหละ อ้าปากรอให้เราบิเนื้อให้กิน จนหมดตัว ...  !!!!  โห เราไม่อิ่มอะ  รู้งี้ซื้อมา 2 ตัวก็ดี    

สุดท้าย แฟนเราเค้าซื้อแฮมเบอร์มาไว้ รู้ดีกว่าถ้าเค้าหิวอีกคงกินแฮมเบอร์เกอร์ของเค้าแหละ  
เราสัก 2 ทุ่มทนไม่ไหว บอกแฟนว่าจะไปซื้อผัดไทยปากซอยกินนะ เมื่อกี้โดนแย่งกินปลาไม่อิ่มอะ
ไหนบอกว่า ไม่กินไง ทำหน้าเหมือนแหวะๆ ใส่ แต่พอกลับมาบ้านทีไร กินหมดทุกทีอะ  ..  แฟนเราตอบว่า ก็เพราะว่าเราจัดใส่จานแล้ว มันดูดี ไม่เหมือนที่ตลาดเลยกินได้ไง -*-  
เราก็เอิ่มมม .. แย่งกินตลอด อย่างนี้ทุ๊กกกที


เราก็เลยถามว่า เราจะไปซื้อผัดไทยนะ ยูกินแฮมเบอร์ยูไปละกัน ถ้าหิว
....จะซื้อมาห่อเดียวนะ เค้าบอกว่า ... เอาผัดไทยด้วย
เราก็กวนตีนกลับ อ่าว มีแฮมเบอร์เกอร์ ชอบไม่ใช่เหรอ ก็กินดิ จะกินผัดไทยทำไม 555
แฟนเราก็แบบ จะอาวววว ผัดไทยด้วยยยยย 55555

สรุปสุดท้าย วันนี้ เมนู มันฝรั่งผัด ที่จะทำ กะ แฮมเบอร์เกอร์ของเค้า ยังนอนอยู่ในตู้เย็นอยู่เลย



อีกเรื่องค่ะ  อาจจะไม่เกี่ยวกับอาหารซะทีเดียว
วันนึงเราชวนแฟนเราไปสำเพ็ง ต้องไปซื้อของ อุปกรณ์เพื่อมาทำงานฝีมือขายค่ะ ตอนนั้นก็มีเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ๆอยู่แถวซอยใกล้ๆ ดิโอสยาม
เราก็ไปไหว้ ... เราก็บอกเค้าว่าเราจะไปไหว้นะ แต่เราไม่รู้ว่าภาษาอังกฤษเจ้าแม่กวนอิมแปลว่าอะไร
แฟนเราก็บอกว่า lady lotus ส่วนเราก็สอนเค้าภาษาไทยว่า
"เจ้าแม่กวนอิม" แฟนเราก็หันมาถามเราว่า ... เจ้าแม่กินอะไรเหรอทำไมถึงอิ่มไวจัง .... o_O

เรานี่ฮาก๊ากกกกเลยอะ คือแฟนเราเค้ารู้จักคำว่า อิ่ม ภาษาไทยไงค่ะ  
เราบอกไม่ใช่ อิม ไม่ใช่ อิ่ม  ขำอยู่คนเดียว  จนปวดท้องอะ  .... ฮ่าฮ่าฮ่า

จากคุณ : jannice


เข้ามาเล่าให้ฟังอีกค่ะ เดี๋ยวกระทู้ดีๆจะตกไป

อีกจานคือ แจ่วค่ะ ดิฉันเป็นคนอิสาน มีแจ่วที่ชอบกินคือแจ่วมะเขือเทศ คือเอาพริกหยวก กระเทียม หอมแดง มะเขือเทศ (ดิฉันใช้ cherry tomato) เอามาย่างตอนทำบาร์บีคิว เสร็จแล้วก็เอาไปโขลกรวมกัน ใส่มะเขือเทศทีหลัง แล้วใส่แค่น้ำปลา เอาข้าวเหนียวร้อนๆจิ้มนี่ แซ่บมาก มีปีกไก่ทอด หรือกระดูกหมูทอดกระเทียมด้วยล่ะก็ แจ่มมมม

ครั้งแรกที่ทำทาน ไม่มีไฟก็จำได้ว่าแม่สอนว่าเอาไปคั่วกระทะแล้วปิดฝาก็ได้ ก็เลยทำดู สามีได้กลิ่นฉุน แต่กระเทียมกะหอมที่คั่วมันหอมมาก เขาเลยถามจะทำอะไรกิน ดิฉันบอก แจ่ว มันก็คือซอสอย่างนึง เอาข้าวเหนียวมาจิ้มๆๆนี่ล่ะ อร่อยนะ

ว่าแล้วก็ยื่นครกให้เขาโขลก พอละเอียดแล้วดิฉันใส่น้ำปลาลงไป เขาถึงกับผงะ บอกว่า "โอ๊ย ทำไมมันเหม็นขนาดนี้ แล้วใส่น้ำปลาเยอะขนาดนี้เค็มตายเลย กลิ่นแรงมาก เธอกินเข้าไปได้ยังไง แล้วดูสีสิ ยังกะอึเลย" บ่นมากๆเข้าดิฉันจับข้าวเหนียวมาปั้น แล้วจิ้มแจ่ว ยัดเข้าปากเขาไป เขาถึงกับสำลัก ทำท่าจะคาย ดิฉันบอก อย่านะของทำยากกว่าจะได้ถ้วยนึงเนี่ย เขาเลยเคี้ยวแล้วแล้วกลืนลงไป แล้วก็บอกว่า "จริงๆแล้วก็ไม่เลวนะ หอมกลิ่นพริก กระเทียม หอมแดง"

จากนั้นถึงเวลากินข้าว ก็จัดโต๊ะ ดิฉันทำส้มตำ ไก่ทอดด้วย แล้วตักแจ่วใส่ถ้วยเล็กเท่าน้ำจิ้มสุกี้ไปวางบนโต๊ะ ปรากฎว่าคุณชายไม่กินส้มตำเลย ทั้งๆที่เป็นของชอบ พี่แกซัดแจ่วอย่างเดียว แล้วไม่ได้กินแบบคนบ้านเรากินด้วย เขาเอาข้าวเหนียวปั้นเป็นก้อน บีบให้แบนแล้วตักแจ่วขึ้นมากิน ดิฉันต้องร้อง "เฮ้ย เขาให้จิ้ม ไม่ได้ให้เอาข้าวตักกินแบบนี้ กินอย่างนี้ถ้วยเล็กนิดเดียว สามคำก็หมดดิ" คุณชายงอน เดินไปในครัวเอาถ้วยเล็กกว่าถ้วยก๋วยเตี๋ยวไปตักแจ่วในครกจนหมด กลับมานั่งที่โต๊ะแล้วบอกว่านี่ของเขานะ ดิฉันเห็นแล้วอึ้ง ต้องบอกว่า "นี่มันเป็นน้ำจิ้มชนิดนึงนะ ไม่ใช่ salsa จะเอามา dip กินอย่างนี้เลยเหรอ" เขาบอกว่ามันอร่อยอ่ะ เดี๋ยวทำใหม่ก็ได้ จะปิ้งพริก โขลกพริกเองด้วย เธอปรุงรสอย่างเดียวพอ"

เดี๋ยวนี้เวลาทำแจ่วดิฉันต้องใช้พริกหยวก หรือชี้ฟ้า ผสมกัน อย่างน้อย 1 กก.ค่ะ พ่อคุณเอามากินเล่น เอาเนื้อจิ้ม เอาแตงกวาจิ้ม

ตอนไปเมืองไทย ไก่ย่างที่อิสานบางร้านจะให้แจ่วมาด้วย แต่เป็นแจ่วที่ใส่น้ำมะขามเปียก พ่อคุณเห็นถุงพลาสติกเล็กๆ ถามว่าอะไร ดิฉันบอกว่า แจ่ว เท่านั้นล่ะ ไม่ทันได้อธิบาย เปิดถุงเอาข้าวเหนียวจุ่มลงไป กินคำแรกสะอึกเลย มันเค็มเปรี้ยว เขาก็บ่นว่าไม่อร่อย ดิฉันจึงต้องอธิบายว่า คนละแบบกัน แล้วที่นี่เขาเอาข้าวแตะลงนิดเดียว พอให้ได้รสเค็ม นี่เล่นจุ่มลงยังกะลูกชุบ

ที่เล่าเรื่องนี้ได้ เพราะหันไปถามเขานี่ล่ะว่า อาหารไทยจานไหนที่เธอเห็นครั้งแรกแล้วเธอว่ามันไม่น่ากิน แต่พอกินแล้ว เธอกลับชอบ เขาตอบเลยว่า "แจ่ว" แล้วก็กลืนน้ำลายเอื้อกกก ก่อนจะอธิบายต่อว่าทำไม เฮ้อ เวอร์จริงๆ

เดี๋ยวนี้ถ้าอยากเอาใจ ทำเซอร์ไพรส์เขาล่ะก็ แจ่วนี่ล่ะ เปิดประตูเข้าบ้านมาได้กลิ่นแจ่ว ก็จะได้ยินเสียงเรียกว่า พริตตี้ไทยเกิร์ลลลลล แล้วก็จะวิ่งเข้ามากอดในครัวเลย

อีกอย่างคือเสือร้องไห้ ดิฉันเอาเนื้อส่วน ribeye , entrecote มาหมักกับซีอิ๊วขาว น้ำตาลนิดนึง พริกไทยหน่อย แล้วน้ำปลาให้พอหอม พ่อคุณมายืนดู พอเห็นดิฉันเหยาะน้ำปลาเท่านั้นล่ะ ตกใจเลย "ทำไมหมักเนือ้อย่างนี้ล่ะ โอ๊ย เนื้อดีๆ เธอทำเสียหมด" ดิฉันมองด้วยหางตาแล้วบอกว่า เธอคิดว่าคนอย่างฉันเอาของกินมาเล่นหรือไง ถ้าไม่มั่นใจ ฉันไม่ทำให้กินหรอก เดี๋ยวเอาไปย่างในสวนด้วย มีเดียมของเธอ เวลดันของฉัน แยกด้วย

พอเอาเนื้อลง แค่เนื้อกระทบไฟ มันก็เริ่มหอมขึ้นๆ เรื่อย ไอ้คนย่างก็ย่างไปกลืนน้ำลายไป ดิฉันยืนดูจากหน้าต่างครัว เห็นแล้วก็หัวเราะ สงสัยเสือร้องไห้ต้องเปลี่ยนชื่อเป็น ตือโป๊ยก่ายกลืนน้ำลาย พอเขาย่างเสร็จเอามาส่งให้ในครัว ดิฉันก็หั่น แล้วโรยด้วยต้นหอมกับผักชีใบเลื่อย สมุนไพรโดนความร้อนของเนื้อส่งกลิ่นหอมชวนกินมากๆ ดิฉันหยิบเนื้อมาหนึ่งชิ้่นแล้วจิ้มแจ่ว แล้วป้อนเขา คุณชายทำหน้าแบบเคลิบเคลิ้มมาก ส่งเสียง โอ้ว อื้มมมม เฮฟเว่น ดิฉันหมั่นไส้บอก "นี่ ฉันป้อนเนื้อเธอนะยะ ไม่ได้เมคเลิฟ" 5555

จากคุณ : ZOMG


คห. 678 ชอบตรงนี้อ่ะค่ะ
" ดิฉันหยิบเนื้อมาหนึ่งชิ้่นแล้วจิ้มแจ่ว แล้วป้อนเขา คุณชายทำหน้าแบบเคลิบเคลิ้มมาก ส่งเสียง โอ้ว อื้มมมม เฮฟเว่น ดิฉันหมั่นไส้บอก "นี่ ฉันป้อนเนื้อเธอนะยะ ไม่ได้เมคเลิฟ "

ขำมาก

จากคุณ : พระจันทร์เต็มดวงสว่างสดใส


มีครับ

สมัยเรียนที่บอสตันมีเพื่อนเกาหลีที่สนิทกันมากอยู่คนนึง พอสนิทกันก็กล้าบลัฟข่มกัน มันว่าอาหารชาติมันรสชาดจัดจ้านอร่อยมากที่สุดในโลกแล้วว่างั้น มันว่าอาหารไทยที่มันเคยๆลองมาไม่ได้เรื่อง ไม่เห็นอร่อยเหมือนที่เค้าว่ากัน(ก็ใช่สิ มรึงแ_กแต่พวกอาหารไทยประยุกต์ ปรับรสชาดให้คนต่างชาติกินนี่หว่า)

พอดีสมัยผมเรียนที่นู่นก็ต้องมีแอบทำงานที่ร้านอาหารไทยด้วย เลยมีโอกาสชวนมันมาลองที่ร้านโดยผมขอพี่เจ้าของร้านลงครัวเองเลย(พอดีสนิทกับพี่เจ้าของร้านกับเราพอทำอาหารเป็น) จัดไปซะเมนูหลักๆแต่เอาระดับรสชาดที่ผมไว้ทานเอง

พอเรียนจบก็แยกย้ายกันกลับประเทศใครประเทศมัน มีติดต่อกันบ้างเป็นระยะ

ปีที่แล้วมันบินมาหาที่เมืองไทย พอเจอหน้ากันครั้งแรกไม่มีพิธีรีตรอง มันเอ่ยปากเลยว่าพากุไปกินอาหารไทยหน่อย กุอยากมวากกกกกก กุอยู่เกาหลีกินร้านไทยที่เกาหลีแล้วไม่ถูกใจกุเลย และที่ฮากว่านั้นคือมันปรินท์ข้อมูลอาหารไทยพร้อมรูปภาพมาหลายแผ่นมากๆ รวมๆแล้วผมว่าหลายสิบเมนูเลยทีเดียว

ตลอดทริปที่มาเที่ยวเมืองไทย5วันของมัน แทบไม่ได้เที่ยวถ่ายรูปสถานที่สำคัญๆของเมืองไทยเลย มันเล่นมากินอาหารไทยอย่างเดียวเลยครับ 555+

ปอลิง. เนี่ยมันส่งรูปมาว่ากำลังจะแต่งงาน(เจ้าสาวสวยสไตล์เกาหลีเลยเชียว) บอกว่าจะพาภรรยามาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ที่เมืองไทย พร้อมพาภรรยามาลอง Thai food original style เลยอยากให้ผมรอต้อนรับมันด้วยว่างั้น เห้อออออออออ

จากคุณ : Onibaku_Nueng


น้าเขยเราเองเป็นคนอังกฤษ แกเป็นคนกินยากม๊ากกก ต้องในโรงแรมหรือร้านอาหารเท่านั้น ถ้าไม่มีก็ไม่กินเลยทั้งวัน  วันนั้นไปบ้านต่างจังหวัดกัน มันไม่มีร้านอาหารให้แกเลย มีแต่แกงที่เขียวหวานที่ทำกินบ้าน แกก็คงหิวก็เลยตักให้กับข้าวสวยร้อนๆๆ กินเสร็จก็ไม่ได้เม้นท์อะไร  พอหลังจากนั้นไปกิน KFC ในห้าง น้าผู้หญิงสั่งข้าวราดแกงเขียวหวาน เราก็นึกว่าน้าเขยฝรั่งจะสั่งไก่เหมือนทุกที เพราะตอนสั่งมันงงๆๆ ปรากฏว่าได้แกงเขียวหวานมาจานเดียว น้าผู้หญิงเรากับน้าฝรั่ง แย่งแกงเขียวหวานเถียงกันใหญ่เลย ชั้นสั่งก่อนนะ เธอก็สั่งชั้นก็สั่งทำไมได้จานเดียว น้าผู้หญิงบอก อ้าววว เธอกินอาหารไทยแล้วหรอ ?? หัวเราะกันใหญ่เลย สุดท้ายต้องไปสั่งเพิ่มให้แกอีกจาน  ทีนี้เวลาไปKFC เป็นที่รู้กันว่าต้องสั่งแกงเขียวหวานให้

จากคุณ : ลุ่มน้ำอิง


ขอเอาข้อความจากที่อื่นๆมาแปะหน่อยนะคะ เพื่อไม่ให้กระทู้มันตกไป  

เราไม่มีประสบการณ์อะไรมากเท่าไหร่เกี่ยวกับเรื่องนี้ จึงไม่มีเรื่องของตัวเองมาเล่า  เลยขอเอาข้อความที่เราเคยอ่านในกระทู้เก่าๆของห้องเฉลิมไทยมาแปะไว้ในกระทู้นี้  ซึ่งข้อความนั้นอยู่ในช่วงบรรยากาศฉลองสิริราชสมบัติครบ60ปีของในหลวง  ลอคอินบางท่านได้มีโอกาสทำงานตามเสด็จพระราชอาคันตุกะจากประเทศต่างๆ จึงมีเรื่องเล่าน่าประทับใจมากมายเกี่ยวกับพระราชอาคันตุกะที่เสด็จมาเมืองไทยในครั้งนั้นค่ะ

เริ่มจากเรื่องราวของเจ้าชายแห่งลักเซมเบิร์ก

ความคิดเห็นที่ 69  

เมื่อตอนสายๆ ที่ผ่านมา นักข่าวของอิฉันไปที่ตลาด อตก.เพื่อสัมภาษณ์แม่ค้าผลไม้ที่เจ้าชายแห่งลักเซมเบิร์ก ได้เสด็จฯเยี่ยมชมตลาด และทรงลองเสวยทุเรียน  ซึ่งคุณแม่ค้า สาว 2 พี่น้อง เจ้าของร้าน“นันท์-น้อย” เล่าถึงความประทับใจและระทึกใจต่อเจ้าชายหนุ่มว่า
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ขณะที่กำลังขายผลไม้อยู่หน้าร้าน ปรากฎว่าบริเวณหน้าตลาด อตก.มีผู้คนคึกคักผิดปกติ เลยรู้ว่ารอชมพระบารมีของเจ้าชาย คุณแม่ค้าและน้องสายก็ตื่นเต้นดีใจ ที่มีพระราชอาคันตุกะเสด็จมาชมตลาด
(ขอแทรกค่ะ) แถมการเสด็จครั้งนี้ ท่านทรงพระดำเนินมาตั้งแต่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส มายังตลาด คิดดูว่าทั้งร้อนทั้งไกลขนาดไหน
คุณแม่ค้าเล่าอย่างเห็นภาพว่า “มาถึงพระองค์ท่านก็เลี้ยวมาที่ร้านของดิฉันทันที พระองค์ทรงหยุดมองทุเรียนที่วางขายอยู่หน้าร้าน ซึ่งดิฉันก็บอกกับล่ามของพระองศ์ว่า สามารถชิมได้   พระองค์มีท่าทีสนใจ และยิ้มแย้มที่ได้เห็นทุเรียน  แต่ทางผู้ติดตามบอกว่าพระองค์ไม่สามารถชิมได้ เพราะเกรงว่าจะท้องเสีย  แต่พอล่ามได้บอกกับพระองค์ว่า แม่ค้าอยากให้ชิม พระองค์จึงตรัสว่าจะลองชิม  แล้วผู้ติดตามก็ได้ให้ดิฉันเช็ดมีดให้สะอาด แล้วเอาไม้มาให้พระองค์จิ้มเสวย  แต่ปรากฎว่าพระองศ์ทรงใช้มือหยิบเสวย พร้อมชมว่า อร่อยมากๆ“
คุณแม่ค้าเล่ามาถึงตรงนี้ ก็ยิ้มปลื้ม ก่อนจะบอกว่า “เสวยทุเรียนเสร็จ ดิฉันก็ถวาย มังคุดให้เสวยต่อ ซึ่งพระองค์ก็ชอบมากอีกเช่นกัน  ดิฉันเลยบอกผู้ติดตามว่าจะขอถวายผลไม้ให้ได้ไหม แต่ทางผู้ติดตามบอกว่า จะขอซื้อ เพราะถ้าถวาย ก็กลัวว่าแม่ค้าจะขาดทุน เพราะต้องซื้อเป็นจำนวนมาก”
เท่านั้นแหละ เธอถึงยอมใจอ่อน ตัดใจขายทุเรียนให้พระองค์ท่านไป 4 กิโล ราคา 1 พันบาท แล้วก็แถมผลไม้อย่างอื่นให้ด้วย
คุณพี่แม่ค้าเล่าตอนนี้อย่างปลื้มสุดๆ อีกว่า “พระองค์ท่านถามดิฉันว่าทำไมต้องให้ฟรี  ดิฉันบอกว่าพระองค์เป็นแขกของในหลวง พระเจ้าแผ่นดินที่ดิฉันเคารพรักมาก เมื่อพระองค์มาเยือนประเทศไทย มาเป็นแขกของพระเจ้าแผ่นดิน  ดิฉันก็ต้องต้อนรับให้ดีที่สุดเช่นกัน พอล่ามแปลให้ฟัง พระองค์ท่านก็ทรงยิ้มแย้ม “
 
หลังจากวันนี้ คุณพี่แม่ค้าก็มีเหตุระทึกใจเกิดขึ้น เพราะวันถัดมา จู่ๆ ก็มีโทรศัพท์ของบุคคลผู้ไม่คุ้นเคย โทรมาหา และบอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสายสืบ สน.บางซื่อ พอรู้เท่านั้นแหละ คุณพี่แม่ค้าต๊กกะใจ “นึกว่าพูดอะไรออกไป”
แต่ปรากฎว่า คุณพี่ตำรวจนายนั้น โทรมาบอกว่า  “คืนนั้นเจ้าชายทรงนอนไม่หลับ เพราะยังคิด และประทับใจในคำพูดที่ดิฉันมีต่อพระเจ้าแผ่นดิน และปลื้มใจที่มีประชาชนชาวไทยรักในหลวงมากมายขนาดนี้”
...โอย ฟังแล้วปลื้มหัวใจเจ้าค่ะ
คุณพี่แม้ค้าเลย ตบท้ายว่า ที่เจ้าชายทรงเสด็จฯ มาเสวยทุเรียนที่ร้าน ดิฉันรู้สึกดีใจมาก และถือเป็นวาสนาว่าครั้งหนึ่งในชีวิต เคยมีพระเจ้าแผ่นดินพระองค์หนึ่งเสด็จมา ดิฉันว่าประชาชนของประเทศลักเซมเบิร์กบางคน ยังไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดพระองค์ท่านเหมือนดิฉัน  ถ้าเป็นไปได้ดิฉันอยากให้ท่านเสด็จมาเยือนประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง”  คุณพี่แม่ค้าว่างั้น  ...ฮึ โชคดีกว่าอิฉันอีกนะคุณพี่ หุหุ

จากคุณ : nipp (nipp)  - [ 16 มิ.ย. 49 13:59:35 ]

จากคุณ : chaliztina


ความคิดเห็นที่ 154  

ส่วนบุญสุข พิจารณ์ อายุ 35 ปี รองผู้จักการฝ่ายอาหารของโรงแรมฯ  เป็นอีกคนที่บอกว่า มีความสุขที่ได้ถวายการเสิร์ฟอาหารแด่เจ้าชายอาโลอีส คุณบุญสุขบอกว่า ตัวเขามีความรู้เพียงชั้น ม.3 แต่ด้วยความรักและระสบการณ์ทำให้ชอบในอาชีพบริกร และทำงานที่นี่มา 14 ปีแล้ว

วันที่มีโอกาสเสิร์ฟพระกระยาหารเจ้าชายเขาบอกว่าดีใจมาก

"ครั้งแรกที่ทราบว่าต้องเสิร์ฟพระกระยาหารให้กับเจ้าชาย ก็รู้สึกดีใจเพราะเป็นพระราชอาคันตุกะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถือว่าผมก็อยู่ในหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ช่วงที่มีการเฉลิมฉลอง

เมื่อพระองค์เสด็จขึ้นมาบนเรือ ก็เสิร์ฟไวน์ให้พระองค์ จากนั้นก็เริ่มเสิร์ฟพระกระยาหารที่เตรียมเอาไว้ ระหว่างการเสิร์ฟต้องคอยเฝ้ามองว่า พระองค์โปรดสิ่งใดบ้าง และควรจะเสิร์ฟสิ่งใดต่อไป"

สำหรับเมนูที่ถวาย ได้แก่ กระทงทอง ทอดมันปลากราย ส้มตำผลไม้ ปลาน้ำเงินเปรี้ยวหวาน ต้มข่าไก่ และไก่ห่อใบเตย

...ทายสิว่า เจ้าชายแห่งลิกเตนสไตน์ทรงโปรดเมนูใดบ้าง... คุณณรงค์บอกว่าพระองค์เสวยทุกเมนู  แต่ที่โปรดมากเห็นจะเป็น"ส้มตำผลไม้"ที่เสวยจนหมด

คุณณรงค์บอกว่า เป็นอีกครั้งที่ได้ถวายงานใกล้ชิดเจ้านาย ซึ่งถือเป็นบุญของคนที่ทำอาชีพบริกรอย่างเขา ที่ปลาบปลื้มและตี่นเต้นแทบทุกครั้ง

(ปล.)ขอขอบคุณ คุณกิตติชัย นาคเกษม ที่ไปเสาะหาความภูมิใจของชาวไทยมาให้ได้รู้ค่ะ

จากคุณ : nipp (nipp)  - [ 16 มิ.ย. 49 23:08:13 ]


รูปเจ้าชายอาโลอีส แห่งลิกเตนสไตน์ค่ะ

จากคุณ : chaliztina


ความคิดเห็นที่ 205  

ภาพน่ารักของเจ้าหน้าที่คณะติดตามกษัตริย์และพระราชินีแห่งราชอาณาจักรเลโซโท ที่ติดใจรสชาติข้าวหลามไทย ระหว่างตามเสด็จไปยังวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร
จ.เชียงใหม่ เลยถือข้าวหลามไปหามุมนั่งหม่ำคนละกระบอก

จากคุณ : chaliztina


ความคิดเห็นที่ 29  

จากคมชัดลึก..ค่ะ

แม้นว่ามกุฎราชกุมารแห่งภูฎาน จะเสด็จฯ กลับประเทศของพระองค์ไปแล้ว เมื่อวันอังคาร ที่ผ่านมา แต่ด้วยพระองค์ทรงเป็นเจ้าชายทรงเสน่ห์พระองค์หนึ่งของเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระหว่างที่พระองค์ประทับอยู่เมืองไทยนั้น ทุกพระราชกรณียกิจต่างเป็นที่สนใจของสื่อมวลชนและประชาชนคนไทยเป็นอย่างยิ่ง

เจ้าชายจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก มกุฎราชกุมาร แห่งภูฏาน เสด็จฯ ยังประเทศไทยเพื่อเป็นผู้แทนพระองค์ของ สมเด็จพระรามาธิบดี จิกมี ซิงเย นัมเกล วังชุก กษัตริย์แห่งราชอาณาจักรภูฏาน ร่วมพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ด้วยพระชนมพรรษา 26 พรรษา ยามแย้มพระสรวลยิ่งทำให้พระพักตร์เพิ่มความ "น่าเอ็นดู" เป็นที่สุด เล่นเอาหัวใจของเหล่าสตรีเพศที่จ้องมองอยู่ออกอาการปลื้มสุดๆ ทำให้หนังสือพิมพ์ที่มีข่าวของพระองค์เกลี้ยงแผงในเวลาอันรวดเร็ว

ด้วยเหตุนี้เมื่อพระองค์เสด็จฯ กลับจึงต้องตามรอยที่ประทับ ณ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ชั้น 28 ซึ่งถือว่าเป็นชั้นสูงสุดของโรงแรม โดยเจ้าชายทรงเข้าประทับวันแรก วันที่ 11 มิถุนายน และเสด็จฯ กลับเมื่อช่วงเวลา 04.00 น.เช้าวันที่ 20 มิถุนายน ทรงประทับอยู่ที่ห้อง 2815 ห้องรอยัล ออคิด สวีท กับพื้นที่ห้องที่ใหญ่ที่สุดของโรงแรมถึง 276 ตร.ม.

เมื่อก้าวย่างผ่านประตูเข้าไปยังห้องที่พระองค์ทรงเคยประทับและเพิ่งจะเสด็จฯ ออกไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง ที่ผ่านมา ความรู้สึกตื่นเต้นเกิดขึ้นกับทุกคน ยิ่งมองตรงไปเมื่อเดินเข้าประตู เห็นบรรยากาศความสวยงามของแม่น้ำเจ้าพระยา รวมทั้งอาคารสูงเสียดฟ้าริมน้ำเพิ่มความสวยงามน่าประทับใจมากขึ้น

ซึ่งห้องรอยัล ออคิด สวีทนี้ มีห้องนอน 2 ห้องแบ่งเป็นห้องใหญ่ เป็นห้องบรรทมของเจ้าชาย และเมื่อเปิดผ้าม่านด้านข้าง พระองค์จะทอดพระเนตรเห็นความโค้งสวยงามของลำน้ำเจ้าพระยาและสะพานตากสิน

ยิ่งช่วงพลบค่ำลำแสงของพระอาทิตย์สาดส่องร่วมกับแสงไฟจากนานาตึกสูง ยิ่งเพิ่มความสวยงามให้กรุงเทพฯ มากขึ้นทีเดียว

ส่วนอีกหนึ่งห้องเล็ก รองลงมาเป็นห้องที่เตรียมไว้เพื่อแขก แต่เจ้าหน้าที่ของโรงแรมเล่าให้ฟังว่า เจ้าชายจิกมี ทรงประทับเพียงพระองค์เดียวในห้องนี้ (สาวๆ ต้องแอบถอนใจด้วยความโล่งอก) แม้จะมีพระพี่เลี้ยงและผู้ตามเสด็จมาประมาณ 4-5 คน ซึ่งเป็นผู้ชายทั้งหมด แต่ทุกคนก็ไม่ได้พักในห้องนี้แต่อย่างใด

มองเลยเข้าไปด้านในเป็นห้องสรงน้ำ ที่เพียบพร้อมด้วยสุขภัณฑ์ชั้นเลิศ มองเลยไปอีกนิด ด้านซ้ายมือเป็นพระแท่นสปา เพื่อทรงพัก ผ่อนคลายพระอิริยาบถ (เจ้าหน้าที่แอบกระซิบว่าเจ้าชายไม่ทรงเรียกเจ้าหน้าที่สปามาให้บริการแต่อย่างใด)

ภายนอกห้องบรรทมเป็นห้องทรงงาน มีโต๊ะตัวใหญ่พร้อมเก้าอี้ประทับสบายๆ หลายตัวด้วยกัน ถัดมาถ้าเดินผ่านเลยไปจะเป็นห้องรับรองแขก ซึ่งห้องนี้เองที่เจ้าชายทรงใช้เป็นที่ต้อนรับผู้เข้าเฝ้าฯ ทุกคน ทั้งส่วนพระองค์และตามหมายกำหนดการ

และด้านซ้ายมือของห้องรับรองแขกเป็นห้องพักผ่อนพระอิริยาบถ มีทีวีจอใหญ่ติดผนังไว้อย่างแนบเนียน รวมทั้งการตกแต่งห้องทั้งหมดนี้จะใช้ภาพเขียนลายทองเป็นลวดลายกนกของไทยติดไว้โดยรอบอย่างสวยงาม

ซึ่งเมื่อถามเจ้าหน้าที่ถวายการต้อนรับของโรงแรมว่า เจ้าชายจิกมีทรงประทับอยู่ในห้องไหนมากที่สุด ก็ได้คำตอบมาว่า น่าจะเป็นห้องบรรทม เพราะนอกจากนั้นพระราชกรณียกิจตลอดเวลา

เข้ากันมาได้ถึงขนาดนี้ก็ต้องถามแม่บ้านที่คอยดูแลทำความสะอาดห้องประทับ

ยุพาภรณ์ เย็นระยับ แม่บ้านของโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน มากว่า 10 ปี เล่าให้ฟังว่า ระหว่างที่เจ้าชายทรงประทับอยู่นั้น เธอมีหน้าที่ดูแลเรื่องความสะอาดและความเรียบร้อยทั้งหมดภายในห้องประทับ พร้อมกับเพื่อนแม่บ้านอีก 2 คน ซึ่งเธอมีหน้าที่ดูแลทำความสะอาดพระแท่นบรรทม

โดยทุกเช้าต้องมาทำความสะอาด จะเห็นว่าพระแท่นบรรทมเรียบร้อยมาก เหมือนพระองค์ไม่ได้บรรทมเลย "ผ้าปูที่นอนไม่ยับ พระเขนยก็วางเรียบร้อย เข้าใจว่าเจ้าชายคงจัดเตียงด้วยพระองค์เอง หลังตื่นจากบรรทมแน่ๆ" แม่บ้าน กล่าวพร้อมรอยยิ้มความประทับใจ

พร้อมกันนี้เมื่อเข้าไปยังห้องประทับแล้ว ก็ต้องมีการซักถามถึงพระกระยาหารในแต่ละมื้อของเจ้าชายทรงเสน่ห์ โดย เชฟทรงวุฒิ โถน้อย ผู้ปรุงพระกระยาหารถวายเล่าให้ฟังว่า ในระหว่างที่ทรงประทับในโรงแรม มื้อเช้าเจ้าชายจิกมี ทรงมีพระราชประสงค์เพียงอาหารเสริมสำเร็จรูป (ซีเรียล) น้ำส้ม พระสุธารสชาและกาแฟเท่านั้น มื้อกลางวันพระประสงค์เครื่องเสวยง่ายๆ ประเภทของว่างต่างๆ โดยจะเน้นพวกแซนด์วิช อย่างสโมคแซลมอน แซนด์วิช ซึ่งเมนูไทยอย่างเมี่ยงคำกระทงทอง หรือก๋วยเตี๋ยวลุยสวน ก็ส่งไปถวายเช่นกัน ด้วยรสชาติจะเน้นแบบเอเชียแต่การตกแต่งอาหารจะเป็นแบบตะวันตก

พร้อมกันนี้เชฟมือเด็ดยังอีกเล่าว่า มีมื้อพิเศษที่เจ้าชายจิกมี ทรงมีหมายกำหนดการส่วนพระองค์ประทับเรือท่องแม่น้ำเจ้าพระยาในช่วงค่ำของวันหนึ่ง พระองค์ทรงเลือกเมนูอาหารไทยด้วยพระองค์เอง

เริ่มจากจานแรกเป็นยำมะม่วงเสิร์ฟกับหอยเชลล์ ราดซอสมะขาม ถัดมาเป็นต้มยำกุ้งแกะเปลือก จากนั้นเป็นออเร้นจ์ เชอร์เบท ส่วนเมนูหลักเป็นปลาหิมะราดซอสเขียวหวาน เสิร์ฟพร้อมข้าวมันปูและผักสดจากโครงการหลวง ปิดท้ายที่ช็อกโกแลตเทอร์รีนกับไวท์ช็อกโกแลตไอศกรีม

"เครื่องเสวยที่โปรดเป็นอาหารไทยอย่าง ต้มยำกุ้ง กะเพราหมู ยำไก่ตะไคร้ ไข่เจียวปู ส่วนของหวานที่พระองค์โปรดจะเป็น ลูกชุบ ซึ่งเจ้าชายตรัสหลังจากเสวยพระกระยาหารให้ได้ยินว่า ไอ ไลท์ ไทย ฟู้ด ที่แปลว่าพระองค์โปรดอาหารไทยนั่นเอง" เชฟมือฉมัง เล่าให้ฟังด้วยความภาคภูมิใจ

ภาพของความนอบน้อมยกพระหัตถ์ไหว้ และยิ่งเมื่อรู้ว่าเจ้าชายพระองค์นี้ทรงมีความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย และโปรดอาหารไทยอย่างมากเช่นนี้ ความทรงจำของประชาชนชาวไทยที่มีต่อพระองค์ท่านคงตราตรึงไปอีกนาน
แก้ไขเมื่อ 02 ก.ค. 49 16:25:20

จากคุณ : nipp (nipp)  - [ 21 มิ.ย. 49 17:12:15 ]

จากคุณ : chaliztina


ข้อความ682-685เราเอามาจากกระทู้นี้ค่ะ
http://topicstock.pantip.com/chalermkrung/topicstock/2006/06/C4458184/C4458184.html
http://topicstock.pantip.com/chalermkrung/topicstock/2006/06/C4472173/C4472173.html

จากคุณ : chaliztina


โห~ กระทู้นี้ยาวนานมากๆ ตั้งแต่ธันวาปีที่แล้วน่ะ  เป็นกระทู้ที่น่ารักดีอ่ะ เราอ่านไปขำไป

จากคุณ : เด็กชายกุ๊บกิ๊บ


คุณ ZOMG เล่าซะเห็นภาพ จนอยากเห็นหน้าคุณสามี 55+

ขอบคุณทุกท่านที่มาแบ่งปันครับ

จากคุณ : styx


คุณ styx เ่อ่ออออ หน้าตอนไหนเหรอคะ ตอนอยู่เฉยๆหรือตอนกินเนื้อ ถ้าตอนกินเนื้อไม่ได้ถ่ายรูปไว้ค่ะ 555

จากคุณ : ZOMG


ขอเล่ามั้ง  เราเป็นคริสเตียน มีมิชชันนารีชาวเกาหลี สามีภรรยา มาอยู่บ้านเรา ตั้งแต่10กว่าปีที่แล้วนู้น  ตั้งแต่ที่เกาหลียังไม่ฮอตในบ้านเรา

ครั้งแรกที่อาจารย์สองสามีภรรยามาเยือน แกทำอาหารให้เรากิน
และเป็นครั้งแรกที่ได้ลองชิมอาหารเกาหลี เราไม่รู้จัก"กิมจิ"ว่ามันคืออะไร  
ในตอนที่อาจารย์เกาหลีทำกับข้าวให้กิน มี"กิมจิแตงกวา"อันใหญ่ๆน่ากินมาก

เรานึกในใจเลยว่ามันต้องอร่อยเหมือนผัดเปรี้ยวหวานบ้านเรา 555+
เราตักมากินเต็มที่เลยค่ะ กะว่ากิมจิแตงกว่านี้แหละอร่อยสุด เอามาราดข้าวซะเต็ม
พอตักเข้าปากแค่นั้นแหละ ! @#$#%# เปรี้ยวปรี๊ด บาดคอ บาดใจ แสบสมอง ><
อยากจะคายก็ไม่ได้ นั่งกินกับอาจารย์หลายคน กลัวเสียมารยาท น้ำตาไหลเลย

อาจารย์ถามว่า"ทำไมถึงร้องไห้ " เราบอกว่า "โอ้ว  ปลาบปลื้มในความเปรี้ยว" T^T
เค้าก็ชอบใจใหญ่(ยังไม่ค่อยเข้าใจภาษาไทยมากนักตอนนั้น) ตักมาให้อีกทัพพี อ๊ากกกกกส์ กินทั้งน้ำตา .....ซาบซึ้งซะไม่มีอะ
ฝังใจจากตอนนั้น เลยจะเอาคืน เราจัดการ ย่างกบ ตำน้ำพริก ส้มตำ ข้าวเหนียว

เอาเผ็ดๆ กะจัดเต็ม แถมด้วย แจ่วบองปลาร้าสับ ในมื้ออาหารวันถัดไป
พอตั้งสำรับ  555+  ภรรยาอาจารย์กับอาจารย์ได้กลิ่นแล้วทำหน้าตา เลิกลั่ก
บอกว่า " โอ้ว  กลิ๊นมั๋นแร๋งมากเล่ยน๊า "ทำท่าจะไม่กิน เราเลยคะยั้นคะยอให้กิน
จำได้เลย กว่าจะยอมกิน  2ชั่วโมงเต็ม ตั้งแต่6โมงยัน2ทุ่ม

 หารู้มั้ย พอได้จกข้าวเหนียว กินกบ กินเขียด ส้มตำรสแซบ มื้อนั้นเข้าไป.....

เค้าติดใจอาหารมื้อนี้มาก โดย เฉพาะ"ส้มตำกับป่นกบ" ทีแรกเราก็นึกว่าเค้าจะกินเอาใจ
เฉยๆ ไม่ได้ชอบจริงๆ ที่ไหนได้ วันต่อมา เราเห็นอาจารย์2คนผัวเมีย ไปสอยมะละกอ
อยู่หลังโบสถ์ แล้วก็ไปลง"บ่อกบ"อย่างทุลักทุเล  กะว่าจะได้กินกันเต็มที่

ทุกวันนี้   อาจารย์เป็นผู้สืบทอดอาหารอีสาน ใครไปใครมาแกจะทำอาหาร ป่นกบ กับส้มตำ เอาไว้เลี้ยงแขกเหรื่อเสมอ  เป็นปลื้ม ..^^

จากคุณ : บราวนี่ ชีสเค้ก


ลงชื่อว่าอ่านถึงตรงนี้ ยาวนนมาก ^^!

จากคุณ : Gussoza


กระทู้ประวัติศาสตร์ นั่งอ่านอยู่ 2 วัน

คิดถึงกับข้าวที่บ้านมากเลยค่ะ TT^TT

จากคุณ : 3[[PA_AP]]3


สมัยไปอยู่แคนาดา พกกะปิไปด้วย เพราะชอบทานข้าวคลุกกะปิ

เราทำทานและเพื่อนที่เรียนแวะมาเยี่ยม ได้กลินกะปิ บ่นกันสุดฤทธิ์

แต่พอทานไปเท่านั้น 10 คนที่มาฟาดเกลี้ยง ไม่เหลือเผื่อเราเลย

เลยเป็นอาหารประจำกลุ่มเพื่อนไปเลย เวลาเพื่อนแวะมาประเทศไทย ต้องทำแต่ข้าวคลุกกะปิให้ทานตลอดๆๆ

จากคุณ : 123 (Saewa)


มีเพื่อนที่เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนมาจากออสเตรเลียค่ะ ตอนนั้นก้พาไปกินส้มตำอะไรกัน เพื่อนก็กิินอร่อย แต่เค้าเห็นเรากินยำแหนมสด มีพริกแห้ง ก็เริ่มงง ว่าพริกเผาหรอ แปลกๆ เราบอกให้ลองกินดู ตอนแรกกัดไปก็บอกไม่มีรสเลยอ่ะ ก็กัดๆๆ พวกเราเพื่อนๆ ก็แอบฮาในใจแล้วยุใหญ่เลยให้กิน พอสักพักแค่นั้นแหล่ะ จ๊ากกกกก ฮาน้ำหูน้ตาไหล สนุกมากกก เค้าขอเพิ่มแล้วเอาทิชู่มาห่อพริกแห้งกลับบ้านใหญ่เลย บอกว่าจะเอาไปออสเตรเลีย ไปแกล้งเพื่อนที่นั่น 55555

จากคุณ : Piyako


อ่านมานานขอเล่ามั่ง
สามีเป็นคนอเมริกันค่ะ ยังไม่เคยได้ยินว่ายี้หรือไม่ชอบอาหารไทย
แต่จะบอกเสมอว่าจะขอชิมอาหารไทยทุกอย่างที่เรากินหรือสั่งให้เค้า ถ้าเค้าไม่ชอบ หรือเผ็ดเกินไปสำหรับเค้า เค้าจะบอก

เมื่อปลายปีที่แล้วเค้ามาเมืองไทย บอกว่าอยากลองกินแมลงทอด เลยจัดให้ตลาดนัดแถวบ้าน
คุณพี่ซื้อจิ้งหรีดกับตั๊กแตนมากิน กินไปคาบจิ้งหรีดถ่ายรูปไป มีความสุขน่าดู - -“

สิ้นภารกิจแมลงก็พาไปทานมื้อเย็นกับเพื่อนเรา พอคุณพี่เห็นเมนูเท่านั้นแหละ ตาเป็นประกายบอกเราทันที

ฮันนี่ไออยากกิน crocodile  เราบอกอย่าเลย ก็พรุ่งนี้จะแต่งงานถ้าเจ้าบ่าวจู๊ดๆ คงดูไม่จืด
แต่ทนเค้ารบเร้าไม่ได้ เลยสั่งเนื้อจระเข้ผัดพริกไทยดำมาให้ พร้อมกับขอเบียร์ช้าง (เท่านั้น) อีก 1 ขวด
แล้วเราก็สั่งอาหารอย่างอื่น เช่น ต้มยำรวมมิตร ยำผักบุ้งทอดกรอบ ไข่เจียว และอีกหลายอย่างที่เค้าน่าจะกินกะเราได้
พออาหารมาครบก็กินไปเม้าท์กะเพื่อนไป ปล่อยให้ว่าที่สามีดูแลตัวเองไป จะได้ชิน 555  
หันไปอีกที จระเข้ผัดพริกไทยดำเหลือแต่จานเปล่าๆ คุณพี่ชมว่าอร่อยมากๆ อยากกินอีกจาน แต่โดนเราสกัดดาวรุ่ง จานเดียวพอ
หลังจากนั้น คุณพี่จะบอกตลอดอยากกินเนื้อจระเข้ เนื้อจระเข้อร่อย พอเราบอกว่ากินเข้าไปได้ยังไง จระเข้น่ากลัวออก ไม่เห็นน่าอร่อยตรงไหน
เจอย้อนค่ะ ฮันนี่เคยกินแล้วหรอ ถ้าไม่เคยกินรู้ได้งายว่าไม่อร่อย เนี่ยถ้าเรามีลูกไอจะให้ลูกๆเราลองทุกอย่างที่อยากกินเลย
เราเลยสวนไปเบาๆ คุณพี่อยากกินเนื้อจระเข้ จระเข้ก็คงอยากกินคุณพี่เหมือนกันนั่นแหละ - -"

จากคุณ : madam wilson (madam wilson)


แวะมาเล่าเพิ่ม ค่ะ ไม่นานนี้เองแต่ลืมเล่า เอามาอัพ กระทู้จะได้ไม่ตก


มาม่าหมูสับ เนี่ย ก้อเป็นในออฟฟิศที่ขาดไม่ได้เลย มันเริ่มจาก ออฟฟิศเรา ของหากินยากมาก แต่แมคโดนัล อยู่ตรงข้ามเลยอ่ะ แต่เราไม่อยากกินทุกวัน ก้อเลยเริ่มเอามาม่า รสหมูสับ มาไว้ออฟฟิศ ตอนแรกๆที่เริ่มกิน เรากินคนเดียวอ่ะ พวกฝรั่งที่ทำงานรวมทั้งเจ้านายเรา ทนกลิ่นอันหอมหวนไม่ไหว มาถาม อะไรเหรอเธอ หอมจัง เราก้อบอก อ๋อ instant noodle อ่ะ กินไหมจะทำเผื่อ  ตอนแรกๆ พวกฝรั่งทำท่าลังเล เพราะที่สวิส ตามห้างมันก้อจะมีพวกแพคแบบนี้ออกมาขาย แต่มันจะไม่มีรสแบบมาม่าไทยออกมาเลย   เราก้อเลยตักให้ชิมจากชามของเราที่เพิ่งทำเสร็จ แต่ละคนก้อ เออๆ เอามา พอตอนได้กินแค่นั้นแหละ แต่ละคนแทบจะเลียชาม แถมเจ้านายเรา ยังให้ตังอีก ไปซื้อมาเยอะๆเลยนะ ส่วนน้องหนุ่มน้อยโปรแกรมเมอร์ลูกครึ่งตุรกี ทำท่าเขินแล้วถามว่า ยูพอจะมีอีกสองห่อไหม อยากเอาไปให้พ่อแม่ที่บ้านชิม 5555 เราก้อเลยให้ไป

เดี๋ยวนี้ บางทีเราไม่มีเวลาไปซื้อมาเก็บไว้นะ แล้วเกิดวันนั้นเจ้านายเราหิวแล้วไม่ได้ออกไปประชุมข้างนอก แกจะเดินไปเปิดตู้กับข้าวที่สต๊อกของกิน แล้วถาม ไหนมาม่าอ่ะ เราต้องบอก อ๋อ ไม่มีอ่ะ  นายถามกลับ ทำไม   แล้วทำหน้าปานเราทำงานผิดเลยทีเดียว เอ้ออ ไอไม่ได้ทำหน้าที่ดูแลสต๊อกอาหารนะ อะไรเนี่ยยยเดี๋ยวนี้มีหน้าที่ดูแลอาหารกลางวันของคนในออฟฟิศไปซะงั้น

จากคุณ : สาวโรงงานในซูริค


เคยค่ะ

ไปกินกุ้งที่ฟาร์มเลี้ยงเลย สดๆ หวานๆ ที่เกาะแห่งหนึ่งในออสเตรเลีย ตำน้ำจิ้มซีฟู้ดไปด้วยกล่องนึง กะว่าสั่งกุุ้งมาจะเอามาจ้วงๆๆๆให้แซบไปเลย

พอได้กุ้งมาพร้อมสลัด มายองเนส ซอสของฝรั่งอะไรต่างๆนานา แต่กลุ่มเราไม่สนใจค่ะ แกะน้ำจิ้มตัวเองออกมาจิ้มๆ หูยยยย แซบอย่างแรง

แต่ตอนกลับ ดันลืมกล่องน้ำจิ้มเอาไว้บนโต๊ะ เลยให้คุณสามีฝรั่งวิ่งลงไปเอา ที่ไหนได้ เจ้าของร้านกำลังจ้วงกุ้งจิ้มซีฟู้ดอยู่เลย 5555 แล้วถามคุณสามีว่าทำยังไงอร่อยมากกกก ขอสูตรได้มั้ย จะเอามาทำเสิร์ฟพร้อมกุ้งดูบ้าง

คุณสามีเลยต้องวิ่งกระหืดกระหอบมาที่รถพร้อมเจ้าของร้าน และถามวิธีทำกับส่วนผสมกันยกใหญ่ แถมยังขอน้ำจิ้มที่เหลือไว้ได้มั้ย เพราะจะเอาไว้ให้คนในครอบครัวชิม แกว่าไม่เคยกินรสชาดแบบนี้มาก่อน amazing มาก  ก็เลยให้แกไป ไม่รู้ป่านนี้เป็นไงบ้าง

จากคุณ : เจ๊จะเอา


โหวดให้ทุกอาทิตย์เลยจ้า
ตามอ่านมาตั้งแต่ต้น ยังไม่เบื่อเลย สนุกมากๆ

จากคุณ : Lalawolf


สามีดิฉันค่ะ(อเมริกัน)ไม่ชอบกินเนื้อหมู ปลาดุกและข้าวเหนียว
กลับไทยตอนปีใหม่ที่ผ่านมา ดิฉันซื้อเนื้อหมูที่ชาวบ้านเค้าเลี้ยงเอง(แล้วชำแหละเพื่อขายเนื้อ)
เอามาหมักกับพริกไทยและซีอิ้วขาว  แล้วทอดให้เค้ากินกับข้าวเหนียว
ตอนแรกไม่ลอง บอกไม่ชอบเนื้อหมูกับข้าวเหนียว  ดิฉันกำลังจะยกกลับมากินเอง เค้าเลยบอกขอลองหนึ่งคำ พอเอาเข้าปากแล้วเคี้ยวเท่านั้นแหละ
ตาโตเท่าไข่ห่าน ร้องโอมายก๊อดดังมาก  แล้วก็ต่อว่าดิฉันใหญ่เลยว่าทำไมไม่บอกว่ามันอร่อย
และอีกวันพาไปกินข้าวป่าแบบอีสาน ญาติๆก็ทอดแหได้ปลาดุก แล้วก็ย่างทั้งตัวให้เค้ากิน แรกๆทำหน้าแบบฝืนใจมาก แต่พอกินแล้ว ติดใจใหญ่เลย
ตอนนี้กลับมาอเมริกาแล้ว เธอก็มานั่งวางแผนจะขุดบ่อปลาในที่ๆซื้อไว้
พี่ท่านจะเลี้ยงปลาดุกค่ะท่านผู้ชม  
ยังไม่จบนะคะ มีมาถามดิฉันอีกนะว่า ถ้าเค้าซื้อที่ให้อีกแปลง แล้วให้ช่วยเค้าเลี้ยงหมูด้วย ดิฉันจะเอาไหม
กรรม...แบบนี้ไม่น่าให้ลองเลย หาเรื่องใส่ตัวชัดๆ แบบนี้ต้องโทษอาหารไทย อย่างเดียวเลยใช่ไหมคะ

จากคุณ : เรไรไอด้า


กระทู้ในดวงใจ..รักกระทู้นี้มากเลยครับ..ตามอ่านมาตั้งแต่แรกเลย..

ชอบอ่านเรื่องต่างแดน..ชอบอ่านเรื่องอาหารการกิน..

อยากให้กระทู้นี้อยู่ไปเรื่อย ๆ มีเพื่อน ๆ มาเล่าเรื่องกันเยอะ ๆ ชอบอ่ะครับ.. ^^"

จากคุณ : ครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน


เข้ามาดันกระทู้ไม่ให้ตก
วันแรกๆอ่านมันมาก อ่านไม่หยุดอะ
หลังๆ เรื่องเริ่มน้อย ได้อ่านวันละนิดวันละหน่อยเองง่ะ T^T
ว่าแล้วกลับไปอ่านตั้งแต่ต้นใหม่อีกรอบดีกว่า อิอิ

จากคุณ : Kirihara


มาต่อให้นะ
เพื่อนผมมาจากรัสเซียมันชอบไข่เจียวเอามากๆมันบอกอร่อยที่สุดในโลก ซวยเราต้องทอดให้มันกินทุกมื้อที่อยู่เมืองไทย ตอนนี้มันทำเป็นเองละ กะเพื่อนคนนี้มีอะไรเล่าเยอะมากๆ เดี๋ยวมาต่อกระทู้ให้ใหม่นะ

จากคุณ : tubtord


คห. 699 คุณคงไม่ชำแหละหมูด้วยตัวเองใช่ไหม

ทำไมไม่ซื้อตามซุปเปอร์มาร์เก็ตล่ะ

จากคุณ : MochaCoCo


หมูเมกาเหม็นสาบครับ

จากคุณ : หนุ่มนอก


เข้ามาอ่านทุกวันเลย ติดหนึบ >0<

จากคุณ : Sweetest Love


คห 699 เลี้่ยงเองเลยเหรอ แล้วจะกล้าฆ่ามันเหรอ project ใหญ่นะเนี่ย

จากคุณ : normal_flora


รอ 702 รีบกลับมาเล่านะคะ

จากคุณ : ยืนงงในดงแมว


เพื่อนลูกเป็นอเมริกันเชื่อสายแมกซิกัน หุงข้าวสวยโดยการเอาข้าวใส่น้ำตั้งไฟ  ก็ข้าวต้มดีๆ นี่เอง อันนี้ลูกเรายี๊เขา

ก่อนลูกไปฝึกงานที่อเมริกา ถามแม่ไว้ก่อนแล้วว่า ไม่มีหม้อหุงข้าวจะหุงยังไง

ง่ายนิดเดียวก็เอาข้าวใส่น้ำใส่ชาม เข้าไมโครเวฟ เรียบร้อย  6-7 นาทีก็ได้ข้าวแบบนึ่งเด็กอเมริกันเห็นแล้วงง ทำไมตรูไม่ทำง่ายๆ อย่างนี้มั่งฟะ

ลูกทอดไข่เจียวกินวันหยุด ทั้งหอเดินตามกลิ่นไข่เจียวมาเป็นแถวเลย

อีกวันลูกเข้า M (แม่เล่นเป็นแต่ M) มาถาม ผัดไทยทำไง เพื่อนฝรั่งอยากกิน    หาในยูทูปสิลูก เค้าบอกสูตรมี แต่ไม่มีของบางอย่าง  เราบอก ผัดซีอิ๊วง่ายสุด ใส่ผักเยอะๆ เข้าไป ใส่ซีอิ๊วขาวก็ได้  
ฝรั่งเลยรู้จักผัดซีอิ๊ววันนั้น

มาปั่นกระทู้เลยต้องเอาเรื่องของลูกมาเล่า ตัวเองไม่เคยไปไหนเกินฮ่องกง  ไม่อยากให้กระทู้ซา ช่วยๆมาเล่ากันหน่อย

จากคุณ : lotech58


699 สามีคุณพูดเล่นรึเปล่าคะ อย่าฆ่าสัตว์เองเลยค่ะ(ทั้งปลาทั้งหมู) เวรกรรมมันมีจริงนะคะ
มีครอบครัวคนรู้จักทำอาชีพประมง ปรากฏว่าจู่ๆพ่อกะลูกเค้า(วัย20ต้นๆ)เกิดป่วย เสียชีวิตในเวลาไล่เลี่ยๆกันเลยค่ะ

จากคุณ : urslave


ตอบ คุณ คห.ที่ 703,706,709 เรื่องเลี้ยงหมูนี่ ดิฉันขอผ่านไปแล้วค่ะ อธิบายให้สามีเข้าใจแล้วเรียบร้อย เค้าเลยยกเลิกแผนนี้ไปแล้วค่ะ

มีอีกเรื่องจะเล่า เมื่อสองปีก่อน ตอนกลับบ้าน ดิฉันพาสามีไปบ้านเพื่อน แล้วเพื่อนก็เอามะม่วงอกร่องมาให้กิน พอสามีชิมแล้วก็ติดใจใหญ่ คือปกติสามีจะไม่กินมะม่วง สงสัยที่อเมริกาจะไม่ถูกปากเค้ามากๆ เพราะซื้อมาทีไร เค้าไม่กินเลย
พอวันหลังดิฉันไปตลาด เลยซื้อมะม่วงอกร่องมาให้ มีการเอามะม่วงไปเก็บไว้ แล้วบอกว่าจะเอาไปกินที่ กทม ด้วย พอตอนบินกลับ กทม.เนี่ยตลกมาก พี่ท่านแต่งตัวดูดีมาก  แต่เอาถุงมะม่วงผูกไว้ด้านนอกกระเป๋า มันก็ห้อยต่องแต่งอยู่อย่างนั้น เดินไปไหนก็มีแต่คนมอง ดิฉันก็ขำๆแต่ไม่ได้พูดอะไร
ทีนี้เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา อยู่ดีๆสามีก็มาขอร้องให้โทรไปขอร้องแม่ดิฉัน ให้ท่านช่วยเพาะเมล็ดไอ้เจ้ามะม่วงอกร่องเนี่ยให้หน่อย บอกดิฉันว่า กลับไทยรอบหน้า จะกลับไปปลูกเอง...เหอๆ

จากคุณ : เรไรไอด้า


อ่านกระทู้นี้แล้วมีความสุขมากกก

นึกถึงเวลาตัวเองไปต่างประเทศ ทำไมตรูรอกินของเค้าอย่างเดียวเลยว๊า
คราวหน้าได้ไปอีกจะจัดเต็มให้สมกับครัวโลกเล๊ย

จากคุณ : Right or Wrong..?


มาเล่าบ้าง เมื่อ 3 ปีก่อนเพื่อนที่ไปเรียนต่อที่อเมริกากลับมาเมืองไทย มาพร้อมกับแฟนและพ่อแม่ของแฟน มีอยู่วันนึงเพื่อนกับแฟนต้องไปทำธุระเลยวานให้ผมช่วย ไปดูแลพ่อแม่ของแฟนให้หน่อย พอไปถึงก้จะพาเค้าออกไปเที่ยวในกรุงเทพคิดโปรแกรมไว้เสร็จสรรพว่าจะพาไปไหนบ้าง  แต่ก่อนออกจากบ้านเพื่อนมาบอกว่าพ่อแม่ของแฟนกิน มังสวิรัต ทั้งคู่เลยนะ ความซวยมาตกที่ผมเลยว่าจะพาไปไหนดีและจะไปกินกลางวันยังไง โชคดีที่ช่วงนั้นมันเป็นช่วงกินเจพอดี ผมเลยพาไปเยาวราช พาตะลอนกินตั้งแต่หัวถนน จน ท้ายถนน พ่อแม่แฟนเพื่อนชอบมาก  กินมันทุกร้าน ร้องอเมซซิ่ง ตลอดทาง พอสุดถนน พ่อแม่แฟนเพื่อนบอกว่าขอเดินย้อนกลับไปอีกที สรุปแล้ววันนั้นทั้งวันไม่ได้ไปไหนเลย เดินมันตั้งแต่ 11 โมงยัน 6 โมงเย็น ตอนนั่งรถกลับบ้านเค้าบอกว่าอาหารมังสวิรัตไทยอร่อยมากๆๆไม่เคยกินที่ไหนมาก่อน  พรุ่งนี้จะมาอีก พอส่งเสร็จ ตอนดึกคืนนั้นเพื่อนโทรมาถามว่าพาพ่อแม่แฟนไปไหนมาเนี่ย พ่อแม่แฟนเค้าถึงกับบอกว่าจะมาเมืองไทยช่วงนี้ทุกปี จนบัดนี้พ่อแม่ของแฟนเพื่อนยังคงมากินเจที่ไทยทุกปีทุกปี หุหุหุหุ

จากคุณ : nunutkub


มาเล่าอีกรอบ

สงกรานต์ปีนี้ไปเที่ยวบ้านพ่อแม่ของสามีที่ fishkill newyork  ซึ่งมีการจัดปาร์ตี้งานแต่งงานด้วยค่ะ
อาหารมื้อแรกต้อนรับลูกสะใภ้หมาดๆด้วย ข้าวสวยและผัดผักรวมใส่กุ้ง ฝีมือน้องชายสามี
น้องชายสามีชอบทำอาหารมากค่ะ อร่อยด้วย ในงานปาร์ตี้ก็เป็นฝีมือน้องชายคนเดียว ทั้งคาวทั้งหวาน

ด้วยความที่พ่อแม่กลัวเราจะกินอาหารบ้านเค้าไม่อร่อย เพราะเราทานรสจัดทั้งเค็มทั้งเผ็ด
ดังนั้น ทุกมื้อที่เรากินอาหารที่บ้าน แม่จะเอาขวดน้ำปลาและขวดพริกป่นมาวางไว้ให้เราปรุงรสเพิ่มเติม น่ารักจริงๆ  ^_^

ก่อนถึงวันงานญาติของสามีมาเต็มบ้าน น้องชายทำสเต๊กเนื้อ แต่เผอิญเราไม่กินเนื้อ แม่เลยบอกว่าอยากกินอะไรก็ทำเองเลยลูก

เราเลยงัดเอามาม่าต้มยำกุ้งที่ซื้อมาจากไชน่าทาวน์ ผัดใส่ไข่ เนื้อไก่ และผักแช่แข็ง(ที่เป็นผักรวมพร้อมปรุง)
ผัดกระทะใหญ่เลย ด้วยความเมามัน โดยเราไม่ได้ปรุงรสเพิ่มนะ แค่ใส่ผงเครื่องปรุงในซอง ก็กลิ่นหอมไปทั้งบ้านแล้ว
ระหว่างนี้ญาติๆสามีก็มาเมียงๆมองๆ สามีก็ถ่ายรูปใหญ่ เมียโชว์ฝีมือทำกับข้าวครั้งแรก อิอิ

ผัดเสร็จเอากระทะมาวางที่โต๊ะอาหาร พร้อมสเต๊กเนื้อของน้องชายสามี ประมาณ east meet west เลยทีเดียว

ปรากฎว่ามื้อนั้นเราได้กินผัดมาม่าแค่นิดเดียวค่ะ เพราะสามีก็กินด้วย แม่สามี ซึ่งไม่กินเผ็ดเลยก็ขอลองชิม
รวมทั้งญาติๆเค้าด้วย แย่งเรากินจนเกลี้ยงแทบไม่ต้องล้างกระทะเลย หมดแล้วถึงหันไปกินสเต๊กเนื้อ  
- -"  ปล่อยให้เราหิวอยู่คนเดียว กินไม่อิ่ม

จากคุณ : madam wilson (madam wilson)


คั่น ผมอ่านถึงตรงนี้ครับ


lovelovelovelovelovelovelove

จากคุณ : PandaMAN7777777


ติดตามอ่านมาตลอด วันนี้ขอตอบหน่อย

รู้สึกภูมิใจในอาหารไทยมากจริงๆ ครับ

จากคุณ : หนุ่มจันทร์เจ้า~สาวกาสะลอง


สำหรับใครที่ตามอ่านและจำไม่ได้ว่าถึงไหน
http://www.pantip.com/cafe/klaibann/topic/H11424433/H11424433.html
เติม#และตามด้วยหมายเลขความเห็นสุดท้ายที่อ่านเลยค่ะ
ตัวอย่างของเรา
http://www.pantip.com/cafe/klaibann/topic/H11424433/H11424433.html#715

ปล.หลาย ๆ ท่านคงทราบแล้ว แหะ ๆ 
ปล.อีกที ... จำมาจากในนี้แหละค่ะ แต่จำไม่ได้ว่าใครช่วยบอก

จากคุณ : WakingMyselfUpFromTheDream


เข้ามารออ่านกระทู้นี้ทุกวัน  ใครมีเรื่องอะไรก็เข้ามาเล่าหน่อยนะคะ เราชอบเรื่องนี้มาก ส่วนตัวไม่มีเรื่องมาเล่า  แต่อยากฟังคนอื่นเล่าค่ะ

จากคุณ : มะลิ (mali2012)


ความเห็นที่ 717 คุณมะลิคะ เช่นกันค่ะ เข้ามาทุกวันเลยค่ะ แต่ไม่มีเรื่องมาเล่าอย่างใครเขา

จากคุณ : จางเอินฮุ้ย


เข้ามาโหวต

จากคุณ : ชื่อที่ไม่มีใคร


น้องสาวไปเยี่ยมแม่แฟนที่รัสเซีย .....จากกรุงเทพถึงมอสโคว ก็นั่งเครื่องเหนื่อย แต่แฟนน้องสาวอยากจะอวดแม่ตัวเองว่าน้องสาวผมทำอาหารไทยได้ ก็เลยคะนั้นคะยอให้น้องสาวทำอาหารไทยให้แม่ทาน แต่ด้วยความขี้เกียจ+เหนื่อยจากการเดินทางน้องสาวเลยไม่ค่อยจะโอเค พยายามจะบอกว่าวันหลังดีกว่าไม๊ วันนี้ตูเหนื่อยอยู่ พ่อก็ไม่ยอมงอแงจะให้ทำให้ได้ ก็เลยต้องทำให้ ถึงบ้านน้องสาวเลยปรี่เข้าครัวทำไข่เจียวกับผัดผักโง่ๆ อีกหนึ่งจาน
แม่แฟนหนุ่มเห็นไข่เจียวใส่หอมแดงเลยถามว่านั่นมันคืออะไร....ไอ้แฟนรัสเซียนิสัยซูเนโอะก็เลยบอกแม่ตัวเองว่านี่คือ ออมเล็ตใส่หอมแดงแม่ทำเป็นอ่ะป่าวววววว

  น้องสาวผมเล่าว่าอายมาก พออยู่สองคนก็เลยต้องหวดสั่งสอนไปสองสามที เมิงจะโม้ทำไม ก็แค่ออมเล็ตใส่หอมแดง มันน่าอวดตรงไหนฟร่ะ-*-  ผมเลยถามน้องว่าแล้วใส่น้ำปลาไหม น้องสาวบอกว่าใส่ แต่ไม่ให้รู้ มื้อแรกผ่านไปด้วยดี

 มื้อที่สองแฟนขี้อวดเอาอีก อยากประกาศให้โลกรู้ว่าแฟนตูทำต้มยำกุ้งเป็น มื้อนี้โดนขอร้องตั้งแต่อยู่เมืองไทยว่าช่วยทำให้แม่ตูกินหน่อยเพราะไม่มีปัญญาพาแม่ไปกินร้านอาหารไทย = = ก็เลยจัดเต็ม ขนเครื่องไปครบ  ...ผลคือได้รับคำชมเชยมากถึงขนาด ยูควรเปิดร้านอาหารไทยที่นี่นะ...น้องสาวผมเล่าให้ฟัง แบบหมั่นใส้หน่อยๆ ว่าอยากจะบอกว่าในบรรดากับข้าว
 ต้มยำกุ้งมันเป็นอะไรที่ง่ายสุดแล้ว แค่ตั้งน้ำให้เดือดใส่เครื่องให้ครบและถูกต้องตามลำดับยังไงก็อร่อย...จะให้แม่ครัวระดับหางแถวเปิดร้านอาหารกันเลยทีเดียว มันเว่อร์จะไปไหม

  มีเรื่องที่น่าสนใจอยู่อย่าง คือน้องสาวบอกว่าฝรั่งหลายๆคนมีธรรมชาติไม่รู้จักดัดแปลง ทุกๆอย่างจะมีรูปแบบและสูตรที่ชัดเจน อย่างสมมุติว่ามีอาหารกระป๋องอยู่แต่ไม่ใช่ฝาแบบเปิดได้ แล้วดันทะลึ่งหาที่เปิดไม่เจอพวกก็จะยืนบื้อและทนหิวจนกว่าจะมีใครมาเปิดให้ แต่คนไทยถ้าอยู่ในสถานการณ์นั้น กรรไกร มีด ไขควงหรือ อะไรที่พอหาได้จะเอามางัดจนออกนั่นแหละ.......บางที คำว่ามักง่ายกับคำว่ารู้จักดัดแปลงมันก็จะเหมือนเป็นคำเดียวกันแฮะ

 เพื่อนฝรั่งหลายๆคนที่มาเมืองไทย มักจะพูด คำว่า ออซัม กับอะไรพื้นๆที่เรานึกไม่ถึง อย่างโรตีสายไหม หรือรถเข็นผลไม้  .... มันออซัมตรงไหนฟร่ะ บ้านๆมาก -  -

จากคุณ : ณ ดินแดนแห่งความบ้าคลั่ง


อิทธิฤทธิ์เบียร์ไทย
เป็นที่รู้กันว่าฝรั่งชอบดื่มเบียร์ช้างมาก สามีเราก็เช่นกัน
ตอนอยู่เมืองไทยไปที่ไหนก็ช่าง ต้องสั่งเบียร์ช้างตลอด
เมื่อเมษายนที่ผ่านมาเราไปหาสามีที่นิวยอร์ก โดยพักที่บ้านของพ่อและแม่เค้าที่เมือง fishkill ทางตอนเหนือของนิวยอร์ก
ทีนี้ทุกวันก็ต้องนั่งรถไฟมาลงที่ grand central เพื่อเที่ยวใน manhattan
ทุกครั้งที่มาถึงสถานี grand central  เราต้องไปเข้าห้องน้ำที่ชั้นล่าง โดยสามีจะยืนรออยู่หน้าห้องน้ำ
ออกจากห้องน้ำทุกครั้งก็จะเลี้ยวซ้าย กลับขึ้นชั้นบนแล้วออกจากสถานี

มีอยู่วันนึงเดินออกมาจากห้องน้ำ เจอสามี ยืนยิ้มกว้างรออยู่บอกว่า ฮันนี่ ไอเจอร้านอาหารไทยในนี้ด้วยแหละ
แล้วพาเราไปดู ร้านอยู่ทางขวามือ ถ้าเราออกจากห้องน้ำค่ะ เลยไม่เคยเห็นมาก่อน
เราดูๆอาหารแล้วเลยคุยกันว่าเดี๋ยวจะกลับค่อยมาซื้อละกัน ตอนนี้ยังอิ่มอยู่

ขากลับ เราแวะเข้าห้องน้ำก่อนกลับบ้าน เสร็จก็ชวนสามีไปแวะร้านอาหารไทยที่ว่า (ลักษณะเป็นเคาท์เตอร์ มีตู้กระจกขายอาหารปรุงสำเร็จ และน้ำดื่ม และแน่นอน มีเบียร์ไทยด้วย)
เราซื้อชาเย็น 1 แก้ว ถามสามีเอาไรมั้ย สามีไม่พูดพร่ำทำเพลง เอาเบียร์ช้าง 1 ขวด (ขวดเล็ก) จริงๆ คงอยากดื่มมากกว่า 1 แต่เราให้ซื้อขวดเดียว
ระหว่างทางนั่งรถไฟกลับบ้านเราก็จิบชาเย็นไป ส่วนสามีก็กระดกเบียร์ช้างไป ระหว่างนั้นเราหยิบกระเป๋าเป้ของสามีมาจะดูรูปที่ถ่ายมาวันนี้ซะหน่อย
ปรากฏว่าไม่เจอกล้องถ่ายรูปค่ะ แต่เจอขวดเบียร์ช้างซ่อนอยู่อีก 1 ขวด
คาดว่าแอบซื้อตั้งแต่ตอนเราอยู่ในห้องน้ำ แล้วมาทำเนียนซื้อขวดเดียวตอนเราอยู่ด้วย (สามีโดนเราจำกัดเครื่องดื่มแอลกกฮอล์ค่ะ เพราะไม่อยากให้อ้วนลงพุง)

พอสามีเห็นว่าเราเจอขวดเบียร์ที่ซ่อนไว้ ก็ตามสูตรค่ะ ไอขอโทษนะฮั่นนี่ แต่เบียร์ช้างมันอร่อยจริงๆ ไออยากกิน 2 ขวด มันไม่เป็นไรหรอก หมอยังบอกเลยว่าดื่มเบียร์วันละ 2 ขวด ดีต่อสุขภาพ  - -“  อ้างเงี้ยะตลอด
เราเลยแกล้งงอนไม่คุยด้วย โทษฐานไม่เชื่อฟังภรรยา   นั่งคอแข็งตามองออกนอกรถไฟ ประหนึ่งเป็นนางเอกมิวสิควีดีโอ มีน้ำตาคลอประกอบการแสดงเล็กน้อย
ส่วนสามีด้วยความเสียใจที่ทำให้ภรรยาโกรธกริ้ว คุณเธอเปิดเบียร์ขวดใหม่ นั่งจิบไปตลอดทางพร้อมกับงอนง้อเราเป็นระยะ กว่าเราจะดีด้วยก็เกือบถึงบ้านค่ะวันนั้น
เรามาถามเค้าทีหลังว่าเห็นเราโกรธ ทำไมยังกินเบียร์อยู่อีก เค้าบอกว่าก็มันอร่อย เค้าเสียดายไม่อยากทิ้ง อีกอย่างเบียร์ช้างในนิวยอร์กมันแพงงงงงงงนะฮั่นนี่ - -“

กันยายนนี้ สามีจะย้ายมาอยู่เมืองไทยลองเดาซิคะว่าเค้าจะอาบเบียร์ช้างเลยมั้ย

จากคุณ : madam wilson


ตามอ่านตลอดค่ะ คิดว่าตัวเองไม่มีเรื่องเล่า แต่พอลองนึกๆดูก้อพอจะมีบ้าง แต่ก้อไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่
คือมีญาติเป็นคนฮ่องกง ปีหนึ่งจะมา กทม อย่างน้อย2ครั้ง
มาทีไรก้อ ร้านสมบูรณ์ ซีฟู๊ด สั่งปูผัดผงกระหรี่ตลอด
จะชวนไปกินอย่างอื่นก้อไม่ยอม
เราว่าอร่อยอย่างเดียว แต่กินบ่อยๆมันก้อเบื่อ แถมยังแพงงงงงงงอีก
อยากให้ลองกินอย่างอื่นบ้าง
แต่ที่เค้ามา กทม เพื่อมากินโดยเฉพาะค่ะ ไม่เที่ยวไหนเลย วันๆก้อตระเวนกินอย่างเดียว
ติดใจก๊วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาด้วยค่ะ เค้าว่าที่ฮ่องกง ไม่หอมและอร่อยเท่า

จากคุณ : KaLaMunGG_G


สมัยเรียนมหา'ลัยมีนิสิตแลกเปลี่ยนมาจากญี่ปุ่น ตอนแรกๆ เริ่มเชื่อมสัมพันธ์กันด้วยการชวนกันไปกินข้าวที่โรงอาหารคณะหลังหมดชั่วโมงเรียน เพื่อนใส่เครื่องแบบนิสิตดูเผินๆ ก็เหมือนคนไทยแค่ผิวขาวมากหน่อย (ที่จริงเธอเป็นนิสิตแลกเปลี่ยนระดับป.โท ไม่ต้องใส่เครื่องแบบ แต่เธอบอกว่าอยากใส่เพราะมหาวิทยาลัยที่ญี่ปุ่นไม่มีเครื่องแบบใส่กัน เธอเลยตื่นเต้นที่ได้ใส่เครื่องแบบนิสิตไทย)

กลับเข้าเรื่องของกินต่อ ไปนั่งกินข้าวที่โรงอาหารคณะ เธอทำให้เราอึ้งกับการกินก๋วยเตี๋ยว เธอใช้สองมือยกชามขึ้นซดน้ำซุปดังโฮก กระดกจนหมดชาม o_O" คนอื่นๆ ในโรงอาหารมองกันตรึม! พอถามก็ได้ความว่านี่เป็นธรรมเนียมการกินก๋วยเตี๋ยวของคนญี่ปุ่น ต้องกินเสียงดังและยกชามซดแปลว่าอร่อย เราก็อธิบายว่าคนไทยถือว่าการกินแบบนี้ไม่สุภาพ เธอก็ยิ้มแหยๆ บอกว่ามิน่าตอนวันแรกไปกินข้าวกลางวันกับอาจารย์ที่ปรึกษา ทำไมคนมองทั้งโรงอาหาร อาจารย์ก็มีท่าทีแปลกๆ -_-"

ลองหาของแปลกๆ ให้ลองชิม ซื้อเมี่ยงคำไปฝาก ตอนแรกต้องสาธิตวิธีการกินให้ดู เธอตื่นตาตื่นใจมาก พอได้กินก็เคี้ยวตุ้ยๆ บอกรสชาติแปลกแต่อร่อย สุดท้ายสองคนซัดกันเรียบทั้งชุดห่อใหญ่ 555+

จะหาของขวัญแบบไทยๆ ให้ เห็นเธอมีชุดยูกาตะมาด้วย บวกกับได้เห็นรูปตอนเธอรับปริญญาตรีที่ญี่ปุ่นใส่ชุดฮากามะ ก็เลยได้ไอเดียหาชุดไทยให้ดีกว่า สมัยนั้นเราก็ยังเรียนอยู่ เบี้ยน้อยหอยน้อย ไม่มีปัญญาซื้อชุดไทยผ้าไหมสวยๆ แบบแต่งออกงานหรือแบบที่ใส่ประกวดนางงาม ก็เลยจัดชุดไทยพื้นบ้านแบบตระเวณหาแถวพาหุรัด ได้เสื้อคอกระเช้า+ผ้านุ่งพิมพ์ลายไทยผืนใหญ่แบบไม่ได้เย็บติดเป็นผ้าถุง+เข็มขัดสเตนเลส

เอาไปให้ที่ห้องพัก บอกว่านี่คือชุดไทย เธอก็ตื่นเต้นดีใจ แต่แน่นอนว่านุ่งผ้าทั้งผืนใหญ่ไม่เป็น เราก็เลยช่วยเธอใส่ นุ่งผ้าม้วนชายเหน็บหลังเป็นโจงกระเบน คาดเข็มขัดทับกันผ้านุ่งหลุดเพราะเราก็นุ่งไม่ค่อยเป็น ตบท้ายด้วยเสื้อคอกระเช้า เธอชื่นชมโจงกระเบนมากกก บอกว่าคนไทยเก่งผ้าเป็นผืนไม่ต้องตัดเย็บอะไรให้ยุ่งยากก็เอามานุ่งใส่ได้ทะมัดทะแมงเหมือนกางเกง เธอชอบเพราะใส่แล้วเดินเหินสะดวก ไม่เหมือนชุดกิโมโนที่การใส่ยุ่งยากมาก แถมใส่แล้วเดินเหินไม่สะดวก ต้องซอยเท้าก้าวเล็กๆ ถี่ๆ เราคนไทยได้ฟังก็หน้าบานเป็นกระด้งกันไป ^___^

จากคุณ : ซาเล้งแมน


เข้ามาโหวตให้เป็นกระทู้แนะนำต่อไป ^____^

มาเล่าให้ฟังอีกเยอะๆ นะคะ รออ่านอยู่ทุกวันเลย

จากคุณ : Sweetest Love


#723 เรื่องราวน่ารักมากๆเลย

ยังโหวดให้ต่อไป :D

จากคุณ : Lalawolf


เปิดอ่านมันทุกวัน

จากคุณ : 1111-confirm I'm fat


กลางเดือนนี้ เราจะส่งนักเรียน 40 คน และครู 4 คน ไปเข้าร่วมโครงการค่ายเยาวชนไทย - มาเลเซีย ครั้งที่ 8   ณ รัฐมะละกา  มาเลเซีย  เมื่อปีก่อนไทยเป็นเจ้าภาพ  ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ของโครงการแล้ว คุณหนูคนไทยยังได้ดูการเปิบข้าวมันไก่ทอดด้วยมือของเยาวชนมาเลฯ ซึ่งเจริญอาหารไทยมากๆ บอกว่า อาหารไทยอะไรก็อร่อยไปหมด ขนาดเครื่องดื่มชูกำลังของไทยยังขายดิบขายดีจนต้องบอกว่า อย่าดื่มมากเกินไป หลังจากเด็กมาเลฯ กลับไปแล้วยังส่งเมลมาบอกว่า เป็นโรค Thai foodsick ครับ

       ก่อนส่งออกไปมาเลฯ ก็ต้องจัดปฐมนิเทศเพื่อเตรียมความพร้อม ทั้งด้านการปฏิบัติตัว การปฏิสัมพันธ์ การนำเสนอเกี่ยวกับประเทศไทยและการรำไทย ( ขาดไม่ได้เลยครับ )  วันแรกวิทยากรใช้เวลาทั้งวันและตอนค่ำในการละลายพฤติกรรมให้ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันและทำงานร่วมกันเป็นทีมในสังคมใหม่   วันต่อมาเชิญครูนาฏศิลป คุณครูฝึกสอนและน้องๆนางรำในสังกัดมาช่วยฝึกซ้อมรำไทยโดยมีโจทย์ที่ท้าทายผู้ฝึกสอนและผู้เรียนมาก คือ นักเรียนจะต้องรำฟ้อนไหม 1 ชุด รำเซิ้งกะโป๋  1 ชุด และแห่รำเทิดเทิง 1 ชุด ให้ได้ภายในวันครึ่ง  ก็ประสบผลสำเร็จเกินคาด แสดงถึงความตั้งใจของทุกฝ่ายครับ   พลบค่ำเพื่อนอเมริกันที่มาเยือนไทย หลังจากโฉบดูบรรยากาศข้าวสารโรดแล้วก็แวะมาหาที่โรงแรมซอยสามเสน 2

      ละแวกสามเสน 2 นี้ มีร้านรวงต่างเปิดรองรับชาวต่างชาติเข้าใจว่าเป็นส่วนขยายมาจากบางลำพู ผมพาเพื่อนไปนั่งร้านซีฟูด มีชาวต่างชาตินั่งดื่มกินกันมากมาย ได้ยินทั้งภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาเลี่ยน แม้กระทั่งญี่ปุ่น ผมสั่งหอยแครงรวก หมึกสดปิ้ง และปูทะเลตัวเขื่องเผา หลังจากเชียร์ด้วยน้ำสีทองฟองนุ่มๆแล้ว ผมก็เริ่มนำร่องชิมหอยแครง เพื่อนทำตามกลัวๆกล้าๆเก้ๆกังๆ แต่พอตัวที่สี่ก็คล่อง ส่วนหมึกสดปิ้งคนขายหั่นเป็นชิ้นๆแล้วทานไม่ยาก มาถึงปูทะเลเผาใหม่ สด และเนื้อหอมหวาน ถึงแม้จะตัวไม่ใหญ่เบ้งอย่างปูอลัสก้าหรือปูฮอกไกโด แต่ในความรู้สึกของผมนะครับ รสเลิศกว่าเยอะเลย  เราสองคนชิมเพลินไปถึงสี่ตัว เพื่อนบอกอร่อยมากๆ ไม่แวะมาละเสียใจแย่ พอตอนคิดเงิน ฝรั่งตกใจอ้าปากค้างอีก เพราะอาหารเต็มโต๊ะ และเบียร์สี่ขวด รวมราคาพันบาทกว่าๆ แค่ US$ 30 กว่าๆเองครับ

จากคุณ : jackrapan (Jack Happy)


มีตอนที่ไป WAT ที่อเมริกาค่ะ ตอนนั้นคิดว่าไป 3 เดือนต้องคิดถึงอาหารไทยแน่เลย เลยพยายามนึกว่าเอาอะไรไปดี ก็มีพวกมาม่าอะไรเหมือนคนทั่วไปแหล่ะค่ะ แต่เราพกลูกอมมะขามไปด้วย เพราะกะว่าจะกินแก้ง่วง
พอไปทำงานชอบมีเพื่อนฝรั่งมาบอกว่าอยากกินอาหารไทยๆ แต่ไอ้เราก็ทำไม่เป็น มีแต่มาม่าก็ทำให้กิน เพื่อนชอบกรี๊ดกร๊าดกันสักพัก ก็หมด (พอดีเอาไปน้อย)

ทีนี้ไม่รู้เอาไงดี เลยพกลูกอมมะขามที่ห่อม่วงๆ อ่ะค่ะ มาแจก เพื่อนงงใหย่เลยว่าอะไร บอกว่า แทมารีนเค้าก็ไม่รู้จัก ก็บอกว่าไม่ต้องรู้หรอก กินไปเลย 555+
พออมแรกๆ ก็ทำหน้าขมุกขมัว สยึมกึ๋ยกันใหญ่เลยค่ะ แต่พออมไปเรื่อยๆ เคี้ยวๆ กลืน โอ้ววว อร่อยมาก ขอกันอีก ทั้งวันอ่ะ เราก็ไม่รู้ว่าทำไมกินเร็วจริง พอไปเจอมันแกเคี้ยวแค่นั้นแหล่ะ เฮ้ยยยยย เค้าให้อม โอ้ววว มิน่าหล่ะ

แล้วบางคนจะชอบขอกลับไปให้เพื่อน ให้ที่บ้านเค้ากินกันอีก ติดใหญ่ใหญ่เลย เลยบอกวา่กลับไทยจะส่งไปให้กินละกันนะ 555

จากคุณ : Piyako


อ่านทุกครั้งก็หิวทุกครั้ง
รักกระทู้นี้ที่สุดในโลก

จากคุณ : nangfarnaram


อ่านกี่ทีๆ  กระทู้นี้ก็ยังคงเป็นกระทู้ปล้นกีบเหมือนเดิมทู๊กที ฮ่าฮ่าฮ่า

จากคุณ : rainyjerry


มาอีกแล้นนนนนค่า เก็บตกวันละเล็กละน้อยมาเล่า เหตุการณ์สดๆร้อนๆทั้งน้านนนน เราว่า กระทู้นี้ มัน Born to ให้เรามาเล่าอะไรทีเจอกุ๊กๆกิ๊กๆอยู่ทุกวันเนี่ยแน่ๆเลย

เพราะว่า แฟนเราอ่ะ เป็นฝรั้่งคุณชายมากกกก ชอบเก๊กอมภูมิ ไม่เคยทำท่าตื่นเต้นอะไรเลย แถม ออกจะดูถูกของไทยด้วย ส่วนเพื่อนๆของคุณชายที่มาเที่ยวบ้านเนี่ย ก้อจะมีทั้ง Thai food fan จ๋าาามาเลย มาทีไรอ้อนขอกินอะไรก้อได้ซักจาน กับ เพื่อนกลุ่มที่ เรื่องเยอะ เรื่องมาก กินยาก ข้อห้ามเพียบ แล้วกลุ่มนี้ก้อจะมาบ่อยกว่ากลุ่มแรกด้วย ลองนึกดู ยิ่งมาอยู่กับแฟนเรา กว่าจะหาอะไรให้กินได้ นึกแล้วนึกอีก ต้องทำแบบบเสี่ยงๆไปเลยแบบว่า ทำเสร็จแล้ว ถ้ากินก้อมา ถ้าไม่กิน ก้อจะเอาไปออฟฟิศวันพรุ่งนี้ (ฝรั่งที่ออฟฟิศ เป็นสาวกอาหารไทยไปแล้ว อะไรก้อเอาหมดดด) วันก่อน เราอยากกินแกงป่ามากกก ตอนกลับบ้านแวะซื้อเครือ่ง ไม่เคยทำหรอก แต่หาสูตรๆ แล้วก้อซื้อๆของกลับบ้านมาเลย กะว่า ทำแล้วจะกินคนเดียว ที่เหลือเอาไปที่ทำงาน ส่วนอีคุณแฟนกับเพื่อนเรื่องมาก ให้สั่งพิซซ่าไปละกัน ขี้เกียจ ไปอ้อนวอนให้ชิม เราก้อทำไปเลยนะ พวกฝรั่งก้อนั่งเล่นเกมส์จิบเบียร์ไป ซักพัก ได้ยินเสียงตะกาย โอยยยๆๆๆ แล้วอีคุณแฟนก้อชะโงกหน้ามา ทำอะไรเหรอเบบี๋ เราก้อเลยเรียก แกงป่าอ่ะ (แต่เราไม่ได้บอกว่า ใส่กุ้งสับ ปนกับ ไก่สับ) จะกินมะละ ทำเยอะ ถ้ากินได้ก้อจะจัดให้ ถ้าไม่กิน ก้อไม่เป้นไร เอาไปให้ที่ออฟฟิศ

อีคุณแฟนเรา ตะโกนไปเรียกเพื่อนๆที่ระเบียง เห้ย มาชิมๆ แค่นั้นแหละ เสียงตะกายวิ่งมากัน ชิมกันใหญ่ แล้วร้อง โอว อร่อยๆ มันหอมมากเลยนะเนี่ย หอมจนพวกชั้นทนไม่ไหว เราก้อเลยอก เอาสิ ไปนั่งจะตักข้าวไปให้ เราตักไปสามชุด กินกันเรียบ ข้าวก้อไม่เหลือ น้ำแกงก้อหมด เอากะเค้าซิ พอกินเสร็จ อีคุณเพื่อนถาม ใส่เนื้ออะไรเหรอ อร่อยมากกกก 5555 แกเสร็จชั้น (อีคนถาม ไม่ชอบกินกุ้ง ทั้งๆที่ไม่แพ้) ตอบไปตรงๆ เนื้อกุ้ง หนุ่มหล่อ อึ้งไปสี่วิ ไม่จริงอ่ะ เราบอก ไปดูเซะ เปลือกกุ้งอยุ่ในถังขยะอ่ะ เค้าก้อไปดูจริงๆนะ พอเห็นแล้ว กลับหัวเราะ แฟนเราก้อหัวเราะ เห้ยยย กินกุ้งเป็นแล้ว ดีใจด้วยนะ สรุป เราทำให้อีตานี่ กินกุ้งเป็น ด้วยแกงป่า บ้านเรา แต่ได้ยินมาว่า กุ้ง ใส่กับข้าวอย่างอื่นก้อยังไม่กินอยุ่ดีนะ แต่ว่าพอมาบ้านเราทีไร ถามหาแต่ แกงป่ากุ้งสับ เหอเหอะ รู้จัก อาหารไทย น้อยไปละนาย

เพิ่งเจอเราจัด ทอดมันกุ้งสดข้าวโพด ไปอีกดอก ตายไปเลย

แต่มีเรื่องฮา ของอีคุณแฟนเรา หนักกว่านี้ แฟนเราเกลียดกระปิ มากกก ขอร้องเราเลยว่า อะไรที่ใส่ไอ้เนี่ย ไม่กินนะ แต่หารู้ไม่ว่า เราทำกระปิให้กินบ๊อยยย บ่อยย แถมพ่อคุณชอบมากด้วย ครั้งนึงเราเคยได้ปลามา เราเลยทำปลาผัดตระไคร้ แต่ต้องตำกระปิ ตะใคร้กระเทียม รวมกัน ก่อนลงไปผัดด้วย โหย เวลาตำเนี่ย ต้องซ่อนครก สุดๆเลย กว่าจะจกกระปิมาใส่ในครกได้ พอผัดแล้วก้อต้องรีบล้างครก เก็บหลักฐาน ตอนกินนะ หุย กินไม่เหลือเลยอ่ะ หุหุหุ อีกทีนึง น่าจะเมื่อเดือนก่อน เราอยากกินข้าวคลุกกระปิ มากกก ไปได้มะม่วงเปรี้ยว กับ กุนเชียง มาจากร้านไทย ก้อจัดไป ตอนคลุกข้าว ตอนผัดเนี่ย กว่าจะจกกระปิได้ แสนลำบาก ตอนมาเสริฟนะ อีคุณแฟนทำจมูกฟุดฟิด เราก้อกลัวเค้าจะจำกลิ่นได้นะ ก้อถามว่า ไม เหม็นเหรอ พ่อคุณส่ายหน้า ไม่อ่ะ หอมแปลกๆ เราต้องแสดงวิธีกินให้ดุว่า คลุกทั้งหมดนะ แล้วเวลากิน มันจะผสมรสในปากเรา อร่อยมากกกก เรากินไป ซี๊ดซ้าดไป เพราะใส่พริกเยอะ ส่วนพ่อคุณ ค่อยๆละเล็มกินไป ไม่มีชมซักคำ (ตามฟอร์ม) แต่กินไปจนจะหมดจานเลยยแหละ แล้วถามว่า ไอ้นี่ เค้าเรียกอะไร นั่น แสดงว่า พ่อชอบนะคะ แต่เราไม่กล้าบอกว่า ข้าวคลุกกระปิอ่ะ กลัวเค้าจะต่อต้าน เราเลยบอกว่า ข้าวยำ อ่ะ มั่วๆ ตามร้านอาหารไม่ค่อยมีขายหรอก ต้องร้านข้างทาง อิอิ

สรุป หลอกฝรั่งให้กินกุ้งเป็น กับ กินกระปิ ได้ ด้วย รสชาติอาหารไทย แท้ๆเลย

จากคุณ : สาวโรงงานในซูริค


กระทู้ทรงคุณค่า อัพเดทอ่านทุกสัปดาห์

จากคุณ : tormay


พอดีผมทำงานในบริษัทญี่ปุ่น และต้องทำหน้าที่รับรองแขกญี่ปุ่นเป็นประจำ รวมถึงเรื่องอาหารการกินด้วย ก็เลยมีข้อมูลที่น่าสนใจมาแลกเปลี่ยนครับ(ข้อมูลจากประสบการณ์ของตัวเอง เอาไปอ้างอิงทางวิชาการไม่ได้นะครับ55)
- 80% ของคนญี่ปุ่น(ที่ได้เจอ) ไม่ชอบผักชี
- 70% ไม่ชอบทุเรียน
- 90% ชอบมะม่วงสุก
- อาหารไทยที่คนญี่ปุ่นเกือบทุกคนทานได้ แล้วไม่มีปัญหาก็คือ บะหมี่น้ำ,ก๋วยเตี๋ยว,ผัดไทย เพราะลักษณะคล้ายๆอาหารบ้านเค้า(ราเม็ง,ยากิโซบะ)
- 50% ชอบส้มตำ และยำต่างๆ เช่นยำวุ้นเส้น
- 80% ชอบต้มจืด โดยเฉพาะต้มจืดสาหร่ายเต้าหู้
- 50% ชอบต้มยำกุ้ง(ที่ไม่เผ็ดมาก)
- 70% ชอบทอดมันกุ้ง
- 75% ชอบแกงเขียวหวานไก่
- 90% ชอบหมูปิ้ง ไก่ย่าง
และมีเพียง 1% เท่านั้น ที่ปฏิเสธอาหารไทยโดยสิ้นเชิง ซึ่งจะเป็นพวกที่ทานยาก และไม่ยอมลองอะไรใหม่ๆที่ตัวเองไม่คุ้นเคย

จากคุณ : p_rapeephan


ก็ ไม่ใช่ ก้อ/ กะปิ ไม่ใช่ กระปิ
รณรงค์การเขียนภาษาไทยให้ถูกต้อง เสริมกับอาหารไทยด้วยนะคะ
ขอบคุณค่ะ
นกดื่มชา

จากคุณ : งงมึนเอ๋อเซ่อเปิ่นหลง


เอ่อ เราเข้าใจคุณข้างบนนะคะ เราเรียนภาษาไทยมาจนจบตรี เป็นวิชาที่ทำคะแนนดีมาตลอดนะ ทุกศาสตร์ทุกศิลป์ที่เกี่ยวกับภาษาไทย ค่อนข้างจะทำได้ดีหมดเลย อันนี้ไม่ได้จะโม้อะไร แค่จะบอกว่าเราก้อรักภาษาเหมือนกัน ที่ข้างบนเขียนมีตกๆ เพราะนึกเอาเป็นภาษาพูด เขียนแล้วเพลินไปหน่อย ขอโทษที เล่นเฟสเยอะแล้วตามเค้าไป กระปิ นี่ เขียนตามเค้าจริงๆ เมื่อก่อนก้อเขียน กะปิ นะคะ

จากคุณ : สาวโรงงานในซูริค


คุณสาวโรงงานในซูริคมาเล่าอีกนะครับ   ขำดี  อยู่สวิสนี่ฤดูหนาวคงหนาวจับใจ เวลาไปเที่ยวยังสะท้าน สวิสสวยมากเลยครับแต่ของแพงดีแท้ หาเงินบาทไปใช้เงินสวิสนีสะดุ้งเลย :)

จากคุณ : Essueko


คห. 720

เรื่องจริงค่ะ เราว่าคนไทยมีเซนส์ในด้านอาหารมากกว่าฝรั่ง
(คล้ายๆแลกกัน ฝรั่งมีเซนส์พวกวิทย์ เอเชียมีเซนส์ด้านศิลป์)
อย่างเราอยู่หอพักอ่ะค่ะ ดันทำตัวเปิดหัก. เราไปเอากรรไกรกับหนงสือมาทุบจนเปิดได้เองเลย แต่ตาลุงฝรั่งแฟนป้าเราจะงงๆ แบบทำอะไรไม่ถูกจริงๆค่ะ

จากคุณ : ลูกกระปุก


อ่านมาตั้งแต่แรกๆ มาเล่ามั่งดีกว่ากระทู้จะได้ไม่เงียบ ^^

เจ้านายเป็นคนญี่ปุ่นค่ะ ปกติแล้วจะอยู่ญี่ปุ่นมาไทยเดือนละครั้งเค้าต้องไปงานที่ฝรั่งเศส 5 วันพอกลับมาถึงเมืองไทยมื้อแรกที่กินด้วยกันรีเควสเลย จะกินส้มตำ ให้ไปจองร้านเลยนะ ตอนบ่ายจะเข้าไป
ีร้านที่ไปกินก็ข้างทางแถวออฟฟิศนี่แหละ กินไปไม่กี่คำก็พูดมาว่า "กรุงเทพนี่มันเมืองสวรรค์จริงๆเลย อยู่ฝรั่งเศสคิดถึงอาหารไทยมาก"​ อ้าว ไม่คิดถึงอาหารญี่ปุ่นเหรอคะลุง 555

มีครั้งนึงได้มีโอกาสทำงานกับดาราญี่ปุ่น ครั้งนี้มากัน3คนค่ะ ไปทำงานแถวต่างจังหวัด ตอนกลางวันไม่มีร้านอาหารดีๆกินเลย ทางเราเลยสั่งข้าวกล่องเบนโตมาให้ทีมงานกินจากร้านอาหารญี่ปุ่นแถวออฟฟิศ แต่ด้วยความที่จัดหน้าตาอาหารไม่สวยเหมือนที่ญี่ปุ่นรึป่าวก็ไม่รู้ (ใส่กล่องพลาสติกเป็นหลุมๆแยกชนิดอาหารแล้วปิดฝาอย่างดี) ดาราคนนึงก็เลยพูดมาว่า "อาหารดูไม่ค่อยเวิร์คเลย" ร้อนถึงทีมงานและเราต้องเดินออกมาระแวกนั้นหาร้านอาหารให้กิน แต่ก็มีแค่ร้านก๋วยเตี๋ยวชาวบ้านธรรมดาๆเท่านั้นแหละไม่มีหรูๆที่ดารานั่งกินกันตามปกติหรอก ทีมงานเค้าก็เลือกมาร้านนึงดูสะอาดๆหน่อยก๋วยเตี๋ยวหมูกับเนื้อทั่วไป พอเสร็จงานก็พากันมานั่งกินอาหารกลางวันร้านนี้ ดูพี่เจ้าของร้านเค้าจะตกใจนิดหน่อย อยู่ดีๆคนญี่ปุ่นก็ลงมากินก๋วยเตี๋ยวร้านเค้า10กว่าคน เราก็ไล่ถามทีละคน เอาเส้นไรคะ หมูหรือเนื้อคะ ใส่ผักชีมั้ยคะ...กว่าจะครบทุกคนเล่นเอาเหนื่อย
ระหว่างที่เค้ากินกันเราก็เห็นดาราคนนึงใส่พริกป่นเยอะมาก เพราะเค้าชอบกินเผ็ดๆ กินไปก็ "โออิชิ...อุม่ายยย"ไป แต่ละคนอร่อยกันทั้งนั้นสั่งเพิ่มกันใหญ่ สรุปแล้วมื้อนั้นเบนโตญี่ปุ่นแพ้ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ 30 บาท ของพี่ไทยอย่างราบคาบค่ะ!!! ^^v

จากคุณ : ผักขมต้มน้ำหวาน


เพื่อนรัสเซียของผมมันชอบกินข้าวมันไก่เอามากๆ อาทิตย์ที่แล้วไปกินที่สิงคโปร์กันมันบอกว่าสู้ที่ไทยไม่ได้แม้แต่นิดเดียวที่ไทยแซบสุดยอดละ กินไปก็บ่นไปอยากกลับเมืองไทยซะเดี๋ยวนั้นเลย มันชอบกินทุกอย่างเหมือนคนไทยเลยอาหารข้างทางก็ไม่เกี่ยงกินได้หมด ผมต้องพามันไปออกกำลังกายเพราะมันเริ่มอ้วนละ ที่ผมเกียจมันที่สุดคือ.....มันชอบแย่งผมกินทุเรียนพอซื้อมาปุ๊ปต้องแบ่งกันเป็นส่วนของใครของมันไม่งั้นผมอดกินแน่ๆ

จากคุณ : tubtord


เพื่อนๆ ชอบมากอาหารไทย ทำให้กินทีไร แลบลิ้นเลียจานเป็นลูกหมาทุกที
และหลงเสห์น่อาหารไทย เอามากมาย

จากคุณ : Naimahalap


เมื่อปี2002 เดินทางมาเบอร์ลิน อยู่ที่นี้ สามเดือน ตลอดเวลาไม่เคยได้กินอาหารไทยเลย แม้แต่มื้อเดียว พอเดินทางถึงเมืองไทย รู้เลย สวรรค์อยู่ที่นี้นี่เอง
แลจนถึงวันนี้ ในทุกปีเดินทางกลับเมืองไทยปีละสามครั้ง และในทุกๆครั้งเพื่อนๆตามมาเที่ยวด้วยตลอด พอถึงวันเดินทางกลับ จะต้องนำเครื่องแกงต่างๆกลับด้วยทุกครั้ง
และครั้งล่าสุดกินผัดฉ่า เพื่อนชิมด้วย ติดใจมาก ออกไปกินคนเดียวสั่งแล้วได้รสชาติไม่ถูกใจกลับมาบ่นใหญ่เลย บอกอยากกินรสชาติที่เราสั่ง

จากคุณ : Naimahalap


อ่านรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ ชอบกระทู้นี้มากๆ

จากคุณ : คำป่วง


มีแต่เพื่อนที่ทำงานชอบอาหารไทยอย่างมาก คะยั้นคะยอให้เราทำอาหารไทยให้ทาน
เราก็ทำเปรี้ยวหวาน ข้าวผัด หมูผัดกระเทียมพริกไทย   ครั้งเดียวไม่มีใครเรียกหาอีกเลย
เราว่าเราทำสุดฝีมือแล้วนะ  ฮ๋านความเห็นบางท่านบอกว่าใส่มั่วมั่งไรมั่ง เพื่อนฝรั่งขอบกัน
แต่เราตรงข้าม T.T

จากคุณ : หวางเหวิด (หวางเหวิด)


อ้าวไหงจบซ่ะแล้ว เอาอีกๆๆๆๆๆๆ

จากคุณ : wheel we go!


เพื่อข้างห้องจากเชค ชอบอาหารไทยสุดๆ และหลงรักมวยไทยเอามากๆ วันไหนที่ผมทำอาหารไทย จะเอาอาหารที่ภรรยาเขาทำมาขอแลกกับอาหารของผม และขอให้ผมทำอาหารไทยที่ห้องของเขา โดยที่เขาจ่ายทุกอย่าง ผมแค่ปรุงเท่านั้น ให้ผมเขียนชือภาษาไทยให้ เอาไปสัก ครั้งหนึ่งผมทำตับหมูผัดพัดพริกไทยดำ กำลังกินกันอยู่ เขาบอกพรุ่งนี้ทำแบบนี้ให้กินอีกได้ไหม พร้อมยกมือไห้ว

จากคุณ : naimahalap


ตามอ่านทุกวันค่ะ ขอบคุณทุกคนนะคะที่มาเล่าให้อ่าน
ไม่มีเรื่องมาเล่าเหมือนใครเขาค่ะ เลยได้แต่ตามอ่าน

จากคุณ : จางเอินฮุ้ย


ดาว ดาว ดาว ดาว ดาว

คั่นด้วยคนค่ะ ...ว่าอ่านถึงตรงนี้ ^  ^

จากคุณ : ใบตะขบ


คนต่างชาติชอบทานอาหารไทย แล้วทำไมคนไทยชอบทานอาหารญี่ปุ่น???

จากคุณ : wornkub999


มีสักกี่คนที่ชอบอาหารญี่ปุ่น คนไทย 60 กว่าล้านชอบอาหารญี่ปุ่นถึงล้านคนหรือป่าว

จากคุณ : อัลปลั๊ก


ในเมื่อคนต่างชาติชอบอาหารไทย แล้วทำไมคนไทยถึงจะชอบอาหารญี่ปุ่นไม่ได้ ??

มองว่าเป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมการกินมากกว่า เค้ากินของเรา เรากินของเค้า win-win

จากคุณ : JeTi_Forever


โดยส่วนตัวคิดว่าคนทุกคนชอบลองสิ่งที่ตรงข้ามกับตัวเองมี ในเรื่องอาหารก็เช่นกัน

คนญี่ปุ่นจะปรุงอาหารโดยเน้นหลักที่รสชาติอันเป็นธรรมชาติ อาหารจึงรสอ่อนๆ รสของวัตถุดิบ
ในขณะที่อาหารไทยจะเน้นการปรุงรส หวาม เค็ม เปรี้ยว หวาน ให้กลมกล่อม พอดี

มันเหมือนดอกไม้ ที่จะลิลลี่ หรือ กุหลาบก็สวยเหมือนกัน
แต่นานๆทีเราก็อยากลิ้มรสอะไรที่แปลกใหม่ไปบ้าง จริงไหม
เพราะงั้นจะมาถามมาแข่งอะไรทำไม เพราะมันเป็นเเค่เรื่องรสนิยมเท่านั้นเอง

โดยส่วนตัวเรา เราเป็นคนกินเผ็ดไม่เก่งเลย(แต่ก็ดีกว่าสมัยก่อนที่กินไม่ได้ซักนิด) เพราะงั้นเราจะไม่ได้ปลื้มกับแกงรสเผ็ดไทยอะไรทั้งหลายแหล่ซักนิด อาหารที่เราชอบจริงจึงเป็นรสอ่อนๆ ที่อาหารญี่ปุ่นตอบโจทย์ตรงนี่ได้เท่านั้นเอง อาหารไทยที่ไม่เผ็ดเราก็ไม่ได้เกลียดอะไร เพียงแต่กินทุกวันก็เบื่ออยากเปลี่ยนรสชาติบ้างก็เท่านั้นเอง

จากคุณ : fukaze


เพลีย....

จากคุณ : ปีศาจแสงจันทร์


ง่ะ ไม่ชอบข้าวญี่ปุ่น แต่เส้นนี่กินได้ พูดถึงอาหารไทยในต่างแดนแล้วรู้สึกเพลียเพื่อนบ้านทางใต้ๆบางประเทศที่ชอบดิสเครดิตอาหารไทย ทำไมไม่พัฒนาอาหารของตัวเองแทนที่จะดิสเครดิตคนอื่นล่ะเนี่ย ข้าวมันไก่ อาหารประจำชาติสิงคโปร์ แต่ดันอร่อยสู้ที่ไทยไม่ได้ก็ดันบอกว่าไทยก้อปปี้เขามา เรางงว่าก้อปตรงไหนน้ำจิ้มคนละรสชาติ ต่อให้ต้นตำหรับก็ทำน้ำจิ้มไม่ได้เหมือนแบบนี้หรอกเพราะมันสูตรของไทย ผัดไทยคือก๋วยเตี๋ยวผัดของมาเลเซีย เรางงก๋วยเตี๋ยวผัดที่มาเลย์ใส่น้ำมะขามเปียกด้วยเหรอคะ อาหารรถเข็นไม่ใช่อาหารไทยหรอก อาหารจีนทั้งหมด คิดแล้วเพลีย

จากคุณ : Friday13th


...ฮึ่ย ข้าวมันไก่เป็นอาหารประจำชาติสิงคโปร์  

แต่ต้นตำรับมันมาจากจีนไม่ใช่หรอครับ

จากคุณ : LegalisM


ผมทำอาหารไม่เป็น ก่อนหน้านี้เลยไม่มีอะไรจะเล่า ได้แค่อ่านและแบ่งปันทิปเล็กๆน้อย

ครั้งนี้มีเรื่องของน้องชายที่พึ่งกลับจากอเมริกามาเล่าให้ฟังกัน

น้องผมได้ไปเป็นเด็กนักเรียนแลกเปลี่ยน โดยมีเพื่อนร่วมบ้านอีกคนเป็นเด็กจากอิตาลี่
พอถึงวันเกิดน้องผม เจ้าของบ้านเค้าก็เลยพาไปเลี้ยงที่ร้านอาหารไทย
น้องผมก็จัดการสั่งอาหารยอดนิยมทั้งหลายแหล่ที่ฝรั่งทานได้รวมถึงผัดไทให้เด็กอิตาลี่ด้วย
เด็กอิตาลี่คนนี้มีอีโก้สูงและชอบดูถูกคนเอเซียเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
พอต้องมากินอาหารไทยก็ทำเป็นแบบจำใจกิน ไม่ได้อยากจะกินซักเท่าไหร่หรอก ไม่เห็นอร่อยเลย
ประจวบกับวันนั้นกินเสร็จกลับไปท้องเสียอีกก็เลยยิ่งเอาใหญ่ ว่าอาหารไทยเสียๆ หายๆ บอกอาหารไทยสกปรก กินไม่ได้หรอก อาหารขยะ ไม่อร่อย
แต่ตัวโฮสชอบอาหารไทย พอมีโอกาสก็เลยพาไปบ่อยๆ พอได้ไปๆ มาๆ รู้ตัวอีกที เด็กอิตาลี่คนนั้นก็ชอบอาหารไทยไปแล้ว แถมยังชอบผัดไทเป็นพิเศษอีกด้วย

จากคุณ : Bombastus


ยอมให้เขาพูดเถอะครับ เพราะท้ายที่สุด คนที่ตัดสินคือคนที่กินมันเขาไปตะหากไม่ใช่คนที่พูด....
ตอนอยู่ที่ปักษ์ใต้ได้ยินบ่อยครับ แต่คนบ้านเขาก็ข้ามมากินที่บ้านเราอยู่ดี  มากกว่าคนพื้นที่ด้วยซ้ำ
เคยได้ยินเรื่องเนื้อสะเต๊ะ ประเทศเพื่อนบ้านภูมิใจมากว่า ซอสถั่วที่อร่อยที่สุดมาจากบ้านเขา(น้ำจิ้มสีน้ำตาลๆที่เรากินๆนั่นแหละครับ) ได้ยินผู้ใหญ่เล่าให้ฟังว่า วันนึ่งมีเทศกาลที่ไหนไม่ทราบเปิดบูทแข่งกัน บูทพี่ไทยกะข้างๆบ้าน ดันทำอาหารแบบเดียวกันเพราะคนครัวเป็นคนใต้.....ผลคือบูทพี่ไทยเกลี้ยงแต่หัววันส่วนชาติที่บอกว่าต้นตำหรับเหลือบาน  ยังงี้ไม่ให้เคืองได้ไง  อย่างข้าวมันไก่ถ้าไปได้ยินใครเค้าบอกว่า บ้านเขาคือต้นตำหรับ ยอมๆเขาไปเถอะ เพราะผมเห็นทุกเสาร์-อาทิตย์ที่หาดใหญ่ คนพวกนั้นมาที่ไร ข้าวมันไก่เจ้าอร่อยไม่เคยเหลือถึงเที่ยง ....ลุงแกต้มไก่วันละ50ตัวอ่ะ คิดดู ยังหมดทั้งข้าวทั้งไก่ เปิดสิบโมง เที่ยงหมด...กรูจะบ้า ขายข้าวมันไก่อย่างเดียวส่งลูกไปเรียนเมกาอ่ะคิดดู
   
   ไม่ได้ยกหางคนบ้านเรานะครับ แต่พี่ไทย มีหัวทางด้านโมดิฟายในแทบทุกเรื่อง ทั้งแต่เทคโนโลยีทางด้านการเกษตรยันกับข้าว ของใครที่ไหนมาเหอะ เจอโม ซะต้นฉบับอาย ยกตัวอย่างผลไม้ที่เรียกว่าลองกอง ของไทยที่ไหน แต่ตอนนี้ ประเทศต้นกำเนิดมีใครรู้จักมั่งเหอะ ขอโทษซื้อเรากินทั้งนั้น เกรียนๆก็มอเตอร์ไซค์แว๊นซ์ ได้ยินมาว่าวิศวะกรที่ออกแบบถึงกับ งง เพราะไม่เคยคิดว่ารถที่ตัวเองออกแบบมาถึงประเทศบ้านี่แล้วมันจะขับได้เร็วกว่าที่คิดเอาไว้ซะอีก  หรืออย่างไข่เจียวอันนั้นก็ไม่ใช่อาหารพื้นเดิมบ้านเรานะครับ แต่สมัยหนึ่งทัวร์จีนมาลงสิ่งที่ขาดไม่ได้คือไข่เจียว...ทั้งๆที่ญาติๆพี่ที่มาอยู่ นั่นแหละทำให้คนไทยกิน - -*

  อาหารมุสลิมสามจังหวัดชายแดน บ้านเราก็ไม่ย่อยนะครับ แต่โดนกีดกันเรื่องฮาลาล มีคนบอกฮาลาลไทยไม่ได้มาตรฐานสากล(ไม่รู้ว่าตอนนี้ยอมรับรึยังไม่ได้อัพเดตนาน) แต่ผมก็ว่าเหตุผลเรื่องฝีมือนี่แหละ ใครเคยโดนข้าวหมกไก่ ไก่กอและจะรู้ว่ามันเจ๋งมว๊ากกกก ไก่ผู้พันสู้ มุสลิมฟรายชิกเก้นไม่ได้ซักนิดแพ้ขาด ยิ่งซุปหางวัว เผ็ดติดเพดานเหงือกกินน้ำตามก็ไม่หายแต่ก็ซัดจนหมดอ่ะ อร่อยลืมตายเสียแต่ว่าแมร่งไม่เลิกบ้ากันซักที กินอาหารแถวๆนั้นต้องพร้อมหมอบได้ตลอดเวลา........กินไปเสียวไป  ไม่รู้ลูกปืนจะมาตอนไหน -  -*

จากคุณ : ณ ดินแดนแห่งความบ้าคลั่ง


บริษัทเราต้องติดต่อ ตปท บ่อยๆ เวลาเดินทางไปแต่ละที่ก็จะมีของฝากที่แต่ละคนโปรดปราน
ที่ฮ่องกง พี่คนนี้สามีเป็นเชฟขนมหวานที่มีชื่อด้านขนมไหว้พระจันทร์ คุมร้านหลายสาขา ไปทีไรต้องติดขนมกรอบเค็มไปฝาก ส่วนอาหารไทยแกชอบยำสะเดากรอบร้านอาจารย์มัลลิการ์ แกบอกครบรสมาก กับข้าวอย่างอื่นก็อร่อย เสียอย่างเดียว แพงจัง เวลาเราไปฮ่องกงก็จะให้แกสั่งลูกชิ้นไข่ปลาให้ อร่อยมาก แต่พนักงานโรงแรมที่นั้นแปลกใจมากที่เราหอบลูกชิ้นกลับ เค้าบอกที่เมืองไทยอร่อยกว่าอีก

ฝรั่งเศส สามีพี่ที่นี่เป็นชาวปารีส ของชอบคือหมี่กรอบวิไลกุล เราเคยจัดงานแล้วสั่งหมี่กรอบเจ้านี้มาเป็นของแจก เผอิญแกมาเมืองไทยเลยส่งไปให้ชิม ย้ำว่าต้องใส่ผิวส้มซ่าด้วยนะ ตอนแรกแกบอกว่าผักเคียงทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นกุ้ยช่ายดิบ ถั่วงอกดิบ ส้มซ่า กลิ่นแรงมาก กินแล้วเวียนหัว ตอนนี้ผักอื่นยังไม่เอาแต่ผิวส้มซ่านี่ขาดไม่ได้ซะงั้น

สิงคโปร์ / ญี่ปุ่น สองที่นี้ชอบข้าวตังหมูหยองกับข้าวตังจอมพล ตอนแรกเค้าสงสัยว่าข้าวตังจอมพลนี่มันอะไร ทำไมปี้ป่นขนาดนั้น มันแตกเพราะขนส่งหรือมันเป็นของคัดทิ้ง เราบอกนี่ของโปรดกินตั้งแต่เด็กเลยนะ ลองดูสิ ตอนนีกลายเป็นของโปรดของเค้าเหมือนกันไป บอกว่าอร่อยมาก ยิ่งกินยิ่งมัน ขนไปให้เท่าไหร่ก็ไม่พอ (อันที่จริงมันขนยาก เปลืองที่น่ะ)

จากคุณ : ต่ายน้อยคอยรัก


ถ้าสิงคโปร์บอกว่าตัวเองเป็นต้นตำรับข้วมันไก่สงสัยต้องย้อนถามกลับไปว่า ข้าวมันไก่ไหหลำนี่เขามาลอกตัวหรือตัวลอกเขามา   อาหารชาติอื่นพอมาผ่านมือครัวไทยนี่ต้นตำรับยกธงขาวมาหลายอย่างแล้วนะคะ   เคยถามเพื่อนที่ซื้อขนมไหว้พระจันทร์ที่จีนกินเพื่อนบอกไม่อร่อยสู้ไทยไม่ได้  อาจจะเพราะซื้อไม่ถูกแหล่งรึเปล่าไม่รู้นะคะ  แต่ถ้าอร่อยจริงซื้อเจ้าไหนก็น่าจะถูกปาก   ส่วนตัวเองเคยลองหมูแผ่น หมูหยอง กุนเชียงของจีน  ไม่ไหวสู้เมืองไทยไม่ได้แถมเห็นพวกฮ่องกง  มาเก๊าซื้อพวกนี้กลับไปตั้งเยอะ  ลูกชิ้นที่เราทำๆ กันก็น่าจะได้วิธีมาจากจีนนะคะ  แต่ของเราอร่อยกว่ากันเยอะ


เคยทำอาหารให้เพื่อนต่างชาติกิน  ไม่มีเพื่อนคนไหนยี๊อาหารไทยเลย  ตอนนั้นปีใหม่นัดกับเพื่อนที่สนิทกัน 2-3 คนทำอาหารประจำชาติมากิน  ช่วงนั้นยังไม่รู้จักพันทิป อีเมลยังไม่มี  เลยใช้ถ่ายเอกสารเอาเมนูที่ชอบติดมาด้วย   เลือกทำสาคูไส้หมู  หอบเอาหัวไชโป๊วมาจากไทยเพราะไชโป๊วดองที่นี่เค็มมากปรากฏว่าหมดก่อนเพื่อนถึงตอนทำจะขลุกขลักแต่รสชาติก็ไม่เลวอร่อยทีเดียว  มีทำต่ออีกรอบเพราะบังเอิญวันที่ทำเดินถือจานสาคูผ่านเพื่อนอีกคน   พอดีเธอติดพันรับรองแขกชาติเดียวกันอยุ่เลยแค่ทักทายกันนิดหน่อย   แต่เห็นนะทำตาลุกวาวมองมาที่จานคือปากคุยกับคนอื่นแต่ตามองตามจาน 55  หลายวันต่อมาเธอมาหาที่ห้องแล้วบอกว่าอยากกินสาคู  ก็เลยทำให้กิน  ติดใจใหญ่เลย  เวลากินก็ทำท่ากินอย่างมีความสุขมาก  ตบท้ายด้วยการบอกว่า อร่อย  ฝีมืออย่างนี้แต่งงานได้เลย  ...... จนบัดนี้ยังไม่ได้แต่งเลย  55

จากคุณ : เจซอง


เพื่อนสาวชาวอินโดนิเซีย ที่รู้จักกันมานาน เธอเครซี่ข้าวเหนียวมะม่วงและต้มยำกุ้งมาก ถามทุกครั้งเวลาจะมาเมืองไทยว่า จังหวัดนั้นมีต้มยำกุ้งมั้ย จังหวัดนี้มีต้มยำกุ้งมั้ย ที่นี่มีขายต้มยำกุ้งรึเปล่า คือเธอกลัวมาแล้วจะไม่ได้กินต้มยำกุ้งเพราะคิดว่าบางที่จะไม่ีมีขาย บอกไปว่ามันก็มีทุกจังหวัดแหละเจ๊ แต่คุณเธอก็ยังถามอยู่ทุกครั้ง กลัวไม่ได้กินขนาดหนัก ( ยกเว้นข้าวเหนียวมะม่วง บอกว่ามันมีเป็นช่วงบางช่วงมาจะไม่มีให้กิน คุณเธอก็จะพิมพ์หน้าร้องไห้ตอบมาว่า Oh no! T_T)

เห็นว่าปลายปีนี้เธอจะมาเที่ยวเชียงใหม่ เลยส่งรูปพวกขนมไทยสวยๆไปให้ปรินท์ ตอนมาเที่ยว จะได้มีโอกาสได้ลองกิน อาจจะได้มีเรื่องสนุกๆมาเล่าเพิ่มถ้ากระทู้นี้ยังไม่ด๋อยไปก่อนนะ 555

จากคุณ : สารหนู (Espionage)


มันก็คงจะจริงของบางประเทศที่บอกว่าอาหารหลายอย่างไม่ใช่อาหารของไทย
เพราะอาหารไทยจริง ๆ มันจะมีแค่กะทิล้วน ๆ เป็นหลัก พวกเครื่องแกงทั้งหลาย
มันไม่ใช่ของไทยแท้ น่าจะของแขกมากกว่า เช่นอินเดีย เปอร์เซีย ตุรกี ที่เข้ามา
สมัยอยุธยา แต่คนไทยเอามาประยุกต์จนได้รสชาดถูกปากคนไทย ยกตัวอย่าง
1. อาหารไทยแท้ ต้มกะทิปลาสลิด  แกงป่า ต้มส้ม ผัดพริกกะเกลือ ปลาย่าง น้ำพริก
2. อาหารไทยประยุกต์ แกงบอนแกงเลียง (น่าจะของมอญ) แกงเผ็ด แกงเขียวหวาน
มัสหมั่้น แกงส้ม (น่าจะของอินเดีย) พะโล้ ต้มจืด (ของจีน)
3. อาหารสมัยใหม่ พวกก๋วยเตี๋ยว ผัดไทย ขนมจีน ผัดกะเพรา ข้าวผัด ของทอดทั้งหลาย
ของยำ อาหารพวกนี้เกิดมาไม่น่าจะเกินร้อยปีหลังมานี่เอง
ส่วนอาหารของประเทศอื่นที่คนไทยเอามาดัดแปลงจนได้รสชาดถูกปากคนไทยจน
ต้นตำหรับจำไม่ได้ก็มี เช่น สุกี้ยากี้ ข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ เนื้อย่างกินกับน้ำจิ้มแจ่ว
ข้าวหมกไก่ หมกแพะ ไก่ชุบแป้งทอด
อ้อ ตอนนี้ต้มยำกุ้งมีขายในมาเลเซียมากมาย อีกสักหน่อยมันก็คงบอกว่าเป็นต้นกำเนิด
ต้มยำกุ้ง ไทยไปลอกแบบมันมาแน่นอน เหมือนทุเรียนต้องไปกินที่สิงคโปร์ กล้วยไม้
ต้องไปดูที่สิงคโปร์นั่นแหละ ขนาดจะเป็นประชาคมอาเซียนกันแล้ว ยังดูถูกกันไม่หยุด
มันจะรวมกันติดหรือป่าว

จากคุณ : อัลปลั๊ก


ผมว่าเราอย่าไปใส่ใจเค้าเลย มันอาจเป็นแค่จิตวิทยาเบื้องต้นการตลาดของชาติต่างๆ เท่านั้นเอง อย่างข้าวมันไก่เนี่ยะคนสิงคโปร์หลายคนยอมรับในรสชาติของไทยว่าอร่อยกว่าเยอะเลย  ส่วนข้าวตังหมูหยองของไทยน่ะ ผมจัดให้ญี่ปุ่นทั้งเด็กและผู้ใหญ่ชิม แค่ครั้งเดียว พวกถามหากันใหญ่ว่าอะไร ก็เลยบอกว่า บูตะเซมเบะ ( บูตะ = หมู )  ขากลับ ผมเห็นหิ้วกลับญี่ปุ่นคนละแพคสองแพค ต้มยำกุ้งในมาเลย์ ก็คนไทยไปทำขายเอง ตราบใดที่เรายังรักษามาตรฐานอาหารของเราได้ ชาติอื่นๆก็ได้แต่บ่นละครับ

จากคุณ : Jackrapan (Jack Happy)


งั้นก็เปลี่ยนสโลแกนไปเลย เป็น

Any foods Good taste at Thailand.

บอกไปเลยว่า จะกินให้อร่อยต้องมาที่ประเทศไทย ชนะใส ไม่มีกล้าใครแถ

อาหารทุกชาติ อร่อยดีที่ไทยแลนด์จ้า

จากคุณ : ทำไมเป็นคนแบบนี้


น่าจะมีประวัติและ ยุค ต่างๆ ของการกำเนิดอาหารไทย นะคะ ว่าแต่ละ เมนู ที่ทานๆ กันทุกวันนี้ เกิดมาตอนไหน มาจากอะไรมีการประยุกต์มาจากอะไร

^^

จากคุณ : zenZoro


#760
>เหมือนทุเรียนต้องไปกินที่สิงคโปร์ กล้วยไม้ต้องไปดูที่สิงคโปร์นั่นแหละ
ไม่ใช่แล้ว สิงคโปร์ไม่มีที่ดินให้ปลูก ขนาดพืชผักสวนครัวยังต้องปลูกกันบนดาดฟ้า ให้พืชมันโตในน้ำแทนดินเลย ทุเรียนหรือผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรอะไรนำเข้าหมดค่ะ ส่วนกล้วยไม้ ไม่รู้ --" แต่มันไม่มีดินให้ปลูกนะ ยังต้องเอาขยะมาถมเป็นประเทศเลย

ทุเรียนที่ขายในสิงคโปร์จะมาจากไทยกับมาเลย์เป็นหลัก ของไทยจะอร่อยกว่า เป็นเกรดพรีเมี่ยมเพราะขนส่งมาไกลกว่า ของมาเลย์เห็นเขาว่าจะเหม็นกว่า

จากการที่เคยอยู่ประเทศสิงคโปร์มาพักนึงพอกลับมาอยู่ไทย จะมีอาการหลอน ทุกร้านที่ใช้ชื่อว่า Taste of Singapore ..เพราะอาหารที่สิงคโปร์มันไม่อร่อย รสชาติเทียบเท่ากะอาหารเครื่องบินห่วยๆทีเดียว -_-

ตอนเรียนที่โน่น อาจารย์ให้เด็กต่างชาติเขียนเรียงความว่าทำไมถึงเลือกมาเรียนที่สิงคโปร์ มีเด็กอินโดคนนึงเขียนว่า "เพราะมีอาหารนานาชาติมากมาย" อาจารย์ชาวสิงคโปร์ติเลยว่าจะเขียนอะไรก็อิงความเป็นจริงหน่อย มันไม่ make sense เพราะคนสิงคโปร์ยังคิดว่ารสชาติห่วยแตกเลย 5555+

เคยโดนคนสิงคโปร์ข่มหนักมากว่า ชั้นทำต้มยำกุ้งได้ ทำไมเธอคนไทยทำไม่ได้ 5555+ เลยถามไปว่า ทำได้จริงเหรอ เราทำไม่เป็น ทำไงอ่ะ

พี่แกบอก ก็ต้มน้ำ ใส่ผงแกงสำเร็จรูป จากนั้นโยนมันทุกอย่างลงไปแล้วรอ  เวร นึกว่าจะใส่ขิง ข่า เครื่อง ปรุงรสเหมือนคนไทยทำ 5555+

ปล. เรากินข้าวมันไก่ที่สิงคโปร์กับกินที่ไทยแล้วได้รสเดียวกันอ่ะค่ะ สงสัยจะลิ้นจระเข้ -o- ต่างกันแค่น้ำจิื้ม

จากคุณ : คานเหล็กกล้าทาแล็กเกอร์


ตอนอยู่เมืองไทยชอบดูรายไปการอาหารค่ะ แต่ทำแค่กินเองนะไม่มีใครกล้ากินด้วย
พอไปเรียนต่างประเทศ อาหารบ้านเค้าก็ไม่ถูกปาก จะซื้ออาหารไทยกินทุกวันก็ไม่ไหวต้องทำเอง
ทำทีเยอะๆแล้วเอาไปกินที่โรงเรียน พอเวฟทีกลิ่นกระจายมาก เพื่อนๆต่างชาติก็มาถามว่าอะไร ชิมหน่อยได้มั๊ย
ไปๆมาๆ มีหนุ่มเกาหลีจ่ายค่าอาหารให้ทุกอาทิตย์ แต่มีข้อแม้ว่าต้องทำอาหารไทยมาเผื่อเค้าด้วย ๕๕๕

จากคุณ : ลูกปลาว่ายอึด (ลูกปลาว่ายอึด)


หนุ่มเกาหลีคนนี้อาจจะมีแผนจีบสาวไทยมั้งคะ

จากคุณ : ฝนโอ่ง


มาเรื่องฝรั่งบ้าง เกิดที่เชียงใหม่ ร้านก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น เนื้อตุ๋น ตรงสี่แยกวัดพันอ้น ใกล้กับแทมมารีน วิลเลจ ดงฝรั่งเลยเชียว เราไปนั่งกิน พอดีเหลือโต้ะเดียว โดยที่โต้ะข้างกันเป็นฝรั่งแก่หนุ่มกลุ่มใหญ่ ปกติถ้าไม่ทำงานเราจะไม่ค่อยเข้าใกล้ฝรั่งผู้ชายเท่าไหร่ เพราะมันชอบคิดว่าเราจะไปจีบ หลายทีละ แต่งวดนี้ทำใจเพราะชอบเนื้อตุ๋นร้านนี้มาก


เราก็สั่งเมนูเดิมๆไป ฝรั่งโต้ะข้างๆนั่งดูเมนูบนกระดาน แล้วบังเอิญมันลอยเข้าหู "thais use msg to cover  rotten smell of thai food, it's dangerous if we eat too much" เราก็ป้าดดดด ดีนะที่กวยเตี๋ยวยังไม่มา ไม่งั้นอาจมีสำลัก ไอ้ข้อหลังยังพอทำเนา แต่ไอ้ข้อที่ว่าผงชูรสมีหน้าที่กลบกลิ่นนี่สิเราก้ากเลย  นั่งไปนั่งมาพอดีเราสั่งเพิ่ม ฝรั่งกลุ่มนั้นก็สั่งเพิ่มกันคนละสองสามชาม ถ้วยชามซ้อนกันเป็นชั้นเชียว ท่าทางจะกลัวผงชูรสกันมากเลยนะนั่น

#764 กล้วยไม้เป็นดอกไม้ประจำชาติสิงคโปร์นะคะ เขาว่างั้น กะข้าวมันไก่นี่ต่างกันตรงน้ำจิ้มจริงๆค่ะ ส่วนตัวข้าวมันไก่นั้น เราว่าก็เหมือนๆกัน แต่จะต่างกันเป็นบางร้านที่เขามีวิธีต้มไก่ให้นุ่มกว่าร้านอื่น ส่วนข้าวนี่บางร้านจะดูแห้งๆ แต่บางร้านจะดูมันแล้วน่ากิน แต่ส่วนใหญ่ร้านไหนจะเด็ดดวงแค่ไหน น้ำจิ้มคือตัวตัดสินอันดับหนึ่งค่ะ เราถึงงงไงคะ ว่าน้ำจิ้มข้าวมันไก่ไทยมีพริกขี้หนูลอยฟูฟ่องมันจะก้อปสิงคโปร์มาได้ยังไง

จากคุณ : Friday13th


จากคุณ : ขอโสดตลอดไป


ถามกลับไปเลยครับว่า อยากทานอาหารต้นตำรับ หรือ อยากทานอาหารอร่อยล่ะ

จากคุณ : pvman65


เพื่อนคนสิงคโปร์ทำข้าวมันไก่ให้กิน เค้าเอาหนังไก่ไปหุงกับข้าวด้วยนะ แถมมีขิงหั่นบางๆ ในนั้นอีก

ส่วนน้ำจิ้มไม่รู้ว่ามันต่างกับของไทยยังไง เพราะเรากินข้าวมันไก่ไม่เคยใส่น้ำจิ้ม

ก็อร่อยไปอีกแบบ ข้าวหอมกลิ่นหนังไก่กับขิงมาก ซัดกันสองคนหมดหม้อ

แต่ยังสงสัยจนถึงทุกวันนี้ว่ามันใช่ข้าวมันไก่สิงคโปร์จริงๆเหรอ


ปล. ฮีคนนี้กินอาหารไทยได้ทุกอย่าง แต่ไม่กินอย่างเดียวคือไข่เจียวใส่น้ำปลา เค้าบอกว่ากลิ่นมันชัดกว่าใส่ในอาหารอย่างอื่น แอบใส่หยดเดียวยังรู้เลย

จากคุณ : SoulDew


มาอัพเดตรายสัปดาห์ กระทู้ยืนยาวจริงๆ^^

จากคุณ : ชื่อที่ไม่มีใคร


ลงชื่อว่า..อ่านมาถึงตรงนี้.......................... ^^v

จากคุณ : คนดง คนเดิม


การทำให้คนในประเทศต่างๆยอมรับและชื่นชอบอาหารไทย ไม่ใช่เรื่องง่าย น่าชื่นชมพี่ไทยยุคบุกเบิกเป็นอย่างยิ่ง  ทว่าการรักษาสถานภาพของอาหารไทยให้ยั่งยืนก็เป็นเรื่องยากและท้าทายพวกเรามากทีเดียว  แต่ในเชิงบวก เดี๋ยวนี้ ฝรั่งหลายๆชาติเริ่มละทิ้งอาหารของตัวเอง แล้วหันมามองอาหารทางเอเซีย โดยเฉพาะอาหารไทยที่มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งรูป รส กลิ่น ( เสียง )และโภชนาการ    ที่ต่างจังหวัด ผมเห็นฝรั่งแห่กันมาดูการผัดผักบุ้งไฟแดงลอยฟ้า เชียร์กันตั้งแต่เริ่มตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน  ลงผัก สะบัดอาวุธลับใส่จนเปลวไฟลุกโชติช่วง คนผัดโยนผักขึ้นไปสูงลิบลิ่ว แล้วพนักงานคอยเอาจานไปรับ จบลงด้วยเสียงปรบมือ และบางครั้งก็มีฝรั่งขออาสาทดลองรับบ้าง เป็นการสร้างสีสันที่ดีครับ

  ในกรุงเทพฯก็เหมือนกัน เห็นชาวต่างชาติทั้งชาวตะวันตกและเอเซียด้วยกันเข้าคิวยาวเพื่อซื้ออาหารไทยประเภทข้าวราดแกง ที่จริงเป็นแกงเผ็ดต่างๆ  พะโล้  ผัดต่างๆ ฯลฯ มีทั้งนั่งทานและใส่กล่องหิ้วกลับไป ผมแอบถามฝรั่งคนหนึ่ง ทำไมชอบข้าวราดแกงเขียวหวานไก่ คำตอบคือ มีทั้งเนื้อไก่  มะเขือ และพืชสวนครัวอื่นๆที่เป็นสมุนไพร  อาหารจานเดียวมีโภชนาการครบ เค้าบอกชอบภูมิปัญญาไทย ที่คิดสูตรอาหารได้จากของธรรมชาติแล้วมีประโยชน์ต่อร่างกาย

  ผมเคยพาคณะญี่ปุ่นที่ทำท่าเบื่ออาหารโรงแรมแล้ว ก็เลยให้ไปชิมก๋วยเตี๋ยวเรือ พอถึงร้าน พวกก็งงๆ ที่เห็นคนไทยเอาเรือมาไว้บนบก ( ไม่ใช่ขึ้นคานนะ ) แล้วตั้งอุปกรณ์ต่างๆในเรือ ผมปล่อยให้งง ขี้เกียจเล่าประวัติตั้งแต่ก๋วยเตี๋ยวเรือโกต่างๆที่รังสิตจนถึงอนุสาวรีย์ชัย เพราะเรื่องมันยาว นั่งโต๊ะเรียบร้อยก็สั่งแห้ง น้ำธรรมดาไปจนถึงต้มยำและน้ำตก ผมแอบซื้อตะเกียบมาเองหลายชุด ก็แจกกันไป  เนื่องจากคนญี่ปุ่นไม่คุ้นกับการใช้ตะเกียบที่คนอื่นใช้แล้ว แต่ละปีเลยต้องนำเข้าตะเกียบจากเมืองจีน จำนวนมหาศาล เดี๋ยวนี้ญี่ปุ่นบางคนก็พกตะเกียบส่วนตัวไปไหนต่อไหนกันบ้างแล้ว ทั้งหนุ่มทั้งสาวซดก๋วยเตี๋ยวเรือกันน้ำหูน้ำตาไหล และบอกว่า อร่อยทุกชามไม่ต้องปรุง บางคนก็แกล้มด้วยหนังหมูตามสูตร ดูมีชีวิตชีวากว่านั่งตัวตรงวางมาดทานในโรงแรมเยอะเลย

  คราวต่อไปเห็นจะต้องพาไปชิมไทยซาราดะ( ส้มตำ )  ไทยโทริยากิ ( ไก่ย่าง ) และไทยกิวนิคุ ( เนื้อย่างจิ้มแจ่ว )  บ้างแล้วครับ

จากคุณ : Jackrapan (Jack Happy)


นึกถึงผัดผักบุ้งไฟแดง จะดูนิสัยคนชาติใดเป็นยังไงก็ดูจากการชมการกินนี่แหละ
เวลาคนผัดผักบุ้งเสร็จแล้วโยนไปหาคนรับ ถ้าคนรับไม่พลาดรับใส่จานได้ คนต่างชาติ
จะตบมือแสดงความยินดี ส่วนคนไทยจะเงียบ แต่พอคนรับพลาดผักบุ้งตกพื้นหรือหล่น
คนไทยจะตบมือดีใจเฮกันใหญ่ ส่วนต่างชาติจะอุทานตกใจ ยิ่งจะพลาดหล่นใส่หัวใครด้วย
คนไทยจะหัวเราะเสียงดังเลย แต่ต่างชาติจะยิ่งตกใจ นี่แหละแสดงถึงนิสัยบางอย่าง
พูดมากเดี๋ยวโดนด่า

จากคุณ : อัลปลั๊ก


เข้ามาลงชื่ออ่านประจำวันนี้ค่ะ
เป็นกระทู้ที่อ่านแล้วอมยิ้มตลอดเวลา

จากคุณ : ข้าวประดับดิน


ไม่อยากหยุดกระทู้เลย

จากคุณ : gogoget


ขอบคุณ คห.774 ที่กล้าหาญพูดความจริง  ที่คุณบอกเนี่ยะก็เป็นหนึ่งในหลายจุดอ่อนที่ชาวต่างชาติ Amazing เชิงลบกับธรรมเนียมปฏิบัติแบบนี้ครับ อย่างว่าทุกอย่างมีบวกก็ต้องมีลบครับ  แต่เอ...ผมจะโดนด้วยไหมนี่ !!

จากคุณ : Jackrapan (Jack Happy)


...................................................................

จากคุณ : Disciple de Alexandra Cabot


คห 774

มันอดไม่ได้ เลยต้องแวะเข้ามาบอกว่า
นิสัยชอบหัวเราะเยาะคนอื่น มันไม่ใช่นิสัยของคนไทยทุกคนหรอกค่ะ
เราบอกเลยว่า เราไม่เป็น
และที่บ้านเราสอนเรื่องนี้เลยค่ะว่าอย่าทำ ถ้าทำจะโดนไม้เรียว ^^"

เรื่องปรบมือก็เหมือนกันค่ะ เราปรบให้ถ้าเขารับได้ ที่พิษณุโลก เวลาทัวร์มาลงแล้วเขารับได้ เราก็ปรบให้

เพราะฉะนั้นไม่ใช่นิสัยของคนไทยทุกคนหรอกค่ะ ^^

จากคุณ : จางเอินฮุ้ย


ใครอยากวิจารณ์เรื่องคนไทยนิสัยแย่ อยากให้ไปตั้งกระทู้ใหม่นะครับเพราะรู้สึกว่าเรื่องที่คุยกันมันเริ่มไม่เกี่ยวกับหัวกระทู้แล้ว ไม่อยากให้มีดราม่าในกระทู้นี้นี้ที่มันยิ่งน้อยๆอยู่

จากคุณ : -*- (sirensoren2)


เห็นด้วยกับ คห 780 เบื่อคนที่ชอบวิจารณ์ว่าคนไทยไม่ดีอย่างนั้น ไม่ดีอย่างนี้ นิสัยดีๆ คนไทยมีเยอะกว่าฝรั่งอีก บางคนอยู่ต่างประเทศนาน ก็มีนิสัยดูถูกคนไทยด้วยกัน ญาติเราคนนึงก็เป็นแบบนี้ อะไรๆ ฝรั่งก็ดีหมด แต่ไทยมันแย่ไปซะทุกอย่าง พอแค่นี้แหล่ะ พูดแล้วขึ้น
ถ้าอยากด่านิสัยเสียๆ อะไรของคนไทย ก็ขอเชิญไปตั้งกระทู้ใหม่ดีกว่านะ ไม่อยากอารมณ์เสียในกระทู้นี้

จากคุณ : normal_flora


อ่านมาตั้งนาน ดราม่าซ่ะงั้น เอากระทู้เค้าคืนมา

จากคุณ : ssrisuk (s.srisuk)


เมื่อวานซืนเพิ่งส่งโลโบหลายสิบซองไปให้่น้องชายที่ไต้หวันทำกับข้าวสังสรรค์ในคลาสกับเพื่อนต่างชาติ

ไม่เกินวันอาทิตย์คงจะมีเรื่องมาเล่าสู่กันฟังบ้างแน่ๆ ครับ แพลบๆ

จากคุณ : หนุ่มจันทร์เจ้า~สาวกาสะลอง


คุณ หนุ่มจันทร์เจ้า~สาวกาสะลอง จะรอฟังค่ะ

กระทู้ทรงคุณค่า ตามอ่านมาครึ่งปีแล้ว ^^

จากคุณ : จางเอินฮุ้ย


แอบอ่านมานานเเล้ว
    ผมทำงานร่วมกับคนต่างๆชาติ  ไม่ว่าจะเป็น  จีน ฟิลิปปินส์ ปากีสถาน  ฝรั่ง
  แต่ส่วนใหญ่จะสนิทกับคนจีน และ ฟิลิปปินส์มากกว่า ส่วนฝรั่งเขาจะไม่ค่อยสนใจคนอื่นเลย
      คนจีนเขาจะชอบพวกผลไม้เเบบอบแห้ง เช่น ทุเรียนอบแห้ง  ลำไยอบเเห้ง  โดยเฉพาะทุเรียนอบเเห้งเขาจะชอบมากๆ
    ส่วนคนฟิลิปปินส์ เขาชอบทุเรียนเหมือนกัน เขาบอกว่า ที่ฟิลิปปินส์ไม่ค่อยอร่อยเหมือนไทย  ส่วนอาหารไทยที่เขาชอบ คือ ขนมจีนแกงเขียวหวานไก่  บางทีก็เห็นเขาสั่ง ลาบ น้ำตก ตำไทยมากินด้วย

จากคุณ : ปะหล่องต่องสู่


แฟนคนแรกเป็นฝรั่งเศส อีตานี่ยี้อาหารไทยของจริง ผัดไทก้อไม่กิน แต่แฟนคนที่สองนี่เจอไข่เจียว แกงเขียวหวานเข้าไป สิบปียังลืมไม่ลง ชอบมาก ล่าสุดเพื่อนเกาหลี มาเมืองไทยเมื่อไหร่สั่งผักบุ้งไฟแดงเมื่อนั้น กินได้ทุกวันและทุกมื้อ

จากคุณ : Nu Kwan (2much_trouble)


เพิ่งกลับจากเที่ยวอินเดียค่ะ ทริปนี้ยาวนานเกือบ 3 สัปดาห์ เราหอบหมูสวรรค์์ยี่ห้อดังของเมืองโคราชไปด้วย 2 ถุงใหญ่ กะว่าจะเป็นเสบียงได้ในยามขาดแคลน แต่เพียงสัปดาห์แรกที่เดินทางเราบังเอิญได้เข้าพักเกสเฮ้าส์เดียวกับหนุ่มสาวเกาหลี 6 คน และมีโอกา่สได้ทานอาหารเย็นที่เจ้าของบ้านทำให้ทานร่วมกัน

สรุปว่ามื้อนั้นหมูสวรรค์ชนะเลิศค่ะ แก๊งค์เกาหลีบอกว่าอยู่อินเดียมา 2 สัปดาห์แล้วไม่เคยทานอะไรอร่อยเท่าหมูแดดเดียวถุงนี้เลย

คนนู้นหยิบ คนนี้หยิบ แป๊บเดียวหมดถุง แม้จะแสนเสียดายเสบียงที่น่าจะเก็บไว้ทานได้อีกหลายวัน แต่ก็ปลื้มใจเมื่อเขาเล่าว่า เคยมาเที่ยวเมืองไทยแล้วติดใจผลไม้ไทยมาก ๆ  จบจากทริปอินเดียเขาจะเิดินทางมาเมืองไทยต่ออีก 2 สัปดาห์ เพื่อตระเวนกินของอร่อย

สรุปว่ามื้อนั้นแกงค์เกาหลีกวาดเกลี้ยงถุง แถมขอถ่ายรูปถุงหมูสวรรค์ไว้ด้วย ว่าจะมาหาซื้อทานที่เมืองไทยบ้าง^^

จากคุณ : ตะวันชาย


เห็นโฆษณามาม่าแกงเขียวหวาน ยังไม่เคยลอง ไม่รู้จะรสชาติจะเป็นไง
แต่ยอมรับเลยว่าเรื่องของกิน ไทยเราสร้างสรรค์ได้ไม่แพ้ชาติใดเลย ^^

จากคุณ : ชื่อที่ไม่มีใคร


กว่าจะจบ

จากคุณ : สายน้ำ...ไม่ไหลกลับ


วันหนึ่ง ผมนั่งเครื่องภายในประเทศของสายการบินเดลต้า..จากเมืองเมดิสัน รัฐวิสคอนซิน ไปเมืองมีนีอาโปลิส รัฐมินนิโซต้า แอร์สาวร่างกำยำเดินมาคุยกับผมทำให้ผู้โดยสารใกล้เคียงรู้ว่าผมเป็นคนไทย เลยมีคนนึงหันมาทักเสียงดังมาก " Sawas dee  krab. I  went  to  Bangkok  and  I  like  Thai food . Tom yum kung  Aroi marg marg " ผมก็เลยขอบคุณที่อยู่ๆก็ช่วย Promote  อาหารไทยให้ประเทศไทยฟรีๆบนเครื่องบิน

              คุณลุงเล่าว่า ไปเมืองไทยกับภรรยา พักโรงแรมใกล้ๆแยกราชเทวี กลางวันไปชมวัดพระแก้วฯและพระบรมมหาราชวัง ไปเจ.เจ.วีคเอนมาร์คเก็ต กลางคืนไปเดินทั้งข้าวสานโรด บางลำพูและซอยคาวบอย สุขุมวิท ภรรยาของคุณลุงชอบการนวดแผนไทยมาก  ไม่ว่าจะนวดด้วยมือและเท้า     ทั้งคู่ได้ชิมอาหารไทยหลายอย่าง  อาหารภาคกลาง   ภาคเหนือและภาคอีสาน ซึ่งอร่อยกันคนละแบบ  ลุงบอกปีหน้ากะว่าจะไปเที่ยวภาคใต้ เพราะเพื่อนๆที่เคยไปแนะนำให้ฟังว่า ธรรมชาติ โดยเฉพาะ ทะเลอันดามันยังสวยสดงดงามและสะอาดอยู่ อาหารการกินก็ไม่แพ้ภาคอื่น นอกจากซีฟูดแล้ว คุณลุงอยากจะไปลองชิมถั่วสดๆ สีเขียวๆ กลิ่นรุนแรง ผัดกับพริกตำ ใส่ชริมเพส( fried stinkbean   with  chilie  ,  shrimp paste  &  fresh shrimp/prawn ) แต่เวลาทานจะอร่อยได้รสชาติมาก   ผมฟังเขาอธิบายอยู่นาน ก็ถึงบางอ้อ  และอยากทานในบัดนาว  ก็สะตอผัดพริกใส่กะปิกับกุ้งสดน่ะเองครับ

จากคุณ : Jackrapan (Jack Happy)


รออ่านต่อค่า

จากคุณ : Nespay


เมื่อวานเจอฝรั่งสองคนเดินเข้ามาถามหาอาหารใต้ในร้านส้มตำทางขึ้นดอยอินทนนท์

เราก็กำลังโซ๊ยเข้าปากเลย ไม่ทันได้สนใจ พี่เจ้าของร้านก็เลยบอกไปว่า

"no no อาหารใต้ไม่มี มีแต่ส้มตำ"

ฝรั่งก็เด็ดขาดนะคะ สั่งเลย "one ส้มตำ one cola"

แล้วก็คุยอะไรกันอีกเราก็ไม่ได้สนใจ แต่ในใจก็คิด ขนาดเรากินยังเผ็ดเลย ไม่สั่งข้าวหน่อยเหรอเนี่ย

สักพักได้ยินฝรั่งถามหาเบียร์ออกเสียงชัดเจนมาก "ช้าง"

แล้วส้มตำก็ไปเสิร์ฟค่ะ เราหันไปมอง O_O โอ้...สีส้มตำจัดหนักเหมือนของเราเลย

ก็เลยเดินไปถามเจ้าของร้าน "พี่คะ เขากินเผ็ดได้เหรอ ไม่ถามเขาว่าเขาเอาข้าวรึเปล่า"

เจ้าของร้าน "กินเผ็ดได้มั้ง เห็นถามหาอาหารใต้ อีกอย่างสั่งเบียร์ด้วย คงไม่กินข้าวมั้ง เห็นสั่งต้มยำอีกอย่างด้วยนะไม่กินละมั้งข้าว"

เราเลยเดินกลับมานั่งกินต่อ หันไปเหลือบมอง เห็นฝรั่งหน้าแดงทั้งคู่ กินส้มตำไปสูดน้ำมูกไป ซดเบียร์ไป อยากจะถามเหลือเกิน ไม่เอาข้าวจริงเหรอตัวเอง

แล้ว ต้มยำซุป ก็มาเสิร์ฟ เราก็โห...ไส้ฝรั่งจะพังมั้ยเนี่ย
ข้างๆ โต๊ะที่เขานั่งมีคอหมูย่างย่างอยู่หอมฉุย เขายังไม่ถามไม่สั่งเลยค่ะ
สงสัยจะงบจำกัดหรือเปล่าก็ไม่รู้นะคะ เพราะคงเช่ามอเตอร์ไซด์มาจากในเมืองเชียงใหม่ แบกเป้กันคนละใบ

ร้านนี้จัดพริกเต็มที่ค่ะ ไม่มียั้ง ถือว่าไทยทำฝรั่งต้องกินได้ ^^"

แต่ก็เห็นเขากินไม่ได้บ่นอะไรนะคะ สงสัยเขาคงไม่ชอบกินข้าว (ละมั้ง)

จากคุณ : จางเอินฮุ้ย


คือจะแวะมาบอกว่า...........รักกระทู้นี้สุโค่ยยยยยยยยยย  ฮ่าฮ่า โหวตกระทู้ให้ตลอดค่า  ^^v

จากคุณ : rainyjerry


เข้ามาโหวตให้ค่ะ ยังตามอ่านเรื่อยๆ คลายเครียดดีแท้ ^^

ใกล้ 800 คอมเมนต์เข้าไปทุกที

จากคุณ : ชื่อที่ไม่มีใคร


กี่วันจะอ่านจบเนี่ย ย    อ่านไปหัวเราะไป    ยิ้มไป    
ภูมิใจมาก ที่เกิดเป็นคนไทยได้อยู่บนแผ่นดินไทย


หิวววววว ~

จากคุณ : คนสวยมีกรรม แง้ๆ


อ่านกระทู้ไปก็ทานข้าวเที่ยงไป

 มันเรียกน้ำย่อยได้ดีแท้

จากคุณ : Vmarry


รอ ๆ กระทู้ที่ 800 ขอเรื่องหนุก ๆ นะ

จากคุณ : มันเกี่ยวกับใครเนี่ย


ไม่มีเรื่องเล่า

แต่ชอบค่ะ เป็นกระทู้ที่ยืนยาวจริงๆ

ขออย่าให้ด๋อยซะก่อนเลย เพี้ยง!!!!

จากคุณ : พะยูนอ้วน


ไส้อั่วกับน้ำพริกตาแดงครับพี่น้อง

เรื่องมันมีอยู่ว่า ผมเดินทางไปประเทศสารณรัฐเชค เมื่อปีที่แล้ว กับ คนญี่ปุ่นสองคน บินจากญี่ปุ่นนะครับ ระยะเวลาสองอาทิตย์ ไปทำงานครับ

ด้วยความที่ประเทศนี้มันมีแต่ มันฝรั่ง + เนื้อสัตว์ + เบียร์ เป็นหลัก (ถ้าไม่รวมซุปที่อร่อยมาก) และผมก็เพิ่งไปยุโรปเป็นครั้งแรก จึงกลัวว่าจะทานอาหารประเทศเขาไม่ได้ ผมเลยพกไส้อั่ว 1 กก. ปกติกลับไทยเมื่อไหร่ เอามาทีละ สามกิโล เลยแบ่งเอามาเบาๆ กับข้าวหุงสำเร็จ 10แพค พร้อมน้ำพริกตาแดง ไม่ต้องบอกก็รู้ใช่ไหมว่าบ้านผมอยู่ไหน

พอทานอาหารประเภทมันฝรั่ง เนื้อ ไปซักพัก ผมเริ่มทนไม่ไหว บอกว่าอยากกินข้าว คนญี่ปุ่นเลยออกไปซื้อแม็กฯมานั่งทาน แต่ผมบอกว่าผมเตรียมไว้แล้ว และคืนวันนั้นเอง ผมก็เอาไส้อั่วออกมา พร้อมกับน้ำพริกตาแดง พอญี่ปุ่นเห็นมันก็แอบขยาดเล็กน้อยแล้วถามว่ากินได้เหรอ

ป้าด พวกนี้ไม่รู้จักของดีซะแล้ว ... ผมเลยจัดการเอาไส้อั่วเข้าเวฟ คราวนี้หละครับ หอมฉุย เอาน้ำพริกตาแดง คลุกกับน้ำอุ่นพอให้เหลว แล้วอุ่นข้าวหอมมะลิ

กินไปสองคำ .. เห็นคนญี่ปุ่น ทำหน้าสงสัยหรือแอบน้ำลายไหลก็ไม่ทราบ ผมเลยตัดแบ่งให้ชิมก่อนคนละคำ .... คิดดูสิครับ ไส้อั่วร้อนๆ วางบนข้าวหอมๆอุ่นๆ  มีน้ำจิ้มเป็นน้ำพริกตาแดง .. โอ้ยยย จะเหลือเหรอครับ ... ไส้อั่วกิโลหนึ่ง หมดไปโดยพลัน ครับพี่น้อง -*-

อยากถ่ายรูปมาให้ดูตอนนั่งเปิบ ตลกมากๆ เหมือนหิวโหยมาจากไหนก็ไม่รู้ หมดก็สั่งเวฟๆ พอบอกเส้นสุดท้ายแล้วนะ ข้าวก็หมดแล้วด้วย ก็ทำท่าเคือง  ปากนี่ซู้ดซี้ดซ้าด เซ็กซี่กันทุกหมู่เหล่า ยิ่งแถมเบียร์เข้าไปด้วยนี่ สวรรค์ดีๆนี่เอง

นับแต่นั้นเป็นต้นมา ผมโดนสั่งนำเข้าไส้อั่ว เป็นของฝากบังคับ มาโดยตลอด แต่ก็ดีใจนะครับ ได้โ็ฆษณาบ้านเกิดไปด้วย และลบความเชื่อผิดๆที่เขาคิดกันว่า อาหารไทยเผ็ดเกิน ต้องบอกว่า อาหารไทยอร่อยครบรส ถึงจะถูกใช่ไหมครับ 55

จากคุณ : น้ำคุ


หลู้ครับ  สุดยอดซุปเลือดสดของชาวเหนือ

edit ขอโทษครับ เห็นเรป 797 ขอมา จัดให้ครับ

พี่ผมเคยเปิด Bar & Restaurant เป็นแนว Self Service คือเน้นขายฝรั่งนั่นแหละครับ

เรื่องของเรื่องก็ขายฝรั่งตามปกตินั่นแหละ แต่พี่ผมเขาเป็นคนเหนือ ชอบทำอาหารเหนือกิน

และชอบมากพวก ลาบ หลู้ ส้า ชอบกินเผ็ดมากกก  ใส่พริกลาบทีเหมือนจะฆ่ากัน

วันดีคืนดี ตอนเย็นๆก่อนเปิดร้านซื้อลาบ หลู้ และส้ามาครับ เข้าครัวแบ่งลาบดิบออกมาส่วนหนึ่งเอาไปคั่วกิน   ส้าแบ่งมาทำโซ่  

จังหวะนั้น ฝรั่งขี้นกเข้าร้านแต่หัววันเชียว เดินมาสั่งเบียร์ที่บาร์ แล้วมันได้กลิ่น(ในความรู้สึกของฝรั่งมัน bad smell มาก) เลยบ่นๆกับเพื่อนมันค่อนข้างดัง

What da fxxing smell!?  แล้วมันก็เิดินไปดูในครัว  ซักพักได้ยินเสียงมันร้องพร้อมกับวิ่งหนีออกร้านไป

ผมก็งง เลยเดินเข้าไปดู  สรุปคือ  พี่ผมมันกำลังเอาลาบมาสับและปรุงใหม่ พร้อมกับถ้วยส้าที่เป็นเลือดหมูสดๆ ตามพื้นตามเขียงนี่ มีเลือดหยดเป็นหย่อมๆ

กระทะก็มีชิ้นเนื้อสดจากส้าที่เอามาโซ่จนควันโขมง

คือครัว:-)กระหายเลือดมาก  สมควรแล้วที่ฝรั่งมันจะหนี  ผมก็ไม่รู้ว่าไอ้ฝรั่งสองตัวนั่น มันเมายามาป่ะวะ คือโอเวอร์แอคติ้งมาก


เรื่องนี้สรุปว่า ไอ้"สเต็กทาร์ทาร์"ของฝรั่งนี่ดูเด็กไปในบัดดล ฮ่าฮ่าฮ่า

จากคุณ : ท่านคิมไม่เคยยืม


ตอนอยู่ญี่ปุ่น ตจะทำอาหารคนละอย่างแล้วมากินร่วมกัน(ที่จริงกำจัดของเก่าก่อนซื้อของสดใหม่)

เราลองทำเมนู "ไก่ต้มโค๊ก" อาหารไทยหรือเปล่าไม่แน่ใจ

เพื่อนฝรั่งกับญี่ปุ่น เดิมมาเห็นถึงกับพะงะ  ไก่สด เทโค๊ก ใส่ แล้วต้ม ฟองงี้เพียบบบบบบบบบบบบ

ช้อนฟองกันกระจาย

เอามาวางตอนแรกไม่มีใครแตะเลย  เลยต้องบอกว่า  พวกแกต้องกิน

พอชิมไปหน่อย  หมดเป็นอย่างแรก

ทุกคนบอกว่า ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่ามันทำแบบนี้ได้ 55555

จากคุณ : ช้างยิ้ม


800. ซุปเลือดสด 555555555555

จากคุณ : อีกออินึนเด


รออ่านนะจ๊ะ

จากคุณ : ข้าวประดับดิน


800 ฝรั่งต้องคิดว่าพวกคุณเป็นแวมไพร์แน่นอน ฮามาก

จากคุณ : lotech58


800. ผมว่าผมกินดุแล้วนะ แต่หลู้นี่เป็นอย่างเดียวที่่ผมกินไม่ได้จริงๆ ในบรรดาของดิบ เห็นพ่อใช้ช้อนกลางซดเอาๆ แล้วผมหวาดเสียว

ว่าแต่คุณ คห 800. เคยไปนั่งเปิบกะเพื่อนไหมครับ 555

จากคุณ : น้ำคุ


ลาบ หลู้ ส้า แบบดิบๆนี่ถือเป็นอาหารพิเศษที่มากกว่าข้าวเย็นเลยนะครับ

คนเหนือเขามองว่า มันเป็นศิลปะ เวลาทำก็จะช่วยกันทำทุกคน ถือว่าเป็นกิจกรรมอย่างนึงเลยน่ะครับ

ของผมช่วงก่อนจะกินบ่อย  แต่หลังๆเริ่มกลัวโรคภัยก็เลยต้องนานๆกินทีน่ะครับ

ถ้าจะกินหลู้ สูตรผมแนะนำใส่หมี่กรอบเยอะๆ

จากคุณ : ท่านคิมไม่เคยยืม


เผื่อคนไม่รู้นะครับ

พวกของดิบพวกนี้ ปกติแล้วแถวบ้านผมเป็นอาหารผู้ชายคับ เวลาบ้านผมลาบทีไรพ่อจัดการตลอดแม่จะไม่ยุ่งด้วย แต่ก็มากินด้วยกัน ถึงแม้ว่าจะเป็นร้านขายลาบส่วนใหญ่ ก็มักจะเป็นผู้ชายที่เป็นคนลาบ เพราะอย่างแรกเลยมันต้องใช้แรงหน่อยหนึ่งเพื่อไปนั่งลาบจากเนื้อเป็นก้อนให้มันเป็นเนื้อเหนียวๆ และเข้ากัน ผมก็มักจะโดนใช้ให้ทำบ่อยๆ ทำไปบ่นไป แหละคับ ปวดแขน

และอย่างว่าอีกเช่นกัน พอลาบเสร็จ เลือดมันก็จะเหลือ พร้อมเครื่องในเครื่องเทศ ฯลฯ ก็นั่นแหละครับ จบด้วย หลู้
ส่วน ส้า ความหมายมันคือ ยำ ในภาคกลางนั่นเเหละคับ อะไรเหลือก็จับยำๆ หลักๆ ก็ลาบคับ

เนื้อที่เอามาทำ ถ้าขายตามปกติจะเ้ป็น เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อปลา เนื้อควาย เืนื้อเป็ด แต่ถ้าออกแนวเข้าป่าหน่อยก็พวก เนื้อฟาน(ภาษากลางไม่ทราบได้) อีเห็น? อะไรพวกเนื้ยอะึคับ

ที่ขาดไม่ได้ก็ เครื่องเคียง หรือ บ้านผมเรียก ผักกับลาบ ส่วนตัวชอบ สะระแหน่ กับผักไผ่(ไม่รู้ภาษากลาง) คับ แต่บางทีก็มีผักแปลกๆมาให้กินกันตลอด ยอดมะกอกก็เด็ด เช่นกัน ออกแนวอมเปรี้ยว

ไม่น่าแหยะอย่างที่คิดคับ อร่อยด้วย คิดว่าเป็นซาชิมิทูนาหมักใส่โชยุกับเครื่องเทศ ก็ไม่แหยงแล้วครับ ลองดูแล้วจะติดใจ ที่สำคัญ ผมให้เพื่อนคนญี่ปุ่นโซ้ยมาแล้วด้วย มันบอกว่าอร่อยดี เจอข้าวเหนียวนึ่งใหม่ไปด้วย สำหรับคนที่รับประทานดิบไม่ได้ให้ลองสั่งแบบคั่ว ดูครับ อร่อยเหาะ

อ้อ ทานแล้วอย่าลืมยาถ่ายพยาธิทุก3-6เดือนนะคับ ถึงแม้ว่าจะคั่วแล้วก็ตามเพราะมันอาจจะติดมากับ ผักกับลาบก็ได้ อร่อยปากแต่ลำบาก-ูดนิดหนึ่ง 55

จากคุณ : น้ำคุ


อ่าน คห.บนแล้วไม่แปลกใจข่าวแถว จ.น่าน จ.เชียงราย เข้า รพ.กันยกหมู่บ้านบ่อย ๆ

จากคุณ : อัลปลั๊ก


อาาา กลับเข้ามาอ่านเจอหลู้

อยากกินนนน กินกับผักคาวตองนะ ใส่เครื่องในกรอบ กับมันหมู ที่สุดของแจ้แล้ว

จากคุณ : styx


ตามอ่านมานาน สนุกทุกตอน
สะดุดนิดหน่อย ตอนที่บางคนเข้ามา ดราม่า
เสียอรรถรสไปชั่วครู่

แต่ขอบคุณที่ทุกคนมองข้ามมันไป

และได้บรรยากาศดีๆคืนมาอีกครั้ง
มาเล่าอีกนะคะ สนุกดี ^^

จากคุณ : MaybeYesMaybeNo


คห.807  ฟานนี่น่าจะเป็นพวกเก้งกวางขนาดเล็กนะครับ   ตอนเข้าป่าผมได้ยินชาวบ้านพูดถึงบ่อยๆ

จากคุณ : ท่านคิมไม่เคยยืม


...เกิดมาพึ่งเคยเห็น หลู้ T-T

จากคุณ : LegalisM


ไม่กี่เดือนที่แล้วไปเที่ยวเกาะช้างกับครอบครัวครับ พอดีพี่ทำงานที่เกาะช้าง
ซื้อทริปนั่งเรือไปดำน้ำ  แม่เลยจัดเต็มเสบียงตามมประสาคนอิสาน 555
อารมณ์กะว่าคงจะเหมือนไปกินข้าวป่า ก้จัดไปเลยอาหารแซ่บๆ
ข้าวเหนียว(เอามาจากบ้าน) หมกหยวกกล้วยหมูสามชั้น  ไก่ย่างพร้อมน้ำจิ้มแจ่วมะกอก
ตับไก่ทอดกระเทียม(แม่ทอดเอง ของโปรดผม) และอีกหลายอย่าง

หลังจากบ้าหอบฟางขึ้นเรือปุ๊บ  บ๊ะ บ้านเราหัวดำอยู่พวกเดียว ฝรั่งรัสเซียเต็มไปหมด
หลังจากว่ายน้ำมาหลายเกาะก็ถึงเวลาอาหาร ถึงได้รู้ว่าบนเรือเค้าทำอาหารไว้บริการ - -* อุส่าห์หอบมาซะเยอะ  ก็มีผัดเปรี้ยวหวานกับไส้กรอก ข้าวสวย
เราหามุมกินข้าวอยู่นาน  ก็ได้ชั้นบนของเรือคล้ายๆดาดฟ้า มีโต๊ะ ไม่มีคนอยู่เลย อิอิ  เลยจัดแจงกางเสบียงอย่างไม่ต้องเกรงใจใคร  จ้วงอาหารอย่างหิวโหยเพราะเหนื่อยมาก
สักพักลุงเจ้าของเรือทำเซอไพร้ยกจานส้มตำปูปลาร้าขึ้นมาให้ ลุงบอกไม่เห็นพวกเรากินอาหารที่เตรียมให้เลย (แหงล่ะจ้ะเพราะแค่ของเราก็เยอะเกินอิ่มแล้ว 555) แถมปลาย่างที่เค้าเพิ่งตกมาย่างให้ด้วย อร่อยมาก

สักพักมีฝรั่งปีนขึ้นมาชมวิวเป็นหนุ่มสาว 4 คน พ่อผมที่เริ่มกึ่มๆเบียร์ก็สปีคอิงลิชกวักมือมาร่วมวง ฝรั่งทำท่าลังเลแต่ก็มานั่งโต๊ะ  แม่ผมก็ชวนกินนู่นนี่กับข้าวเหนียว  พูดกันไม่ค่อยรู้เรืองแต่ยิ้มกว้างให้ตามประสาคนอิสานใจดี  เค้าเลยกล้ากิน 555
มีคนนึงจิบแต่เบียร์ไม่กล้ากินเลยให้ลองข้าวเหนียว ตับไก่ทอดจิ้มแจ่วมะกอกก ร้องเป็นภาษารัสเซียเสียงดังประมาณว่ามันอร่อยยมากกก  กินจนหมดกล่องลืมเกรงใจเราเลย
และเค้าดูอเมซิ่งมากกับขนมใส่ไส้  ที่ห่อใบตองอ่ะครับ
เค้าบอกอาหารไทยกินที่ไหนก็อร่อย คนไทยใจดี ยิ้มเก่ง เฮฮา แล้วก็ขอบคุณบ้านผมใหญ่ก่อนลงไปชั้นล่าง

พอฝรั่งลงไปหมด  แม่เอาจานส้มตำปลาร้าที่ซุกไว้ขึ้นมาวางบนโต๊ะ  บอกว่ากลัวฝรั่งจะเหม็นแล้วไม่กล้ากินข้าวกะเรา โอ๊ยยยย ผมขำท้องแข็งเลย

จากคุณ : kimmujji3


หรือว่ากลัวฝรั่งรัสเซียจะติดใจตำปลาร้าแล้วจะไม่พอกิน ฮ่าฮ่าฮ่า

จากคุณ : Namor FC


ไม่ใช่เรื่องของตัวเองแต่เป็นเรื่องของเพื่อนสนิทที่ไปเรียนที่อเมริกาแล้วมาเล่าให้ฟัง

เพื่อนเราจัดปาร์ตี้อาหารไทยที่หอตามคำรบเร้าของเพื่อนๆต่างชาติที่อยากกินอาหารไทย เผอิญคลาสที่เพื่อนเราเรียนมีแต่เค้าที่เป็นคนไทย เลยต้องsoloเองทั้งหมด ทำพวกอาหารไทยที่ไม่ค่อยซับซ้อนนักอย่างแกงเขียวหวาน ผัดผัก ลาบหมู โดยมีโลโบ้เป็นผู้ช่วย อะไรประมาณนี้

ทีนี้ตอนไปซื้อวัตถุดิบ เพื่อนเราเจอใบเตยมัดเป็นกำๆขายเลยได้ไอเดียเอามาทำน้ำใบเตยเป็นเครื่องดื่ม ต้มใบเตยใส่น้ำตาลนิดหน่อย ตอนเสิร์ฟก็ใส่น้ำแข็ง แบบที่คนไทยเรากิน ปรากฏว่าเพื่อนต่างชาติทุกคนชอบมากกกกกกกกก ประมาณว่านี่มันทำจากอะไรเนี่ยทำไมมันหอมขนาดนี้ เพื่อนคนจีนถึงกับขอใส่กระติกกลับบ้าน

เพื่อนเราเล่าให้ฟังว่าคนเม็กซิกันกินอาหารไปได้ครึ่งนึงก็หันมาบอกเพื่อนเราว่า "ฝีมือทำอาหารyouสุดยอดมาก แต่งงานกันเหอะ" ฮากันทั้งวง

จากคุณ : aquatitle


อ่านวันแรก 12 ชม รวด จนสายตาฝ้าฟาง จึงยอมไปนอน และอ่านทุกความคิดเห็นด้วย

ได้ไปที่ 644 คคห (ผมอายุ 27) ตั้งแต่ 5 โมงเย็นถึง ตี 5

ระหว่างที่อ่าน ถ่ายเบาไป 8 รอบ หนัก 1

ไม่รู้ว่าสมควรพูดไหม ครั้งสุดท้ายที่ทุ่เทขนาดนี้คือ ซีรี่ Prison Break

แต่นี้เป็นกระทู้ที่ดีที่สุดอันดับสองในชีวิตผมที่เคยอ่านในพันธุ์ทิพย์

และเป็นกระทู้ที่กด bookmark ทันที่ที่อ่านถึง คคห 6

ชอบที่สุดเรื่อง ปูปลาร้ากับฝรั่งสามคนพ่อแม่ลูกที่ตามหาปลาร้า

ฮาที่สุด คคห ที่ 277

ผู้เม้นที่ชอบคือคุณ jack happy ยังกะนักเขียน น้ำตาคลอเลยตอนที่บอกว่าทราบว่าเธอแต่งงานไปกับหนุ่มญี่ปุ่นแล้ว

น้า แอ๊ด นี่ก็เหมือนกัน ออกรส ออกชาติ มาก ฮากระจาย ทหารเมกา

Turkrub ก็ฮาดี แนววัยรุ่นๆ

ชอบเยอะมากกกกก  แต่จำไม่ไหวจริงๆ ถ้าพูดเรื่องไหนผมว่าจำได้หมด

ฝรั่งที่มากินเย็นตาโฟ และนมเย็น โชคดีมาก

จากคุณ : ibennn


กระทู้นี้ได้กิฟ ไปเต็ม ๆ เยอะมากกกกกกกกกก

กระทู้เดียว นั่งอ่านมา 2 วันเต็ม ๆ อ่านไปหัวเราะไป
จนเพื่อนรวมงาน เดินมาถามว่า อ่านอะไร อ่านได้ทั้งวัน หัวเราะทั้งวัน
555555+ เป็นกระทู้ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาใน pantip

จากคุณ : เฮ่งเจีย (hangjai)


อ่านมาสักระยะในที่สุดก็มีเรื่องมาแจมแล้วค่ะ

ช่วงกลางเดือนที่ผ่านมามีเพื่อนชาวต่างชาติ4คนต้องมาร่วมงานกัน มีสิงคโปร์ อินเดีย เกาหลี แล้วก็ฮ่องกงค่ะ ตอนกลางคืนทางออฟฟิสก็จะพาไปทานข้าวที่CTWอยู่แล้ว แต่มีนางหนึ่งค่ะนางเคยมาไทยหลายรอบแล้วอยากกินอาหารไทยแบบฮาร์ดคอร์ ก็คือมิสฮ่องกงนั่นเอง บอกอยากกินทุเรียน อยากกินต้มยำกุ้ง พวกพี่ๆเลยจัดเต็มพาไปกินร้านอาหารอีสานข้างทางตรงCTWแทน ซึ่งไม่มีของที่นางบ่นถึงเลย55 แล้วเราก็สั่งส้มตำทั้งตำไทย ตำปลาร้า ต้มแซ่บ ปลาเผา คอหมูย่าง ตับหวาน สั่งแบบไม่ได้นับจำนวนคน แต่สาวบึกบึนทั้งหลายก็กวาดเรียบค่ะ ส่วนนางที่บอกว่าอยากฮาร์ดคอร์ก็สมใจ ต้มแซ่บนี่นางแทบเอาหลอดมาดูด ปลาเผานี่ถ้ากินหนังได้คงกินไปแล้ว (บรรยายเว่อร์มาก 55)

ส่วนตอนเช้ามาทำงานเราหิวก็เลยทำมาม่าผัดไข่ใส่ผักกาดดองกับไมโครเวฟกิน เห็นหนุ่มเกาหลีนั่งทำงานอยู่เลยชวนให้ลองชิมดู ฮีเอาไปทั้งชิมทั้งชาม ปรากฎเหลือแต่ผักกาดดอง เพิ่งจะรู้ว่าเกาหลีกินกิมจิแต่ไม่กินผักกาดดอง ฮ่วย...ไม่ยอมบอกตั้งแต่แรก

สุดท้ายเราได้เจอมิสฮ่องกงก่อนจะกลับ ไม่น่าเชื่อว่านางมีแค่กระเป๋าเสื้อเล็กๆหนึ่งใบ ที่เหลือเป็นขนมบวกกับของช็อปปิ้งสามถุงใหญ่ โถ่แม่คุณ...นางบอกว่าจะกินทั้งปี

ปอลออันนี้ไม่เกี่ยวกับอาหาร เพิ่งจะรู้ว่าชาวต่างชาติเล่นโดมิโน่ไม่เป็นนะคะ แล้วออฟฟิสเราเนี่ยใครแพ้นี่ต้องถูกล้อแน่ๆว่าขี้แพ้ ลองสอนเล่นเลยได้รู้ว่าคนไทยกะเกาหลีเป็นขี้แพ้กันคนละตา มันน่านัก55 แล้วยังได้รู้อีกว่าหนุ่มอินเดียกุ๊กกิ๊กมากๆ เพราฮีชอบกระเป๋านารายาค่ะ ซื้อไปฝากที่บ้านสิบกว่าใบ คุณพระ!!!

...........เพิ่มเติมข้อความค่ะ..........

ลองย้อนอ่านของตัวเองอีกที่ มันไม่มีอาหารที่เค้ายี้กันเลยนี่หน่า มีแต่หนุ่มเกาหลีไม่ยอมกินผักกาดดอง 55
เลยขอโมเมลำเอียงเข้าข้างอาหารไทยว่าเพื่อนต่างชาติไม่มีใครยี้ มีแต่วิ่งหา ^__^

จากคุณ : Giku C


มาอีกๆๆๆๆ รออ่านอยู่นะค๊าาา ปูเสื่อรอแล้ว ^^

จากคุณ : เฮ่งเจีย (hangjai)


เอาให้เป็นกระทู้แนะนำ 1 ปีเต็มเลยนะคะ แวะเข้ามาโหวตตามเคย

จากคุณ : Sweetest Love


คูหา 818  

กระเป๋านารายาไม่เฉพาะแต่หนุ่มอินเดียวหรอกค่ะกับกระเป๋านารายาน่ะ ถ้าอยากรู้ว่าใครบ้างตามไปอ่านนี่ได้เลยค่ะ ^^

เกาหลีบุกร้านนารายา http://2around.wordpress.com/2011/08/21/%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%81-%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99naraya/

จากคุณ : rainyjerry


^
^
ตามจริงเค้าก็ซื้อกันทุกคนนั่นแหล่ะค่ะ แต่ตกใจนิดหน่อยที่พ่อหนุ่มอินเดียคมเข้มฮีซื้อเยอะกว่าเพื่อน ^_^

--------------------

เพิ่งนึกได้ว่าเพื่อนฮ่องกงเนี่ยชอบกูลิโกะรสลาบสุดๆ มากี่รายตามหากันให้วุ่น อย่าว่าแต่ต่างชาติเลย เราก็คิดถึงเหมือนกัน แต่โรงงานโดนน้ำท่วมเลยหากินไม่ได้ซะงั้น อยากให้กลับมาไวๆ เรากะว่าไปฮ่องกงคราวหน้าจะเอาเจ้ากูลิโกะรสลาบนี่ล่ะเป็นของฝาก คราวนี้สาวฮ่องกงเลยได้ขนมชนิดใหม่กลับบ้านแทน นั่นก็คือ...ทุเรียนทอดค่ะ เราเลยแซวไปว่ามาไทยคราวนี้กินอาหารไทยฮาร์ดคอร์หลายอย่างเลยนะ สงสัยกลายเป็นคนไทยแล้วเนี่ย นางเลยบิดๆยิ้มๆบอกว่าปีหน้าจะมาใหม่จะมาขนของกินอีก 0_o

จากคุณ : Giku C


เรื่องยี้ไม่ค่อยเคยเห็นค่ะ เห็นพุ่งเข้าใส่กันทุกคน

ที่ที่เราอยู่ เรายังคิดเลยว่า ถ้ารถประจำทางเป็นอาหาร รถประจำทางก็คงเป็นอะไรที่ต่างชาติยี้ เห็นเดินไปตามถนนไม่มีใครสนใจขึ้นรถประจำทางกับสักคน ทั้งๆ ที่ทางเดินก็ออกจะไกลนะคะ

ลืมบอกไป เราอยู่จอมทอง ปากทางขึ้นดอยอินทนนท์ค่ะ

จากคุณ : จางเอินฮุ้ย


เรากลับบ้านมองว่ากระทู้นี่มันนานเดินไปแล้ว เริ่มรำคาญ

คหสต นะ ไม่ต้องดราม่า

จากคุณ : concierge


เพื่อนเป็นหนุ่มญี่ปุ่น ชอบกินเงาะ มาไทยต้องกินเงาะทีครั้งละหลายโล
เคยจอดรถ แวะซื้อสละข้างถนน เอาสละให้กิน ตอนแรกบอกว่าไม่กิน
เพราะหน้าตามันหน้าเกลียด พอแกะให้กินเม็ดหนึ่ง พี่แกเดินไปซื้อเองอีกสองโล
แกบอกว่า ไม่เคยรู้เลยว่ามันอร่อย

เวลาไปบ้านเราที่ตจว. แม่เราชอบทำกับข้าวให้กิน ซัดอย่างต่ำครั้งละสองจาน
แต่ต้องไม่เผ็ด อาหารโปรดเฮียเป็นอาหารไทยทุกอย่างที่แม่เราทำ
เฮียแกไม่ชอบผักชีมากๆ

จริงๆเพื่อนเราคนนี้ ตัวเล็กมาก กินยยากมาก เลือกกินสุดๆ แต่กลับชอบอาหารกับผลไม้ไทย ช่วงหลังๆ ชวนไปกินกินฟูจิ เฮียแกบอกไม่กินฟูจิ เป็นจังค์ฟู๊ดซะงั้น

จากคุณ : sungซ่า-waน่ารัก


จากคุณ :


ถ้าใครไม่ชอบอ่านกระทู้นี้หรือคิดว่ามันหลงตัวเอง   ดราม่า ฯลฯ คุณก็ไม่ต้องเข้ามาอ่านอีกก็ได้นะคะ เพราะคนที่เขาชอบก็ยังมีอยู่ อย่างเราเข้ามาอ่านกระทู้นี้ทุกวันเลย

ใครจะไม่ชอบกระทู้นี้ แล้วอ้างว่าเป็นความเห็นส่วนตัวของคุณ เราก็เข้าใจนะ  แต่ไม่เห็นจำเป็นต้องมาโพสต์ให้คนอื่นเสียความรู้สึกเลย ความคิดเห็นส่วนตัวของคุณเก็บเอาไว้บ้างก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมาโพสต์บอก ชอบกระทู้ไหนก็เข้าไปอ่าน ไม่ชอบก็ไม่ต้องเข้าไปอ่าน

จากคุณ : มะลิ (mali2012)


จขกท  เขาตั้งกระทู้เพื่อให้คนมาแชร์ประสบการณ์ หรือมาเล่า  ถ้าใครรำคาญ  ไม่อยากอ่าน หรือไม่ชอบแล้ว ก็ไม่ต้องเข้ามาอีกนะคะ  หรือถ้าจะเข้าก็ไม่ต้องมาโพสต์ให้คนอื่นเสียอารมณ์ค่ะ  

ปล  ขอโทษคนอื่นๆ นะคะ ถ้าเราอยากจะขอดราม่าหน่อย

จากคุณ : มะลิ (mali2012)


ถึงคุณบัตรผ่านคนนั้น...เราเข้าใจว่ามันเป็นความเห็นส่วนตัวนะคะ แต่ถ้าจะต่อว่าด้วยความเห็นดูถูกแบบนี้ก็แมนๆหน่อยค่ะ อย่าแค่ล็อกอินบัตรผ่านมา มันเหมือนแค่อยากจะเกรียนอยากจะดราม่าด้วยวิธีเรื้อนๆยังไงไม่รู้ ถ้าคุณไม่มีเจตนาอย่างที่ว่ามา เราก็ขอโทษที่เข้าใจผิดค่ะ

อีกอย่างเราคิดว่าอาหารไทยที่ต่างชาติชอบมันเป็นความภูมิใจมากกว่าความหลงตัวเองที่คุณอยากจะสื่ออีกนะ!!!

ปอลอ...ความจริงคุณบัตรผ่านไม่อยากให้กระทู้ตกใช่มั้ย เหงาล่ะซิ แต่คราวหลังขออย่าโพสอะไรอย่างนี้เลยค่ะ รู้สึกอารมณ์มันสะดุดยังไงก็ไม่รู้

จากคุณ : Giku C


คห. 826 มันเป็นความภาคภูมิใจในอาหารไทยครับ ไม่ใช่หลงตัวเอง

คนที่หลงตัวเองคือคุณมากกว่า หลงมาทางไหน ช่วยกลับไปทางนั้นเลยนะครับ

เพิ่มเติมนะ คนที่นี่เค้าติดตามอ่านกันมีความสุขดี คุณช่วยไปเกรียนที่อื่นเถอะ

จากคุณ : หนุ่มจันทร์เจ้า~สาวกาสะลอง


เราก็ตามอ่านมาตลอดนะ ไม่เห็นว่าจะน่ารำคาญกระทู้นี้ตรงไหน

ดีใจเสียอีกที่ได้อ่านเรื่องที่มันทำให้เรารู้สึกดีและผ่อนคลาย แบบฟีลกู๊ดอ่ะ

ทุกวันนี้มีแต่เรื่องเครียดจะตายอยู่แล้ว นี่เสียอีกที่ทำให้หลายคนยิ้มได้

จะคิดแง่ลบไปทำไมคะกระทู้นี้ เรายังคิดไม่ได้เลยนะนี่

อย่าคิดมากค่ะ เดี๋ยวจะคอเลสตอรอลขึ้นเปล่าๆ ...


เราว่าวกกลับเข้าประเด็นอาหารเหมือนเดิมดีกว่านะคะ

ใครไม่อยากอ่าน เห็นว่ามันนานเกินไปเป็นไตรภาค หรืออะไรก็แล้วแต่

ก็ไม่ต้องอ่าน มองผ่านไป หาอ่านเฉพาะที่สนใจ หรือทนไม่ได้ ก็ปิดคอมไปเลย

อย่างนี้น่าจะโอเคกว่าไหม?

จากคุณ : คุณหญิงซิมบ้าไลออนคิง


ตามมาโหวทุกอาทิตย์ค่ะ เราแค่ดีใจที่คนต่างชาติชอบอาหารไทยเท่านั้นเอง
คนญี่ปุ่นในออฟฟิศเราชอบผัดกระเผาหมูสับแทบทุกคนเลย ทั้งๆที่มันเป็นอาหารไทยที่เบสิกมากๆ

งานGlobal villageที่ดูไบ บูธอาหารไทยขายดีตลอดค่ะ มะม่วงจิ่มพริกเกลือ , มะขามหวาน ฯลฯ แขกชอบมากๆ
แต่ถ้าอาหารไทยที่ขายนอกThai villageจะขายดีไม่เท่าในvillageค่ะ

จากคุณ : Lalawolf


ขอเสนอ ความคิดเห็นไหนที่ไม่สร้างสรรค์ ก็ไม่ต้องไปโต้ตอบอะไรให้เสียกระทู้
แค่ช่วยกันกดลบเท่านั้น แค่นี้กระทู้ก็ไม่เสียอรรถรส

จากคุณ : beeBbee


ทีร้านขายข้าวขาหมู พวกนักศึกษาชาวจีนมาใหม่ๆชอบมามุงดูกัน พอรู้ว่าตุ๋นยาจีนก้ซื้อไปกินที่หอ จากนั้นก็เป็นขาประจำเรื่อยมา เคยถามรุ่นแรกๆว่าที่จีนมีขายไหม เขาบอกว่าไม่ค่อยมี เออแหะ!!!

ส่วนชาวยุโรป แรกๆก็ยืนดูด้วยความงุนงง ส่วนใหญ่ไม่กล้าซื้อ กว่าจะได้ลองชิมก็ต้องมีสาวชาวไทยซื้อไปให้ซะก่อน แล้วก็เสร็จโรงเรียนขาหมูทุกราย มาอีกทีก็ "ข้าวขาหมูพิเศษไม่ใส่หนัง"

เรื่องฮาๆมีอยู่เรื่องนึง วันนึงลูกค้าชายชาวไทยอายุกลางคน สั่งขาวขาหมู 1 จาน ผมก็สับแต่ส่วนที่เป็นเนื้อใส่จานให้ กินเสร็จก็ทำท่าหงุดหงิด เดินมาจ่ายเงินแล้วถามว่า "เนื้อหมูใช่ไหม" ตอนนั้นก็งงๆ ใจพาลคิดไปว่าเขาคงคิดว่าทำเนื้อวัวให้หรือป่าว เลยตอบไปว่า "เนื้อหมูครับ" เท่านั้นแหละสีหน้าโหดขึ้นมาทันที สวนกลับมาว่า "กูสั่งข้าวขาหมู มรึง:-)ทำข้าวเนื้อหมูให้กูแดก" แล้วก็เดินจากไป ปล่อยให้ยืนงงๆปนโมโหโดยที่ไม่ยอมฟังเหตุผลซักคำ

จังหวะที่ยืนงงๆปนโมโหอยู่นั้น ก็มีแขกขาววัยรุ่น 2 นาย เดินผ่านหน้าร้าน เห็นขาหมูวางอยู่บนกระทะ ก็เดินวกกลับมา แล้วก็ชี้ที่ขาหมูด้วยภาษาไทยไม่ค่อยชัด "ไกล่ ไกล่" อารมณ์โมโหแถมลืมตัว ตอบไปเสียงดังฟังชัด "ไก่บ้านพ่อมรึงเหรอ ขาใหญ่อย่างกับนกกระทา"

ดีนะ ที่มันฟังไม่รู้เรื่อง

จากคุณ : สติตุ๋นยาจีน


826

ยิ่งกระทู้นี้อยู่นาน ก็ยิ่งชี้ให้เห็นถึงความใจแคบของคนไทยบางคน(คุณนั่นแหละ)

จากคุณ : Things Happen For A Reason


เราทำงานที่พัทยา  เจ้านายเป็นคนแคนาดา  ได้แฟนคนไทย  ไม่เคยมาเมืองไทยมาก่อน  เขามาหาลู่ทางที่จะเปิดบริษัท  ตอนแรกเล็งเปิดที่ฮ่องกง  กับสิงคโปร์  เพราะขอวีซ่าได้ง่าย  ไม่เรื่องมากกับต่างชาติ   แต่เผอิญลูกชายล่วงหน้ามาเที่ยวเมืองไทยก่อนเลยแวะมาเที่ยวด้วย

แรกๆ ไม่กล้ากินอาหารไทยนัก  แต่พอได้แฟนคนไทย  แฟนเจ้านายจัดอาหารไทยให้กินทุกมื้อ  แกชอบมากๆ ไม่ว่าจะเป็นต้มยำ  ยำวุ้นเส้น  ผัิดผัก หรือปีกไก่ทอด  แกกินได้ตลอด  แถมเปิดร้านอาหารให้แฟนแกด้วย

แต่ที่รักสุดๆ เลยคือทุเรียนหมอนทอง   แกจะเดินออกไปเลือกซื้อเอง สั่งคนขายเอาสุกพอดีๆ แล้วก็มานั่งทานอย่างมีความสุข  หากกินไม่หมดก็จะไปฟรีสไว้ให้แข็ง  แล้วเอามาทานเหมือนไอติม  มีให้เราทายด้วยว่าไอ้เหลืองๆ แข็งๆ นี่อะไร  ไอ้เราก็นะ  แค่ได้กลิ่นก็รู้ว่าทุเรียน  แกอำเราบอกว่าไอติมทุเรียน  แกทำเอง  เราก็ได้แต่หัวเราะ

เมื่อต้นเดือนมีเจ้าหน้าที่บีโอไอมาตรวจกิจการ  แกบอกเจ้าหน้าที่ว่่า  ฉันไม่อยากกลับแคนาดาแล้ว  ฉันรักเมืองไทย  รักอาหารไทยมาก และฉันก็ขนของที่แคนาดามาที่นี่หมอแล้วด้วย  หากเธอไม่ยอมให้ฉันเปิดบริษัททำธุรกิจที่นี่  ฉันคงไม่มีที่อยู่และอดตายแน่ๆ   พวกเจ้าหน้าที่ที่มาตรวจก็พากันหัวเราะ  

เราเคยนินทาแกกับแม่บ้านเบาๆ ว่า  เห็นกินปีกไก่ทอดทุกวัน  กินจนจะบินได้อยู่แล้วไม่เบื่อหรือไง  ขำๆ นะคะ

จากคุณ : หัวใจไม่ว่างแล้ว


มาช่วยดันกระทู้อีกหนึ่งแรงครับ เข้ามาอ่านบ่อยๆครับ คลายเครียดจากการทำงานได้ดีเลย
มีคนมาเพิ่มเติมเรื่องราวใหม่ๆตลอดแต่ท่านที่มีอคติมองโลกมืดมน เห็นแต่ด้านแย่ของมนุษย์ อย่ามาทำให้ความรู้สึกดีๆที่ทุกคนเขาสร้างกันมาตั้งแต่ต้นต้องสะดุดเพราะอักษร
ไม่กี่ตัวที่คุณพิมพ์เลยครับ

จากคุณ : labs


คุณพระ !!  ผมเดาว่าต้องเป็นกระทู้แนะนำที่นานที่สุดแหง๋ๆเลย

จากคุณ : กยิราเจ กยิราเถนัง


มอบรัก

จากคุณ : ฝนโอ่ง


^^^^^ #839

เฮ้ยยยยยยยยยยยย

เจ้าของกระทู้ในตำนานนนนนน

55555555+

จากคุณ : ซุ่มในซอย


เจ้าของกระทู้(ในตำนาน)

แวะมาดูที่ คห.839

จะบอกว่าผมเข้ามาเกือบทุกวันเลย

แล้วก็คอยกดโหวตให้ทุกครั้งด้วย

อยากให้กระทู้นี้ "ยัง อยู่ ยั้ง ยืน ยง" 5555+

เอาให้ทะลุ1ปี ไปอีกนานๆเลยนะ

กระทู้นี้ผมยกให้เป็นกระทู้ที่ดีที่สุดของพันทิบ สำหรับผมเลย

จากคุณ : ซุ่มในซอย


ที่หลงตัวเองก็เพราะมีสิ่งดึงดูดให้หลงนี่ครับ ไม่ใช่เฉพาะคนไทย ชาวต่างชาติก็หลงใหลเหมือนกัน 555
ส่วนตัวไม่มีเพื่อนหรือคนรู้จักเป็นคนต่างชาติ แต่เท่าที่อ่านข้อความหรือบทความตามเวบต่างๆ มีหลายคนเลยนะครับที่ชอบอาหารไทย อย่างลิงค์ข้างยกอาหารมาเป็นเหตุผลแรกที่ชอบเมืองไทยเลย
http://www.nomadicmatt.com/travel-blogs/11-reasons-why-i-love-thailand/

จากคุณ : miryone


ไม่รู้พลาดกระทู้แนะนำสนุกๆแบบนี้ได้ไง เข้ามาอ่านตอนแรกๆ และก็คิดว่าคงไม่มีอะไรใหม่ ที่ไหนได้ อ่านไปขำไปหลายความเห็นเลย สนุกดี

ขอแชร์เรื่อง ข้าวเหนียวมะม่วงบ้าง เห็นหลายๆความเห็นบอกว่าต่างชาติชอบข้าวเหนียวมะม่วงกัน

ส่วนตัวเป็นคนชอบทำอาหาร/ขนมเหมือนกัน

ที่ทำงานเก่า พนักงานมีหลายเชื้อชาติ แต่ส่วนใหญ่เป็นอินเดีย เวลามี Lunch Party ของแผนกส่วนมาก(เกือบทุกครั้ง ก็จะเป็นพวกอาหารแขก ตบท้ายด้วยของหวานแบบแขกๆ ที่บางครั้งก็หวานจนเอียน เลยอยากกินอะไรแบบไทยรวมทั้งนึกสนุกอยากโชว์พาว เลยทำ "ข้าวเหนียวมะม่วง" ไปแจม

จัดการหุงข้าวเหนียว แบบผสมข้าวก่ำ + เคี่ยวกะทิกะเกลือ น้ำตาล แถมถั่วเหลือง/งา คั่วกรอบๆ จัดเต็มกันเลยทีเดียว

ถึงเวลาเที่ยง คนก็เข้าคิวกินข้าวไป คุยกันไป จนเราเอาข้าวเหนียวมะม่วงเรามาเข้า Line เพราะต้องเข้าคิว ตักข้าวเหนียว >ตักมะม่วง> ราดกะทิ> โรยถั่ว

ผล..

ทั้งที่บอกว่า อิ่มๆข้าวกันแล้วอ่ะนะ เดินเวียนเทียนตักข้าวเหนียวมะม่วงกันคนละ 2-3 รอบ พุงปลิ้นไปตามๆกัน ฮ่าๆๆ แทบทุกคนจะชมว่าอร่อย โดยเฉพาะมะม่วงไทย(ที่ผมดั้นด้นไปหาซื้อมา แพงด้วย)
ถึงขนาดมีบางคน/บางคณะ พากันจัดทัวร์ไปตามรอยอาหารไทย ขนมไทยที่เมืองไทยกันเลยทีเดียว ฮ่าๆๆ ภูมิใจ

สนุกดี แต่เหนื่อยค่อด ก็ทำคนเดียวเลี้ยงคนทั้งแผนก ทั้งๆที่กะทำขำๆ T_T

จากคุณ : Click_ที่นี่


คนเราก็แปลก อะไรไม่ชอบก็ผ่านมันไปก็ได้ค่ะ
และถ้ารำคาญมาก จะคลิกเข้ามาอ่านทำพระแสงของ้าวอะไรคะ
เฮ้ออออออ ไม่เข้าใจ

เราเองตามอ่านมานานแต่ไม่ค่อยได้แสดงความหิดเห็นเท่าไหร่
อยากบอกว่าอ่านกระทู้นี้แล้ว เกิดแรงบันดาลใจ ทำให้อยากทำกับข้าวเป็น

จากคุณ : mybelove


เคยรู้จักฝรั่งนักท่องเที่ยวหนุ่มสาวคู่หนึ่งตอนไปเที่ยวทะเลใต้ คุยกันถูกคอ เพื่อนเรารับปากไปว่าถ้ามากทม.ให้โืทร.หาจะพาไปเที่ยว ปรากฏว่าเขาติดต่อมาจริง ๆ เลยพาไปช้อปปิ้งจตุจักร และไหว้พระที่วัดโพธิ์

ฝรั่งตื่นเต้นกับใบไม้ห่อสมุนไพรเสียบไม้ที่ตลาดจตุจักรมาก มันคือ เมี่ยงคำ ของโปรดของเรานี่เอง
แต่สองคนนี้เขาโปรดปรานลูกชุบกันมาก เพราะทั้งสวยและอร่อย

ส่วนทุเรียนทอดนั้นลองชิมแล้วติดใจมาก พอเราบอกว่ามันคือทุเรียน เขาตกใจ เพราะไม่อยากจะเชื่อว่าเจ้าลูกหนามแหลม ๆ เหม็น ๆ นั้นมันจะรสชาติดีกว่า potato ship ที่เขาเคยรู้จัก
ทริปนั้นจบลงในเวลาเย็นค่ำที่แผงขายอาหารตามสั่ง ผัดไทย และขนมหวาน ริมถนนแถวตลาดเทเวศน์ ซึ่งเป็นรสชาติแบบคนไทยทานจริง ๆ ซึ่งน่าจะอร่อยกว่่าที่เขาเคยทานแถวถนนข้าวสาร

มื้อนี้ฝรั่งขอเป็นเจ้าภาพเลี้ยงขอบคุณคนไทย อาหารเต็มโต๊ะทั้งคาวหวาน ทานกัน 5 คนอิ่มแปร้ สองร้อยกว่าบาทเท่านั้น!!

ส่วนฝรั่งสาวอีกคนเจอกันที่เชียงคาน เราอธิบายให้เธอเข้าใจว่ามะพร้าวแก้วเกรดเอ แผ่นหนาเนื้อนุ่ม รสหวานจัดที่เธอปลื้มนักหนานั้น เก็บไว้ได้แค่ 4-5 วันนอกตู้เย็น เธอจึงผิดหวังมากที่ไม่สามารถซื้อหลายๆถุง เพื่อหอบหิ้วไปฝากทางบ้านอย่างที่ตั้งใจไว้ได้ แ่ต่วันนั้นเธอก็ซื้อทานเองไปไม่น้อยเลยค่ะ ทานไปบ่นไปว่าเกิดมาไม่เคยทานเนื้อมะพร้าว ไม่คิดว่ามันจะอร่อย^^

จากคุณ : ตะวันชาย


แปะไว้ที่ 302
ปกติอยู่แต่ห้องอื่น  ไว้พรุ่งนี้มาอ่านต่อรวดเดียว

รอบที่2  คั่นไว้ที่ 463
รอบที่3  คั่นไว้ที่ 594
รอบที่4  คั่นไว้ที่ 722
รอบที่5  คั่นไว้ที่ 932 (คห.ล่างสุด ของการคั่นครั้งนี้)
รอบที่6  คั่นไว้ที่ 1015

ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมแชร์ประสบการณ์ครับ  สนุกมากจริงๆ

จากคุณ : aumpaump12


ตั้งแต่อ่านมาจากกระทู้แรกจนถึงปัจจุบันนี้ เห็นอันตรายอยู่อย่างหนึ่งของการกินอาหาร
คือคนต่างชาติพอชอบอะไรจะกินซ้ำอยู่อย่างเดียวทุกวันหรือเกือบทุกวัน ซึ่งมันอันตราย
เกินไป เช่นปีกไก่ทอด ผัดไทย เนื้อย่าง แบบนี้ เพราะมันมีสารเคมีตกค้างที่อยู่ในนั้น
กินทุกวันมันก็สะสมทำให้เกิดโรคร้ายแรงในอนาคตได้ ทำไมคนไทยโบราณถึงคิดค้น
อาหารเป็นร้อย ๆ อย่าง เพราะไม่อยากให้คนกินอะไรซ้ำ ๆ กัน ทำให้ป่วยไข้ได้
แต่เห็นคนต่างชาติชอบอะไรก็กินมันซ้ำ ๆ อยู่อย่างนั้น กลัวแทนเลย ถ้าใครเตือนได้
ก็ช่วยเตือนเขาหน่อยนะ ถึงไม่มีสารเคมี แต่มันก็มีไขมัน กรดยูริค คอเรสตอลอนสะสมแน่นอน

จากคุณ : อัลปลั๊ก


กระทู้นี้อยากให้ ทุกคนเสพแล้วมีความสุข อะำไรที่เครียด ก็ผ่านไปค่ะ

จากคุณ : PunPunJang2551


อาทิต์ที่แล้วเพิ่งมีโครงการแลกเปลี่ยนมีเด็กจากมหาวิทยาลัย Tsukuba มาที่ม.ครับ แต่ละคนชมอาหารไทยไม่ขาดปาก เผ็ดแค่ไหนก็ยังกิน แต่ที่เค้าไม่สู้เลยมี 2 อย่างคือผักชี กับทุเรียนกวนวันก่อนซื้อให้ลองกินไอ้เราก็ว่ากลิ่นมันเบากว่าทุเรียนสดแล้วนะ กัดไปแค่คนละคำเท่านั้นแหล่ะบอกเหม็นๆกันใหญ่

อีกอย่างที่ไม่คิดว่าจะกล้าลองคือส้ทตำ แถมเป็นส้มตำปูปลาร้า ใส่พริกเต็มสตรีมด้วยนะ กินตอนเช้าอีกตะหาก แถมพวกคุณเธอไม่แสดงอาการปวดท้องให้เห็นอีกตะหาก บอกแค่ว่าเผ็ดๆ คนไทยบางคนยังอายเลย

จากคุณ : book of days


ขอแชร์หน่อย น้ำลายจะไหล  หยอกเย้า

จากคุณ : ~รักความรุนแรง~


โอ้ยๆๆๆฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า

ตามอ่านมา 2 วันอ่านได้ครึ่งกระทู้ ดิฉันจะบ้าตาย นั่งหัวเราะอยู่คนเดียวหน้าคอม

ไหนจะหมาเน่า เลียทับพี อาหารนก สัตว์เลี้ยงตายฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า

อ่านไปหัวเราะไปเหมือนคนบ้า ชอบทุกๆเรื่องที่เล่าเลยค่ะ

ต้องละเลียดอ่าน กลัวหมดซะก่อน

รักห้องนี้จังค่ะ

จากคุณ : เบรานิ่ง


ชอบ กท.นี้ มากๆค่ะ แวะเวียนมาอ่านอยู่เรื่อยๆ
ทำให้รู้สึกภาคภูมิใจในอาหารไทยสุดๆ ค่ะ

จากคุณ : บุษบาเที่ยงคืน


เป็น FC กระทู้นี้หนา แน่น  แน่นหนาครับ

ขออนุญาตแชร์บ้าง  แต่อันนี้  เค้าไม่ได้ยี้ รังเกียจนะครับ

เค้าเป็น คน cambodia
เค้ามาหาแฟน  แต่ก่อนจะเจอแฟน  ขอเที่ยวก่อน  ให้ผมเป็นไกด์ให้ครับ


เค้าบอกว่า  ที่ประเทศเค้าจะมีร้านอาหารไทยใหญ่มากอยู่ร้านหนึ่ง  ฮิตมากในประเทศเค้า  แล้วก็ค่อนข้างแพงมาก
แต่เป็น trend ของประเทศเค้าเลย  ว่าไม่ไปร้านนี้ out นะเฮ๊ย

เค้าให้ผมคิดโปรแกรมครับ  ผมก็จัดไปเลย  ดึกๆแบบนี้  เยาวราชจะเหมาะกว่าข้าวสารแฮะ
ก็ไปเยาวราชกัน  ไอ้เราก็ไม่รู้อะไรอร่อย  เลือกเอาร้านก๋วยจั๋บนี่แหละคนเยอะดี  พอเค้ามาเสิร์ฟ  เค้าตักเข้าปากคำแรก  ก็ชมไม่หยุดเลย  บอกว่าอาหารไทยอร่อย  (เค้ามาทุกปีนะครับ  เก็บเงินมาช็อปและเที่ยวสถานที่ต่างๆและกิน)
แต่เราก็ว่า  มันธรรมดานะครับ   เค้าก็สั่งน้ำปั่นที่ร้านข้างๆกินด้วย  เค้าบอกว่าที่ไทยถูกมากเลย 35 บาทเอง  ที่ประเทศเค้าแพงมาก  90 บาท (ถ้าจำไม่ผิดนะครับ)

ผมจำวินาทีที่เค้าชื่นชมอาหารไทยได้เลย  มันตื่นตันมาก  เป็นความรู้สึกที่นานๆจะเกิดขึ้นกับเราซักทีหนึ่ง
และก็ยังติดตา ตรึงใจมาจนถึงทุกวันนี้

จากนั้นก็พาเค้าไปซื้อของฝากที่เยาวราช  วันรุ่งขึ้นก็พาไป terminal21 แล้วก็  ไจแอนท์ต่อครับ
เค้าค้น google มาอย่างดีเลยนะครับเนี่ย

ก่อนจะกลับจากโรงแรม  ก็เจอคนฟิลิปปินส์หลงทางอีกคนหนึ่ง  
พึ่งรู้ว่าคนไทยอายที่จะพูดภาษาอังกฤษนะครับ
ขนาดพนักงานโรงแรมยังพูดไม่ได้เลย  จนผมต้องเสนอหน้า เสี่ยงตาย T_T  เข้าไปให้ความช่วยเหลือ
สุดท้าย ผิดที่ taxi พาไปผิด โรงแรม  >,<

จากคุณ : PandaMAN7777777


ไม่มีอะไรจะเล่า แต่เข้ามาแล้วไม่ดันกระทู้ก็กระไร  


เอางี้...เล่าเรื่องมะวานละกัน

เดินผ่านร้านส้มตำจิ้มจุ่ม(เป็นร้านที่คนขายเป็นอีกสานแท้ๆเลยค่ะ) เมื่อคืนนี้ตอนราวๆ สองทุ่ม มองเข้าไป เจอโต๊ะใหญ่ๆ เค้าลากมาต่อกันโต๊ะนึงคนไทยนั่งกันหลายคนคุยกันอย่างเมามันส์ แต่สะดุดตากับฝรั่งตัวโตๆ ผช.2 คน นั่งอยู่กลางกลุ่ม แต่ไม่พูดไม่จากับใคร ปากทั้งคู่เคี้ยวจิ้มจุ่มตุ้ยๆ หน้าก็แดงทั้งคู่  แต่ไม่สนใจใครเลยอ่ะ นั่งจ้วงกันอยู่สองคนเห็นไม่คุยกันด้วย  ฮ่าฮ่า  เห็นภาพนี้แล้วก็เออ บอกได้เลยว่าติดใจรสชาติอาหารอีสานแบบไทยๆไปซะแล้ว

ร้านนี้บอกได้เลยว่าเผ็ดจริงเผ็ดจัง  คือขนาดเราสั่งว่ารสจัดไม่เผ็ดนะ เรายังทานไปดื่มน้ำไปเลย  ดังนั้นไม่น่าแปลกที่ผช.2คนนั่นหน้าแดงกันทั้งคู่ขนาดนั้น ปากแดงหุบไม่ลงอีกตะหาก 55 พอเห็นแล้วทำให้เราอยากเข้าไปสั่งทานเลยเชียว แต่ร้านคนแน่นมากกกก เลยติดเอาไว้ก่อนไว้คราวหน้าก็ได้  เราคนไทยอาหารไทยเราอยู่แค่นี้เอง  ภูมิใจมาก เพราะต่างชาติต้องพยายามทำงานเก็บตังค์นั่งเครื่องมาตั้งไกลเพื่อมาหาอาหารไทยอร่อยๆทาน  
แต่เราอยู่ใกล้ๆแค่นี้เอง  อาหารไทยไ่ม่หายไปไหนแน่ๆ  

เราเองก็ทานอาหารหลายๆชาติ  แต่อาหารโปรดในใจเรายังคงเป็น  ขนมจีนน้ำเงี้ยว ขนมจีนแกงเขียวหวานหมู-ไก่   น้ำพริกมะม่วงหรือข้าวผัดน้ำพริกมะม่วง ปลาทูทอดกรอบ มะเขือยาวชุบไข่ทอด ชะอมชุบไข่ทอด  ฮาาาาาา หลายอย่างจัง ก็ช่วยไม่ได้นิ ภูมิปัญญาไทยอาหารไทยเลยหลากหลายมาก อาหารบางอย่างแม้ไม่ได้เป็นไทยแท้ แต่คนไทยก็เอามาปรับรสให้เข้าลิ้นคนไทย แล้วมันก็ดันอร่อยกว่าต้นตำรับซะอีก  

จะเรียกได้ว่าลิ้นคนไทยเนี่ยสุดยอด  เราชิมอะไรไป เราจะรู้ทันทีว่านี่ขาดอะไรไป  ต้องมีรสอะไร  หรือว่านี่ไม่ต้องเติมไรเพิ่มละมันพอดีแล้ว   เหตุที่คนไทยทำอาหารหลายๆอย่างได้อร่อยเพราะเราเคยชินกับรสชาดอร่อย  เรารู้ว่ารสแบบไหนถึงจะอร่อย  พอเอามาปรับใช้กับอาหารต่างๆ ไม่ว่าจะของไทยหรือไม่  มันก็ทำให้อาหารนั้นอร่อยสุดยอดไปเลยนะคะ  

อวยคนไทยสุดๆ  ภูมิใจสุดที่เกิดเป็นคนไทย  ^^

จากคุณ : rainyjerry


แวะเข้ามาอ่านอยู่เรื่อยๆ แต่ไม่ค่อยมีเรื่องเล่า เพราะเป็นแม่บ้านเต็มตัว ฝรั่งที่จะให้ฟี้ดแบคได้หลักๆ ก็เลย
มีแค่สามีคนเดียว กับพ่อแม่สามีบ้างนานๆ ที ซึ่งไม่แน่ใจว่าเขาแค่ชมเอาใจเราหรือเปล่า  แต่นึกได้เรื่องนึง
ค่ะ

สมัยก่อนนู้น หลังแต่งงานแล้วนี่ละ เรามีเพื่อนเม็กซิกัน(ผู้ชาย)อยู่คน ไม่เคยเจอกันนะคะ แต่คุยกันออนไลน์
วันนึงสงสัยหมดเรื่องคุย เขาเลยถามถึงอาหารบ้านเรา เขาว่าเขาไม่เคยกินอาหารไทย  เราเลยบอกไปว่า
เอางี้ ยูลองไปซื้อกะเพรา เนื้อสัตว์สับๆ กระเทียม พริกสดอะไรก็ได้ที่หาได้ หอมใหญ่ ซอส (คิดว่าเขาอาจ
จะไม่ชินกลิ่นน้ำปลา เลยให้ใช้ซอสแทน) น้ำตาลหน่อย เอามาผัดนะ (ว่าแล้วก็สอนวิธีไปคร่าวๆ) แล้วทอด
ไข่ฟองนึง กินกับข้าว หรือเอาหนมปังประกบ กินเป็นแซนด์วิชก็ได้ (พยายามประยุกต์ให้สุดชีวิต คือกลัวเขา
ไม่กล้าลองอะไรแปลกๆ ที่ไม่เคยกินไงคะ)  วันสองวันถัดมา เขารีบมารายงานผลว่าทำที่เราบอกสูตรให้แล้ว  
ลูกสาวเขากินไปสองจานแน่ะ  อู๊ย ปลาบปลื้มไปหลายวันค่ะ (แต่ไม่เต็มที่นัก เพราะเราไม่ได้เป็นคนทำ :P)

***************************

อีกเรื่อง ไม่เกี่ยวกับหัวกระทู้เท่าไร แต่เล่าสนุกๆ ระหว่างรอเรื่องอื่นๆ ละกันนะคะ

หลายวันก่อน เราทำหมูเค็ม ทำแบบมั่วๆ ซั่วๆ สไตล์เรานี่แหละ ต้มหมู เกลือ น้ำตาล เหล้าจีน แล้วเคี่ยวให้
แห้งๆ เสร็จสรรพออกมาเป็นหมูเค็มที่เค็มม้ากกก  เราก็เลยกินกับข้าวเหนียวบ้าง ข้าวต้มบ้างไปตามเรื่อง ไม่
ให้สามีกินค่ะ เพราะเขากินเนื้อสัตว์แห้งๆ กับข้าวหรือข้าวเหนียวไม่เป็น  และไม่เคยกินข้าวต้มกุ๊ยกับกับข้าว

ไปๆ มาๆ พอกินเบื่อแล้วแต่หมูยังเหลือ เราเลยเอามาทำข้าวผัดหมูเค็ม ใส่บร็อคโคลี ไข่ ง่ายๆ แบบข้าวผัด
ไข่อะนะคะ กะกินเองคนเดียวน่ะแหละ แต่ผัดไว้เยอะ ก็เลยเหลือ ตอนเช้าวันรุ่งขึ้นเลยอุ่นให้กล่องให้สามี
เอาไปกินที่ทำงาน (ปกติเขาให้เราทำแซนวิชให้ค่ะ แต่วันนั้นอารมณ์ขี้เกียจทำ) พอเขากลับมา ไอ่เราก็นึก
ว่าจะบ่นเรื่องข้าวกลางวัน เพราะปกติไม่ค่อยชอบข้าวผัดเท่าไร ปรากฏว่าพี่แกชมว่าอร่อยดี  ที่เก็บเอาไว้ไม่
ยอมให้เขากินตั้งหลายวันนี่เพราะมันอร่อย จะเก็บไว้กินคนเดียวใช่ไหม... แน้  แหม รู้งี้ผัดให้กินตั้งหลายวัน
แล้ว  ของทำง่ายๆ ที่คนไทยเราบ้านไหนๆ ก็ทำเป็น ดันกลายเป็นของอร่อยไปได้เนาะ

จากคุณ : พริม @ Santa Monica


ติดตามอ่านมานาน อ่านทุกกระทู้เลยค่ะ
ตอนอ่านบาง คห ..เรื่องทุเรียน เลยนึกได้ว่าเออ...เราก็มีเรื่องเล่ากะเค้านี่หว่า
คือแต่ก่อน ที่บ้านเป็นร้านถ่ายเอกสารเล็กๆค่ะ
เคยมีลุงฝรั่งคนนึงเป็นลูกค้าประจำ เป็นคอลัมนิสต์ นิตยสาร ถ้าจำไม่ผิด น่าจะเป็นนิตยสารของประเทศออสเตรเลียค่ะ
และแกชอบกินผลไม้ไทยมาก แกว่ากินได้หมด ชอบที่สุดคือทุเรียน
มีครั้งนึงแกมาถ่ายเอกสารที่ร้าน แล้วเจอคนรู้จักมีสวนทุเรียน เค้าเอาทุเรียนให้แก
แกยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ มาอวดเราว่าได้ฟรีมานะ หลายลูกเลย
แกจะแบ่งให้ด้วยนะคะ  บอกโอ้ว โนว...ไม่เป็นไร ขอบคุณมาก แต่ไอกลัวอ้วน
...แกว่า...โอ้วว ยูไม่รู้อะไร กินแทนข้าวซิไม่อ้วน  ไอน่ะกินแทนข้าวเลยนะ อร่อยมากๆ

....ป๊าดดด นี่แฟนทุเรียนสายฮาร์ดคอร์ซะด้วยนะลุง เล่นกินแทนข้าวเลย

จากคุณ : ใบตะขบ


วันศุกร์ที่ผ่านมา มีคณะนักเรียนญี่ปุ่นจำนวนหนึ่งมาเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษาและวัฒนธรรม จะเป็นเพราะญี่ปุ่นเร็วกว่าเราสองชั่วโมง หรือวัยรุ่นกำลังโตก็ไม่ทราบ   หรือว่าอาหารไทยทั้งคาวหวานและผลไม้มีล่อตา ท้าใจมากมาย พวกนี้กินโน่นทานนี่ได้ทั้งวัน พนักงานที่โรงแรมอมยิ้มเมื่อเห็นถังขยะในห้องพักมีแต่เปลือกเงาะ มังคุด และลางสาด โดยเฉพาะลำไยเนี่ยะต้องบอกให้เพลาๆ หน่อย กลัวจะป่วย คอเจ็บ ส่วนทุเรียนสุก พวกนี้ถอยกรูด บอกไม่ชอบกลิ่น แต่กลับแย่งกันกินทุเรียนทอดกรอบอย่างสนุกสนานไม่หมดไม่ยอมหยุด

   ตอนค่ำ ผมพาไปสำรวจถนนข้าวสารตามคำเรียกร้องเนื่องจากพวกนี้เปิด net ดูเกี่ยวกับ Khao San Road  โดยเฉพาะข้อมูลการเล่นสงกรานต์นานาชาติที่นี่ โด่งดังไปทั่วโลก ข้าวสารโรดยามราตรีก็คึกคักตามปกติ ชาวต่างชาติที่เดินกันขวั่กไขว่ หลายๆคนก็เป็นกลุ่มที่ผมเห็นตอนกลางวันไปเยี่ยมชมวัดพระแก้ว วัง และวัดโพธิ์ พอภาคค่ำก็เปลี่ยนอริยาบท ตามบาร์และซุ้มต่างๆ ฝรั่งชาติต่างๆนิยมนั่งดื่มเบียร์ไทยขวดสีเขียวซึ่งเป็นสัตว์ใหญ่มากกว่า  มีจำนวนไม่น้อยที่เดินไปก็ยกขวดดื่มไป   แอบถามว่าทำไม เค้าบอกประมาณว่า รสชาติแรง สะใจดีกว่า ฝรั่งบางกลุ่มสุมศรีษะกันกระดกเบียร์ญาติก้านกล้วยทั้งขวด ดื่มแกล้มกับผัดไทยซึ่งตอนนี้ ขยับราคาเริ่มต้นไม่ใส่ไข่ที่ 25 บาท ถ้าใส่ไข่ 30 บาท แต่ละเวอร์ชั่นมี 35 , 40,  45, 50 และ 55 บาทตามลำดับ ก็เห็นซื้อกันมากมายเพราะราคาแค่เหรียญ สองเหรียญเอง  อ้อ.. พวกแมลงทอดต่างๆ ตั๊กแตน จิ้งหรีด รถด่วน ฯลฯ ก็ยังมีให้ทดลองเปิบ  ดูๆแล้วช่างเป็นสวรรค์บนดินยามราตรีสำหรับชาวต่างชาติจริงๆ ครับ

จากคุณ : Jackrapan (Jack Happy)


เห็นเรื่องป้อกกี้รสลาบแล้วนึกขึ้นได้ว่ามีเรื่องจะเล่าเหมือนกัน แต่สั้นๆ ค่ะ

ป้อกกี้รสลาบเป็นขนมขายดีที่สุดในรรที่สิงคโปร์ คนไทยจะบ่นว่าจืด ไอ้ที่กินๆ กันเนี่ยคือแก้ขัด ส่วนพวกเด็กต่างชาติ ก็เห็นซื้อกันแทบทุกพักเที่ยง แล้วมีมาโฆษณาคนไทยอย่างเราว่าไอ้นี่อร่อยนะ กินสิๆๆๆ

คำว่า "รสลาบ" ภาษาไทยแปะเข้าเต็มตาเลย 5555+ นึกในใจขำๆ ว่า รู้จักว้อย ของประเทศชั้นเอง

จากคุณ : คานเหล็กกล้าทาแล็กเกอร์


ถ้าเปรียบกระทู้นี้เป็นหนังสือ คงจะเป็นเล่มโปรดของผมที่เปิดอ่านบ่อยๆแน่
และยังไม่มีสิ้นสุด อยู่กับเราไปนานๆนะ อย่าด๋อยไปก่อนละกัน
















ปิดท้ายด้วยรูปอาหาร

จากคุณ : Kmz Zheza 321


#859 โอว.....มันน่ากลัวมาก

จากคุณ : lotech58


# 859 นึกภาพตามแล้วขนลุก 555++

จากคุณ : ชื่อที่ไม่มีใคร


น้องสาวเพิ่งกลับอเมริกาไป หอบโลโบ้ไปเป็นกระตั้ก กระเป๋าก็แน่น น้องบอกพ่อว่าเอาเสื้อผ้าออกได้ แต่อย่าเอาโลโบ้กะบะหมี่สำเร็จรูปออก

จากคุณ : กระต่ายน้อยเซนทาโร่


กระทู้นี้สนุกมากๆ เลยค่ะ อ่านไปหัวเราะไปจนแม่ถามเลยค่ะว่าหัวเราะอะไรเนี่ย

เราเห็นกระทู้นี้มาตั้งนานแล้ว (ก็แหงล่ะ เค้ามีมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้วนี่) แต่เราไม่เคยเข้ามาอ่านเลย

วันนี้ชักสงสัย กระทู้อะไรเนี่ยจะอยู่นานข้ามเดือนข้ามปี เอ...หรือว่าระบบพันทิปรวน กระทู้นี้ถึงยังขึ้นเป็นกระทู้แนะนำนานขนาดนี้

ว่าแล้วก็ลอง Click เข้ามาอ่าน

OMG สนุกสุดๆ

เข้าใจแล้วค่ะว่ากระทู้นี้ทำไมถึงได้ขึ้นเป็นกระทู้แนะนำนานนนนนนนนมากกกกกกก

มาเล่ากันอีกเยอะๆ นะคะ


เพิ่มเติมค่ะ
เราเริ่มต้นอ่านกระทู้นี้ตอนประมาณ 6 โมง
ตอนนี้ตี 1 พอดี เพิ่งอ่านจบ

โอย....มึนง่ะ
แต่ชอบสุดๆ เลย

จากคุณ : นางฟ้าชินจัง


กระทู้นี่น่าเอาไปเขียนเป็นพล็อตการ์ตูน คงได้อารมณ์เหมือนไอ้หนุ่มซูขิ หรือข้าวต่างๆ หรือพวกอาหารกู้โลกเลย

ถ้าเป็นนิยายเราว่าก็คงอ่านกี่รอบๆก็ไม่เบื่อ

หรือถ้าเป็นหนังหรือละคร คงสนุกกว่าแดจังกึมแน่เลย

เราเข้าพันทิปเมื่อใหร่ต้องมากระทู้นี้ก่อนทุกครั้งเลยค่ะ อ่านแล้วมีความสุขค่ะ

ขอบคุณ จขกท  และคนต้นเรื่องทุกคนค่ะ

จากคุณ : น้ำฝนER


พาฝรั่งไปกินหนมจีนน้ำเงี้ยว เลือดก้อนลอยฟูฟ่องชิ้นเบ้อเร่อ พ่อหนุ่มมะกันไม่เคยกินอาหารเหนือถามว่าอะไร พอบอกว่าเลือดแค่นั้นล่ะ ทำหน้าหยะแหยงเต็มที่ ไม่ยอมกิน เราก็ไม่สนใจ อยากมาหลายวันละ ต้องกินให้ได้ แต่พอเห็นเรากิน เลยลองมั่ง ทีนี้แหละมาเลย thais are expert in turning disgusting things into yummy food หือ.. สรุปมันด่าหรือมันชมฟระ งง ไอ้คนนี้กินมาหลายอย่าง หนอนเอย แมลงทอด เครื่องในปิ้ง bloody noodle soup ก็บอกว่าอร่อยดี เรางงเพราะถ้ามันผ่านก๋วยเตี๋ยวน้ำตกมาได้ ทำไมยังมาแหวะเลือดก้อนอีกล่ะ สงสัยคราวหน้าคงต้องจัดหนัก ลาบ หลู้ เต็มสตรีม ใจจริงอยากจัดยำตะไคร่น้ำมาด้วย แต่พอก่อน ของแบบนี้ต้องค่อยๆซึมซับ

อีกเรื่องคือฝรั่งมักโดนหลอกเรื่องอาหารไทย โดยเฉพาะผัดไทย ก๋วยเตี๋ยวผัดที่ขายตามงานวัดเจดีย์หลวงงานอินทขิล  ฝรั่งบอกว่าผัดไทยๆๆ เราก็งงว่ามันผัดไทยตรงไหน เลยเดินเข้าไปบอกว่าอันนี้ไม่ใช่ผัดไทย มันเป็นเทมเปิลแฟร์ฟรายนูดเดิ้ล

มาแม่นางฝรั่งเศสบ้าง นางมาไทยบ่อย เป็นเดือดเป็นร้อนหาโรงเรียนสอนทำอาหารไทยที่สอนทำพริกแกงด้วย เรียกว่าอยาาาาากกินแกงเขียวหวานมาาาาาก เพราะที่ฝรั่งเศสนางบอกดีที่สุดก็แค่พริกแกงเป็นขวดๆ (เราไม่รู้ว่านางพูดถึงอะไรนะ เพราะไม่เคยเห็น)โลโบนางบอกว่าผงชูรสเยอะ เราก็เฮ้ย นางนี่พัฒนาแล้วแฮะรู้ด้วยว่าอันไหนผงชูรสเยอะไม่เยอะ

เรื่องกุลิโกะรสลาบ ทำไมหากินยากจัง เราอยู่เชียงใหม่ ตัวเมืองก็ใช่ว่าจะบ้านนอก ทำไมมันหาไม่เจอ

จากคุณ : Friday13th


#865

กูลิโกะรสลาบ ตั้งแต่น้ำท่วม ผมก็ยังหาทานไม่ได้เลยครับ
เข้าใจว่าโรงงานไปกับน้องน้ำ ตอนนี้คงยังไม่หายป่วย

จากคุณ : Dirtymama


เล่าเรื่องของเรามั่ง เรามีแฟนเป็นคนญี่ปุ่นมาไทยจะครบ 10 ครั้งละ คุณท่านชอบมะม่วงสุกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก และไก่ย่างข้างทางนะ ถ้าเจอแล้วไม่ซื้อให้กินนี่มองร้านเหลียวหลังเลย คือแบบเท้าเดินแต่ตามองไก่ย่างอ่ะ ฮามากกกก ทุกอย่างที่เป็นอาหารข้างทางคุณพี่ชอบหมดทุกอย่างถ้ามาทำงานที่ไทยได้คุณเธอมาละ

แก้ไข เวลาคนญี่ปุ่นกินไก้ย่างเนี่ย 10 นิ้วเลยค่ะ เดี๊ยนปวดใจมากต้องสอนวิธีกินไก่ตั้งนานกว่าจะกินด้วยนิ้วชี้กะนิ้วโป้งเป็น
เห็นละไม่งาม T_T

จากคุณ : Ujang_Takahashi


เป็นกระทู้ที่ดีมาก ผมอ่านหลายรอบ สนุกมาก ทำให้รู้สึกภูมิใจในอาหารไทย เสียกิฟท์เยอะมากเลย ขอบคุณทุกท่านที่มาสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ให้ครับ

จากคุณ : somsaktee


เมื่อคืนวาน คณะของผมจัด Farewell Party ให้กับคณะครู - นักเรียนแลกเปลี่ยนญี่ปุ่น และครอบครัวอุปถัมภ์ ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องที่โรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยานี่แหละครับ  ประธาน( ผมเอง )กล่าวเปิดงาน  มอบพวงมาลัยและของที่ระลึก ทั้งญี่ปุ่นและโฮส ท่ามกลางเสียงชื่นชมในความสวยงาม ลวดลายวิลิสมาหราของพวงมาลัยไทย แหม.. ก็สั่งทำพิเศษที่ปากคลองตลาดนี่ครับ

   จากนั้น เอ็มซีก็เชิญชวนผู้ร่วมงานทานอาหารซึ่งเป็นบุฟเฟ่  ผมสำรวจดูมีอาหารคาวหวานมากมาย ขาหมูพะโล้ เห็นคนตักแต่เนื้อติดหนังติดมัน น่าอร่อย ส่วนต้มยำกุ้งกับหมูน้ำตกนักเรียนญี่ปุ่นซดไปก็ซี้ดไป บางคนก็บรรเทาเผ็ดด้วยขนมหวานที่มีหลากหลาย ผมนั่งโต๊ะ VIP ( ที่หลายๆคนแอบเรียก Very  Idiot  Person ) กับ Leaderของญี่ปุ่นได้สักพัก พอฝ่ายไทยเริ่มแสดงรำไทย ผมก็ต้องขอตัวไปที่ระเบียงริมน้ำเพราะมีเพื่อนทั้งไทยและฝรั่งอีกกลุ่มนั่งเสวนาอยู่กับกองเบียร์ไทยกระป๋องเขียวๆและน้ำมังสวิรัติสีชาๆ ไม่รู้ไปแอบหามาจากไหน สักแป๊บนึงก็ย่องกลับเข้างาน กำลังโชว์ฟันดาบอยู่เรียกว่าฟันกันไฟแลบเป็นประกาย เรียกเสียงกรี้ดกร้าดจากทั้งสาวยุ่นและสาวไทยในงานได้มากทีเดียว จากนั้น สาวๆและหนุ่มๆญี่ปุ่นในชุดยูกาตะ สีสันสดใส ก็ออกมาร่ายรำแบบ Japanese stye ให้พี่ไทยได้ชื่นชม เป็นการแลกเปลี่ยนกัน

    บรรยากาศที่อบอวนด้วยความสุขและสนุกสนานผ่านไปได้ระยะหนึ่งก็ถึงเวลาที่ทุกคนเกลียด เพราะงานเลี้ยงต้องเลิกลาแล้ว ผมบอกทุกคนว่า เวลาที่เรามีความสุขมันจะผ่านไปเร็วมาก ขอให้ร่ำลากันซะ อีกยี่สิบนาที ต้องแยกย้ายกันกลับแล้ว เท่านั้นแหละทั้งไทยและญี่ปุ่นร้องไห้โฮ  คุณยายไทยกอดหลานๆญี่ปุ่นแน่น น้ำตาคลอ บอกไม่เคยเห็นเด็กญี่ปุ่นน่ารักอย่างนี้มาก่อน ปวรณาตัวขอเป็นโฮสอีกทุกครั้งที่เด็กญี่ปุ่นมา นี่ขนาดคุณยายพูดไม่ได้ทั้งภาษาอังกฤษและญี่ปุ่นนะครับ ที่น่าตลกในบรรยากาศแสนเศร้าคือ หนุ่มสาวญี่ปุ่นหลายคนแอบไปนั่งกินอาหารคาวหวานต่ออีก กินไปก็ร้องไห้ไปครับ  วัฒนธรรมไทยทั้งด้านศิลปการแสดง อาหารไทยต่างๆ และความมีน้ำใจของคนไทยเป็นเอกลักษณ์ที่ชาวต่างชาติได้เรียนรู้และหลงไหล พวกเขากลับไปเล่าสู่กัน ปากต่อปาก ใครๆก็อยากมาเมืองไทย ผมภูมิใจในฐานะที่มีโอกาสทำให้คนต่างชาติรู้สึกดีๆกับประเทศไทยของเรา แต่ก็ไม่อยากให้คนไทยบางคนคิดอะไรเชิงลบเลยครับ

จากคุณ : Jackrapan (Jack Happy)


อ่านจบแล้ว...หนุกมากค่ะ^^

จากคุณ : นางร้ายหน้าหวาน


เล่าเพิ่ม
เรามีเพื่อนชาวอินเดียครอบครัวนึง ชอบกินสาคูไส้หมูมาก เราเคยบอกว่าของดั้งเดิมมีหมูนะ แต่ทุกวันนี้ยูกินไปเถอะไม่มีเจ้าไหนใส่หมูหรอก ของโปรดจานอื่นก็มีหมี่กรอบราดหน้า ข้าวผัดต้มยำกุ้ง มีครั้งนึงไปกินข้าวกัน เค้าเห็นเราสั่งข้าวซอยไก่ เลยขอชิมแล้วสั่งบ้าง กลายเป็นของโปรดอีกอย่างไป คงเข้มข้นเหมือนแกงของทางเค้า

นอกเรื่องหน่อย อาหารอินเดียน่ะ เราชอบกินมาก ไม่เคยเหม็นเครื่องเทศเลย วันนึงเค้าชวนเราไปกินของว่างอินเดีย ร้านอยู่แถวสุขุมวิท ขายแต่ของว่างเท่านั้น เป็นมังสวิรัติ แต่รสชาดแปลกมาก ขนาดคนชอบกินอาหารอินเดียอย่างเรายังไม่ค่อยไหว เริ่มตั้งแต่เครื่องดื่มที่เค้าสั่งให้ น้ำอะไรไม่รู้ ใสๆ มันๆ เค็มๆ กร่อยๆ ใส่พริกไทยดำและมีเนยเป็นก้อนเล็กๆ ลอยมา ไม่รู้จะจำแนกเป็นหวานหรือคาว จานที่เหลือเป็นแป้งไส้มันฝรั่งกับถั่วบ้าง มันบดทอดราดเครื่องเทศบ้าง ทุกจานค่อนไปทางเค็มและเลี่ยน เราบอกว่ามันแปลกมาก เค้าบอกว่าเป็นอาหารโซนทางเหนือ สงสัยยูคงกินได้แต่โซนทางใต้ ร้านนี้เราไม่เห็นคนไทยเลยแม้แต่เด็กเสิร์ฟ

จากคุณ : ต่ายน้อยคอยรัก


รบกวนฝากถาม คุณๆ ที่มีเพื่อนเป็นคนต่างชาติ ที่เคยพาคนต่างชาติ ไปกินหมูกะทะยอดฮิตแทบทุกจังหวัด ของไทย ว่าเค้ามีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง คือเคยไปกิน แล้วเห็นครอบครัวที่ผู้หญิงเป็นคนไทย สามีเป็นชาวต่างชาติ ไปกินกันอยู่บ่อยๆ ว่าเค้าชอบหรือไม่ อย่างไร.ขอบคุณล่วงหน้า จ๊ะ...

จากคุณ : ดวงใจในฝัน


บ่ายวันเสาร์ พากลุ่มครูญี่ปุ่นมาห้างแถวย่านราชประสงค์ ทั้งหมดพร้อมใจกันซื้อผลิตภัณฑ์ไหมไทยร้านดังที่เจ้าของเผยแพร่ชื่อเสียงของไหมไทยกระฉ่อนไปทั่วโลก แต่เจ้าตัวล่องหนอย่างลึกลับ  และกระเป๋าต่างๆของนารายาก็ถูกกวาดไปเยอะทีเดียว ผมเห็นนักท่องเที่ยวหลายๆชาติมาหิ้วกระเป๋ายี่ห้อนี้กลับไป ทั้งใช้เองและเป็นของฝาก น่าชื่นใจครับ

              แวะซุปเปอร์ แต่ละคนโกยซองๆอาหารไทยใส่ตระกร้ามากมาย เช่น ซองต้มยำกุ้ง ต้มกระทิไก่ แกงเขียวหวาน แกงมัสมั่น ฯลฯ  เจอเงาะลูกสวย คนขายบอกเงาะโรงเรียนค่ะ ฝ่่ายญี่ปุ่นจิ้มดิกแป๊บนึงแล้วถาม ทำไมโรงเรียนมีเงาะ ก็เลยต้องเล่าให้ฟัง ประมาณว่า มีต้นเงาะขึ้นในบริเวณโรงเรียนทางภาคใต้ น่าจะแถวอำเภอบ้านนาสาร สุราษฯ พอมีผลสุข คนลองชิมดู ปรากฏว่า รสชาติหวานกรอบ อร่อย ก็เลยทำการขยาย เผยแพร่พันธุ์ออกไปจนเป็นที่ยอมรับของตลาดผลไม้ โดยตั้งชื่อว่า เงาะโรงเรียน ผิดถูกประการใด ขอผู้รู้โปรดแก้ไขด้วยครับ  พอถึงเวลาอาหารเย็น  ทั้งหมดบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า อยากร่ำลาอาหารไทยก่อนกลับ ก็เลยพาเดินมาแถวสยาม ลงตัวที่ร้าน " Ta Ling Pling ", ในพารากอน ชาวต่างชาตินั่งเยอะแยะ ร้านสะอาด บรรยากาศดี มีแค่ลูกฝรั่งซนๆง้องแง้งๆ ตามประสาเด็กๆ  ผมสั่งไก่ย่างส้มตำ ยำผักบุ้งซีฟูด ทอดมันปลา ต้มข่าไก่ และอะไรอีกสองอย่าง แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้ เพราะร้องหามาหลายวันแล้วคือ ผักบุ้งไฟแดงกะไข่เจียว ซึ่งต้องสั่งสองอย่างสุดท้ายเพิ่มเติมอีกเพราะถูกปากมากๆ   เห็นไหมล่ะครับ อาหารไทยแบบง่ายๆยังมีสเน่ห์สำหรับต่างชาติเลย ถ้าเค้าได้ลองชิมสักครั้ง

             สองทุ่มตรง ครอบครัวอุปถัมภ์พานักเรียนญี่ปุ่นมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิในเวลาไล่เรี่ยกัน ตามมาด้วยเพื่อนๆนักเรียนไทยวัยรุ่นทั้งเกรียนและไม่เกรียน หลังจากพาทั้งหมดไป check in เรียบร้อยแล้วก็ปล่อยให้แต่ละครอบครัวและผองเพื่อน พูดคุยเฮฮา ถ่ายรูปสักพัก  คุณพ่อไทยบอก เมื่อเย็น ลูกญี่ปุ่นไม่ยอมกินอะไรเลย นอกจากมังคุดเป็นกิโลๆ  ก็แน่ละครับ ที่นี่โลละสี่สิบบาท แต่ที่ญี่ปุ่นน่ะลูกละร้อยบาทขึ้นไปน่ะครับ แล้วบรรยากาศก็เปลี่ยนไปเมื่อทุกคนจะต้องเคลื่อนย้ายไปเข้าตรวจหนังสือเดินทาง จากเสียงหัวเราะกลายเป็นร้องไห้ ลูกสาวญี่ปุ่นกอดกับแม่ไทยด้วยน้ำตานองหน้า ผมโดนรำพึงรำพรรณว่า ใจร้าย.. ให้เค้ามาเจอกัน ผูกพันกันแค่สี่วัน แล้วก็มาพรากไป...   และเสียงนักเรียนชายญี่ปุ่นร้องไห้ สะอึกสะอื้นขณะเดินตามหลังผมดังเป็นระยะๆ ทำเอาเราแอบเศร้าไปด้วย แต่ก็นะ.. เป็นสีสรรส่วนหนึ่งที่สะท้อนถึงความสำเร็จของโครงการละกันที่เน้นการศึกษา วัฒนธรรมและมิตรภาพที่พวกผมพยายามเพียรสร้างให้ได้ในเวลาจำกัด และจากนี้ ทั้งสองฝ่ายจะต้องไปต่อยอดกันเอง โดยมีคณะเราคอยดูแลและประสานงานด้านต่างประเทศให้   ผมเข้าไปส่งจนจุดรอขึ้นเครื่อง เสียงทุกคนตระโกนร่ำลาผมยังดังก้องอยู่แม้ว่า พวกเค้าจะไปแล้ว    " Jack san, Sayonara.  Mata aimasho. Arigatou Gozaimashita.   Jacksan, Aiishiteru . "   ก็เป็นความสุขเล็กๆกับการทำงานครับ

จากคุณ : Jackrapan (Jack Happy)


เคยไปเที่ยวบ้านแฟนที่เยอรมันค่ะ แล้วเราก็ไม่ได้กินอาหารไทยนาน เป็นโรคคิดถึงอาหารไทยเลยขอไปซื้อของที่เอเซียซุปเปอร์มาเก็ต ก็เลยได้มาสองเมนูคือน้ำพริกกะปิกับกระเพราปลาหมึก มื้อแรกผ่านไปทั้งกลิ่นกระปิ ทั้งกลิ้นกระเพราะคละคลุ้งอยู่ในห้องครัว พอเพื่อนที่เป็นรูมเมทกลับมาบ้านเท่านั้นก็ทำจมูกฟุดฟิด กลิ่นอะไรเหม์นแปลกๆ เหมือนอะไรเน่ายูทำอะไรเนี่ย เราเลยบอกอ๋อกลิ่นอาหารไทยอ่ะ เค้าก็ทำหน้าแบบ เออออออ เหม็นมาก แฟนเราก็แกล้งแอบเปิดฝากระปิแล้วเรียกเค้ามาใกล้ๆ พร้อมกับเอากระปุกกระปิแยงไปที่จมูกเค้า โอ้โหโวยวายลั่นบ้าน ด่าเป็นภาษาเยอรมัน พวกเราหัวเราะชอบใจ  ลืมบอกว่าแฟนเรากินได้ทุกอย่าง ปลาร้าก็กิน   วันต่อมาเราก็ทำอีกอ่ะ เหมือนเดิมทำน้ำพริกกะปิ ผัดบล๊อกเคอรี่ใส่พริกสองเม็ด กับมีปลาหมึกเหลือเลยทำต้มน้ำดำ เราก็ไม่เคยทำซักทีเลยทำแบบตามใจฉันก็ละลายกระปิลงไปด้วย ใส่หัวหอม น้ำปลา น้ำตาล อร่อยใช้ได้ กำลังนั่งกินกัน คุณเพื่อนคนนี้ก็เข้ามาอีก วันนี้กลิ่นไม่ค่อยแรงก็ถามกินไรกันอ่ะ ยังไม่ได้กินข้าวเลย มีไรที่ไอกินได้บ้าง พอเห็นผัดผักก็เอ่อ กินนี่ก็ได้ เราก็ให้กิน น้ำตาเล็ดค่ะบอกว่าเผ็ดแต่ตักเข้าปากไม่หยุด ที่เด็ดสุดคือซดปลาหมึกน้ำดำโฮกๆๆ มิเห็นบ่นว่าเหม็นอะไรเน่าๆเลย แฟนพูดว่าให้กินให้อิ่มก่อนแล้วค่อยบอกว่ากินกระปิเข้าไป เราบอกอย่าเลยเดี๋ยวเค้าอ๊วก สุดท้ายก็ชมไม่ขาดปากว่าอร่อย ยกเว้นน้ำพริกกินไม่ได้เผ็ดไป  พอกลับมาแล้วแฟนบอกว่าวันก่อนก็ทำผัดผัก ใส่กระปิละลายน้ำนิดหน่อยลงไปด้วย เพื่อนชมอร่อยไม่ขาดปาก สงสัยติดใจกระปิเมืองไทยเข้าไปแบบไม่รู้ตัว อิอิ

จากคุณ : Amonamode (Amonamode)


หือ อ่านมาตั้งแต่ปีที่แล้ว  กลับมาอีกที เอ๊ะใครตั้งกระทู้ซ้ำของเก่าหนอ  เข้ามาอ่าน เอ มันอันเก่านี่นา   555 สนุกทั้งน้าน
เลยขอเล่าบ้างคร่า  

แฟนทำงานบริษัทที่มีญี่ปุ่นเป็นหุ้นส่วน  เขาจะส่งวิศวกรมาทำงานเป็นระยะๆ
บางคนนี่กินอาหารไทยเก่งมากกกก  เช่นชอบสั่งข้าวผัดทะเลโหด (ฟังชื่อก็จินตนาการเองแระกัน)
ชอบกินข้าวผัดกระเพรา  ต้องเอาร้านเพิงๆ ด้วยนะ ถึงจะอร่อยถูกใจ

ที่ตลกมากคือ มีคนนึง ถามเราว่า คนไทยชอบกินเหมียวเหรอ (เขาพูดภาษาไทยได้บ้าง แต่ฟังยากมากๆๆ)
เราก็งงอยู่นาน ถามไปถามมา เขาชี้กระดานให้ดู (ไปทานร้านส้มตำไก่ย่าง) เขียนว่า Black Cat 555+
เราก็นั่งหัวเราะจนรู้สึกเสียมารยาทมาก  พูดไม่ไหว  แฟนเราเลยตอบไปแทนว่า มันเป็นวิสกี้  ไม่ใช่แมว
ก็เลยหัวเราะกันใหญ่

ส่วนใหญ่ฝรั่งชอบทานข้าวเหนียวมะม่วง  บางคนเซ้าซี้แฟนเราว่าให้เราส่งสูตรไปให้เขาจะไปทำกินเอง
เราบอกว่า เสียใจอ้ะ  เราทำไม่เป็น  (และยูก็ไม่มีทางเองได้หรอก อันนี้คิดในใจแต่ไม่บอก)
บางคนมาประชุมกันปีละครั้ง  อยู่ 3-4 วัน  กินน้ำมะพร้าวทุกครั้งที่มีโอกาส
มีคนหนึ่งเป็นคนแขก สัญชาตอเมริกัน  ชอบกินต้มข่าไก่มาก  ต้องให้เราสั่งทุกครั้งที่มา
พวกทอดมันก็ชอบนะ  (อันนี้เราชอบเลยสั่งทุกครั้ง ก็หมดทุกที ไม่รู้ว่าใครกินกันแน่)

แต่แฟนเราจะเป็นคนสั่งอาหารส่วนมาก  ออกแนวกลางๆ  ไม่ถึงกะลาบ หลู้อะไร เพราะเขาเองกินไม่เป็น
อย่างมากก็ส้มตำไทย ข้าวเหนียวไก่ย่าง  คอหมูย่าง น้ำตก ลาบ  ต้มแซ่บ ประมาณนี้  ก้อหมดเกลี้ยงทุกครั้ง
แฟนบอกว่า ไม่ต้องสั่งไม่เผ็ด  เพราะต้องการให้เขาได้ทานอาหารรสชาติไทยจริงๆ  ยกเว้นร้านที่เรารู้ว่าเผ็ดมากๆ  จะบอกให้เขาทำเผ็ดกลางๆ ค่ะ
หรือไม่ก็พาไปทานอาหารทะเลปิ้งย่าง น้ำจิ้มทะเลรสธรรมชาติ ของแต่ละร้าน  ก็ชอบกันแทบทั้งน้านนะคะ

จากคุณ : ต๊อตโตะจัง


เพื่อนสนิทเรามีพี่เขยเป็นฝรั่ง ทุกปีพี่สาวจะพาครอบครัวกลับมาเยี่ยมบ้านที่เมืองไทย หลานสาววัย 12 น่าตาน่าเอ็นดูตามประสาเด็กลูกครึ่งตามติดเพื่อนเราไปเที่ยวทั่วกรุงเทพ เธอพูดไทยได้พอสมควร และชอบทานอาหารไทยเกือบทุกอย่าง

ล่าสุดเพื่อนพาไปเที่ยวบ้านสวนชานเมืองของญาติสนิท และร่วมวงทานข้าวกับคุณตาคุณยาย คุณลุงคุณป้า พร้อมหน้าครอบครัว

สาวน้อยลูกครึ่งได้ลองทานอาหารไทยพื้นบ้านหลายอย่าง รวมทั้งปลาร้าหลน ที่ทำจากปลาร้าต้มใส่กระทิ มีเนื้อปลาดุกเป็นชิ้น ๆ มะเขือเปราะ และหน่อไม้ เธอชิมไปบ่นไปเลยค่ะว่า

"ปลาร้าอร่อยแบบนี้ ทำไม่ไม่บอกให้กินตั้งนานแล้ว ทำไมไม่ให้หนูกิน" ^^

จากคุณ : ตะวันชาย


อัพเดต สดๆา้อนๆ

วันนี้เอง เพื่อน เจ๊เลขา Project Director เดินมาที่แผนก บอกให้เจ๊ไปเอาขนมที่แกซื้อมาฝาก เมาท์กันเสียงดัง

เพื่อนเจ๊ : เนี่ย ฉันเพิ่งไปเที่ยวเมืองไทยมา ซื้อขนมมาฝาก แกไปเอานะ
เจ๊ เลขา: ซื้ออะไรมาเยอะป่าว?
เพื่อนเจ๊ : เยอะสิ ขนกลับมาเต็มกระเป๋า เอามาเกือบไม่ไหว ชอบมากกก
เจ๊ เลขา: ใช่ๆ ฉันก็ชอบ ที่นั่นน่ะเหมือนสวรรค์เลยนะ (Shopping paradise) คราวก่อนชั้นไป ขากลับต้องซื้อกระเป๋าเพิ่มอีกใบ เพราะใส่ของกลับไม่หมด ฮ่าาาา

เรา: (อมยิ้ม (คิดในใจ) ขอบคุณนะ เจ๊ๆ ไปช่วยใช้ตังค์ที่เมืองไทย ให้เศรษฐกิจบ้านผมหมุนเวียน อิอิ

อาจไม่เกี่ยวกะยี้ของกิน แต่อดปลื้มไม่ได้ นักท่องเที่ยวเมาท์ว่าชอบบ้านเรา

จากคุณ : Click_ที่นี่


ความคิดเห็นที่ 853    คุณ PandaMAN7777777
อยากทราบว่าอาหารไทยฮิตในcombodiaจริงเหรอคะ  เรามีเพื่อนชาวกัมพูชาในเฟซบุคเราเห็นเค้ากดไลค์แฟนเพจอาหารกัมพูชา เราเลยลองเข้าไปดูปรากฏว่าอาหารกัมพูชาแต่ละอย่างหน้าตาเหมือนอาหารไทยแป๊ะๆเลย มีทั้งบัวลอย ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง น้ำพริกกับผักจิ้ม ห่อหมก และอีกหลายๆอย่างที่เราเห็นแล้วรู้สึกว่า เฮ้ย นี้มันเหมือนอาหารไทยแป๊ะแด๊ะเลยไม่ใช่เหรอ ก็เลยงงเลยคิดว่าอาหารไทยกับอาหารกัมพูชาคงหมือนกัน แต่ก็ไม่แน่ใจ

จากคุณ : chaliztina


^
^
^
ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง มาจากโปรตุเกส เป็นไปได้ว่ามาจากมิสชันนารีที่ไปเผยแผ่ศาสนาที่นั่นนะครับ


แต่ถ้ารสเหมือนของไทยเป๊ะๆนี่แสดงว่าก็อปเราชัวร์ล้านเปอร์เซ็น เพราะเรามีท้าวทองกีบม้าดัดแปลงสูตรให้ถูกลิ้นคนไทยครับ

จากคุณ : SoulDew


เข้ามาบอกเพิ่มอีก อันนี้ไม่เชิงยี้ แต่เป็นเราเองที่คาดไม่ถึง คือบะหมี่สำเร็จรูปเนี่ย เราจะเมินคือถ้าไม่ขัดสนจริงๆจะไม่กิน
เพราะเห็นว่าไม่มีคุณค่าทางสารอาหาร เรื่องมีอยู่ว่า 10 กว่าปีมาแล้ว ไปเดินเล่นที่เนปาล พี่ที่พาเที่ยวเล่าให้ฟังว่า มาม่า
ไวไว ของไทยเป็นที่นิยมมาก จะไม่เชื่อก็กระไรอยู่ เพราะเห็นๆเลยร้านขายอาหารที่กรุงกาฐมาณฑุ เค้าขึ้นป้ายแยกต่าง
หาก ว่า ที่นี่มี ไทยอินแสตนด์ นูดเดิลส์ ขาย

และอีกเรื่องเกี่ยวกับไทยอินแสตนด์ นูดเดิลส์
น้องเราคนที่ทำงานกับชาวญี่ปุ่น ( ความคิดเห็นที่ 305 ) ถูกส่งไปอนรมงานที่ญี่ปุ่นเกือบๆ 10 วัน
โดยที่ทำงานจ่ายเบี้ยเลี้ยงให้ตามค่าครองชีพที่โน่น น้องเลยหอบมาม่าไปกิน กะเอาค่าเบี้ยเลี้ยง
ไปเป็นค่าช๊อปปิ้ง แต่กลายเป็นว่า ทางญี่ปุ่นก็ดูแลเรื่องอาหารให้อีก เลยอิ่มจังมีตังค์ซื้อของ
ส่วนไทยมาม่าที่หอบไปก็เหลือล่ะสิ  ก่อนกลับไทยน้องก็เอามาแจกคนอื่นๆ เจอชาวเม็กซิกันที่มาอบรมที่นั่น
ปรากฏว่าเค้ารู้จัก ไทยอินแสตนด์นูดเดิลส์ ด้วย ถามยํ้าแล้วนะว่าเผ็ดมากกินได้มั้ย ( เอาไปแต่รสแซ่บ )
ทางแมกฯรีบรับไปเลย ขอบคุณน้องเราใหญ่เลย

จากคุณ : - (สมหนิง)


***คห 872
เรื่อง หมูกระทะเนี่ยะ ป๋าที่บ้านเป็นชาวสวีเดนชอบน้ำจิ้มเนื้อย่างมากกกก ครับ แต่ตัวหมูกระทะเองไม่เท่าไหร่จะติดใจนำ้จิ้มเป็นพิเศษ น้ำจิ้มแบบที่เป็นซอสพริกและมีพริกกระเทียมผสมกันน่ะครับ แต่ไม่รู้ว่าร้านที่กินประจำเนี่ยะมีส่วนผสมพิเศษอะไรอีกหรือปล่าว ถูกใจแกมาก จะสั่งเป็นชุดมากินที่บ้านและก็จะให้ขอซื้อพิเศษน้ำจิ้มอีก 2 ถุง เอามาเก็บไว้ในตู้เย็นไว้กินกับเมนูอาหารฝรั่งอื่นๆ เช่นทาบนแซนวิส หรือกินกับมี้ทบอล แกบอกว่าเป็นซอสที่วิเศษมาก อร่อยกว่าซอสสูตรใดๆที่เคยกินมาในชีวิตแกเลย สามารถทานกับอาหารต่างๆได้อย่างลงตัวสุดๆ แกปลื้มของแกมากจริงๆ อิอิ

จากคุณ : - (Autumn 0215)


#880

เคยเจอคล้ายๆ กันเลยค่ะ ไปห้างจะซื้อของมาทำอาหาร กับเพื่อนอินโด สองคน
เพื่อนอินโดวิ่งไปที่ มาม่าต้มยำกุ้งทั้งคู่ แล้วบอกว่า ไอ้นี่อร่อยๆ สรุปว่าวันนั้นได้กินมาม่า 55+

ก็เพิ่งรู้ว่า มาม่าไทยฮิตตอนนั้นเลย
พอมานึกดีๆ บะหมี่สำเร็จรูปอย่างอื่นนอกจากมาม่าไทยมันไม่มีรสชาติเลย จืดสนิท

จากคุณ : คานเหล็กกล้าทาแล็กเกอร์


คห.ที่ 853 เรื่องอาหารในกัมพูชา ถ้าจะเหมือนอาหารไทยก็เป็นไปได้อยู่ 2 อย่าง
คือ 1. แถบที่ติดกับไทยก็เคยเป็นของไทยมาก่อน แถวพระตะบอง เสียมราฐ แล้วฝรั่งเศสมายึดไปเมื่อร้อยปีก่อนก็คงจะมีคนไทยอยู่เยอะ และกินอาหารไทยจนถึงปัจจุยัน
  2. สมัยหลังสงครามที่เขมรแดงยึดประเทศได้ คนกัมพูชาอพยพมาอยู่ไทยเป็นล้านคน กินอยู่ในไทยตั้งนานกว่าสงครามจะสงบ ก็เลยรับเอาอาหารไทยไปอยู่ในเมนูด้วย
   รวมทั้งแรงงานที่เข้ามาทำงาน พอได้เงินก็กลับบ้านไปเปิดร้านอาหารทำอาหารขาย และส่วนใหญ่เข้ามาเป็นลูกจ้างร้านอาหารในไทยก็จะมีเมนูอาหารแบบไทยกลับไปทำ รวมกับคนไทยไปลงทุนเปิดร้านอาหารในนั้นมานานแล้วอาจจะเป็นเมนูฮิตที่ทำตาม ๆ กันไปเหมือนข้าวขาหมู ข้าวหมูแดงที่ึคนจีนมาเปิดขายในไทยนาน จนกลายเป็นอาหารไทยไปแล้ว

จากคุณ : อัลปลั๊ก


ตรงนี้จ๊ะ
ขออนุญาตคั่นหน่อยนะคะ ^__^

จากคุณ : นางสาวชีสเค้ก


ปัญหาของการแบกเป้เที่ยวอินเดียเป็นเวลานาน คือเบื่ออาหารแขก โชคดีทริปนี้เราพกบะหมี่สำเร็จรุปรสต้มยำกุ้งไปด้วย 1 แพคใหญ่  เมื่อรถจอดให้รับประทานอาหารในร้านเล็ก ๆ ข้างทาง เราจึงปฏิเสธ ไข่เจียว จาปาตี และ น้ำชาร้อนใส่เนย ซึ่งเป็นอาหารหลักประจำร้าน (ร้านอาหารในพื้นที่ห่างไกลของอินเดียเหนือ แถบเทือกเขาหิมาลัย ทุกร้านเสิร์ฟแป้งย่างที่เรียกว่า จาปาตีกับไข่เจียว หรือเนยเท่านั้น ไม่มีเมนูอื่น ๆ ให้เลือกทานค่ะ)

มื้อนี้เราขอเพียงน้ำร้อน 1 ชาม สำหรับบะหมี่สำเร็จรูป made in Thailand และบรรจงเติมเครื่องปรุงครบทุกซองแบบไม่ยอมให้หกเรี่ยราด

เมื่อได้เวลาพอเหมาะ เราค่อย ๆ เผยอฝาชาม บะหมี่เจ้ากรรมดันส่งกลิ่นหอมฟุ้ง (สำหรับเรา) เป็นเวลาเดียวกับที่ฝรั่งนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่เดินเข้ามาในร้าน  ทุกคนหันมามองโต๊ะเราเป็นตาเดียว เราเอ๋็อเลย **! รู้สึกผิดมากที่เป็นต้นเหตุสร้างกลิ่นแปลกปลอมโดยไม่ได้ตั้งใจ

แต่ปรากฏว่าแกงค์ฝรั่งที่เดินเข้ามาใหม่นั้น ประมาณ 5-6 คน พร้อมใจกันสั่งบะหมี่สำเร็จรูปมาทานแทนอาหารท้องถิ่น หุหุ แอบคิดในใจว่าเลียนแบบฉันแหง ๆ เพราะตอนสั่งอาหารเห็นว่าทำหน้าบุ้ยบ้ายมาทางนี้ คงเบื่ออาหารท้องถิ่นเหมือนกัน แต่ถึงยังไงก็อร่อยไม่เท่าของฉันหรอกนะ เพราะบะหมี่อินเดียยี่ห้อดังคือ แมคกี้ รสแกงกะหรี่นั้นกลิ่นเครื่องเทศตลบอบอวล ไม่น่าจะถูกปากฝรั่ง

เราเคยลองชิมแล้วก็ไม่ประทับใจอย่างแรง รสชาติเทียบไม่ติดกับบะหมี่รสต้มยำกุ้งของเราเลยค่ะ ^^

จากคุณ : ตะวันชาย


เข้ามาอ่านแล้วติดหนึบหนับมากค่ะ เลยมานึกๆว่าเรามีเรื่องอะไรพอแชร์ได้มั่ง ก็นึกได้2เรื่องค่ะ

เรื่องแรกตอนเราเรียนป.โทที่เมลเบิร์น ออสเตรเลีย เราพักอพาทเม้นท์ชานเมืองกับน้องป.ตรีคนไทย วันหนึ่งชวนเพื่อนผู้ชายชาวจีนมาเลย์กับเนปาล เพื่อนเนปาลเป็นแขกขาวหน้าตาดีมากมากินข้าวเย็นที่บ้านเราทำกุ้งอบวุ้นเส้น ต้มยำทะเล และผัดผัก กินไปคุยไปเพื่อนมาเลย์ปลาบปลื้มกุ้งอบวุ้นเส้นของเรามาก ชมไม่ขาดปากว่าอร่อยมาก ประมาณว่าไม่เคยรู้จักเมนูมาก่อน เพื่อนมาเลย์กินเผ็ดมากเราเองซะอีกที่กินเผ็ดไม่ได้มาก เขาเคยกินต้มยำมาก่อนเลยไม่ตื่นเต้นเท่าไรกับเมนูต้มยำ ส่วนหนุ่มเนปาลปลื้มต้มยำทะเลเรามากเพราะไม่เคยกินอาหารไทยมาก่อน ส่วนเราก็หน้าบานไปกับคำชม เพื่อนมาเลย์นั้นปลื้มเมนูกุ้งอบวุ้นเส้นมากเจอหน้าทีไรมักเอ่ยถึงเมนูนี้ตลอด 

เรื่องที่สอง เมื่อไม่นานนี้เองซัพพลายเออจากมาเลย์มาเยี่ยมและคุยธุรกิจกันช่วงเช้าสรุปข้อตกลงก็พอดีเที่ยงเลยพาไปทานร้านอาหารไทยแถวๆบ้านที่บางนา เซลเมเนเจอร์สาวมาเลย์ปลาบปลื้มต้มยำกุ้งน้ำข้นมากชีบอกว่าดีใจมากที่ได้กินก่อนกลับ เพราะมาวันแรกๆไปเยี่ยมลูกค้าเจ้าอื่นเขาพาไปกินบุพเฟ่อาหารยุโรปซึ่งเขาแอบผิดหวังเล็กๆพอเราพามากินร้านอาหารไทยได้กินต้มยำกุ้งน้ำข้นที่ชีชอบมากและที่นี่ก็ทำอร่อยมากชีบอกโอเคเย็นนี้กลับมาเลย์อย่างสบายใจเพราะได้กินของที่อยากกินอย่างใจอยากแล้ว ส่วนเราแอบฮาว่าถ้ายังไม่ได้กินชีคงผิดหวังกับทริปนี้มาก ชีทานต้มยำอย่างเอร็ดอร่อยมากแทบสูบน้ำหมดหม้อ จนเราแทบขอเติมน้ำซุปเลยล่ะ

จากคุณ : สายลมที่พริ้วไหว


อย่างน้อยต้องเข้ามาอัพเดตและโหวตสัปดาห์ละครั้ง

กระทู้นี้ดูดกิ๊ฟเยอะมากๆ ^^

จากคุณ : ชื่อที่ไม่มีใคร


อ่านแล้วอยากแชร์มั่งครับ แต่ไม่มากเท่าไหร่นะ ฮ่าๆ

แฟนเป็นคนญี่ปุ่น คือเธอชอบอาหารไทยอยู่แล้ว กินส่วนใหญ่ก็จะบอกว่าอร่อยหมดเลยไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่

ที่จะมีปัญหาช่วงแรกๆ คือผลไม้ครับ คือเธอเป็นคนตอนเมืองหนาวของญี่ปุ่น ผลไม้มีไม่มากนักพอมาเจออะไรบ้านเราก็จะแปลกหูแปลกตาไปหมด เห็นแล้วยี้ไม่กล้ากิน

อันแรกคือสละครับ ที่ขายตามตลาดหรือตามห้างแบบแกะมาแล้ว มันก็จะดำๆ ช้ำๆ ไม่น่ากิน ผมซื้อมากินคุณเธอก็ถามผมว่ากินไปได้ไง ให้เธอลองชิมก็แหวะครับ บอกว่าไม่อร่อย

จนตอนนั้นไปเที่ยวแล้วผมสั่งสละลอยแก้วมากินแล้วก็บอกเธอว่า ไอ้เนี่ยมันคือไอ้ดำๆ ที่กินคราวนั้นนะ เธอดูแล้วมันไม่ดำก็เลยลองกิน โอ้โห คราวนี้เปลี่ยนใจเลยครับ หลังจากนั้นสละดำไม่ดำเธอกินเรียบ ช่วงหลังลำบากผมอีกถ้าไม่มีแบบแพ็คขาย ผมต้องซื้อมาแกะให้เธอกิน T-T

อีกอันคือทุเรียนครับ ตอนแรกบอกเหม็นมาก ให้ลองซัดหมอนทองไปทีนึง หลังจากนั้นเลิกเข้าสตาร์บัคส์เลยครับ บอกเก็บตังไว้ซื้อทุเรียนกิน

จากคุณ : be lonely


ไม่รู้ว่าใครตามฝรั่งคนนี้ใน YouTube บ้างครับ

ผมชอบดูมานานแล้ว เขาทำหนังสืออาหารไทย และรีวิวอาหารไทยลง YouTube บ่อย

วีดีโอก็ชัดดี หน้าตาแบบว่า ชิมอะไรก็อร่อยจัง :)

http://www.youtube.com/user/migrationology

ปล.ตามกระทู้นี้มานานแล้ว ชอบสุดๆ คือ คคห.ที่ ฟิลิปิโนสั่งตำแตง :)

จากคุณ : เลือนลางร่ำไร


เห็นกระทู้นิ่งมาซักพักละ ไม่อยากให้นิ่งอะ ขอเล่าต่อละกันครับ แต่เนื่องจากผมเป็นคนทำอาหารไม่เก่ง ไม่ถึงกับทำให้เพื่อนต่างชาติอึ้งแต่ก็ทำให้เค้าประหลาดใจได้เหมือนกัน (ทั้งหมดเป็นเรื่องสมัยไปเรียนที่ญี่ปุ่นนะครับ)

แกงสำเร็จรูปต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นต้มยำกุ้ง แกงเขียวหวาน ต้มข่าไก่ ทำเอาเพื่อนเกาหลี จีน ฮ่องกง งงในรสชาติมากว่าทำไมมันแปลกจัง (หวาน เปรี้ยว เค็ม เผ็ด รวมหมด) แต่ชอบมากเพราะมันถูก (เพื่อนกินเผ็ดไม่เก่ง เวลาใส่ผงแกงต้องใส่นิดเดียว ทำให้กินได้บ่อย) แกง + ผัดผัก + ข้าว ตกไม่เกิน 500 เยน กินกัน 3-4 คนตกคนละร้อยเยนกว่าๆ ทำให้อาทิตย์นึงมันมากินข้าวห้องผม 2-3 ครั้ง

ไข่เจียวมหัศจรรย์ คือทอดธรรมดามันก็บอกอร่อยอยู่แล้ว เลยบอก เดี๋ยวโชว์เมจิกให้ดู
- ใส่ต้นหอม เวลากินหอมมาก
- ใส่หอมใหญ่ บอกให้กินกับซอสมะเขือ ชอบกันใหญ่
- ใส่มะเขือเทศ หวานๆ เปรี้ยวๆ เค็มๆ (เค็มน้ำปลา)
- ใส่หมูสับ (แบบหมักมาแล้ว)
- หลังๆ โชว์แบบ advance บอกอยากให้ใส่อะไรบอก ทำได้ทุกอย่าง สนุกกันใหญ่ เลือกท็อปปิ้งกันไม่ถูก (แต่เอ็งจ่ายค่าท็อปปิ้งเองนะเว่ย) หลังๆ อาการหนัก อยากกินไม่เหมือนกัน เลยต้องทำไส้ไข่เจียวแบบแบ่งครึ่งเหมือนพิซซ่า

ฮาสุดคือพลิกไข่ด้วยกะทะให้มันดู มันบอกขอลองมั่ง สุดท้ายกินได้ครึ่งเดียว (อีกครึ่งหลุดกะทะ)

ข้าวผัดซอสพริก คือผัดข้าวผัดธรรมดา แต่ก่อนเอาขึ้นรอบสุดท้ายใส่ซอสพริกแบบเผ็ดมากลงไป ผัดทั่วๆ เพื่อนกินบอกมหัศจรรย์ ข้าวผัดอะไรมีครบทุกรส

ที่ผมถนัดสุดคือทำซุปครับ ทำซุปสุกี้จะลองหลายๆ แบบ ที่ชอบที่สุดคือใช้น่องไก่ต้มไว้ในซุป ใส่คนอร์ไก่ พริกขี้หนู แล้วก็ไชเท้า ต้มแยกหม้อกับหม้อสุกี้ ซุปหมดทีก็ตักที สุดท้ายเพื่อนซดซุปหมด เหลือแต่เครื่องสุกี้ 55

ส่วนที่เพื่อนอึ้งสุดคือของเหลือครับ อะไรเหลือในตู้เย็นเอามาทำกินได้หมด ชวนกินเบียร์ดึกๆ ใครบอกหิวปุ๊บเปิดตู้เย็นทันที แย่สุดก็ไข่เจียว มีผักเหลือก็ทำผัดผัด เนื้อเหลือก็ทอดกระเทียม มีแต่เต้าหู้ก็หยิบคนอร์ทำแกงจืดเต้าหู้ ข้าวเหลือก็ทำข้าวผัดซะ (มีแค่เครื่องปรุกกับซอสพริกก็เหลือแหล่ เนื้อไม่ต้อง)

เพื่อนบอก เมิงนี่ความสามารถในการเอาตัวรอดสูงมาก 55

จากคุณ : be lonely


เห็นด้วยกับคห. 890 คืออาหารไทยนั้นแล้วแต่จะพลิกแพลง  ยิ่งถ้าแบบประหยัดๆ ด้วย ทำไม่ยากและอร่อยค่ะ
ไม่ตายตัวเหมือนอาหารฝรั่ง ที่ทำกินแค่ไม่กี่อย่างและสูตรค่อนข้างตายตัว
อาหารจีน ถ้าเป็นแบบน้ำๆ เช่นต้องต้มเค่ี่ยวน้ำซุปนาน  แค่กระเพาะปลา ต้มทีทำทั้งวัน

จากคุณ : ต๊อตโตะจัง


เมื่อวานดูช่อง Nation สัมภาษณ์ ท่านทูต อาซีฟ อาเหม็ด เอกอัครราชทูต อังกฤษประจำประเทศไทย

เพราะท่านกำลังจะต้องเปลี่ยนไปประจำอยู่ประเทศอื่น คนสัมภาษณ์ถามท่านว่าท่านชอบอะไรในประเทศไทย

ท่านตอบทันทีว่า อาหารไทย โดยเฉพาะปลา อาหารที่ทำจากปลาของไทยมีหลากหลายมากๆ

พูดเรื่องอาหารเสร็จถึงพูดเรื่องคนไทยนิสัยดีน่ารักต่อ



แต่เรื่องอาหารไทยนี่ท่านตอบเป็นอย่างแรกแบบไม่ต้องนึกเลยล่ะค่ะ แถมเน้นเสียงด้วยนะ ประมาณว่าชอบมากกกกก ดูแล้วก็ปลื้ม ^ ^

จากคุณ : LuNaTicCaT


พอท่านฑูตย้ายไปประเทศอื่น คงคิดถึงอาหารไทยมากๆ

ตาม กับคห. 890 เลยค่ะ ของเหลือในตู้นี่แหละ ทำของอร่อยๆได้เยอะเลย

อยู่ฮ่องกงแค่วันเดี๋ยว วันต่อมาต้องรีเควสให้ญาติให้ทำอาหารไทยให้

สุดท้ายเลยได้กินพะโล้ฝีมือคุณแม่เอง แบบว่าถ้าไม่ได้หิ้วเครื่องไม้พะโล้ไปฝาก

คงอดอยากปากแห้ง โหยหาอาหารไทยน่าดู รอบหน้าคงต้องหาอะไรง่ายๆใส่กระเป๋าไปกินกันตาย 555
อ้อ วันที่ไปกินอาหารที่ภัตตาคาร อาหารขอองเขาเอากะปิมาทำด้วย

ที่รู้เพราะกินมันกะปิโชยมาแต่ไกล แต่ไม่รู้ชื่อเมนูหรอกนะคะ

เหมือนเอากุ้งมาผัดกับอะไรสักอย่างทีคงมีกะปิปนอยู่ด้วย

จากคุณ : ชื่อที่ไม่มีใคร


มีเหตุให้ต้องพาคนไปเลี้ยงรับรอง วันแรกก็พาไปแบบเบาๆ ไปเลี้ยงร้านมุมอร่อยที่ศรีราชา ก่อนกินเค้าก็ถามนู่นถามนี่ เกี่ยวกับอาหารที่ตัวเองกำลังจะกิน เพระาเคยได้ยินมามาก ว่าอาหารไทยมีสิ่งเจือปนเยอะ คำถามก็เช่น

- ไอ้เนี่ย มันใส่ผงชูรสมั้ย ถ้าใส่ ไม่กินนะ มันทำให้กระดูกผุ
- ไอ้เนี่ย มันผักปลอดสารมั้ย
- ไอ้เนี่ย ไม่เผ็ดใช่มั้ย พริกน่ะ กินมากๆ เป็นมะเร็งช่องปากได้นะ
- ไอ้เนี่ย มันอะไรน่ะ ผักอะไรน่ะ ไม่คุ้น ชั้นไม่กินนะ

เราก็อธิบายๆๆๆไป จนกระทั่งสุดท้าย เธอก็บอกว่า ชั้นไม่กินนะ ชั้นจะกินข้าวกะผัดผักเท่านั้น ชั้นกลัวตายยยยย!!! เราก็ อ้าว แล้วตรูจะลากหล่อนมาทำไมถึงนี่ฟระ ไม่เป็นไร ไปกันหลายคน เดี๋ยวคนไทยกินกันเองก็ด๊ายย เชอะ

พออาหารมาถึง เธอก็เริ่มวิจารณ์นู่นนี่นู่นนั่นพร้อมกับคำประกาศว่าชั้นจะรอกินผัดผักเท่านั้น พออาหารมาจนเต็มโต๊ะก็ละลานตาสิทีน เหมือนวันนั้น จะสั่ง ออส่วน แกงส้มไข่ปลาเรียวเซียว ยำมหาสมุทร ทะเลโหด กระหล่ำปลีทอดน้ำปลา กุ้งผัดกะปิ แล้วก็ ปลากระพงทอดราดน้ำปลา เธอก็วิจารณ์ๆ เช่น

- กุ้งผัดกะปิ --> อะไรอ่ะ ด๊ามดำ กลิ่นตุๆ
- ออส่วน --> เหมือนขี้มูกเลย
- ปลากระพงทอดราดน้ำปลา --> นี่พวกยูกินปลากันเป็นตัวๆอย่างนี้เหรอ ไม่เป็นชิ้นๆนี่ อี๋ววว์ กลิ่นนี่มันตุๆ น้ำปลาเหรอเนี่ยยย ของทอดน่ะ ประเทศชั้นก็มี

จนสุดท้าย เพื่อนเรารำคาญนางมาก ก็เลยท้า บอกว่า ชั้นจะตักปลากระพงให้เธอชิ้นนึง ถ้าเธอกินได้ เธอจะได้กลับไปบอกได้ว่า เคยกินอาหารไทยมาแล้วไง สุดท้ายเธอก็ยอม บอก ได้ๆ แค่ชิ้นเดียวนะ แล้วชั้นจะกินผัดผักเท่านั้น


เพื่อนเราก็เเงะปลาให้ชิ้นนึง ราดน้ำปลาที่ราดปลาทอด ตามด้วยน้ำจิ้มมะม่วง โปะบนข้าวขาวให้ อย่างดี เธอก็ทำฝืนๆตักกิน พอเข้าปากเท่านั้นแหละ นางก็อุทาน เลยว่า โอวววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววว อร่อยมากกกกกกกกกกก กรอบ หวาน มัน เค็ม เปร้ยว นุ่ม ละมุนนนนนนน ทำไมอร่ิอยขนาดนี้เนี่ยยยย

หลังจากนั้นเธอก็ แงะปลากินจนหมดตัว ตามด้วย กับข้าวทุกอย่างที่ นางเพิ่งบ่นๆๆๆๆๆ ติๆๆๆๆ ไปเมื่อกี้ ปากก็ร้อง โอ้ มายก๊อดๆๆๆ

พ้นมื้อนั้นเเล้ว นางก็ร่ำร้องจะกินแต่อาหารไทย ลองพาไปกินริมถนน ก็ไม่เกี่ยง สู้ตายค่ะ ปลาเผา ลาบ ส้มตำ จิ้มจุ่ม หมูกระทะ ทุกอย่าง ผลไม้ไทยกวาดเรียบวุธ (โทรมาครวญครางกะเราตอนเที่ยวคืน ว่าทำไม ชั้นร้อนไปทั้งตัวอย่างนี้ คุยไปคุยมา กินลำไยไป 3-4 โลได้ -*-)

วันกลับ ทำหน้าหงอยสุดๆ บอกว่า ถ้ามีประชุมที่เมืองไทยอีก ชั้นจะขอมาเองเลยแน่นอน ถ้าไม่ได้มา พักร้อนนี้ชั้นมาแน่นอน อย่าลืมทำตัวให้ว่างพาชั้นไปกินจิ้มจุ่มกะปลาเผาอีกนะ


เป็นไงล่ะ อาหารไทย หุหุหุหุส์

จากคุณ : คนภูธรGO ONนครบาล


ู^
^
^
คูหาข้างบน....นางเป็นคนชาติไหนคะเนี่ย??  จริงๆแล้ว พูดว่าออส่วนเหมือนขี้มูกนี่มันเสียมารยาทมากเลยนะคะ  เค้าไม่คุยเรื่องของชวนอ๊วกบนโต๊ะอาหารกันหรอก น่าจะมีใครบอกชีบ้างนะคะ   แต่สุดท้ายถ้าลองเอาอาหารไทยเราเข้าปากแล้ว...ก็เรียบร้อย... โฮะโฮะ โฮะ  #มองด้วยหางตาไปเลย 555

จากคุณ : rainyjerry


คห.894 เข้ากับหัวข้อกระทู้ที่สุดแล้ว 555555

จากคุณ : อัลปลั๊ก


มาลงชื่อเป็นที่ระลึกหน่อย เผื่อเป็นว่าที่กระทู้ในตำนวนพันธ์ทิพย์ อิอิ
ชอบทุกเรื่องเลย อ่านไปหิวข้าวไป

จากคุณ : บินได้...บินไปแล้ว


บางครั้งการรับแขกชาวต่างประเทศที่ค่อนข้างมากเรื่อง และมองอะไรที่เกี่ยวกะเราไม่ว่าอาหารการกินดูเหมือนจะติดลบไปหมด  ก็ทำให้ผู้เกี่ยวข้องฝ่ายไทยรู้สึกอึดอัด  รำคาญ และรู้สึกแย่ๆ กับผู้มาเยือน ทั้งที่ไม่อยากต้อนรับ แต่ผู้ใหญ่ขอมา    ขณะที่ผมบรรยายเกี่ยวกับภาพรวมในประเทศไทย ก็ได้พยายามสังเกตุฝรั่งทั้งหมดที่นั่งฟังและทานเบรกที่น้องๆจัดให้ซึ่งมีทั้งน้ำชา กาแฟ ขนมไทยและผลไม้ตามฤดูกาล อย่างไรก็ตาม ช่วงเช้า ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี   ส่วนอาหารกลางวัน เราก็สั่งแบบดิลิเวอรรี่จากสถานที่มีชื่อในสายตาฝรั่งครับ

  พอบรรยายและตอบคำถามต่างๆยังไม่ทันเสร็จดี พายุฝนแบบหนักๆ ก็ถล่มตลอดเวลา ทั่วทั้งกรุงเทพฯและครับ  แรงขนาดน้ำระบายไม่ทัน ท่วมถนน รถวิ่งไม่รอดและที่สำคัญ ร้านดังมาส่งอาหารกลางวันไม่ได้ ประมาณว่า ตอนนี้ ตัวใครตัวมันแล้ว  ผมสอบถามน้องๆว่ามีแหล่งอาหารตรงไหนบ้างที่เราจะเข้าถึง ณ นาทีนี้ได้ ก็ปรากฏว่า ซอกตึกข้างๆ มีร้านหลบมุม  ขาประจำเรียกร้านรู  ขายอาหารตามสั่ง ซึ่งมีไม่กี่อย่าง เช่น ข้าวราดหน้าผัดกระเผาไข่ดาว หมู เนื้อ หรือกุ้ง  แกงส้ม ผัดผักต่างๆ และปลาสลิดทอด ราคาแบบบ้านๆ  สารภาพตามตรงว่า ผมเองก็ยังไม่เคยไปชิมเลยครับ

  ผมบอกน้องๆ ให้เหมาทุกอย่าง แล้วรีบทำร้อนๆขึ้นมาเสริพด่วน ดีกว่าไม่มีไรจะกิน  ก็ไม่ได้หวังอะไรนัก แค่แก้ปัญหาไปก่อน  และแล้วข้าวราดหน้าไข่ดาว ผัดกระเผาหมู ผัดกระเผากุ้งก็ทะยอยมาอย่างรวดเร็ว พร้อมแตงกวาสดและพริกน้ำปลา  อย่างว่า แค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า ให้กินกันตายเท่านั้น เพราะหลายคนแซวว่าของพวกนี้เป็นอาหารสิ้นคิด คือถ้าไม่รู้จะกินอะไรก็สั่งผัดกระเผา    ตอนนี้ฝรั่งทุกคนหิว   และเริ่มต้นดูเหมือนจำใจกิน   แต่พอลิ้มรสอาหารสิ้นคิดแล้ว ทุกคนดูชะงัก เงียบไป แล้วก็รีบกินต่ออย่างอะเร็ดอะร่อย แม้กระทั่งพริกน้ำปลาก็หมดเกลี้ยงในห้านาทีต่อมา  แถมยังบอกว่า  " อร่อยกว่าโรงแรมหรูอีก  "    ( สงสัยจะหิวมากนะครับ )

  By  product  หลังจากเสร็จสิ้นอาหารกลางวันมื้อพิเศษในช่วงเวลาพายุแรง น้ำท่วมหลาก และภัตาคารใหญ่ไม่สามารถมาส่งอาหารได้   ฝ่ายฝรั่งก็เห็นชอบลงนามในความร่วมมือต่างๆ ด้านการศึกษาและวัฒนธรรม ซึ่งจะมีการแลกเปลี่ยนนักเรียนและอื่นๆระหว่างกันทุกอย่าง  ในฐานะคนไทย   ผมขอขอบคุณอาหารไทย ที่ช่วยให้ทุกอย่างลงตัวครับ

จากคุณ : Jack (Jack Happy)


เพิ่งเข้ามาอ่านกระทู้นี้สงสัยมานานทำไมกระทู้อยู่นานจัง. ตอนนี้เข้าใจแล้ว
นั่งอ่านไปยิ้มไป แต่ละเรื่องน่ารักๆ ทั้งนั้น

มีสองเรื่องที่อยากจะแชร์บ้าง. เพื่อนสนิทสามี ไม่เคยกินอาหารไทย แม้กระทั่งอาหารญี่ปุ่น
คราวก่อนมาค้างบ้านดิฉัน เลยพาออกไปเลี้ยงอาหารไทย. ตอนเราสั่งอาหารก็ดูกล้าๆ กลัวๆ
ถามตลอดว่าอะไร. พอได้ลองเท่านั้นหละเริ่มทานไม่หยุด. จนจานสุดท้ายคือข้าวผัดปู
รีบบอกภรรยา ยูต้องลองจานนี้  หลังจากนั้นไม่กี่วันเจอกันอีก. ภรรยาแอบกระซิบดิฉันว่า
สามีเค้าติดใจอาหารไทย ไม่นึกว่าจะอร่อยขนาดนี้. วันนี้เลยนัดดิฉันกับสามีพาไปกินอาหารไทยอีก

เรื่องที่สองสามีดิฉันเอง. ตอนจีบกันใหม่ๆ ดิฉันพาไปกินจุ่มแซบ. สามีทำหน้าพอืดผอม ไม่เคยเห็น
ถามดิฉันว่าอะไร แล้วจะกินยังงัย. พอดิฉันสาธิตวิธีกิน. สามีก็กินตาม ทีนี้ทั้งข้าวเหนียว
จุ่มแซบ. น้ำจิ้มแจ่ว ลาบ น้ำตก ไม่เหลือ. จนดิฉันแต่งงานย้ายมาอเมริกา. เมนูโปรดของสามีก็พวกหมูกะทะ
เนื้อกะทะ. พอทำไก่ย่าง จะถามหาน้ำจิ้มแจ่วกับข้าวเหนียวตลอด
สามีชอบจนอยากจะเปิดร้านหมูกะทะ เนื้อกะทะ แบบไทยๆ ในอเมริกา

สามีดิฉันชอบอาหารไทยมาก โดยเฉพาะอาหารข้างทาง โรตี ข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง ข้าวต้มรอบดึก ข้าวต้มมัด
ข้าวโพดคลุก ขนมครก กล้วยทอด ปลาช่อนเผาเกลือ ไก่ย่างตามชายหาด  น้ำมะพร้าวนี้ขาดไม่ได้เลย ฯลฯ
มาเมืองไทยคราวที่แล้ว ดิฉันกับสามีต้องรีบตื่น เพราะสามีชอบเดินตลาดสด สามีมีความสุขมากที่ในแต่ละวัน
ได้ลองอาหารไทย ผลไม้ไทย แปลกๆ ใหม่ๆ ทุกวัน ที่ขาดไม่ได้ก็กาแฟเย็นใส่ถุง. ถ้าใส่แก้วแกจะไม่ชอบ
แกบอกว่าไม่ได้บรรยากาศแบบไทยๆ

เวลาเจอเพื่อนฝูงที่อเมริกา พูดถึงแต่อาหารไทย. เมืองไทย จนดิฉันกลัวเพื่อนๆ แกจะเบื่อฟัง
เคยแซวสามีบ่อยๆ ว่ารัฐบาลไทยน่าจะจ้างให้สามีเป็นพรีเซนต์เตอร์โฆษณาการท่องเที่ยวไทย
เพราะแกพูดถึงเมืองไทย จนเพื่อนหลายคนอยากจะมาเที่ยวเมืองไทย

จากคุณ : chuamalee


ตามอ่านมาตั้งแต่ต้นปี

จนตอนนี้ จะพันความเห็นแล้ว ขอแสดงตัวซะหน่อย smile

จากคุณ : สุพจน์


แสดงตัวด้วยคนค่ะ สารภาพว่าอ่านมา 3 วันแหน่ะ

จะทยอยมาเล่าเรื่องบ้างนะคะ ลืมลืมเลือนเลือนไปบ้างแล้ว

เอาเรื่องกูลิโกะก่อน ประเทศที่ทานกูลิโกะทั้งหลายจะทราบดีว่าแต่ละท้องถิ่นกูลิโกะจะมีรสชาดประจำท้องถิ่นอยู่ ส่วนตัวเองไม่เคยทานเพรซรสลาบเลย อ่านแล้วดีใจมากที่มีชาวต่างชาติขนซื้อ แหะแหะ เพราะตัวเราเองไปญี่ปุ่นก็จะซื้อรสเมล่อน รสชาเขียว หรือแล้วแต่ตามฤดูกาลที่เค้าผลิตออกมา ไปจีนก็จะซื้อ รสหูฉลาม เมื่อก่อนเมืองไทยยังไม่มีรสลิ้นจี่ก็ซื้อจากจีนค่ะ

แมกโดนัลด์ก็เหมือนกัน ของบ้านเราซามูไรเบอร์เกอร์หมูเริ่ดที่สุดในบรรดา แม๊ดเบอร์เกอร์ท้องถิ่นของหลายๆประเทศ เคยทานแม๊คไก่มหาราชาของอินโด รสชาดเทียบไม่ได้กะของเราเลยค่ะ

จากคุณ : ตัวบุสก้า


ปีที่แล้ว มีโอกาสได้ต้อนรับเพื่อนชาวฮอนดูรัส ชีเป็นลูกคุณหนูเอาใจยากมาก นั่นไม่เอากลัวไม่สะอาด นี่ไม่ไหวไม่ถูกใจ พาไปเที่ยว unseen หลายๆที่ ชีบอกเยอะไปชีเหนื่อย เลยไปตามคนมานวดตัวให้ นวดเสร็จออกมาหน้ายักษ์ บอกว่าทั้งเจ็บทั้งไม่สะอาด

เอาแล้วไงผ่านไปหลายวัน ไอ้บุสก้าก็อยากให้เค้าประทับใจกลับไป คราวนี้เอาใหม่ ชีลูกคุณหนู เราเลยเอาอาหารเจ้าอร่อยประดามี มาจัดใหม่เทใส่จานคริสตัล ประดับกล้วยไม้ คราวนี้ได้ผลเลย ทานอร่อยติดใจไปหลายเมนู ที่เจ๋งที่สุด ที่ชีกินลืมตายคือข้าวเหนียวมะม่วง ทั้งที่เป็นคนรักษาหุ่นมากมาก ชีสวาปามไม่เลิกปากก็โวยวายว่าช่วยด้วยไอหยุดไม่ได้ ช่วยด้วยช่วยด้วย หลังจากมื้อนั้น เราต้องไปซื้อข้าวเหนียวมะม่วงมาจัดใส่จานสวยสวยให้ชีกินทุกวันจนกลับเลยอ่ะ

ส่วนเรื่องนวด พอจับทางได้ว่าลูกคุณหนูต้องการการรีแพกเกจ เราเลยจับเข้า healthland แทนที่จะไปตามหมดนวดมือฉมังตามบ้าน ชีนอนให้นวด ทั้งที่หน้าบึ้งว่าชีไม่ชอบเพราะมันเจ็บ ผ่านไปสองชม. ชีบอกว่าไม่อยากกลับประเทศแล้ว ทำไมมันสบายอย่างนี้ แล้วทำไมมาวันสุดท้ายก่อนบินกลับบ้าน55555 ไว้มาใหม่ละกาน.....

จากคุณ : ตัวบุสก้า


มีวันนึง... ลูกสาวป้าเป็นคนไทยไปอยู่ญี่ปุ่นโทรมาบอกว่า
เวลากินบะหมี่กึ่งให้เก็บเครื่องปรุงไว้ให้ด้วย
เราก็บอกว่าเวลาทำกินก็ใส่ไปหมดแล้วน่ะสิ

เค้าบอกว่า ถ้ากิน 2ห่อ มีเครื่องปรุง 2 ชุด ก็เก็บไว้ให้เค้าชุดนึงไง นะ นะ
แล้วเค้าโทรบอกญาติๆหลายคนเลยว่าให้เก็บเครื่องปรุงไว้ให้

สาเหตุมาจากสามีญี่ปุ่นกินบะัหมี่กึ่งจืดๆมาตลอดชีวิต
อยู่มาวันนึงได้ลองชิมรสหมูสับไทยเข้าไป เลยติดใจขนาดหนัก ^^

ครั้นจะซื้อส่งไปจากไทยทั้งแพ็คจะยุ่งยากไป คุณภรรยาเลยหาทางออก
ให้ญาติสะสมเครื่องปรุงแล้วส่งไปให้แทน เส้นอยู่ที่นู่นก็เยอะแยะ

จากคุณ : fanclub


เขามาสนับสนุน คห 902

ว่าเพรสรสลาบถูกใจชาวต่างชาติจริงๆ โดยเฉพาะญี่ปุ่น
เป็นเด็กมาแลกเปลี่ยนเดือนนึ่ง ขากลับหิ้วเพรสรสลาบไปยกลังเลยค่ะ 555

จากคุณ : adaymaker


จากคุณ :


เข้ามาอ่านรอบที่สี่ เสียไปอีก สิบกิฟท์ เดือนนี้กิฟท์หมดแน่ ๆ ครับ ไม่เคยหมดกับกระทู้ไหนหลายสิบกิฟท์แบบ กระทู้นี้มาก่อน สนุกมาก ๆ

จากคุณ : somsaktee


ขออนุญาตลงชื่อตรงนี้
ผีเสื้อ

ผีเสื้อ

จากคุณ : อุดมไปด้วยความสุข


ทำ พะโล้ ทีไร ไม่ว่าต่างชาติหรือลูกครึ่งไทย ไม่มีใครแตะเลย

จากคุณ : บอนเนอร์


สามีไม่เคยกินอาหารไทยก่อนรู้จักส้ม เจอต้มยำกุ้งครั้งแรกเข้าไปลิ้นพองเลยค่ะ
ครอบครัวพ่อแม่สามีไม่เคยกินอาหารไทยเหมือนกัน ตอนนี้ชอบกันไปหมด
ต้มข่าไก่ ผัดเปรี้ยวหวาน ปอเปี๊ยะทอด แกงกะหรี่ แกงเผ็ดเป็ดย่าง ผัดผักหมูกรอบ
ส้มตำไทย ส้มทำรสคนไทยแต่อ่อนเผ็ดค่ะ
เพื่อนร่วมงานสามีไปเที่ยวเมืองไทยทั้งครอบครัว กินอาหารผิดสำแดง อาหารเป็นพิษ
นึกว่าจะโกธร เปล่าเลยค่ะ ชอบรพ.เอกชนบ้านเรามาก และยังชอบกินอาหารไทยเหมือนเดิมค่ะ

จากคุณ : พริกน้ำส้ม


ชอบกระทู้มากๆ อ่านแล้วชื่นใจสุดๆ
ผีเสื้อ love love ทาก

จากคุณ : หาได้แคร์ไม่


วันนี้น้องเล่าให้ฟังค่ะ

ที่บ้าน มีสาวเกาหลีใต้ที่เป้นแฟนอากู๋มาอยู่ด้วย

เธอชอบสัปปะรดมากค่ะ  ชอบมากแบบกินๆๆๆ เขาบอกสัปปะรดอร่อยที่ไทยอร่อยมาก
เหมือนมาเพื่อกินสัปปะรด
เธอมาอยู่เป็นเดือน เห็นว่ากินสัปปะรดไปหลายลูกเลย

จากคุณ : พี่น้องที่เคารพ


เพื่อนอเมริกันชอบสัปรดมากเหมือนกันค่ะ เค้าตอนแรกประหลาดใจมากไม่เคยเห็นทั้งลูก ตั้งแต่เด๊กเห็นแต่เป็นแว่นแว่นอยู่ในกระป๋อง นึกภาพไม่ออก55555

จากคุณ : ตัวบุสก้า


ตามอ่านมาตั้งกะปีที่แล้ว...
วันนี้มาแอบเพิ่มความยาวให้กระทู้หน่อยละกัน

เรื่องของเรื่องคือว่าตัวเองเป็นคนที่เขียนไม่เก่ง และความจำสั้น  (555+++)

เรื่องยาวๆ ก็จำได้สั้นๆ ที่จริงก็มีเรื่องแบบนี้เยอะเหมือนกัน แต่ก็จำไม่ค่อยได้อย่างที่บอก

อ้าว...ยังไม่เข้าเรื่องเลย  บ่นมาซะยาว....

เรื่องที่จำได้มีอยู่ว่า
เมื่อนานมาแล้ว (สักสิบกว่าปีแล้วล่ะ)  
เคยไปอบรมที่โอกินาว่า    
พอวันหยุดก็มักมีโอสต์ชาวญี่ปุ่นมารับไปเที่ยว ไปทำอาหารกินกันมั่งไรมั่ง  

อย่มาวันนึง เพื่อนชาวญี่ปุ่นก็มารับกลุ่มเราไปทำอาหารไทยกินกันที่บ้านเค้า  

เมนูวันนั้นที่จำได้ก็มีต้มยำกุ้ง ผัดผักบุ้งไฟแดง แล้วก็ไข่เขียว  

พอมาถึงตอนเตรียมเครื่งต้มยำ ก็จะเอาตะไคร้

เจ้าของบ้านบอกว่า ไม่เป็นไร เดี๋ยวเค้าไปเอามาให้เอง
เค้าปลูกไว้ข้างๆ บ้าน  

(ที่โอกินาว่าอากาศพอจะคล้ายบ้านเราอยู่บ้าง หลายอย่างก็เลยปลูกได้ เช่น พริก โหระพา อะไรเงี้ย )

เค้าก็หายไปสักพัก แล้วก็เอาตะไคร้มาให้  ....

แต่ว่า...ตะไคร้ที่เค้าเอามา....ทำไมมันแปลกเยี่ยงนี้  
เค้าเอาอะไรมารู้ป่าว ????





























เค้าตัดใบมันมาค่า  (เอ่อ....เอาใบตะไคร้มาทำต้มยำ)

พี่ๆ ก็เลยต้องบอกเค้าว่า เค้าไม่ได้เอาตรงนี้มาใช้นะ แล้วก็เลยออกไปตัดตะไคร้มาเอง  

(วงเล็บอีกที่  เค้ามีร้านอาหารไทยในเมืองด้วย ตอนนั้นนึกในใจว่า แล้วเมนูที่ร้านเค้าจะมีใส่อะไรแปลกๆ ให้ลูกค้ากินมัยเนี่ย ...!!!!)

สรุปวันนั้นก็ทำต้มยำ ผัดผักบุ้งไฟแดงแบบไฟลุก (ไหม้ที่ครอบฮูดไปนิดหน่อย )
และกินกันอย่างอร่อยมากกกกก....

จากคุณ : Homme-Mali


เห็นเล่าเรื่องมาม่าเลยนึกได้ค่ะ รูมเมทเราเป็นอิสลามชาวซาอุฯวันนึงเรากลับห้องมามืดแล้ว เธอบอกว่าเธอเอามาม่าเรามากินห่อนึงแล้วทำท่ายกมือสองข้างขึ้นมาเงยหน้ามองฝ้าทำปากจู๋แล้วร้องว่า so goodddd หน้าเธออย่างกะว่าอาหารนี้มาจากสวรรค์ เราก็เออๆ ดีๆ ชอบก็ดี แต่นึกไปนึกมา เอ๊ะมีรสเป็ดกับรสหมูกินรสไหนไปหว่า เลยถามเธอว่ากินซองสีเหลืองหรือสีน้ำตาล เธอบอกว่าสีเหลือง เรานึกในใจแป่วเลยกินหมูไปซะแล้ว เราเลยบอกเธอไปว่าสีน้ำตาลก็อร่อยนะวันหลังลองอันนี้ละกัน ไม่กล้าบอกเธอว่าสีเหลืองหน่ะมันหมู

ต่อมาเธอได้มาเที่ยวเมืองไทย กลับมาเล่าให้ฟังใหญ่ว่าชอบมากกกกกกก ทั้งที่เที่ยว ทั้งกิน ช๊อปก็เพลิน อะไรก็ถูกไปหมด ถามเรากลับอีกว่ามาทำอะไรที่นี่บ้านเธอมีดีกว่าตั้งเยอะ๕๕๕

จากคุณ : ลูกปลาว่ายอึด (ลูกปลาว่ายอึด)


จากความเห็น 893

คุณ มันเกี่ยวกับใครเนี่ย

กับ

คุณ เกี่ยวกับทุกสิ่งทุกอย่าง

ชื่อคล้องกันมาก แถมให้กิ๊ฟเราพร้อมกันอีก นึกว่าเป็นคนๆเดียวกัน (ฮา)

ปล. กระทู้อย่างพึ่งเดี้ยงตอนนี้น้า ไม่อยากให้ต่อกระทู้ใหม่เลย T3T

จากคุณ : ชื่อที่ไม่มีใคร


ลงชื่อในกระทู้ในตำนาน กว่าจะอ่านจบ 7ชม.  ฟีลกู๊ดสุดๆเลยค่าา <3

จากคุณ : Snow สโนวี่ (snowvycool)


# 269 ร้านแนน เคยไปกินค่ะแต่ก็จำไม่ได้ว่ามันพิเศษมากรึเปล่า

ขอเล่าบ้าง
ที่ออฟฟิสที่ไทย ผู้บริหารส่วนใหญ่อายุเฉลี่ยยังถือว่าไม่แก่ ราว ยี่สิบปลายๆถึงสี่สิบต้นๆ หลากหลายชาติค่ะ ตอนเข้าไปใหม่ๆตกใจมากที่เห็นหนุ่มเดนมาร์คแต่งตัวเนี๊ยบกริบรุมทึ้งห่อกากหมู ถามไปถามมาถึงรู้ว่าคนเดนมาร์คกินหนังหมูทอด แต่ไม่ชอบกินปลา ทั้งที่บางคนมีเรือยอร์ช ชอบล่องเรือ
และหลายๆคนกินอาหารทะเลที่มีเปลือกพวกหอยกุ้งปูไม่เป็นถ้าไม่มาแบบเนื้อล้วนๆ

มีเพื่อนร่วมงาีอยู่คนหนึ่งเป็นแกงค์เดียวกับลูกชายเจ้าของบริษัทเพิ่งเคยมาอยู่เมืองไทยครั้งแรก คุยไปเรื่อยๆก็ค้นพบว่าเธอจบจากโรงเรียนแสนแพง พ่อแม่ก็เป้นนักธุรกิจมีชื่อเสียง มีบ้านพักตากอากาศในสเปน หน้าร้อนไปพักผ่อนที่เดียวกับดาราฮอลลี่วู้ด เค้าเล่าว่าเค้าชอบทำอาหาร เค้ากับพ่อจะจ้างเชฟมีดาวที่อิตาลีมั่งฝรั่งเศสมั่งทาสอนทำกับข้าว

เอาละ คุณชายตัวจริงจะอยู่กรุงเทพยังไง วันแรกๆที่เค้าต้องขับรถไปหาข้าวกินเอง เค้ามาบ่นว่าเวลาสั่้งข้าวผัดไก่ทำไมหาไก่แทบไม่เจอ ร้านก็สกปรก แต่ชอบรสอาหารนะ
ต่อมาก็เริ่มปรับตัวสอนให้บอกร้านว่า "เอาไก่พิเศษเยอะๆ"

สามเดือนผ่านไปกินทุกอย่างที่คนไทยกิน
คือกินไม่ดูฉลาก จ้วกใส่ปากก่อน ชอบกินต่อ ไม่ชอบหยุดกิน รู้จักสั่งอาหารที่ตัวเองชอบกิน
ครั้งหนึ่งไป ตจว ด้วยกันพวกคนไทยก็กินอาหารริมน้ำแบบนั่งเสื่อส้มตำปูปลาร้า พี่แกจกแล้วจกอีกกับข้าวเหนียวหมูทอด
พอมาเฉลยวันหลังว่า ที่แกกินไปคนไทยหลายคนยังไม่กินเลย เค้าทำหน้าแบบ เออทำไมแกไม่บอกฉ้าน ไปโคเปนเฮเกนแกจะโดนเอาคืน

เออเฮอะ จะเอาปลาดองเค็มสาดหน้าฉั้นเหรอยะ

อีกคนเป็นลูกเจ้าของบริษัทลูกเศรษฐียุโรปตัวจริง คุ้นเคยกับเมืองไทยเพราะพ่อเค้าย้ายมาอยู่ไทยหลายสิบปีตัวเค้าก็ไปๆมาๆ สมัยเด็กเคยมีพี่เลี้ยงคนไทย พอต้องมาช่วยพ่อดูบริษัทที่ไทยก็มาหัดเรียนไทย แต่เค้าไม่ได้แบบชื่นชมอะไรเมืองไทยนัก มาแนวแบดบอยหยิ่งๆ
อยู่ไปสักพักซื้อคอนโดที่ทองหล่อ โอ้วค่าปาร์ตี้ที่เมืองไทยทั้งปีฉั้นจัดที่เดนมาร์คได้สามครั้ง
เวลาชวนคุยเรื่องอาหารร้านไหนในโลกดังและแพงไปมาละ แต่พอกินอาหารไทย กะเพราไก่อร่อยม๊ากกกกกกก รสนิยมสับสน

มีเพื่อนอายุมากคนมาเลมีคำนำหน้าเป็นดาโต๊ะ เค้าเป็นนักธุรกิจ ชอบอาหารไทยมากขนาดที่ให้เชฟส่วนตัวที่บ้านฝึกทำต้มยำแบบไทยแท้ และบ้าอาหารไทยขนาดควักเงินเปิดร้านอาหารไทยเอง รู้หมดน้ำพริกโน่นนี่ เออทำเอามันเพราะชอบกิน ไม่ได้หวังกำไรไม่ใช่แนวธุรกิจ

จากคุณ : In Lost Angel'sList


คห.917  คุณ In Lost Angel'sList
อยากจะให้กิ๊ฟจังค่ะ แต่มันหมดแล้ว

จากคุณ : TheHappySquirrel


ขอเล่าต่อนะคะ มีเพื่อนสนิทเป็นนักธุรกิจชามมาเลย์ เค้าถูกส่งไปเรียนที่อเมริกาตั้งแต่เด็ก พอเริ่มแก่ (กร๊าก นินทาจริงจัง )ก็กลับมาอยู่มาเลย์
เป็นผู้ใหญ่ถูกเลี้ยงด้วยเงิน จะโหยหาอะไรที่เป็นบ้านๆ เช่นอาหารทำเองที่บ้าน หรือร้านข้างทาง แต่ๆจะไม่กล้าไปนั่งกินเพราะกลัวเสียภาพ
เค้าเคยไปอยู่นานหน่อยก็ปารีส ฮ่องกง ออสเตรเลีย เมืองอาหารอร่อยขึ้นชื่อเนอะ และที่อื่นๆร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำไม่เคยได้ยินเค้าครำครวญหาอาหารที่ไหนเท่าอาหารไทย
ิพวกเราจะมีร้านประจำที่กัวลาลัมเปอร์เค้าจะไปนั่งคุยงานสังสรรค์ที่ร้านนี้อย่างน้อยสามสี่วันต่อสัปดาห์ ค่าอาหารเครื่องดื่มจะตกราวๆครั้งละ ถูกสุดก็หกเจ็ดพัน (เค้าจ่ายตลอดเพราะเหมือนเป้นถิ่นเค้า)

เมื่ำอไม่นานมานี้มาประชุมที่ไทย ครึ่งวัน ชักชวนได้เพื่อนร่วมวงอีกคนมาด้วย เลยอยู่ต่อเพื่อปาร์ตี้และกินอาหารไทย
มีอยู่ครั้งหนึ่งระหว่างนั่งคุยกันนักการเมืองท่านหนึ่งในโต๊ะถามเราว่าไปกรุงเทพมีร้านไหนแนะนำ
เพื่อนคนนี้รีบชิงตอบว่า นี่นะให้ไปที่บันยันทรีเลยนะ
เราใจหายแว้บ ไหนตัวเมิงประกาศว่าหัวเด็ดตี_ขาดยังไงก็จะไม่กินอาหารอื่นที่กรุงเทพนอกจากอาหารไทย จะมาแนะนำให้เค้าไปทำไมที่รูฟท็อป (ร้านเวอร์ติโก้) ในขณะที่กำลังชื่นชมในความสตอเบอร์รี่อยู่ เค้าต่อท้ายว่า ไปพักที่บันยันทรีนะ แล้วเดินจากโรงแรมไปเข้าซอยไม่ไกลมีร้านอาหารอร่อยมาก ถูกด้วยแค่สามพันบาท (นี่พี่เค้าสองคนกินร้านอาหารธรรมดาอะไรยังไงทำไมมันแพงอย่างนี้หรือเพราะปกติโดนความรวยปล้นให้จ่ายอะไรแพงๆมาทั้งชีวิต)

ภาพอดีตฉายมาเลย วันที่เค้ามากันเราไม่ได้มาด้วยเค้าสองคนเล่าว่าไปตลุยร้านอาหารมีความรู้เรื่องชื่ออาหารไทยเท่าหางอึ่งมาเลย์ เลยบอก พนง ร้านว่าอะไรอร่อยให้ทำมาเสิร์ฟเอาแค่ให้เต็มโต๊ (ขนาดสี่คนนั่ง) นี่ก็พอ ฮ่าๆๆๆ แสบสันมาก

พอถามว่าร้านไหนอร่อยที่กรุงเทพอะ ต่อหน้าคนอื่นจะตอบร้านหรูมาก พอลับหลังคนอื่นถามอีกทีจะแอบมาสารภาพว่าที่เคยกินมาแกงร้านข้างทางที่สุขุทวิท(สักซอยนี่ละ) อร่อยมากแต่จำไม่ได้ว่าเรียกว่าอะไร

จากคุณ : In Lost Angel'sList


จากคุณ :


ให้ ฝรั่งทานหลนปลาเค็ม

ตอนแรกบอกเหม็น เหมือน หนูเน่า  เหอๆๆ




เดี๋ยวนี้  ไปร้านอาหารไทย ที่ไหน ถามถึงแต่ ปลาเค็ม

จากคุณ : Farm Girl in High Sierra


อ่านมานานมาก ขอเล่าบ้าง

อันนี้ไม่ยี้มาก่อน แต่เจ้าตัวเองที่ชอบมากๆ
เพื่อนรุ่นใหญ่ที่ขี่มอเตอร์ไซค์ด้วยกัน ชื่อแดเนียล ทหารเรือเก่าจากฝรั่งเศส หลงไหลในเมืองไทย และอาหารไทย
แรกๆมาอยู่ก็กินได้แต่อะไรที่ไม่เผ็ด พอนานเข้าก็เพิ่มเลเวลความเผ็ดขึ้นไปเรื่อยๆ
จนปัจจุบัน อย่างที่เห็น ซดไม่เหลือ

จากคุณ : ณปัณณ์


ต่อจากแดเนียลผู้พ่อ ก็เป็นแดเนียลผู้ลูกบ้าง
คนลูกนี่เป็นเจ้าของอู่ซ่อมรถ เปอร์โย ซีตรอง อยู่ที่มาร์กเซย
ได้ยินคำร่ำลือของพ่อ ว่าอาหารที่ไทยอร่อย ค่าครองชีพถูก
ขี่รถท่องเที่ยวสบายใจ ลูกเลยอยากมาบ้าง

คนนี้ไม่มีปัญหา อะไรที่พ่อกินได้ ลูกก็กินได้ ชอบเผ็ดเป็นพิเศษด้วย
ชอบส้มตำปูม้ามาก แล้วก็ชอบอาหารทะเลกับน้ำจิ้มซีฟู๊ด

รูปนี้ตอนไปเที่ยวเหนือ ล้อมวงกินข้าวกับอาหารเหนือๆ ซัดเรียบเหมือนกัน
พ่อถ่ายรูป ลูกนั่งกิน

จากคุณ : ณปัณณ์


ท้ายสุด คุณหลาน ชื่อวาเลนไทน์
คนนี้กินอะไรไม่ได้เลย เผ็ดสักนิดดดดดเดียวก็ไม่ได้
กินได้แค่ข้าวเปล่า โป๊ะไข่ดาว2ฟอง

เวลาคนอื่นเอร็ดอร่อยกัน สภาพเลยเป็นแบบนี้

จากคุณ : ณปัณณ์


^
^
^
สงสารคุณหลานวาเลนไทน์

จากคุณ : Sunlasar


^^
^^
^^
^^
โถ คุณหลานวาเลนไทน์ น่าจะทำหมูผัดกระเทียม ผัดผัก ไขเจียวให้กินนะคะ แกงจืดก็ได้ ^^

จากคุณ : จางเอินฮุ้ย


อ่านมาตั้งแต่ปีที่แล้ว เก็บเข้า Feverite แล้ว จันทร์หน้าก็จะโหวตใหม่

จบ....

จากคุณ : ZenTriO


อ่านถึงตรงนี้^^

จากคุณ : GooNG_KoKi


ยังอ่านไม่หมดแต่มาลงชื่อไว้ก่อน อิอิ

จากคุณ : nt_shokolez


หมูกระเทียมพริกไทยแรกๆวาเลนไทน์ก็กินไม่ได้เลย
มาครั้งหลังๆนี่เริ่มกินได้แล้วครับ

ยังจำครั้งแรกที่มาได้ แม้แต่ข้าวก็กินไม่เป็น
ต้องขนมปังกับไข่ดาว

จากคุณ : ณปัณณ์ (ณปัณณ์)


55555
ชอบกระทู้นี้มากค่ะ

จากคุณ : elle.bkk


มาติดตามอ่านทุกสัปดาห์ค่ะ

จากคุณ : บุษบาเที่ยงคืน


ช่วยคิดเมนูของน้องวาเลนไทน์ 55
คงเหมาะกับอาหารเด็กบ้านเรานี่แหล่ะมั้ง

ทอดมันกุ้ง หอยจ๊อ แฮกึ้น กับ น้ำจิ้มบ๊วย
ไก่ทอด หมูทอด กับน้ำจิ้มแม่ประนอม(เอะ จะเผ็ดไปไหม มันมีพริก55)
แกงจืดต่างๆ แกงฟัก
ไข่เจียวกับซอสมะเขือเทศ ทอดกรอบๆ อูยยย น้ำลายยืด 555
เมนูไข่ต่างๆ ไข่ตุ๋น ไข่ลูกเขย(แหมอยากกินจััง) ไข่ยัดไส้ ไข่ต้ม กินกับซีอิ๊วขาว
ก๋วยเต๋ยว บะหมี่น้ำ ไม่ต้องใส่พริกไทย
ฟักทองผัดกับไข่ ผัดบวบใส่ไข่ ขาหมู หมูพะโล้ ผัดผักบุ้ง ผักบร็อคโคลี่
โอ๊ยเยอะเเยะ


เอะ ไปๆมาๆ มันมีแต่ของชอบของเรานี่ 5555

จากคุณ : พี่น้องที่เคารพ


แอบอ่านมานานแล้ว เพิ่งนึกได้เรื่องนึง ไม่ถึงกับยี้ แต่ไม่ชอบกระเทียม เป็นเพื่อนสามีค่ะ ชวนมาทานข้าวที่บ้าน พยายามคิดเมนูที่ไม่มีกระเทียม ก็เลยทำแกงเผ็ด (แต่ไม่เผ็ด) ผัดผักไม่ใส่กระเทียม บางครั้งก็ลาบ แต่มีครั้งนึงอยากกินหมูทอดสมุนไพร ก็เลยทำด้วย กะว่าถ้าเขาเหม็นก็ให้กินอย่างอื่นไป เลนใส่เต็ม หมักหมูใส่รากผักชีกระเทียมพริกไทย โรยสมุนไพรทอดแบะกระเทียมเจียว ปรากฏว่า หมดเรียบ ไม่เห็นบ่นว่าไม่อร่อย 555

จากคุณ : นีน่าน้อย


(ถ่ายทอดสดค่ะ  ไม่เกี่ยวกับอาหาร  แต่รู้เพราะพาต่างชาติไปทานอาหารเมื่อคืน (คนลาวค่ะ))

แฟนพาลูกค้าชาวลาวไปทานอาหารเมื่อคืนนี้  พอตอนเช็คบิล บอกร้านค้าให้ออกใบเสร็จ เพื่อเบิกบริษัท

ลูกค้าบอกว่า  ถ้าเป็นเขา เขาไม่เอาใบเสร็จ  เขาจะเอาบิล

แฟนก็ถามว่าทำไมล่ะ  เขาบอกว่า ใบเสร็จ ภาษาลาวแปลว่า "ใบมรณะบัตร"  ก็เลยหัวเราะกันรอบวง

แล้วก็เลยเล่าว่า  ถ้าไปที่นั่น  อย่าไปพูดว่าคนนี้มีอาชีพขายของ  เพราะ "ของ" ที่นั่นแปลว่า "จิมิ๊"  ถ้าพูดแม่ค้าจะโกรธมาก

จริงไม่จริง แล้วแต่ผู้เล่า

จากคุณ : ต๊อตโตะจัง


อ่านมานานหลายวันกว่าจะจบ สนุกครับ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนขอเล่าเรื่องของผมสักนิด

เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนเคยไปทำงานบนเรือ บนนั้นจะมีช่างต่างชาติเยอะมากทั้งมาจากใกล้ๆ พวกมาเลย์ สิงคโปร์ อินโดฯ หรือข้ามน้ำข้ามมหาสมุทรมาจากอเมริกา ยุโรป หลากหลายมาก รวมๆ เรียกว่าพวกเอ็กแพต

เรื่องกินเรื่องใหญ่ครับ ดังนั้นบนเรือจึงจัดครัวไว้ให้สองครัวคือครัวฝรั่ง กับครัวไทย ครัวฝรั่งก็จะเป็นอาหารฝรั่ง พวกมันบด แซนวิซ เสต็คเนื้อ สลัด ซุปอะไรแบบนั้น อาหารพวกนี้เน้นเนยครับ ผมกินไม่ไหวจริงๆ ทำน้อยด้วยเพราะพวกเอ็กแพตกินแต่ครัวไทย ด้วยเหตุนี้ครัวไทยก็พลอยไม่ทำเผ็ดเสียอีกไม่งั้นพวกเอ็กแพตกินไม่ได้จะบ่นเอา พวกนี้เวลาบ่นเหมือนตะโกน ถ้าเรื่องเข้าหูนายเรือแล้ว พวกคนครัวจะเดือดร้อนเอา

รสชาติก็เลยต้องเอาใจลิ้นต่างชาติที่อยากกินอาหารไทยเพราะอร่อยกว่าอาหารฝรั่ง แต่กินเผ็ดไม่ได้จึงทำออกมาแนวหวานๆ เสียมากกว่า แต่หน้าตาสีสันสวยจัดจ้านน่ากินมากๆ เมนูปกติก็จะผัดผัก แกงเขียวหวาน ไก่ทอด แกงพะแนง มัสมั่น หมุนเวียนไปเรื่อยๆ

นอกจากจะทนเผ็ดไม่ได้แล้ว ยังทนกลิ่นน้ำปลากะปิไม่ได้อีก แม้ว่าจะแบ่งโซนโต๊ะแล้วก็ตาม บนโต๊ะจึงจะมีน้ำปลาไม่ได้ มีแต่ซอสถั่วเหลือง อื่นๆ ก็เป็น ซอสมะเขือเทศ ซอสเปรี้ยว อะไรพวกนั้น ผมไปใหม่ๆ อยากจะเอาปากฟาดขอบโต๊ะจะได้แสบๆ เหมือนกินพริกบ้าง ดีว่าพอจะมีทาบาสโกตั้งไว้ให้ แต่ก็หมดไวเหตุเพราะกับข้าวแสนจะจืด หรือไม่ก็หวาน คนงานไทยแย่งกันกินหมด ลงเรือแต่ละครั้งเบื่อกับข้าวไม่อยากไปกินเลย แต่ก็ต้องกินกันตาย

มีอยู่ช่วงหนึ่งผมมีเหตุจำเป็นต้องทำงานติดพันเลิกค่ำมืดและมักจะมาไม่ทันมื้อเย็น ทำให้ต้องใช้บริการมื้อดึกซึ่งจัดไว้ให้สำหรับพวกกะกลางคืน กะกลางวันแต่เลิกงานดึกจะแจมด้วยก็ได้ไม่ว่ากัน

มื้อดึกนี่พิเศษครับเพราะมีครัวเดียว และเป็นอาหารจานเดียว เหตุเพราะคนครัวกะกลางคืนมีแค่สองสามคนน้อยกว่ากลางวัน ความพิเศษมันอยู่ตรงที่ว่าส่วนมากพวกเอ็กแพตจะไม่ลงกะกลางคืนครับ เพราะเป็นระดับสั่งการ กลางคืนจะมีแต่คนงานไทยหรือไม่ก็อินโดฯ เท่านั้น

แล้วผมก็ได้พบสวรรค์กลางทะเลครับ เม้ว่าจะเป็นอาหารจานเดียวแต่จัดเต็มครับ ผัดซีอิ๊ว ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ฉู่ฉี่ปลาราดข้าว ข้าวมันไก่ ข้าวขาหมู และอีกมากทุกเมนูรสชาติจัดจ้านถึงใจ ที่พิเศษสุดๆ จะมีโถพริกน้ำปลาวางไว้ให้ตรงที่รับจานครับ แต่ละคนรับจานแล้วตักพริกกันคนละช้อนเลยครับ บางทีก็เป็นน้ำพริกกะปิ ผักสดผักลวกก็มีให้ มิน่าละพวกกะกลางวันมาแจมกันเยอะมาก

ที่ตลกก็คือมีอเมริกันคนนึงครับนั่งหัวแดงอยู่เลย แรกๆ ก็นั่งกันคนละโต๊ะ พอหลังๆ เจอกันตอนทำงานบ่อย อาศัยว่าคุ้นเคยกันก็เลยไปนั่งคุยกัน ปรากฏว่ามีภรรยาคนไทย เลิกกินอาหารดั้งเดิมไปนานแล้ว กินแต่กับข้าวที่แม่บ้านจัดไว้ให้ ลงเรือมาแต่ละรอบเหมือนจะขาดใจต้องอาศัยมื้อพิเศษนี้เหมือนกัน แกเล่าให้ฟังว่าสมัยหนุ่มๆ ทำงานมาแล้วทุกมหาสมุทรทั่วโลก จนเมื่อถูกส่งมาอยู่บนเรือลำนี้ ก็เลยต้องขึ้นลงที่ฝั่งไทย แล้วมาเจอกับภรรยาคนนี้ แกบอกว่าภรรยาแกดูแลทุกเรื่องดีมากๆ โดยเฉพาะเรื่องกับข้าว ขึ้นฝั่งไปหายเหนื่อย ภรรยาและลูกๆ น่ารักทุกคน ลูกๆ ก็โตเมืองไทยแบบคนไทยทั่วไป แกเองไม่อยากกลับไปอเมริกาอีกแล้ว ขอตายเมืองไทยนี่แหละ

จากคุณ : ชินโนะสึเกะคุง


ความคิดเห็นที่ 936 ฮามาก
"ผมไปใหม่ ๆ อยากจะเอาปากฟาดขอบโต๊ะจะได้แสบ ๆ เหมือนกินพริกบ้าง"

จากคุณ : มันเกี่ยวกับใครเนี่ย


คห.ที่ 800 ฮามากๆเลยค่ะ
ทางอีสานเรียกว่าซกเล็ก เมื่อก่อนดิฉันก็กินนะคะ และก็ชอบมากด้วย
เวลาจะกินกับเพื่อนสาว จะชอบบอกว่า ถึงเวลาย้อมเล็บแล้ว
แต่มาช่วงหลังๆ กลับกินไม่ลง ไม่รู้มันเป็นอะไร
เลยกินแบบซ้อฟๆลงมาหน่อย คือ ก้อยมะนาว อร่อยมากๆเลยนะคะ

เล่าอีกเรื่อง สามีชวนเพื่อน(อเมริกันเช่นกัน)มาเที่ยวที่บ้าน
ทุกครั้งจะทำอาหารไทยให้ทานตลอด พี่ก็ชมตลอด ว่าอร่อยมาก
แถมยังยุให้เปิดร้านอาหารด้วย
แต่ที่น่าจะถูกใจเค้ามากที่สุด คงเป็นเมนูต้มข่าไก่กับผัดกระเพราปลาแซลมอน เพราะเค้าถึงกับเลียจานจนเกลี้ยงสะอาดเลย แถมยังชมแล้วชมอีก
แล้วก็ถามว่าใส่อะไรลงไปมั่ง ดิฉันเลยพาไปดูว่าใส่อะไรบ้าง
ก็มีซีอิ้วขาว น้ำตาลและก็ซอสหอยนางลม เค้าก็ดมดูทุกอย่างเลย
แล้วก็บอกว่า ไม่น่าเชื่อว่าของเหม็นๆจะทำให้อาหารอร่อยขนาดนี้
แบบนี้เค้าต้องซื้อไปไว้ในบ้านบ้างแล้ว

จากคุณ : เรไรไอด้า


กระทู้ที่ชอบที่สุด
ใช้เวลาอ่านนานสุด
และปลื้มสุดๆครับ

จากคุณ : moritoom


เพื่อนชาวรัสเซียชอบกินข้าวเหนี่ยวไก่ย่างตามข้างทางอย่างบ้าคลั่ง ถ้าไม่จอดรถซื้อมีเคือง

จากคุณ : tubtord


ไม่เคยเจอฝหรั่งยี้อาหารไทยนะมีแต่ชอบแค่ขอไม่เผ็ด โดยเฉพาะสามีที่บ้านดิ้นไม่หลุดเพราะเสน่ห์ปลายจวัก(หรือป่าว อิอิอิ) แรกๆทำลาบไก่ให้กินบอกว่า "กลิ่นอะไรไม่เหม็น" พอคุณเธอชิมแล้วติดใจใหญ่ขออีกนะ ตอนนี้เป็นเมนูโปรดซะงั้น เวลาทำกลับข้าวแล้วเปิดขวดน้ำปลาเป็นบ่นทุกทีจนถึงปัจจุบันแต่ทุกจานก็เกลี้ยงแถมเชนเพื่อนๆมาปาร์ตี้อาหารไทยซะงั้น..เพื่อนๆที่โรงเรียนภาษาก็ติดใจกันไปเป็นแถบ..อาหารไทยที่เมืองที่อยู่ในเมกามีแทบจะทุกซอกซอยเหมือน7-11บ้านเรายังไงยังงั้นแต่แม่ครัวหายากที่จะเป็นคนไทยแท้แต่อาหารไทยขึ้นชื่อมากที่สุดจะคำศัพท์ยากขนาดไหนฝหรั่งที่รักอาหารไทยก็บ่อยั่นจะบอกชื่อเป็นเมนูภาษาไทย น่าภูมิใจที่เป็นคนไทยและอาหารไทยแสนอร่อยที่โด่งดังไปทั่วโลก

จากคุณ : namwarn


สุดยอดแห่งกระทู้ข้ามปี ฮี่ๆๆๆ

จากคุณ : god batigoal


อยากให้กิ๊ฟคุณ namwarn จังเลยค่ะ ^^

จากคุณ : ชื่อที่ไม่มีใคร


ผมมีโอกาสทำงานร่วมกับมูลนิธิจากประเทศที่เห็นดวงอาทิตย์ขึ้นก่อนเป็นชาติแรกในเอเชีย  มีสำนักงานอยู่แถวๆ ซอยอโศกมนตรี  สุขุมวิท ๒๑  กรุงเทพฯ  พอภารกิจเสร็จสิ้น ก็มีเลี้ยงขอบคุณเล็กๆ ที่ภัตตาคารใกล้เคียง หลายๆ คนสั่งอาหารญี่ปุ่นมาทาน มีผู้อำนวยการมูลนิธิฯคนเดียว ที่สั่ง  " ข้าวผัดปลาเค็ม " มาทานอย่างมีความสุขและดูมีรสชาติ   แอบสอบถามความเป็นมา ทราบว่า ไม่เคยรู้จักอาหารไทยมาก่อน พอได้รับคำสั่งให้มาประจำที่เมืองไทย ก็ตั้งธงไม่ชอบอาหารไทยแล้ว

         อย่างไรก็ตาม จนกระทั่ง วันที่แจกประกาศนียบัตรก็มีการพรีเซ็นเตชั่นอาหารไทยโดยสาวๆ น้อยใหญ่ที่มาเข้ารับการฝึกอบรมภาษาญี่ปุ่น  แต่ละกลุ่มจะปรุงอาหารไทยกลุ่มละอย่าง และผู้อำนวยการฯ จะต้องชิมอาหารทุกจาน เป็นไฟลท์บังคับ จะด้วยความหิวหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ ผู้อำนวยการญี่ปุ่นท่านนั้น ทานข้าวผัดปลาเค็มจนเกลี้ยงจานไม่เหลือข้าวแม้แต่เมล็ดเดียว  และตั้งแต่วันนั้น หากไปทานอาหารตามสั่ง อย่างเดียวที่ญี่ปุ่นคนนี้สั่งทานมาโดยตลอดคือ ข้าวผัดปลาเค็มครับ

จากคุณ : Jackrapan (Jack Happy)


เพื่อนของน้องเขยชาวฟินแลนด์ มาเที่ยวเมืองไทยครั้งแก ได้ยินกิตติศัพท์อาหารไทยมานาน แต่ไม่คิดว่าจะอร่อยไปหมดยันข้างถนน เจอหาบถั่วลิสงต้มก็อยากลอง แม่ค้าถามซื้อเท่าไหร่ดี
ด้วยความไม่รู้กะราคาไม่ถูก ผนวกกับสื่อสารไม่ถนัด ไปๆมาๆได้มาถุงใหญ่บะเร่อ

พอลองกินดูติดใจ มันจนหยุดไม่ได้ เลยกินหมดถุง สุดท้ายเกิดอาการอาหารไม่ย่อยแกสในกระเพาะมากเดินไปถึงกับต้องนอนรพ.

ยังไม่เข็ด ออกจากรพ.เจอหมูปิ้งข้าวเหนียว ลองแล้วติดใจอีก บอกอร่อยที่สุดในบรรดาบาบีคิวที่เคยกิน

จากคุณ : เคราครึ้ม


ลุ้นมาก...อยากให้กระทู้อยู่จนครบหนึ่งปี
(เคยมีกระทู้ไหนนานเท่านี้มาก่อนไหมเนี่ย)

จากคุณ : มันเกี่ยวกับใครเนี่ย


ชอบอ่านมากๆๆค่ะ
ใครมีเรื่องอีก เอามาแบ่งปันกันนะคะ

จากคุณ : อิงฟ้าตาหวาน


ลุ้นว่าใครคือผู้โชคดี ได้เป็นคห.ที่ 1000

มานับถอยหลังกัน หุๆ

leaf

จากคุณ : ณัฐกร


ตามอ่านมานานแล้ว ขอเล่าบ้าง

พา Professor. จากออสเตรียไปทานข้าวที่ จ.อยุธยา Prof. มาเมืองไทยหลายครั้งเหมือนกัน แต่ระยะหลังมาน้อยลงเพราะเป็นโรคหัวใจ คลอเรสเตอรอลสูง ประมาณนั้น

เราพาไปร้านต้นน้ำ ที่มีกุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ ๆ แต่ไม่ได้สั่งตัวใหญ่นะ สั่งแบบเป็นกิโล แกใช้มือแกะกุ้งกิน กินต้มยำกุ้ง อย่างเมามันมาก ๆ มันกุ้งติดหนวด ซดน้ำแกงจนหมด พอบอกแกว่าไม่กลัวคลอเรสเตอรอลสูงเหรอ แกบอกว่าในต้มยำกุ้งมันมีสมุนไพร (herb)  ไม่เป็นไร

ซะงั้น...

จากคุณ : Bluefriday


กระทู้ตำนานจริงๆ อยากมีเรื่องมาเล่าบ้าง แต่ไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้เลยแฮะ

ขอตามอ่านอย่างเดียวไปก่อนละกันครับ :D

จากคุณ : stigmatize


เข้ามาเล่าอีกค่ะ

พอดีเดือนก่อน ดิฉันกับครอบครัวทำประกันชีวิต แล้วต้องไปตรวจสุขภาพที่แลปแห่งหนึ่ง
วันนั้นสามีดันขับรถไปจอดด้านหลัง แล้วก็พากันเดินเข้าประตูแลปไป ปรากกว่ามันเป็นประตูสำหรับพนักงานและเจ้าของแลป  
ดิฉันกับครอบครัวก็ถูกเชิญให้ไปรอในห้องของเจ้าของแลป  แล้วเจ้าของแลป ก็บอกดิฉันว่า ดีใจมากๆที่ดิฉันมาจากประเทศไทย เค้านี่คลั่งไคล้อาหารไทยมาก ขนาดว่าทำเป็นแทบทุกอย่าง  แล้วก็บอกว่าตอนนี้เค้าอ้วนขึ้นหลายกิโล เพราะเค้าต้องกินแกงกระทิทุกวัน ดิฉันเลยแนะนำไปว่าให้ลองเอาเครื่องแกงผัดกับน้ำมันมะกอกก่อนแล้วใส่นมถั่วเหลืองแทนกระทิ เค้าก็ขอบคุณใหญ่
ก่อนจะกลับเค้าเดินออกมาส่ง แล้วก็บอกดิฉันว่า จะต้องไปชิมอาหารไทยที่ประเทศไทยให้ได้ แต่วันนี้ เค้าจะไปกินอาหารเที่ยงที่ร้านอาหารไทยในเมืองไปพลางๆก่อน

จากคุณ : เรไรไอด้า


กระทู้ยืนยงจริงๆ ต้องเข้ามาอ่านทุกวัน^^

เมื่อก่อนเคยขายอาหารและเครื่องดื่มในมหาลัยค่ะ อยู่ในยูเนี่ยน แถวนั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ส่วนมากเวลามีทัวร์มา ไกด์ก็จะชอบพามาทานอาหารที่นี่กัน

เวลามาสั่งอาหารก็จะมามุงดูกันแบบตื่นตามาก ชี้นู้นนี่ ถามไกด์ว่าคืออะไร(เราขายข้าวราดแกงนะคะ) ส่วนมากเลยเกือบทุกคนจะเลือกทานอาหารที่ไม่เผ็ด อย่างไก่ทอด ไข่ดาว หมูกระเทียม

เวลาสั่งเสร็จรับจานไปเราเห็นบางคนไปตักพริกน้ำปลาหน้าร้านนะก็ไม่เห็นเขายี้กลิ่นหรืออะไร แถมยังโกยพริกใส่จานซะเยอะเลย55 บางคนมีมาสั่งเพิ่มด้วย กินหมดไวมาก

สั่งข้าวเสร็จก็ไปซื้อน้ำกัน น้ำร้านเราขายเป็นโหลๆอ่ะ มีหลายอย่าง ส่วนมากจะสั่งน้ำชาเย็น น้ำมะพร้าว น้ำส้มคั้น  บางคนสั่งน้ำใบบัวบกด้วย ไม่เคยกินมาก่อนนะแต่อยากลอง เราบอกให้ลองอย่างอื่นก็ไม่เอา ขนาดเราทำเองยังไม่กล้าชิมเลยต้องให้แม่ชิมให้T_T

เคยมีคนญีปุ่น2คนสั่งน้ำชาเขียวนม สั่งเสร็จแล้วไปนั่งดูกันแบบเหมือนไม่กล้ากิน55  ตอนนั้นยุ่งๆอยู่หันไปอีกทีหายไปแล้ว พออีกวันนึง ญี่ปุ่น2คนเดิมเดินตรงมาเลยสั่งชาเขียวนมแบบมั่นใจ แล้วไปนั่งกินกันแบบอร่อยมาก ก่อนกินมีถ่ายรูปไว้ด้วย^0^

อ๋อ แล้วที่มหาลัยจะมีอาจารย์ฝรั่งกับญีปุ่น อ.ฝรั่งนี่แบบกินแต่ข้าวผัดอ่ะทุกวันเลย ไม่รู้ว่ามันอร่อยหรือไม่รู้จะกินอะไร อ.ญีปุ่นก็สั่งเหมือนเดิมทุกวัน ไก่ทอดกะไข่ดาว หลังๆเห็นหน้าแล้วตักเลยไม่ต้องถาม

แล้วก็มีนักศึกษาแลกเปลี่ยนจากญี่ปุ่น คนนี้ชอบกินน้ำมะนาวมาก กินได้ทุกวัน

จำได้แค่นี้อะค่ะ มันนานแล้ว

จากคุณ : rinmapi


กระทู้นี้นานเวอร์อะ 555

จากคุณ : Keichun


อยู่อเมริกา คิิดถึงสุกี้มากค่ะ ที่พอจะแทนกันได้บ้างก็คงจะเป็น Hot Pot แต่ก็ยังไม่เท่า โชคดีหน่อยที่ร้าน Hot Pot หลายๆ ร้านที่นี่ มีน้ำจิ้มสุกี้แม่ศรีให้ลูกค้าอยู่ วันนึงพาเพื่อนอเมริกัน กลุ่มใหญ่ไปกิน เราก็ไม่ลืมขอน้ำจิ้มสุกี้มาตามปกติ ได้มา 1 ถ้วยเล็กๆ (เค้ารู้คนไทยกินน้ำจิ้มโหด) เพื่อนทุกคนแบบอะไรอ่ะ หน้าตาไม่น่ากินเลย กลิ่นก็แปลกๆ เราก็บอก It's Thai Sukiyaki sauce. พร้อมแบ่งให้ทุกคนชิม พอเพื่อนได้ชิมเท่านั้นล่ะค่ะ ไม่กินแล้ว น้ำจิ้มที่เค้ามี เค้าจะเอาน้ำจิ้มนี้ พนักงานแอบมองหน้าไม่พอใจเรา เพราะต้องเอาน้ำจิ้มนี้มาเสิร์ฟให้ใหม่ทั้ง 8 คน แถมกินน้ำจิ้นกันดุด้วย

อีกเดือนถัดมา เพื่อนคนนึงถามว่าน้ำจิ้มอันนั้นชื่ออะไรนะ เค้าไปกินกับที่บ้านเมื่อวันก่อน เค้าขอน้ำจิ้มนี้แต่ไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไร แต่บอกไปว่า Some sort of Thai creamy sauce พนักงานเอาน้ำจิ้มอะไรไม่รู้มาให้ รสชาติแย่มาก เค้าโกรธมาก เราเลยส่งรูปไปให้เค้า ถ้าเค้าไปคราวหน้าจะได้ขอถูก ปรากฎว่าเค้าไปอีกที เอารูปไปให้พนักงานเสิร์ฟดู เค้าบอกว่า ไม่มีแล้วน้ำจิ้มแบบนี้ แต่ว่าพนักงานโกหก เพราะตอนเดินเข้าไปเค้ายังเห็นคนไทยนั่งกินอยู่เลย

กะว่าจะซื้อไปฝากเค้าซักขวด เค้าคงมีความสุข :)

จากคุณ : KikabYte


แอบฮา น้องวาเลนไทน์ น่าเอ็นดู อิอิ

จากคุณ : รู้น่ะว่าแอบชอบ


รู้สึกจะยังไม่ตรงประเด็นของกระทู้เท่าไร เลยมาเพิ่มอีกเรื่องครับ

บนเรือลำเดิม วันนั้นผมลงมาที่แคนทีนตอนบ่าย ซึ่งเป็นเวลาพักสั้นๆ ให้รับของว่างกัน ของว่างวันนั้นเป็นมะม่วงดิบครับ ผมจำไม่ได้แล้วว่าเป็นมะม่วงอะไร จำได้แต่ว่ามันออกเปรี้ยวๆ กัดเข้าไปคำแรก ผมมองหาพริกกะเกลือทันที แต่ไม่มี

ก็เลยเดินเข้าไปหาคนครัวที่เคาเตอร์ บอกว่าขอพริกเกลือหน่อย คนครัวบอกว่าไม่มีพริกป่นเหลือเลย ของในสโตร์มันหมดอายุต้องทิ้งทั้งห่อ คือของกินทุกอย่างหัวหน้าครัว (แคมป์บอส) จะเป็นคนดูแลและกำหนดว่าอะไรใช้ได้นานแค่ไหน รวมถึงเป็นคนจัดหามาด้วย รอบนั้นเข้าใจว่าเรือมาส่งช้าหรืออะไรสักอย่างจำไม่ได้

เสียดายหยิบมาหลายชิ้นนึกว่ามะม่วงมัน ผมว่าจะขอเป็นเกลือก็พอ กำลังจะเอ่ยปากพอดี น้องคนครัวก็หยิบพริกเกลือมาให้ แปลกใจก็เลยถามว่า ไหนบอกไม่มีพริกป่น มันบอกว่า ปาปริก้านะพี่ลองดูหน่อยแล้วกัน ผมก็เอาว่ะลองก็ลอง ผลคือรสชาติแปลกดีครับ มันไม่เผ็ดแต่กลิ่นได้อารมณ์ดี

เดินกลับมานั่งที่โต๊ะเดิม เจอพี่คนงานอินโดฯ นั่งอยู่ก่อน เห็นพี่แกกำลังโซ้ยมะม่วงอยู่เหมือนกัน แต่มีถ้วยเล็กๆ ใส่ซอสดำๆ อยู่ อย่าบอกนะว่าเป็นแม็กกี้ ครับเป็นแม็กกี้จริงๆด้วย เออนะมันกินได้ด้วย

ต่างคนต่างนั่งจัดการมะม่วงด้วยโซลูชั่นของตัวเองไป แล้วคุยกันไปเรื่อยๆ เผอิญวันนั้นผมหมดงานเร็ว ก็เลยนั่งยาว พี่เขาก็คุยสนุกดี ฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แต่ชอบลีลาน้ำเสียงเวลาพี่เขาพูดภาษาอังกฤษ มันเหมือนคนจะมาต่อยผมแบบหน้ายิ้มๆ

สักพักน้องคนครัวคนน้้นก็มาแจมด้วยครับ เพราะคนอื่นกลับขึ้นไปเกือบหมดแล้วเลยแต่คนคุ้นๆ กันไม่กี่คน แต่น้องเขาไม่ได้มามือเปล่าครับ น้องเขามีกะปิน้ำปลาหวานใส่ถ้วยมาให้ด้วย ผมก็ร้องว่าอะไรว่ะ เมื่อกี้ทำไหมไม่ให้มา มันบอกว่าก็พี่ขอพริกเกลือ ไม่ได้ขอกะปิน้ำปลาหวาน อีกอย่างเมื่อกี้มีฝรั่งอยู่สองสามคน ไม่อยากเอาออกมากลัวกลิ่นมันโชย ตอนนี้ไปแล้วก็เลยเอามา ผมก็เลยจัดการต่อ

ส่วนพี่อินโดฯ มองๆ ก็คงสงสัยว่าพวกเรากินอะไรกัน ผมก็แปลกใจครับ อินโดฯ น่าจะกินเหมือนๆ กับเราบ้านอยู่ใกล้ๆ กันน่าจะกินเหมือนกัน กินกับแม็กกี้ได้ก็น่าจะกินกะปิน้ำปลาหวานได้ ก็เลยลองชวนให้กินดูผลก็คือกินได้ครับ แถมจิ้มไม่หยุดด้วย แรกก็แตะๆ หลังๆพี่ท่านใช้มะม่วงแทนช้อน กินแบบชำนาญการ แปปเดียวครับ กะปิน้ำปลาหวานเกลี้ยงถ้วย อิ่มตื้อกันไปหมด ต่างคนต่างแยกย้ายพูดไม่ออกกันสักคำ จุก

เย็นนั้นผมงดข้าวเย็น ส่วนพี่อินโดฯ เจอกันอีกวันเห็นว่าไปถามน้องคนครัวแล้วว่าทำยังไง จะเอากลับไปทำกินที่บ้าน สงสัยจะติดใจ

จากคุณ : ชินโนะสึเกะคุง


อ่าน คคห. 956 อยากมะม่วงดิบทันทีเลยค่ะ ที่อเมริกามีแต่มะม่วงแดงๆ ไม่อร่อย แต่มีน้ำปลาหวานเป็นกระปุกขายนะคะ พูดแล้วก็เปรี้ยวปาก

จากคุณ : KikabYte


สนุกดีค่ะ เล่าบ้างๆ แต่ไม่ถึงกับยี้นะ

ที่โรงเรียนเรามีชาวแคนาดา ชื่อแดเนียล เป็นครูสอนภาษา

วันแรกๆนะเห็นเข้ามาที่โรงอาหารแล้วเดินวนๆดูร้านก๋วยเตี๋ยว แกก็ชี้ๆจะสั่ง แม่ค้าก็งงๆ ซักพักมีอาจารย์มาช่วยคุยให้ได้ความว่าแกอยากสั่งก๋วยเตี๋ยว ตอนใส่เครื่องปรุงก็ยืนมองเด็กๆปรุงไปว่าเขาใส่อะไรกันบ้าง เรากับเพื่อนๆก็มองดูแกอยู่ห่างๆ ปรากฏว่าตักพริกป่นไปนิด แล้วราด(ใช้คำว่าราดเลยนะ)ด้วยน้ำส้มสายชู สีหน้าคนดูนี่ลุ้นละไมไทยแลนด์มาก จะกินได้ไหมนั่น

แล้วแกพยายามใช้ตะเกียบตามคนไทยด้วยนะ ทำเอาเรากับเพื่อน ไม่เป็นอันกินข้าวกันเลยทีเดียวมัวแต่มองแกเพ่งกระแสจิตกับตะเกียบซักพัก คีบไม่ได้สักทีแกเลยเดินไปหยิบส้อมมาแทน เข้าปากคำดูแรกสีหน้าแล้วรู้เลย เจออิทธิฤทธิ์น้ำส้มสายชูเข้าแล้ว ToT

จากนั้นเดินถือชามก๋วยเตี๋ยวที่กินไปครึ่งคำ ไปชี้ๆให้แม่ค้าดูว่าเอาแบบนี้นะ oneๆ ป้าแม่ค้าก็ทำให้ใหม่ ที่นี้ไม่ปรุงแล้ว จับส้อมพันเส้นเข้าปากอย่างสปาเกตตี้เลย

เพื่อนนั่งดูกันอยู่ร้อง เย้! เบาๆ ฮ่าๆ คนดูนี่ลุ้นกว่าคนกินเองอีก แต่ตอนนั้นเป็นโรคกลัวภาษาปะกิด เกี่ยงกันไปคุยกับเขาอีก สรุปเลยไม่มีใครเข้าไปคุยซักคน พอมาคิดดูแล้วก็สงสารแกนิดๆ เหอะๆๆ

แกวนกินทุกอย่างในโรงอาหารเลย ทั้งเทอม พักกลางวันนี่ไม่ไปไหนเลยอยู่แต่ในโรงอาหาร แล้วดูจะชอบไอติมกะทิใส่เครื่องสุดใจขาดดิ้น กินทุกวัน กลับประเทศไปคงต้องเช็คน้ำตาล+ไขมัน+คอเลสเตอรอลเพิ่มล่ะ

แต่เห็นตอนสอบมิดเทอมแกใช้ตะเกียบเป็นแล้วนะ อิอิ สงสัยชอบก๋วยเตี๋ยวจัด

จากคุณ : กาลครั้งหนึ่ง...


ให้กิฟท์ ความคิดเห็นที่ 958 คุณกาลครั้งหนึ่ง... ครับ น่ารักดี

จากคุณ : มันเกี่ยวกับใครเนี่ย


หัวหน้าทีมคนเก่ามาจากแคนาดา มาอยู่เมืองไทยสองปีแล้ว ชอบมาก เคยเป็นห่วงว่าทานอาหารเผ็ดไ้ด้หรือป่าว แกบอกว่าสบายมาก ชั้นมีตำราทำอาหารไทยด้วยนะ ชั้นทำได้หลายอย่างด้วย

หลังจากนั้นจะมีกิจกรรมสันทนาการภายในทีม แกก็เสนอกิจกรรมนอกสถานที่แต่ละอย่างมาให้เลือก สุดแสนจะสร้างสรรค์ มี นวดไทย เรียนทำอาหารไทย เที่ยวตลาดน้ำ เลี้ยงอาหารเด็ก ไม่ว่าจะไปไหน นายก็แฮปปี้

หัวหน้าใหม่จากอเมริกา ชอบมะม่วงดิบมาก ไปซื้อเองที่ร้านขายผลไม้ หิ้วถุงขึ้นมาทุกวัน และก็มาสงสัยว่าพวกเธอไปกินข้าวกันที่ไหนตอนกลางวัน ทำไมขากลับพวกเธอมี ขนม ผลไม้ แม้กระทั่งเสื้อผ้า ติดมือกันมาทุกวัน พวกเราก็บอกว่าไปกินข้างๆออฟฟิสนี่แหละ มีขายทุกอย่าง วันหลังพาไปมั่ง เดี๋ยวชั้นเลี้ยงข้าวเอง

ที่เจอส่ายหน้าก็ชวนฝรั่งอีกคนกินหมูทอด แล้วเค้าบอก หมูเหรอ ไม่เอาอ่ะ

จากคุณ : กินไม่เก่งแต่ช่างจำ


เย้...อ่านจบแล้วกระทู้ในตำนาน กำลังรออ่านเรื่องต่อไป ฮิ ฮิ (ไม่มีเพื่อนเป็นชาวต่างชาติเลยอะ อยากเล่าบ้างนะ)

จากคุณ : สาวโก-ลก


ตอนนี้ทำงานที่ต้องเจอคนหลายเชิ้อชาติทุกๆวัน เคยเจอสามหนุ่มยุ่น มาดนักธุรกิจแต่งตัวเนี้ยบมาห หิ้วเพรสรสลาบเต็มถุง(ถุงดิวตี้ฟรีใสๆ)หอบกลับบ้าน คนละถุงสองถุง คงเอาไปฝากที่บ้านน่ารักดี

ส่วนคนจีนนี่เห็นที่ป็อบๆจะมี น้ำผึ้ง(งงเหมือนกัน แต่เค้าขนกลับกันเป็นกล่องๆเลย) สาหร่ายเถ้าแก่น้อย ทุเรียนอบกรอบ

เพื่อนเกาหลีที่เคยเรียนด้วยกัน ปลาบปลื้มมาม่ารสต้มโคล้งมาก ซัดทุกวัน

ส่วนตัวเราเป็นคนชอบมะม่วงสุกมากกก เลยเป็นแฟนพันธุ์แท้ร้านMango tango เวลาไปกินทีไร เจอญี่ปุ่นเต็มร้านเลย เห็นเค้าว่าคนญี่ปุ่นเลิฟมาก จนมีร้านนี้อยู่ในไกด์บุ๊คเลย อีกร้านคือ กล้วยกล้วย เราอยากให้มีร้านของหวานเก๋ๆที่ทำจากวัตถุดิบของบ้านเราเยอะๆ น่าจะดึงดูดต่างชาติได้ไม่น้อย ดีไม่ดีโกอินเตอร์ไปต่างแดนได้อีกด้วย

ล่าสุดเจอผู้โดยสารน่ารักมาก(เป็นคนอินเดียแต่ถือพาสออส) บอกเดินทางกับสายการบินเรา เพราะชอบทุกอย่างที่เป็นไทย ติดใจอาหารไทยมากๆ ยอมจ่ายแพงเพื่อที่จะได้กินอาหารไทยบนเครื่อง อยากได้รับบริการแบบไทยๆ ฟังแล้วปลาบปลื้ม

จากคุณ : Labellavita


อ่านจบแล้วววววว ขอเล่ามั่งค่ะ...
อยากมีส่วนร่วมในว่าที่กระทู้ในตำนานซักนิด ฮ่าฮ่าฮ่า
เรื่องนี้ สมัยเมื่อซักสิบกว่าปีที่แล้วนะคะ

มีเพื่อนคนหนึ่งเป็นนักดนตรีในผับย่านหลังสวน
วงเล่นดีจนแกงค์ครูชาวออสซี่ต้องมาสนุกกันทุกศุกร์เสาร์
เพื่อนนักดนตรีคนนี้ฝีมือกีตาร์แจ่มมาก ประกอบกับเป็นคนสุภาพเรียบร้อย ไม่รุ่มร่ามเรื่องผู้หญิง
ครูสาวนางหนึ่งในแกงค์ออสซี่จึงมาปิ๊งปั๊งพ่อหนุ่มนี่
เดือดร้อนเพื่อนต้องไปเป็นเพื่อนตอนคู่นี้เขาเดทครั้งแรกที่ร้านริมน้ำละแวกคลองบางกอกน้อย

.....จำไม่ได้แล้วว่ามื้อนั้นมีอะไรบ้าง แต่ดูทั้งคู่ไม่สนใจอาหารซักเท่าไหร่
กลายเป็นลาภปากชาวคณะร่วมเดทไปซะ สบายพุง

คบกันมิช้านาน ถึงกาลย้ายมาอยู่ด้วยกันที่บ้านฝ่ายชาย
เอาละสิ ทีนี้ก็ต้องปรับตัวยกใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน
สาวเจ้าไม่กินเครื่องใน ไม่กินเผ็ด
ส่วนไอ้หนุ่มนี่เขาโตกรุงเทพฯก็จริง แต่พ่อกับแม่นั้นโคราชบ้านเอง
แถมแม่ยังทำอาหารเก่งมากๆ ก็ขนาดไส้กรอกอิสานแม่ยังทำเอง

...คือถ้าไปซื้อเขากินนี่มีล่มจมค่ะ
เพราะไม่ได้ทำให้กินเฉพาะลูกๆ แต่ยังมีเพื่อนลูกอีกหลายหน่วยคอยเวียนเข้าไปฝากท้องอยู่เนืองๆ
วันไหนซ่องสุมกำลังกัน ...ผัดหมี่โคราชนี่ใช้กระทะใบบัวเลยดีกว่า


ช่วงแรกๆที่มีฝรั่งร่วมโต๊ะสังสั้น
พวกเราก็พยายามเปลี่ยนรายการอาหารแบบจัดเต็มมาเป็นของที่คิดว่าเธอจะกินได้
จำพวกไก่ย่าง หมูย่าง ลูกชิ้นปิ้ง
จะมีก็เฉพาะวันที่พ่อเพื่อนมาร่วมวง
ลุงเหลือเขาเคยกินกันแบบไหนก็ต้องมีอย่างนั้น จะไปเปลี่ยนเขาไม่ได้เชียว มีงอน
.....ซ้ำยังใจดีชวนว่าที่ลูกสะใภ้มาลองชิมของอร่อยซะด้วยนะ
เลือดเป็ดพะโล้ ต้มเครื่องใน ไส้ย่าง บางครั้งมีหอยแครงผ่านน้ำร้อน แกะมาแบบอาบเลือด ฮ่าฮ่าฮ่า


....จำได้ว่าระยะแรกๆ
อาหารเช้าของเบลินดาหรือที่พวกเราเรียกเธอว่าบี เป็นขนมปังกับเวจจีไมต์ ตามประสาออซซี่
ส่วนมื้ออื่นๆหากอยู่บ้านก็จะกินตามที่แม่จัดหา ซึ่งล้วนเป็นของที่เคยทำกินประจำไม่ได้ปรับเปลี่ยนอะไร
และด้วยความที่บีเป็นคนมารยาทดีม๊ากมาก เธอไม่เคยปริปากบ่นหรือแม้แต่ชักสีหน้า
อันไหนไม่ชอบก็ตักชิมพอเป็นพิธี ...ที่ยืนพื้นกินได้ทุกครั้งเห็นจะเป็นข้าวไข่เจียว


บางเสาร์ พอเพื่อนเราเลิกงาน ก็พากันไปต่อแซกโซโฟนยกขบวนกันทั้งแกงค์ฝรั่งแกงค์ไทย
กว่าแซกฯจะเลิกก็หิวกันสิ ออกมาตีสองตีสามไม่มีอะไรใกล้ๆแก้หิวนอกจากก๋วยจั๊บ

...และแน่นอน
หากใครเป็นขาประจำแซกโซโฟนเมื่อซักสิบกว่าปีที่แล้ว
อาจจะคุ้นตากับภาพแกงค์ฝรั่งเมาเดินเซออกจากผับมานั่งซดก๋วยจั๊บกันโครมๆตอนตีสามตีสี่

...เมื่อแรกเห็นแกงค์ฝรั่งยี้เครื่องใน แต่กลับมานั่งโจ้ก๋วยจั๊บอย่างเอร็ดอร่อยนั้นน่ะรึ ทั้งขำทั้งฉงน

เรา : กินเครื่องในกันแล้วเรอะ พวกเจ้าน่ะ
ฝรั่ง : โนววววว...
เรา : เอ๊ะ ก็ก๋วยจั๊บมันใส่เครื่องในนิ
ฝรั่ง : กินจ๊าบม่ายนายยยย... ม่ายเลือดดดด... ยูโหนววววว... อาหร่อยม๊ากกกก...
เรา : แล้วรู้เปล่าว่าเขาเอาต้มในน้ำซุปที่พวกเจ้าๆทั้งหลายซดโฮกๆอยู่ด้วยนิ
ฝรั่ง : ฝรั่งม่ายเหน ฝรั่งกินด้ายยยย...
เรา : - -'

ฝรั่งกับเครื่องในนี่พูดยากนะคะ
ถ้าไม่มาเจอวัฒนธรรมอาหารทางแถบบ้านเราซึ่งสามารถปรุงแต่งเครื่องในให้กลายเป็นของอร่อยละก็
เห็นส่ายหัวดิกแทบทั้งนั้น

...แล้วเป็นไงล่ะ เจอก๋วยจั๊บอนุสาวรีย์เข้าไป
เหอ เหอ เหอ ขอดชามจ้า ขอดชามมมมมมม


ครั้งหนึ่ง พวกเราตั้งวงบะหมี่
หญิงบีสบโอกาสตั้งข้อสงสัย ทำไมคนไทยส่วนใหญ่ จะต้องใส่น้ำตาล
ไอ้เครื่องปรุงอื่นน่ะพอเข้าใจ แต่เติมหวานในของกินที่ไม่ใช่ขนมนี่สิ มันจะอร่อยไปได้อย่างไร

ไอ้คุณเพื่อนขี้เกียจอธิบายรสชาติ สู้ให้รู้เองดีกว่า
จัดแจงเทน้ำตาลพรวดลงในชามบี เทน้ำส้มนิดๆ พริกป่นหน่อยๆ แล้วคลุกเคล้าจนเข้ากัน
หญิงบีอ้าปากค้าง มายุ่งกับชามฉันทำไมละเนี่ย แถมถูกบังคับให้กินซะด้วยนะนั่น

...พอพ้นคำแรกไปแล้วเท่านั้น อย่าให้ต้องบรรยายค่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า
ก็เมื่อคราวที่มัมกับแด๊ดรวมน้องสาวน้องเขยเธอและเพื่อนของมัมมาเที่ยว
หญิงบีจัดแจงโรยน้ำตาลแล้วคลุกเคล้าเส้นให้ชาวคณะทุกคนในมื้อก๋วยเตี๋ยวแรกที่เมืองไทย !!!


บางอาทิตย์ เมื่อว่างพร้อมกันทุกเพื่อน
พวกเราจะยกขบวนไปกินข้าวนอกบ้าน เพื่อสร้างเสริมประสบการณ์อาหารไทยให้บี
ยิ่งนับวัน เธอก็ยิ่งคุ้นเคยและชื่นชอบอาหารไทย
เดินซื้อของนี่ชี้บอกได้หมด นี่อะไร นั่นอะไร ใส่อะไร กินแบบไหน รสชาติเป็นอย่างไร
อันไหนไม่เคยชิมก็ถามแม่ค้า อาศัยฝึกภาษาไทยไปซะด้วยเลย
เรียกว่าระยะนั้นแทบไม่มีอาหารในกรุงเทพฯชนิดไหนที่บีไม่รู้จัก ไม่ว่าในร้านหรือแผงข้างถนน

จนกระทั่งครั้งหนึ่ง เราไปกินร้านที่มีแมงดา
ใครสักคนจัดแจงสั่งกันมาแกล้มน้ำสีอำพันด้วยความอยาก
พอจานแมงดาเผายกมาวางที่โต๊ะเท่านั้น หญิงบีตาเหลือก
นี่มันสัตว์โลกล้านปีชนิดไหนกัน !!!
น่าเกลียดม๊ากกกกก....  

ว่าแล้วก็ควักกล้องมาถ่ายรูปๆๆๆ ทุกซอกทุกมุมแมงดา
ปากก็รบเร้าเพื่อนเราอีกคนให้ช่วยเฉลยทีซิ
นี่มันตัวอารายก๊านนนน...


ค่ะ... คำตอบจากปากเพื่อนเราเป็นดังนี้

'บี... ดิสอีสเอ่พิ๊มพ์ ยูโหนวววว... Pimp'

ค่ะ... ไข่แมงดาแทบพุ่งออกจากปากคนทั้งวง




.

จากคุณ : แม่หนูนวล


กระทู้ข้างบน ทำให้นึกถึงผับแซกโซโฟน

จากคุณ : พระจันทร์เต็มดวง


เอาเรื่องเก่ามาเล่าใหม่แบบละเอียดดีกว่า (เคยเล่าไว้บนรีพลายบนๆ จบในบรรทัดเดียวว่าพาเพื่อนฟิลิปปินส์มากินกุ้งแช่น้ำปลาแล้วเขาหันหัวหนีไปทางกุ้งอบวุ้นเส้น)

ในเหตุการณ์นั้น พาสาวฟิลิปปินส์กับอินโดมากินอาหารไทย
สาวฟิลิปปินส์เรียนที่สิงคโปร์ตั้งแต่ม.1 ยันทำงาน สาวอินโด ก็ไม่ต่างกัน แต่เธอไปเรียนมหาลัยที่เมกา แล้วเพิ่งได้กลับบ้าน
ตอนแรกนึกว่า สองประเทศนี้ต้องกินเผ็ดสู้คนไทยได้บ้างแหละ ปรากฏว่า พวกเธออยู่นอกประเทศตั้งแต่เด็กจนโต กินเผ็ดไม่ได้ =="

คนไทย "กินเผ็ดได้แค่ไหน"
สองสาว "ระดับสิงคโปร์เผ็ด"
คนไทย ..........

ตั้งแต่เดินเข้าร้าน สาวฟิลิปปินส์หันมาขอให้ช่วยสั่งต้มยำกุ้งเพราะได้ยินกิตติศัพท์มานาน เธอเคยกินแต่รสชาติไม่อร่อยที่ต่างประเทศ เลยอยากลองของจริง
คนไทยสามคนก็จัดเต็มกันใหญ่ อยากให้เพื่อนลองอาหารไทย สั่งข้าวผัดน้ำพริกกะปิ กุ้งอบวุ้นเส้น ต้มยำกุ้ง(ตามรีเควส) กุ้งแช่น้ำปลา(อันนี้คนไทยกินกันเอง)  ส้มตำไทย ลาบ จำไม่ได้แล้วว่ามีอะไรอีกบ้าง แต่เยอะมาก และเผ็ดทุกจาน เพราะคนไทยอยากกิน 55555+

ทั้งคู่บอกอร่อย แต่กัดเข้าไปหลายๆ คำ เริ่มทำท่าใกล้ตายเพราะมันเผ็ดมาก ทีนี้ก็พวกคนไทยที่สั่งเอาๆ จึงรู้ตัวว่าเวรแล้ว สั่งแต่ของเผ็ด ไม่มีของพักลิ้นเลย คนไทยสามคนเลยชุลมุนสั่งไก่ทอด มาคั่นแบบโกลาหลนิดหน่อยเพราะพวกเธอใกล้ตายแล้ว ของทอดเลยตามมาเต็มโต๊ะ เพียบ คนไทยสามคน แข่งกันสั่งของจืดให้ แบบไม่ดูปริมาณที่สามารถกินได้หมด 5555555+

พอของจืดๆ มาเสิร์ฟ ทั้งคู่ก็กินต่อได้ ทีนี้เลยกินไม่หยุด  ข้าวผัดน้ำพริกกะปิมันเผ็ดมาก ก็บอกสองสาวแล้วว่าไม่ต้องกินก็ได้ ไม่เป็นไร แต่เขาบอก มันอร่อยดี เขาชอบ  แค่เผ็ดไปหน่อยเลยกินยาก(แต่น้ำหูน้ำตาไหลหมดแล้วนะเพื่อนจ๋า)

โดยเฉพาะสาวฟิลิปปินส์ที่ขอสั่งต้มยำกุ้ง ตอนแรกตักถ้วยใส่น้ำซุปให้ไป แล้วซดฮวกๆ แป๊ปเดียวหาย ต้องตักให้ใหม่ตลอดเวลา ขนาดเครื่องหมดแล้วเธอยังซดน้ำซุปไม่เลิก เลยผลักหม้อไปวางตรงหน้า ให้ซดจากหม้อตรงๆ น้ำแห้งเหือดเลยค่ะ พยายามตักเอาน้ำจนหยดสุดท้าย 555555555+

พอเริ่มอิ่ม สั่งเหล้าปั่นมากินกัน (ที่จริงเป็นร้านเหล้าที่กับข้าวอร่อยเลยพามา)
แล้วโต๊ะข้างหลัง เป็นกลุ่มนักศึกษาชาย 10กว่าคน กำลังเต้นร้องวี๊ดว๊ายกันอยู่ ท่าทางตุ้งติ้งออกชัดเจนทั้งกลุ่มมาก

ทีนี้ โต๊ะนั้นเริ่มเมา เลยหันมาขอชนแก้วด้วย เพื่อนอินโดเราก็เป็นสาวสวยระดับดาวโรงเรียน มีเชื้อจีน ประมาณอาหมวยตาโตขาวสวย เธอค่อนข้างชินกับการมีผู้ชายมาขอชนแก้วหรือขอเบอร์ เลยยิ้มรับแบบมีมารยาทแล้วส่งแก้วไปชนตอบ

แต่เขาร้อง "ว๊าย! ไม่เอา ชั้นขอผู้ชายคนนี้ดีกว่า"
....แล้วผ่านแก้วไปชนกับเพื่อนผู้ชาย(คนไทย) ที่นั่งไกลกว่าหน่อย
เธอผู้ไม่เคยถูกชายหนุ่มปฏิเสธการชนแก้วทำหน้างงๆ เบลอๆ

หลังจากแปลให้ฟัง ก็ทั้งฮาทั้งตะลึงกันทั้งสองนาง 555555555+
เพิ่งรู้ว่าคนต่างชาติไม่มีเซนส์ในการแยกกะเทยออกจากผู้ชาย

ฮากว่านั้นคือหน้าทั้งคู่ตอนรู้ว่าทั้งกลุ่มนั้นเป็นกะเทย พวกเธอหันจ้องกลุ่มกะเทยตาแทบหลุด แบบพยายามจะแยกแยะหาความแตกต่างจากผู้ชายปกติ 55555555+ คงไม่เคยเจอแก๊งกะเทยมากันเป็นกลุ่ม

แต่เป็นมื้อที่ฮามากค่ะ ได้เห็นการพยายามแทะขิง แทะข่าในน้ำต้มยำด้วย (ห้ามไว้ได้ 5555+) แล้วก็หน้าตาตอนงงๆ กับตกใจว่าต้องกินยังไง หรือไม่อาหารจานนั้นก็ไม่มีสีแดงเลย แต่เพื่อนกัดเข้าไป เผ็ดโคตรรรร คือดูหน้าเพื่อนอย่างเดียวก็ฮาแล้ว  (มื้อนั้นสั่งเยอะ ของเหลือเพียบเพราะอยากให้เพื่อนลองหลายๆ อย่าง)

จากคุณ : คานเหล็กกล้าทาแล็กเกอร์


มีตอนต่อฮาๆ อีกนิดหน่อยตอนเดินออกจากร้าน (ไม่เกี่ยวกับอาหารไทยล่ะ)
คือ ร้านที่พาเพื่อนไปกิน มันอยู่ในสามย่าน ตอนเข้าไปมันยังมีไฟจากร้านโน้นร้านนี้เยอะหน่อย รถก็ยังเยอะ แต่ขากลับตีหนึ่งกว่า ออกมาแล้วทั้งโทรม มืดและเปลี่ยว

ทั้งคู่เห็นแล้วบอกว่า ได้มาเที่ยวเหมือนเป็น คนท้องถิ่นเลย อารมณ์ Dangerous Bangkok มากๆ ถ้ามากันเองคงไม่ได้เดินแบบนี้แน่ๆ 555+ (ดันชอบซะงั้น)

จากคุณ : คานเหล็กกล้าทาแล็กเกอร์


ลงชื่อ ตามอ่านมาจะครบปีแล้ว อิอิ ^_^

จากคุณ : รู้น่ะว่าแอบชอบ


ลงชื่ออ่านถึงตรงนี้จนได้ ใช้เวลา 5 วัน ^^

จากคุณ : Say what - U - wanT


มาลงชื่อว่าอ่านอีกรอบ ชอบจังคะกะทู้นี้

จากคุณ : สาวโก-ลก


เพิ่งเข้าห้องนี้ครั้งแรก เจอกระทู้แนะนำอ่าน 3 วันยังไม่จบเลยแถมลืมห้องอื่นไปเลย

อ่านแล้วสนุกมาก  พลุ

จากคุณ : อะไรกันผู้หญิงคนนี้


ใครจะเป็นความเห็นที่ 1,000 กันหนอ

ความเห็นที่ 1,000 ขอเรื่องเด็ด ๆ เลยนะคะ อิอิ (กดดันล่วงหน้า 555 ล้อเล่นนะคะ)

จากคุณ : เกี่ยวกับทุกสิ่งทุกอย่าง


สนุกมากเลยค่ะ ขอบคุณที่มาแบ่งปัน

จากคุณ : สุดแสนเริงร่า


จริงๆซุ้มอ่านมานานแล้วครับ ....อิอิอิ ติดตามอยู่เสมอ เป็นกะทู้ที่อ่านไม่เคยเบื่อ ...เลยครับ ...เรื่องของอาหารไทย เป้นเสน่ห์ อย่างนึงของคนไทย ...ผมไม่แน่นใจนะครับว่า เคยไปอ่านคำเปรียบเปรย...ที่ไหนนะครับลืมไปแล้วแต่ที่จำได้ก้อคือ เค้าเปรียบเทียบรสชาติของ อาหาร จากประเทศต่างๆ อย่าง ฝรั่งเศส...เค้าบอกว่าเคล็ดลับของ อาหารฝรั่งเศส ก้อคือ ชีล ชีล และก้อ ชีลครับ 5555 ถึงจะอร่อย ส่วนอาหารญ๊่ปุ่น เค้าเปรียบเปรยเหมือนกับว่า เป็น ดนตรีธรรมชาติ ... แต่พอถึง...อาหารไทย ...เค้าบอกว่า รสชาติกับรูปลักษ์ภายนอกมันช่างต่างกันอย่างสิ้นเชิง...มันเหมือน วงออร์เคสตร้า วงใหญ๋ บรรเลงอยู่ในปากของเค้า ...มีทั้งความนุ่มนวลละมุนละมัย และร้อนแรงในคราวเดียวกัน รสชาติ เค็ม เปลี้ยว หวาน มัน เผ็ด เหมือนเครื่องคนตรี หลากหลายชนิด ผสมผสานจังหวะกันได้อย่างลงตัวแบบไม่น่าเชื่อ และไม่คิดว่ามันจะลงตัวกันได้....อ่านแล้วรู้สึกดีครับ ....
ในช่วงหลังๆนี่..อาหารไทยกำลังมีชื่อเสียงเป้นที่รู้จักทั่วโลก...นั้นก้อเกิดมีกะแส..เล็กๆซึ่งมีการอ้างต้นกำเนิดว่ามาจากที่นั้นที่นี้ อย่างเช่น แกงมัสมั่น   ก๋วยเตี๋ยว  หมูสะเต๊ะ เป็นต้น จริงๆแล้ว อาหาร ดังที่กล่าวมานั้น น่าจะเรียกว่า อาหารไทยประยุกต์ ถึงจะถูกครับ เพราะมีการปรับเปรียบเพื่อให้เข้ากับลิ้นของคนไทย เท่านั้นเองครับ (แต่บังเอิญลิ้นของคนไทยนั้นไม่ธรรมดา สามารถแยกแยะรสชาติได้ดีกว่า) และด้วยความเจ้าความคิดก้อเลยปรับให้มาเป้นอย่างที่ตัวเองถนัด ก้อเลยเข้าทางเลย ....แต่มันก้อไม่ใช่เรื่องน่าอายครับ ...กลับเป็นเรื่องน่าภูมิใจมากกว่า ....เพราะอะไรหรือ...ถ้าเรามองย้อนกลับไปในอดีดกาล ประเทศเรา เป้นประเทศที่เปิดเสรีทางได้การค้าขายกับต่างประเทศมาช้านานตั่งแต่สมัยโบราณ แล้วและมีการย้ายถิ่นฐานเข้ามาอาศํยในประเทศไทยมากมายประเทศไทยจึง เป็นประเทศที่รวมอรยะธรรมจากประเทศต่างๆ อย่างเสรี (เสรีจริงๆ)ไม่มีการ แบ่ง สีผิว แบ่งศาสนา (เหมือนในประเทศมหาอำนาจ) คนไทยมีนิสัยชอบลองสิ่งใหม่ๆ และสามารถเรียนรู้การอยู่ร่วมกันในสังคม ใหม่ๆได้เร็ว มีจิตที่เมตตา ชอบช่วยเหลือผู้อื่น ถึงแม้จะต่างวัฒนะธรรมกันแต่ก้อสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน เคารพ ซึ่งกันและกัน ด้วยจุดนี้เอง ทำให้เมืองไทยเป็นแหล่งที่มีอรยะธรรมมากมาย ไม่ว่าเทศกาลอะไร ของชาติไหน เมืองไทยจะมีครบหมด และเป้นประเทศเดียวในโลกที่ ทุกศาสนาอยู่ร่วมกันได้อย่างสามัคคีกัน ไม่แบ่งแยก ภายใต้ร่มโพธ์ร่มไทรของพระเจ้าอยู่หัวของไทย ทำให้ชาวต่างชาติที่ได้มาอาศัยอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขจึงทำให้ชาวต่างชาติที่เข้ามาอาศัยและมาค้าขายหรือทำงานอยู่ในเมืองไทยเกิดความรักในผืนแผ่นดินผืนนี้ดุจดังบ้านเกิดของตัวเองเลือดในกายที่เคยเป้นต่างชาติค่อยๆเปลี่ยนเป็นเลือดไทยกลายเป้นคนไทยในที่สุดปักหลักปักฐานอยู่เมืองไทยกันเยอะและด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้อาหารไทยมีการประยุกต์พัฒนา..ขึ้นมาใหม่หลายอย่างด้วยการผสมผสานวัฒนะธรรมของตัวเองกับของไทยเข้าไปเลยออกมาอย่างที่เราเห้นและรู้จักกัน...จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกน่าอายอะไร...มันเป้นเรื่องปกติและมีการพัฒนาปรับปรุงตามไปยุดตามสมัย..เลยทำให้ออกมาอย่างที่เราๆเห้นทุกวันนี้ ....ครับอย่างว่าครับอะไรพอเป้นกะแส...มันก้อต้องมีผู้เกาะกะแสเป็นเรื่องธรรมดาครับ ....

จากคุณ : namoo007 (namoo007)


คั่นไว้หน่อย อาทิตย์หน้ามาอ่านอีก
(อยากเข้ามาอ่านทุกวันแต่เรื่องน้อย อดใจเข้ามาอาทิตย์ละครั้งแทน อิอิ)

จากคุณ : บินได้...บินไปแล้ว


เป็นแฟนคลับนักร้องเกาหลีวงนึง มาไทยบ่อยๆตั้งแต่เป็นเด็กฝึก (คือน้องๆไม่ได้ดังมาก
อาศัยว่าเมื่อก่อนมีรุ่นพี่ในค่ายมาไทยแล้วดังมากๆ วงรุ่นน้องเลยมาที่นี่บ่อย) เป็นอันรู้
กันในหมู่แฟนคลับว่าต้องเตรียมของเอาไว้ให้

- โรตี
- บีทาเก้น

เอาละ ถ้าเห็นทำหน้ากรุ้มกริ่มนั่นก็เริ่มล่ะ ปรี่เข้ามาเลยยยยย
"ออนนี่ / โอป้า!! (พี่คะ!!)" แล้วพวกนางก็มะรุมมะตุ้มกับแฟนคลับพร้อมขนมติดไม้
ติดมือไปเพียบ บางครั้งมีแฟนคลับบางคนต้องไปหาของกินมาให้ทั้งๆที่แถวนั้นหายาก
มากมาย -*-


ศิลปินอีกคน ค่ายเดียวกัน นางกินฝรั่งดองจ้าาาาาา เคี้ยวกร้วมๆ ตอนกำลังเช็คอิน
ที่สนามบิน ขอถ่ายรูปก็ถ่ายคู่กับฝรั่งดองถุงนั่นนะล่ะ เสียดายออกจากวงการไปละ
ไมงั้นจะซื้อฝรั่งไปถวาย 5555

จากคุณ : Tharkorn THE LaTTE


อ่านของหลายท่านที่พิมพ์มาสนุกดีค่ะ เลยขอพื้นที่เล่าบ้าง แต่เค้าไม่ได้ขนาดว่ายี้ก่อนนะคะ
เพียงแต่มองว่าอะไรอะ แปลกๆ55 แต่ก็ลองทานค่ะ
*อันนี้เป็นเรื่องของเพื่อนชาวเกาหลีล้วนๆนะคะ (เราไม่มีเพื่อนชาติอื่นเลยค่ะ)

อย่างแรกที่ชอบมากเลยคือข้าวเหนียวกับหมูปิ้ง!! อาหารธรรมดาที่เราเห็นขายตามรถเข็นข้างทางอ่ะค่ะ
ทั้งเพื่อนผู้ชายผู้หญิงบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าอร่อย แล้วที่แน่นอนเลยสำหรับชาวต่างชาติ ชอบผัดไทยค่ะ
มีพี่คนนึงชื่อพี่แซอิล เราถามว่า 오빠~ 태국음식중에서 뭐 음식 제일 좋아해요?
(พี่คะ ชอบอาหารไทยอะไรมากที่สุด?) ตอบทันทีเลยว่า 팟타이(ผัดไทย) 가장 좋아해요!
สรุปว่าพี่คนนี้ชอบผัดไทยมากๆค่ะ (แถมยังชอบทานผัดไทยกับซอสพริกส้มๆที่ไว้ทานกับก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่)
เราได้แต่คิดในใจว่ามันเข้ากันหรอเนี่ย55 แต่เราไม่ขอลองแบบพี่เค้าอะค่ะ

แล้วก็ที่ชอบกันมากคือข้าวมันไก่ ข้าวมันไก่ทอด ตอนทานครั้งแรกลองแตะน้ำจิ้มแบบไม่มั่นใจรสชาติอะค่ะ
ลองนึกว่าเวลาที่เราไม่มั่นใจอาหารอะไรก็คือจะเอาปลายช้อนตักน้ำจิ้มแค่นิด(มากๆ)มาที่เนื้อไก่แล้วลองทาน.....
หลังจากนั้น ความไม่มั่นใจหายวับไปทันทีค่ะ55 มีจานที่สองตามมา แต่!!
สิ่งที่ยี้มากๆมาจนถึงตอนนี้คือ...ผักชี!!! ไม่มีเพื่อนเกาหลีคนไหนชอบผักชีเลยค่ะ เวลาจะทานอะไรถ้าไม่รู้จักต้องถามว่า
이거 팍치 있어? (อันนี้มีผักชีมั้ย?) ข้าวมันไก่ ข้าวมันไก่ทอดที่ว่าชอบมาก ต้องเขี่ยผักชีออก ในน้ำซุปด้วยต้องตักออก เค้าไม่ชอบกลิ่นมันค่ะ

อาหารไทยที่ชอบอีกก็มี...ต้มยำกุ้ง ต้มข่าไก่ แล้วก็พวกข้าวราดแกงอ่ะค่ะ ลองทานหลายอย่างเขียนไม่หมด
อาหารจานเดียวก็ชอบ หมูกระเทียม ข้าวผัดไข่ฯลฯ
อ่ะนึกได้ว่าอีกอย่างที่บอกว่าอร่อยคือข้าวผัดอเมริกัน55 อาหารไทยใช่มั้ย? อเมริกาไม่มีเนาะ
แล้วเราก็ชอบชวนทานขนมไทยหลายอย่าง ทั้งกล้วยแขก มันทอด แถมยังให้ลองทานข้าวเม่า55
ข้าวเม่านี่ตอนเห็นครั้งแรก ทุกคนกล้าๆกลัวๆ55 เหมือนไม่กล้าลองแต่ก็เกรงใจเรา ยื่นให้คนอื่น แต่พอไม่มีใครรับก็เลย(จำยอม) แต่พอทานเข้าไปก็บอกว่าอร่อยค่ะ จากนั้นคนอื่นเลยกล้าลองบ้าง
ผลไม้ที่ชอบก็มะม่วงมันอ่ะค่ะ มังคุดด้วย แล้วก็ชอบลองทานน้ำปั่นกัน กล้วยปั่นกับแตงโมปั่นนี่ชอบมาก
อ่อ อีกอย่างชอบชาไข่มุก!!! ชอบแบบสุดๆอ่ะค่ะ55 โอชายะ(ไม่ได้โฆษณาแต่อย่างใด) บอกว่าชาที่ไทยอร่อยค่ะ
ที่เกาหลีไม่อร่อยเท่า ใครมีเพื่อนเกาหลีลองพาไปทานดูนะคะ^^
อาหารอีกอย่างที่ชอบมากๆคือMK!!  (ไม่ได้โฆษณาแทนนะคะ) ชอบทานร้านMKค่ะ
แม้ตอนแรกจะลองแตะๆน้ำจิ้มก็ตาม แต่ต่อมาก็ทานกันแบบว่า คุ้มบุฟเฟ่55
ติ่มซำพวกฮะเก๋ากับขนมจีบซาลาเปาบอกว่าอร่อยค่ะ(นี่ไม่ใช่อาหารไทยเนาะ)
ตบท้ายขนมหวานเป็นทับทิมกรอบ ไม่ค่อยจะกล้า แต่เราก็ให้ลอง(อีกแล้ว) บอกว่าอร่อยค่ะ(แต่อีกคนไม่ชอบ)
อันนี้คงแล้วแต่คนแล้ว555 แต่สรุปแล้วทุกคนบอกว่า 태국음식 너무 맛있어요!! (อาหารไทยอร่อย!!) อิอิ
นึกออกได้ประมาณนี้เพราะทานกันเยอะมากกกกกก ถ้ามีเพิ่มไว้จะมาเล่าใหม่ค่ะ^^

จากคุณ : Dajung9127


เพื่อนเรามาจากอังกฤษเมืองผู้ดี
เวลาจอห์นเวลาเห็นของขายข้างก็จะประมาณว่าสกปรก
ทานแล้วท้องจะเสีย บลาๆๆๆๆๆๆๆ
แล้วก็บ่นไปเรื่อย
มีอยู่วันเราพาจอห์น ไปกินKFC
เราถามว่าอยากทานอะไรมั้ย
จอห์นบอกว่าอิ่มไม่เอาแล้ว
เราก็เลยสั่งเฉพาะของเราแล้วก็น้ำให้จอห์น
พอหมดเราบอกขอไปล้างมือหน่อยน่ะ
กลับมาตกใจเห็นจอห์นๆ กำลังแทะกระดูกไก่ที่เรากินเหลือ
ขอย้ำกระดูก่ไก่จ๊ะ
เราถามอร่อยมั้ย จอห์นบอกอร่อย
เราเลยต้องไปซื้อให้ 2 ชุด
จอห์น KFC ที่เมืองไทยไม่เหมือนที่อื่น

จากคุณ : icebridy


#731

จากคุณ : Love_Bigest


จากคุณ : zazny secret


ไม่นึกว่าจะอ่านจนจบอีกครั้ง  อิอิ

จากคุณ : PandaMAN7777777


มาลงชื่อว่าเข้ามาอ่านอีกรอบ

จากคุณ : สาวโก-ลก


ตามอ่านมาเกือบปี ขอเล่าบ้าง เคยทำงานกับคนไต้หวันที่มาตั้งบริษัทที่ไทย
พูดภาษาไทยไม่ได้เลย แต่ชอบกินผลไม้ไทยมาก โดยเฉพาะทุเรียน
ตอนมาไทยใหม่ ๆ จะหัดพูดภาษาไทยแค่ 2 ประโยค คือ ราคาเท่าไร ลดได้ไหม
เอาไว้ต่อราคากับแม่ค้าผลไม้ โดยเฉพาะทุเรียน จะชอบมากถึงมากที่สุด
เวลาจะกลับไต้หวันก็จะพยายามเอากลับไปฝากคนที่บ้าน โดยแกะเอาแต่เนื้อ  
ใล่ทัปเปอร์แวร์แล้าแรปอย่างมิดชิดเพื่อไม่ให้กลิ่นทะลุออกมาได้ แต่สุดท้าย
ก็เอาออกนอกประเทศไม่ได้ เพราะกลิ่นมันทะลุทะลวงออกมาจนได้ ตอนหลัง
จึงใช้วิธีพาคนจากไต้หวันมากินผลไม้ที่ไทยแทน

จากคุณ : ฟิโลใบมะละกอ


สามีเป็นชาวฮ่องกง แต่เอาศัยทีฮอลแลนด์ชอบทานยำวุ้นเส้นหมูสับมากค่ะ

จากคุณ : Charlie_Chihuahua


ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ต้นกำเนิดมาจากโปรตุเกส โดยท้าวทองกีบม้าก็จริงอยู่

แต่ต้นแบบขนมพวกนี้ต่างจากของไทยที่เป็นอยู่ทุกวันนี้มาก การหยิบจีบทองหยิบนี่ของไทยแท้ 100% ต้นฉบับเป็นแผ่นกลมๆแค่นั้น มีขั้นตอนการเอาไฟเข้าไฟออกยิบย่อย

ฝอยทองต้นฉบับจะโรยไข่แบบมั่วๆ แต่ของไทยจะเป็นเส้นสวยๆมีระเบียบ และมีขั้นตอนแปลกๆตามฉบับชาววังอีกมาก

ถ้าของประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชามันเหมือนของต้นฉบับท้าวทองกีบม้า อันนี้ไม่แปลก
แต่ถ้าเหมือนของไทยฉบับชาววัง อันนี้ถือว่าลอกเลียนแล้วล่ะ ถ้าได้ศึกษาศิลปะอาหารของชาววังแล้วจะทึ่ง

จากคุณ : โรส


เห็นกระทู้นี้ นานมากกกกก แต่ไม่เคยเข้ามาอ่าน

เมื่อ 3 วันที่แล้วลองกดเข้ามาอ่าน  
กรี๊ด...รู้งี้ชั้นเข้ามาเกาะกระทู้นานแล้ว อ่านไปแมยิ้มไป 3 วันเพิ่งจะจบ

ต่อไปจะตามเข้ามาเป็นแฟนขาประจำนะค่ะ

มีเรื่องน้าเขย (อเมริกัน) กับ น้องสาว+น้องชาย (ลูกๆของน้านะค่ะ)
เดี๋ยวขอไปเรียบเรียงก่อนแล้วจะมาเล่าให้ฟังมั้งนะค่ะ

จากคุณ : chouxiangjiao


หน้าร้านไก่ย่าง ดิฉันกำลังเลือกๆ หยิบๆ ไก่ อย่างเมามัน และแล้ว ก็มีมือขาวๆ ใหญ่ๆ เอื้อมผ่านไก่ย่างไป เพื่อจะไปหยิบ ... หัวหอม กระเทียม พริก ย่างที่เสียบไม้ขาย  ยังสงสัยไม่หาย ว่าคุณฝรั่งคนนั้นซื้อไป เพื่อตำน้ำพริกกินเอง หรือ เอาไปกินทั้งยังงั้น ก็ขอให้เป็นอย่างแรกก็แล้วกันน๊ะค๊ะ

จากคุณ : PunPunJang2551


กระทู้มาราธอน  อ่านเพลินเลย ชอบมากกกกกกก


ขอเล่าบ้าง
เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน...  นานเนอะ
ไปเที่ยวออสเตรเลีย กับลูกสาวสิบกว่าขวบ  พักกับเพื่อนชาวอังกฤษ ที่ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ออสเตรเลีย
ตอนนั้นอาหารไทยยังไม่เฟื่องมากเหมือนเดี๋ยวนี้
วันหนึ่งก็ถามเพื่อนว่าอยากกินอาหารไทยไหม
แหม...นัยน์ตาระยิบระยับขึ้นมาทันที
เราก็ทำกะหรี่ปั๊บ...สามารถเนอะ  ...
เพราะว่า...ไม่เคยทำมาก่อน แต่เคยไปนั่งงคุยกับเพื่อนที่มีฝีมือมากในการทำของกินตัวนี้  
มีฝีมือขนาดเรียนจบปริญญาแล้วมารับทำกะหรี่ปั๊บตามออเดอร์ น่ะแหละ ไม่ออกไปทำงานนอกบ้าน
...เราเก๊าะ โชว์พาว เลยซี
ผัดไส้น่ะ ง่าย ชอบกินรสไหนก็ทำให้ได้รสนั้น
แต่ตอนทำแป้ง  ซูเปอร์มั่วเลย  อาศัยว่าจำๆได้ ว่าเพื่อนบอกว่า น้ำมันสามช้อน น้ำหกช้อน  แป้งสองถ้วย  เกลือนำตาล
ตอนนวดมันก็ออกมาเป็นก้อนหน้าตาเข้าที  แต่อีตอนคลึงแป้ง  ลุ้นตัวเองจนเหงื่อตก
ก็แป้งมันไม่ยืดน่ะ
แต่ เอาน่า... สู้ตาย
แต่เราจีบสวยนะ  เพื่อนคนที่เป็นสามี (อายุมากแล้ว)  เอาวิดีโอมาถ่ายเลย
สมัยนั้น วิดีโอ  ยังเป็นของโก้อยู่  ก็รู้สึกปล้มตัวเองนิดๆ
พอถึงตอนทอด  ก้ลุ้นอีกรอบ  
โอม เพี้ยง  .... ขออย่าให้เสียชื่อเสียงประเทศชาติเล้ย
และแล้ว...แถ่น แท้น  
งามมากค่ะ พี่น้อง  กรอบอร่อยมากๆ...ปลื้มตัวเองอีกแล้วว
เพื่อนและครอบครัวกินกันอย่างถนุถนอมมาก
ขนาดมีเพื่อนเขามาหา  ให้เพือนกิน แค่ หนึ่งตัว แล้วบอกว่าอร่อยมาก  ตาระยิบ
เขาก็ไม่ให้เพิ่ม  ...ถ้าเป็นคนไทย มีออกเยอะขนาดนั้น เราต้องบอกว่า กินอีกซี
ฝาหรั่งไม่  หนึ่งตัวคือหนึ่งตัว
ก่อนกลับเมืองไทย เราทำให้เขาแช่แข็งเก็บไว้กินได้ทั้งปี  
เป็นร้อยตัว
พอเราไปอีกปี  เขาบอกว่า เราทำthe best curry puff in the world
ก็เลยเป็นธรรมเนียมว่า ต้องไปทำกะหรีปั๊บ  ให้เพื่อนเก็บไว้แช่แข็งกินอีก
...หลังจากโชว์กะหรี่ปั๊บแล้ว
ยังไม่เข็ด  บังอาจทำแกงมัสมั่นไก่อีกแน่ะ
ไม่เคยทำอีกเหมือนกัน
แต่ซื้อน้ำพริกแกงไป
ตอนนั้น เครื่องปรุงอาหารไทยยังหาไม่ได้ง่ายๆ
เอ...จะใช้อะไรเป็นมะขามเปียก  เพื่อปรุงรสเปรี้ยวดีนะ
ไปเอามะนาวกับ ส้ม ในสวนหลังบ้านก็แล้วกัน
ลุ้นอีกแล้ว
ผล...ออกมาแจ๋วแหววมาก
เพื่อนหญิงกลับจากข้างนอก  ยิ้มแก้มปริ
แล้วสูดจมูก บอก  Aroma...
มีแม่บ้านมาทำความสะอาดบ้าน เราชวนกิน  เจ้าของบ้านยังไม่เออ ออ เลย
หลังจากนั้น เราก็บ้าทำโน่นทำนี่ให้กิน
จากการเป็นเพื่อน ...คือคนที่รู้จักกัน
กลายเป็นเพื่อนสนิท  
อ้อ  เพื่อนของเราคู่นี้ เป็นคนอาวุโสคะ  
ตอนนี้คุณผู้ชายก็ เก้าสิบแล้ว ยังดูไม่แก่มาก
และยังคิดถึงอาหารไทยมากๆ
และ ประโยชน์จาการทำอาหารไทยให้เขากินคือ
บอกเขาว่า ถ้าจะทำอาหารไทยกินเอง ต้องใช้เครื่องปรุง ที่ทำจากประเทศไทยเท่านั้นนะ
อย่างน้ำปลา ห้ามใช้จากเวียตนาม  ....หาเงินเข้าประเทศ  นิดๆหน่อยๆก็ยังดี
และผลจาการทำอาหารไทยให้เพื่อนฝรั่งกินก็คือ
เราเพิ่งรู้ตัวว่าเราทำกับข้าวเก่ง  เลยกลายเป็นคนมีความสุขกับการทำกับข้าวจนถึงทุกวันนี้
ถ้ากระทู้นี้ ยังไม่ปิด  จะมาเล่าการไปทำในประเทศอื่นๆอีก  สนุกๆทั้งนั้น

จากคุณ : พิชาภา (พิชาภา)


ติดตามอ่านกระทู้นี้มานานมาก อ่านข้ามปีเลย ชอบมากๆคะ ขอบคุณเจ้าของกระทู้ด้วยที่ตั้งกระทู้นี้ขึ้นมา เป็นคนอ่านมานานก็คิดว่าคงถึงเวลาที่ต้องแชร์ประสบการณ์ของตัวเองบ้าง เรื่องมีอยู่ว่า...

เคยได้ไปเรียนภาษาอังกฤษคอร์สสั้นๆที่นิวซีแลนด์อยู่พักนึง ไปอยู่กับโฮสที่เป็นคุณแม่ลูกสอง วันแรกที่เจอโฮสถามว่าเราทำอาหารไทยเป็นไหม เราบอกว่าเป็น เธอดีใจใหญ่เลย แล้วก็บอกว่าตัวเธอชอบอาหารเอเชียมาก แล้วก็พาไปเปิดคลังสมบัติที่เธอสะสมไว้ ซึ่งมันก็คือตู้เก็บวัตถุดิบในการทำอาหารนั้นแล เห็นผงปรุงรสสำหรับการทำอาหารเอเชียของหลายประเทศ ทั้งไทย อินโด สิงคโปร์ เวียดนาม ฯลฯ

ก่อนไปนิวซีแลนด์เราก็เตรียมตัวที่จะเอาอาหารไทยไปเผยแพร่อยู่แล้ว เลยซื้อผงปรุงอาหารไทยที่คิดว่าฝรั่งน่าจะพอรู้จักบ้าง อย่างชุดทำผัดไทย ผงปรุงต้มข่าไก่/เขียวหวานไก่ ต้มยำกุ้ง เป็นต้น อ่อ ที่ขาดไม่ได้เลยคือ มาม่าต้มยำกุ้งและน้ำพริกเผา สองอย่างนี้กะเอาไปกินเอง

เมนูแรกที่ทำให้โฮสกินคือต้มข่าไก่และไข่เจียว โฮสก็กินใหญ่ แต่ดูเหมือนลูกสาวจะเฉยๆ แต่ก็กินนะเพียงแต่ไม่ได้ชื่นชมจนตาโต แต่ก็ไม่ได้ยี้ ระหว่างกินข้าวเราก็เล่าให้เขารู้ถึงวัฒนธรรมการกินของไทยว่าเรามีวิธีกินข้าวยังไง การกินข้าวพร้อมหน้ากันในครอบครัวมันมีความหมายยังไงกับวัฒนธรรมไทยบ้าง และอื่นๆ ดีใจลึกๆที่ได้เผยแพร่ความรู้ความเข้าใจของวัฒนธรรมไทยให้ฝรั่งรู้

เมนูต่อมาเราทำแกงเขียวหวานไก่ให้ทานครั้งแรกทำให้ทานคู่กับขาวสวย(อ่อ ลืมบอกไป โฮสเราเค้าหุงข้าวเป็นนะ) ครั้งต่อมาเราทำสปาเก็ตตี้แกงเขียวหวานให้ทาน เมนูนี้โฮสดูจะชื่นชอบมาก เธอมายืนดูการทำอาหารและถาม แล้วก็ตกใจว่าอาหารไทยกินแบบนี้ได้ด้วยเหรอ เธอบอกว่าคิดว่าต้องกินเฉพาะกับข้าวสวยเท่านั้น เราก็บอกว่าอาหารไทยมันประยุกต์ปรับให้เขากับความชอบ รสนิยม และข้อจำกัดในพื้นที่ต่างๆได้ เธอก็เลยตาโตและรู้สึกสนุกบนทึ่งกับอาหารไทยขึ้นมา เราก็ยิ้มหน้าบานเลยสิ ในใจก็คิดว่า "อาหารไทยของฉันมันพิเศษใช่มั้ยละ โฮะ โฮะ โฮะ"

อาหารไทยมื้อใหญ่สุดที่ทำให้โฮสทานก็เป็นเมนูผัดไทยกับต้มยำกุ้ง มื้อนี้โฮสเราถามก่อนว่าคุณแม่ของเธอจะมาเยี่ยมหลานๆ เราพอจะสะดวกทำอาหารไทยง่ายๆให้คุณแม่เธอได้ชิมบ้างไหม เราก็บอกว่า โอเค จัดให้ โฮสบอกว่าเธอไปเล่าให้คุณแม่ของเธอฟังว่ามีเด็กไทยมาอยู่บ้านและทำอาหารไทยเป็น คุณแม่เธอเลยอยากลองกินอาหารไทยบ้าง เพราะโอกาสที่จะได้กินอาหารไทยฟรีๆแบบนี้ไม่ได้มีบ่อย จะกินอาหารไทยทีก็ต้องเสียเงินเยอะ เลยไม่ค่อยได้ทาน สรุปว่ามื้อนั้นเราต้องทำผัดไทยและต้มยำกุ้งสำหรับคน 6 คน (โฮสและลูกๆ คุณแม่โฮส แฟนใหม่ของโฮส และตัวเรา) โดยมีโฮสเป็นลูกมือช่วยจัดเสริฟ ตอนแรกเราก็คิดว่าจะเสริฟพร้อมกันทั้งผัดไทยและต้มยำกุ้ง แต่โฮสเราเขาจัดเสริฟแบบฝรั่งคือเสริฟซุป (ต้มยำกุ้ง) ก่อน โดยจะลงมือกินได้ก็ต่อเมื่อทุกคนนั่งโต๊ะครบแล้วเท่านั้น เราก็เลยต้องนั่งซดต้มยำกุ้งเปล่าๆไปกะเค้าด้วย ผลคือ ผู้ใหญ่ทุกคน ยกเว้นตัวเราขูดถ้วยต้มยำกันใหญ่ คุณแม่โฮสชอบมากๆ ถึงขั้นคว้ำถ้วยให้ดูว่า "ฉันกินจนเกลี้ยงเลยนะ ฉันชอบจริงจังมากนะ" เขาบอกว่าเป็นซุปที่ Healthy มากๆ ได้กลิ่นหอมๆของสมุนไพร มันทำให้เขารู้สึกดีมากๆ พอซุปหมดไป ก็ตามมาด้วยจานผัดไทย จานนี้ก็เกลี้ยงเช่นเดียวกัน จริงๆแล้วผัดไทยที่ทำมันยังเหลือนะ แต่ด้วยความที่อิ่มกันแล้ว โฮสเลยจัดการตักแบ่งใส่ห่อให้คุณแม่ของเธอกลับไปทานในมื้ออื่นต่อที่บ้าน ที่เหลือก็เก็บไว้ทานเอง แต่เราไม่ได้กินผัดไทยกระทะนั้นอีกเลยนะ เสร็จฝรั่งหมดเลย

ทุกครั้งที่ทำอาหารไทยให้โฮสทาน เธอจะค่อยมาถามถึงวัตถุดิบที่เราใช้ประกอบอาหาร มาดูวิธีที่เราทำซึ่งเราก็เลยบอกวิธีแบบไทยๆที่ทำๆกันอยู่ให้เขารู้ เช่น ตอนทำต้มยำกุ้งเราจะบอกเขาว่ามีสมุนไพรอะไรบ้าง และทำยังไงที่จะดึงรสชาติและกลิ่นหอมๆของสมุนไพรออกมาให้ได้มากที่สุด ฯลฯ เขาก็ดูตื่นเต้นและทึ้งไปตามระเบียบฝรั่ง พอถึงวันที่เราต้องจากลากลับมากทม. โฮสไปส่งเราแล้วก็กอดเราแน่นมากๆ เขาบอกว่าเขารักเรานะ แล้วมีน้ำตาปริ่มๆด้วย มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ ที่รู้ว่าฝรั่งเค้าชื่นชมชื่นชอบอาหารไทยและคนไทยอย่างเรา

นอกจากเราจะทำอาหารไทยให้โฮสตัวเองกินแล้ว เรายังไปทำอาหารให้โฮสของเพื่อนกินด้วย เอาไว้จะมาเขียนให้อ่านครั้งหน้านะคะ

ป.ล. นี่เป็นการเข้ามาแสดงความคิดเห็นในกระทู้ของพันทิพย์ครั้งแรกของเราเลยนะ ถ้ามันเยอะยาวไป หรือมีไรผิดไปก็ขออภัยด้วยนะคะ

จากคุณ : Natnicha28


อยากให้ Give คุณ Natnicha28 จังเลยครับ

เป็นความคิดเห็นครั้งแรกที่ยอดเยี่ยมไปเลยครับ อิอิ

ถ้ามีอมยิ้มแล้วมาทวง Give ที่ผมได้เลยนะครับ ^___^

จากคุณ : 7_Capable


ให้กิฟ คห. 988 ค่ะ

จากคุณ : PunPunJang2551


เป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆครับ คุณNatnicha28  ขอชื่นชมครับ ผมเชื่อว่าคนไทยที่อาศํยอยู่ต่างแดน และอยู่ในประเทศไทยทุกคน มีความเป็นทูตวัฒนะธรรม อยู่ในตัวทุกคน ไม่สิ..ต้องในสายเลือดกันทุกคน...ผมเชื่ออย่างนั้นครับ และนิสัยแบบนี้ จะพบได้เฉพาะคนไทยเท่านั้น...นั้นก้อคือ...การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ กับคนอื่น เห็นตนแก่ หรือคนที่กำลังลำบาก ต้องเข้าไปช่วยเหลือ มันจะเป้นไปโดยอัตโนมัต ทำโดยไม่รู้ตัว...ชนชาติอื่นนี้จะน้อยมาก และมีความเป็นมิตร และที่สำคัญ ก้อคือ คนไทยยิ้มได้ ทุกสถานะการ ไม่ว่าสุขหรือทุกข์ ทั่งนี้ทั่งนั้น เป็นเพราะเรามี ศาสนา ที่ดีขัดเกลาจิตใจ ....สอนให้รู้จักแบ่งปั่น..ถึงแม้ว่า..ข้อเสียของคนไทยจะขาดระเบียบวินัย... แต่เราก้ออยู่กันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ไม่มีที่ไหนเมือนแล้วครับท่าน ...ถึงใครจะว่าเราเป็นประเทศด้อยพัฒนาก้อเถอะ แต่เราก้ออยู่กันอย่างอบอุ่น...คำว่าประเทศพัฒนาแล้ว นี่ ผมไม่เข้าใจว่าเค้าวัดกันที่ความศิวิไล หรือวัดกันที่จิตใจ สำหรับผม...ถ้าวัดกันที่จิตใจ ผมว่าประเทศเรา...พัฒนาล้ำหน้า..กว่าเค้าเยอะครับ....
ส่วนเรืองอาหารไทยประยุกร์  เมนูที่ผมโปรดมากๆ  จะเป็น  ขนมจีนลาดด้วยกะเพราหมูสับผัดแบบฉ่ำๆนิดๆ โป๊ะด้วยไข่ดาว ครับ ใครไม่เคยลอง ผมการันตีครับ ว่าจะลืมสปเก็ตตี้ไปเลยครับทั่งยังราคาถูกกว่าด้วย ครับ..เป็นรายการ  1 ใน อาหารพิศดาร ของผมครับ ....อิอิ

จากคุณ : namoo007


ของผมเหตุการณ์เพิ่งเกิดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาครับ ที่ประเทศญี่ปุ่น
ช่วงเย็นในแผนกก็จะมีกินเลี้ยงกันที่ร้านอาหาร ระหว่างทางเดินไป เพื่อนในทีมก็ถามมาว่า
ทำอาหารไทยเป็นมั้ย เราก็พอทำเป็นบ้าง เพราะต้องทำกินเองตอนสมัยไปฝึกงานต่างประเทศ
เค้าก็เล่าให้ฟังว่าแฟนเค้าชอบทำอาหารไทย ชอบทำแกงเขียวหวานกับต้มยำให้กินบ่อยๆ
ตอนนี้กำลังฝึกทำแกงส้มอยู่ ผมก็บอกว่ายังมีของอร่อยๆน่าทำกินเองอีกตั้งเยอะนะ ลองดู
แกก็บอกว่า เดวรสชาติเป็นยังไง เดวจะมาเล่าให้ฟัง

พอตอนกินเลี้ยง ก้อคุยสัพเพเหระ จนมาเข้าเรื่องอาหารไทยอีก เค้าถามเราว่า รู้มั้ยว่า
แถวๆบริษัทมีร้านอาหารไทยบ้างรึเปล่า เราก็เพิ่งมาอยู่ได้ไม่นาน ก็ไม่รู้ แล้วสงสัยเค้ารู้ว่า
เราก็คงอยากกิน กลายเป็นว่า กินเลี้ยงกันคราวหน้าจะไปบุกร้านอาหารไทยกันเลยทีเดียว
รู้สึกดีที่มีคนสนใจอาหารไทยเยอะมากๆ

อีกเรื่องก็คืออาจารย์สอนภาษาญี่ปุ่น เค้าก็ชอบทำอาหาร เคยไปที่บ้านเค้า มีหนังสือสอนทำอาหารไทยเยอะแยะเลย
เค้าก็ถามเราว่าทำเป็นมั้ย ก็เลยบอกว่าเป็น เค้าเลยบอกว่าครั้งหน้ามาทำอาหารไทยกินกันนะ คราวนี้จะได้เผยแพร่
อาหารไทยอย่างจริงจรังละ ฮ่าๆ ถ้าไม่อร่อยนี่ตายแน่ๆ

จากคุณ : อนุสัญญาปลาทูนอนกอดกันในเข่ง


โอ้วววว ช่างเป็นกระทู้แนะนำที่ยาวนานมาก และเป็นกระทู้ที่รู้สึกว่าน่ารักเป็นบ้าเลยค่ะ

จากคุณ : kanoksiri


นับถอยหลังรอ ความคิดเห็นที่ 1000 อยู่ค่ะ

เข้ามาอ่านมาโหลดตลอด ย้อนกลับไปอ่านก็ช่วยคลายเครียดได้เยอะเลย ^^

จากคุณ : ชื่อที่ไม่มีใคร


..เรื่องแรกอยู่เมกา ทำผัดไทย ทำไปชิมไปแล้วก็ปรุงไป พอเสร็จก็เค็มจนขมกินไม่ได้ จะทิ้งก็เสียดายทำเกือบเต็มกะทะ ไม่เป็นไร เดินลงหอกะจะไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุดระหว่างทางเจอเพื่อนเกาหลี บอกจะไปหาข้าวกิน เราก็อะ อยากลองกินผัดไทยมั๊ย..ไม่ได้บอกว่าไม่อร่อย กลัวเขารู้ตัว เพื่อนก็ตามไป นางกินจนหมดกระทะ แถมชมว่าอร่อยมากๆ เลย ขอบใจมากนะที่เชิญ ...เราก็นะ ไม่เป็นไรจ้า เพื่อนกันๆ ...แต่ถ้าฉันกินได้คงไม่เหลือขนาดนี้หรอก 555 ...เรื่องที่สอง ระหว่างปิดเทอม เพื่อนไต้หวันมาขอพักด้วยชั่วคราวระหว่างหาหอพักใหม่ ทำอะไรสาวเจ้าก็กินได้หมด ปกติทำแล้วต้องแบ่งไว้กินวันอื่น มีนางมาอยู่ด้วย ทำแล้วก็หมด เปลืองจัง วันนึงก็ซื้อพริกแกงเหลืองหน่อไม้ดองแบบปักใต้มาทำ กะว่าทั้งเผ็ดขนาดนี้ แถมหน่อไม้ดองด้วยนางคงผ่านแน่...เรารึอุตส่าห์กินชามเดียวกะเก็บไว้กินมื้ออื่น เหลือเนื้อปลาแซลมอนตั้งหลายชิ้น ทิ้งหม้อไว้บนเตากะว่าอีกเดี๋ยวค่อยเอาใส่ตู้เย็น นางเข้าห้องมาถามว่าทำอะไรเหม็นจัง เราก็เออๆ เดี๋ยวจะเก็บแระ นางขอชิม คำเดียวเท่านั้น หันมาทำตาโตแล้วบอกว่าหิวมากยังไม่ได้กินไรเลย ขอกินหน่อยนะ เราน่ะอิ่มแล้ว แต่ท่าทางที่นางกินแล้ว เลยต้องกินอีกรอบ เพราะรู้ว่ายังไงก็ต้องหมดแน่ๆ ...วันนั้นน้ำแกงแห้งกันเลยทีเดียว 555 ...เรื่องที่สามเพื่อนอเมริกันผู้ชายย้ายมาอยู่ที่ไทย ตอนนั้นก็เรียนจบกลับมาจากเมกาแล้ว ช่วงแรกก็คิดฮอดสุกี้เอ็มเคอย่างแรง นัดเจอเพื่อนก็ไปเอ็มเค อีกสองวันนัดเจอเพื่อนกับรุ่นน้องอีกคนก็เอ็มเค จากนั้นนัดอีกทีไรก็เอ็มเค ไม่ก็ร้านศักดิ์จิ้มจุ่มที่เมื่อก่อนอยู่ข้างบิ๊กซี ราชประสงค์(ตอนนี้ใครรู้บ้างย้ายไปไหนแล้วร้านนี้) เพื่อนก็บ่น ยังงู้นยังงี้ จากนั้นก็ห่างกันไปเพราะย้ายมาทำงาน ตจว.ผ่านไป 1 ปี เจอกันอีกที เพื่อนมันทำบัตรสมาชิกเอ็มเคแล้วอะ เดี๋ยวนี้เพื่อนบอกว่ากินอาทิตย์ละครั้ง ไม่ค่อยเลยอะนะ เราก็ชอบมากยังไม่ลงทุนทำบัตรเลย แถมชอบหมูกระทะอีกตังหาก กินบ่อยกว่าเราคนไทยอีก 555

จากคุณ : - [ ]

จากคุณ : ส้มนี้ส้มจริงๆ


ใครจะได้ 999 กับ 1000 นะ อยากรู้จริง

จากคุณ : fukaze


ลูกค้ามาเลย์ แค่หน้าจีนทั้งคณะ เกือบ 10 คน  เราพาไปกินอาหารไทยแถวบางปู
สั่งพ่อครัว ว่าขอรสจัดแต่เผ็ดน้อยนะคะ  สำหรับต้มยำกุ้ง
พอพวกเค้าชิม  บ่นว่าอร่อย แต่ไม่เผ็ดเลย  
เราบอกง่ายมากค่ะ  สั่งพวงเครื่องปรุงราดหน้า  เทพริกป่่น 1 ช้อนเต็มๆ
เค้างงๆว่าทำได้ด้วยเหรอ  แต่พอกินใหม่ ยกนิ้วให้เลย กินไปเช็ดเหงื่อไป
บอกอร่อยมากๆ

แถมมาถ่ายรูปกันใหญ่

จากคุณ : หวานตาลเฉาะ


หลังจากเล่นกอล์ฟเสร็จ กลับมาบ้านพร้อมๆ เพื่อน มีฝรั่งมาด้วยคนนึง

คุณแม่ถามว่า "ทานอาหารว่างนะ" ว่าแล้วก็ยกมาให้หลังจากเสียเวลาทำให้

ทุกคนกินอย่างเอร็ดอร่อย โดยเฉพาะเจ้าฝรั่ง หลังจากกินไปแล้ว 4 จานใหญ่ๆ แกล้มเบียร์

เอ่ยปากชมไม่หยุดปากแล้วถามว่า "ไอ้นั่นอะไร อร่อยจริงๆ"

ผมบอกว่า "ไก่ทอด หั่นชิ้นพอคำ" บอกแค่ั้นแหละ แล้วก็กินต่อ



ไม่อยากบอกให้มันเสียความรู้สึก เพราะรู้ว่ามันต่อต้านรุนแรงว่า

"นั่นที่เอ็งกินน่ะตูดไก่ล้วนๆ" อิอิ

จากคุณ : thongprakai


เข้ามาอ่าน
ขอเลขสวยละกันคับ อิอิ

จากคุณ : ted_t1987


อ้าวพันหนี่งแล้วเหรอเนี่ย

จากคุณ : ตกตะกอน


^
^
คนที่ 1000 ยินดีด้วยค่ะ

ยังตามอ่านอยู่เรื่อยๆค่ะ ใครมีเรื่องดีๆมาแชร์กันอีกเยอะๆนะคะ

จากคุณ : ยืนงงในดงแมว


เพื่อนเราอีกคนมาจากอังกฤษชื่อแดรอล
เป็นสุภาพสตรีสาวสวย
แครอลเป็นคนไม่เรื่องมากอาหาร
อยู่อังกฤษก็ชอบทานอาหารไทย
มีอยู่วันเราอยากกินเต้าสวน
นึกออกมั้ยถ้าคนไม่เคยทานจะเห็นภาพอะไร
ก็คนที่เป็นหวัดแล้วสั่งขี้มูก
และแครอลก็คิดแบบนั้นจริง ๆ
เธอร้อง OH My GOD
แล้วเธอก็ทำหน้าแปลก ๆ
เราบอกลองชิมซิ
แครอลบอกไม่เอา กินไม่ลง
เราเลยบอกทานและจะเสียใจ
เราตักเข้าปากนึกได้ว่ามีปาท๋องโก๋ตัวเล็ก
รีบไปหยิบมาใส่กับเต้าสวน
พอแครอลเห็นปาท๋องโก๋ตัวเล็กของโปรด
แครอลชอบมากเวลาราดนมข้นลงไป
เธอเลยลองชิม
พอตักคำแรก เราก็รอลุ้น
เธอบอกว่าอร่อย
เต้าสวนกับปาท๋องโก๋ตัวเล็กช่างเข้ากันดีจัง
ไม่น่าเชื่อว่าจะอร่อย

จากคุณ : icebridy


ระหว่างอ่านความคิดเห็นก่อนพัน
ดอกไม้
ค่อย ๆ เลื่อนมาอ่านทีละบรรทัด ๆ ๆ
ในใจก็ลุ้นเรื่องราวเด็ด ๆ ของ 999 และ 1000
อืม.. มันจะเป็นยังไงน้า...
พอมาถึง 999 ....
แค่เนี้ยะ
แห้ว
ลุ้นอ่าน 1000 ต่อ......
แค่เนี้ย...
แห้วซะ
อูย... ทั้งฮาทั้งฉิวในหลอดเดียวกัน
ฮ่าฮ่าฮ่า
อิอิ เฮ้อ...

จากคุณ : มันเกี่ยวกับใครเนี่ย


^
555+
สงสัยคุณมันเกี่ยวกับใครเนี่ย หวังอาหารระดับ คห.800 อยู่ใช่ป่าวคะ ซุปเลือด

จากคุณ : wayo


พันห้า ><

จากคุณ : ผมไม่เลือกครับ


เคยพาญี่ปุ่นที่ไม่เคยกินอาหารไทยไปกินอาหารไทยในญี่ปุ่น

ถามเด็กเสิร์ฟได้ความว่ามีแม่ครัวเป็นคนไทย

ก็เลยบอกเด็กไปว่าขอรสชาติไทยแท้

สั่ง ต้มยำกุ้งน้ำใส ยำรวมมิตร ผัดไทย ไข่เจียว

พออาหารมาถึง ผมก็ตักต้มยำกุ้งใส่ถ้วยแบ่ง แล้วก็ง่วนตักให้ตัวเอง

เหลือบไปอีกทีพวกยกถ้วยต้มขึ้นซดแบบน้ำซุบ เฮ้ย! จะห้ามก็ห้ามไม่ทัน

พอลงคอไปเท่านั้นเพื่อนตะโกน คาไร้้้๊ๆๆๆ หน้าแดงกล่ำแถมเอาส้อม

ตักยำรวมมิตรกินคงเห็นว่าใสๆน่าจะไม่เผ็ด ใส่ปากแล้วก็ตะโกนอีก คาไร้้้๊ๆๆๆ

ไอ้เราจากที่จะห้ามก็นั่งหัวเราะท้องคัดท้องแข็ง

ทีนี้พวกนั่งนิ่งไม่กล้าลองผัดไทยกับไข่เจียว ผมต้องกล่อมอยู่ตั้งนานกว่าจะลอง

คีบผัดไทยกินตอนแรกก็คีบแค่เส้นสองเส้นแบบยังแหยงอยู่

พอรู้รสเท่านั้นแหละกินคนเดียวเกลี้ยง

ตอนหลังมาทำงานที่ไทยกินได้หมดแต่ขอไม่เผ็ดผักชีก็กินได้ เป็นญี่ปุ่นส่วนน้อยที่กินผักชี

ป.ล. คาไร้้้๊มาจาก karai แปลว่าเผ็ด

จากคุณ : Once in a while


สุดยอด กระทู้

ยาวนาน สนุกสนานเเท้  ^ ^

จากคุณ : คิลเลอร์


สมัครพันทิปครั้งแรก เพื่อมาแสดงความคิดเห็นในกระทู้นี้ โดยเฉพาะ

ชอบมากค่ะ ตามอ่านมาเป็นหลายเดือนแล้ว :)

เราไม่มีเรื่องจะเล่ามากเท่าไร (แต่อยากเล่า) เพราะไม่ได้ใกล้ชิดกับชาวต่าง

ชาติมากนัก

แต่ที่โรงเรียนเราค่อนข้างจะมีครูต่างชาติหลายคน มีคนนึงเป็นคนผิว

ดำ(เป็นผู้ชาย สอนดีมาก มีความเป็นครูสูงมาก ตั้งใจสอนมากๆ) ชอบทาน

ข้าวเหนียว หมูปิ้ง มากค่ะ เห็นซื้อหน้าโรงเรียน

ตอนเช้าแทบทุกวัน และตอนเที่ยงๆ จะเห็นอาจารย์ชอบ ไปซื้อผลไม้ (ที่แพ็ค

ถุง 5 บาท) ที่โรงอาหารกับอาจารย์ฝรั่งอีกคนนึงบ่อยๆ

(อาจารย์มีภรรยาเป็นคนไทยด้วย สงสัยคงให้ภรรยาทำอาหารไทยให้กินบ่อย ๆ ^^ )

จากคุณ : bambabaka (bambabaka)


โรงงานเราส่วนใหญ่จะเป็นอินเดีย และศรีลังกาค่ะ

วันนึง ที่โรงงานทำน้ำพริกปลาร้า แรก ๆที่ได้กลิ่น เค้าก็บ่นๆ ว่าเหม็นๆ กันนะคะ
พอลองเท่านั้นล่ะค่ะ โอ้ววว โหววว วันไหนทีี่มีเมนูนี้ เค้าตักไม่เกรงใจคนไทยข้างหลังเลย


ไม่รู้ว่ามาจากศรีลังกา อินเดีย หรือว่า อิสานบ้านเราๆ ก็ไม่รู้

คิดแล้วก็ยิ้มค่ะ ไม่คิดว่าเค้าจะชอบ

จากคุณ : KAOJA


อ้าว... เรา 1010 เลขสวย
ตามอ่านเหมือนกันแต่ไม่ค่อยได้เม้นท์ มัวขำค่ะ 5555

จากคุณ : ปีย่า


รอ 1111

จากคุณ : wongkran


ขอแชร์บ้างค่ะ เกี่ยวกับข้าวเหนียวหมูปิ้ง
ปกติเรากินแบบ...งับหมูปิ้งคำ+จ้ำข้าวเหนียวคำ
เฉลี่ยความอร่อยไปด้วยกัน ถ้าหมูปิ้งเจ้าไหนชุ่มๆ ก็เหลือข้าวเหนียวปั้นสุดท้าย หย่อนใส่ถุงหมูปิ้งซะ คลุกเคล้าน้ำซอสหมูปิ้งกับข้าวเหนียว นัวสุดๆ

นานแล้ว ประมาณ 8 ปีก่อน ระหว่างรอรถเมล์สาย 26 ไปมีนบุรี
ณ ป้ายแห่งนั้น เห็นฝรั่งผู้ชาย 1 คน อายุประมาณ 30กว่าๆ น่าจะเป็นครูสอนภาษาน่ะนะ
กำลังเพลินกับการกินหมูปิ้ง เค้ากินหมูปิ้งตุ้ยๆ หมด 3 ไม้ อย่างว่องไวจนเกลี้ยงเกลา จากนั้นก็ควักข้าวเหนียวถุงบักเอ้บขึ้นมา ฟาดตามหมูที่ลงท้องไปรออยู่แล้ว
เคี้ยวข้าวเหนียวอยู่ชั่วอึดใจก็หมด แต่ใช้เวลานานกว่ารูดหมูปิ้งเยอะ
ไม่รู้ว่าเค้าชอบกินแบบนี้เอง หรือว่าไม่เก็ทจริงๆว่าควรกินแบบไหน

เราก็อึ้งนิดๆ ยืนสงสัยอยากถามเค้ามากๆๆๆๆๆ
แต่ตอนนั้น ภาษายังไม่พัฒนาเท่าเดี๋ยวนี้ ก็เลยปล่อยผ่านแล้วแอบสงสัยเล็กๆมาตลอด
**สมัยก่อน ซื้อข้าวเหนียว 5 บาท ได้ปริมาณมากกว่าสมัยนี้เยอะแยะเลยนะ

จากคุณ : ก็มันอยากรู้


มาลงชื่อกระทู้ในตำนานค่ะ
ชอบทุกเรื่องจริงๆ สนุกมากๆ
รอเรื่องเล่าประสบการณ์ของคนต่อๆไปนะคะ

ขอให้กระทู้นี้อยู่คู่พันทิพตลอดไปf_thailand

จากคุณ : LadyIDE


เรื่องเกิดบนบีทีเอสครับ
วันนั้นผมขึ้นจากหมอชิต คนเกือบแน่นรถ  ผมก็ยืนๆใส่หูฟังฟังเพลงอยู่
สักพักเหลือบไปเห็นฝรั่งชายหญิงคู่หนึ่ง สะพายเป้พะรุงพะรังโหนรถอยู่
ฝรั่งผู้หญิงสะกิดผู้ชาย  ผู้ชายทำสีหน้าประมาณ "เฮ้ ไม่เอาน่าที่รัก"(ผมไม่กล้าจ้องนานเพราะยืนไม่ไกลกัน)
ฝ่ายหญิงก็สะกิดเรื่อยๆ ทำหน้าวิงวอน (นี่ขนาดไม่ค่อยสังเกตนะ 555 เจือกดีแท้)
สักพักผู้ชายค่อยๆย้ายเป้มาสะพายด้านหน้า รูดซิปออก ฝ่ายหญิงล้วงมือเข้าไปขยุกขยิกๆ
ไอ้เราก็จ้อง สงสัยว่าล้วงอะไรกัน

วิ้งงง!! สิ่งที่เธอเอาออกมาจากถุงในกระเป๋าคือ แคบหมู!!! แบบแท่งๆที่มันจะม้วนๆหน่อยอ่ะครับ
หล่อนค่อยๆบรรจงงอข้อมือตามความโค้งของแท่งแคบหมู สงสัยกลัวจะหัก แล้วกินแบบเรียบร้อยๆ

ผมเผลอขำออกมาเบาๆ แต่ไม่ใช่เลยย เพราะคนข้างๆและฝรั่งสองคนนั้นหันมามองง
ลื้มมมมม ว่าใส่หูฟังอยู่คงจะขำเสียงดังไปหน่อยย  แฮ่ๆ ^^"

จากคุณ : kimmujji3


ขอลงชื่อด้วยคนนะครับ กระทู้นี้สนุกมากๆเลย

จากคุณ : WauPAK-66


เอารูปอาหารที่ชาวต่างชาติบางคนยี้กลิ่นแต่กลับชอบกินมาฝากค่ะ

ตำลาว

จากคุณ : จางเอินฮุ้ย


ตะก่อนมีเพื่อนฮ่องกงมาเที่ยวเลยพามานอนบ้าน คือคนฮ่องกงเราคิดว่าส่วนใหญ่จะคุ้นกับเมืองไทย ที่นู๊นคนไทยก้อเยอะ อาหารไทยก้อเยอะ แต่ยังไงก้อยังไม่กินเผ็ดกันสักเท่าไหร่ วันแรกที่มา พาเดินไปโชคชัย4 เพราะอยู่แถวบ้าน พาไปนั่งกินข้าวตามสั่ง เราก้อสั่งต้มยํา ผัดเผ็ดมะพร้าวอ่อนไรงี้ให้เค้ากิน เพื่อนเราก้อบอกอร่อยดีนะ แต่กินได้ไม่เยอะ เหมือนไม่ได้ชอบไรมาก เพราะว่ามันเผ็ดมาก 55555้ เพราะมันกินแต่นํา แล้วปากแดงไปหมดดด ฮามาก แล้วก้อพาไปเดินโลตัส เพื่อนเราเดินไปตรงนํ้าปลาเลย หยิบทิพรสขวดเล็กๆมันบอกน่ารักดี จะซื้อไปฝากพ่อ 5555 เหมือนพ่อชอบกินแล้วก้อซื้อโก๋แก่เยอะมากกกกกกกกกกกก เต็มรถเข็นเลย ประมาณว่าชอบกิน เอาไปฝากคนที่บ้านกับเพื่อน แล้วจําไม่ได้ว่าพาไปกินไรอีก แต่ดูเค้าก้อเฉยๆนะ ไม่ได้บอกชอบไรเป็นพิเศษ แบบกลัวเผ็ดกินไรก้อไม่ค่อยประทับใจ ไม่กล้ากินไรงี้

แต่มีคืนนึง เราหิวข้าวยังไม่ได้กินข้าว ก้อชวนเค้าเดินไปตรงตลาดในซอยบ้าน เราไปนั่งกินผัดไท เราก้อถามนะ ว่าคิตตี้(เค้าชื่อคิตตี้)กินป่ะ มันก้อบอกไม่เอาไม่กิน คะยั้นคะยอให้กินก้อไม่กิน ประมาณจะไดเอทดึกแล้ว พอสั่งมาเราก้อนั่งกิน ปรุงรสตามใจเราเลย เปรี้ยวหวาน มะนาวนํ้าส้มระดมใส่ แล้วก้อพริกกับถั่วอีกนิดหน่อย มันก้อมอง แล้วก้อขอชิม เราก้อให้กิน ปรากฏว่า ชิมไม่หยุด เราก้อคิดในใจ อิคิตตี้หนายยยยเมิ่งงงงงบอกไม่แหลกกง้ายยยย มันนนนจะหมดจานแล้ว กินไปสักพักเหมือนเริ่มสํานึก มันหันมาซอรี่เรา 55555 บอกอร่อยมากกกกกกกก หยุดไม่ได้ 555555 เราก้อเลยสั่งจานใหม่มากิน มันก้อคงแย่งเรากินต่อเนื่อง มันบอกอร่อยมากๆ เคยกินผัดหมี่ แต่ไม่อร่อยขนาดนี้ หลังจากกลับไป คุยกันก้อบ่นอยากกินอีก ประมาณว่าอร่อยมาก ติดใจ


อ้อ แล้วก้อเคยมีเพื่อนของเพื่อนคนญี่ปุ่น มากันสามคนแล้วมีแม่เพื่อนมาด้วย พาไปเที่ยวกัน แต่ญี่ปุ่นกินได้หมดเลยนะ อาหารไทย ชอบมาก พาไปกินแต่อาหารไทย กินกันนี่ตักไม่ยั้ง อะไรก้ออร่อย แล้วอาอี๊เพื่อนเราซื้อผลไม้ให้ไปกินรถตู้ตอนไปเที่ยวอ่ะ มังคุด ทุเรียน กินแหลก บอกอร่อยแถมถูกด้วย จริงๆเพื่อนเราตั้งใจเลี้ยงเค้านะ แต่เค้าเห็นถูกมากอ่ะ แม่เพื่อนก้อเลี้ยงออกให้ บอกไม่แพงๆ

จากคุณ : คนแรกของหัวใจ คนสุดท้ายของเรา.


"อิคิตตี้หนายยยยเมิ่งงงงงบอกไม่แหลกกง้ายยยย" เจอท่อนนี้เข้าไปฮาก๊ากเลยครับ ฮ่าฮ่าฮ่า

จากคุณ : Namor FC


เห็นรูป คห.1016 แล้วเปรี้ยวปากมากอ่ะ  อยากกิน

จากคุณ : PunPunJang2551


ตอนไป Work & Travel นี่ ก็เพิ่งรู้ว่าอาหารไทยเราดังมากๆ
ได้ไปทำงานที่ห้างสรรพสินค้า เป็นผู้ช่วยแคชเชียร์ คอยแพ็คของลงถุง

ห้างที่ทำที่เดินสำรวจนี่ จะมี เส้นผัดไท ไม่แน่ใจว่าแค่เส้นหรือพร้อมทำได้เลย กับ น้ำจิ้มไก่สูตรหวาน ขาย

ที่รู้ๆเส้นผัดไท จะขายค่อนข้างดี เวลามีคนมาซื้อ แคชเชียร์ฝรั่งที่สนิทๆกัน ก็จะชอบเอาเส้นผัดไท มาวางตรงหน้า แล้วชี้ให้ดูว่า นี้มันของประเทศยู น่ะ อะไรแบบนี้

แล้ว เวลาพักกลางวัน ฝรั่งจะกินแต่อาหารแช่แข็ง เด็กไทยก็ทำข้าวกล่อง ไปเวฟกิน
ห้องอาหารที่กินมันก็เล็กๆ กลิ่นมันก็ฟุ้งไปหมด
มีวันนึงป้าฝรั่ง ก็บอก กลิ่นมันหอมมากเลย ผมก็ยิ้มๆ ไ่ม่กล้าบอกให้ชิม เพราะผัดมามั่วๆ 55

เพื่อนร่วมงานก็ชอบขอให้ลองทำอาหารไทยให้กิน แต่มันไม่ค่อยมีส่วนผสมเท่าไหร่

มีวันนึงเพื่อนร่วมงาน2 คนมา ลองกินที่บ้านจำไม่ได้ว่ามีอะไรบ้าง แต่เค้าบอกเค้าชอบมาก

วันทำงานเพื่อน 2 คนนั้น ไปบอกเพื่อนฝรั่ง บอกว่าไปกินมาแล้วอาหารไทยอร่อย

ฝรั่งแกรีบเดินไปหาเพื่อนผมบอก วันนั้นเค้าไม่ว่างพอดี เค้าอยากลองกินบ้าง
เลยทำหมูกระเทียมง่ายๆ ไปให้กิน
อีกวันมาบอกอร่อยมาก amazing มันทำยังไง

ฝรั่งที่สนิทๆเคยพาไปกินอาหารที่โบสถ์ เป็น เสต๊กปลาทอด
แล้วเค้าก็แนะนำคนนู้นนั่นนี่ให้รู้จัก มาแนะนำ คนนึงเป็นพ่อครัว ที่ำทำอาหาร
ประโยคแรกที่เค้าพูดคือ เค้าถามว่า ปลาทอดของเค้ากับปลาทอดไทยมันต่างกันยังไง เค้าอยากรู้ โอว้ ผมก็ตอบได้แค่ว่าส่วนผสมของเราเยอะกว่า แบบ งูๆปลาๆ

จริงๆ ถ้าเทียบกับทางฝรั่ง นอกจากเรื่องอาหาร ผมว่า เรามีน้ำใจกว่าเยอะ
ตอนทำงาน จะมีเพื่อนร่วมงานแก่ๆ ผม ไม่ก็เพื่อนทั้งผู้หญิง ผู้ชาย จะคอยช่วยตลอด
ถึงภาษาอังกฤษเราจะงูๆปลาๆ ชอบพูดภาษาไทย แรกๆก็คิดว่าเค้าคงจะไม่ชอบแน่ๆเลย สื่อสารกันยาก
ไปๆมาๆ ตอนเรากลับ นี่พวกลุงๆป้าๆ ฝรั่ง นี่ชมพวกเราเยอะมาก บอกพวกเราขยัน มีน้ำใจ ตลอดเวลาที่ทำมาพวกเราทำหน้าที่ได้ดีมาก โอว้!! เล่นเอาเพื่อนผมเกือบน้ำตาไหล บางคนวันกลับขับรถมาหาที่บ้าน ไม่ก็มาทำกับข้าวของเค้าให้กิน พาไปเที่ยวบ้านเค้า ขับรถไปส่งที่ท่ารถอีกตอนกลับ

ปล. KFC ที่เมกา ห่วยแตกมากจริงๆครับ อุตส่าเดินอ้อมไกลไปกิน โครตผิดหวัง

จากคุณ : วิoล่า


อีกเรื่องพอกลับมาปุ๊บทำงาน

มีฝรั่งเป็นหัวหน้าเลย บินมาจากยุโรป

ชื่อ ไมเคิล เป็นคนกินง่ายมากกินได้เกือบหมด

แต่ดูแล้วจะชอบกินผัดกระเพราเป็นพิเศษ แถมยังสั่งพริกน้ำปลาเป็นด้วย!! ผมตกใจเลย

ตอนไปกินข้าวสั่งกระเพราะ เด็กเสิร์ฟไม่เอาพริกน้ำปลามาให้ มีการทวงอีก ผมแบบเห้ย!!

หัวหน้าที่เป็นคนไทยชอบแกล้ง พอสั่งให้ ชอบหันไปบอกบ๋อยว่า เอาเผ็ดๆมาเลยน่ะ

แต่เฮียแกซัดเกลี้ยงเลย กินเผ็ดเก่งกว่าคนไทยอีก

ด้วยความที่ไมเคิล มันกินง่ายเกินแด๊กได้ทุกอย่าง พาไปกินส้มตำ อะไรมันก็กินได้

เลยแอบรู้สึกว่ามันคงไม่ได้ชอบหรือติดใจอาหารไทยเป็นพิเศษ

ตอนหลังเฮียแกโดนสำนักงานใหญ่ส่งไปที่อินเดียต่อ

หัวหน้ามาเล่าให้ฟังว่า วันกลับไมเคิล มันบ่นใหญ่เลย มันไม่อยากไปอินเดีย มันอยากอยู่ที่นี้

เฮียแกบอกว่าอาหารไทยอร่อย ถูกด้วย ทะเลไทยก็สวย ไม่อยากไปอินเดีย มันต้องเหม็นมากแน่ๆเลย อยากอยู่ที่นี่มากกว่า จะขอให้หัวหน้าใหญ่ที่ไทย ทำเรื่องให้มันอยู่ที่นี้อีกได้มั๊ย บ่นๆๆ

โอว้ มารู้ทีหลังว่าจริงๆเฮียไมเคิล แกต้องอยู่ไทยแค่ 6 เดือน แต่แกขออยู่เพิ่มอีก 4 เดือน อ้างว่ายังทำไม่เสร็จ พอครบกำหนดแล้วยังจะขออยู่ต่ออีก แกคงติดใจมากจริงๆ

จากคุณ : วิoล่า


แชร์อีกนิดนึง ไปฮ่องกงเมื่อ2วันก่อน ขาออกจากไทยนักท่องเที่ยวฮ่องกงถือข้าวเหนียวมะม่วงขึ้นเครื่องกันเกือบทั้งกลุ่ม (สิบกว่า ) คนที่นั่งติดกับผม 2 คนซื้อคนละสองกล่อง และแอบเปิดชิมคนละคำแล้วปิดฝาไว้เหมือนเดิม สงสัยจะกลัวหมดก่อนถึงที่บ้าน

จากคุณ : - (Autumn 0215)


เอาอีกๆๆๆ

จากคุณ : add_2495


เราว่าอาหารไทยเป็นอาหารที่มีมิติมากที่สุดในโลกแล้วค่ะ เกือบๆทุกเมนูของอาหารไทยสามารถมีได้ทุกรสชาติในจานเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น เปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด หรือแม้แต่จะปรุงไปในรสชาติใด รสชาตินึงตามที่เราชอบ โดยที่อาหารก้อยังคงอร่อยอยู่เหมือนเดิม และรสชาติกลมกล่อมด้วย แถมหากบางเมนูที่เราทานๆอยู่มันเลี่ยน ก้อมีเมนูอื่นมาตัดความเลี่ยนได้ อาหารชาติอื่นส่วนใหญ่ มีรสชาติตายตัว ไม่เลี่ยนก้อจืด ยิ่งอะไรที่เลี่ยนๆ แม้กินคําแรกๆจะอร่อยแต่ยิ่งกินมันยิ่งเลี่่ยน สุดท้ายจะอิ่มแบบเลี่ยนๆ ไม่ก้อยิ่งกินยิ่งเลี่ยนจนกินต่อไม่ไหว ไม่เหมือนของไทยอร่อยจนคําสุดท้าย และที่สุดคือข้าวหอมมะลิของเมืองไทยอร่อยที่สุดในโลกแล้ว กินกับอะไรๆก้ออร่อย :)

จากคุณ : คนแรกของหัวใจ คนสุดท้ายของเรา.


เชฟฝรั่งถ้าเจอโจทร์ ให้ทำของเหลือในตู้เย็นหรือของราคาถูกๆ ให้เป้น อาหารรสเลิศ...นี่ไปไม่เป้นเหมือนกันนะครับ เพราะเค้าจะเนินแต่วัดถุดิบชั้นเลศเท่านั้นนั้นคือเคล็ดลับของเค้า ....แต่สำหรับคนไทยหรอ ...แม้แต่มาม่า...ซองละ 6 บาท ก้อสามารถนำมาพลิกแพรง ให้เป็นอาหารรสเลิศได้ ...ชนิดทีฝรั่ง งัย งง  กันมาแล้ว 55555

จากคุณ : namoo007


อย่างสมัยก่อนโน้น ขณะที่เรียนอยู่เมืองนอก เวลาทำอาหารทานเองมักจะมีเพื่อนมาเยี่ยมๆ มองๆ ราวกับว่า กินอะไรอ่ะ แล้วทำจมูกฟุดฟิด

พอเรากินเอาก็กินคนเดียว ทำอะไรง่ายๆ เช่นบะหมี่(2 ก้อน ไม่ต้องใส่เครื่องปรุง) กับพะโล้หมูกระป๋อง และผักตามใจชอบ พอทำเสร็จชามเบ้อเริ่ม

ไม่ให้ไอ้ฝรั่งมันกิน อิอิ เรากินคนเดียว  มันมองด้วยความอิจฉา จนในที่สุด ด้วยฝีมืออันฉกาจ บวกกับความตะกละของมัน ก็เลยต้องทำ

จะมีอะไร ก็ไข่เจียวฟูๆ มีรสชาตินิดหน่อย มันก็กลายเป็นไข่วิเศษได้

หมูผัดพริกหยวก เอาแบบมีรสนิดๆ ใส่น้ำปลา ผสมซี่อิ้วมั่วๆ

หมูผัดกะเทียมพริกไท แบบนี้หมูๆ ไม่ต้องทำก็อร่อย ใส่ซ้อสตามใจชอบ ไม่ให้รสจัดเกินไป

แกงจืดก็เอาสารพัดผักที่นึกได้ โรยด้วยเกลือ น้ำปลา มะเขือเทศ หัวหอมใหญ่ แค่เนี้ยมันก็วิเศษกว่าไหนๆ

อาหารที่มันไม่เคยกิน แต่ต้องมั่นใจว่าอร่อย มันอุทาน หลังจากชิมไปคำเดียวว่า "โอ้ มาย ก้อด ยู อาร์ แอน แองเจิ้ล" ขนาดข้าวเปล่าร้อนๆ เนี่ยนะ

ผมว่าขนาดที่ทำธรรมดาแล้วนะ แต่ชามและจานโตๆ มันยังฟาดหมดไม่เหลือหรอ พอถามว่า สูตรมีอะไรบ้าง ตายล่ะซี  

"จำบ่ได้แล้ว" อิอิ

จากคุณ : thongprakai


ยังดีนะที่ไม่ได้มาชิมตูดไก่ทอดว่ามันนุ่ม กรอบ จะอร่อยแค่ไหน แม่ผมน่ะผมยังเป็นรองเรื่องมั่วนะ

จากคุณ : thongprakai


กลับมาอ่านรอบที่สาม เพราะเห็นว่ากระทู้อยู่ยงคงกระพันมากๆ
ของเราไม่เคยมีประสบการณ์เท่าไหร่ แต่จำได้ว่า ตอนเรียนมัธยมอาจารย์วิชาภาษาอังกฤษพาไปนอกสถานที่ แล้วให้เราไปสัมภาษณ์ฝรั่ง ถามว่าคุณชอบอาหารไทยไหม ตอนนั้นเจอพ่อแม่ลูก ลูกชาย 8-9 ขวบรีบตอบเลยว่า spicy spicy แต่เขาก็บอกว่าอร่อย เขาชอบ แต่เผ็ด

ว่าแล้ว เราไปผัดกะเพรากินดีกว่า 555+

จากคุณ : ฟ้าไม่ให้มีรัก


มีเพื่อนเป็นคนจีน มาทำงานที่ไทย
พาไปกินข้าวสั่งข้าวผัด แล้วตักพริกน้ำปลาราด
เราก็กะห้ามว่ามันเผ็ด เห็นอาหารจีนปกติไม่เผ็ด
แต่เค้าบอกว่าเค้ากินได้ เค้าอยู่จีนทางใต้
หลังๆ มาไปเดินกินข้าวเองคนเดียว กินทุกร้านเลย
ผลไม้ซื้อมาเต็ม
เค้าบอกอาหารไทยอร่อยมาก

จากคุณ : Apple2u


อาหารไทยฮิตแบบนี้ ถ้าเราช่วยกันซื้อวัตถุดิบ เครื่องปรุงที่ผลิตจากเมืองไทยก็ช่วยส่งเสริมเศษฐกิจบ้านเราได้เยอะเลยนะคะ ^^

จากคุณ : ชื่อที่ไม่มีใคร


มาลงชื่อ กระทู้ในตำนานอีกกระทู้

จากคุณ : TARASIN


ตลาดวายหรือยังคะ...........

จะเข้ามาแชร์ประสบการ์ณของทางญาติสามีเรา นั้นคือ คุณแม่สามีค่ะ
เรื่องของเรื่องคือ เราเอาขนมปังไปนึ่งแล้วทำสังยาใบเตยไปด้วย ตอนทำไม่มีใครอยู่หรอก แต่พอตอนกินนี้ซิ เราวางสังขยาใส่ในถ้วยแล้วคุณแม่สามีเดินเข้ามาว่า

แม่ : นี้เธอ ที่หลัง:-)เสลดลงทิชชู่นะ ไม่ใช่ใส่ในถ้วยแบบนี้ น่าเกียจ
เรา: เสลดอะไรค่ะ
แม่ :(เห็นเราเอาขนมปังมาจิ้มสังขยา) ทำอะไรน๊ะ
เรา :กินไง
แม่ :ยี้ๆๆ เธอจะกินเสลดหรอ
เรา :ไม่ใช่แม่ มันคือคัสตราดไง คัสตราดสไตล์ไทยๆๆ ลองไหมคะ หนูทำไม่หวานนะ
แม่ :ทำท่าเหมือนจะอ๊วก
พอดีสามีเราเดินมา จ๊วกขนมปังใหญ่ เธอเลยลองบ้าง
แม่ :ชั้นจะกินยังไงล่ะ พึรึกประเทศ ทำอาหารเหมือนเสลด (เข้าเอาเข้าปาก ) อืม.... อร่อยแหะ ไม่นึกว่าเสลดจะหอมขนาดนี้
เรา: เอ่อ..แม่ค่ะ เค้าเรียนกว่า คัสตราดสไตล์ไทยคะ

จากคุณ : lonelymeki


ชอบ ๆ @lonelymeki "พิรึกประเทศ"

จากคุณ : มันเกี่ยวกับใครเนี่ย


อ่านมาราธอนมาก กระทู้นี้ 2 วันเลยทีเดียว ^ ^!

อ่านกระทู้นี้แล้วลืม ซีรีย์เกาหลีที่ดูค้างอยู่ ไปเลยอ่ะ  สุดยอด ^ O ^

จากคุณ : ยัยหนูลูกสาว


ใครที่ไปพัทยา (ไม่รู้ใต้หรือหนือ) คงต้องไปกันบ้างแหละ แต่เมื่อก่อนมันเคยเป็น อย่างเช่น

ผัดผักบุ้งลอยฟ้า ผมก็เคยไปกิน พาเพื่อนฝรั่งไปด้วย มันมองแล้วตะลึง มองไปก็มองมา

เห็นผักบุ้ง ลอยข้ามถนน(ซอย) (แต่คงต้องคอยไม่มีคนแล้วมั้ง) คนผัดเสร็จก็จะโยน(จากกระทะ)

ใส่จาน อาตี๋ต้องมีฝีมือในการรับโดยไม่ให้หก แล้วเอาไปส่งให้ลูกค้า

ผมเคยสั่งต้มยำกุ้ง แต่มันบอกว่า ลอยไม่ได้ มาได้บนบก อิอิ

สรุปแล้ว ไอ้ฝรั่งมันไม่ได้กิน เพราะมัวแต่มองผักบุ้งข้ามไปข้ามมาด้วยความอัศจรรย์ใจ

จากคุณ : thongprakai


เราไม่มีเพื่อนชาวต่างชาติเลยมีแต่เรื่องของเพื่อนเลยเอามาแชร์เรื่องพึ่งเกิดเมื่อวันอาทิตย์
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
ขณะกำลังเขียนปิดยอด เด็กๆกำลังเก็บล้างเครื่อง
เรา :สวัสดีค้าบ สั่งได้แต่เครื่องดื่มนะค้าบครัวปิดแล้ว (ก้มหน้าก้มตาเขียนปิดยอด)
ลูกค้า :......(นั่งที่โต๊ะแล้วเงียบไปกันทั้งสองคน)
ลูกค้า :(สักพักผู้หญิงเดินมาหาที่โต๊ะ พร้อมพูดว่า) Do you have ส้มต๊ำ.
เรา :(เงยหน้าไปมองแบบงงๆ)No, We have just soft drink and coffee.
ลูกค้าพากันเดินออกไป ฮากันทั้งร้าน 55555 มองร้านกาแฟเป็นร้านส้มตำเนี่ยนะ
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
ท่าทางลูกค้าชาวต่างชาติจะติดใจส้มตำจนลืมมองชื่อร้านกันไปเลย หรือเค้าจะคิดว่าส้มตำมีขายทุกที่
--------------------------------------------------------------------------------------------------------

จากคุณ : kawaiialanoda (Kawaiialanoda)


เข้ามารอตอนต่อไปครับ :)

จากคุณ : ปะป๊าน้องจุน


อยากอ่านอีกครับ

จากคุณ : add_2495


อ่านกระทู้นี้แล้ว สนุกมากครับ smile

จากคุณ : กรประเสริฐ


เพื่อนผมชาว ออสซี่ ตลกมากครับ อย่างที่พวกเราทราบๆกันว่า ฝรั่งนั้นจะไม่ชอบทานกระดูกและเส้นเอ็น  หรือเนื้อติดกระดูก เช่น หมู ไก่ เนื้อ แต่ผมและอาจมีคนไทยหลายคน ชอบกระดูอ่อน หรือเอ็นตุ๋นอะไรทำนองนั้น

ผมพาเพื่อนไปทานข้าวต้มกุ๊ย เพื่อนผมอยากให้ผมแนะนำเมนูแบบไทยๆที่ผมโปรด ผมจึงจัดเมนู ต้มยำซุปเปอร์ หรือต้มยำตีนไก่ นั่นเอง อิอิ

พอพนักงานเอามาวางบนโต๊ะ เพื่อนผมทำหน้าแบบ พระเจ้าช่วย!!! จริงหรือนี่ นายจะกินตีนไก่เนี๊ยนะ 5555

ผมบอกเค้าว่านี่แหละของโปรดผม ด้วยความที่เค้ากลัวผมเสียน้ำใจ จึงขอแค่ชิมน้ำ และเห็ดที่ปรุงประกอบมา ผมแอบสังเกตว่าเค้าพอใจรสชาติ ด้วยความรู้สึกที่กล้ำกลืนเต็มทน ฮ่า ฮ่า

ผมรู้ว่าเค้าไม่กล้าทานแน่ๆ แต่ผมก็ตั้งหน้าตั้งตา ตักตีนไก่เข้าปาก ดูดกระดูกอ่อน เส้นเอ็น จ๊วบๆๆ แถมเอากระดูกไก่ออกมากองข้างจาน

ทำให้เพื่อนคงสงสัยและอยากลอง จึงใช้ความกล้าตักตีนไก่ใส่จาน แบบเงียบ ผมทำเป็นไม่สนใจ เพราะไม่อยากให้เค้าเครียด ฮ่า ฮ่า

เพื่อนผม ใช้ช้อนตัดตีนไก่ที่เนื้อล่อนกำลังดี ตักเข้าปาก......... และ......ใช้มือรูดขาไก่อกจากปาก 555555

คุณจะเชื่อผมไหม เราจบเมนูนี้ ที่ 4 ชาม ต้นยำตีนไก่ 4 ชาม 5555  เพื่อนผมขอบอกขอบใจผมมาก ที่พาเค้ามาทานต้มยำตีนไก่ ฮ่า ฮ่า

แถมมีการถ่ายรูปลง FB ส่งให้เพื่อนได้ Amazing!! กันยกใหญ่ 555

ไม่ต้องบอกก็รู้นะครับว่าเพื่อนผมประทับใจ ต้มยำตีนไก่แค่ไหน อิอิ

ปล.มีอีกนะครับ วันหลังจะเล่าเมนูอื่นๆอีก ...........

จากคุณ : Is Me177


มีเพื่อนชาวอิตาลีเคยมาเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่เชียงราย
ไม่ได้ยี้อาหารไทยนะคะ แต่ออกแนวชอบมาก ทั้งส้มตำ ข้าวเหนียว น้ำพริก ผัดไทย ผัดผักบุ้ง ขนมก็ชอบโดยเฉพาะกล้วยแขก
ตอนนี้อยู่อิตาลีอยากกินข้าวเหนียวมาก แต่อยากทำเอง ถึงขั้นดูวิธีทำในยูทูป แล้วก็ทำสำเร็จจนได้ ทึ่งในความพยายามจริง ๆ
อีกวันไปหาซื้อน้ำปลา บอกว่าอยากทำต้มข่าไก่ ได้น้ำปลามาแล้ว ส่วนอย่างอื่นเช่นพวกตะไคร้ ข่า กลับไม่มีขาย บ่นเสียดายอยู่เลย
เลยถามว่าอาหารไทยมีอะไรใส่แต่น้ำปลาบ้าง บอกไปว่างั้นก็ไข่เจียวละกันนะ ง่ายสุดแล้ว ไม่รู้ป่านนี้จะได้ทำรึยัง

จากคุณ : กระจิบกลางทุ่ง


เคยเข้ามาอ่านแรกๆ ตอนเห็นว่าขึ้นประทู็แนะนำ ก็สนุกดีนะ เรียกรอยยิ้มได้

กลับมาดูตอนปีใหม่ เฮ้ย! มันยังอยู่เว้ย แล้วก็ ไม่ได้เข้ามาอีก

จนตอนนี้ว่างๆเลยมาอ่าน........ ศิริร่วม ประมาณ 8 ชั่วโมง แทบตาย 55555

ตาจะบอดเอา -*-


เล่าบ้าง แต่ไม่ข้องเกี่ยวข้องนะ ^^

สมัยเรียนปอตรี. มีเพื่อนเป็นนักศึกษาญี่ปุ่นอยู่คน ชื่อไดจิ แนะนำตัวอะไรหน้าห้องเสร็จก็มานั่งใกล้ๆกลุ่มเรา แล้วมันมีงานกลุ่มต้องลงพเก็บข้อมูลภาคสนามตจว. เพื่อนในกลุ่มเลยชวนไดจิเข้ากลุ่มด้วย ไอ้เราก็อย่างยิ้มเลยงานนี้ตูได้ฝึกพูดอังกฤษแน่ๆ จะได้เก่งๆ แฮะๆๆๆ


ป้าดดดดดดดดดด พ่อคุณพูดไทยเก่งมาก แต่พูดอังกฤษไม่ได้เลย กรักๆๆๆๆ เราคิดไปเองว่าเขาน่าจะพูดอังกฤษได้เพราะเป็นภาษาสากล

แล้วครั้งหนึ่งมีงานที่ต้องไปเชียงใหม่ ไปร่วมกีฬากระชับมิตรกับมช. ไดจิก็ไปด้วย ระหว่างวันฟรีๆวันหนึ่ง พวกเราก็นั่งรถไปเดินเล่นในเมือง พอเที่ยง ก็แวะเข้าร้านข้าวซอยร้านหนึ่ง พออาหารมาก็ก้มหน้าก้มตากินกันไป พี่แกกินหมดก่อนใครๆเลย ใช้ตะเกียบคล่องมากตามประสาคนญี่ปุ่น

ไอ้เราคนไทย กินอยู่นาน แถมกินไม่หมดด้วย -*- เพราะว่าเผ็ด รู้สึกเขินๆนิดหน่อยว่า อาหารบ้านตัวเองกลับกินไม่ได้ซะงั้นอะ 55555555

แล้วพอตอนลงพื้นที่ที่ว่ามีงานกลุ่มไปตจว.อะคะ อันนั้นไม่ค่อยมีอะไรเกี่ยวกับอาหารเท่าไร แต่ว่าตอนอาจารย์ให้ไดจิออกมาพูดเกี่ยวกับความรู้สึกที่ได้จากการลงพื้นที่ครั้งนั้น เขาบอกว่า

เขาดีใจมากที่ได้มาที่นี่ การลงพื้นที่ทำให้เห็นอะไรมากมาย และคนไทยใจดีมาก พอเข้าไปที่บ้าน(ไปถามข้อมูล) ก็ต้อนรับตลอด ตอบคำถามทุกอย่าง และยังเอาน้ำเอาอาหารมาให้กิน

ซึ่งถ้าเป็นที่ญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นจะไม่ทำแบบนี้ ถ้าจะมีคนมาถามถึงบ้าน เขาจะไม่ต้อนรับเท่าไรและจะเกรงๆ เขาเลยประทับใจมาก แต่แดดที่ไทยก็ร้อนมาก 55555 เดินทีหน้าแดง อาหารที่ไทยก็อร่อยมากๆ และราคาถูก ข้าวแกงที่ญี่ปุ่นในมหาลัยเขา กินข้าวบ้านเราได้ 3 มื้อ


แล้วเราก็ได้เจอเพื่อนญี่ปุ่นอีกคนตอนปอโท คนนี้เป็นผู้หญิงชื่อ มิกุ ไม่ค่อยสนิทอะคะ เจอแต่ในคลาส ได้มีโอกาสถามไถ่เล็กน้อย มิกุบอกว่า ปัจจุบันเธอเรียนเอก แต่พอดีอาจารย์ผู้สอนอยากให้ลองมาเรียนในคลาสนี้ดู เพราะอาจจะเกี่ยวกับวิทยานิพนธฺของเธอ ตอนปอโทเธอก็เรียนที่ไทย เราถามว่าทำไมถึงเลือกประเทศไทยละ เธอบอกว่าชอบ ชอบมาก แล้วก็ไปมาแล้วหลายทีมาก


ทั้ง 2 คน เหมือนกันนะ คือมาอยู่เมืองไทยระยะเวลาหนึ่ง ทำให้เขาเดินทางท่องเที่ยวไปหลายทีมาก ถามว่าทีนี้เคยไปไหม จังหวัดนี้เคยไปไหม ก็บอกว่าเคยแล้วๆ จนเรามาดูตัวเอง บางทีเรายังไม่เคยไปเลย 555555 ดีใจจังเวลาได้คุยกับคนต่างชาติ(ที่คุยกันด้วยภาษาไทยรู้เรื่อง5555) แบบนี้ เพราะเราเองก็อยากเรียนรู้วัฒนธรรมของเขาเหมือนกัน

จากคุณ : Piccalo_koz


อ่านถึง คห. 1042 ใช้อ่านเวลา 3 วัน ๆ ละ 3 ชม.
สุดยอดกระทู้แห่งปีจริง ๆ

ขอบคุณทุกความเห็นค่ะ ^_^

จากคุณ : ลูกนัทหน้าฝน


ถามใครว่า ดูหนังเรื่อง "เทวดาท่าจะบ๊อง" รู้สึกจะฉายที่สยามมั้ง นานแล้ว ผมเคยพาเพื่อนชาวญี่ปุ่น ไปดูด้วย

ทั้งๆ ที่มันฟังฝรั่งไม่ค่อยรู้เรื่อง ดูคำบรรยายไม่เป็นแน่นอน แต่มันก็ไปดู ต้องเชื่อเลยว่ามันหัวเราะ

ท้องคัดท้องแข็ง จนตัวงี้งอเป็นกุ้ง อะไรจะตลกขนาดนั้น (ผมเองก็เป็น อิอิ)

มันบอกว่า ที่สนุกที่สุดก็คือตอนจบ ตอนที่พระเอกเดินไปถึงขอบโลก ที่มีแต่เมฆ แล้วปาขวดโค้กไป

ที่ผมจะเล่าคือ ไอ้เพื่อนชาวญี่ปุ่น มันซื้อเป็ปซี่ และข้าวโพกคั่วถุงใหญ่ 1 ถุง นั่งกินอยู่คนเดียว

จนหมดถุง ไม่แบ่งผมด้วยนะ แถมยังบอกผมว่า "ข้าวโพดคั่วเมืองไทยอร่อยที่หนึ่ง)

ผมล่ะสงสัยจริงว่า มันคงดูดกัญชาเข้าไปแหงๆ แล้วข้าวโพดคั่วมันอร่อยจริงเหรอ

จากคุณ : thongprakai


ไม่ใช่เรื่องยี้หรืออะไร แต่ขอเข้ามาเล่าเล็กๆค่ะ ^^

เมื่อเดือนก่อนไปเที่ยวญี่ปุ่นได้แวะทานข้าวที่ร้านนึง ..
พอพนักงานทราบว่าเราเป็นคนไทย ก็เล่าให้ฟังว่า พี่ชายเคยมาเที่ยวเมืองไทย แล้วติดใจน้ำแตงโมปั่นมาก ต้องหาดื่มทุกวัน

ที่ประทับใจคือเค้าพูดคำว่า "แตงโมปั่น" เป็นภาษาไทยได้ชัดเจนสุดๆ เชื่อแล้วว่าพี่ชายเค้าคงชอบจริงๆค่ะ haha

จากคุณ : กาจาปิง


คห.876 คะเค้าเรียกปลาร้าทรงเครื่องรึเปล่าคะ  ถ้าบ้านเราปลาร้าหลนไม่มีมะเขือค่ะ มีตะไคร้ หอม ใบมะกรูดซอย พริกหยวก ใส่หมูสับ ใส่ไข่ ทานกับผักสดเช่นมะเขือ แตงกวา

จากคุณ : Beautiful mom (Beautiful mom)


โอ้วว.. 1047 แล้วหรือเนี่ย..

จากคุณ : สาวโก-ลก


อาจารย์สมัยปีสี่เคยเล่าให้ฟังว่าแกมีเพื่อนญี่ปุ่นมาเที่ยวไทย
มาพักที่บ้านอาจารย์ ก้ดูทีวี พอหกโมงเย็นทีวีจะเคารพธงชาติ
จารย์ก็เปลี่ยนช่อง ไปอีกช่องซึ่งเพลงยังไม่ขึ้น ซักพักเพลงก็ขึ้น
แล้วจารย์แกหันไปหาเพื่อนมีอาการหน้าซีดจารย์เลยถามว่าเป็นไร
เพื่อนบอกเค้าจะกลับญี่ปุ่นละกลัว
จารย์ถามกลัวไร
ปุ่นบอก ถ้าเดินออกไปรถไฟ รถใต้ดินชนกันกันแหลกแน่เพราะเวลาไม่ตรงกัน
ถ้าเป็นบ้านเค้าเวลามันตรงเป๊ะว่างั้น - -"
จารยืเลยบอกว่าเป็นเรื่องปกติอย่าคิดมาก
ฟังมาอีกที ไม่ค่อยเกี่ยวกะอาหารเท่าไหร่ ฮี่ๆๆ

จากคุณ : god batigoal


เมื่อวานไปเดินพันทิพ  งามวงศ์วาน นั่งรอเพื่อนข้างทาง
  เจอนักศึกษาสาวไทย พาเพื่อนฝรั่งผู้ชายสองคนมานั่งกินอาหารข้างถนน
  เห็นเขาสั่ง ส้มตำ คอหมูย่าง  ไก่ย่าง ข้าวเหนียวสามติบ
  พ่อคุณสองคนเล่นจกข้าวเหนียวปั้นเป็นก้อนๆเเล้วกินกับส้มตำ
  ตอนแรกก็ใช้ส้อมตักส้มตำอยู่หรอก พอหลังๆมาแกเล่นเอาข้าวเหนียวไปจิ้มกับน้ำส้มตำ
 จนหมด 555555   สงสัยจะอร่อยกินจนหมดเกลี้ยงเลย

จากคุณ : ปะหล่องต่องสู่


ขอเล่าบ้างนะค่ะ ไม่ได้รู้จักกับชาวต่างชาติแต่อย่างใดแค่ไปเจอมาเลยมาแบ่งปันกัน อิอิ

ประมาณสัก 2 อาทิตย์ได้ไปเดินซื้อของแถว ตลาดนัดจตุจักรกับครอบครัวเดินไปเรื่อยๆก็เจอร้านไอศครีมมะพร้าวอ่อนอยู่ร้านหนึ่ง ซึ่งน่าจะมีเยอะตามตลาดนัดทั่วไปของบ้านเรา^^

อากาศมันร้อนเลยบอกพี่ว่าซื้อกินกันมั้ย ราคาถ้วยละ 29 บาทมั้งค่ะถ้าจำไม่ผิด อร่อยด้วยค่ะ แถมแม่ค้าใจดีมากๆ มีแถมน้ำมะพร้าวดืมฟรีด้วย ถ้าไม่อิ่มมีเติมได้เรื่อยๆ น้ำมะพร้าวหอมหวานมากๆค่ะ เราก็ยิ้มเลยใครจะไม่ชอบของฟรีอ่ะเนาะ 555+ พวกเรา ก็เติมกันไปคนละรอบ 2 รอบแน่ะอิอิ แม่ค้าเหมือนยิ่งชอบที่ลูกค้าขอเติมด้วยนะ คนไทยเนี่ยะทั้งน่ารักและใจดีมากๆเลยเนาะ^^

พอแม่ค้ากำลังตักไอศครีมให้พวกเราอยู่ ก็มีชาวต่างชาติเยอะมากๆมาต่อคิว มีทั้ง เกาหลี ญี่ปุ่น ฝรั่ง จีน เต็มไปหมด บางกลุ่มเดินผ่านไปแล้ว คงคิดว่าเขามุงอะไรกัน ก็เดินกลับมาดูใหม่ อิอิ พอเห็นเท่านั้นแหล่ะก็สั่งกันใหญ่^^ พอเห็นคนเข้ามาเยอะล่ะพวกเราก็พากันเดินเลี่ยงๆออกมา  เพราะว่าทานน้ำมะพร้าวฟรีซะพุงกางแล้วนี่ 555+

ร้านนี้น่าจะอยู่แถวหอนาฬิกานะค่ะ จากนั้นพวกเราก็ถือถ้วยไอศครีม มานั่งใกล้ๆกับร้านนั่นแหล่ะ นั่งไปเรื่อยๆก็เห็นชาวต่างชาติทยอยมาซื้อไอศครีมร้านนี้ พอได้แล้วก็มานั่งกินเหมือนเรา สรุปว่า หันไปทางไหนก็เจอแต่ต่างชาิิติทั้งน้านนน คนไทยไม่กี่คน กินไอศครีมร้านนี้เต็มไปหมด อิอิ ปลื้มแทนแม่ค้าร้านนี้เลยค่ะ ^^

เรากินไปก็ยิ้มไป และก็คิดในloveเขาคงติดใจไอศครีมไทยแลนด์ไปอีกนาน ก็มันทั้งอร่อยแถมราคาถูกมากๆอีกด้วยอ่ะเน้อะ ^^

จากคุณ : Sosweety


ว่าจะไม่ต่อละ แต่อดรนทนไม่ไหวค่ะ ฮิๆ เรื่องเกิดขึ้นตอนเราไปอยู่ที่เมกาค่ะ นักเรียนไทยทุกคนที่ไปในโครงการนี้จะต้องไปพักที่โรงแรมแห่งนี้เท่านั้นเพราะได้ทุนไปและกำหนดให้พักที่นี่ เจ้าหน้าที่ผิวสีคนหนึ่งซึ่งขึ้นชื่อในความเฮี๊ยบและน่าเกรงขามมากๆ พวกเราเข้าไปอยู่แรกๆ ก็รู้ละว่าโหดสมคำร่ำลือ พูดกับเราก็ไม่ค่อยดีเท่าไร แต่พอรู้ว่าเรามาจากเมืองไทยเท่านั้นแหละ รีบบอกเลยว่ามีแม่บ้านเก่าคนนึงเป็นคนไทยชอบทำอะไรนะ หลาบๆๆ (ลาบ) ให้เค้ากิน เค้าชอบมาก ทำหน้าแบบชอบมากก แล้วก็บอกว่า ถ้าพวกเธอทำลาบเมื่อไร ต้องเรียกเค้าไปชิมนะ แล้วจากนั้นก็เรียกพวกเราว่า ฮันนิ ฮันดิ เดียร์บ้าง ตลอดเลย 5555

อีกอัน เราชอบช่อง Food Channel มากๆ แทบจะเปิดไว้ตลอดเวลา เห็นพิธีกรชายหญิงสองคนทำอาหารที่เรียกว่า หลาร์บ (เสียง R) ชัดมากๆ เห็นส่วนผสมได้แก่ น้ำปลาทิพรส มีข้าวคั่วด้วย แม่เจ้าโว้ยย ลาบนั่นเองค่ะ เค้าทำลาบเนื้อ แล้วกินได้ออริจิฯ กว่าเรามาก เพราะใส่ผักกาดเป็นคำใหญ่แล้วใช้มือกินเลยค่ะ  ขอบอกว่าฝรั่งชอบพวกลาบ น้ำตกมากๆ ทำไปเถอะรับรองติดใจ เห็นมาหลายรายแล้วค่ะ

เรามีเพื่อนต่างวัยชาวอเมริกัน เค้าพาไปกินร้านอาหารไทย เค้าพาไปนะคะ นักเีรียนไทยไม่ได้พาไป 555 สั่งอาหารกันอย่างคล่องแคล่ว สั่งต้มยำกุ้งมาแน่นอนค่ะ ที่นั่นทำแบบไทยแท้มากๆ ค่ะใส่หม้อแล้วตักใส่ถ้วยแบ่ง เค้าสั่งด้วยว่าเอารสชาติแบบไทยแท้  รสชาติออกมาใกล้เคียงเลยค่ะ คราวนี้ขอบอกว่าแย่งกันตักจริงๆ 555 จนมันเหลือแต่น้ำ เพื่อนบอกว่า เค้าขอนะ แล้วแทบจะเอียงหม้อตักน้ำจนเกลี้ยงแล้วซดจนเกลี้ยงค่ะ

อีกอันนึงเด็ดสุด เราไปเที่ยววอชิงตัน ดีซี มีร้านอาหารไทยร้านหนึ่งที่เราเห็นแล้วต้องอึ้ง เพราะเราเห็นชาวอเมริกันแต่งตัวสุดชีค อากาศข้างนอกหนาวสุดๆ แต่พวกเค้ามายืนเค้าคิวรอกินอาหารไทย ยังกะที่เราเข้าคิวกินฟูจิ แค่เห็นก็รู้แล้วค่ะว่าอาหารไทยเราโด่งดังขนาดไหน ไม่ต้องอธิบายให้มากความเลย ทั้งๆ ที่อาหารไทยที่นั่นแพงมากกกกกกกกกกกก  

จบค่ะ อิอิ

จากคุณ : happy_kanny


เพราะอาหารไทย มันอร่อยจนเราชินไปแล้วนี่แหละ เวลาไปต่างประเทศทีไร เซ็ง ทำไมไม่มีอะไรอร่อยเลยว้า...

จากคุณ : แมวช่างโพส


กลับมาเล่าต่อ...
ตอนนี้ทำงานโครงการของต่างประเทศสังกัดหน่วยงานราชการ(แห่งหนึ่ง)ค่ะ
วันนี้หัวหน้้าเรียกไปคุยเรื่องสัญญาจ้างงานซึ่งจะหมดปลายปีนี้ เพราะจบโครงการ
แต่หัวหน้าบอกว่า อาจได้โครงการต่ออีก 2 ปีสำหรับประเทศไทย
เพราะคนพิจารณาโครงการอนุมัติทุนชอบกินอาหารไทย คุยกันง่าย
โฮะๆ สรุปยังไม่ตกงานในเร็วๆนี้เพราะอาหารไทยสินะ

จากคุณ : ยืนงงในดงแมว


กระทู้นี้ทำเอาผมหิวข้าวเลยละ 55555+

จากคุณ : Nemasuz


ต้องทำอาหารให้ลูกสาวคนเล็กไปกินเที่ยงที่เนอร์สเซอรี่ทุกวัน
ลูกสาวสองขวบก็จะเป็นพวกซุป ข้าวต้มง่ายๆสำหรับเด็ก
พอเย็นไปรับจะมีเจ้าหน้าที่ที่อยู่รอส่งเด็กๆกลับบ้านเวียนกันไป
พอเจอหน้าเรายิ้มให้ตั้งแต่ยังไม่เปิดประตูพอเข้ามาคำแรกคือ
กับข้าวลูกเธอหอมมากๆ(เสียงลากยาวตื่นเต้นมาก)
แล้วก็ถามว่าเธอทำอะไรใส่อะไรลงไปบ้างกลิ่นหอมสุดๆ
ก็อธิบายไปว่าต้มจืดหมูสับผักต่างๆ ข้าวต้ม ข้าวผัด ฯลฯทำยังไง
เธอก็อือๆออๆไปด้วยแต่ก็ย้ำมันหอมมากๆ
จากนั้นเลยถามว่าลูกสาวกินหมดไหม
เขาตอบกลับมาว่าลูกเธอนะไม่ใช้ช้อนใช้ส้อมเลย
ยกถ้วยซดอย่างเอร็ดอร่อยดูน่าอร่อยมาก
มีบอกด้วยนะได้กลิ่นแล้วอยากจะลองชิมแต่กลัวลูกเธอจะไม่อิ่ม ฮ่าๆ

คือจะเจออย่างนี้ทุกเย็นที่ไปรับลูกวลีเด็ด "มันหอมมากกกกกกก"
แล้วก็ไม่ซ้ำคนด้วยเพราะเขาเปลี่ยนเวรกันทุกวันมีกันอยู่7-8คนพูดเหมือนกันหมด
ลูกสาวก็ท่าให้ซะเหลือเกินพรีเซนต์สุดฤทธิ์

เมื่ออาทิตย์ที่แล้วเลยทำต้มข่าไก่ให้เจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่อยู่บ้านติดกันลองชิมชามหนึ่งกับข้าวสวย
เธอบอกว่ามันอร่อยมากแต่เผ็ดแต่ก็ไม่เป็นปัญหากินได้ ชอบด้วย
ยังขอให้ช่วยสอนทำอาหารไทยอีกด้วย

และได้ทำแกงเขียวหวานส่งเพื่อนบ้านพอได้เจอกันทั้งสองสามีภรรยาบอกว่าอร่อยแต่เผ็ด
เพราะเล่นซดกันเหมือนซุป ฮ่าๆ เลยขอโทษไปว่าลืมตักข้าวมาให้ด้วย สองคนบอกว่า
เออ ลืมนึกไปว่าน่าจะกินกับข้าวนะไม่เป็นไรครั้งหน้าจะหุงข้าวรอ ฮ่าๆเผ็ดแต่ไม่เข็ดค่ะ

จากคุณ : L'AngeApsara


ว่าจะไม่ต่อละกระทู้ไม่ตกเลยต้องแวะมาอีกรอบ

เราไปเที่ยวบ้านแฟนที่ญี่ปุ่น แต่ก่อนหน้านั้นเราก็รุ็แล้วแหละว่าแม่แฟนมาไทยเพิ่งกลับไปได้อาทิตย์เดียวแต่ไม่น่าเชื่อว่าเปิดประตูบ้านเข้าไปเจอลังมาม่าประมาณ 5-6ลัง เราก็ไม่ได้ถามอะไรแอบขำๆดี

ตอนกินข้าวเราก็กินไม่ได้เนอะอาหารญี่ปุ่นไรก็ไม่รู้มันต่างจากในทีวีที่เคยเจอ แม่แฟนเห็นเรากินไม่ได้เค้าเลยต้มมาม่ารสต้มโคล้งมาให้ใส่ไข่ด้วย โอ้โหหหหหหหหหหหหห สวรรค์อยากกินเผ็ดมานาน พอเรากินไปสายตาทุกคนเริ่มมอง พ่อแม่แฟน ละก็พี่น้องเค้าอีก 4 คน เราก็อึ้ง มองอะไรหว่า แม่แฟนเลยบอกแฟนให้แปลแล้วบอกเราว่าที่บ้านไม่มีใครกินรสนี้ได้เลยมันเผ็ดแบบร้อนๆ กินแล้วน้ำตาไหลเหงื่อแตก 555555555555+

แต่เราชิวๆไงคนไทย หลังจากนั้นแม่เปิดตู้เย็นเอาน้ำพริกหนุ่มออกมาแล้วถามเราว่าไอ้นี่กินยังไง มันคืออะไร    (ตอนนั้นนะ นึกในใจ กรุว์รู้ละไอ้นิสัยซื้อๆๆๆๆๆของกินโดยที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร ซื้อมาละก็ไม่กินมาจากใคร 55555555555+)
พอหลังจากนั้นก็เริ่มด้วยของฝากมี แก้วมังกร มะม่วง ละก็น้อยหน้า ไม่ต้องบอกก็รู้มะม่วงหมดก่อน ตามด้วยแก้วมังกร กับน้อยหน่า ครอบครัวแฟนบอกไอ้ 2 อย่างหลังเนี่ยหน้าตาน่ากลัวมากแต่อร่อย 55555555+

จากคุณ : Ujang_Takahashi


หายไปนาน กลับมาดู ขอบคุณ คห 816 นะครับ ที่จำเรื่องที่ผมเล่าได้ อิอิ
มีกำลังใจเล่าครับ

เพิ่งกลับมาจากเที่ยวเยอรมัน ครับ
อยากบอกว่าคิดถึงอาหารไทย ทั้งๆที่มีร้านอาหารไทยเยอะที่นู่น แต่ไม่เคยเจอคนขายที่พูดไทยเลย

รสชาติอาหารเหมือนไทย แต่ไม่ใช่อาหารไทยที่นู่น น่าเศร้ามากๆ

ร้านอาหารจีนเปลียนป้ายเป็น จีนและไทย ฟู้ดส์ กันใหญ่

ร้านแถวสถานีรถไฟ พูดเวียตนามกันทั้งร้าน ติดป้ายเอเชี่ยนฟู้ด แต่ป้ายไฟชืออาหารพร้อมรูปในร้าน มีแต่คำว่า ไทย ไทย เต็มไปหมด

กินเข้าไปแล้ว เห้อ ย่ำยีรสชาติอาหารไทยกันซะ กินต้มยำกุ้ง นี่ จืดซะม่าม่าต้มยำกุ้งบ้านเรายังอร่อยกว่าหลายสิบกิโลเมตร

ไปเยี่ยมญาติเพื่อน ตื่่นเต้นว่าคนไทยจะมา บอกว่าเนี่ยสั่งอาหารเย็นเป็นอาหารไทยไว้ให้ มีร้านเอามาส่ง

มีจานนึงบอกให้เผ็ดพิเศษ เค้าชิมแล้วเผ็ดมาก
ปรากฏว่าอาหารเป็นพวกแกงเป็ดย่าง กับผัดบร็อคโคลี่ที่ไม่อร่อยอะครับ

แล้วผัดเปรี้ยวหวานของผมที่เผ็ดเป็นพิเศษ มันคือ ผัดใส่ซอสพริกล้วนๆแล้วใส่.ทาบาสโก้จนเผ็ดจัด
เค้าชิมแล้วบอกไม่ไหวแต่ผมกินได้เพราะเผ็ดดี แต่ไม่ได้อร่อย

สงสารเค้าจัง อยากให้ได้กินอาหารไทยอร่อยๆ ข้าวหุงก็มีมอดด้วย ไรว้า
อาหารไม่ใช่คนไทยทำแน่นอน คือมันไม่มีกระเทียม รากผักชี น้ำปลาในนั้นเลย กินก็รู้ 555

อีกร้านไปสั่งกระเพราเนื้อราดข้าว สิบยูโร ได้เนื้อสับผัดซีอิ้วล้วนเค็มปิ๊ด ไม่ปรุงรสน้ำปลาน้ำตาลพริกกระเทียมอะไรเลย  มีกระเพราะเหี่ยวๆสองใบกับพริกหยวก

แต่คนเต็มร้าน เฮ้อ

นี่ถ้าอัญเชิญสงวนศรี แถววิทยุไป มามุงกันร้านระเบิดแน่


สรุปกลับมาถึงกรุงเทพ รีบอาบน้ำนอนตื่นมา
ไปสั่งต้มยำเห็ดกิน ซดเข้าไป อื้อหือ ถึงบ้านเราแล้ว สาธุ

เล่านิดนึงให้เกี่ยวกับหัวข้อกระทู้นะครับ อิอิ

บ้านญาติเพื่อนที่เค้าสั่งอาหารมาเลี้ยง มีปอเปี๊ยะกับสะเต๊ะด้วย ที่นั่นเค้าชื่นชมกันใหญ่ โดยเฉพาะน้ำจิ้มบ้วย อะนะ

ปอเปี๊ยะทอดกับสะเต๊ะ คงทำให้ไม่อร่อยยาก สองอย่างนี้คนไทยไม่ได้กินเรย เห็นเค้าชอบเลยไม่หยิบ แป๊ปเดียวหมด อิอิ

จากคุณ : Terkrub


ลงชื่อว่าอ่านถึงตรงไหน เดี๋ยวจะกลับมาอ่านอีก ตามอ่านมาหลายเดือนละชอบมาก

จากคุณ : ลิเทียมพอลิเมอร์


ลงชื่อมั่งดิ อ่านมาทั้งหมด 3 รวด.... วันละรวด

จากคุณ : patrick


เพิ่งเข้ามาอ่าน สนุกมากจริงๆ ^^

จากคุณ : Bazophil


อ่านกระทู้นี้แล้วเจริญอาหารมากๆเลยค่ะ
กินข้าวได้อร่อยกว่าที่เคย

จากคุณ : monkey'n


เรามีญาติเป็นคนไทยที่ไปตั้งรกรากอยู่มีเมกา ก็คือป้ากะลุงที่เป็นลูกพี่ลูกน้องฝั่งแม่อ่ะ
เค้าก็มีลูกสาว3คน ก็เป็นพี่ๆน้องๆเรานั่งเอง ทั้ง3เลยไปเกิดและโตที่นั่น
พี่คนโตก็มีแฟนเป็นชาวต่างชาตินั้นแหละและมีลูกสาว2คน
คนเล็กยังเบบี๋อยู่เลย จะพูดถึงคนโตที่อยู่อนุบาล
ทีนี้โรงเรียนเค้าให้เล่าถึงประวัติตัวเองและสิ่งที่ชอบ
ชื่อน้องอมรินทร์ค่ะ เป็นลูกครึ่งนั่นแหละ ฟังไทยได้แต่พูดไม่ได้
น้องก็เล่าไปสิหน้าชั้นว่า *This is my นั่นนี่บลาๆๆ*
*This is my ตา,this is my ยาย*
เพื่อนก็งงกันสิคะ *What ตา,what ยาย*
พอมาถึงอาหารบ้าง I like Suchi,i like ผัดซีอิ๊ว.
เพื่อนๆน้องก็ ฮะผัดซีอิ๊ว
น้องก็ ผัดซีอิ๊วอ้ะ ก็ผัดซีอิ๊ว

มาถึงพี่คนที่2ก็มีแฟนเป็นชาวเม็กซี่ พี่เคยพามาเมืองไทย
ตอนนั้นเราไปเที่ยวตลาดดอนหวายกัน จะไปนั่งกินก๋วยเตี๋ยวร้านริมน้ำ
ก็เลยสั่งกระเพราราดข้าวให้พี่2กล่อง เพื่อมากินด้วยกันที่ร้านก๋วยเตี๋ยว
แต่สั่งแบบเผ็ดมากกกก ของไทยเลย 2กล่อง
กินไปก็หน้าแดงไป พอรู้ตัวอีกทีว่าทั้งโต๊ะกำลังพูดถึง
พี่แกก็ Spicy แล้วก็เอามือพัดปาก ทั้งโต๊ะก็หัวเราะกันหมดเลย 55+

ป้าเราเคยเปิดร้านอาหารไทยที่นั่น เวลามาก็จะชอบแพคของสดบ้างไม่สดบ้าง
ไปขายที่นั่น ป้าเราเซียนแพคชัดๆ รู้เลยว่าอะไรเอาไปได้-ไม่ได้ ต้องเอาไปยังไง เท่าไร
เช่นสั่งปลาสลิดไม่รู้กี่โลแหละแต่เยอะมาก แถวบางบ่อ ให้เค้าซีลอย่างดี แล้วฟรีซไป
ซื้อทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง เม็ดขนุน ที่แปดริ้วอ่ะ ซึ่งอร่อยมากก ไปขายต่อ
และอีกเยอะนะเนี่ย

หลังจากอ่านกระทู้นี้แล้ว ทำให้เรารักอาหารไทยมากๆเลยค่ะ กินอะไรก็จะอร่อยเป็นพิเศษ
ทั้งแกงเผ็ด ยิ่งวันนี้นะมีทั้งปลาทอดน้ำจิ้มรสเด็ด น้ำตกหมู ทุเรียน ปกติไม่ค่อนกิน
ชาวต่างชาติชอบทำเอาเราอึ้งเนาะ ข้าวเหนียวทุเรียนเราเจอทั้งปี เห็นแล้วเฉยๆมากๆ
อีกทั้งเพรสรสลาบ มาม่าต้มยำกุ้ง
ภูมิใจในอาหารไทยมากๆค่ะ อยากให้ชาวต่างชาติได้กินร้านที่อร่อยๆและกินถูกวิธีค่ะ
บางคนทำแบบมั่วๆเครื่องไม่ครบ หรือร้านที่มันธรรมดาเค้ายังอร่อยเลย นี่แหละอาหารไทย

อ่านแล้วอดใจไม่ไหวจริงๆค่ะ พยายามสมัครมานานแล้ว กำลังหาทางอยู่
เลยต้องขอบัตรชั่วคราวเพื่อมาตอบ อยากเป็นส่วนร่วมในกระทู้แห่งตำนานนนน ค่า
หลังจากแอบซุ่มอ่านมาเป็นระยะๆ

จากคุณ : monkey'n


อาหารสิ้นคิดของคนไทยคือ ข้าวกระเพรา

แต่ผมว่าอาหารคิดไม่ออกของฝรั่งคือ ข้าวขาหมูอ่ะ

เพื่อนฝรั่ง พอนึกไม่ออกว่าจะกินอะไร พาไปฟู้ดคอร์ทดีกว่า ก็เห็นจบที่ข้าวขาหมูทุกที

แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นขาหมูอ่ะ กลัวไม่กินกลัวกลัวขาหมู ต้องหาอย่างอื่น

เลยบอกว่าข้าวกับหมู 55


หลังๆไม่รู้จะกินอะไร ก็ ไรซ์ วิท พอร์ค ไรซ์ วิท พอร์ค ก็ได้
ผมสั่งให้วันแรก ว่าไม่เอาหนัง เพราะผมเองก็ไม่กินหนัง

วันหลังไปซื้อเอง ไม่บอกน้องพม่าที่ขาย ได้หนังมาครี่งๆ
ฮ๊ดฮัดบอกว่าโดนโกง เนี่ย เอาหนังมาให้เยอะแยะกินไม่ได้ เห็นเป็นฝรั่งช่ายม้าย
ก็เลยบอก อ้าว ไม่บอกเค้า เอามานี่กินเอง นานๆกินที แล้วไปซื้อให้ใหม่

เดี๋ยวนี้พูดชัดเจนมากไอ้คำว่า ไม่เอาหนัง เนี่ย อิอิ ภาษาไทยคำอื่นก็พูดไม่ชัดต่อไป แต่คำนี้ชัดมาก


แต่เค้าจะงงค่าข้าวขาหมูฟู้ดคอร์ทมาก ธรรมดาห้าสิบ พอไม่เอาหนัง บางวัน ห้าสิบห้า บางวันห้าสิบ เค้าจะขำมาก คอยถามเราว่า คิดว่าข้าวกับหมูวันนี้จะห้าสิบ หรือ ห้าสิบห้า ฮ่าฮ่าฮ่า เวงกำ :) สงสัยน้องคนขายวันไหนอารมณ์ดี ก็ไม่คิดเพิ่ม หุหุ

จากคุณ : Terkrub


ยืนยันว่าไก่ย่าง ปอป มากครับ

ที่ซุปเปอร์มีอาหารสำเร็จขาย เขียนป้ายว่า Gai Yang (Thai) จบ

แบบไม่ต้องอธิบายว่า roasted chiken Thai style อะไรมาก พูด gai yang รู้จักกันหมดขาประจำซุปเปอร์แล้ว:)

จากคุณ : Terkrub


ความคิดเห็นที่ 1064  คงจะพูดว่า ป๊อป มากนะครับ พอดีอยู่เมืองนอกนานภาษาไทยเลยไม่แข็งแรง  ห้ามแซว  ความคิดเห็นที่ 1064 นะครับ

จากคุณ : ChildMonster


ด้วยความเคารพครับคุณ ChildMonster
ตามหลักภาษาไทย คำทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ
ไม่สามารถใส่วรรณยุกต์ได้ครับ
ผมว่า "ปอป" แทน "POP" ได้ถูกแล้วครับผม

จากคุณ : น้องหนูเอวตัน


แนะให้ใช้คำว่า ป๊อบ มากกว่าคะ เพื่อความเป็น(ไทย)สากล 5555

คือ......ปอป มันแลละม้ายผีปอบอะคะ แหะๆ
สารภาพว่าเพิ่งเคยเห็นคำนี้เป็นครั้งแรกด้วย งงอยู่ตั้งนานกว่าจะรู้ว่าแปลว่าอะไร
อีกอย่างเวลาผันเสียงอักษรกลาง ป. รูปตรงสระ เวลาไล่เสียง คำว่า ปอป เราออกเสียงไม่ถูกจริงๆนะคะ

จากคุณ : fukaze


ไม่เป็นไรมั้งคะ  สามารถเข้าใจได้ว่า ป๊อบมาก...พอวางขายปุ๊บเหมือนปอบลง ของหายเกลี้ยงชั้น  ^_____^"    แหม...ขายดิบขายดี อ่านแล้วก็รู้สึกดีด้วย

จากคุณ : omyimp


#977
ผมก็ว่า KFC ไทยอร่อยสุดครับ เคยกินที่ศรีลังกา กับ อังกฤษ ยังห่างกับที่ไทยหลายขุม

มีช่วงนึงครับ ที่อังกฤษ ไม่แน่ใจว่าเป็น Mcdonald หรือ KFC นี่แหละออกเบอร์เกอร์ รส Thai Chilli sauce ครับ อร่อยดีแก้ขัดความอยากไปได้ครับ แต่คนที่นั่นจะสั่งกินเยอะมั๊ยก็ไม่ทราบครับ

จากคุณ : berm&oh


เอาอีกๆ

จากคุณ : add_2495


นึกออกอีกเรื่อง เป็นแบบไปแกล้งชาวบ้านง่ะ 555+

สมัยเรียน เอา super lemon ไปแกล้งอาจารย์ชาวสิงคโปร์ ตอนแรกแกก็ปลื้ม นึกว่าลูกศิษย์อยากให้กิน แกเดินลงบันไดไปแล้วเอาเข้าปาก พอเข้าปากปุ๊บ คายทันที แล้วเขวี้ยงลูกอมขึ้นมาจากชั้นล่างใส่เราเลย 5555555555+

แต่พอจะแกล้งเพื่อนต่างชาติคนอื่นบ้าง แกล้งไม่ได้ เค้ารู้จักกันหมดแล้ว ไม่มีคนยอมกิน ไม่รู้ว่าเพราะคนไทยเอาไปแกล้งเค้า หรือประเทศเค้าก็มีเหมือนกัน

super lemon ฮิตช่วงเราอยู่ชั้นประถม(ที่เมืองไทย)น่ะค่ะ ตอนที่เอาไปแกล้งเค้าคือม.ปลาย(ที่สิงคโปร์)แล้ว

จากคุณ : คานเหล็กกล้าทาแล็กเกอร์


แอบซุ่มอ่านกระทู้มานาน วันนี้ขอเล่าสักนิดนึงนะคะ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสไปกราบไหว้ขอพรพระแก้วกับครอบครัว

แล้วตอนกลับเราก็ไปรอรถเมล์อยู่ตรงหน้าวัดพระแก้ว (ตรงที่มีนกพิราบเยอะๆ)

แล้วแถวนั้นจะมีพวกแม่ค้าพ่อค้าขาย ผลไม้เอย ไอศครีมเอย แต่มีไอศครีมอยู่เจ้านึง

เป็นไอศครีมกระทิ ชาวต่างชาติทั้งผู้หญิงทั้งผู้ชายมุงกันเต็มไปหมดไม่เห็นตัวแม่ค้าเลย

แล้วก็ประมาณแบบว่าทำท่าทางตื่นเต้น เราก็แอบสังเกตุอยู่เป็นระยะๆ

สรุปชาวต่างชาติกลุ่มนี้กินไอศครีมกระทิ 2 รอบเจ้าค่ะ สงสัยจะติดใจ ^_____^

ดาว                                                                                                ดาว

จากคุณ : joyle (joylelovearmy)


เห็น #371 แล้วนึกเรื่องสมัยเด็กออกเลย
ตอนนั้นไปฮ่องกง เข้าไปในแม็คโดนัล(ผู้ใหญ่เค้าช็อปอยู่ข้างนอก) พอถึงคิวเราก็สั่ง ซามูไรเบอเกอร์ พนักงานในร้านก็งงกันหมด ก็เลยเปลี่ยนกลับมาเป็นจะสั่งเบอเกอร์หมูแทน
แต่ดันสั่งไปว่า pig burger แถมพอเค้ายังทำท่างงๆ เราก็ทำมือว่า เป็น pig ตัวใหญ่ๆ อู๊ดๆอะ ทำท่าเอานิ้วยกปลายจมูกด้วย ตอนนี้พอกลับไปนึกถึงแล้วก็อายนิดๆแฮะ >_<

อีกเรื่องนึง เคยมีเพื่อนของเพื่อนมาเที่ยวไทย เป็นชาวญี่ปุ่น เจอถั่วต้มเข้าไป เห็นทีแรกก็งงว่ากินกันยังไง ก็เลยแกะให้กิน ปรากฏว่าติดใจ แต่แกะเองไม่ออก(เปลือกแข็งมาก)
แกะยาก ผมเลยเป็นหน่วยแกะเปลือกถั่วไว้ แล้วก็ส่งให้แต่ละคนไป เคยถามว่ามาไทยอยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม เธอบอกว่าทุเรียน... กะว่าจะจัดหนักให้สักหน่อย
เสียดายที่ผมลองซื้อมาแล้วชิมดูก่อนว่าหวานไหม ดันเจอแต่ชืดๆ กลัวเข็ดเลยไม่ได้เอาให้กิน

ส่วนข้าวเหนียวมะม่วงนี่อาหารมายา ติดใจทุกราย ^o^

จากคุณ : PoreZ (nutpor)


ขอบคุณ #1065 1066 1067 1068 นะครับ

55 ภาษาไทยแข็งแรงค้าบ แต่อ่อนกำลัง ลงเล็กน้อยตอนตีหนึ่งครี่ง

ขอบคุณที่ช่วยๆกันแปลสรุปได้ว่า  ไก่ย่างไทยเป็นที่นิยมฝรั่งกินกันอย่างกับปอป อิอิ


ปล เพื่อนสั่งผัดไทย เค้าใส่หอมหัวใหญ่กับกะหล่ำปลีสับ มาด้วย เง้อ ดีนะโรยถั่วงอกให้รู้ว่าเป็นผัดไทย ไม่งั้นจะบอกว่าไม่ได้สั่งผัดหมี่ :)

จากคุณ : Terkrub


ฝรั่งที่รู้จัก แกะลำไยกินเองไม่เป็นจนทุกวันนี้ มันไม่น่าจะยากขนาดนั้นนะคัฟ

รวมทั้งบีบมังคุดให้แยกออกจากกันก็ไม่เป็น


เงาะนี่ผมคว้านให้เลย แบบ ผมกินแบบติดเปลือกเม็ดแข็งๆไม่เป็นเหมือนกันครับ อิอิ


มังคุดนี่เจ้านายเก่าสารภาพว่า ตอนสมัยนู้นมาเมืองไทยเช็คอินโรงแรม มังคุดอยู่ในถาดผลไม้ตอนรับ ให้มีดกับจานเล็กมาด้วย แต่ไม่รู้เอาไว้ทำไม

สงสัยหนักเข้า เลยกัดเปลือกมังคุดไปคำนึง พยายามเคี้ยวนิดนึงแล้วคาย จนไปบอกเพื่อนว่าไอ้นี่ไม่อร่อยอย่ากินนะ เพื่อนเค้าขำกลิ้งเลย หุหุ

จากคุณ : Terkrub


^
^
^
แปลกใจเรื่องที่เขาแกะผลไม้ไม่เป็นเหมือนกันค่ะ เวลากินมังคุด กินเงาะเราก็มือเปล่าเนี่ยแหละ พวกนั้นกว่าจะได้กินร้องหามีดกันวุ่นไป ระหว่างรอเราก็ฟาดไปหลายลูกแล้ว

จากคุณ : ปาฏิหาริย์ไม่มีในโลก


ว่าจะไม่แจมแล้วเชียว เพราะฝรั่งที่นี่ยี้อาหารไทย ไม่ปลื้มกันเอาซะเลย กลัวท้องเสีย กลัวเผ็ด กลัวสกปรก กลัวสารเคมี จนเราหมั่นไส้ เป็นกันทั้งบ้าน เราเลยไม่มีโอกาสทำอาหารไทยให้ครอบครัวสามีทาน เพราะเขากลัวกันมาก คนทำก็หมดอารมณ์

แต่ตอนที่พวกเราไปแต่งงานที่ไทย ครอบครัวสามีเดินทางไปด้วย

งานแต่งทำแค่ช่วงเช้า เพราะไม่อยากจัดใหญ่โต ใช้สนามหญ้าหน้าย้านนั่นละ เป็นที่จัดงาน มีโต๊ะจีนประมาณ 50 โต๊ะ อย่างที่พวกเราทราบกัน ถ้ามีเมนูปลา บ้านเราจะเสริ์ฟมาทั้งตัวปลา ซึ่งฝรั่งที่นี่รังเกียจมาก ๆ มีเป็ดพะโล้แบบใน MK หลายอย่าง จำได้ไม่หมด ครอบครัวก็จิ้ม ๆ ชิม ๆ ไปงั้น แบบว่ากินแบบกล้า ๆ กลัว ๆ และด้วยความเกรงใจ เพราะแขกไทยก็เชื้อเชิญให้ชิมนู่นนี่

สุดท้ายไอติมกะทิตักง่าย ๆ ก็มาถึงแบบ 5 ถัง พ่อก็ประกาศให้แขกทรายบว่ามีของหวานเพิ่มเป็นไอติมกะทิตัก ที่ขอรบกวนแขก ๆ ทั้งหลายไปตักเองตามอัธยาศัย น้องชายสามีก็มาถามว่าอะไร คนมุงกันจัง เราบอกว่าไอติมมะพร้าว อร่อยที่สุดในโลก ไปลองสิ แค่ชิม ๆ ก็ได้ ดูเขาไม่ค่อยสนใจ จนแขกอื่น ๆ กินกันไม่ไหวนู่นล่ะ ถังไอติมก็ว่าง ๆ น้องเลยเดินไปดู และตักมาชิมช้อนนึง หลังจากนั้นครอบครัวสามีและผองเพื่อนฝรั่ง ก็ยืนรุมถังไอติมแบบยึดครอง กินกันอย่างเอร็ดอร่อย บอกว่าอร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมา

จากคุณ : Madam Country


เพื่อนๆผู้ชายชาวญี่ปุ่นของเราชอบลูกอมโอเล่มากๆ ขาดไม่ได้
ต้องซื้อใส่โหลทิ้งไว้ให้พวกพี่ๆลุงๆมาหยิบกิน

จากคุณ : konbachiwa


#1071 ไอ้ super lemon เนี่ยเวลาเปรี้ยวมันเปรี้ยวจริง แต่เวลาหมดเปรี้ยวมันอร่อยนะ ฮ่าฮ่าฮ่า

จากคุณ : Namor FC


^
^
ฮา บอกอาจารย์ไปแบบนั้นเหมือนกัน แต่คะยั้นคะยอยังไง แกก็ไม่ยอมกินแล้ว

จากคุณ : คานเหล็กกล้าทาแล็กเกอร์


แหม่ เห็นคห.1064  แล้วอยากแสดงความเห็น หุหุ

จริงๆ ผมเห็นด้วยนะครับว่าคำทับศัพท์ต่างประเทศจะไม่ใช้วรรณยุกต์ แต่กรณีนี้ผมว่าถ้าเขียนว่า "ป็อป" น่าจะโอเคกว่า "ปอป" นะครับ

ตอนอ่านครั้งแรกผมก็งงเหมือนกัน แล้วก็คิดเหมือนคห.1068 ด้วยครับ ฮ่าๆ

ปล.รออ่านต่อ

จากคุณ : be lonely


เรื่องแกะเปลือกผลไม้ก็พอเข้าใจได้นะคะ เหมือนกับเวลาเราไม่เคยเห็นไม่เคยกิน ก็ไปไม่ถูกเหมือนกันว่ามันต้องกินยังไง กินตรงส่วนไหน...

จากคุณ : ชื่อที่ไม่มีใคร


คุณ คานเหล็กกล้าทาแล็กเกอร์

เค้าคงเข็ด คิดว่าคุณยังแกล้งอยู่ 555

ต้องลองทำให้ดูค่ะ เอาลูกอมใส่แก้วน้ำ เขย่าเบาๆสักพักแล้วเอามากินให้ดูต่อหน้า

ตอนเด็กกินจนฟันผุไปหมดแล้ว

จากคุณ : ผีหลายบทบาท


^
ที่จริง จารย์แกก็ยอมเชื่อนิดๆ ค่ะ เพราะตอนเข้าเรียน จารย์แกบ่นก่อนเลยว่าเราไปแกล้ง (ห้องเรียนเรามีเจ็ดคน เลยชวนคุยเล่นเรื่องส่วนตัวในห้องได้ตลอด มันไม่ค่อยกินเวลาเรียน)

เลยมีเพื่อนนักเรียนชาติอื่น มาเสริมว่าเขาเคยกิน อมๆ ไปจะหวานเอง(ถ้าเป็นคนไทยด้วยกันมาเสริม คาดว่าแกไม่เชื่อแน่นอนล้าน% 5555+) แต่ที่จารย์ไม่ยอมกินเพราะเขาบอกว่า ทำไมชั้นต้องทนรอให้มันหายเปรี้ยวด้วย 555+

เราหอบ super lemon ไปเพียบ กะแกล้งเต็มที่ แต่สุดท้ายแกล้งได้แต่อาจารย์ นักเรียนรู้จักกันหมด ก็มีทั้งที่มาขอกิน หรือขอเอาไปแกล้งคนอื่นต่อ

จากคุณ : คานเหล็กกล้าทาแล็กเกอร์


นั่งอ่านมาตั้งแต่สิบโมงเช้า เพิ่งอ่านจบตอนนี้
ตาจะบอดอยู่แล้ว
แต่มันสนุกดีอ่ะ เลยหยุดไม่ได้
ฮาทุกเรื่องเลย
เอาอีก เล่าอีก ชอบมว๊ากกกกกกกกก

จากคุณ : someonesaysomething


เล่าเรื่องสามีบ้าง เมื่อสองปีก่อนมีเหตุให้เราต้องอยู่เมืองไทยเกือบปี แต่สามีบินมาเยี่ยมอยู่สองครั้ง ครั้งแรกอยู่ 4 อาทิตย์ ครั้งที่สองอยู่เกือบสองเดือน  นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ได้อยู่กับสามีที่เมืองไทยนานมากๆ ซึ่งปกติที่เคยมาเมืองไทยกับสามีจะอยู่ประมาณ 7-10 วัน

เราอยู่คอนโดที่ศรีราชา แต่ไปกลับกรุงเทพ เกือบทุกอาทิตย์ ที่กรุงเทพชอบมากกับข้าวหมูแดงหมูกรอบ แถวอนุเสาวรีย์ชัย ร้านนี้จะอยู่ในซอย เวลาเสริฟเค้าก็จะวิ่งสวนกัน รับออร์เดอร์และเสริฟเร็วมาก อีกอย่างที่ชอบคือ ร้าน 7-11 คือที่นี่เปิด 24 ชม และมีอยู่ทุกถนน ทุกที่ จะชอบมากคือติ่มซำเสียบไม้ที่มันอยู่ในตู้นึ่ง ชอบขนาดฝึกฝนจนทำกินเองที่อเมริกา และที่ลืมไม่ได้เลยเมื่อมีติ่มซำก็ต้องมีจิ๊กโฉ่ ตรงเป็นตราเด็กสมบูรณ์เท่านั้น หิ้วกลับมา 6 ขวด ส่วนถ้ารู้ว่าเพื่อนหรือญาติจะไปเมืองไทยนี่เป็นต้องโดนสามีฝากหิ้วกลับมาด้วย จริงๆที่อเมริกาก็มีขาย แต่แถวรัฐที่เราอยู่มันไม่มีของไทย มีแต่ของจีน ซึ่งเราก็เห็นด้วยว่า ของไทยอร่อยกว่า

ที่ศรีราชา ชอบมากร้านอาหารโต้รุ่ง แถวอ่าวอุดม ซึ่งทุกมื้อจะตบท้ายด้วย ข้าวโพดคลุกเนย กับ ขนมปังปิ้งเนยน้ำตาล หรือไม่ก็ ผลไม้รถเข็น สำหรับข้าวโพดคลุกเนย เค้าบอกว่าที่เมืองไทยแปลกมากเลย ที่เอาข้าวโพดมากินเป็นเหมือนขนม คือที่อเมริกาจะกิน เป็นผัก กินคู่กับอาหาร ส่วนขนมปังปิ้งเนยน้ำตาล เค้าก็บอกว่าคนไทยแปลกมากกินขนมปังกันตอนกลางคืน คือที่นี่เค้าจะคิดว่ามันเป็นอาหารเช้า คล้ายกันเวลาเราอยู่อเมริกา บางวันคิดไม่ออกว่าจะทำอะไรกินตอนกลางคืน หรือ สำหรับข้าวเที่ยง ก็เลยทอดไข่เจียว หรือ บางวันก็อาจจะไข่ต้ม พี่แกถึงกับมองหน้า เฮ้ยทำไมทำอาหารเช้า กินตอนกลางวัน  กลับมาอเมริกา ก่อนทำเค้าก็บอกว่าไม่เห็นจะยากเลย เครื่องปรุงก็มีไม่กี่อย่าง ก็เลยลองทำดู สรุปว่าหมดขนมปังไปหลายแถว จนยอมแพ้ ทำยังไงรสชาดก็ไม่เท่า อาจจะเป็นเพราะเราได้ไปกินเจ้าที่อร่อยด้วยก็ได้ ส่วนผลไม้จะกินอยู่ไม่กี่อย่างคือ ฝรั่งจิ้มบ๊วยกับ สัปปะรด มีครั้งนึง ตอนนั้นเรากลับไปเยี่ยมพ่อแม่ที่สุราษฎร์ เป็นหน้ามะม่วงพอดี ก่อนกลับกรุงเทพ แม่เราก็เตรียมข้าวเหนียวมะม่วงไว้ให้ กว่าจะขับรถถึงกรุงเทพก็เย็นแล้ว พี่แกก็เอามะม่วงมากินซิ พี่แกบอกทนกลิ่นไม่ไหวแล้ว เราก็เปิดออกมาแบบว่ามะม่วงเริ่มดำแล้ว สามีก็ไม่สนบังคับให้ป้อนในรถ เพราะพี่แกขับรถอยู่ สรุป ของที่ได้ติดไม้ติดมือขึ้นเครื่องคือ จิ๊กโฉ่ สัปปะรด อ้อแล้วก็ Pepsi กระป๋อง หลายคนอาจจะงง จะเอากลับมาทำไม สามีบอกว่า น้ำอัดลมที่ไทยใช้น้ำตาลเป็นส่วนผสม ส่วนที่นี่ใช้ high fructose corn syrup    สามีบอกว่าดื่มแล้วสุขภาพดีมากกว่า อ้วนเหมือนกัน แต่อ้วนน้อยกว่า :)

จากคุณ : VICTORIA LOVE


อ่านถึง คห.500 พักไว้ก่อน
อ่านจนปวดตาละ เดี๋ยวมาอ่านต่อ
กระทู้นี้สนุกจริงๆ อ่านไม่เบื่อเลย ^^

จากคุณ : หมีควายสีฟ้า


ขอเล่าด้วยคนคับ
คือ ม.ที่ผมเรียนจะมี สถาบันการศึกษานานาชาติอยู่ด้วย มี นศ.ทั้งฝรั่ง จีน เวียดนาม มาเรียนกันเยอะแยะ แล้วหนึ่งในตึกเรียนของเด็กอินเตอร์ก็เปนที่ตั้งของโรงอาหารที่ใหญ่ที่สุดของมหาลัย ผมมักจะเห็น นศ.ฝรั่ง ต่อแถวซื้อข้าวหมูแดงกันยาวเหยียด แล้วที่เหนือกว่านั้นคือเค้ากินข้าวหมูแดงที่เป็นข้าวเสาไห้ด้วย"ตะเกียบ" อีกอย่างคือถ้ามากัน5 คนจะสั่งข้าวหมูแดง หรืออาหารที่เหมือนกันเป๊ะ 5 ชุด แล้วกินของคัยของมัน!!!
ส่วน นศ.จีนมักจะเดินมาพร้อมกับชานมเย็นเป็นส่วนใหญ่ เค้าบอกว่าอร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก ย้ำว่ามากกกกกกกกกกกกก......แถมกินเเล้วดีดดียังกะกาแฟเลยด้วย ก็เล่นกินชาใต้ไม่แรงก็หั้ยมันรู้ไปคับ 555

จากคุณ : เต้าหู้เย็น


เคยอ่านตั้งกะปีที่แล้วไม่คิดเลยว่า กระทู้นี้ัยังเป็นกระทู้แนะนำอยู่สุดยอดมากๆ

ตอนนั้นอ่านก็ว่าเยอะเลยตอนนี้ตามอ่านไม่ทันเลยอ่านมา 2วันแล้ว สนุกมากๆ

อยากกินข้าวเหนียวมะม่วงกับแกงเขียวหวานตลอดเวลาเลย

จากคุณ : 2615shika


อ่านมา 3 วันแล้วเนี่ย ยังไม่จบเลย สนุกมากกกกก

อ่านข้ามปีกันเลยทีเดียว 555+

จากคุณ : FIFIRST


ข้าวหมกไก่ กินแบบนี้นะ.... น่ารักมาก

จากคุณ : WinandBP


พันทิพ จะอัพเดต ในอีกไม่กี่วัน กระทู้ จะยังอยุ่ไหมหนอ

จากคุณ : นายโอ้นโต้น


เหตุเกิดที่ไทยค่ะ  ที่ทำงานมีชาวญี่ปุ่นคนนึง  วันนั้นแกมาคุยอะไรสักอย่างที่ห้องทำงาน  พอดีซื้อโรตีสายไหมมากินด้วย  ชวนแกกินแกก็ปฏิเสธ  ไม่รู้เกรงใจหรือไม่กล้ากิน  หวานเราสิ  ไม่มีคนแย่ง   ที่ชวนน่ะมารยาทไทยแท้ๆ เลยนะนั่น 55   แหมเราก็กินกับพี่อีกคน  กินไปม้วนไป ฮาไป  ชาวญี่ปุ่นแกก็เริ่มมองๆ มาแล้ว   อาจจะคิดในใจว่าสาวไทยนี่ช่างกินไม่แคร์สายตาหนุ่มๆ เลยนะ   แล้วแกก็ชูขึ้น 1 นิ้ว   อันมีความหมายว่า ขอลองชิมอันนึง  น่าน  เสร็จ..  เลยม้วนๆ ให้แกอันนึงสีสายไหมมันดูน่ากินด้วยค่ะ  สีชมพู เขียวอ่อนๆ น่ากินจะตาย   แกบอกอร่อย  แล้วก็เมียงมองมาอย่างเกรงใจ  ขออีกอัน  55    วันต่อมาเลยซื้อมาฝากแกถุงนึงให้กินคนเดียวไปเลย

จากคุณ : เจซอง


เห็นยัยหนูใน คคห 1091 เอร็ดอร่อยข้าวหมกไก่ เลยนึกได้ว่าเมื่อวานไปกินข้าวที่ Greyhound โต๊ะข้างๆ เป็นพ่อแม่ญี่ปุ่น มีลูกสาววัยน่าจะพอกันกับหนูข้าวหมกไก่ พ่อสั่งข้าวเหนียวแล้วก็ไก่ตะเกียบให้กิน ยัยหนูกอดกระติ๊บข้าวเหนียวไม่วางมือ แทะไก่เหย็งๆ ส่วนแม่สั่งเส้นหมี่แห้งมากิน คีบแต่เส้นใส่จานให้ ยัยหนูใช้ตะเกียบฝึกหัดคีบเข้าปากตุ้ยๆ ดูท่าประเทศไทยจะได้แฟนไทยฟู้ดมาเนียเพิ่มแล้วล่ะ

จากคุณ : FONDLE


...เด็กข้าวหมกไก่นั่นน่ารักจริงๆแฮะ

จากคุณ : LegalisM


^
^
^
น้องข้าวหมกไก่ข้างบน มีคลิปข้าวมันไก่ด้วยนะ

"ไอ อีท ข้าว มัน ไก๊" 555555

น่ารักดี

จากคุณ : หมีควายสีฟ้า


คลิปนี่เด็กพูดว่าแพนงชัดมาก ฮ่าๆ

จากคุณ : ปิดเทอม (Kawaiialanoda)


รู้สึกกระทู้นี้อยู่แนะนำนานมากแล้วนะ แปลกจัง

จากคุณ : lord_seraf


กินส้มตำจนน้ำตาและน้ำมูกไหลเลยทีเดียว

จากคุณ : Seethrough


ตามอ่านเป็นปี ขอลงชื่อไว้หน่อยนะคะ ^^

จากคุณ : Nightlock Berries


:-)ีใจ อ่านครบแล้ว ขอลงให้คนอื่นอ่านบ้าง

เรื่องของเราเป็นเพื่อนพี่ชายเป็นคนไต้หวันมาทำธุรกิจมาแบบพ่อแม่ลูก2คน

ใน 1ปี จะกลับไต้หวัน1ครั้ง ทุกครั้งที่กลับไปคิดถึงอาหารไทยมาก

กินอาหารที่บ้านเกิดเค้า เค้าบอกว่าจืดทุกอย่าง กินไม่ได้เลย(อาหารบ้านเกิดตัวเองอ่ะนะกินไม่ได้)

พอกลับมาก็จะบอกแต่ว่า จะไม่กลับไปอยู่ไต้หวันถาวรแน่นอน ไปแค่อาทิตย์เดียว คิดถึงอาหารไทยตลอดเวลา

จากคุณ : 2615shika


มีเพื่อนของพี่ชายเป็นคนอังกฤษ แกชอบกินก๋วยเตี๋ยวมากๆ
ปกติจะกินที่ร้านตลอด ไม่เคยซื้อใส่ถุงมาเลย
วันนึงแกมาเที่ยวกรุงเทพ แล้วแกไปซื้อก๋วยเตี่ยวต้มยำใส่ถุงมากินในห้องที่โรงแรม
ตอนนั้นผมแวะไปเยี่ยมก็ไม่ได้สนใจอะไร จนมาถึงตอนที่กำลังจะกินนั่นล่ะ
ไปเห็นแกกำลังกินก๋วยเตี๋ยวใส่ขันน้ำ ใช่ครับ ใส่ก๋วยเตี่ยวต้มยำในขันน้ำ
ผมตกใจมาก เลยถามแกว่าไปเอาขันมาจากไหน แกก็ว่าซื้อมาจากเซ่เว่น
(ตอนนั้นแกคงคิดว่าเป็นถ้วยใส่อาหารอย่างนึง)
แล้วแกก็นั่งซัดก๋วยเตี่ยวอย่างเอร็ดอร่อยต่อไป ผมก็ไม่กล้าพูดอะไร
รอให้แกกินเสร็จก่อนแล้วค่อยบอก พอแกรู้ว่าเป็นขันตักน้ำ ก็งงว่าขันน้ำอะไรยังไงใช้ทำอะไร
เหมือนฝรั่งงงขันน้ำในห้องน้ำของ โน้ต อุดม เลยทีเดียวเชียว

จากคุณ : griffith


แวะมาลงชื่อ เป็นกระทู้ที่อ่านแล้วอารมณ์ดี

ผมชอบพิธีกรรายการนี้มากครับ สวย sexy ดีจัง
เห็นเป็นรายการเกี่ยวกับอาหาร เลยเอามาแปะให้ชม

จากคุณ : INeedYou


ตามอ่านตลอดนะคะ ยาวมาก ๆ

เรื่องเกิดขึ้นเมื่อวานค่ะ เราแต่งงานกับชาวจีนสิงคโปร์ ดูความเห็นเราได้ที่ ความเห็น 51
สามีเรากลายเป็นคนบ้าอาหารไทยไปแล้ว เมื่อวานอยากกินเบียร์ กับหอยแครงลวก
แต่ที่ซุปเปอร์บางวันก็มี แต่เมื่อวานไม่มี เราก็เลยซื้อปลาหมึกสดมาแทน
สามีถามว่า จะเอามาทำยังไง เราก็บอก แบบ สไปซี่ไง ที่เธอชอบ เหมือนยำวุ้นเส้นไง
ทีนี้นี่ เหมือนคนแพ้ท้องเลย บอกว่า เดี๋ยวเค้าป้อนข้าวลูกเอง ยูไปทำกับข้าว (หรือกับแกล้ม)
ปกตินี่ เราป้อนนะ อิอิ พออยากกินล่ะ ขยันขึ้นมาเชียว
ก็ทำยำปลาหมึก เห็นมันน้อยไปหน่อย ก็เลยเอาหมูสับ กับกุ้งมาลวก ใส่วุ้นเส้นไปด้วย
ทำรสที่เราทานกันทั่วไปค่ะ

ผลคือ อร่อย ๆ สุดยอดดดด(พูดไทย) น้ำมูก น้ำตาไหล เหงื่อแตก แต่ไม่ถอยค่ะ
เราขำมาก ถ่ายคลิปไว้ด้วย ฮ่าฮ่าฮ่า
มีบ่นด้วย ว่าทำไมลวกกุ้งอะ ทำไมไม่ใส่สด ๆ ลงไป (จะเอาแบบกุ้งแช่น้ำปลา ตอนที่เราท้องใหม่ แล้วแพ้ท้องกินอะไรไม่ได้ สามีแพ้ท้องแทนค่ะ ขอกุ้งแช่น้ำปลาทุกวัน เอาเผ็ด ๆ ตำพริกอยู่ยังไม่เสร็จก็มาเร่งแล้วล่ะ)

พอกินเสร็จ บอกว่า น่าจะเอากุ้งมาใส่อีกเนอะ กินแบบกุ้งแช่น้ำปลาไง
จนแล้วจนรอด ก็ไปแกะกุ้งมาคลุกกับน้ำยำที่เหลืออีกครึ่งโล หมดเกลี้ยง
หางกุ้งเกลื่อนเลย  หยอกเย้า

วันนี้มื้อเช้าก็รีเควส ผัดกระเพรา

อยากจะถามว่า เธอเป็นคนไทยปลอมตัวมาใช่มั้ย ฮ่าฮ่าฮ่า
ก่อนที่จะมีเรา เค้าไม่ใช่คนกินเผ็ดค่ะ เพื่อน ๆ สมัยเรียน ทักกันทุกคนว่า
สามีเราเปลี่ยนไปเลย กินเผ็ด ๆ ได้ เมื่อก่อนไม่กินเลย


รูปที่ 1 กุ้งแช่น้ำปลาตอนแพ้ท้อง
รูปที่ 2 กระเพราหมูสับไข่ดาว เมื่อเช้า
รูปที่ 3 ยำรวมมิตรเมื่อคืน

จากคุณ : wippygal25


1104 น่ากินมากครับ นำ้ลายไหลตอนบ่ายสามเลย

จากคุณ : moritoom


มีเพื่อนเป็นคนญี่ปุ่นครับ มางานแต่งงานที่เมืองไทย แล้วมีการเลี้ยงเล็กๆที่บ้านญาติ
เจ้าภาพก็จัดของตามคนในพื้นที่ชอบ (เชียงราย)
หลู้ ลาบ เหล้าดองลำไย (ทำเอง) อาหารพื้นเมืองมากมาย แล้วก็หมูกระทะ
เพื่อนผม เห็นผมทานหลู้ (ทำจากเลือดหมูสด กินสดๆ)แรกๆก็ตกใจ แต่ก็ขอชิม
เห็นผมดื่มเหล้าลำไย ก็ขอชิมอีก
เรานึกว่าพวกนี้ท้องไม่ค่อยทรหดเหมือนเราก็ไม่ให้ทานเยอะ หาที่ไหนได้ซัดเอาๆ

ตอนแรกแม่บอก "อย่าให้เค้ากินเยอะ"
ผมเลยตอบไปว่า "หมดแล้ว ไม่ทันละ"
ฮ่าาาาาา

จากคุณ : amunique


เพื่อนคนญี่ปุ่นของเราค่ะ ตอนเห็นเรากินขนมใส่ไส้ ถามว่าเรากินไรอ้ะ ทำไมห่อด้วยใบไม้
เรากินชิ้นแรกก็เมียงมอง พอเรากินชิ้นที่สองดูฮีสนใจมาก
เราเลยเเบ่งอันที่สามให้ (มันมาเป็นพวง สามอันสิบบาท)
เท่านั้นเเหละติดใจ ฮีถามว่านี่อะไร ราคาเท่าไหร่ พอบอกว่าสิบบาท ฮีนึกว่าอันละสิบบาท (ยังบอกว่าถูกมาก)

เราบอกว่าไม่ใช่ หมดนี่แหละสิบบาท ฮีบอกว่าโอ้เวรี่ชีพ ไทยฟูดกู๊ดเทส~

แล้วเราพาไปกินข้าวกลางวัน ก็ชอบบอกให้เขากินเผ็ดสิใส่พริกสิ
เขาก็รู้แกวแล้วค่ะ หันมามองทางจานของเราแล้วบอกว่า ยูใส่แต่น้ำตาลนี่(เราก็ไม่กินเผ็ด)

ทีหลังเลยสั่งตามเราค่ะ เพราะรู้ว่าไม่เผ็ดแน่
แต่ก็มีมาบ่น "มันไม่มีผักเลย" เพราะเราไม่กินผักอะ 555

จากคุณ : MysticMicky


กลับมาเล่ารอบที่ 3 อิอิ
ตามที่เคยเล่าไว้ สามี(อเมริกัน) ของเราย้ายมาอยู่เมืองไทยเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา นอกจากเบียร์ช้างที่โปรดปรานเป็นอย่างมากแล้ว ก็มีอาหารไทยนี่แหละค่ะที่เค้าชอบมาก  

ตอนเช้าวันเสาร์อาทิตย์หากเค้าหิวมากและเรายังไม่ตื่น เค้าจะเดินลงมาซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งกินเอง หมูปิ้ง 6 ไม้ ข้าวเหนียว 1 ห่อ วิธีการกินก็คือ กินหมูให้หมดก่อน เสร็จแล้วตามด้วยข้าวเหนียว เราเห็นแล้วก็งง มันอร่อยตรงไหนฟ่ะ

นอกจากนี้ก็มีก๋วยเตี๋ยวที่สามีเราชอบกินมากกกก ทั้งก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น เกี๊ยวน้ำ กินครั้งละ 2 ชามเชียวค่ะคุณ ทุกครั้งที่ไปกินเป็นต้องถ่ายรูปลงเฟสบุค จนญาติๆเค้าถามว่าอยู่เมืองไทยนอกจากกินแล้วทำอะไรบ้าง - -“  ล่าสุดที่โชว์รูปก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นเจ้าประจำ น้องชายสามีที่ชอบทำอาหารถึงกับถามว่า คืออะไร ดูน่ากินมาก บอกชื่อมาเดี๋ยวเค้าจะไปลองทำกินเอง

ที่น่ากลุ้มใจคือ สามีไม่กินเผ็ด แต่กินเปรี้ยวกับเค็ม(มากกกกกก) เมื่อสัปดาห์ก่อนพาไปงานเลี้ยงกับที่ทำงาน แล้วที่ทำงานสั่งข้าวผัดปูมาให้จานใหญ่ พอแบ่งใส่จานเล็กได้แฟนเราก็ตักน้ำปลาราดไปประมาณ 5 ช้อนได้ จนเจ้านายเราตกตะลึง เราเองร้องบอกเค้าตั้งแต่ช้อนที่ 3 แล้วว่าให้พอเดี๋ยวจะเค็ม แต่สามีไม่ฟังค่ะ - -“ หลังหมดข้าวผัดมีอาหารอย่างอื่น เค้าก็กินปกตินะคะ แต่พอสั่งข้าวผัดทะเลมาใหม่ เค้าก็อยากกินอีกถึงกับตักเองเลยทีเดียว (ปกติเราจะตักให้เค้าค่ะ เพราะต้องคอยดูด้วยว่าเป็นอาหารประเภทไหน เค้ากินได้หรือเปล่า) ระหว่างที่เค้ากำลังตักข้าวผัด เจ้านายเลยบอกคนที่นั่งใกล้ถ้วยน้ำปลาพริกให้เอาไปซ่อน (ไม่ต้องกระซิบค่ะ เพราะสามีฟังภาษาไทยไม่รู้เรื่อง) ปรากฏว่าถ้าไม่เห็นถ้วยน้ำปลากพริกก็ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ถามหาด้วย
และวีรกรรมการกินล่าสุดของสามีคือ หอยนางรมกระทะร้อนค่ะ ไปกินกันที่ฟู้ดคอร์ทในห้าง เค้าอยากลองกิน เราเลยสั่งให้  เสร็จแล้วเราก็ไปซื้อน้ำและสั่งอาหารของเรา กลับไปที่โต๊ะเจอภาพนี้ค่ะ

ตอนแรกเราเข้าใจว่าร้านนี้ทำไม่ดีเลย ไหงหอยไหม้และเหม็นเยี่ยงนี้  ไม่ทันไรความจริงก็ปรากฏ เมื่อสามีถือถาดหอยกระทะร้อนกลับไปที่ร้าน  เพื่อไปเติมน้ำจิ้มหมูแดงหมูกรอบ (น้ำจิ้มสีดำๆอ่ะค่ะ) ราดเพิ่มมาซะชุ่มเลย เราก็ถามว่าทำไมถึงเอาน้ำจิ้มหมูแดงมาราด มันไม่เข้ากัน หอยทอดมันมีน้ำจิ้มของมันเฉพาะ

เค้าตอบว่าก็มันอยู่ในขวด (ขวดซอสสีส้มทึบๆ แบบใน KFC น่ะค่ะ ) ไอกลัวจะเผ็ด เลยลองเอาน้ำจิ้มหมูแดง (เห็นหน้าตาจะๆ อยู่ในโถแก้ว) มาราดดู อร่อยนะ ยูจะลองม๊ายยย ให้เพื่อนๆ ทายว่าเราลองชิมหรือเปล่าคะ 5555555

แก้ไข รูปโพสอยู่ที่ความเห็นที่ 1131 ค่ะ

จากคุณ : madam wilson


จากคุณ :


ขอลบเนื่องจากจะแก้ไขเรื่องรูป แต่กลายเป็นโพสซ้ำค่ะ

จากคุณ : madam wilson


รูปไม่ขึ้น

พยายามโพสรูป แต่กลับกลายเป็นส่งข้อความซ้ำ แก้ไขยังไงคะ

ขอโทษด้วย เราไม่เคยโพสรูป - -"

จากคุณ : madam wilson


^ ถ้าลดขนาดรูป ตามที่เว็บกำหนดแล้ว ปัญหาส่วนใหญ่ของคนโพสต์รูปไม่ติดคือ Preview ค่ะ
เวลาโพสต์รูป "ห้าม Preview" เด็ดขาด

จากคุณ : wayo


เอาอีกๆๆๆ

จากคุณ : add_2495


เคยมีโอกาสไปทำวิจัยที่อังกฤษ ทำกับข้าวกินเอง ที่บ้านที่เป็น share house มีคนอินเดียอยู่ด้วย เวลาเราทำกับข้าว เค้าจะเข้ามาส่องๆ แล้วถามว่าทำไรกินอ่ะ  แล้วก็ทำหน้าแบบ ชิชิ กับข้าวบ้านฉันยังน่าอร่อยกว่านี้อีก แล้ววันนึง เค้าก็เอากับข้าวที่เค้าทำมาแบ่งเรากิน เรากินก็งั้นๆแหละ คือไม่ค่อยถูกปากอ่ะค่ะ แถมกลิ่นกับข้าวอินเดียเค้านี่ เอ่อ จำได้ว่าตามมาหลอกหลอนถึงไทยเลย เหอๆ
  พอวันนึงเราเลยทำต้มข่าไก่ง่ายๆแซ่บๆ ให้เค้าลองชิมดูชามเล็กๆ ปรากฏว่า ยัยอินเดียซดเรียบ ไม่เหลือแม้แต่น้ำ แถมขอตักเพิ่มแบบเหนียมอายให้สามีเค้ากินด้วย ครั้งต่อไปพอเราทำอีก เจ๊แกถึงขั้นเอาสมุดโน๊ตมาจดสูตรตามเรายิกๆเลย เราเลยทำไปด้วย เขินไปด้วย ฮ่าๆ  
 ที่แลปก็เหมือนกันค่ะ เวลาเอากับข้าวไปเวปแล้วกลิ่นโชยคลุ้งทั้งแลป เรายังแอบกลัวฝรั่งด่า ปรากฎว่า ฝรั่งทำจมูกฟุดฟิดแถมชมว่าหอมจัง ก่อนกลับเลยจัดชุดใหญ่เลี้ยงทั้งแลปเลย เห็นมั้ยล่ะ อาหารไทย ไม่แพ้ชาติใดในโลก วะฮ่าๆ

จากคุณ : geosiphon


จำได้ว่ากระทู้นี้ผมเคยกดถูกใจไปเมื่อปลายปีที่แล้วนี่หว่า???

นี่ยังเป็นกระทู้แนะนำอีกหรือนี่....??!!!?!

^^ อาร่อย...

จากคุณ : fantasea


เกิดขึ้นเมื่อวานนี้เองค่ะ  คือที่บริษัทเราเป็นบริษัทเล็กๆเพิ่งเปิดใหม่ มีแต่นายญี่ปุ่น
เรามีหน้าที่สั่งกับข้าวให้นายทาน วันนี้แกเล่นขอไก่ย่าง ซึ่งมันไม่มีในรายการตามสั่ง
เดือดร้อนเราต้องปรึกษากันให้วุ่นว่าจะซื้อไก่ย่างที่ไหนให้แกกินดี ก็ทั้งไก่ย่างห้าดาวทั้งหลายไม่เปิดเลยสักกะร้าน พี่หัวหน้าเราเลยบอกว่างั้นก้เอามันไก่ย่างวิเชียรเนี่ยแหละ
ปรากฏว่าตอนเที่ยงแกเห็นไก่ย่างวิเชียรเข้า อื้อหือ โอ้โหใหญ่เชียวแกว่ามันถูกครึ่งตัวแค่ 65 บาทเอง วันก่อนแกไปกินเลี้ยงกับเพื่อนคนญี่ปุ่นด้วยกัน หมดไป9000 แกว่าไม่อร่อยเลย จะบ้าเร๊อะ นายไปกินที่ไหนมา:-)แพงชิบ แล้วแกก็บ่นๆๆว่า ของแพงก็ใช้ว่าจะอร่อยเนอะ กินของแบบนี้อร่อยกว่าตั้งเยอะแถมถูกด้วย แล้วแกก้แบ่งให้เพื่อนเราคนละครึ่งเพราะแกกลัวกินไม่หมด ไอ้เราก้เกรงใจ แกบอกว่าก็ลองเอาส้มตำมาแลกกันสิ เพื่อนเราบอกว่า ใส่ปลาร้านะ แกทำหน้าแหยงๆ แต่ก็จะลองกินดู (ชะๆๆ จะกินส้มตำได้เร้อ) ที่ไหนได้ พอเข้าปากเท่านั้นแหละ โออิชี่ โออิชิ ไม่ขาดปาก

จากคุณ : มาเฟียจนกรอบ


เราเล่าบ้าง  หลานสาวเราชื่อ โซฟี เป็นลูกครึ่งไทย-นิวซีแลนด์ แกเกิดและเติบโตที่นิวซีแลนด์ แต่ก็มาเยี่ยมครอบครัวแม่ที่เมืองไทยแทบทุกปี  เวลามาอุบลทีไร( บ้านเกิดแม่)โซฟีชอบกินก๋วยจั๊บอุบลมากกกกกก (ก๋วยจั๊บอุบลจะเป็นแป้งเส้นยาวๆ เหมือนเส้นสปาเก็ตตี้)  จนพอกลับไปนิวซีแลนด์แล้ว วันดีคืนดีโซฟีอยากกินก็วยจั๊บขึ้นมา แกก็จะบอกแม่ว่า จองตั๋วเครื่องบินไปเมืองไทยให้หนูเดี๋ยวนี้  หนูอยากไปกินก๋วยจั๊บ!  (แม่โซฟีเล่าว่าแกพูดแบบนี้บ่อยมากกก)  

แม่แกเลยบอกว่าไม่ไหวมั้งคะ  ถ้าจะให้แม่ซื้อตั๋วเครื่องบินเพื่อมากินก๋วยจั๊บอย่างเดียว  ไว้รอกินตอนกลับไปเยี่ยมเมืองไทยรอบหน้าเถอะนะ  โซฟีเลยออกอาการงอนแม่ตัวเองซะงั้น
ตอนนี้โซฟีเพิ่งได้กลับมาเยี่ยมอุบลอีกครั้งเมื่อวานนี้เอง  ได้ข่าวว่าระหว่างที่เรากำลังพิมพ์ข้อความนี้อยู่  แกก็กำลังนั่งกินก๋วยจั๊บอยู่เลย เรียกว่าได้กินก๋วยจั๊บสมใจแล้วล่ะ 5555

จากคุณ : มะลิ (mali2012)


กลับมาอ่านเรื่อยๆ วันนี้มาโพสต์ใหม่

เมื่อวันศุกร์ที่เราพาซัพพลายเออร์ที่มาจากอเมริกา ไปกินอาหารไทยที่วนคาม

เจอญี่ปุ่น 4 คน มากันเอง  สั่งผัดผักบุ้งไฟแดงจานใหญ่มาก ข้าวเหนียว ไก่ย่าง

ลาบ(ไม่รู้ว่าลาบอะไร)  แล้วก็หมูแดดเดียว  เบียร์ น้ำแตงโมปั่น  มีอีกแต่ไม่เห็น

รู้แต่ว่าเต็มโต่๊ะเลย  แล้วก็เห็นคีบผัดผักบุ้งกินกับเบียร์กันยกใหญ่  พอดีเรากลับก่อน

เลยไม่ได้ดูต่อ  แต่ดูท่าทางในการกินอาหารของกลุ่มนี้ต้องบอกว่า เชี่ยวชาญมาก

จากคุณ : ต๊อตโตะจัง


ซุ่มอ่านมาหลายเดือน ชอบมาก ตอนนี้ก็ยังตามอ่านอย่างไม่ลดละ

เคยไปเรียนภาษาที่นิวซีแลนด์ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ตอนไปอายุก็มิใช่น้อยเรียกได้ว่าเป็นพี่ใหญ่ของเด็กไทยที่นั่นเลยก็ว่าได้ ตอนนั้นเด็กไทยที่มาเรียนโทเฟลเพื่อรอเรียนป.ตรี-โท ที่นั่นก็ชวนไปทานข้าวเย็นที่แฟลตใกล้มหาวิทยาลัยนัยว่าทำกินกันเป็นประจำอยู่แล้วมิได้พิเศษอะไร เราก็ดีใจเบื่อแซนด์วิชจะตายอยู่แหล่ว ฟังเมนูที่น้องจะทำแล้วสะดุ้ง เพราะพี่คิดไม่ถึงว่าน้องผู้ชายล้วนๆ จะทำได้ และในชีวิตของพี่ก็ไม่เคยคิดแม้แต่จะทำ (ตัวข้าพเจ้าแม้เป็นหญิงแต่ก็ทำกับข้าวไม่ค่อยจะเป็น) คือ น้องจะทำก๋วยเตี่ยว ขนมจีนน้ำยาใส่ลูกชิ้นปลา แล้วก็กับข้าวอีกอย่างจำไม่ได้แล้ว พอถึงแฟลตน้องก็เอากระชายมาโขลกกับพริกแกงน้ำยาที่น่าจะซื้อมาจากร้านของคนไทย ส่วนขนมจีนใช้ของเวียดนาม ผลผลิตออกมาน่าทานมากๆๆ อร่อยเหมือนกินอยู่ที่เมืองไทยเลย แหม..ถ้ามีใบแมงลักอีกนิดละก็ครบเครื่องเชียว กินไปสองถ้วยก็ขอตัวกลับเพราะเดี๋ยวไม่มีรถกลับบ้าน

วันนั้นเพื่อนชาวไต้หวันของน้องๆ ก็จัดงานวันเกิดกันในห้องนั้นด้วยแหละ สาวไต้หวันก็รุมทำอาหารกันใหญ่ ทว่าอาหารของสาวๆ คือ ของทอดทั้งหลายที่มากันเป็นแพ็ค ของง่ายทำเสร็จเร็วแต่ลิบลับไปคนละทางกับที่น้องไทยชายล้วนใช้เวลาหาเครื่อง เตรียมเครื่องกับทำ วันหลังน้องคนไทยมาบอกว่ากับข้าวที่ทำไว้นั้นพี่ไทยไม่ค่อยได้กินหรอกเพราะโดนเพื่อนๆ ไต้หวันและอีกหลายชาติกินกันซะจนหมดเกลี้ยง

จากคุณ : พวงครามยามหมุนติ้ว


ตามอ่านมาหลายวัน วันนี้ขอแชร์บ้างครับ

เมื่อปีก่อน เพื่อนของเพื่อนเป็นคนอเมริกามาเที่ยวเมืองไทย ติดใจกระเทียมเจียวกับกากหมูในก๋วยเตี๋ยวมาก หมูทอดกระเทียมก็บอกให้เพื่อนใส่กระเทียมเยอะ ๆ แต่กระเทียมสดจะยี้มาก อีกอย่างที่ชอบคือไก่ทอดกับหอมเจียว ถึงขนาดบอกว่า จะหาแฟนเป็นคนไทย จะได้ทอดกระเทียม ทอดหอมให้เขากิน 5555+

ปล.ตอนนี้ได้แฟนเป็นคนไทยสมใจเรียบร้อยไปแล้วครับ แต่....แฟนทำอาหารไม่เป็นนะครับ

จากคุณ : You Are Everything


       ผมนั่งคุยกะเพื่อนญี่ปุ่นและอเมริกันที่โกเบ เฮียวโกะ ประเทศญี่ปุ่น  ทั้งคู่ไม่เคยมาเมืองไทย แต่ได้ดูสารคดีที่ถ่ายทำในเมืองไทย เกี่ยวกับการเปิบพิศดาร ทั้งรถด่วน ( หนอน ) และตั๊กแตน   เค้าส่งเสียง  " แหยก !   Jack san  เค้ากินกันได้งัยน่ะ  "   แต่เป็นการถามแบบอยากเห็น อยากลอง  ผมก็เลยจัดให้โดยพาไปร้านอาหารไทยแบบภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่คุณหมอญี่ปุ่นและน้องพร สาวไทยร่วมบริหาร   ผมสั่งเบียร์ไทย ลาบไก่และต้มแซบร้อนๆ เป็นการอุ่นเครื่องซึ่งก็ดื่มกินกันอย่างเพลิดเพลิน

         แล้วสักพัก กุ๊กประจำร้านคือ บักวอนลูกอิสาน หรือชื่อญี่ปุ่นว่า " ยามาดะ  "  ก็ปรุงอาหารพิเศษมาเสิร์ฟ นั่นคือ กุ้งอากาศทอดกรอบ ( ตั๊กแตน ) พร้อมกับซอสศรีราชา  ทั้งคู่นั่งมองตาปริบๆ  ผมเลยคีบตั๊กแตนทอดจิ้มซอสใส่ปากเคี้ยวดังกร้วมๆ ก็มันกรอบดีครับ  จากนั้นสองหนุ่มก็ค่อยๆทำตามแบบครึ่งกลัว ครึ่งกล้า  เพื่อนญี่ปุ่นกลืนลงท้องเสร็จก็อุทานลั่น   "  อุมัย   อร่อยมาก  "  ห้านาทีต่อมาก็เหลือแต่จานเปล่า  ผมเลยต้องบอก  " ยามาดาซังจัดมาอีกจาน "  ก็อร่อยเค้าละครับ

         ผมบอกทั้งสองคนว่า ถ้าจะกินอาหารไทยแบบของจริง ยูต้องไปเมืองไทย และถ้าจะชอบอะไรแบบเนี้ยะ ต้องแวะที่ข้าวสารโรด จะได้ชิมทุกสรรพสิ่งที่ต้องการในราคาย่อมเยาดีมีรสชาติด้วย   และที่ผมไม่ได้บอกพวกเค้าคือ  ผมชิมตั๊กแตนทอดครั้งแรกก็ที่ญี่ปุ่นนี่แหละครับ

จากคุณ : Jackrapan (Jack Happy)


ข้าวเหนียวมะม่วงเลยค่ะ  ชาติไหนชาตินั้น จีน ฝรั่ง แขก ติดใจหมดค่ะ
เคยทำออกงานอาหารนานาชาติที่มหาลัย เพื่อนๆชิมแล้วติดใจกันใหญ่ ถามว่าทำยังงัย ไม่เคยกินข้าวเหนียวอร่อยขนาดนี้ 555

จากคุณ : someone in common


ฝากสูตรไปให้คุณแม่น้องโซฟีหน่อยนะคะ   เพื่อความสมานฉันท์ในครอบครัว


เส้นก๋วยจั๊บ  จากคุณ พิพพ์ ห้องไกลบ้านนี่ล่ะค่ะ

เมื่อเป็นเด็กโตมากับเส้น เช้าๆมาก็ถือถ้วยไปซื้อ แม่ค้าคนญวนหาบกระบุงใส่หม้อก๋วยจั๊บมาขายกินกันทุกวัน ไปดูสิ ร้านขายอะไรเยอะมาก ในเมืองอุบล มีร้านขายก๋วยจั๊บ ส้มตำ กาแฟเย็น เนื้อย่าง ติดอันดับมากที่สุด เส้นก๋วยจั๊บก็กิโลละ 15 บาท ต้มกินกันใส่หมูยอเยอะ เป็นอาหารเช้า สมัยเมื่อทำงานแถวข้างศาลากลางจังหวัดก็เต็มไปด้วยร้านก๋วยจั๊บ หมูยอคนเวียตนาม แล้วเมื่อมาอยู่ไกลบ้านอย่างนี้ อารมณ์อยากกินก็เกิดขึ้นบ่อยๆ เมื่อต้นเดือน แว๊ดกลับมาจากบ้านถือมาให้ ครึ่ง กก.ต้มกินตั้งแต่กลับจากสนามบินถึงบ้าน เห็นแก่กินจังเลย กินพอให้หายคิดถึงบ้าน แล้วก็เหมือนโชคช่วยคนตะกละ ไปบ้านเพื่อนสาวคนลาว เขาต้มข้าวเปียกเส้นให้กิน คนลาวหรือคนอีสานเหนือเรียกก๋วยจั๊บว่า ข้าวเปียกเส้น เราก็ดีใจเป็นนักหนา ถามไถ่เขาว่าไปซื้อเส้นมาจากไหน เขาบอกทำเองง่ายๆ ฉันตาโต ก็ไม่เคยคิดจะทำเป็นเลย ซื้อจนชินเมืองอุบลมันไม่อดอยากนี่เนาะ เลยถามวิธีทำเขามา เขาก็ใจดีบอกมา  ผลหรือคะฉันร้องกรี๊ดลั่นครัว ใช่เลยค่ะ เส้นก๋วยจั๊บ!!

1. แป้งข้าวจ้าว 2 ส่วน
2. แป้งมัน 1 ส่วน
3.น้ำต้มเดือด

เอาแป้งผสมกันลงอ่าง ต้มน้ำเดือด เทลงพอผสมได้ นวดแป้งให้เนียน เอาแป้งมันโรยหน่อย พอแป้งเนียนปั้นเป็นก้อนกลม แล้ว เอามากลิ้งให้บาง ตามใจชอบ หั่นเป็นเส้นเล็ก ใหญ่ หนา บาง แล้วแต่คนชอบอีก เอาแป้งมันโรยๆ ไม่ให้มันติดกัน อย่าโรยมาก เวลาจะต้มเคาะออกด้วย เดี๋ยวน้ำจะข้นไป  เส้นเหลือ เก็บใส่ช่องแข็งได้ ค่ะ

*************************************************

หมูยอ สูตรเวียดนาม รสแบบของไทย ของพี่ฉวี สาวอุบล
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=tastypastry&month=08-2011&date=02&group=1&gblog=56

หมูยอ (โฮมเมด) อร่อยเหมือนที่เขาวางขายเลยค่ะ หากทำตามวิธีอย่างเคร่งครัด
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=tastypastry&month=15-04-2008&group=1&gblog=12

*************************************************

วิธีทำน้ำซุป  จากคุณนัท สาวอุบล  แม่ค้าก๋วยจั๊บญวน
http://topicstock.pantip.com/food/topicstock/2010/10/D9799908/D9799908.html#37

*************************************************

เคล็ดลับการเจียวหอมแดง ..
http://topicstock.pantip.com/food/topicstock/2010/01/D8814003/D8814003.html

จากคุณ : เจซอง


@ คุณเจซองคะ

ขอบคุณมากนะคะสำหรับสูตรทำก๋วยจั๊บคะ
เดี๋ยวจะเอาไปบอกคุณแม่โซฟีนะคะ
คิดว่าคุณแม่น้องคนจะดีใจค่ะ จะได้ทำให้น้องกินได้เวลากลับไปนิวซีแลนด์ค่ะ  :)

จากคุณ : มะลิ (mali2012)


โห...ดิฉันตอบกระทู้ไปตั้งแต่ตอนต้นๆนู้นนน กระทู้ยังอยู่อีกเหรอคะเนี่ย ของเค้าแรงจริงๆ ฮ่าๆ

คุณ #1120

สามีอเมริกันของดิฉันเหมือนเพื่อนของคุณเลยค่ะ ทุกวันนี้ต้องทำกระเทียมเจียว หอมเจียว และพริกทอด (สามีทานเผ็ดมาก พริกทอด 5-6 เม็ดต่อข้าวหนึ่งจาน จานไซซ์คนไทยเนี่ยแหละค่ะ ดิฉันไทยแท้ยอมแพ้ค่ะ ฮ่าๆ) ทำไว้กระปุกใหญ่ติดบ้านตลอด ก็พี่ท่านเล่นโรยอาหารไทย ต้ม แกง ทอด ผัด มาม่า...ทุกอย่างจริงๆ มีหลายทีที่เอามาโรยข้าวเหยาะซีอิ๊วขาว ฮ่าๆ บางทีดิฉันแซว เห้ย ยู ไม่เอาโรยบนขนมปัง แพนเค้ก ด้วยง่ะ ฮ่าๆๆๆ

พากันไปทานร้านอาหารไทยหลายๆร้านในเมืองที่ดิฉันอยู่ ทุกครั้งสามีจะบอกว่า นี่ไม่ใช่รสชาติอาหารไทยอ่ะ หวานเกิน (บ่นแต่ก็ยังชอบลองกิน) ดิฉันเลยถามกลับว่า อ้าว แล้วรสชาติไทยๆของยูน่ะเป็นยังไง พี่ท่านบอก ก็เหมือนร้านอาหารตามสั่งที่เมืองไทย ถ้าต้มยำก็ต้องเผ็ด เปรี้ยว เค็ม (แหน๊ รู้ดีด้วยแหน่ะ ฮ่าๆ) เคาะกะทะดังๆ ไฟลุกท่วม พรึ่บเดียวได้กินแล้ว ฮ่าๆๆๆๆ

สามีไม่ทานทุเรียน ชอบกลิ่นทุเรียนม๊ากก ดมแบบสูดเต็มปอดเลยนะ กลับไทยยังไปดอดซื้อกลิ่นทุเรียนเหมือนพวกกลิ่นดอกมะลิ ขวดเล็กๆติดมือกลับมาด้วย ดิฉันล่ะเวียนหัวแทน ฮ่าๆๆ มาบอกดิฉันว่า สงสัยชั้นเกิดผิดประเทศ ฮ่าๆ

จากคุณ : Bounty


#1125

ขำอ่ะ ที่บอกว่า สงสัยเกิดผิดประเทศ 555+

จากคุณ : ซุ่มในซอย


#1125

น่ารักอ่ะ 555   ดูเค้ามีความสุขกับอาหารไทยมากเลยนะคะนั่น ^^

จากคุณ : girl_gunners


ไปอ่านเจอในบล็อกสาวเกาหลีที่อยู่เมืองไทย
แรกๆ เขาก็กินอาหารไทยไม่เก่ง กินเผ็ดไม่ได้ แต่ปัจจุบันนี่กินได้เยอะเลยมัง เห็นรูปภาพของกินสารพัดมาก(ยังไม่ถึงขั้นรถด่วนหรือปลาร้าก็ตามที)

เขาถ่ายรูปเมนูข้าวจากเคเอฟซีไปโพสต์ด้วย แล้วก็บอกว่าชอบข้าวหน้าแกงเขียวหวานไก่มากที่สุด
ทำเอาคนไทยอย่างดิฉันอยากไปซื้อกินทันที(ปกติชอบกินแต่ยำไก่แซ่บ เพราะมีประสบการณ์กินยำไก่ซี๊ดแล้วไม่อร่อยเลยไม่อยากเปลี่ยน)
คนเกาหลีเข้ามาอ่านก็เม้นท์ไว้ประมาณว่า โอ้ เคเอฟซีไทยมีข้าวขายด้วย, ถ้ามีโอกาสไปไทย จะไปลองกิน, ข้าวชุดนึงราคาถูกจัง ฯลฯ

มีภาพเขาไปซื้อข้าวโพดต้มข้างทาง เขาชมว่าแม่ค้าเอามีดปาดแต่เนื้อให้กินง่ายมาก(อยู่เมืองไทยยังไม่เคยเจอเลย เจอแต่ขายเป็นฝัก) ข้าวโพดไทยก็อร่อย คนมาเม้นท์ตอบก็บอกว่าข้าวโพดไทยสีเหลืองน่ากินมากกก

เวปบล็อกหน้าที่พูดถึงเคเอฟซี
http://blog.naver.com/PostThumbnailView.nhn?blogId=ilovekhun&logNo=40135683184&categoryNo=44&parentCategoryNo=

จากคุณ : bluejazz7


วันนี้เข้ากระทู้นี้มา ตาเหลือบไปเห็นวันที่ ที่เจ้าของกระทู้ตั้งกระทู้นี้

ตกใจมากเลย มันจะครบ 1 ปีแล้ว

เวลาผ่านไปไวมากๆ

จากคุณ : Disciple de Alexandra Cabot


เคยอ่านกระทู้นี้เมื่อนานมากๆแล้ว  เพิ่งมาเห็นว่ากระทู้นี้ยังอยู่อีกแฮะ
ก็เลยมาตามอ่านอีกรอบ  อ่านมาสองวัน ไม่ได้ทำอะไรเลยเลย 555
อ่านบางเม้นท์แล้วแอบนํ้าตาซึมอ่ะ  รู้สึกดีมากๆที่อาหารไทยโด่งดังขนาดนี้
ปกติทำอาหารไม่เป็น  นึกอยากจะเข้าครัว ไปหัดทำอาหารบ้างแล้ว ><

เคยเจอครั้งนึงแถวๆท่าพระจันทร์  ไปนั่งกินข้าวที่ร้าน
ก็เห็นฝรั่งคนนึงสั่งข้าวเปล่า 1 จาน กับ ผัดผักบุ้งแล้วก็ยำปลาดุกฟู
เค้ากินท่าทางอร่อยมากกกก จนเราดูไป ก็ยิ้มไป เหมือนเค้าจะชอบมาก
แล้วเค้าก็กินข้าวไม่หมด เพราะมัวแต่นั่งกินผัดผักบุ้งกับยำปลาดุกฟูเปล่า ^^

จากคุณ : girl_gunners


อันเนื่องมาจาก 1108 ค่ะ

จากคุณ : madam wilson


เพราะอะไรทำให้ชาวต่างชาติต้องหอบโอ่งจากราชบุรีไปเที่ยวชะอำด้วย  เชิญอ่านค่ะ http://www.pantip.com/cafe/food/topic/D12774124/D12774124.html

จากคุณ : เจซอง


#1128 อ่านเกาหลีไม่ออก แต่คลิกตามดูรูปแล้ว แบบว่านอกจากรีวิวของกิน ไม่มีเรื่องอื่นเลย 55555+

จากคุณ : คานเหล็กกล้าทาแล็กเกอร์


กระทู้จะเดี้ยงแล้วค่ะ โหลดหลายรอบมาก ทำไงดีๆ...

จากคุณ : ชื่อที่ไม่มีใคร


เดี้ยงเพราะพันทิพแบ่ง server ไปเทสระบบใหม่รึเปล่า

ไม่อยากให้กระทู้นี้หายไปเลย
ไม่รู้ว่ากระทู้นี้จะได้ตามไปอยู่ในระบบใหม่ด้วยรึเปล่า

จากคุณ : Bombastus


ดีใจกระทู้ยังอยู่ วันนี้มาเมาท์สามีค่ะ เมื่อสองวันก่อน เพื่อนกะลูกสาวมาเยี่ยมที่บ้าน น้องอยากกินเปาะเปี๊ยะ ก็เลยทำให้ทาน ผัดใส้ใส่เห็ดหอมด้วย แล้วก็ผึ่งไว้ให้แห้ง คุณสามีเดินผ่าน เอามือโบกๆ ถามว่าเธอทำอะไรเหม็นจัง เราก็บอกใส้เปาะเปี๊ยะ ทำไว้ 50 ตัว คุณหลานกินไป สามตัว ลูกสาวดิฉัน สามตัว เพื่อนกะตัวดิฉันรวมกันไม่เกินสิบ ที่เหลือคุณสามีฟาดเรียบค่ะ แถมบอกตอนแรกเหม็น แต่ตอนนี้ไม่เห็นเหม็นเลย อร่อย วันรุ่งขึ้นถามอีก ยังมีอีกไหม อิอิ

จากคุณ : นีน่าน้อย (นีน่าน้อย)


ลืมบอกค่ะ สามีเป็นชาวเยอรมัน ทานอาหารไทยได้หลายอย่างค่ะ

จากคุณ : นีน่าน้อย (นีน่าน้อย)


ผมทำงานที่สนามบินคับ เป็น ตม.  มีครั้งหนึ่งเห็นชาวรัสเซียตบตีกัน จึงไปถามว่าเพราะเหตุใด  เขาบอกว่าฝากผลไม้ไว้กับเพื่อนแล้วเพื่อนทำหาย  ผมก็งง  อะไรจะขนาด  เขาบอกว่าเงินทองหายไม่ว่า แต่มะม่วงกับสัปปะรดหายเป็นเรื่อง

สรุป ตบตีกันเพราะมะม่วงกับสัปปะรดหายนี่เอง  เอวัง

จากคุณ : upperate


ขออนุญาตนำมาแปะ ภูมิใจ๊ ภูมิใจ

http://www.pantip.com/cafe/food/topic/D12781050/D12781050.html

จากคุณ : Terkrub


อยากให้กระทู้นี้เป็นกระทู้แนะนำตลอดไปเลย เวลามีเรื่องอะไร จะได้เอามาอัพเดตความสุขกัน

จากคุณ : VonGSaPhat_JKB


แนะนำว่าอย่าแปะรูปค่ะ  กระทู้จะเดี้ยงเร็ว  ช่วยกันประคองให้นานที่สุดเลยนะ

จากคุณ : ต๊อตโตะจัง


ชอบมากครับ

ถ้าจะอ่านทั้งหมดคงต้องใช้เวลาหลายวันเลยทีเดียว

^______^

จากคุณ : foscarnet


เพิ่งกลับจากอเมริกาค่ะ ไปหาน้าที่โน่น เจอเพื่อนน้าทุกคนที่เป็นฝรั่ง ชอบอาหารไทยหมดเลยค่ะ ไม่ยี้ซักคนเลย ^^

smile

จากคุณ : armearn


สาวฝรั่งคนนี้ แวะมาซื้ออาหารกลางวันของเธอ
เจอแม่ค้าใจดี แถมขนมมาให้ฟรีๆ ด้วย ทั้งๆ ที่คุยกันไม่รู้เรื่อง
เธอประทับใจมากๆ ...

http://youtu.be/y7dzhRduKM4

จากคุณ : WinandBP


^
^
^
เอ่อ...Breakfast แปลว่าอาหารเช้าไม่ใช่หรือครับ

จากคุณ : Mr.Cellophane


 โอ้ว่า   ถึงเวลา     พันทิพเปลี่ยน
  อยาก  กราบเรียน ท่าน WM   นะเจ้าขา
  ขอหนึ่งอย่าง   ถ้าท่าน   จะเมตตา
  ขอนำพา   กระทู้นี้  ไปอยู่   เป็นคู่กัน
  เป็นคู่รัก   คู่ขวัญ   คู่ชีวิต
  เพราะเสพติด   เป็นนิจ   นะท่านหนา
  เข้ามาอ่าน  วันละ   หลายหลายครา
  สุขอุรา   หาใด   มาเปรียบเปรย
  เพราะเป็นเรื่อง   เรื่องเล่า   เคล้าความสุข
  เป็นความภาคภูมิใจ  สุดสุด  หามิได้
  หากวันหนึ่ง   กระทู้นี้   ต้องหายไป
  แล้วจะร้องเพลงชาติไทย   ให้ใครฟัง....เอย     <  ตอนจบเกี่ยวกันไหมเนี่ย  >



ผิดถูกประการใด ต้องขออภัย ด้วยนะค๊ะ

จากคุณ : PunPunJang2551


หลังจากตามอ่านมานานในที่สุดก็มีเรื่องมาแชร์ครับ
มี Professor รุ่นน้องมาจากออสเตรียมาติดต่อเรื่องงาน น้องก็เลยถือโอกาสจะพาไปเลี้ยงอาหาร
ก็คิดอยู่ว่าจะไปไหนดี ตอนแรกกะว่าจะไปทานอาหารญี่ปุ่นดีไหม? ระหว่างลังเลอยู่ professor คนนั้นก็เป็นคนเอ่ยขึ้นมาเองว่า ผมมาเมืองไทยหลายหนแล้ว เดี๋ยวผมพาไปเอง
รุ่นน้องก็ยังงงอยู่ว่าแกจะพาไปไหน  สรุปแกตรงดิ่งไปฟู๊ดคอร์ทในห้าง แกบอกว่าแกชอบมาก มีทุกอย่างให้เลือกแถมอร่อยมาก ๆ ด้วย รุ่นน้องผมถึงกับงง

อีกเรื่องที่อยากแชร์คือการบ้ามังคุดของคนญี่ปุ่น ลูกพี่ลูกน้องเพื่อนเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่น แม่จะพากลับมาเยี่ยมญาติที่เมืองไทยทุกซัมเมอร์ ปรากฎว่าสิ่งที่เด็กคนนี้กินทุกวันคือมังคุด กินวันละหลายกิโล เขาบอกว่ามันอร่อยและถูกมากเมื่อเทียบกับญี่ปุ่น ก็เลยรู้ที่มาว่าทำไมถึงรบเร้ามาเมืองไทยทุกซัมเมอร์

จากคุณ : คุณชายต้วน


วันนี้เลยค่ะ ไปวัดโพธิ์มา เดินผ่านข้างๆวัดจะมีขายอาหารแห้งหลายอย่าง กลิ่นปลาหมึกแห้งนี้คลุ้งมาก เราชินแล้วก็เฉยๆนะคะ มีชาวต่างชาติกรุ๊ปนึงเดินผ่านแล้วพูดประมานว่ากลิ่นแย่มาก เราก็ไม่สนใจเข้าไปเดินในวัด สักพักเดินออกมาก็เจอเค้าซื้อปลาหมึกแผ่นสามรสน่ะค่ะ รวมกับปลาจิ๊งจั๊ง อืมมมมมม.... ไหนบอกเหม็นไง

เดินไปข้างๆวัดค่ะ รถเข็นขายผลไม้ มะม่วงนี่ขายดีเชียว น่าจะฮิตมาก มีแม่ค่านั่งขายใส่เฮดแบนด์เป็นลูกมะม่วงใหญ่ๆด้วย ชาวต่างชาตินี่แทบจะรุมรถเข็นซื้อมะม่วงอย่างเดียวเลยค่ะ เคี้ยวไปชมไป อร่อยมาก เปรี้ยวๆหวานๆเราก็คิดในใจ นี่ถ้าจิ้มกะปินี่จะแซบกว่าหลายเท่าตัวเลยนะเนี่ย เดินผ่านไปเจออีกรายกำลังฉีกหมูทอดเป็นชิ้นๆที่เสียบไม้ขายมากิน ท่าทางน่ารักมากค่ะ ฝรั่งตัวโตๆจีบมือฉีกหมูทอดเข้าปาก วันนี้อารมณ์ดีเลย

จากคุณ : amarywoodwink


โห กระทู้ยาวนานมาก แวะกลับมาอ่านอีกรอบค่ะ ^^

จากคุณ : o_oishi


ตามตั้งแต่แรก จนตอนนี้ ไม่เคยมีเรื่องมาเล่า แต่ชอบอ่านมาก สนุกมากค่ะ ^^

จากคุณ : TheHappySquirrel


อ่านมา 3 วันแล้ว ยังอ่านไม่ครบเลยค่ะ

กระทู้ในตำนานจริง ๆ


ประทับใจมาก เลยเอาไปโพสต์ใน FB เพื่อนคนไทยที่อยู่ต่างประเทศชอบกันใหญ่  ^^

จากคุณ : แม่โอ๋เรนเจอร์


สมัคร pantip เพราะกระทู้นี้เลยค่ะ  อยากเล่าด้วยเหมือนกัน ^^

     เราทำงานที่สมุยเจอกับต่างชาติเยอะมาก ในส่วนที่ทำงานแทบไม่เจอคนไทยเลย เป็นต่างชาติเสียเยอะ ส่วนใหญ่ก็ชอบเมืองไทย กับอาหารไทย บางทีเจอทั้งแขก ทั้ง ฝรั่ง ทั้งญี่ปุ่นเดินในตลาดหาซื้อของกิน หรือยืนเกาะรถส้มตำซื้ออาหารกินก็มีค่ะ  

  วันหนึ่งเราเคยตามพี่ผู้จัดการวิลล่าไปดูบ้านพักว่า บ้านริมทะเลค่าเข้าพักคืนละหลายๆ หมื่นนี่เป็นยังไง เพราะงานที่ทำเกี่ยวกับพวกวิทยาศาสตร์สุขภาพไม่ได้ทำโรงเเรมหาโอกาสที่จะเรียนรู้งานด้านนี้ไม่ได้อยู่แล้ว...

      พอมีโอกาสเลยรีบไปเลย พี่เขาให้ไปเป็นลูกมือช่วยดูเเลเเขก ทั้งการดูเเลเรื่องทัวร์และก็ดูเเลเเม่บ้านทำความสะอาดให้เเขก จนได้รู้จักเจ้าของบ้าน และช่วงนั้นพี่ผู้จัดการกำลังจะลาออกพอดี เราเลยนึกสนุกขอสมัครงานต่อจากพี่เขาเพื่อไปทำงานในวิลล่านั้น คืองานมันเป็นพาร์ทไทม์ ทำคู่กับงานประจำได้ แล้วเราก็อยากทำมากเพราะเคยฝันอยากทำงานท่องเที่ยว แต่แม่ให้เรียนสาขาวิทย์เลยไม่ได้เกี่ยวข้องกัน มีช่องก็หางานด้านนี้ทำให้พอมีความสุขเล็กน้อย เจ้าของบ้านก็บ้าจี้รับเราเข้าทำทั้งที่ไม่มีความรู้เรื่องการทำโรงเเรมมากเท่าไหร่ เเต่ก็รับแบบว่าทดลองไปก่อน พอเเขกมาถ้าเธอจัดการไม่ได้ ฉันก็จะไม่จ้างเธออะไรประมาณนี้

          เเขกกลุ่มแรกในชีวิตของเราคือครอบครัวที่มาจากฝรั่งเศส สามีเป็นลูกครึ่งสวิสฝรั่งเศส ภรรยาเป็นเม็กซิโก ลูกน้อยสอง พี่ชายภรรยา และพี่เลี้ยงไทยอีกหนึ่ง เราก็ยิ้มเลย งานง่ายถึงแม้ว่าเเขกจะไฮโซมากเเต่เราก็บ่ยั่น คิดว่าเขาคงไม่เรื่องมาก แค่ทำบ้านให้สะอาดเรื่องทัวร์ไม่ต้องดูเเลมาก เพราะเขาจะไปกันเอง เเต่พอเเขกมา แทบล้มทั้งยืนเลยค่ะ คุณภรรยา ถึงแม้จะนิสัยดีเเต่เธอก็เรื่องมากอยู่เบาๆ ประมาณเอานิ้วมาลูบตู้มีฝ่นติดปลายนิ้วเธอก็เช็ดเองเลยค่ะ เธอบอกว่ามีลูกน้อยทุกอย่างต้องสะอาด ผู้จัดการมือใหม่หน้าซีดเลยค่ะ คิดว่ารับมือยากแน่

          แต่แล้วก็มีเรื่องยากว่านั้นอีกคือ เเขกบอกว่าต้องการคนทำอาหารให้ทุกวันตลอดสิบกว่าวันที่เข้าพัก เราก็ฮ่วย ตายล่ะค่า  ต้องรับปาก ไม่มีคำว่าไม่ได้ เเต่ว่ารับปากไปแล้วก็เครียดหาคนมาทำไม่ได้ เราเลยยืดอกแบบแมนๆ ว่า ฉันจะทำให้คุณกินเอง แต่ฉันทำอาหารฝรั่งไม่เป็นนะคุณต้องกินอาหารไทย เเขกกรุ๊ปนี้เพิ่งเคยมาสมุย เเละเหมือนจะเป็นการมาเมืองไทยครั้งแรกด้วย เขาอึ้งนิดหน่อย เเต่ก็ตกลงกับเรา
 
         คราวนี้ก็มางานเข้าที่เราค่ะ เราไม่เคยทำอาหารกินมาก่อน (แล้วไปรับปากเขาว่าจะทำทำไมเนี่ย) เเถมเเขกก็ดูเหมือนไม่เคยกินอาหารไทยมาก่อน ทำให้กินจะท้องเสียหรือเปล่าหว่า แล้วเเขกรวยเวอร์ไฮโซขนาดนั้นจะกินอาหารไทยบ้านๆ ที่เราทำเหรอ เราทำเมนูง่ายๆ ไม่ได้อลังการเหมือนภัตตาคาร เขาจะรับได้ไหม โอย คิดมากสารพัด เเต่ รับปากไปเเล้วก็ต้องทำให้เต็มที่ค่ะ นั่งดูยูทูปสอนทำอาหารไปดูเมนูที่้านอาหารว่าเมนูไหนฝรั่งชอบทาน และก็วันเเขกมา ลงมือทำครั้งแรกเลย
     
           เป็นการปรุงอาหารที่กดดันมาก เพราะเเขกกลุ่มนี้คือสิ่งเดิมพันว่าเราจะได้งานหรือเปล่า เรื่องการจัดการเรื่องอื่น เราไม่ได้ใจเเขกมากหรอกค่ะ เพราะพลาดเยอะ เนื่องจากเราไม่ได้ทำงานโรงเเรมมาก่อน ทำอะไรก็ไม่เนี้ยบเลย วันเเรกที่เเขกมาลืมเอาสบู่กับเครื่องอาบน้ำไปไว้ในห้องน้ำบ้าง ให้รายละเอียดไม่ครบบ้าง ๆลๆ ยังคิดอยู่ว่าขอให้เเขกประเมินเราดีๆ กับเจ้าของวิลล่า ทั้งที่มีความหวังน้อยนิด

             พอเสิร์ฟอาหารมื้อเเรกให้เเขก เป็นไข่เจียวกรอบๆ แกงเขียวหวาน ผัดกะเพรากุ้ง ต้มยำไก่ ปลาทอด  ทำแบบเผ็ดเพราะเขาชอบทานเผ็ดกัน  เเละก็รสชาติแบบที่คนไทยกินเลยค่ะ ไม่เอารสชาติฝรั่งเด็ดขาด เพราะชิมเองคงจะไม่ชอบกิน เอารสที่ตัวเองกินมาปรุงให้เขาเลย
 
         เราเอาไปเสิร์ฟ เเขกที่โต๊ะดินเนอร์นอกบ้านริมทะเล แล้วก็เเอบมาใจสั่นอยู่ที่ในครัว ว่าจะออกหัวออกก้อย คืออารมณ์ประมาณว่าถ้าวันนี้เราทำเเล้วเขากินไม่ได้ เขาจะออกไปกินนอกบ้านเช้าเที่ยงเย็นเลย   เเขกกินได้พักเดียวก็เรียกเราไปหาที่โต๊ะ แล้วถามว่าที่เราทำคืออะไร ใส่อะไรในถ้วยอาหารบ้าง แล้วก็ชมว่ารสชาติอเมซิ่ง และก็ดูเหมือนชอบอาหารไทยในบัดดล เรานี่เเทบกระโดดเลยค่ะ  แล้ววันต่อมาเขาก็ทานอาหารไทยฝีมือเราโดยไม่เกี่ยงงอน และก็ชอบมาก ถามตลอดว่าคืออะไร ชื่ออะไร ทำจากอะไร

         วันต่อๆ มาเขาไปเที่ยวนอกบ้าน เราเกร็งอีกรอบค่ะ เพราะเขาจะลองไปทานอาหารนอกบ้านที่เป็นอาหารไทย แอบคิดว่า ถ้าเจอที่อร่อยกว่าเราแล้วจะเกิดการเปรียบเทียบไหมหว่า เขาไปกินร้านดังเลยค่ะ กลับมาบ่นว่า ได้อาหารรสชาติทัวริสต์ ไม่รสชาติบ้านๆ รสไทยเเท้เหมือนเธอทำเลย... จากนั้นออกนอกบ้านเขาก็ไปทานเเต่พวกซีฟูดหรือไม่ก็อาหารฝรั่ง ส่วนอาหารไทยก็ให้เราทำให้กิน โดยเฉพาะพวกเเกงมัสมั่น เเกงเผ็ดเเกงเขียวหวาน เขาชอบมาก วันเเรกๆ ทำ เขาเรียกเราไปบอกว่าให้ทำมากกว่านั้น เพราะเขากินหมด ไม่เหลือไว้ให้พี่เลี้ยงเลย... (พี่เลี้ยงดูลูกเขาตอนเขากิน แล้วก็จะกินทีหลังค่ะ)  

     คือเรานี่เชื่อเลยว่าเขาชอบจริงๆ เพราะเขาจะดูไม่ค่อยงกเท่าไหร่อารมณ์เเบบรวยจนกินทิ้งกินขว้างได้สบายๆ แต่เเกงที่กินเหลือนี่เขาขอให้ใส่ถ้วยซีลพลาสติกในตู้เย็นมาเวฟกินในมื้อต่อไปเลยค่ะ ไม่ให้ทิ้ง
     ของหวานที่ทำให้กินก็พวกเเกงบวชฟักทอง ฟักทองสังขยา บัวลอยเผือก (อันนี้เขานั่งถามสูตรเลยค่ะ) บางทีก็มาดูตอนทำเลยเเบบตามกลิ่นมาอะไรงี้ ถึงขั้นจะให้สอนทำเเกงเขียวหวานกันเลยทีเดียว...
     เราปลื้มมากที่เขาชอบอาหารไทย และกินได้กินดี วันหลังๆ ก่อนกลับ สามีของเเขกเล่าว่า ตอนอยู่บ้านภรรยาทำกับข้าวกินเองที่บ้าน แบบคนอื่นทำให้กินก็ไม่ถูกใจ เพราะรักสุขภาพมาก น้ำตาลต้องน้ำตาลเทียม น้ำมันต้องน้ำมันมะกอกเเบบไม่อ้วนเลย เเต่มาตายที่อาหารไทยค่ะ ของหวานอุดมด้วยน้ำตาล กับกะทิ เเกงกะทิ ปลาทอดน้ำมันพืชดีๆ นี่เอง เขากินกันจนน้ำหนักเพิ่มทุกคน โดยเฉพาะของหวานหลังอาหารนี่กินกันถ้วยสองถ้วย เราทำไปมีความสุขไปเพราะเเขกชอบอาหารไทยมาก วันท้ายๆ เรานี่ทำกับข้าวเก่งไปเลยทีเดียว
    เมนูที่เเขกชอบมากๆ ก็เป็นเเกงเขียวหวาน ต้มข่าไก่ กุ้งกระเทียมพริกไทย ไก่ผัดเม็ดมะม่วงๆ เเกงจืดไก่ปรุงรส  ปลาทะเลสดๆ ทอดราดน้ำจิ้มแม่ประนอม กับปลากระพงทอดกรอบราดซอสผัดเปรี้ยวหวาน  เราทำให้ทานสามครั้งเป็นอย่างต่ำ เล่าให้เพื่อนกับที่บ้านฟังไม่มีใครเชื่อเลยว่าเราทำให้คนกินได้ ฮ่าๆ แต่ถึงแม้จะทำเป็นครั้งแรกแต่ก็ทำได้ออกมาหน้าตาเหมือนในเว็บเลยนะ แล้วรสชาติก็ดีอย่างไม่น่าเชื่อ(ก็ใส่ตามสูตรในเว็บนี่นา อิอิ)

    วันที่เเขกกลับ เเขกผู้หญิงบอกเราว่า ยูไปเปิดร้านอาหารเถอะ ฉันกินที่ไหนก็ไม่ชอบเหมือนที่เธอทำ ขนาดโรงเเรมยังไม่ชอบเท่าที่เธอทำเลย (ก็เเหงล่ะค่า เคยไปกินบางโรงเเรมหรือร้านอาหารบางร้าน เชฟอาหารไทยเป็นชาวต่างชาติ ทำรสชาติอาหารไทยคนไทยกินไม่ลง จริงๆ ) แล้วก็ให้ทิปเราบานเลยค่ะ...
      แล้วเขาก็เมลบอกเจ้าของบ้านว่าชอบอาหารเรามาก ชมเราใหญ่เลย ประเด็นหลักคือเรื่องอาหารกับเลี้ยลูกเขา เพราะเรารักเด็กมาก ฮ่าๆ  แล้วเราก็ได้ทำงานที่วิลล่านั้นเป็นงานประจำเลยทั้งที่ไม่เคยทำงานโรงเเรมมาก่อน เพราะฝีมือการทำอาหารไทยล้วนๆ
     เเขกกลับไปพร้อมบ่นเล็กน้อยว่าน้ำหนักขึ้น เขาชอบอาหารไทยมาก โดยที่ไม่รู้ว่าตัวเองทานอาหารไทยบางเมนูนั้นเราหัดทำครั้งแรก 555

จากคุณ : แตงโมลูกโต๊โต (แตงโมลูกโต๊โต)


เขียนวิทยานิพนธ์ไม่คืบหน้า
โดนอ.ที่ปรึกษาดุ
ก็เพราะไอ้กระทู้นี้แหละ อ่านเพลินเว่ย...
ฮ่วย..........
เลิกอ่านๆๆๆๆๆๆๆ ทำงานดีกว่า ไร้สาระจริงๆ







พรุ่งนี้ถึงจะมาอ่านต่อ แหะๆ ๆ ๆ ๆ

จากคุณ : ทองเบิ้ม


วันนี้ไปห้าง มาบุญครอง เห็นคนต่างชาติ เป็นฝรั่งและเอเซียยืนเข้าแถวกัน 3 คนซื้อขนมเบื้องไทย ชิ้นละ 10 บาทแล้วยืนกินกันแถวนั้นเลย คนซื้อกับคนรอก็หน้าตาแบบว่า ขนมนี้มันอร่อยมาก ตรงนั้นมีร้านขนมเบื้องติดๆกัน 4 -5 ร้านค่ะ

จากคุณ : Pianista (Pianista)


ที่ทำงานเก่าเรา CEO เป็นแขกขาวอินเดียแต่ไปโตที่ เมกา แล้วก็มาเปิดโรงงานจิเวอรี่ ที่นิคมเจโม ตรงลาดกระบัง แกจะเดินทางมาไทยประมาณ 3 4 ครั้งต่อปี

แต่เวลาแกมาเมืองไทยทีไร มื้อแรกของแก จะสั่งให้แม่บ้านบริษัทเรา ไปซื้อหมูปิ้งกับข้าวเหนียวตรงหน้าบริษัท มากินทุกที แล้วสั่งที 10 20 ไม้ ผมไปทำงานแรกๆก็แปลกใจ ไม่ชิน เห็นหน้าแขกๆ ใส่ชุดสูท กำลังถือไม้หมูปิ้งเอาเข้าปากแล้วกัด อีกมือนึงก็จกข้าวเหนียวในห่อตาม

แกกินอย่างอร่อยมาก แต่มันก็อร่อย จริงๆ เนอะ

จากคุณ : zuzaku


^
^
คนไทยส่วนใหญ่มักจะเข้าใจว่า แขกต้องไม่กินหมู โดยไม่แยกว่า เป็นแขกอินเดีย( กินหมูได้) กับแขกอิสลามที่ไม่กินหมู(ผิดกฏศาสนา)

จากคุณ : CHUMPLA


นอกเรื่องนิดหนึ่งตรับ ไม่เกี่ยวกับอาหาร เราทำงานที่สนามบินสุวรรณภูมิ สังเกตุเห็นชาวอินเดียมัดซื้อทีวีแบนๆกลับประเทศคนละไม่ต่ำกว่าสามเครื่อง สงสัยจึงเข้าไปถามว่าซื้อไปทำไมมากมายขนาดนั้น เขาตอบว่าไม่ได้ซื้อไปใช้ แต่มารับจ้างขนสินค้า คือประเทศเขาทีวีแพงมากกว่าที่ไทยเราสามเท่า ก็เลยต้องมาหอบหิ้วที่ไทยประมาณว่าร้าค้าที่อินเดียฝากซื้อกลับ  ก็เลยถามอีกว่า ทำไมไม่ไปซื้อที่จีนล่ะ ใกล้กว่า และของถูกกว่าด้วย  เขาบอกว่าของจีนยี่ห้อเดียวกันกับไทย แต่คุณภาพต่างกัน ของที่ไทยดีที่สุดในเอเชีย เขาบอกอย่างนั้น  ภูมิใจจริงๆฝีมือคนไทย
ปล.ยีห้อที่อินเดียนิยมคือ sony samsung lg

จากคุณ : upperate


จากคุณ :


ซำ้

จากคุณ : upperate


เอ้อ..เหนื่อยมาลงชื่อว่าอ่านถึงตรงนี้

จากคุณ : ไปทัวทีบ


อาหารไทยอร่อยจริงๆครับ


ทุกวันนี้ ผมยังทานอาหารไทยอยู่ตลอดเลยครับ

จากคุณ : ก๊อกฮา


นอกเรื่อง#1157  ผมได้ยินมาอีกแบบ ..
มันเป็นการหลอก ของ VAT คืนแบบนึง .
ผมจำไม่ได้แล้วว่าเค้าเวียนไอ้เจ้า ทีวีนี่ยังไงเพื่อให้ได้คืนภาษี ..

จากคุณ : ทุ่มเท


เป็นกระทู้ที่ประทับใจที่สุด ชอบที่สุด ตามอ่านตั้งแต่แรกๆ จนตอนนี้จะครบปีอยู่แล้ว
แวะมาอ่านทีไรก็ได้ยิ้มกลับไปทุกที

หวังว่าจะเป็นกระทู้แนะนำไปอีก นานนนน น้านนนนน นานนนนนน นะคะ

จากคุณ : violet_ladybird


 

เข้ามาอ่านจะครบปีแล้ว สนุกมากค่ะ

ขอเล่าบ้างอาจจะเกี่ยวบ้างไม่เกี่ยวบ้าง เรื่องพึ่งเกิดขึ้นสดๆร้อนๆเลยค่ะ

เมื่อสองวันที่แล้วเพื่อนพี่สาวมาจากฮอลแลนด์เป็นสองศรีพี่สาวน้องชายพี่สาวเคยมาเป็นอาสาสมัครสอนที่ไทยเมื่อ7ปีก่อน และกลับมาเมื่อที่ไทยอีกครั้งก็อาทิตย์นี้ สองพี่น้องเช่ารถจากสนามบินแห่งชาติ ขับรถเที่ยวมาเรื่อยๆ

ขับมาถึงนครพนม(บ้านพี่สาวเรา)พี่ก็พาไปเที่ยวแม่น้ำโขงไปเดินดูของที่ตลาดอินโดจีน ไม่ได้ซื้ออะไรเลยนอกจากของกินค่ะ คือเราชอบกินค่ะ เห็นของกินไม่ได้ 555 ซื้อมาก็ให้พี่เค้าลองชิมดู กล้วยทอดผลไม้เชื่อม ยืนอะไรให้กินหมดค่ะ ไม่มีเกี่ยง มีซื้อส่วนตัวอีก พี่เค้าบอกว่าจะเอาไว้กินตอนขับรถ แต่...มีทั้งกล้วยฉาบ มันฉาบ เผือกฉาบ พุทราเชื่อม บ๊วยเค็ม ของกินล้วนๆ

พอมื้อเที่ยงพี่พาไปกินอาหารอีสานติดริมโขง สองพี่น้องปั้นข้าวเหนียวแบบหลวมๆ เลยสอนใหม่ไปว่าปั้นแน่นๆแบบนี้นะ แล้วสองศรีพี่น้องเอาข้าวลงไปจั้ม(ภาษาบ้านเรา55)กับอาหารเลยค่ะสงสัยมาคราวก่อนได้รับการสอนมาแบบนี้ สองพี่น้องปั้นๆกันสนุกเลยค่ะคนละกระติ๊บ55 หมูย่างจิ้มแจ่วพริกป่นแดงมาก บ่มีย้านค่ะจั้มลงไปแหมะๆ เข้าปากเฉยเลย บอกว่าแซบหลายๆ  *0* ต้มแซบปลาเนื้ออ่อน ส้มตำไทย ปลาเนื้ออ่อนทอด เล่าไปปาดน้ำลายไป 55 พี่สาวบอกสองพี่น้องว่าที่ไทยถ้าใครกินชิ้นสุดท้ายแฟนสวย/หล่อ พี่ผู้ชายรีบไปหยิบหมูย่าง มากินเลยค่ะกลัวไม่ได้แฟนสวย  

ตอนบ่ายพาไปไหว้พระธาตุพนมมาค่ะ ถ่ายรูปใหญ่เลยบอกสวยมากๆ  พาไปเสี่ยงเซียมซี แปลดวงให้อยู่นานเมื่อยมือ เลื่อนสายตาลงมาอีกนิด อ้าวมี ภาษาอังกฤษด้วยหนิ ฮาเงิบค่ะ 

เมื่อคืนนี้เอง เราซื้อเหล้าสาโทไหมาค่ะ ที่เอาข้าวเปลือกมาหมัก ใส่ไหไว้ เราก็ไม่เคยทำกินเองซักทีแต่เคยออกค่ายที่ม.แล้วชาวบ้านเอามาให้ชิม เราก็ทำตามวิธีทำข้างไหที่บอกไว้เท่านั้น เทน้ำหรือสไปร์ลงไปทั้งไว้20นาที เออ เอาแบบนี้ละว่ะสไปร์ละกันเราชอบหวานๆ  พอมื้อเย็นเราก็ยกไหมาเลย  บอกไปว่าอีสานสไตล์

พี่ผู้ชายเคยคุยโม้ไว้ว่าที่ บ้านเค้าเคยทำเบียร์กินเอง หลอดที่เสียบลงไปเป็นไม้ไผ่นะค่ะเราชอบมากเลย เท่ดี พี่ผู้ชายลองชิมคนแรก อื้ม อมยิ้มนิดๆบอกหวานหอมดี หันไปคุยภาษาดัชต์กับพี่สาว แล้วให้พี่สาวชิมบ้าง พยักหน้า งึก งึก อื้ม แซบหลายๆ (สอนมาคำเดียวค่ะ555) กินข้าวไปดูดเหล้าจากไหไป เท่มาก นั่งบนเสื่อค่ะ ท่าพี่ผู้ชายนั่งเหมือนคนไทยมากกกก ชันขาขึ้นมาพิงแขนข้างนึง( คิดในใจ ปาดด อ้ายอันหนิ มาไทยครั้งแรกอิหลีติ นั่งคือพ่อเฮานั่งแถะละ 555แปลว่าว้าว พี่ชายคนนี้เนี่ย มาไทยครั้งแรกจริงๆหรอ นั่งเหมือนพ่อเราจัง ) ส่วนพี่สาวนั่งพับเพียบเรียนร้อยมาก พอดีพี่เขยมาซื้อเบียร์ไฮเนเก้นซึ่งเป็นเบียร์ที่บ้านเค้าผลิดเอง มาด้วย พี่เขยถาม กินไหม พี่ผู้ชายบอก no no แล้วก็โอบไหบอกจะกินอันนี้ 555 ทุกคนนั่งขำกัน ท่าจะชอบมาก วันนี้พี่สองคนเดินทางไปเที่ยวต่อแล้วค่ะ ขอให้พี่สองคนโชคดีเด้อจร้า

เล่ายาวมากเกี่ยวบ้างนิดหน่อย ไม่เกี่ยวบ้าง(เยอะมาก) ต้องขออภัยด้วยนะค่ะ อยากเล่าเยอะๆก่อนที่จะลืม ความจำสั้นมากค่ะ 555



จากคุณ : owlview23


เพราะกระทู้นี้ ทำให้ตอนนี้เราต้องใช้ยาหยอดตา เเถมยังต้องกินยาเเก้ระคายตาอีก 4วันเเล้วยังไม่หายเลย เเต่ก็ยังดันทุรังเข้ามาอ่านต่อ..เหอะๆ เเต่ก็ขอบคุณทุก คห.ที่ทำให้เราได้อ่านสิ่งดีๆ

จากคุณ : เห็นด้วยจ๊ะ


รอฉลองครบ 1 ปีกระทู้ในตำนาน(นานจริงๆ)นะคะ

จากคุณ : กระต่ายน้อยเซนทาโร่


กระทู้ถาวรห้ามปิดครับ หลงรักกระทู้นี้เข้าเต็มเปา ไม่ค่อยมีประสบการณ์อย่างชาวบ้านเขา แต่ใช้เป็นที่พักผ่อนใจอ่านไปยิ้มไป มีความสุขมากๆครับ

จากคุณ : คนสายสี่


ไม่มีเรื่องเล่าแต่ตามมาอ่านและโหวตทุกอาทิตย์ค่ะ

จากคุณ : apple a day


โอววว์  กระทู้ในตำนานจริง ๆ

จากคุณ : สิริธีรีน


แชร์ด้วยค่ะ เพิ่งเจอมาเมื่อกลางวันที่ foodcourt emporium ฝรั่ง 3 คน

น่าจะพ่อ แม่ ลูก นั่งข้างเราพอดี เห็นคุณแม่กับคุณลุกชายโตเป็นหนุ่มแล้วนะคะ

นั่งทานข้าวขาหมู มีไข่ยางมะตูมคนละจาน

2 คนตักข้าวเข้าปาก แล้วมองหน้ากัน ยิ้มน้อยๆ แล้วพยักหน้าหงึกๆ

เห็นแล้วนึกถึงกระทู้นี้เลยค่ะ

คาดว่าจะมีฝรั่งหลงอาหารไทยเพิ่มขึ้นอีกแล้วนะคะ ^^

จากคุณ : himawari_dpu


อ่านกระทู้นี้มาตั้งแต่ปีที่แล้ว เพิ่งสมัครสมาชิกผ่านวันนี้ ขอเจิมหน่อย

บ้านอยู่ใกล้ชายแดนมาเลย์ มีเจ้านายเป็นคนมาเลย์ ซึ่งแน่นอนคนมาเลย์กับอาหารไทยเป็นของคู่กันขาดกันไม่ได้ อิอิ
ต้องประสานงานกับคนมาเลย์ประจำ วันนึงเค้ายกกลุ่มกันมาติดต่องาน ตอนเที่ยงก็ต้องพาไปกินอาหารกัน

อาหารประเภทข้าวมีกับเค้าก็กินกันประจำอยู่แล้ว เลยชวนไปกินส้มตำกันซึ่งบางคนก็ไม่เคยกินบวกกับไม่กล้าด้วย อาจได้ยินกิติศัพท์หลายอย่าง

เค้าก็ให้เราสั่งตามรสชาติแบบที่เรากินประจำ เลยเต็มที่ ส้มตำ ลาบ ต้มแซ่บ ยำ ซึ่งรสจัดทุกอย่าง
เซลล์มาเลย์หนุ่มหล่อกินไป เหงื่อแตกไป ปากแดงแจ๋ดด้วยความเผ็ด แต่ตักไม่หยุด 555

"อาโหร่ยยย" กลุ่มมาเลย์รำพันตลอดอาหารเที่ยง
แต่สงสารปนขำ เค้าเหงื่อแตกกันมากเลย 555...

จากคุณ : กระแต เล็กกว่ากระรอก


เป็นกระทู้ที่เม้นท์ห่างกันหลายเดือนทู้แรกของเราเลยนะเนี่ย  มาอ่านเดือนละครั้ง 2 ครั้ง ชอบจริงๆเลยค่ะ

จากคุณ : เพลงพันทาง


เข้ามาอ่านเรื่อยๆ ค่ะ เป็น กระทู้ที่ชอบม๊ากๆๆๆ

จากคุณ : บุษบาเที่ยงคืน


จากหอยแมงภู่นึ่งถึงส้มตำปูครับ

          สัปดาห์นี้มีโอกาสไปช่วยงานปฐมนิเทศนักเรียนไทยที่จะไปร่วมโครงการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษาและวัฒนธรรม ณ ประเทศญี่ปุ่น ประจำปี ๒๕๕๕ โดยจัดที่โรงแรมแถวๆชอยสามเสน ๒ บางลำพู  กรุงเทพฯ ที่ทุกชีวิตเราดูแล ( ตัวเอง )  ปีนี้ถนนหนทางแห้งผาก ตรงข้ามกับปีที่แล้ว น้องน้ำมาเยือนไปทั่ว    พอบรรยาย     "  ชีวิตความเป็นอยู่และคนญี่ปุ่นในปัจจุบัน "   เสร็จ  เพื่อนผู้บริหารโรงเรียนชาวญี่ปุ่นและครูชาวอเมริกันก็มายืนยิ้มเผล่รออยู่แล้ว เห็นว่าได้ตั๋วถูกเลยบินมาและอีกสองสามวันจะกลับ น่าอิฉาจัง อย่างเราจะบินไปไหนทียังต้องคิดหน้าคิดหลังตั้งนาน อ่ะนะ ค่าครองชีพและรายได้มันต่างกัน

          ผมพาทั้งคู่เดินลัดเลาะระหว่างซอยสามเสนสองกับสามเสนสี่  ระแวกนี้เป็นทำเลทอง มีทั้งคอฟฟี่ชอป พับ บาร์และร้านอาหารตามสั่ง ชาวต่างชาติมาใช้บริการเยอะมากๆ  บรรยากาศก็สบายๆ สงบเงียบ คนละแบบกับย่านข้าวสารโรดเลย   พวกเราเลือกนั่งร้านซีฟูด ฟังดูโก้ แต่ที่จริงเป็นรถเข็น ปิ้ง ย่าง รวก อาหารทะเลสดๆ ปู หมึก ปลา หอยต่างๆ   หลังจากนั่งพิจารณาฟองโซดาในน้ำมังสาวิรัตและดูผู้คน ลูกค้าที่ทยอยกันมาไม่ขาดสาย ประเภทซื้อไปบ้านก็เยอะอ่ะครับ คนขายแม่ค้าก็วันวัวมันโชว์ แต่ทักษะในการหยิบๆจับๆ คล่องมากๆ อาหารแสนสด - น้ำจิ้มทำเองรสชาติจี้ดจ้าดโดนใจลูกค้า ดูอยู่เพลินๆ ก็สะดุ้ง มีฝรั่งร่างสูง ผมยาว ผิวสีแทน เดินดุ่มๆมาข้างๆโต๊ะผม วางขวดเบียร์ไทยสีเขียวตึ้ง   ทิ้งเป้โครม จัดโต๊ะ กุกกักๆเอง ไม่สนใจใคร แล้วนั่งดื่มเบียร์แกล้มหอยแมงภู่นึ่ง เคี้ยวงึ่มงั่มๆ พอหมด ก็ลุกหายไปสักพัก เดินหน้ามึนกลับมา วางถุงอีกโครม มีผักสดและส้มตำปู เห็นพริกแดงแจ้ดเลย เค้าตักส้มตำใส่ปาก เคี้ยวกร้วมๆกลืนสลับกับผักสด เสียงซี้ดซ้าด  หน้าตาเหยเก แต่ดูสะใจในรสชาติ แล้วเทเบียร์ล้างคอไปอีกหนึ่งขวด  สุดท้ายได้ยินเสียงเรอดังเอิ้ก  ก่อนจะลุกเดินจากไป  หลังจากนั้นสักพัก โต๊ะที่ผมนั่งก็ประกอบด้วยหอยแมงภู่นึ่งกับส้มตำปู แถมข้าวเหนียวอีกต่างหาก อร่อยสองคนเค้าละครับ

จากคุณ : Jackrapan (Jack Happy)


อ่านมา 3 วันแล้ว สนุกมาก ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาบอกเล่าประสบการณ์ค่ะ

จากคุณ : หน้าที่แรกของรักคือ รับฟัง


เข้ามาอ่านอีกเป็นรอบที่เท่าไรจำไม่ได้แล้วคร่า

จากคุณ : แม่น้องพราว


เป็นกระทู้ที่อ่านแล้วเพลิดเพลินจริงๆ

จากคุณ : All You Need Is Love


แฟนเป็นวิศวกร เคยทำงานที่ บ.รับเหมาก่อสร้างจากอังกฤษรายใหญ่ เล่าให้ฟังว่าช่วงหลังๆทางบริษัทจ้างวิศวกรเกษียณแล้วชาวอังกฤษ ให้เงินเดือนแพงๆแบบให้มากินมาเที่ยวใช้ชีวิตกันที่เมืองไทยเลย มีแบบนี้มาหลายสิบคน พวกนี้สนิทกับแฟน และชอบกินอาหารไทยมาก อยู่จนแทบจะกลายเป็นคนไทยแล้ว  มาอยู่เมืองไทยก็ใช้จ่ายกันเต็มที่แบบราชาสุดๆ บางคนก็กินเผ็ดได้ บางคนก็กินเผ็ดไม่ได้ บางคนตอนเช้าก็เอาแซนวิชมาจากบ้าน ตอนกลางวันทุกคนก็กินข้าวโรงอาหารกับคนไทยเหมือนกันหมด พวกวิศวกรอาวุโสเหล่านี้งานการแทบไม่มีให้ทำ เหมือนเขาจ้างมากินมาเที่ยว ส่วนใหญ่มีภรรยาและลูกโตๆกันหมดแล้ว แต่บางคนก็มามีภรรยาไทยเร็วๆนี้เหมือนกัน ( เป็นเรื่องเมื่อปีที่แล้วค่ะ ตอนนี้งานจบแล้ว วิศวกรอาวุโสก็กลับประเทศไปด้วยความเสียดาย แต่เร็วๆนี้ก็มีงานที่ไทยอีก คงได้มาฉลองกันยกใหญ่ )

จากคุณ : Pianista (Pianista)


ตามมาตั้งแต่ยังไม่ถึง 100กระทู้ละครับฮ่าๆ คั่นหน้าไว้ก่อน

จากคุณ : พลยิงผู้ช่วย


แกงเหลือง : แกงส้ม

           ผมพาเพื่อนญี่ปุ่นและอเมริกัน ตระเวณสถานที่ท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ ตั้งแต่ ไปคารวะศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเพื่อเป็นศิริมงคลในชีวิต วัดพระแก้ว พระราชวัง และวัดโพธิ์ซึ่งถือเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในประเทศไทย    เหนื่อยพอประมาณ ก็กลับมาที่ระแวกวงเวียนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เป็นร้านที่สมัยก่อนเราเรียกว่า  "  red  arrow  "  ( แปลเอาเองนะครับ )

           เวลามีชาวต่างประเทศมาเยือน พวกเรามักจะพามาทานอาหารที่นี่ เพราะดูมีคลาส เป็นอาหารไทยดั้งเดิมแท้จริง  ( Authentic  Thai  foods  )   ที่นี่จะมีเปียโนแมนบรรเลงทั้งคลาสสิค สากล นานาชาติ และไทยประเภทอมตะขับกล่อม  เค้าเห็นคนญี่ปุ่นกับอเมริกันมา ก็เล่นเพลงสุกี้ยากี้ของเคียวสกาโมโต้ และวันเดอะฟูลเวิลด์ของหลุยอาร์มสตรองให้ฟัง เล่นเอาทั้งคู่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ได้ใจครับ   หลังจากชิมอาหารเรียกน้ำย่อย เช่น กระทงทอง ข้าวตังหน้าตั้ง และฯลฯ แล้ว พนักงานบริการสาวๆ ที่อยู่ในชุดไทยสวยสดและหนุ่มๆในเครื่องแบบเสื้อขาว กางเกงดำ ประดับยศที่ไหล่ ก็เริ่มทะยอยมาบริการอาหารหลัก เช่น ต้มยำกุ้ง ต้มข่าไก่ ทอดมันปู ไก่ห่อใบเตย และอีกหลายอย่าง ซึ่งก็เห็นเพื่อนๆทานกันอย่างอะเร็ดอร่อย แต่ดูเหมือนยังไม่สะใจของทั้งคู่ ผมเลยสั่งเพิ่ม แกงเขียวหวานและขนมจีน กับแกงเหลืองไหลบัว พวกทานไป ซดไป ก็แก้มแดง น้ำตาไหลไป ดูทราบซึ้งดี ถามว่าเป็นงัย ทั้งอเมริกันและญี่ปุ่นบอกตรงกันว่า อาหารชาติเค้ามีกรอบจำกัด แต่อาหารไทยเนี่ยะรสชาติกว้างไกล ไร้พรมแดนจริงๆ  

          ผมเคยลงเครื่องที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา  ผู้เกี่ยวข้องมารับและพาไปทานอาหารที่ร้านเซาะอึ้ง ( ถ้าสะกดผิดก็ขออภัยนะครับ )ในตลาด  ข้าวต้มที่นี่รสนุ่ม อร่อยลิ้น ซึ่งเวลาไปทานข้าวต้มที่โรงแรมในญี่ปุ่นตอนเช้าๆ  ผมจะเทียบเคียงฝีมือกับที่นี่โดยตลอด  ขณะที่ผมกำลังมีความสุขกับอาหารในร้านก็ได้ยินเสียงคนกรุงเทพฯ สั่ง " ขอแกงเหลืองที่นึงค่ะ "  คำตอบยืนกรานจากน้องที่คอยจดรายการคือ  " ไม่มีค่ะ "  

         สาวกรุงเทพฯชักงงๆเพราะตอนเดินผ่านหน้าร้านยังเห็นอยู่นี่นา  ก็เลยจูงมือน้องเค้าไปที่หน้าร้านซึ่งมีอาหารสำเร็จรูปมากมาย   "  นี่งัยน้อง แกงเหลืองอ่ะ  "  น้องในร้านถึงบางอ้อ   " พี่คะ  ที่นี่เรียกแกงส้มค่ะ  " ผมไม่กล้าหัวเราะ แต่ก็แอบสั่งแกงส้มปักษ์ใต้มาชิมด้วยเหมือนกัน อร่อยครับ

จากคุณ : Jackrapan (Jack Happy)


เย้เย้!!! ในที่สุดก็มีเรื่องอาหารไทยกับชาวต่างชาติมาลงกระทู้ในตำนานบ้างแล้ว +

''ปารีส ฮิลตัน'' ติดใจเมืองไทย ทะเล-อาหาร-แฟชั่น
Tuesday, October 30, 2012  

         ทำเอาวงการสั่นสะเทือน เมื่อเซเลบริตี้ระดับโลกตัวจริงอย่าง ปารีส วิตนีย์ ฮิลตัน นางแบบ นักแสดง และนักร้องชาวอเมริกันบินลัดฟ้ามาถึงเมืองไทย เพื่อร่วมงานปาร์ตี้เปิดตัวปรากฏการณ์ทางดนตรีระดับโลกบนเวทีกลางทะเลครั้งแรก ในเมืองไทย “ซีดัคทีฟ เอเลเมนท์” งานนี้ “บันเทิงเดลินิวส์” มีโอกาสสัมภาษณ์สาวปารีสแบบเอ็กซ์คลูซีฟมาฝากก่อนที่เธอจะบินกลับแบบเท้ายังไม่ทันอุ่นเลย

         เดินทางมาไทยเป็นครั้งแรกใช่ไหม?
         “นี่เป็นการเดินทางมาประเทศไทยครั้งแรกอย่างเป็นทางการของฉันค่ะ รู้สึกประทับใจกับประเทศไทยมาก”

         อะไรคือสิ่งที่อยากทำที่สุด สำหรับการมาครั้งนี้?
         “ฉันตั้งตารอคอยที่จะได้เห็นหาดทรายและแสงแดด ที่ชายหาดของทะเลไทย และหวังว่าจะมีโอกาสได้ไปเที่ยวภูเก็ต รวมไปถึงอยากร่วมสนุกกับทุก ๆ คนในเทศกาลดนตรี ซีดัคทีฟ เอเลเมนท์ ด้วยค่ะ”

         มาครั้งนี้ประทับใจอะไรบ้าง?
         “ตั้งแต่มาถึงฉันรู้สึกประทับใจกับรอยยิ้ม และการให้การต้อนรับอย่างดีเยี่ยมของเจ้าบ้าน ต้องขอขอบคุณทุกคนจริง ๆ”

         ถ้ามีเวลาอยู่เมืองไทยนานกว่านี้ อยากจะทำอะไรบ้าง?
         “อยากมีเวลามากกว่านี้ค่ะ จะได้ไปเที่ยวชมวัดและปราสาท ราชวัง และไปชอปปิงด้วย เพราะได้ยินว่าดีไซเนอร์ไทยมีฝีมือและมีชื่อเสียงมาก รวมไปถึงอยากมีโอกาสได้ไปทะเลไทยด้วย เพราะรู้มาว่าที่ภูเก็ตมีรีสอร์ทสวย ๆ เยอะมาก ฉันอดใจไม่ไหวจริง ๆ ค่ะ”

         (จะไม่ให้ชื่นชมดีไซเนอร์ไทยได้ไง เพราะชุดที่ใส่แว่ว ๆ ว่าเป็นคอลเลกชั่นใหม่ ๆ ยี่ห้อ ’ขวัญข้าว“KWANKAO ที่ไม่ใช่ใครอื่นไกลแต่เป็นฝีมือคนบันเทิงอย่าง สาวแพง-ขวัญข้าว นี่เอง)

         ได้ลองอาหารไทยบ้างหรือยัง?
         “ฉันชอบอาหารไทยค่ะ วันนี้มีโอกาสทานผัดไทยและข้าวผัดแล้ว อร่อยมากค่ะ”

         คนส่วนใหญ่จะมองว่า “ปารีส ฮิลตัน” เป็นเซเลบริตี้ที่มีชื่อเสียงของฮอลลีวูด ตัวจริงของคุณจริง ๆ เป็นอย่างไร?
         “ตอนนี้ฉันกำลังโฟกัสกับธุรกิจของฉันมากกว่าค่ะ ฉันมองตัวเองว่าตัวเองเป็นนักธุรกิจสาวมากกว่ามองว่าตัวเองเป็นเซเลบริตี้หรือคนดังนะ”

         สุดท้ายอยากฝากอะไรถึงแฟน ๆ ชาวไทยหรือคนที่ติดตามผลงานบ้าง?
         “ขอบคุณทุกคนที่นี่ สำหรับความรักและการสนับสนุนนะคะ ขอบคุณสำหรับรอยยิ้มที่อบอุ่นที่มีค่ามากกว่าคำพูดใด ๆ ด้วยค่ะ และหวังว่าฉันจะได้มีโอกาสเจอทุก ๆ คนอีกนะคะ”

         การได้คุยกับสาว ปารีส ฮิลตัน ครั้งนี้ ทำให้เรารู้ว่าเธอไม่ได้เป็นแค่ไฮโซสาวที่ใคร ๆ รู้จัก แต่เธอเป็นหญิงสาวที่เฟรนด์ลี่เป็นกันเองมากคนหนึ่ง รวมถึงรู้เรื่องราวเกี่ยวกับประเทศไทยเยอะทีเดียว อย่างนี้มีหวังเข้าไปอยู่ในใจแฟนคลับมากขึ้นแน่นอนแล้วสิเนี่ย!.

         ที่มา: http://www.dailynews.co.th

จากคุณ : เม่าน้อยสู่พญาปลวก


เมื่อวานแวะไปเยาวราชมาค่ะ
เห็นมีฝรั่งขายยำตรงหัวมุมร้านสะดวกซื้อ
ขายอย่างเมามันเลย
ไม่รู้ว่ารสชาติจะเป็นยังไง
ใครแวะไปแถวนั้น ลองซื้อมาชิมดูนะคะ ว่ารสชาติแบบไทยหรือแบบฝรั่ง
แต่ก็เห็นคนไทยซื้อกันเยอะนะคะ

จากคุณ : KaLaMunGG_G


เปลี่ยนจากต่างชาติยี้อาหารไทย เป็นภรรยาไทยยี้อาหารตัวเองได้มั้ยคะ

หลังจากสามีชาวอเมริกันมาอยู่เมืองไทยจะครบ 2 เดือนอีกไม่กี่วันนี้ ทำให้เราค้นพบว่าสามีชอบอะไรที่เปรี้ยวปี๊ด เค็มปี๋ อาหารทุกอย่างสั่งให้หรือทำให้กินสามีเป็นต้องใส่พริกน้ำส้ม (ช้อนเอาแต่น้ำที่อยู่บนๆ เพราะกินเผ็ดไม่ได้) กับน้ำปลาอย่างละ 4 ช้อน omg!!!!!!

ยกตัวอย่าง ไปกินก๋วยเตี๋ยว ราดหน้า ข้าวผัด (ใส่ทั้งมะนาวและถ้ามีน้ำส้มสายชูด้วยก็ไม่พลาดจะใส่เพิ่ม) วันก่อนเราอยากกินยำปลากระป๋อง ปรุงไว้อย่างแซ่บ (ใส่พริกขี้หนูซอยน้อยกว่าปกตินิดนึง) สามีถามฮันนี่ซีอิ๊วขาวอยู่หนาย ไอขอเอาใส่ยำปลากระป๋องหน่อย เราบอกว่ามันไม่เข้ากัน แต่เค้ายืนยันว่ามันทำให้อร่อยขึ้น เราเลยต้องแบ่งยำใส่ถ้วยเล็กให้สามีเอาซีอิ๊วขาวกับน้ำส้มสายชูใส่เพิ่มอย่างเมามัน  (เราไม่กล้าชิมนะ)

อีกวันพิสดารขึ้นมาอีก สามีชอบกินน้ำมะเขือเทศมากกกกก ต้องมีติดตู้เย็นตลอด วันก่อนเราเห็นเค้าเทซีอิ๊วขาวใส่แก้วตามด้วยน้ำมะเขือเทศ พอเราทักเค้าก็บอกว่าอร่อยดีฮันนี่จะลองม๊ายย

ช่วงที่ย้ายมาใหม่ๆ เค้าซื้อเมล็ดฟักทองมากิน เราก็ไม่ได้สนใจ คือคิดว่าเค้าทานเป็นน่ะค่ะ มีอยู่วันนึงแอบดูเค้ากิน ปรากฏว่าเค้ากินทั้งเปลือก!!!!!! เลยถามยูกินอย่างนี้มาตลอดเลยหรอ เค้าบอกว่าช่ายยยย เราเลยบอกว่าเรากินแต่เมล็ดข้างในไม่กินเปลือกแล้วก็หัวเราะขำแซวว่าเค้ากินไม่เป็นทำไมไม่ถาม เค้าบอกว่าเค้ารู้ว่าต้องกินยังไงแต่เค้าชอบกินทั้งเปลือก แต่หลังจากเราทักก็แอบเห็นเค้ากินแต่เมล็ดนะคะ ไม่ยักกินเปลือกเข้าไปด้วย

แถมเรื่องเบียร์ช้างในดวงใจ เราจำกัดการดื่มเบียร์ของสามี เพราะเค้าไม่ค่อยออกกำลังกาย เราบอกว่าหากมีปาร์ตี้ก็ดื่มไปเลยไม่ว่า แต่ถ้าไม่มีเหตุกรุณาอย่าดื่ม เหตุผลที่สามียกมาอ้างคือ
วันแรก เพื่อนที่โรงเรียนชวน
วันที่สอง วันเกิดสามี
วันที่สาม วันนี้เครียด ต้องทำการบ้าน ถ้าไม่ได้ดื่มคิดงานไม่ออก
วันที่สี่ วันนี้ยังไม่ได้อึ๊เลย เราบอกก็กินน้ำสิ เค้าบอกน้ำไม่ช่วย แต่เบียร์ช่วยได้ - -"
สรุปแล้วมีเหตุผลในการดื่มทุกวันเลยนะค้าาาา

ปล.แก้ไขตัวสะกดค่ะ

จากคุณ : madam wilson


ดีใจที่ต่างชาติชอบอาหารไทยมาก ขณะเดียวกันก็เกิดคำถามในใจว่าอาหารฝรั่งอย่างแม็ค เคเอฟซี นั้นเทียบกับอาหารไทยไม่ติดเลย (เทียบกับอาหารญี่ปุ่น จีน และอื่นๆไม่ได้ด้วย) แต่เขากลับสามารถเปิดร้านขายไปทั่วทุกหัวระแหงในโลกได้ ผมกินอาหารพวกนี้นับครั้งได้ และไม่เคยติดใจในรสชาติเลยแต่ผมยอมรับว่าเขาเก่งที่สามารถขายของที่ไม่มีอะไรให้รวยได้ เหมือนกับว่ารบชนะโดยไม่มีอาวุธ

น่าคิดนะครับว่าเราขาดอะไร

จากคุณ : Mr. Prodigy


คห.1184 คหสต เป็นเพราะโฆษณากับสร้างค่านิยม ใช่ว่าทำของที่ไม่มีอะไรให้รวยได้หรืออาหารขยะแบบนี้แล้วจะรวยได้เอง เขาก็ลงทุนสร้างภาพมานานสองนานเหมือนกัน เพราะของไม่ดีจริงมันขายตัวเองไม่ได้ สำหรับเราฟาสต์ฟู้ดมันไม่ได้มีดีที่ตัวอาหาร ส่วนหนึ่งเข้าไปกินความเป็นอเมริกันของมัน ดูมีตังค์เพราะมันแพง ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้บริโภคว่าจะยอมให้จูงจมูกหรือเปล่า แต่เราว่าคนไทยยอมล่ะ กับอีกเหตุผลที่ฟาสตฟู้ดมีสาขาเยอะเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวฝรั่งเอง

ต่างกับอาหารไทยหรืออาหารประจำชาติอื่นที่ดังๆ มันโฆษณาตัวมันเองอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่โฆษณาเชิงรุกออกสื่อแบบฟาสต์ฟู้ด จะเป็นประเภทอยากรู้จักชั้นเหรอ มาลองสิแล้วบอกปากต่อปากแบบค่อยเป็นค่อยไป จะกี่สิบปีก็ว่ากันไป อาหารไทยมันดังเองแถมยังถีบประเทศต้นกำเนิดของมันให้ดังไปด้วย ดูแล้วเราว่ารัฐบาลแทบไม่ได้ทำอะไรมากมาย แต่คนก็แห่กันมาพิสูจน์ thai food in thailand กันใหญ่

จากคุณ : Friday13th


ไม่ได้เบี่ยงกระทู้หนา แต่มันเกี่ยวกับอาหารไทยในต่างแดนที่เราแอบงงกับ mentality ของฝรั่งเอามากๆ

"""ลาก่อนเขียวหวานไก่…ฝรั่งจดอ้างสิทธิ์


ไม่น่าเชื่อ…ว่าความอร่อยจาก “แกงเขียวหวานไก่” อาหารไทย ที่เรากินกันอยู่ทุกวัน กำลังได้รับความนิยมไปแล้วทั่วโลก โดยเฉพาะในญี่ปุ่น จนกลายเป็นกระแสเรียกว่า ”Green Curry Fever” ส่งผลให้ยอดส่งออกพุ่งขึ้นมากถึง 100 ล้านบาท ขึ้นอันดับหนึ่ง เอาชนะแกงกะหรี่ ยอดฮิตไปแล้ว!!








นอกจากนี้ ยังเป็นเมนูอันดับหนึ่งในร้านอาหารไทยกว่า 7,000 แห่งในอเมริกา สูสีกับต้มยำกุ้ง จนติด CNN Top 50 อาหารนานาชาติ ที่อร่อยที่สุดในโลก แต่…จากนี้ไป มันจะไม่ใช่ของคนไทย จะกลายไปเป็นของฝรั่งแล้ว โดยแหล่งข่าวเบื้องต้นอ้างว่า…นาย John stephen mayor เชฟชื่อดังชาวอเมริกัน ผู้ได้รับสิทธิบัตรสูตรอาหารมากมาย จากทั่วโลก จะแจ้งยื่นขอจดสิทธิบัตรแกงเขียวหวานไก่ ไปเป็นของเขาเอง โดยเขาให้สัมภาษณ์ว่า…

” ผมจดสิทธิบัตรอาหารมาแล้วทั่วโลก คราวนี้ถึงตาอาหารไทยละ ผมชื่นชอบรสชาติของแกงเขียวหวานไก่มานานแล้ว มันมีชื่อเสียงและได้รับความนิยมมาก แต่จากนี้…มันจะเป็นของคนอเมริกัน “

แต่จริงๆมีคนจดไปก่อนแล้ว คนไทยนี่แหละ  เราเลยงงว่ามันจดซ้ำซ้อนได้ด้วยเหรอ

จากคุณ : Friday13th


มันจะจดสิทธิบัตรได้ยังไง งงกับฝรั่งมาก คำว่าสิทธิบัตรมันหมายถึงสิ่งที่ถูกคิดค้นขึ้นมาใหม่
แสดงว่าต้องไม่ใช่สิ่งที่เป็นของธรรมชาติ วัฒนธรรม ประเพณี ของที่เกิดมาก่อนแล้ว
แสดงว่าสิ่งนั้นต้องเป็นของใหม่ คิดค้นโดยคนที่ไปขอจด แล้วแกงเขียวหวานมันมีใครคิด
คนไทยยังไม่รู้เลยว่าใครเป็นคนคิด เลยสงสัยว่าเจ้าฝรั่งที่ไปจด หมาที่บ้านมันคิดเองเหรอ
แล้วไอ้คนที่จดให้มันเอาสมองหรือฝ่าเท้าคิด แล้วถามหน่อยถึงจดได้มันเอากฎหมายหรืออำนาจ
อะไรมาบังคับคนไทยได้ ยังสงสัยว่าไปกลัวอะไรกับการที่ฝรั่งหรือต่างชาติมันเอาของไทยไปจด
สิทธิบัตร จดก็จดไปมันใช้บังคับคนไทยไม่ได้หรอก

จากคุณ : อัลปลั๊ก


คุณ Friday13th ข่าวมันไม่จริงนะคะมีการตรวจสอบแล้ว

กรมทรัพย์สินทางปัญญาตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว พบว่ามีการขอจดทะเบียนสิทธิบัตรแกงเขียวหวานไว้ในสหรัฐอเมริกา 1 คำขอจริงตามที่เป็นข่าว
     
      ทั้งนี้ ยังพบว่าผู้ยื่นเป็นคนไทยอยู่ระหว่างการดำเนินการ และยังไม่ได้รับจดทะเบียน ส่วนในประเทศไทยมีผู้ขอสิทธิบัตรการประดิษฐ์ 3 คำขอ และอนุสิทธิบัตร 6 คำขอ โดยผู้ยื่นทั้งหมดเป็นคนไทย
     
      ดังนั้น กระแสข่าวว่ามีเชฟชาวอเมริกันนำแกงเขียวหวานไปจดทะเบียนสิทธิบัตรจึงไม่เป็นความจริง โดยในสหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรปมีตัวแทนจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ของไทยไปจดทะเบียนไว้แล้ว และหากมีการนำไปใช้ผลิตสินค้าประเทศไทยสามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้ และมั่นใจกระแสข่าวดังกล่าวจะไม่กระทบต่อโครงการครัวไทยสู่โลก credit:manager

---- ขอร้องเถอะค่ะ ข่าวนี้นานแล้วนะ ยังมีการแชร์กันอยู่โดยไม่ตรวจสอบที่มาที่ไป
     ต้นตอยังหาไม่เจอ  แต่หลายคนด่าไปแล้ว รู้สึกว่าข่าวนี้จะเป็นการเข้าใจผิดนะคะ เช็คให้ชัวร์ก่อนแชร์ก็ดี - * -

จากคุณ : JeTi_Forever


#1188 มันเป็นข่าวตั้งค่ะ ในเว็บเขาก็บอกอยู่ ชื่อคนไทยที่จดเราก็ได้มาจาก google แต่ทึ่งตรงที่มีคนไร้ยางขนาดนั้นถึงต้องจดเพื่อกันไว้ก่อนขนาดนี้


#1191 ทำให้นึกถึงเมื่อสิบปีก่อน ตอนออกเหรียญยูโรแต่ไม่ได้ตรวจสอบว่ามันคล้ายกับเหรียญสิบบาทไทย เลยโดนฝรั่งหัวหมอเอาไปหยอดตู้ซื้อน้ำ

จากคุณ : Friday13th


#1189 ข่าวมันเป็นแค่ฟอร์เวริ์ดเมลนะคะ ดีใจที่มีคนไทยตื่นตัวจดลิขสิทธิ์กันไว้

 แต่การแชร์ข่าวไม่กรองทำให้ผู้ถูกกล่าวหาเสียหายเหมือนกันนะคะ

 เห็นแชร์หลายที่ก็ด่ากันเยอะโดยที่ไม่ตรวจสอบให้ดีว่าข่าวมันจริงหรือไม่จริงก็ด่าฝรั่งกันไปแล้ว

 เห็นกระทู้ห้องก้นครัวนานแล้วมีการค้นชื่อเชฟก็ไม่เจอนะคะ และก็ไม่มีสื่อต่างประเทศรายงานเรื่องนี้ด้วยนะคะ ..

จากคุณ : JeTi_Forever


มันไปด่าคนขอจดอย่างเดียวไม่ถูกหรอก มันต้องด่าคนที่รับจดมากกว่า มันไปรับจดได้ยังไง ไม่ว่าจะเป็นอาหารชาติไหนก็เหมือนกันหมด มันเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของชาตินั้น ๆ ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง แล้วคำว่าสิทธิบัตรมันต้องเป็นสิ่งที่คิดค้นขึ้นมาใหม่ ไม่ใช่ไปขอจดสิ่งที่มันมีอยู่มานานแล้ว ไอ้คณะกรรมการบ้าบออะไรที่ตั้งขึ้นมาแล้วไปรับจด ไม่รู้มันเอาหัวสมองหรือหัวแม่เท้าคิด ถึงว่าฝรั่งไม่ใช่มีหัวมีผมทองแล้วมันจะฉลาดไปหมดก็หาไม่

จากคุณ : อัลปลั๊ก


เพราะฉนั้นเราต้องเอาคืน โดยการไปจด "ข้าวผัดอเมริกัน"  555

จากคุณ : iKnow


กลับมาเรื่องอาหารกันต่อดีกว่านะคะ อยากอ่านต่อแล้ว เข้ามาดูทู้กกกกวัน

จากคุณ : javee


#1180 ขออนุญาตคุณ Jackrapan (Jack Happy) นะคะ เผื่อใครไม่ทราบแล้วอยากจะรู้ว่ามันต่างกันยังไง

คนใต้เรียกแกงที่คนภาคอื่นเรียก "แกงเหลือง" ว่า "แกงส้ม" ค่ะ
"ส้ม" ในที่นี้หมายถึงรสเปรี้ยว ไม่ได้เรียกตามสีของแกง แต่คนภาคอื่นอาจจะเห็นว่ามันต่างจากแกงส้มของภาคกลางจึงเรียกตามสีแกงว่าแกงเหลือง
จริงๆแล้วแกงเหลืองมันก็คือแกงส้มอย่างเดียวกับแกงส้มของภาคกลางแหละค่ะ เพียงแต่คนใต้กินรสจัดแกงส้มทางใต้จึงมีรสเผ็ด(มาก) เปรี้ยว เค็ม และหวานน้อยหรือไม่หวาน ตรงนี้ต่างกับแกงส้มภาคกลางที่จะมีรสเปรี้ยวหวานและเผ็ดน้อย

แกงคั่วที่มีรสออกเปรี้ยวก็เรียก (แกง)คั่วส้ม เช่นแกงคั่ว(หอยแมลงภู่)สับปะรด เรียก คั่วส้มสับ-รด  ค่ะ
มะนาว ยังเรียก ส้มนาว เลย

ถ้าสั่งแกงส้มที่ภาคใต้จะได้แกงเหลือง แต่ถ้าสั่งแกงเหลืองคนใต้จะไม่รู้จักค่ะ

แกงทางใต้นิยมใช้ขมิ้นมาดับคาวปลา ถ้าสังเกตจะเห็นว่าแกงส้มแบบปักษ์ใต้จะแกงด้วยปลาเป็นส่วนใหญ่ ไม่ค่อยแกงด้วยกุ้ง พริกแกงเผ็ด (เรียกพริกแกงว่าเครื่องแกง) ทางใต้ส่วนใหญ่ก็จะมีขมิ้นเป็นส่วนผสม (ตะไคร้ ข่า ขมิ้น กระชาย หัวหอม กระเทียม พริก เกลือ กะปิ) ถ้ากินขนมจีนน้ำยาปักษ์ใต้จะเห็นว่าน้ำยามีสีเหลืองและไม่ใส่กระชายเป็นเส้นๆ ลงในน้ำยาเหมือนของภาคกลาง นั่นเพราะใส่กระชายลงในเครื่องแกงมากพอแล้วค่ะ

จากคุณ : *~KingFisho~*


                 ชิมแกงเขียวหวานเนื้อกลางอากาศ

                  ภารกิจสุดท้ายของวันท้ายสุด ประจำปีงบประมาณ 2555 กำลังเสร็จสิ้น (  30 กันยายน 2555 )   ผมขึ้นเครื่องการบินไทยที่ท่าอากาศยานแห่งชาติคันไซ ( Kansai  International  Airport : KIX ) , โอซาก้า( Osaka )  ยามค่อนข้างค่ำเพราะสนามบินเพิ่งเปฺิดทำการได้ตามปกติเนื่องจากอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่น เครื่องบินเลยดีเลย์หลายชั่วโมง   ได้ที่นั่งริมทางเดินตามที่ร้องขอ เบาะกลางว่าง ส่วนริมหน้าต่างเป็นสุภาพสตรีญี่ปุ่น ที่จริงผมชอบนั่งริมหน้าต่าง ดูโน่น นั่น นี่ อะไรๆ บ้าง แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งไปสหรัฐอเมริกา ช่วงระหว่างกรุงเทพฯ - นาริตะ  ผมก็นั่งริมหน้าต่างและเบาะถัดๆไปเป็นผู้หญิงทั้งคู่ พอเครื่องขึ้นได้สักพักสองสาวก็คาดหน้ากากปิดตา แล้วก็หลับจริงหลับจัง สามชั่วโมงผ่านไปก็ยังหลับลึกอยู่ ผมจะไปธุระห้องน้ำ ก็ออกไม่ได้ พอดีนางฟ้า( air hostess )มาโปรดโดยเข็นอาหารมาบริการ คุณเธอเลยตื่น ตั้งแต่นั้นมาก็ขอนั่งริมทางเดินตลอดครับ

                 สุภาพสตรีญี่ปุ่นดูเงียบขรึมและแววตามีความกังวล อาจเป็นเพราะภาษาอังกฤษที่ไม่ค่อยแข็งแรงกระมัง และแอร์ฯที่ดูแลโซนนี้ก็บังเอิญเป็นสาวไทยที่เน้นภาษาไทยกับอังกฤษเป็นหลัก ผมเลยช่วยอธิบายให้เธอเข้าใจเวลาที่จะเลือกเครื่องดื่มต่างๆ   เวลาอาหารก็มาถึง อาหารหลักมีให้เลือกระหว่างข้าวกับผัดปลาหรือข้าวกับแกงเขียวหวานเนื้อ  พอฟังรายละเอียดจากผมจบ เธอก็เลือกแกงเขียวหวานเนื้อเหมือนผม   ส่วนผู้โดยสารญี่ปุ่นคนอื่นๆที่นั่งระแวกเดียวกันที่ได้ยินผมอธิบายต่างก็ตื่นเต้นและเลือกตามเหมือนกันหมดทุกคนโดยทานกันเงียบๆและสนทนากันเบาๆ   ผิดกับกลุ่มกะเหรี่ยงที่นั่งอยู่ด้านปีกซ้ายที่เฮฮากันดังคับเครื่อง จำได้พวกนี้ได้ติดตาตั้งแต่พักที่เรียวคัง ( โรงแรมแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น มีออนเซ็น - บ่อน้ำร้อน ให้แช่ ) เมืองนาโกย่า แล้วเพราะเสียงดังแบบตะเบ็งคุยกันข้ามโต็ะ เล่นเอาแขกญี่ปุ่นที่มาพักชำเลืองมองกันเป็นแถว ผมแอบถามแอร์ว่า   " พวกไหนอ่ะครับ "   เธอกระซิบตอบเบาๆ  " อ๋อ  บรรดาผู้มีอันจะทัวร์น่ะค่ะ "

               ตกลงคนญี่ปุ่นทานข้าวแกงเขียวหวานเนื้อเกลี้ยงถาดเลย  จริงๆ นอกจากต้มยำกุ้งแล้ว ญี่ปุ่นได้ชิมอาหารไทย ( ก็ ไทยทำน่ะ ถึงแม้จะดัดปรุงมาจากชาติอื่น ) อีกหลายอย่าง แต่ที่กำลังติดหูติดตาก็คือแกงเขียวหวานนี่แหละครับ  อาหารไทยที่บริหารและทำโดยคนไทยในเมืองใหญ่ๆ เช่น โตเกียว โอซาก้า และโกเบ ก็ราคาค่อนข้างสูง-แพง  การที่พวกเค้าได้มีโอกาสชิมอาหารไทยแท้ อร่อยๆ  ก็เป็นการช่วยเผยแพร่วัฒนธรรมการกินของเราทางหนึ่ง ผมเองก็ชื่นชมและเป็นกำลังใจให้ผู้มีฝีมือและผู้เกี่ยวข้องที่ได้บุกเบิกและสร้างสรรค์ให้อาหารไทยแต่ละอย่างอยู่ในต่างประเทศ จนได้รับการยอมรับและโหวตให้อยู่ตำแหน่ง ต้นๆของลำดับโลกเลยครับ

               อ้อ ลืมบอกไป สตรีญี่ปุ่นคนนั้น เธอมาหาสามีซึ่งทางบริษัทแม่ส่งมาประจำที่ อ. ศรีราชา  จ. ชลบุรี  พอเครื่องลงที่สุวรรณภูมิ ผมก็พาเธอไปรับกระเป๋า  ผ่านพิธีการตรวจลงตราและศุลกากรก็ห้าทุ่มกว่าๆ  ออกมาถึงข้างนอกพบว่า สามีมารอรับอยู่ตรงจุดนัดพบ ทั้งสองขอบคุณผมมากมายที่ช่วยดูแล เพราะนอกจากภาษาอังกฤษไม่แข็งแรงแล้ว เธอเองก็เพิ่งเดินทางมาไทยเป็นครั้งแรกครับ

จากคุณ : Jackrapan (Jack Happy)


เป็นตัวแทนชาว 'ศรีราชา' มาขอบคุณคุณ Jack ค่ะ (ที่นี่ชาวญี่ปุ่นเยอะจริง ๆ จนเป็นเมืองญี่ปุ่นกลาย ๆเพราะมีโรงงานในนิคมฯ เยอะมาก)

ขอเล่าประสบการณ์บ้างค่ะ
เมื่อ 20ปีที่แล้วในโรงแรมแห่งหนึ่งของสวิส ในครัวจะมีทั้งครัวไทยและครัวฝรั่ง ฉะนั้นจึงมีเวรผลัดกันทำอาหารให้พนักงาน เราไปช่วงแรกถามแบบหวั่น ๆ พี่ทำอาหารไทยเค้าจะกินกันได้เหรอ พวกพี่เค้ารีบบอก "ไม่ว่าจะทำอะไร เผ็ดไม่เผ็ด ก็เห็นหมดตลอดแถมใครมาช้าอดกิน"
วันหลัง ๆ ได้เห็นจริง ถ้าเวรคนไทยทำ อาหารยังไม่เสร็จดี ฝรั่งยืนรอกันสลอน แต่ถ้าเวรฝรั่งทำ อาหารพนักงานเหลือทุกวัน ... เหอ เหอ!!

จากคุณ : plamordum (plamordum)


ขอพูดเรื่องแกงส้มกับแกงเหลืองตามความคิดส่วนตัวนะครับ
.
สมัยโบราณคำว่า ส้ม
นอกจากหมายถึงสีแล้ว ยังหมายถึงอาหารที่มีรสเปรี้ยวครับ
เกือบทุกที่น่าจะใช้เหมือนกัน
แต่มาปัจจุบัน ความหมายด้านรสชาดนั้น คนภาคกลางไม่ค่อยได้ใช้แล้ว
คนสมัยนี้เลยไม่รู้ว่า แกงส้ม หมายถึงแกงรสเปรี้ยว คิดว่าเป็นที่แกงสีส้ม
แต่ผมทันรุ่นทวดผมที่บอกว่า แกงส้มให้ใส่ส้มมะขามไปด้วย
หมายถึงน้ำมะขามเปียกรสเปรี้ยวนั่นเอง

ภาษาใต้ปัจจุบันยังใช้ "ส้ม" ในความหมายรสเปรี้ยวอยู่
ที่เคยได้ยินก็ ส้มนาว (มะนาว) ส้มมุด (ให้รสเปรี้ยวมากแกงส้มได้อร่อย ไม่รู้ว่าภาคกลางมีไหม)
และอีกหลายส้มที่คิดไม่ออกเพราะผมไม่ใช่คนใต้ แค่เคยอยู่ใต้มาสี่ปี

เพราะฉะนั้น ภาคใต้ ก็มีแกงส้มสูตรของภาคใต้ ซึ่งเปรี้ยวมาก เผ็ดมาก
ภาคกลาง ก็มีแกงส้มสูตรภาคกลาง ซึ่งไม่เผ็ด ไม่เปรี้ยว รสชาดอ่อน ๆ
ทั้งสองอย่างมีส่วนผสมที่แตกต่างกัน

ส่วนที่ภาคกลางต้องเรียกแกงส้มแบบภาคใต้ให้แตกต่าง
เพราะถ้าพูดว่าแกงส้ม คนภาคกลางก็จะคิดถึงแกงส้มแบบภาคกลาง
ถ้าเรียกแกงส้มแบบใต้ว่าแกงส้ม
มันก็ไม่ช่แกงส้มแบบที่เคย ๆ กิน
เลยเรียกให้ต่างไปว่าแกงเหลืองซะเลย
จะได้รู้ว่าถ้าสั่งแกงส้ม ได้แบบภาคกลาง
ถ้าสั่งแกงเหลือง ก็เป็นแกงส้มภาคใต้

แล้วทำไมต้องเป็นแกงเหลือง
เพราะใส่ขมิ้นละมัง
เวลากินอาหารใต้แล้วล้างจานย้าก...ยาก

(แก้ไข) ปล. ความเห็นจะคล้าย ๆ ความคิดเห็นที่ 1194 นะครับ เพราะผมไม่ได้อ่านให้ละเอียดก่อนว่ามีความเห็นคล้าย ๆ กันโพสต์ไปแล้ว

จากคุณ : มันเกี่ยวกับใครเนี่ย


กระทู้นี้ผมชอบมากเลย ตามอ่าน ตามโหวตทุกสัปดาห์
ตั้งแต่เข้าพันทิปมา 10 ปี กระทู้นี้คืออันดับสองในใจครับ
ส่วนอันดับแรกในใจผมคือ http://youngturks.webs.com/
"จับเข่าเล่าเรื่องอิงประวัติศาสตร์ จาก www.pantip.com"
.
เครียดจากไหนมาเข้า 2 กระทู้นี้ อารมณ์ดีกลับไป

จากคุณ : reenbun


เหนือกับอีสาน ก็เรียกรสเปรี้ยวว่าส้มครับ

แต่...อีสานเรียกมดแดง ส่วนเหนือเรียกมดส้ม 555+

จากคุณ : หนุ่มเมืองน่าน


คนไทยสมัยก่อนจะเรียกรสเปรี้ยวว่า "ส้ม" เช่นส้มมะขาม
หมายถึงมะขามเปียก (มะขามเปรี้ยว)คู่กับมะขามหวาน
ส่วนส้มเขียวหวาน ก็หมายถึงผลไม้ที่รสเปรี้ยว
แต่เปลือกมันสีเขียวมีรสหวานผสมด้วย แต่ไม่รู้คนใน
เมืองกรุงไปเรียกรสส้ม (รสเปรี้ยว) ว่าเปรี้ยวตั้งแต่เมื่อไหร่
มันเลยกลายเป็นภาษาทางการไปแล้วว่ารสเปรีี้ยว แต่ภาคอื่นเขาก็ยังใช้
คำว่าส้มหมายถึงสิ่งที่มีรสเปรี้ยวอยู่เหมือนเดิม
เช่นส้มตำ อีสานเรียกตำส้ม คือตำที่มีรสเปรี้ยว ภาคใต้เรียกแกงที่มี
รสเปรี้ยวว่าแกงส้ม ยังมีพวกส้มฟัก ส้มลิ้นวัว ส้มผัก ส้มซ่า
คือของที่มีรสเปรี้ยวทั้งนั้น

จากคุณ : อัลปลั๊ก


หมูดำ ( Kurobuta ) vs หมูกรอบ หมูแดงและขาหมูพะโล้

                   ขณะอยู่ที่ญี่ปุ่น เพื่อนยุ่นพาไปชิมอาหารมีชื่อของญี่ปุ่นและกำลังมาฮิทในไทย คือ หมูดำ ( คุโระ = ดำ   บูตะ = หมู )   พอไปถึงร้าน ลูกค้าญี่ปู่นนั่งกันตรึม คนแน่นมาก และก็ต้องจองล่วงหน้า  ดูเหมือนไม่รับลูกค้าประเภท walk in   เรานั่งคอยสักครึ่งชั่วโมง จิบสาเกร้อนหมดไปสามถ้วย สาวญี่ปุ่นร่างเพรียวก็พริ้วกายมาบริการหมูดำจานใหญ่หอมฉุย ( ผมเพิ่งเคยเจออาหารญี่ปุ่นที่มีกลิ่นเป็นครั้งแรกในชีวิตเลยครับ ) ตอนนี้ภาระกิจที่ผมต้องรับผิดชอบอยู่ตรงหน้าคือ หมูดำ ซุปหนึ่งถ้วย ข้าวเปล่าหนึ่งถ้วย กระหล่ำปลีซอยกับผักดอง   หลังจากพูด   " อิตาดากิมัส " ( Itadakimasu : ทานเลยนะครับ )  แล้วเราก็ลงมือคีบเนื้อหมูจิ้มน้ำปลาญี่ปุ่น ( โชยุ ) เข้าปาก เพื่อนผมคีบหมูใส่่ปากเคี้ยวกลืน เคี้ยวกลืน คนญี่ปุ่นอะนะ กินเร็ว เดินเร็ว ทำอะไรก็เร็วไปหมด ชีวิตที่อยู่เมืองใหญ่แสนจะเร่งรีบ  น่ากลัวเป็นโรคกระเพาะจัง    ขณะที่คนญี่ปุ่นกินคุโระบูตะกันอย่างอะเร็ดอร่อย   ผมกลับรู้สึกว่า ถ้าไม่ได้เหล้าสาเกช่วยบรรเทาความเลี่ยน ชีวิตผมคงไม่รอดแน่

                  และเป็นเพราะผมไซโคเรื่องอาหารไทยไว้มาก หรืองัยไม่ทราบ เจ้าเพื่อนญี่ปุ่นคนนี้ตามมากรุงเทพฯด้วย   ผมพาไปชมสถานที่ต่างๆ จน สังเกตุเห็นว่า คงเหนื่อยและหิว  ก็พาเข้าร้านอาหารที่หมายตาไว้  ผมสั่งหมูกรอบ  หมูแดง และขาหมูพะโล้ อย่างละจาน พร้อมเบียร์ไทยขวดเขียวที่ต่างชาติชื่นชอบ  เพื่อนยุ่นค่อยๆ ทำตามผมในการคีบโน่น จิ้มนี่ เพราะน้ำจิ้มพี่ไทยหลายอย่างมาก โดยเฉพาะขาหมูฯ นอกจากน้ำจิ้มรสเปรี้ยวแล้ว พวกตาเหลือกที่เห็นผมเคี้ยวพริกขี้หนูสดและกระเทียมแห้งเป็นกลีบๆ ตามไปด้วย ผมบอกลองชิมๆเหอะ นี้เป็นภูมิปัญญาไทย กินแล้วจะช่วยให้ไม่อ้วนเป็นพะโล้งัย   ยุ่นก็ว่านอนสอนง่ายดี ถึงแม้จะเผ็ดจนหน้าแดงไปบ้างก็ตาม ลืมบอกให้กัดแค่ครึ่งเม็ดก็ได้  นั่งกินกันเกือบชั่วโมง จ่ายเงินเสร็จ ญี่ปุ่นตกใจ ถูกกว่าที่โตเกียวเยอะเลย  พวกบ่นพึมพรำ    "  สุโค่ย อะไรกัน ทำไมอาหารไทย ทั้งไม่แพง อร่อยและมีสเน่ห์จังเลย  "

จากคุณ : Jackrapan (Jack Happy)


ชอบกระทู้นี้จัง 55 อยู่นานมากกกก

จากคุณ : ใครขโมยเนยแข็งของฉันไป


จะ 1 ขวบแล้วนะกระทู้นี้...ท่าทางจะได้มาแฮปปี้เบิร์ดเดย์ กระทู้นี้แน่ๆเลยค่ะ

จากคุณ : ใบตะขบ



 ขอบคุณคุณฝนโอ่งผู้ตั้งกระทู้นี้
และทุกท่านที่เข้ามาร่วมแบ่งปันเรื่องราวดี ๆ ค่ะ 


จากคุณ : ลูกคนกลางเป็นเด็กดี


พี่ชายของแฟนผม แกทำงานกับพวกฝรั่ง
มีคราวนึง ต้องนัดคุยงานกันที่บ้าน นัดกันมาตอนเช้า

ที่บ้านก็ทำกับข้าวรอไว้อยู่ คือเป็นกับข้าวง่ายๆ น้ำแกงเต้าหู้ ผัดผักบุ้ง กับ ปลาผัดจืดๆ
แต่คือไม่ได้ทำไว้ให้ฝรั่งกิน ทำไว้ให้แฟนผมที่ยังไม่ตื่น
แถมกับข้าว ก็ดูเย็นชืดๆ เพราะทิ้งไว้นาน

พอฝรั่งมาถึง พี่ชายเค้าก็ทักเป็นมารยาท ทานเค้าหรือยังทานก่อนมั๊ย

คำตอบฝรั่งคือ "OK!!"
พี่ชายแฟนผมก็อึ้งสิครับ เพราะเหมือนบ้านเค้าจะกินจืด สีสันกับข้าวดูไม่ค่อยน่ากิน แถมเย็นชืดด้วย
ไม่คิดว่าฝรั่งจะกิน
แล้วฝรั่งก็ไม่ได้กินตามมารยาทด้วยน่ะครับ ฝรั่งซัดกับข้าวเกือบหมดเลย
เหลือ อย่างละนิด อย่างละหน่อย

พี่ชายแฟนผมก็อึ้ง น้องสาวโดนแย่งข้าว

แฟนผม ก็อึ้ง โทรมาหาผมโวยวายบอกโดนฝรั่งแย่งข้าว 555 ขำๆกันไป

แต่คิดไปคิดมาฝรั่งคงชอบหาบ้านแฟนผมแหงเลย เพราะบ้านเค้าไม่กินเผ็ด อาหารส่วนใหญ่จะค่อนข้าง จืด กับ เค็มนิดๆ

จากคุณ : วิoล่า


คุณคูหา1205 ข้างบนนี่ ^ บอกว่าทำอาหารนี่หมายถึงคุณทำทิ้งไว้ให้แฟนทานก่อนออกบ้านมาเหรอคะ??   ถ้าใช่จะบอกว่าน่ารักมากกกกกกกกก ฮ่าฮ่าฮ่า.....

จากคุณ : rainyjerry


#1206

ไม่ใช่ครับผมกับแฟนอยู่คนละบ้านยังไม่ได้แต่งงานกันเลยครับ เป็นอาม่าเค้าทำหน่ะครับ
แต่สักวันนึง ก็หวังจะได้ทำให้เค้าทานทุกวันเหมือนกัน ><"

จากคุณ : วิoล่า


ขอบคุณเจ้าของกระทู้ และทุกท่านที่ช่วยเล่าประสบการณ์ อ่านเพลินดีจังค่ะ  จุ๊บๆ

ยายเคยพบในไทยก็ เช่น ในที่ทำงาน ฝรั่งหลาย ๆ คน ส่วนมากจากออสเตรเลีย
ชอบอาหารไทยมาก ร้องขอทุกมื้อ นิยมสุด ๆ ก็ คือ ข้าวไข่เจียว แกงเขียวหวาน
และพวกผัดต่าง ๆ ผัดไทย ผัดซีอิ๊ว ผัดวุ้นเส้น คะน้าปลาเค็ม อีกมากมาย

ที่น่าภูมิใจ คือ
คราวที่ไปออสเตรเลีย เมืองเมลเบิร์น ในห้าง Crown มี Food Center
2-3 ร้าน ขึ้นป้ายใหญ่หน้าร้าน ว่า "Thai Food" แต่เจ้าของเป็น เวียดนาม เป็นจีน
ไม่มีคนไทยแท้ ๆ ซักร้าน  ลองชิมดู ไม่ใช่รสชาติแบบไทย มันเพี้ยน ๆ
แต่คนก็นิยมมาก ขายดีซะด้วย ข้าวสวยราดแกง ราดหมูหวาน ขายดีสุด ๆ

คนที่มาเข้าคิวซื้อ ไม่ใช่คนไทยเลยซักคน
ยายเห็นฝรั่งตัวโตสั่ง ข้าวราดแกงและหมูหวาน เขาให้จนพูนจาน
ยายสั่งมั่ง หวังจะเจี๊ยะกัน 2 คน  ปรากฏว่าแป่ววว
เขาให้ยายน้อยกว่าฝรั่งเยอะเลย ทั้งที่ราคาเท่ากัน  mad  

และตอนที่ออกไปถึงเหมืองทองคำ ที่อยู่ไกลโพ้น  ยังไปเจอะร้านคนมาเลย์
ขึ้นชื่อร้านว่า "Thai Food" เราก็เร่เข้าไป อุดหนุนทันที

รสชาติหนักเครื่องเทศเกินไป ... กินไปก็คิดไป อยากทำขายบ้าง 555  ไข่ดาว

จากคุณ : ยายอุ๊ดจัง


แหมให้ตายเถอะ แก่แล้ว แก่เลยจริง ๆ ต้องขออำไพ มีก็อกสอง ...

ย่อหน้าแรกข้างบนนั้น ความสำคัญอยู่ที่ ฝรั่งจากออสเตรเลีย
เป็นนักศึกษามาฝึกสอน  เขาไม่ค่อย หรือไม่เคยรู้จักอาหารไทยกันนัก
แต่พอเราจัดไว้ให้ทุกวัน คู่กับอาหารที่เขานิยมในชาติของเขา

วันแรก ๆ ต้องไปนั่งแนะนำอาหารไทย และเชิญชวนให้ลิ้มลอง
เขาก็ไม่กล้าชิมกันนัก ต้องคะยั้นคะยอ พอไม่น่าเกลียด 55

วันต่อ ๆ มา ไม่ต้องมีอาหารของออสเตรเลียเลย ตั้งแต่อาหารไทยล้วน ๆ
น้ำหนักขึ้นกันทุกคน น้ำหู น้ำตาเล็ด หน้าแดง ปากแดง ตักแกงเผ็ดที่ไม่เผ็ดมาก
ซดเป็นแกงจืดทีเดียว  เห็นแล้วแสนจะชื่นใจ  รักคุณ

วันที่พาไปเที่ยวน้ำตกเอราวัน พวกเขาไปสั่ง ส้มตำปูปลาร้า ตั้งวงกินกัน
เราคนไทยยังไม่กล้า เพราะกลัวท้องเสีย  แต่พวกเด็กสาว ๆ กินด้วยความสบายใจ
สรวลเสเฮฮา หัวเราะกันใหญ่  สงสัยโดนกัญชาแถมไปด้วย  ฮ่าฮ่าฮ่า ฮ่าฮ่าฮ่า ฮ่าฮ่าฮ่า

จากคุณ : ยายอุ๊ดจัง


ขออำไพ พลาดอีกจนได้ ... ขอเสริฟใหม่ น้าค้า

ส้มตำปูปลาร้า ยายเคยลิ้มลองตอนเป็นเด็กหอ คนขายโขลกไม่ทันสาว ๆ ที่รุมสั่ง

จึงส่งครกให้คนซื้อลูกอิสาน "เอ้าเอาไปโขลกกันเอง" สนุกเฮฮากันทุกเย็น ยังคิตึ๋งมากมายยยย

ได้เพื่อน ๆ จากภาคต่าง ๆ จับคนเมืองนนท์ แถมเป็นลูกจีนอีกตะหากเข้าคอร์ส
จึงสามารถเจี๊ยะได้ครบทุกภาค อย่่างโปรด 55  แต่ต้องยกไปเจี๊ยะไกล ๆ แม่ อิ อิ  พ่นน้ำหมาก

จากคุณ : ยายอุ๊ดจัง


ต่อจาก #759 กระทู้ยังไม่ทันด๋อย ก็เลยมาเล่าต่อ ว่าเพื่อนสาวชาวอินโดนิเซียมาเที่ยวเชียงใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้วและวันนี้กำลังจะกลับ หลังจากมาวันแรกก็กินต้มยำ เที่ยวอยู่ 2-3 วันและปิดท้ายด้วยต้มยำกุ้งสมใจอยาก โดยทิ้งท้ายคำพูดสุดท้ายไว้ ณ สนามบินเชียงใหม่ว่า

my life is complete ヽ(;▽;)ノ

จากคุณ : สารหนู (Espionage)


ชอบอ่านกระทู้นี้มาก ทนไม่ไหวขอเข้ามาแชร์บ้างค่ะ พ่อบ้านเป็นฝาหรั่งที่ไม่ทานไข่ ทุกเมนูที่เป็นไข่ลืมไปได้เลย ไข่เจียวหมูสับสูตรสุดยอดของดิฉันมีแต่ลูกกับดิฉันกินสองคน เค้าทานยากมากแต่เวลาทำผัดผงกะหรี่ทีไร มันต้องใส่ไข่ กินหมดทุกทีอันนี้เป็นเมนูโปรดเค้ามากๆ อีกอย่างที่ชอบมากคือข้าวผัดแกงเขียวหวาน ตั้งแต่คบกัน จนแต่งงาน มีลูก กินอยู่เมนูเดียว 7 ปี จอดรถหน้าร้านปั๊บแม่ครัวตั้งกะทะทำได้เลย ไม่ต้องรับออเดอร์ ชอบกินพริกน้ำปลาด้วย เวลาทำข้าวผัด ต้องมีพริกน้ำปลาให้ด้วย ข้าวผัดก็ใส่ไข่นะคะแต่ต้องยีให้ละเอียด ชอบกินคอหมูย่าง น้ำจิ้มแจ่ว ตอนนี้มีพัฒนาการ กินน้ำพริกหนุ่มได้แล้ว แต่สามีพัฒนาการถดถอยค่ะเมื่อก่อนชอบกินส้มตำมากแต่เดี๋ยวนี้ไม่แตะเลยบอกว่าเหม็นกระเทียม อะไรที่เป็นกระเทียมนี่ยี้หมดเลยค่ะ แต่คนไทยเนาะ ทำกับข้าวต้องใส่กระเทียม เพราะฉะนั้นที่บ้านดิฉันไม่เคยขาดกระเทียม ถ้าทำผัดผักก็เจียวกระเทียมก่อน แต่ต้องสับให้ละเอียด เค้าก็กินโดยไม่รู้ตัว สองวันก่อนอยากเห็นพัฒนาการของเค้าเลยทำหมูทอดกระเทียมพริกไทยซึ่งถือว่าสาหัสมากๆ ดิฉันก็หมักแล้วทอดหั่นชิ้นพอคำ เอาไปเสริร์ฟ พี่แกไม่บ่นกลิ่นกระเทียมเลยค่ะ กินเรียบเป็นอะไรที่ทำให้ดิฉันแปลกใจมาก แต่ดิฉันก็ไม่ได้บอกนะคะว่าเมนูชื่ออะไร เค้าก็ไม่ถาม อีกวันทำอีก ก็หมดอีก รูสึกปลดปล่อยมากค่ะเพราะไม่คิดว่าชาตินี้จะทำหมูทอดกระเทียมในบ้านได้

ตอนไปอเมริกาไปทำกับข้าวให้พ่อกับแม่สามีทาน ท่านอายุมาก แปดสิบห้าแล้วค่ะ เพิ่งเคยน้ำหูน้ำตาไหลเพราะกินอาหารไทย กินไปก็ซืดดด..ซาด..ไปปากก็ชมว่าอร่อย ไปสามเดือนกินอาหารไทยกันซะสองเดือนครึ่ง อีกอย่างที่น่าเซอร์ไพรส์มากคือพ่อแม่สามีชอบมาม่าต้มยำกุ้ง ดิฉันเอาไปเยอะค่ะเอาไว้แก้เลี่ยน ชอบทำกินตอนกลางวัน วันนึงแม่สามีเห็นก็ถาม ทำไมชอบกินจัง มันอร่อยเหรอ กลิ่นหอมดีนะ ดิฉันก็ถามว่าจะลองมั้ยเดี๋ยวทำให้ ดิฉันใส่ไข่กับผักด้วยค่ะ แม่สามีก็ยอมเสี่ยง ส่วนพ่อสามีนั้นไม่ว่าแม่สามีกินอะไรเค้าก็จะกินด้วย ดิฉันเลยทำให้สองที่ ทั้งคู่ชอบมาก ตอนแรกดิฉันนึกว่าท่านแค่ชมไปงั้น แต่พอมีซ้ำวันหลังๆ จึงเชื่อค่ะว่าชอบจริง แต่เวลาท่านกินน่าสงสารมากกกๆ เพราะหน้าท่านจะแดง น้ำมูกไหล มือนึงถือช้อน อีกมือกำทิชชูตลอด ไว้ซับเหงื่อ น้ำมูก น้ำตา ค่ะ ตอนหลังดิฉันจัดแกงส้ม ต้มยำ แกงเขียวหวาน น้ำพริกกุ้งเสียบ (เอาไปจากไทย) ไก่ผัดเม็ดมะม่วง ท่านเจริญอาหารมากโดยเฉพราะพ่อสามี ส่วนสามีดิฉันกลัวเสียหน้ารึยังไงไม่รู้ ปกติอยู่ไทยไม่เคยแตะแกงส้ม พอดิฉันแกงที่โน่น ก็กินกับเค้าด้วย และก็ชมใหญ่ว่าอร่อย ตอนหลังทุกครั้งที่ไปดิชั้นจัดเต็มเครื่องแกงสามกระเป๋า มาม่าหนึ่งกระเป๋าเดินทางเต็มแน่น มีแค่สองรสคือรสต้มยำกุ้งกับรสหมูสับ น้ำมันหอยดิชั้นก็เอาไปค่ะ แม่สามีชอบมากตอนหลังไปสอยมาเองจากตลาดเอเชีย

ครั้งล่าสุดเมื่อต้นปีที่ไปมาได้ไปเยี่ยมญาติสามีที่อยู่อีกรัฐนึง จะไปเวเคชั่นแต่ ปรากฎว่าดิชั้นต้องทำอาหารไทยเกือบทุกวันเลยค่ะ และทำครั้งละเยอะๆ ด้วยเพราะญาติสามี ทั้งสามีภรรยาเป็นแฟนอาหารไทยตัวยง เหนื่อยมากค่ะแต่อยากได้หน้า ภรรยาบอกว่าเค้าไปกินอาการไทยที่ร้านอาหารไทยบ่อย เค้าชอบอาหารไทยมาก พร้อมกับพาดิชั้นไปดูตู้เสบียงในครัวที่อัดแน่นไปด้วยเครื่องแกงและเครื่องปรุงที่เธอไปสอยมาจากตลาดเอเชีย เยอะมากก เสร็จแล้วพาดิฉันขึ้นรถไปร้านเอเชียที่ว่า ไปถึงทุกคนในร้ารทักเธอกันตรึม เห็นแล้วว่าเธอเป็นลูกค้าประจำจริงๆ เธอไม่เคยมาเมืองไทยนะคะ เมืองที่เธออยู่มีของบ้านเราเยอะกว่าเมืองที่พ่อแม่สามีอยู่อีกค่ะ เธอจึงได้กินแกงเขียวหวานฝีมือดิชั้นที่ใส่ใบโหระพาพร้อม และกะเพราะเนื้อรสจัดจ้าน ที่ร้านเอเชียดิฉันซื้อมาม่าต้มยำกุ้ง มาทำกินด้วย มาม่าต้มยำกุ้งนี่พอทำเสร็จกลิ่นมันหอมจริงๆ หอมจนญาติแฟนมาถาม มดิชั้นก็ไม่ใจไม้ไส้ระกำทำให้ซะ ปรากฎว่าติดใจค่ะ ทั้งสามีทั้งภรรยาเลย ถึงขั้นยืนเฝ้าดูกรรมวิธีการหย่อนมาม่าลงหม้อ ดิชั้นวาดลวดลายการตอกไข่เต็มที่ เค้ามาสังเกตุการณ์ว่ารอนานแค่ไหนให้ไข่สุกพอดีเค้าบอกว่าที่ดิชั้นทำมันแป๊ะมาก วิชาต้มมาม่าที่ฝึกมาตั้งแต่อยู่หอสมัยเรียน เลยเป็นที่เลื่องลือแต่นั้นมา

จากคุณ : ยานอวเกิบ (ยานอวเกิบ)


แหม เอาฉายา "เทพมาม่า" ไปเลยค่ะ

จากคุณ : omyimp


คุณ ยานอวเกิบ (อ่านยังไง หมายถึงอะไรครับเนี่ย 555) จัดเต็มมาก ให้กิ๊ฟไม่ได้ ขอขอบคุณที่มาเล่าแทนละกันนะครับ

จากคุณ : 7_Capable


^
^
^
น่าจะอ่านว่ายาน-อว-เกิบ มั้ยคะ เหมือนยานอวกาศน่ะ แต่เปลี่ยนเป็นรองเท้าแทน
อยากให้กิฟท์คุณเหมือนกัน เสียดายให้ไม่ได้

จากคุณ : ปาฏิหาริย์ไม่มีในโลก


กระทู้นี้สนุกมากๆค่ะ
มีเรื่องราวที่ได้รับทั้งความรู้และความสนุก
วันไหนเหนื่อยๆ ก็ชอบแอบเค้ามาอ่านเรื่องเล่าจากกระทู้นี้เสมอ
รู้สึกมีความสุขมากอย่างบอกไม่ถูกเลยค่ะ 55+

ขอบคุณที่ตั้งกระทู้นี้ขึ้นมานะค่ะ จะติดตามไปตลอดค่ะ

จากคุณ : สวยเว่อร์ (สวยเว่อร์)


มีเรื่องมาเล่านิดนึง เผอิญเพิ่งออกไปซื้ออาหารมา คือเราอยู่แถวสุขุมวิท แถวนี้มีต่างชาติเยอะ ห้างใกล้บ้านเราก็มีต่างชาติมากินกันเยอะ เราชอบไปกินที่ฟูดคอร์ทซึ่งถูกและอร่อยดี เราซื้ออาหารตามสั่งซึ่งทำค่อนข้างช้าเพราะทำทีละจาน ซึ่งรอค่อนข้างนานแต่ก็เพลิดเพลินดีเพราะ ข้างๆกันก็เป็นร้านผัดไทยหอยทอด มีทั้งฝรั่งผมทองและเอเชียซึ่งถ้าไม่พูดก็ไม่รู้หรอกนึกว่าคนไทย มายืนกันหน้าระห้อยรออาหาร บางคนก็ทำหน้าโกรธๆเพราะนานและไม่ถึงคิวตัวเองสักที ท่าทางเหมือนไม่เคยต่อแถวซื้ออาหารตามฟูดคอร์ท เพราะแต่งตัวไฮโซมาก ประมาณเคยแต่นั่งและสั่งทำนองนั้น เราต่อแถวประมาณคนที่ 5 แต่จานที่ยี่สิบกว่า เพราะคนหน้าเราสั่งคนนึงเกือบคนละ 5 จาน  ฟังๆดูอาหารที่ได้รับการสั่งมากที่สุดจะเป็นพวกข้าวผัดกระเพราหมู กุ้ง ข้าวคลุกต้มยำกุ้ง ประมาณนี้ คนต่อหลังเราก็5-6 คน แม้จะรอนานก็ไม่มีใครถอย  มองไปที่ร้านผัดไทย คิวยาวกว่าของเราอีก แต่ละคนไม่คุยกันจ้องไปที่คนที่กำลังผัด มองแล้วตลกดีจะตั้งใจดูอะไรกันนักหนา ส่วนโต๊ะอาหารแทบไม่มีนั่งเพราะคนลุกก็มีคนนั่งต่อตลอด แต่เราซื้อกลับบ้านเลยดีไป  แน่นอนร้านที่ป๊อปในหมู่คนไทยคือร้านส้มตำ ในศูนย์อาหารนี้ส้มตำค่อนข้างใช้ได้ ไม่เหมือนร้านอาหารอีสานอินเตอร์หลายๆร้าน รสชาติอาหารอีสานแปล๊กแปลก และอีกหลายอย่างที่ขายดีมากๆ คือพวกผลไม้ปั่น และขนมหวานและแน่นอนข้าวเหนียวมะม่วงขายดีมากๆ

จากคุณ : สาวลพบุรี


นึกถึงโครงการแลกเปลี่ยนที่ผ่านมาประมาณสองเดือนที่แล้ว เป็นเด็กจากมหาวิทยาลัยที่ญี่ปุ่นมีคนนึงกินเก่งมากทั้งๆที่เป็นคนผอมสุดๆ มาวันแรกยังไม่ค่อยออกอาการเท่าไหร่ แต่จะสังเกตได้ว่ากินอาหารหมดทุกจานชนิดขูดน้ำแกงกินจนหมดเลยทีเดียว

มีวันนึงพาไปค้างโอมสเตย์ อาหารจะเป็นแบบพื้นๆพวกผักต้ม แกงเลียง แล้ววันนัันป้าๆเค้าทำหลนเต้าเจี้ยว กับน้ำพริกปลาทู(ค่อนข้างเผ็ดสำหรับคนญี่ปุ่น)ปรากฏว่าเด็กคนนี้ซัดเรียบ หลนเต้าเจี้ยวกับน้ำพริกที่ตักมาเป็นชามหมดเกลี้ยง แถมเอามาคลุกข้าวเปล่าอีกแหน่ะ สรุปน้องแกซัดข้าวไปสองโถ หลนเต้าเจี้ยวอีกสองชามเต็มๆ

อีกวันนึงพาไปอยุธยา พาไปกินอาหารบนเรือชมแม่น้ำกับโบราณสถาน เด็กโต๊ะอื่นกินกันจนอิ่มแล้ว น้องคนนี้ก็ไปตามเก็บซะเรียบ ขนาดผักกาดหอมรองจานยังไม่เหลือ ห่อหมกมะพร้าวอ่อนนี่ขูดจนเกลี้ยง แถมพอไปให้อาหารปลาตรงวังปลา(ไม่แน่ใจวัดพนัญเชิงรึเปล่า) น้องแกยังอุตวาห์กั๊กเอาขนมปังที่เอาไว้ให้ปลากินไปจุ่มน้ำต้มยำกุ้งต่ออีกแหน่ะ

วันท้ายก่อนกลับพาไปตลาดน้ำ ก็ปล่อยให้แยกๆเดินกับเด็กไทย น้องคนนี้ก็เดินไปหาของกินคนเดียว พอมาเจออีกทีนังกินก๋วยเตี๋ยวเรืออยู่แล้วก็เคี้ยวอะไรทอดๆซักอย่างไปด้วย ตอนแรกนึกว่าแคบหมู พอเดินไปดูใกล้น้องเค้านั่งกินแมลงทอดแบบครบเซ็ตเลย ทั้งตั๊กแตน จิ้งหรีด หนอนไหม แมลงดา ไม่พอยังซื้อกลับไปบ้านอีกถุงเบ้อเริ่มบอกว่าจะเอาไปให้ที่บ้านกิน กว่าเค้าจะกลับบ้านก็อีกตั้งสามวัน เราก็ว่าแมลงมันทั้งทอดทั้งฉีดซีอิ๊วซะชุ่มขนาดนั้นไม่น่าจะกินได้แล้ว พอกลับไปเลยลองถามในเฟส น้องคนนี้ก็บอกว่าเอาให้พ่อแม่กินแล้ว ชอบมาก พระเจ้า แมลงทอดแล้วสี่วันเนี่ยนะ!?

จากคุณ : book of days


คุณ @book of days ครับ น้องญี่ปุ่นคนนั้นผู้หญิงหรือผู้ชายกัน

จากคุณ : มันเกี่ยวกับใครเนี่ย


ใช่ค่ะ สงสัยเหมือนกันเลยค่ะคุณ @มันเกี่ยวกับใครเนี่ย ว่าน้องญี่ปุ่นคนนั้นเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย อ่านแล้วน่ารักดีค่ะ คุณ  book of days รบกวนมาตอบข้อสงสัยด้วยนะค่ะ ขอบคุณค่ะ

จากคุณ : สวยเว่อร์


น้องเป็นผู้ชายครับ ชื่อทาเคดะ แต่เด็กไทยเรียกว่าทาเคปง เจอเด็กญี่ปุ่นมาเยอะ แต่ไม่มีคนไหนกินได้แบบนี้ กินทียังกะปอปลง เคยถามว่าอิ่มยังเพราะกินเยอะมาก เค้าตอบแค่ว่า "I'm full, but not finish" เอากะมันสิ พ่นน้ำหมาก

แถมเผ็ดแค่ไหนก็ไม่ยั่นอีกตะหาก คิดดูกินหน่อไม้ต้มใบย่านางจิ้มน้ำพริกนรกหน้าตาเฉย มีหน้ามาบอกโออิชิๆ เพื่อนคนอื่นมีแต่คาไร้ๆ ผัดสะตอก็กินได้แบบไม่แคร์สื่อ

จากคุณ : book of days


ขอแทรกว่าอ่านถึงตรงนี้แล้วนะคะ

จากคุณ : TASSY_TT


อ่านทุกวันเลยค่ะกระทู้นี้ แต่ไม่ได้เล่าเรื่องของเพื่อนเราซักที

เพื่อนเราเป็นชาวอเมริกันค่ะ ส่วนภรรยาเป็นชาวเวียดนาม ทั้งคู่ชอบทานอาหารไทยมากกกกกกก
มาเยี่ยมเราที่เมืองไทย เราก็พาไปทานอาหารร้านค่อนข้างดีตลอดค่ะ เราอยากให้เค้านั่งสบายๆ ในห้องแอร์ เพราะอีตาผู้ชายเค้าขี้ร้อนมาก อาหารที่สั่งให้กินก็พวกคุณเธอรีเควสกันทั้งนั้น
ต้มยำกุ้ง ผัดไทย แกงเขียวหวานไม่ชอบ ชอบพริกแกงสีแดง ส่วนคุณลูกชายเค้าชอบทานพวกหมูทอดกระเทียม ไก่ทอด ค่ะ
เราไม่อยากให้เพื่อนลองทานอาหารแปลกๆอ่ะ กลัวเค้าท้องเสียจะเที่ยวไม่สนุก

มีอยู่วันนึงเราไม่ได้พาเค้าเที่ยว เค้าก็ไปกันเอง สามคนพ่อแม่ลูก ไม่มีปัญหา ทีนี้ตอนเดินกลับโรงแรม เค้าดันไปเห็นเพิงขายอาหารค่ะ เป็นเพิงหมาแหงนเลยแหละ แถวนั้นกำลังมีงานก่อสร้าง คาดว่าตั้งมาเพื่อขายให้คนที่ทำงานอยู่แถวนั้นโดยเฉพาะ
คนพ่อก็สะกิดแม่เลยค่ะ อยากลองกินอาหารข้างถนนดูบ้าง รู้สึกว่าจะกินพวก ลาบ น้ำตก อะไรพวกนี้อ่ะค่ะ
มาเล่าให้เราฟังวันรุ่งขึ้น มันเป็นอาหารที่สุดยอดมากเลยนะ ยูรู้มั้ย ไอกินไปก็ร้องไห้ไป
มันเริ่ดที่สุด นี่แหละที่ค้นหามานาน ... อ้าว แล้วก็ไม่บอก ให้เราพาไปกินร้านหรูอยู่ตั้งนาน
หลังจากนั้น สามคน พ่อแม่ลูกก็ผูกปิ่นโตกับร้านนี้เลยค่ะ กินวันละสามมื้อเลยทีเดียว

มีวันนึง เพื่อนเราอยากไปนวดแผนไทย แต่ภรรยาเธอไม่อยากไปค่ะ ก็เลยขอร้องให้เราพาสามีเธอไปหาที่นวดหน่อย เค้าพักโรงแรมแถวนานาน่ะค่ะ พอเดินออกมามันก็จะมีขายอาหารข้างทาง ส่วนมากเป็นผู้หญิงกลางคืนนั่งกินอ่ะ เพื่อนเราก็ตาไว ไปมองโต๊ะอาหารชาวบ้านเค้า อยากรู้อยากเห็นที่สุด -"-
มองไปเห็นกุ้งแช่น้ำปลา หันมาถามเรา นั่นกุ้งใช่มั้ย มัน raw ใช่มั้ย เค้ากินกันอย่างนั้นเลยเหรอ พร้อมเบะปากด้วยสิ
เราก็ .. เอ่ออ ไปยุ่งอะไรกะอาหารชาวบ้านเค้าฟะ เราก็บอก ไปเหอะ ยูจะนวดไม่ใช่เหรอ (ชั้นจะได้กลับบ้านซะทีโว้ย) ..
แล้วเค้านึกอะไรก็ไม่รู้นะ บอก ไอเปลี่ยนใจละ ไออยากลองกินกุ้งดิบอ่ะ
ไม่พูดเปล่า ลากเราไปนั่งเลย เฮ้ยย ชั้นคนพื้นที่ยังไม่กล้ากินเลยนะ กลัวท้องเสีย แล้วฝรั่งธาตุอ่อนอย่างยูจะไหวเหรอ ฮึ?
สั่งแม่ค้าเองเลยด้วย อยากกินเหมือนโต๊ะนั้น โอ๊ยย ตายๆๆ เพื่อนอิชั้น จะไหวมั้ย ท้องเสียขึ้นมากลางดึกอิชั้นมิต้องถ่อจากบ้านมารับไปส่งโรงพยาบาลเรอะ
พอกุ้งแช่น้ำปลามาเสิร์ฟ เค้าทำหน้าตื่นเต้นมาก มือหยิบกุ้งเข้าปากเลยแหละ
ทำหน้าฟินสุดๆด้วยนะ แล้วก็พูดซ้ำไปซ้ำมา อร่อยมากๆๆ พูดไทยมั่งอังกฤษมั่ง ท่าทางจะชอบจริงๆ
กลับไปโรงแรมไปบอกเมีย ตะกี๊ได้กินของสุดยอดมาล่ะที่รัก เดี๋ยวไอจะพายูไปลองมั่ง
ให้เราจดใส่กระดาษให้ด้วยนะว่าอันนี้อ่านว่าอะไร จะจำไปสั่งเอง จ้า ตามสบาย กินซะให้หนำใจ


ทีนี้ตอนเราไปเยี่ยมเค้าที่อเมริกาบ้าง .... เหมือนเดิม อยากกินอาหารไทยๆๆๆ ให้เราทำให้กินตลอด เราก็ทำได้แต่อาหารง่ายๆนะ เราเป็นแม่บ้านโลโบ้ค่ะ อิอิ อะไรที่เป็นเครื่องแกงนี่อาศัยโลโบ้ตลอด
แต่ผัดไทย ไม่ต้อง เรียนมาจากคุณย่าตั้งแต่เด็ก เป็นอาหารที่ทำเองได้ อร่อยด้วย น้ำปรุงผัดไทยได้แอ้มเงินเราหรอก
บ้านนี้ก็ชอบกินผัดไทยกันจริงๆ ทำแทบจะทุกวันเลย เค้าดีใจมากเราไปอยู่ด้วย ลูกเค้าทานอาหารได้เยอะ ชอบอาหารที่เราทำ เราก็ดีใจนะมีคนชอบอาหารที่เราทำ

มีวันนึงเราอยากกินข้าวคลุกกะปิมาก ถึงขนาดเดินตากฝนไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตเลยแหละ
กะว่าเย็นนี้จะให้ทุกคนลองข้าวคลุกกะปิฝีมือเราให้ได้  กลับมาถึงก็รีบทำเลยค่ะ ผัดกะปิหอมฟุ้งไปทั่วบ้าน เพื่อนเรากลับมาบ้าน เปิดประตูเข้ามา ทำจมูกฟุดฟิด เห็นเรากำลังทำอาหารอยู่ ก็มาทำเปิดตู้ เปิดลิ้นชัก ทำเหมือนหาอะไรซักอย่าง
เราถาม หาอะไร ให้เราช่วยมั้ย ?? เพื่อนเราเป็นตำรวจค่ะ ... เค้าทำหน้าเครียดใส่เรา บอกว่าไอกำลังหา ....
หาว่ามีใครซ่อน "ศพ" ไว้ที่บ้านเรารึเปล่า กลิ่นคลุ้งมาก แล้วก็ทำหน้าตาย เดินเปิดตู้นู้นตู้นี้ เราก็งง... งงไปสามวิ นึกขึ้นได้ ไอ้บ้า....... ว่าอาหารตรูกลิ่นเหมือนศพ
แล้วเค้าก็หัวเราะลั่นเลย .. บอกว่าคืนนี้ไอไม่กินไอ้นี่นะ กลิ่นแย่มาก ไอกินไม่ได้
อยากจะด่าจริงๆ กุ้งแช่น้ำปลายังกินมาแล้ว ข้าวคลุกกะปิชั้นปรุงสุกอย่างดีนะยะ T^T
ไม่ว่าเราจะอ้อนวอนยังไง สามคนพ่อแม่ลูกนี่ก็ไม่ยอมกินข้าวคลุกกะปิเลยค่ะ เพราะอีตาคนพ่อเนี่ยะมันพูดว่าอาหารกลิ่นเหมือนศพ แม่ ลูกก็เลยแหยงไม่กล้ากินไปด้วย
สุดท้านเค้าก็เอาอาหารแช่แข็งมากินกัน ปล่อยให้เรากินข้าวคลุกกะปิอยู่คนเดียว รู้สึกแปลกแยกมากเลยมื้อนั้น

กะว่าคราวหน้าถ้าเค้ามาเมืองไทยอีกจะจับให้ลองกินให้ได้ จะไม่บอกด้วยว่าไอ้นี่อ่ะที่ยูบอกกลิ่นเหมือนศพ
ดูดิ๊จะทำหน้ายังไง ฮ่าฮ่าฮ่า

จากคุณ : ปลาทองว่ายทวนน้ำ


ลืมแนบรูป ข้าวคลุกกะปิที่ทำวันนั้น
ออกจะหน้าตาดี อร่อยด้วย ดันไม่ยอมกิน ฮ่าฮ่าฮ่า

จากคุณ : ปลาทองว่ายทวนน้ำ


ลงชื่อไว้ อ่านถึง 1116

จากคุณ : SuPerHyPerOverUltraGLUE


#1124 ข้าวคลุกกะปิน่าทานมากครับ

จากคุณ : besu1


เมื่อวานไปเดินถนนคนเดินท่าแพเชียงใหม่มาครับ
แล้วตามวัดต่างๆสองข้างทางก็จะมีของกินขายเยอะมาก
เช่นวัดพันอ้น,วัดหมื่นเงินกอง ฯลฯ
ภาพที่เห็นก็คือมีชาวต่างชาติทั้งฝรั่ง,จีน,ญี่ปุ่น ฯลฯ เข้าคิว
ซื้ออาหารไทยกันเป็นแถว บางคนก็ยืนกินอยู่หน้าร้านทั้งครอบครัว
(เพราะที่นั่งไม่พอ) พอกินหมด ก็ไปซื้อมากินกันใหม่
เท่าที่สังเกตุดู ที่ขายดีในหมู่ชาวต่างชาติก็จะเป็น ผัดไทย, ข้าวเหนียวมะม่วง,
ข้าวซอย,ขนมจีน,ยำต่างๆ
แม้แต่ของกินเล่นแบบไทยๆอย่าง เมี่ยง,ไข่นกกระทาทอด,น้ำผลไม้ไทยปั่นฯลฯ
ก็มีคนต่างชาติแวะเวียนมาชิมตลอด ดูสีหน้าแต่ละคนแล้ว พวกเค้ามีความสุขกับการกินมาก
เห็นบางคนบางกลุ่มก็เดินตระเวนชิมแทบทุกร้าน ตกลงเลยไม่รู้ว่ามาเพื่อซื้อของหรือมาเพื่อกินกันแน่...

จากคุณ : p_rapeephan


คุณ @ปลาทองว่ายทวนน้ำ น่าจะเอาหมูหวานในข้าวคลุกกะปิให้เพื่อนกินกับข้าวสวยร้อน ๆ แทนนะครับ หมูหวานน่ากินมาก ๆ

จากคุณ : มันเกี่ยวกับใครเนี่ย


จะมีต่อไหมครับ อยากอ่านต่อ

จากคุณ : ตะละแม่ซาหริ่ม


จากคุณ :


คุณ มันเกี่ยวกับใครเนี่ย เค้าทานหมูหวานได้ค่ะ เราทำแยกต่างหากใส่หม้อใหญ่ไว้เลย
เพราะเราทำข้าวคลุกกะปิไว้เยอะอ่ะ กินคนเดียวทั้งอาทิตย์เลย
ก็แหม กะว่าจะได้กินด้วยกัน 4 คน ที่ไหนได้ ตั้งป้อมรังเกียจกันซะก่อน
ข้าวหุงมาสำหรับ 4 คนกิน ดันไม่แตะกันเลย เสร็จเรา
แต่หมูหวานเนี่ยะ อีตาคนพ่อแอบย่องมากินในครัวดึกๆทุกวัน ขนาดเอาแช่ตู้เย็นนะ
หยิบกินทั้งเย็นๆเลย เดินมาเจอทีไรเราก็จะ อะแฮ่ม .. big rat steal my food ตลอด


นึกขึ้นได้อีกเรื่อง
ลูกชายเค้า ตอนแรกเห็นเราทำไข่เจียว เดินมามองแล้วทำหน้าแบบ ..อี๋
เด็กอายุ 13 ขวบค่ะ .. ถามเรา ทำอะไรน่ะ ทำไมทำไข่เป็นแบบนี้
เราบอก ลองป่ะล่ะ ไข่เจียวแบบไทยๆ อร่อยนะ
เด็กบอก ... ไม่ ไข่บ้านฉันไม่ทอดแบบนี้
เชอะ .. ไม่ลองแล้วจะเสียใจ เราก็หว่านล้อมสารพัด ถึงขนาดนั่งเล่นเกมเป็นเพื่อนเลยเอ้า
ไอเล่นเกมกะยู ยูลองกินไข่เจียวไอหน่อยนะ ตอนนั้นเค้าติด Mine Craft กับ Runescapeมาก เราเลเวลสูงกว่าเค้าด้วย เลยบอกจะช่วยอัพเลเวลให้ .. เรื่องเกมกะเด็กขอให้บอก งานถนัดเรา
เล่นเกมเสร็จ ยื่นไข่เจียวให้กิน คุณลูกซัดหมดจาน บอกเรา ตอนเย็นทำให้กินอีกนะ

เด็กที่ไหนจะกล้าเมินไข่เจียวแบบไทยๆ ใช่มั้ยคะ อร่อยที่สุดแล้วล่ะ

จากคุณ : ปลาทองว่ายทวนน้ำ


อ่านมานาน พึ่งจะมีเรื่องมาเล่าซะที เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ไปเที่ยวเชียงใหม่มาค่ะ
ไปกับพี่สาวกันสองคน ด้วยความที่เป็นผู้หญิงทั้งคู่แต่อยากไปดอยอินทนนท์
เลยใช้บริการทัวร์แบบ One day trip
เช้ามา รถตู้มารับพวกเราก่อน แล้วไปรับลูกทัวร์คนอื่นๆ ปรากฎว่าลูกทัวร์ทั้งหมดเป็นฝรั่งตาน้ำข้าวทั้งนั้น
มีเราสองสาวเป็นคนไทย วันนั้นเลยเป็นทริปอินเตอร์เลยทีเดียว
ทริปเราก็มุ่งหน้าไปดอยอินทนนท์ แวะน้ำตกสิริธาร  เจดีย์พระมหาธาตุ (นพเมธนีดลและนพพลภูมิสิริ)
แล้วขึ้นยอดดอยอินทนนท์ สุดท้ายมาที่น้ำตกวชิรธาร
เพื่อนร่วมทริปทุกคนชื่นชมธรรมชาติและทิวทัศน์มากค่ะ ได้ยินเสียงชมตลอด
พอบ่ายสองพึ่งจะได้กินข้าวกลางวัน หิวแสบท้องมาก
ทางทัวร์ก็เห็นว่าส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ เลยจัดให้นั่งโต๊ะเดียวกัน
กับข้าวแต่ละอย่างเลยจืดๆกันหมด ทั้งไข่เจียว แกงจืืดเต้าหู้ ผัดผัก และไก่กระเทียม
ทั้งหนุ่มสาวต่างชาติ และคู่รักแต่ละคู่ก็กินมื้อนี้อย่างเอร็ดอร่อย ไก่กระเทียมน่าจะโดนใจ
เพราะขอเพิ่มแล้วเพิ่มอีก มีแต่สองสาวไทยเนี้ยแหล่ะค่ะ ไม่ไหวจริงๆ มันจืดไปหมด
เลยขอจัดเผ็ดๆให้ตัวเองเสียหน่อย สั่งน้ำตกหมูมาคู่กับวิวน้ำตกวชิรธารเสียหน่อย
กินไปชมวิวไป ด้วยความอร่อยและเผ็ดมากเราสองคนก็ก้มหน้าก้มตากินกันใหญ่
แสบปากกันหมดด้วยความเผ็ด พอหมดแล้วเงยหน้าขึ้นมาฝรั่งทั้งโต๊ะมองพวกเรากันหมด
แหะๆก็อยากจะชวนกินอ่ะนะค่ะ แต่หมดแล้วอ่ะสิ เสียใจด้วยจริงๆ อย่ามองอย่่างนั้นสิ มันอร่อยแต่เผ็ดนะยู
นอกจากนี้ฝรั่งทุกคนก็ทานกันอย่างอร่อยนะค่ะ กินหมดเกือบทุกอย่าง
และตบท้ายด้วยแตงโมล้างปากกันซะหน่อย อ่อ จริงๆมีอีกเรื่องค่ะ บนโต๊ะมีแกงจืดเต้าหู้ด้วย
เราก็ตักใส่ถ้วยซดน้ำกัน แต่มองในชาม ทำไมเต้าหู้มีอยู่เยอะจังไม่เห็นมีใครตักเลย ไปดูน้ำถ้วยของคู่รักที่นั่งตรงข้ามกัน อ่อ เขาตักแต่ผักไปกิน ด้วยความหวังดีก็เลยบอกไปว่า "เฮ้ ยู มันทำมาจากไข่" แล้วชี้ไปที่ไข่เจียว "ยูกินได้นะ เหมือนพุดดิ้งเลย" ว่าแล้วสาวผมทองหน้าตาน่ารักโต๊ะฝั่งตรงข้ามก็เลยตักไปลองชิมดู เราเองก็ไปตักกินอย่างอื่นต่อ พอกลับมาตักแกงจืดเต้าหู้อีกที อ้าว เต้าหู้หมด เหลือแต่ผัก มองไปที่สาวผมทองและแฟนเขา แหมเต็มถ้วย อร่อยล่ะสิ ตักไปหมดเลย ไม่เป็นไรๆ อาหารไทยอร่อยอย่างงี้แล่ะ ทริปนี้สนุกและได้เพื่อนใหม่ต่างชาติด้วย

จากคุณ : สาวกรุงเทพ (อิซาเบลล่า)


อ่านมานาน (มีเรื่องเล่ามานานเหมือนกันค่ะ) แต่พึ่งได้เป็นสมาชิก Pantip ก็วันนี้ วินาที ค่ะ T^T   เล่าเลยแล้วกัน มีวันนึง น้าสาว โทรมาหาบอกว่า "จะเข้าไปหาที่บ้านนะ ไปกับลูกเจ้านายด้วย" (น้าเราเป็นแม่บ้านที่บ้านฝรั่งค่ะ)
เรา : ค่ะ จะทานอะไรมั่ย ?
น้า : ซุปมะเขือ
เรา : แล้วน้องจะกินไรหรือเปล่า จะกินเป็นหรอซุปมะเขือ?
น้า : เดี๋ยวไปหาซื้อแถวนั่นเอา
หลังจากนั้นประมาณ 1 ชัวโมงน้ากับลูกเจ้านาย (อายุประมาณ 20 กว่าๆ) ก็มาถึง
เราสวัสดีค่ะ น้าถามขึ้นมาเลยค่ะ "ซุปมะเขือเสร็จยัง" เรา "เสร็จแล้วค่ะ"
หลังจากนั้นเตรียมกับข้าวเสร็จ พร้อมมีไก่ KCF ของน้องบี (ลูกเจ้านาย) เรากับน้ากินซุปมะเขือค่ะ น้าถามน้องบี "ลองชิมดูหน่อยไหม" น้องบี NO no ... ยาวเลยค่ะ ปฎิเสธอย่างเดียวเลยค่ะ ยังไงก็ไม่ยอมกิน น้าเลยบอกไม่เป็นไร ไม่อยากกินของอร่อยก็ไม่เป็นไร เรากับน้ากินกันอย่างอร่อย หญิงฝรั่งมองอย่าง งง แล้วถาม กินไปได้ยังไง ไม่เห็นน่ากินเลย น้าสาวเลยบอกว่า ลองชิมหรือยัง หญิงฝรั่งลังเลค่ะ ในที่สุด ก็ลองชิมค่ะ เท่านั้นแหละค่ะ หมดเลยค่ะ กินจนหมดเลยค่ะ ฝักซีโรยยังไม่เหลือ (ทั่งที่บอกว่าเหม็น) หลังจากนั้นเวลาที่น้าโทรมาหาเรา เราจะชอบได้ยินเสียงแทรกเข้ามาในโทรศัพท์ว่า อยากกินซุปบักเขือ

จากคุณ : หลานยายเต่า


เฮ้ออ่านจบ สี่โมงเย็น

จากคุณ : mama_jaijai (MAMAJAIJAI)


ซุปมะเขือหน้าตาเป็นยังไงคะ

จากคุณ : ฝนโอ่ง


ช่วยคห.1233 คุณหลานยายเต่าตอบให้ท่านฝนโอ่ง จขกท.

หน้าตามันเป็นเยี่ยงนี้แหละครับ อร่อยจริงๆนะครับ ท่านจขกท.ในตำนาน อิอิ

ปูลู ดูดรูปมาจากอากู๋ หิวเลย 5555+

จากคุณ : ซุ่มในซอย


ไม่ได้เข้าห้องไกลบ้านมาเกือบปี หลังจากเข้ามาอ่านกระทู้นี้เมื่อปลายปีที่แล้ว
เพราะแฟนบอกให้เข้ามาอ่านเพราะฮามาก
วันนี้ไม่มีไรทำเลยแวะมา เห็นหัวกระทู้ชื่อคุ้นๆ อ่าน คห1 ก็คุ้นๆ
ดูวันที่ เย๊ย!! นี่มันกระทู้ที่ตูมาอ่านเมื่อปีที่แล้วนี่
คงกระพันมาก เลยครับ ลองไล่อ่านดูก็ขำเหมือนเดิม
โดยเฉพาะเกาหลีเีลียทัพพี 555

จากคุณ : oatzhu


อ่านไป ก็ยิ้มไป เหมือนเข้ามาเติมพลัง
ขอให้กระทู้นี้อยู่ไปนาน ๆๆ จะมาเข้ามาเสพความสุขทุก ๆวัน

จากคุณ : Mercy Me


เข้ามาอ่านแรกๆ เห็น Cursor ตัวเลื่อนข้างๆ ก็บ๊าง บาง
คิดอยู่เหมือนกัน ว่ากระทู้นี้คนตอบเยอะแน่เลย
แต่พออ่านไปซัก 30-40 โพส ก็เหลือบตาไปดูวันเดือนปีที่โพสกันไว้
ตกใจ...เฮ้ย กระทู้ข้ามปีเลยเหรอ(ฟระ)เนี่ย เฮ้ยๆๆๆๆๆๆ
เลยลองอ่านไปจนกระทู้ที่ 149 ต่อมสงสัยก็เริ่มแตก อยากรู้ว่ากี่โพสกันไปแล้ว
อ๊าก 1234 เหวยยยยยยยยยยยยยยยยย กระทู้ข้ามปี แบบนี้ก็มีด้วย

สุดยอดค่ะ......เราอ่านทุกโพสเลยนะ ไว้จะมาเล่าให้ฟังบ้างนะคะ ขอหลบไปอ่านต่อ ฮี่ๆ

จากคุณ : Wingie


อ่านมาจนจะครบปี ไหนๆก็ไหนๆ เล่าบ้างดีกว่า

สมัยละอ่อนต้องไปอยู่ออสเตรเลียอยู่เกือบปี ตอนนั้นก็วิตกว่าชั้นจะกินอาหารฝรั่งได้มั้ยหว่า (เราไม่ทานนมอ่ะ เพราะฉะนั้นอาหารที่ใส่พวกครีมซอส ซอสขาวนี้ขอบาย) แต่ที่ไหนได้บ้าน host ชอบอาหารไทยมากกกกก ตลอดระยะเวลาที่อยู่ที่นู้นเกือบปี กินข้าวทุกวัน แถมกับข้าวก็อร่อยด้วย เรียกได้ว่าเพื่อนคนไทยอิจฉากันทุกคน

อีกครั้งก็สมัยที่ทำงานต้องพาฝรั่งไปทริปต่างจังหวัด กลุ่มนี้มาอยู่ไทยกันมาสักพักแล้ว ระหว่างเดินทางมีผิดแผนนิดหน่อย ทำให้ไปร้านอาหารที่กะไว้ตอนเที่ยงไม่ทัน ก็ต้องหาร้านระหว่างทางแต่ว่าไม่มีร้านอะไรเลย ไปเจอร้านอาหารตามสั่งก็คิดว่าน่าจะไหว พาไปดู ทุกคนสายหน้า ไอ้เราก็คิดว่าเรื่องมากไรฟ่ะ ชั้นจะไปหาร้านดีกว่านี้ที่ไหนอ่ะ เพราะพวกยูช้า บ่นในใจบลาๆๆๆ ระหว่างกำลังคิดก็มือมาสะกิด บอก ยูพวกไอกินร้านตรงข้ามได้ป่าว เราหันไป แม่เจ้า เพิงส้มตำ กินแล้วจะท้องเสียมั้ยว่ะ ระหว่างหันกลับมาจะบอกว่าอย่าเลยกลัวไม่สะอาด เจอสายตาอ้อนวอน วิ้งๆ สิบกว่าคู่ เอ้อ กินร้านนี้ก็ได้ -_-" (แล้วถ้าท้องเสียตรูก็งานเข้าอีก T_T)

สรุป วันหนึ่ง ณ ร้านเพิงส้มตำ(ข้างทาง) มีกลุ่มฝรั่งหนุ่มสาวหน้าตาดี(ถึงดีมาก) จกข้าวเหนียว ส้มตำ น้ำตก ลาบ กันอย่างเมามัน เป็นที่ประหลาดใจให้กับแม่ค้าและชาวบ้านแถวนั้น

ปล. ไม่มีใครท้องเสียด้วย และจับทางกลุ่มนี้ได้แล้วว่า พาไปกินอะไรก็ได้ขอให้มีข้าวเหนียวเท่านั้นพอ -_-"

จากคุณ : ohhioh


มานับถอยหลังฉลองกระทู้จะครบ 1 ปีแล้ว

จากคุณ : เจซอง


เมื่อวานไปกินข้าวที่เดอะมอลล์ บางกะปิกับเพื่อนต่างชาติเยอรมัน  ตอนแรกว่าจะชวนกินชาบูชิ  แต่ก็นึกได้ว่าไม่ใช่อาหารไทยแท้ๆ เลยพาลงไปกินทีฟู้ด เซ็นเตอร์  แลกคูปองมา 500 บาท  ก็เลยบอกให้เพื่อนไปเลือกเอง  ส่วนผมก็ไปซื้อผัดผักตามสั่ง(ร้านที่อยู่ตรงหัวมุม  ติดๆร้านขายของหวานแล้วขายน้ำ )  สั่งผัดกระเพราบอกโคลี่ เห็นฟาง ใส่ตับ  (ขอบอกว่าเจ้านี้ผัดอร่อยมาก  ของสดด้วย)  พอไปนั่งที่โต๊ะกำลังกินได้คำหนึ่ง  เพื่อนเยอรมันก็เดินกลับมาไม่ได้อะไรมาเลย  เขาบอกว่าสั่งไม่เป็น  คือ ภาษาอังกฤษเขาไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่  ไอ้ตัวผมเองก็งูๆปลา  พอพูดได้บ้าง ฟังรู้เรื่องบ้าง  ก็เลยต้องไปหาของกินให้เพื่อนบอกให้เพื่อนั่งรอที่โต๊ะ  จากนั้นผมก็แถไปข้างๆร้านอาหาร  ดูแต่ละร้านนานมาก  ไอ้โน้นก็เผ็ด ไอ้นี่ก็รสจัด  กลัวต่างๆนาๆ กลัวเพื่อนจะกินไม่ได้  ก็เลยไปร้านข้าวแกง  สั่งผัดผักกับหมูทอดที่เป็นแผ่นกลม(นึกออกไหมครับ  ใครไปเดอะมอล บางกะปิ  น่าจะเห็นหมูทอดแผ่นเจ้านี้)  พอกลับมาที่โต๊ะ  พระเจ้า  ไอ้เพื่อนเลวมันกินผัดกะเพราผมซะเกลี้ยง  กินไปร้อง  อ๊าาาา ไป หน้าแดง น้ำมูกไหล  บอกว่าอะร่อยมากๆ  ให้ผมสั่งให้ทานอีก ผมก็เลยสั่งแบบไม่ยั้ง ตำลาว ไข่ต้ม และก๊วยเตี๊ยวสุโขทัย  มันกินหมดเลยไม่เหลือ  ตบท้ายข้าวเหนี่ยวมะม่วงสองจาน 120 บาท  เกิดจากท้องพ่อท้องแม่มาไม่เคยเห็นใครกินแบบเทลงส้วมอย่างนี้(แต่ก็แอบปลื้ม  เวลาเห็นมันเผ็ดสีหน้ามันแสดงอารมณ์เผ็ดแบบซาดิสก์มากๆ)
กินเสร็จ ยังมาบอกว่ามาไทยสองครั้งไม่เคยกินอาหารไทยเลย  มันบอกว่าอาหารไทยดูแล้วไม่ค่อยสะอาด(  มันดูยังไงว่ะ  ไม่ค่อยสะอาด  งงไปกับมัน)  หลังจากนั้นก็ชวนมันกลับบ้านผมตรงแยกลำสาลี  เลยแวะเซเว่นไปซื้อเบียร์ช้างมาสองกระป๋อง  ไอ้เพื่อนมันเหลือบไปเห็นเหล้าขาว  มันเลยถามว่าอะไร  ผมก็เลยตอบไปแบบบ้านๆว่า เทรดดิชันนอล ไทย ไวท์ วิสกี้  มันก็บอกว่าอยากลอง  ก็เลยซื้อให้ลอง  กลับถึงห้อง  เพื่อนมันซัดเบียร์ไปสองกระป๋อง   แล้วตามด้วยเหล้าขาว  มันบอกว่ากินแรงแต่อร่อย  ไอ้เราก็งงว่า  เหล้าขาวนี่น่ะอร่อย  ให้ฟรีผมยังไม่กินเลย  เผลอแป๊บเดียวกินเหล้าขาวหมดขวด  สามสิบนาทีต่อมา งานเข้าครับ  ฝรั่งเมาเหล้าขาว  ถ้าคนกินเหล้าจะรู้ว่าถ้ากินเบียร์แล้วกินเหล้าตาม  สองสิ่งนี้จะไปตีกันในท้อง  จนเกิอาการณ์เมาแบบซูปเปอร์โนว่า   มันถอดเสื้อถอดผ้าจนหมด  วิ่งทั่วห้อง เหงื่อแตกพลัก  ปากก็ร้องมากดังๆว่า ไอ ว้อน ยู เตะแจกันผมแตก จากกนั้นก็อ้วกรดพรมเรียบร้อยโรงเรียนจีน  
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าไม่ว่าชนชาติใดพอเหล้าเข้าปาก  ก็เมาเหมือนสุนัขขาเหมือนกัน

คิดถูกหรือคิดผิดนี่ที่ชวนผรั่งลองเหล้าไทย

หากท่านใดไปเดอะมอลล์ บางกะปิเมื่อวาน  แล้วเห็นฝรั่งหน้าตาดี นั่งกับเพื่อนชายไทย หน้าใหญ่ กรามหนา ตัวกลม  นั่นแหละผม

จากคุณ : upperate


มีเรื่องมาเล่าแล้ว
เมื่อเดือนก่อน เพื่อนชาวญี่ปุ่นมาเที่ยวเมืองไทยค่ะ
้ราติดธุระไม่ได้พาเค้าไปเที่ยว แต่โชคดีที่เค้ามีเพื่อนคนไทยคนอื่น
ที่เค้าชอบมาก ถึงขนาดต้องกินทุกมื้อเลยคือ ผัดผักบุ้งค่ะ ตอนแรกเค้านึกไม่ออก ก็รื้อหนังสือมาเปิดดู
พออาหารมาก็แบบ ตบมือๆ พอเข้าปากก็ กรีดร้องว่า "สุโก้ย" พร้อมทำหน้าพร้ิ้ม ตลกมาก ฮ่าๆ เค้าว่า ที่ญี่ปุ่นไม่อร่อยแบบนี้ละก็แพงมากด้วย
อีกอย่างที่เค้าชอบคือ ปลาเนื้ออ่อนทอดกรอบ แต่วันนั้นร้านที่เราพาไปกินไม่มี เราเลยสั่งปลากระพงทอดน้ำปลา เสิร์ฟมาเป็นตัว
เค้าก็ตกใจกันใหญ่ว่า มาเป็นตัวแบบนี้เลยเรอะ ถ่ายรูปกันใหญ่
ยังมีห่อหมกมะพร้าวอ่อน ที่มาในลูกมะพร้าว
แะที่โปรดที่สุดคือต้มข่าไก่
อีกอย่างที่เค้าอยากกินมากคือ ชาไทย (ชาเย็นสีส้มๆ นั่นแหละค่ะ)
หาซื้อแบบสำเร็จกลับไปชงที่ญี่ปุ่น
ถึงขนาดบอกว่า ถ้าเจอแบบที่เป็นชาพร้อมอุปกรณ์ ซื้อไว้ให้ด้วยนะ

แต่งงมาก อีกวันเค้าจะกลับ เพื่อน ของเพื่อนเราท้องเสียค่ะ ถึงขนาดเข้าโรงพยาบาล
แต่เรากะเพื่อนเราไม่เป็นอะไร เลยแอบรู้สึกเฟลนิดหน่อย
แต่เพื่อนบอกว่า เดี๋ยวเค้าหายก็กลับมากินเหมือนเดิม เลิกไม่ได้หรอกอาหารอร่อยซะขนาดนี้ ที่ท้องเสียคงเพราะกินเยอะไปเพราะมันอร่อยทุกอย่าง อิอิ

จากคุณ : วันนี้วันอะไร


อ่านจบแล้น><

เป็นกระทู้ที่อยู่นานมากกกกเลยนะเนี่ย เราเห็นตั้งแต่ปีที่แล้วนู้นแหนะ(นี่จะครบปีแล้ว!?)
ตอนแรกๆเห็นขึ้น2-3อาทิตย์เราเฉยๆ แล้วก็ไม่ได้เข้ามาห้องนี้อีกเลย แล้วยุ่งๆเรื่องเรียนด้วย
วันนี้มีโอกาสเข้ามาไปพันกว่าแล้วจ้า สุดยอดเลยอ่ะ

ข้าน้อยขอคารวะ 1 จอก ลูกสาว

จากคุณ : อย่าอมข้าวสิ


แวะเวียนมาดูทุกวัน

จากคุณ : mama_jaijai (MAMAJAIJAI)


ชิมอาหารไทยครั้งแรกและนั่งแท็กซี่ครั้งแรกในญี่ปุ่น

                   ปีพศ. 2544 ( 2001 ) หลังจากเกิดเหตุการณ์ 911 ในสหรัฐ

อเมริกา ทำให้คนทั่วโลกช็อคและกลัวการนั่งเครื่องบิน ซึ่งมีผลกระทบต่อโครงการ

แลกเปลี่ยนนักเรียนระหว่างไทยกับญี่ปุ่น บรรดาผู้ปกครองนักเรียนทั้งสามสิบคน

พร้อมใจกันขอร้องให้ผมไปด้วยเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ   พวกเค้าจะได้ไม่ห่วง

ลูกๆหลานๆ  ก็รับปากที่จะไปทั้งๆที่เคยบ่ายเบี่ยงมาหลายปี

                  ฝ่ายญี่ปุ่นก็ดีใจ โดยเฉพาะหลายๆคนที่เคยมาร่วมกิจกรรมในเมือง

ไทยต่างก็บอกว่า คอยเจอผมด้วยใจจดจ่อ คณะของเราสามสิบหกชีวิตออกเดิน

ทางจากประเทศไทยก่อนเที่ยงคืน ใช้เวลาบินห้าชั่วโมงกว่าๆ ระหว่าง กรุุงเทพ -

คันไซ โอซาก้า  พอตีสี่กว่า ( เวลาในญี่ปุ่นซึ่งเร็วกว่าไทยสองชั่วโมง ) ผมก็รีบไป

ล้างหน้าแปรงฟันและปฏิบัติภารกิจในห้องน้ำอย่างระมัดระวังเนื่องจากจำได้ว่ามี

แหม่มรูปร่างใหญ่คนหนึ่งนั่งทำธุระส่วนตัว แล้วเผลอไปกดชักโครก ( flush ) ทำ

ให้เกิดสูญญากาศดูดจนเธอไม่สามารถลุกขึ้นได้ ต้องนั่งอย่างสง่าผ่าเผยอยู่อย่าง

นั้น กระทั่งเครื่องบินลงจอด เจ้าหน้าที่จึงช่วยเหลือเธอออกมาได้

                    ประมาณสิบเอ็ดโมง เจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการการศึกษาของ

ญี่ปุ่นพาไปเยือนโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายอาชิยะ ( Ashiya Senior High

School ) พวกเราได้เข้าคลาสนักเรียนปีสาม ( ม. 6 ของเราล่ะครับ ) และก็เกิดศึก

เชฟกระทะเหล็กขึ้นโดยนักเรียนญี่ปุ่นบรรจงทำทาโกยากิ ( Takoyaki ) อาหารกิน

เล่นตลอดการและโอโคโนมิยากิ ( Okonomiyaki ) หรือพิซซ่าญี่ปุ่น ขณะที่นัก

เรียนไทยทำไข่เจียวหมูสับกับต้มยำกุ้ง โดยมีครูและเจ้าหน้าทีฝ่ายไทย 6 คน คอย

เป็นพี่เลี้ยง เราฝึกนักเรียนไทยไว้อย่างดีแล้ว ดังนั้น ไม่นานนัก นักเรียนญี่ปุ่นและ

ไทยก็ได้แลกเปลี่ยนกันชิมอาหารของแต่ละฝ่าย ขนาดต้มยำกุ้งของเราลดดีกรี

ความจัดจ้านลงเยอะแล้ว แต่บรรดาสาวยุ่นทั้งหลายก็ยังร้อง คาราย คาราย

( เผ็ด เผ็ด ) แต่ก็ไม่หยุดกิน จนผมต้องบอกให้ชิมสลับกับไข่เจียวหอมฉุย พวก

เธอทำตามและก็กินได้มากยิ่งขึ้น นักเรียนญี่ปุ่นบอกว่า เป็นครั้งแรกที่มีโอกาส

ได้ชิมอาหารไทย อร่อยมากๆ มีร้านอาหารไทยในโกเบแต่ราคาสูงก็เลยไม่เคยไป

                   คืนแรกที่โกเบ ผมออกจะตื่นตาตื่นใจกับผู้คนที่โผล่มาจากใต้ดิน

มากมาย คนที่นี่ส่วนใหญ่ใช้บริการขนส่งมวลชน ทั้งรถไฟบนดินและใต้ดิน ทุก

อย่างตรงเวลาเป๊ะ แม้กระทั่งรถเมล์ เหมือนทุกคนใช้นาฬิกาบอกเวลาตรงกันทั้ง

ประเทศยังงั้นแหละ   เพื่อนๆญี่ปุ่นพาผมไปเลี้ยงต้อนรับด้วยอาหารญี่ปุ่นขนานแท้

เป็นชุดๆ ลำเลียงมาตลอดเวลา ที่สดสุดๆ คือ ซาชิมิ ( Sashimi ) ทั้งมากุโระ

( Tuna )   ทาโกะ ( Octopus/หมึกยักษ์ )   อีกะ ( หมึกเล็ก/Squid )  แซลมอน

Ebi ( กุ้ง/Prawn ) และคากิ ( หอยนางรม/ Oyster ) ถาดเบ้อเริ่ม  ฝ่ายเจ้าภาพรุม

รินทั้งเบียร์และเหล้าสาเกให้ผมตลอดเวลาจนเกือบจะเป็นถังแอลกอฮอล์เดินได้

                   จากนั้นก็ไปต่อคาราโอเกะตามสูตร ตอนนี้ วิญญาณนักร้องเพลง

สากลสิงแล้ว ทั้งเพลงช้า เพลงเร็ว ตั้งแต่ยุคซิ๊คตี้เรื่อยมา โดนญี่ปุ่นขะยั้นขะยอ

ให้ร้องหมด เป็นที่ครึกครื้นต่อแขกอื่นๆพลอยสนุกสนานไปด้วย มาม่าซังที่ดูแลคารา

โอเกะขอบคุณผมมากมายที่มาช่วยสร้างความครื้นเครง ( โดยบังเอิญ ) หมดเวลา

แล้ว เพื่อนญี่ปู่นพาผมขึ้นรถแท็กซี่กลับที่พัก คนญี่ปุ่นหากดื่มน้ำประเทืองสมองแล้ว

จะรักษากฏ/วินัยอย่างเคร่งครัด จะไม่ขับรถเป็นเด็ดขาด ยกเว้นดื่มเบียร์ไร้แอลกอ

ฮอล์ซึ่งเป็นที่นิยมในปัจจุบัน    อยู่ที่กรุงเทพฯ ผมเคยพาสาวญี่ปุ่นนั่งแท๊กซี่ ตอน

ลง ผมลงก่อนและเธอตามออกมาเชิดหน้าเฉยโดยไม่ปิดประตูรถ  ผมเองต้องหัน

ไปขอโทษขอโพยพี่แท็กซี่แล้วปิดให้ด้วยความงวยงงในมรรยาทของเธอ พอมาที่

ญี่ปุ่นก็ได้ถึงบางอ้อว่า รถแท็กซี่ในญี่ปุ่นจะเปิดปิดประตูเองโดยระบบไฟฟ้าจากคน

ขับครับ

จากคุณ : Jackrapan (Jack Happy)


จากคุณ :


จำได้ว่าตอบกระทู้นี้ไปตั้งแต่ต้นปี ตอนนี้ก็ยังอยู่ยืนยง ดีจัง

มาเพิ่มเรื่องนึงค่ะ
ตอนมัธยมเราไปเที่ยวออสสองเดือน พ่อทำโทอยู่แล้วต้องสอนอังกฤษเด็กต่างชาติในโรงเรียนสอนภาษาของรัฐก่อนเข้าโรงเรียนจริง
ตอนวันหยุดพ่อพาไปเดินตลาดนัดแล้วเห็นสตรอเบอร์รี่กะแอปเปิ้ลลังละเหรียญ พ่อซื้อมาให้สองลังเลย ปรากฏว่ายังไม่สุก เปรี้ยวมาก
แล้วเสียดายต้องกินให้หมดเลยเอาใส่กล่องไปกินที่โรงเรียนด้วย ทำพริกเกลือไปจิ้ม เด็กในคลาสมาถามใหญ่เลย กินไรอ้ะแปลกๆ
พอให้ลองชิม แปบเดียวเกลี้ยง บอกมันคือการค้นพบที่อัศจรรย์ ฟังล้วฮามาก แล้วถามว่าเรามีอะไรแปลกๆ มาให้ชิมบ้างไหม
จากนั้นกลายเป็นผู้นำไปเลย มีมารายงานด้วยว่าเนี่ยเราขอให้แม่ซื้อพริกกะเกลือให้แล้วนะ แล้วซอสแมกกี้ราดข้าวไข่เจียวก็เป็นอีกเมนูฮิต

จากคุณ : Taffy~*


มีลูกพี่ลูกน้องคนนึงค่ะเป็นผู้ชาย เค้าเป็นคนไทยแท้ๆแต่เกิดที่อเมริกา แต่ก่อนเค้าติดนิสัยการกินแบบฝรั่งมากๆๆคือเค้าจะกินอาหารฝรั่งตลอดไม่เคยกินอาหารไทยเลยทั้งที่บ้านเป็นคนไทยแม่แต่น้องสาวเค้ายังกินอาหารไทยเลย ทุกๆครั้งที่มาเที่ยวเมืองไทยเค้าจะกินพวก ไส้กรอกแฮมไข่ดาวตลอด ถ้าไม่มีจริงๆก็ข้าวไข่ดาวหรือไข่เจียว
จนวันหนึ่งคุณย่าเสียชิวิตที่เมืองไทย ครอบครัวคุณป้าเลยต้องมาทำพิธี ด้วยความที่ทุกคนยุ่งๆเกี่ยวกับงานศพ(ยุ่งเพราะพวกเรามีเชื้อสายจีน) ลูกพี่ลูกน้องเราคนนี้ไม่มีใครว่างพาไปไหนเลยต้องทำใจกินอาหารไทย ปรากฎว่าเค้าติดใจมาก ไปๆมาๆกินเผ็ดมากพอๆกับพ่อเราเลย(ทั้งครอบครัวมีอยู่ไม่กี่คนที่กินเผ็ดมาก) จากนั้นมาเค้าก็กินอาหารไทยตลอด น้ำหนักเค้าก็ลดไปจากเดิมเพราะพริกช่วยเผาพลาญพลังงาน เค้าเคยบ่นพึมพัมประมาณว่าเค้าเสียดายที่ไม่ได้กินอาหารที่คุณย่าทำตอนที่คุณย่ามาเยี่ยมที่อเมริกา ตอนนี้มื้อเย็นที่บ้านของลูกพี่ลูกน้องคนนี้ต้องเป็นอาหารไทย และถ้าใครแนะนำร้านอาหารไทยที่ไหนเค้าไม่เคยพลาด แต่ก็มีอยู่อย่างนงที่เค้าไม่ยอมกินคือ"ขนุน" มีครั้งนึงได้ขนุนสุกมาจากในเมือง ทุกคนแย่งกันกินบางคนยังเอาไปซ่อนแต่ลูกพี่ลูกน้องเราไม่เอา เค้าบอกว่าเหม็น

จากคุณ : มะลิหอมละมุน


^
^
อ่า เรื่องขนุนนี่เคยเอาให้คนญี่ปุ่นกิน แล้วเขาบอกว่ากลิ่นเหมือนทุเรียน แล้วไม่ยอมกินอีกเลยค่ะ

จากคุณ : คานเหล็กกล้าทาแล็กเกอร์


นึกได้ทีละเรื่อง เมื่อสิบกว่าปีก่อนรู้จักชาวออสเตรเลียคนนึง เนื่องจากเราช่วยเหลือเค้าเรื่องต่างๆบ่อยๆ เค้าเลยเลี้ยงข้าวเรา วันนั้นอยากกินปลากระพงนึ่งมะนาว เลยสั่งมา ปรากฏว่าเราแทบไม่ได้กิน ฝรั่งกินหมดจนหยดสุดท้าย วันต่อมามาหาเราบอกให้เขียนชื่อเมนูปลานั้นให้หน่อย เค้าชอบมากๆ คราวนี้ก็ลาภปากเราเลย เลี้ยงข้าวเราบ่อยมากเพราะอยากกินเมนูที่เราสั่ง 555

จากคุณ : สาวลพบุรี


ทุเรียนกับขนุนสุกเนี่ย ญี่ปุ่นและฝรั่งส่วนมากมักจะเบือนหน้าหนี

แต่ถ้าทอดกรอบแบบมันฝรั่งละก็ เกาะกระป๋องทานแบบไม่หมดเป็นไม่หยุดเลย

เวลาไปเมืองนอก เพื่อนๆสมาชิกซื้อติดๆไปด้วยนะครับ พวกเค้าชิมแล้วจะติดใจ

ได้ตามมาเมืองไทยแน่ๆ

จากคุณ : Jackrapan (Jack Happy)


1249 คนอเมริกาครับ   ไม่ใช่คนไทย

จากคุณ : TNSP


พ่อผมนี่ไง คนจีน ปฏิญาณตัวเองมานานว่าอั๊วไม่กินปลาหมึกทอด

อยู่ดีๆวันนึงหิวข้าว แต่แม่ยังไม่ได้ทำกับข้าว พ่อทำทีเดินไปตู้กับข้าว

เปิดมามีปลาหมึกทอดของเมื่อวาน เปิดถุง เอาขึ้นมาดมๆ ทำหน้าเหยเก หยิบใส่ปาก






อีกห้านาทีหันไป ..หมดถุง..พร้อมบอกว่า เย้นนี้มีไอนี่เหลือมั้ย พร้อมชูถุงเปล่า

จากคุณ : WiTSi


นีกขึ้นได้ ขอแชร์อีกเรื่อง ^___^

มีบริษัทที่อยู่ในนิคมฯ จะมีชาวจีนผัดเปลี่ยนมาทำงานกันเรื่อย ๆ ตอนนั้นมีสาวจีนมาคนแรก พวกเรากลัวเธอกินเผ็ดไม่ได้ เวลาสั่งอาหารกลางวันให้ก็จะเป็นจืด ๆ เช่น ข้าวผัด ผัดผักต่าง ๆ

วันดีคืนดีสาว ๆ นัดปาร์ตี้ทำอาหารทะเลกินกันที่บ้าน (แบบแชร์กัน) ก็ไม่ลืมชวนเธอไปด้วย แต่เน้นเธอว่าเป็นอาหารไทยนะ เธอตอบโอเคไม่มีปัญหา

พอถึงวันนัด อาหารบนโต๊ะเต็มไปด้วยพวกปิ้งย่าง +น้ำจิ้ม ยำ ต้มยำ... ทุกอย่างจัดจ้านมากตามประสาว ๆ แต่ก็มีจืด ๆ ให้ 1-2 อย่าง ทุกคนก็ย้ำด้วยความเป็นห่วงอีก "ยูต้องกินจานนี้ ๆนะ จานพวกนี้ยูกินไม่ได้มันเผ็ดนะ"

เวลาผ่านไป.... เป็นชั่วโมง ทั้งกิน ทั้งเม้าท์กันอย่างเมามัน สาว ๆ เริ่มล้า เริ่มอิ่ม เริ่มจุก จึงพากันแยกย้ายไปชมบรรยากาศ (บ้านริมทะเล) แต่พอนึกขึ้นได้เริ่มมองหาเพื่อนใหม่.... มองไปมองมา...... เธอยังยืนอยู่ตรงมุมอาหารนั้นเพียงคนเดียวพร้อมกับจานในมือ ปากก็ยังเคี้ยวอาหาร พวกเราเห็นเธอหน้าตา ปากคอแดงบวกด้วยเหงื่อชุ่มเชียว!
" ยูเพิ่งมา กินได้เหรอ ไม่เผ็ดเหรอ" ทุกคนรุมถามด้วยความเป็นห่วง
" เผ็ด แต่อาหารไทยอร่อย โดยเฉพาะไอ้ที่พวกยูไม่ให้ไอกิน มันอร่อยมากกกก" เธอตักกิน (เน้นว่ากินไม่ใช่แค่ชิมนะคะ) ทุกอย่างจริง ๆ

วันนั้นพวกเราสาวไทยเลยยิ้มแกล้มปริภูมิใจอาหารไทยกันทุกคน พร้อมกับแอบลงความเห็นกันว่าเธอกินมากกว่าใครทั้งหมด ทั้งที่เธอไม่ต้องจ่ายซักบาท อิอิ! (พวกเราชวนเธอมา เธอจึงไม่ต้องแชร์)
เธออยู่เมืองไทยเป็นปี กว่าจะกลับเธออวบอั๋นผิดกับวันแรกลิบลับจนพวกเราขำ แต่ก็ไม่มีใครแปลกใจค่ะ

จากคุณ : สาวไทย (plamordum)


อดใจไม่ได้ที่จะแชร์บ้าง

สามปีที่แล้วไปเป็นออแพร์ที่อเมริกา ได้มีโอกาสทำพะแนงให้โฮทต์กิน
ปรากฏว่า ชอบกันมาก ตักราดข้าวซะเกลี้ยงหม้อ แต่แอบบ่นว่าเผ็ด
เพื่อนเม็กซิกันชอบพะแนงมากเหมือนกัน เธอซื้อเครื่องแกงพะแนงสำเร็จรูปหอบกลับบ้านซะเต็มกระเป๋า

อีกอันเป็นงานปาร์ตี้ เพื่อนแต่ละประเทศต้องเตรียมอาหารไปอย่างละหนึ่ง
เราเลยทำต้มข่าไก่ไป วัตถุดิบก็แบบฉุกละหุก ก็มีแค่ซื้อเครื่องแกงซอง
ไก่ ตะไคร้ และกะทิ ปรุงแบบรีบๆ
ปรากฏว่า ไม่ถึงสิบนาที เกลี้ยงหม้อค่ะ โฮทต์ของเพื่อนนี่แบบปลาบปลื้มมาก บอกว่าชอบมาก
อร่อย ชอบอาหารไทย หุหุ นี่ขนาดไม่พร้อมนะ อย่าให้อิชั้นจัดเต็ม ฮ่า

ปอเปี๊ยะทอดนี่เพื่อนฝรั่งก็ชอบมากเหมือนกันค่ะ ทอดไปให้กินทีไร หมดเกลี้ยง

จากคุณ : rodaleens


ตามมาโหวตอีกรอบ

อาทิตย์นี้ไม่ได้เป็นกระทู้แนะนำ กลัวหายไปก่อนฉลองวันเกิดกระทู้ครับ

จากคุณ : สุพจน์


อ่านอยู่เรื่อยๆ และรอ happy birthday ให้กระทู้ค่ะ

จากคุณ : apple a day


โอ้ว


อีกไม่กี่ วัน รอ ฉลอง วันเกิดกระทู้ อีกคนครับ

จากคุณ : นายโอ้นโต้น


นับวัน วันเกิดกระทู้

จากคุณ : NP_Wirat


หนูไม่น่าเข้ามาในกระทู้นี้เลย คิดถึงอาหารไทยทันที ฮา
ตอนนี้หนูมาอยู่จีนแล้วค่ะ มาเรียนต่อ...ยังไม่มีเรื่องต่างชาติเลย(เพราะยังทำอาหารไม่เป็น)

มีแต่แค่ล่าสุด เพื่อนเปิดปลาทูน่าปลาร้าเข้าไป...สามวิหันกลับมาหาย
คนไทยแต่ละคนตั้งไม่ยั้ง แต่ละคนไม่บ่งบอกเลยว่าอยู่ไทยแลนด์>w<
กินเสร็จยังบ่นถึงแต่ปลาร้าไม่เลิก555+

พี่่คนไทยที่นี่บอกว่า"เนี่ยเอาหมูหยอง หมูแผ่นมาทำไม จีนก็มี?"
พี่ค่ะของหนูมันอร่อยกว่าที่นี่เป็นไหนๆ เพื่อนเราที่บอกว่าหมูแผ่นไม่อร่อย ยังติดใจหมูแผ่นเราเลย

ปล.ลองก่อนนะ กลับไปคราวนี้จะไปฝึกวิทยายุทธ์ทำอาหารรรร 5555

จากคุณ : Ayame_May


ดันครับ กระทู้ใกล้ครบ 1 ปีแล้วว

จากคุณ : ลิเทียมพอลิเมอร์


เล่าบ้างดีกว่า เอาเรื่องที่เพิ่งเกิดเมื่อต้นเดือน

เรื่องมีอยู่ว่า จับพลัดจับผลูไปทำงานเป็นเอสคอร์ทให้ศิลปินรับเชิญจากต่างประเทศกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมีหลายเชื้อชาติมาก ทีนี้วันที่สองเป็นวันที่จะมีการตัดสินงานที่ส่งประกวด
ซึ่งศิลปินรับเชิญทั้งหมดต้องอยู่ให้คะแนนผลงาน ก็มีการโต้เถียงกันไปมาจนค่ำมืด กว่าจะกลับถึงโรงแรมก็ดึก เรากับเพื่อนที่เป็นเอสคอร์ทเหมือนกันเลยตัดสินใจว่า
ถ้าเกิดกลับถึงโรงแรมแล้วทางโรงแรมเก็บอาหารเย็นไปแล้ว ก็จะชวน (พา) ศิลปินทั้งหมดแปดคนไปหาอาหารกิน พอกลับถึงโรงแรมก็กลายเป็นว่าทุกคนเหนื่อยมาก
ขอกลับเข้าห้องไปพักผ่อน เหลือศิลปินชาวอิตาเลียนอยู่ท่านหนึ่งพร้อมกับลูกชาย (สุดหล่อ) ตกลงปลงใจไปกินข้าวด้วย


ทีนี้มันมีสองชอยส์ให้เลือกตอนนั้น เพราะมันก็สี่ทุ่มแล้ว ชอยส์แรกคือไปกินร้านอาหารไทยในซอยประสานมิตร กับ ไปกินอาหารข้างทาง เราก็ให้เค้าเลือก
เค้าเลยเลือกอาหารข้างทาง ด้วยเหตุผลที่ว่า ไม่เคยกินอาหารข้างทางเมืองไทยเลย อยากลองกินดู ทุกทีที่มาก็กินแต่ร้านตลอดเลย
ไอ่เราก็คิดว่า จะดีเหรอว้า เกิดสองคนนี้ท้องเสียขึ้นมางานพรุ่งนี้ซึ่งเป็นงานใหญ่เบิ้งจะยุ่งนะ แต่เอาก็เอาวะ เค้าบอกว่าเค้าเคยกินข้างทางของอินเดียมาแล้ว ก็น่าจะได้วะ!


ก็เลยพาชม MRT ประเทศไทย ลอดผ่านเมืองจากสุขุมวิทไปโผล่พหลโยธิน เพื่อกินก๋วยเตี๋ยวน้ำตกเจ้าอร่อยแถวๆยูเนี่ยนมอลล์ ศิลปินก็พูดขึ้นมาว่า ถ้าไม่ได้มากับ
โลคอลสงสัยจะไม่ได้ลองกินแบบนี้นะเนี่ย   .... พอพาไปนั่งที่โต๊ะ ก็ตามสไตล์คนไม่เคยกินก๋วยเตี๋ยวเลยต้องอธิบายว่ามีหลายซุป หลายเส้น ให้ลองดูว่าเอาอันไหน
สั่งเผ็ดหรือไม่เผ็ดก็ได้ ... เลยจัดเย็นตาโฟเส้นเล็กให้ .. ส่วนเราคนไทยก็กินเส้นหมี่ต้มยำน้ำตกไป .. ไปๆมาๆสองแม่ลูกสนใจเลยขอให้สั่งให้อีกสองชาม
แรกๆเราก็สงสัยว่าเค้าจะกินได้มั้ย เพราะมันใส่เลือด ศิลปินก็เล่าให้ฟังว่าที่ยุโรปก็มีไส้กรอกที่ผสมเลือดเหมือนกัน ไม่เป็นไร เค้ากินได้ เราก็เลยตามใจ


ปรากฎว่าชอบกันใหญ่ แต่ก็กินกันไม่ไหวแล้ว เลยต่อด้วยปังเย็นแล้วค่อยกลับโรงแรม เราให้เค้าทายว่าทั้งหมดหกชามเนี่ย ราคาเท่าไหร่ ... เค้าเดาว่าพันนึง
ปรากฎว่ารวมโค้กด้วยแล้ว 300 บาทถ้วน เค้าก็อเมซซิ่งมาก โอ้ ถูกจังเลย แล้วก็พูดกับลูกชายเค้าว่า แซนด์วิชที่มหา'ลัยเธอเท่าไหร่นะ 10 ยูโร อันนี้ยังไม่ถึงสิบยูโรเลย
งั้นมื้อนี้เลี้ยงแล้วกัน .. กินฟรีซะงั้นไป


นอกจากนี้ก็ยังเป็นบุญของเราทั้งสองที่วันต่อมาไม่มีใครท้องเสียเลย โล่งอกโล่งใจ ฮิฮิฮิ

จากคุณ : super-bobah


ผักบุ้งไฟแดงกับเหล้าสาเก


                  เดือนสิบเอ็ดของญี่ปุ่นเป็นช่วงเข้าสู่ฤดูใบไม้ล่วง ใบไม้ในญี่ปุ่นจะ

พร้อมใจกันเปลี่ยนเป็นสีเหลือง สีทอง หรือสีแดง ( Autumn  leaves   are yellow

, red   and   gold ) ตอนเห็นครั้งแรก ผมถึงกับฝ่าความหนาวเย็นไปสัมผัสดู เพื่อ

ให้แน่ใจว่าของจริง ไม่ใช่พลาสติก ตามประสาคนแอบสงสัยครับ

                 เพื่อนญี่ปุ่นมารับผมที่สนามบินคันไซ จังหวัดโอซาก้า แล้วพาไป

ทางเมืองโกเบ ขึ้นไปทางเหนือประมาณสองชั่วโมง ถึงที่พักค้างคืนเป็นรีซอท

ชื่อ  Kokoron Naka  เย็นค่ำพอดี อากาศยะเยือกเลยเนื่องจากอยู่นอกเมืองติดทั้ง

ชายป่าและภูเขา  คืนนั้นนอกจากจะกระหน่ำเปิดฮีทเตอร์ทุกเครื่องแล้ว เหล้าสาเก

ยังหมดไปสองขวด ก็หลับสบาย   หลังอาหารเช้าสไตล์ญี่ปุ่นผสมตะวันตก ก่อน

กลับ ผมก็ขอเดินชมต้นไม้และใบไม้ของที่นี่ซึ่งมีสีแดงสะดุดตา เป็นความงด

งามตามธรรมชาติที่จะคงอยู่ให้ชื่นชมระยะหนึ่งก่อนที่จะปลิดปลิวล่วงหล่น

สลายความสวย เหลือแต่กิ่งก้าน รอเวลาปลายธันวาฯ หรือต้นมกราฯที่หิมะจะ

โปรยปรายลงมาประมาณหนึ่งสัปดาห์ครับ

                  เราเดินทางกลับสู่โกเบซึ่งเป็นเมืองเอกของจังหวัดเฮียวโกะ  คืน

นี้ เพื่อนจัดปาร์ตี้เล็กๆที่บ้าน มีแขก 5 คน โดยเตรียมอาหารญี่ปุ่นไว้มากมาย

ทั้งเหล้า ยา ปลาดิบ เต็มโต๊ะ แต่ก็ยังไม่จุใจเจ้าของบ้านซึ่งพาผมไปจ่ายตลาด

ในซุปเปอร์ฯ  เพื่อนซื้อไข่ไก่หลายโหล พร้อมหมูบดหลายแพค บอกกับผมว่า

Jack san รบกวนทำไข่เจียวนะ และอีกอย่างผัดผักที่ญี่ปุ่นเรียกว่า  Kooshinsai

ยุ่นพาผมไปดู อ๋อ ผักบุ้งจีนที่เราทำผักบุ้งไฟแดงน่ะเอง  จำได้ปีก่อนที่กรุงเทพฯ

ผมพาเขาเดินชมตลาดเทเวสอยู่ดีๆ ฝนตกซู่ลงมา เราวิ่งเข้าร้านอาหารแถวนั้น

นอกจากข้าวมันไก่ทอดกับข้าวหมูแดงแล้ว ก็มีไข่เจียวหมูสับและผักบุ้งไฟแดงนี่

แหละเป็นอาหารกลางวันครับ       ตกลงคืนนี้ พ่อครัวจำเป็นอย่างผมก็เลยทำ

ไข่เจียวหมูบดหอมฉุยหลายกระทะพร้อมด้วยผักบุ้งไฟแดงแบบไม่ครบเครื่องนัก

( ไม่มีน้ำมันหอย ) และแถมพกด้วยต้มยำกุ้งซึ่งมีกุ้ง เห็ดและเครื่องต้มยำซองๆ

อ้อ แอบใส่คอนยัคขุที่ญี่ปุ่นใส่ในโอเด้งด้วย( คล้ายๆวุ้นเส้นมัดเป็นพวง/ก้อน )

เลยกลายเป็นต้มยำกุ้งวุ้นเส้นอีกหนึ่งหม้อ

                  ก็ สนุกสนานและอร่อยในรสชาติทั้งอาหารญี่ปุ่นและอาหารไทย

ขวดเบียร์ญี่ปุ่น กระป๋องเบียร์ไทย และขวดสาเกกองพะเนิน  ก่อนแขกกลับก็

พร้อมใจกันขอให้ผมเจียวไข่อีกเพื่อนำกลับไปให้แม่บ้านและลูกๆชิม ก็จัดให้ครับ

ทั้งหมดนัดกันจะบินมาฉลองคริสมัสที่กรุงเทพฯ ปลายธันวาฯ นี้ ส่วนผมเพิ่งจะรู้ว่า

ผักบุ้งไฟแดงเนี่ยะเข้ากั้นเข้ากันกับเหล้าสาเก เหมือนดังมิตรภาพที่ดีระหว่างคน

ไทยกับคนญี่ปุ่นยังงัยยังงั้นเลยครับ

จากคุณ : Jackrapan (Jack Happy)


คุณ Jackrapan คะ ของคนญี่ปุ่นนี่เค้าทอดไข่เจียวแบบคล้ายๆของเราไม่เป็นเหรอคะ??เห็นบอกถึงขนาดให้ทอดติดกลับไปให้ภรรยาที่บ้านดู  

เห็นญี่ปุ่นมีข้าวห่อไข่ด้วย แล้วก็มีไข่เจียวแบบหวานๆ ตอนแรกคิดว่าเค้าตั้งใจทำแบบหวาน เค้าคงมีทอดหลายแบบหลายรสอะไรอย่างนั้น  หรือว่าจริงๆแล้ว เค้าทำเป็นแต่แบบหวานคะ??  แอบสงสัยค่ะ ^^

ปล. พูดถึงไข่เจียวแล้วนึกถึงเมนูของบ้านเราชอบทอดให้เค็มนิดๆใส่หอมแดงหอมใหญ่ทอดเหลืองเกรียมแล้วทานกับข้าวต้มกุ๊ย มีปลาเค็มทอดด้วย(ไม่รู้ทำไมเวลาทอดปลาเค็มถ้าเอาใส่จานเดียวกับไข่เจียวนี่จะทำให้ไข่เจียวที่ทานกับข้าวต้มอร่อยและหอมขึ้นเยอะเลย)

จากคุณ : rainyjerry


ขอเรียนคุณ rainyjerry ว่า ญี่ปุ่นมี ข้าวห่อไข่ ( omuraisu ) ไข่ม้วน

( tamagoyaki ) และซูชิหน้าไข่ แต่รสหวานนำหมดและไม่มีกลิ่นหอมอย่างของ

เราเลยครับ  คาดว่าเป็นวัฒนธรรมอาหารของเขา   ส่วนไข่เจียวที่พวกเขานำไป

ฝากทางบ้านนั้น ผมให้ทุกคนมีส่วนร่วมโดยตีไข่ใส่หมู โซยุและบีบมะนาวนิด

หน่อย  ใครตีเสร็จไว ผมก็ทอดให้ก่อน ฟูมาก หรือฟูน้อย เป็นที่ตื่นเต้นและสนุก

สนานในกิจกรรมร่วมครับ

จากคุณ : Jackrapan (Jack Happy)


มาเจอกระทู้นี้ตอนใกล้หลักพัน นั่งอ่านกันเป็นวันเลยที่เดียว หลังจากนั้นก็เทียวเข้ามาแทบทุกวันดูว่าจะมีใครมาเล่าอีก...ชอบมาเลยกระทู้นี้


ขอบคุณทุกท่านที่เอาเรื่องราวน่ารักๆมาให้อ่านค่ะ

จากคุณ : asdf


อ่านถึงนี่....โอยยยยย ตาลายมาก

แต่ก็จะตามอ่านต่อไปค่า

จากคุณ : นานเท่าไหร่ก็จะรอ


ครบปีแล้วจ้า

จากคุณ : ฝนโอ่ง


ตามอ่านมาครบปีแล้วเช่นกัน
อ่านตอนแรก ประมาณ 400กว่า ๆ
เป็นกระทู้ที่อ่านแล้วสบายใจค่ะ
บางทีอ่านเสร็จต้องหาของกินมากินมั่ง หลายหนซะด้วย
ขอบคุณทุกคนที่มีส่วนร่วมในกระทู้ค่ะ

จากคุณ : ควนขนุน


ยังตามอ่าน ตามโหวต ไม่ลดละ

ฮิฮิฮิ

จากคุณ : ซุ่มในซอย


อ๊าคคคคคคคคคค ตามอ่านจนครบปีแล้วเหรอเนี่ย เป็นกระทู้ที่เราอ่านตั้งแต่ใส่แว่น ยันมาใส่คอนแทค(ตาแห้งประจำกับกระทู้นี้) เป็นกระทุ้ที่คอยให้กำลังใจเราตอนน้ำท่วมเพราะต้องหนีมาอยู่ที่ทำงาน ขอบคุณเจ้าของกระทู้และอีกหลายๆท่านที่มาแชร์ความรู้สึกดีๆร่วมกันค่ะ มันเหมือนเป็นยาคลายเครียดยามที่กรำงานหนักเป็นยาบำรุงยามเหนื่อยล้า หวังว่ากระทู้นี้จะกลายเป็นกระทุ้คงกระพันนะคะ

จากคุณ : มือใหม่หัดชน (skymoo)


ลงชื่ออ่านกระทู้นี้จนครบปี

จากคุณ : Blue_Wind


นับถอยหลัง ^^

จากคุณ : ยืนงงในดงแมว


ผมอยู่อเมริกาครับ ถ้าบอกว่าเป็นคนไทย อย่างแรกที่เค้านึกออกคืออาหารไทย ผมเดินผ่านร้านอาหารไทยทุกวันคนเต็มทุกวันไม่รู้เป็นอะไร เมื่อวานพอดีเพื่อนชาวอเมริกาที่เค้าเรียนภาษาไทยเพื่อที่จะไปจำอยู่ที่ประเทศไทย ชวนไปทานข้าวที่บ้านเค้าบอกมีประมาณ 10 คน แต่ละคนจะทำอาหารกันมา เพือนผมบอกยูจะทำก็ได้แต่ไม่ต้องเยอะนะ เพราะมีคนทำมาเยอะแล้ว ผมก็เลยกะว่าจะทำอาหารไทยไปให้เค้าลองชิมสองอย่าง

อย่างแรกคือมัสมั่นไก่ก็ไปซื้อไก่มาแพ๊คใหญ่ครับ มีประมาณ 12 น่อง ไอ้เราก็ว่าจะทำไปไม่เยอะ กลัวกินกันไม่หมดแล้วเหลือกลับอายเค้า ก็กะว่าเอาซักครึ่งนึ่ง 6 น่องละกัน พอทำไปทำมาน้ำมัสมั่นมันดันเยอะไปหน่อย คนแล้วมันดูโล่งๆ ผมเลยใส่ไปหมดเลย 12 น่อง เอาวะเป็นไงเป็นกัน กินไม่หมดก็จะเก็บมากินที่บ้านเองละกัน

อีกอย่างที่จะทำคือไข่ลูกเขย เพราะมันถูก 555 ไปๆมาๆ กลัวไม่ทันเลยทำยำไข่ต้มไปแทน แต่ต้มให้มันเป็นยางมะตูม ผมก็เลยเอาเท่ากัน 12 ใบ ต้มตามสูตร 11 นาที อันนี้มั่นใจเพราะกินไข่เป็นอาหารหลัก 555 ซอยหอมกับผักชีแล้วก็ทำน้ำยำราด ใส่พริกแห้งตำ 3 เม็ด ไม่เผ็ดมาก ชิมไปชิมมามันรสจัดก็เลยหุงข้าวไปด้วย คืองานนี้แบบว่ากะไม่ถูก ดูแล้วมันเยอะมาก คือ10 คนกินน่าจะอิ่มเลย ไม่ต้องกินอย่างอื่น

พอไปที่งานตกใจเพราะต่างคนต่างทำมา โหเยอะมาก ผมเริ่มใจหวั่นๆ คิดว่าคงเหลือไก่กลับไปกินบ้านทั้งอาทิตย์แน่ ฝรั่งเค้าก็ทำมากันคนละอย่างสองอย่าง ผมดูไม่ค่อยออกอ่ะครับว่าเป็นอะไร มันดูเลี่ยนๆไปหมด เพื่อนเกาหลีทำเนื้อย่าง อย่างหอม ผมได้กลิ่นเนื้อของเค้าแล้วก็น้ำลายไหลเอง คิดว่ายังไงของผมก็ไม่หมด พอเค้าเห็นเค้าก็ถามกันว่าอะไร เราก็เล่าให้ฟัง โม้ไปว่าเป็นตำหรับชาววัง ในอดีตคนในวังเท่านั้นที่จะได้ลิ้มลอง แบบว่าโฆษณา ทำการตลาดทุกอย่าง และไม่น่าเชื่อว่าอาหารทั้งสองอย่างของผมหมดเกลี้ยง เพื่อนยังชมอีกว่ารสชาติ awesome มาก เหลือแต่ข้าวกลับไปกินได้สองสามมื้อ

กลายเป็นว่าไม่ค่อยมีใครกินเนื้อของเกาหลีเลย มีแต่ผม ผมเอามากินกับข้าวเปล่าที่ผมเอาไปเอง ผมว่ามันอร่อยมากเหมือนเนื้อเสือร้องไห้บ้านเราเลย แต่เหลือเยอะเลยครับ สู้มัสมั่นกับยำไข่มะตูมของผมไม่ได้ ไม่รู้ว่าอร่อยจริงหรือพวกนั้นเค้าอยากเป็นชาววัง 555

จากคุณ : pangpond97 (pangpond97)


สด ๆ ร้อน ๆ วันนี้ไปกินร้านส้มตำเจ้าอร่อยริมโขงใกล้วัดธาตุกลางน้ำหนองคาย
เจอแหม่มฝรั่งนั่งหน้าตาแดงก่ำเลย กำลังอร่อยกับลาบเนื้อจานโตพร้อมถาดผัก
และข้าวเหนียวหนึ่งกระติ๊บเล็ก ดูท่าแล้วกำลังเผ็ดสุด ๆ แต่ก็เห็นกินเอา ๆ
ตักลาบหนึ่งคำ ปั้นข้าวเหนียวใส่ปากหนึ่งคำ กินน้ำตาม ย้ำว่าใช้มือหยิบ
ปั้นข้าวเหนียวใส่ปาก ไม่ได้ใช้ช้อนตักแบบคนไทยบางคนด้วยนะ เลยแอบ
ถ่ายรูปมาให้ดู อาจจะไม่ชัดเพราะใช้กล้องในโทรศัพท์และถ่ายไกล ๆ
ไม่อยากรบกวนเขา

จากคุณ : อัลปลั๊ก


ภาพใหญ่ไปเอาใหม่

จากคุณ : อัลปลั๊ก


^
^
เอ่อ ไม่น่าเอารูปเขาลงนะคะ ลบดีกว่า มันไม่ดี เล่าเรื่องอย่างเดียวพอแล้ว

มีเรื่องมาเล่าเพิ่มสั้นๆ ค่ะ เพิ่งรับเพื่อนต่างชาติเข้ามาในบ้านตะกี้
เป็นการ reunion หลังจากไม่เจอกันมาหกปี...

จากกระทู้นี้เลยทำให้เราเตรียมขนมแนวไทยๆ ไว้ในบ้านเพียบ 55555+
ลองเอาทุเรียนทอดให้เพื่อนกิน เขาบอกว่าดูจากห่อแล้วนึกว่าแครกเกอร์
แต่พอกินไปแล้วก็ชอบมาก เขาไม่นึกว่ามันเอามาทำกินเป็นขนมแบบนี้ได้ด้วย

เพื่อนบอกไว้ว่าชอบอาหารไทยค่ะ แล้วรีเควสขอให้พากินอะไรเผ็ดๆ เราเลยลองถามเพื่อนดูว่ากินของดิบได้มั้ย (ในหัวนึกไว้เป็นกุ้งแช่น้ำปลา ส้มตำปูม้า หอยนางรม)

เขาก็ทำหน้าแบบ.. อืม กินซาชิมิไม่ได้นะ แต่แบบนั้นอ่ะกินได้.. ที่เป็นอาหารไทย กุ้งดิบ ใส่อะไรเปรี้ยวๆ ใส่หลายๆ อย่าง... อันนั้นอ่ะชอบ
เรา....(กินกุ้งแช่น้ำปลาเป็นแล้วกินซาชิมิไม่เป็นเนี่ยนะ)
เพื่อน "เอ้อ อันนั้นที่ดิบก็ชอบนะ ที่เป็นอะไรน่ะ...เอ่อ หอย มันเป็นหอยน่ะ นึกชื่อไม่ออก"
เรา "หอยนางรม?"
เพื่อน "ใช่ๆๆ หอยนางรมอร่อยมากกกก เคยกินแล้ว"
เรา (นี่เอ็งจะ Advance ไปมั้ย...)

เรา "มีอีกเมนูอยากให้ลองอ่ะ ปูดิบ แต่ปูที่กินดิบกินได้แบบเดียวนะ.."​ (ปูม้า แต่ไม่รู้ชื่อภาษาอังกฤษของมัน)
เพื่อน "ไม่ได้กินเปล่าๆ ใช่มั้ย มันต้องใส่อะไรที่แบบราดๆ เปรี้ยวใช่มั้ย"
เรา "อื้ม ใส่ในส้มตำ"
เพื่อน (ทำตาวาว) ......"พาไปกินด้วยนะะะะะะะะะะ"

(มันรู้จักส้มตำ.... = =")

จากคุณ : คานเหล็กกล้าทาแล็กเกอร์


ยังอ่านไม่จบ มาช่วยดัน

---

สัก 5-6 ปีก่อนมีเพื่อนที่ทำงานจาก US รุ่นราวคราวลุงชื่อ Jeff
ไม่เคยมาเมืองไทย แต่บอกว่าก่อนมาชอบอาหารไทยที่ US มาก
บ้านแกอยู่ซานฟรานฯ คงนึกว่าอาหารไทยแถวนั้นอร่อยแล้ว

แกมาอยู่ 6 เดือน กินส้มตำเผ็ดปานกลางที่โรงอาหารทุกวัน
ประมาณรักษาหุ่นนิดส์นึง

พอก่อนแกกลับ พาไปกินร้านอาหารหรูหน่อย มีเมนู "ส้มตำทอด"
เท่านั้นแหล่ะ ลุง Jeff ลืมส้มตำไทยบ้านๆ ไปเลย ฮ่าฮ่าฮ่า

ก่อนกลับแกอุตส่าห์ไปเรียนทำอาหารไทย เขาสอนอยู่สองสามอย่าง
แต่ที่แกมุ่งมั่นจะทำให้เป็นให้ได้ คือ "ยำปลาดุกฟู"
... เอิ่ม ... ตรูยังทำไม่เป็นเลย Jeff ยากเกิ๊น

พอลุงแกกลับไป US แกบอกว่ากินอาหารไทยที่โน่นไม่อร่อยเลย
ซอรี่อ่ะตัวเอ๊ง มาเจอของดี ราคาถูกเข้าแล้ว

ปล. เราเคยไปกินอาหารไทยแถว Office ที่โน่น ไม่อร่อยจริงจัง T_T ถึงขั้นกินไม่ได้เลย
แต่เพื่อนร่วมงานชาว US ที่โน่นก็กินกันนะ โดยเฉพาะคนที่เคยมาแล้ว
ประมาณแก้อยากเวลาคิดถึงอาหารไทย

จากคุณ : Blue Lighthouse


เสริมๆ เรื่องชาวต่างชาติมือใหม่ ไม่คุ้นกับอาหารไทย แต่ก็ยังอยากจะกิน

- เพื่อนที่ทำงานชาวฟิลิปปินส์ ติดใจฝรั่งแช่บ๊วยที่ปอกเปลือกชุบบ๊วยสีเขียวแปร๋นตามห้างอ่ะ บอกหวานอร่อย
พอไปซื้อตามตลาดที่กองๆ อยู่ ปอกเปลือกกิน ไม่เห็นหวานเหมือนอย่างงั้นเลย (-__-) เออเนอะ นึกไม่ถึง
ว่าเรื่องแค่นี้ก็งุนงงกันได้ ต้องอธิบายไป ว่าแบบที่หร่อนชอบ มันปรุงแต่งแล้วจ้ะ

- อีกราย หนุ่มชาวอังกฤษ ไม่ค่อยคุ้นกะอาหารเอเชีย เวลากินก็เลือกกินง่ายๆ ผัดผัก อะไรๆ ที่มันมองออกว่าใส่อะไรบ้าง
วันนึงฮีเจอผัดผักรวม หน้าตาน่าอร่อย สีสวย จ้วงตัก "Baby Carrot" อย่างไว
ต้องรีบห้าม Baby Carrot ของฮี มันคือพริกกะเหรี่ยงสีส้มๆ เหลืองๆ บ้านเราอ่ะ เขาใส่ประดับให้มันออกสี ออกเผ็ดเล็กน้อย เลยไม่ได้หั่น ไม่ได้ทุบ เกือบไป หยอกเย้า

- ประมาณยี่สิบปีก่อน เพื่อนสาวชาวอิตาเลี่ยน มาเที่ยวเมืองไทย เจอชานมเย็น (ที่เพิ่งฮิตระเบิดระเบ้อตอนนี้) ติดใจมาก
ถึงกับให้พาไปหาซื้อชา อุปกรณ์ถุงชง เราก็ไม่รู้แหล่ง ต้องถามรถเข็น
แล้วก็อธิบายขั้นตอนการชงแบบถุงชาผ้ายาวๆ กันเหนื่อยสมัยโน้นยังไม่มีแบบ 3-in-1 อ่ะ

จากคุณ : Blue Lighthouse


อยู่ต่างแดน เคยเจอเพื่อนต่างชาติยี้อาหารไทย แต่พอกินไป กลับติดใจสุดๆมั้ยคะ   

อยากรู้ว่าเพื่อนๆที่อยู่ต่างแดน เคยเจอเพื่อนต่างชาติยี้อาหารไทย แต่พอกินไป กลับติดใจสุดๆมั้ยคะ

และเป็นอาหารชนิดไหนคะ

จากคุณ: ฝนโอ่ง   
เขียนเมื่อ: 6 ธ.ค. 54 15:46:49 

^
อีกวันนึงก็ชนรอบปีแล้วกระทู้นี้


จากคุณ : fukaze


เล่ามั่ง

มีเพื่อนมาจากออสฯ อายุเยอะแล้ว  เขาเคยมาทำงานที่ไทยบ่อยๆ

แต่คราวนี้เรารับหน้าที่พาเที่ยว

วันแรกพาไปล่องเรือเจ้าพระยาชมวัด  พอเวลาทานอาหารกลางวัน พาเดินหาร้านที่กินง่ายๆ  เจอร้านก๋วยเตี๋ยว  เราสั่งบะหมี่  เขาสั่งเส้นใหญ่น้ำใส  

เราขยับพวงเครื่องปรุงมาให้ เขาตักพริกป่น ตักพริกดองน้ำส้ม  เรารีบห้ามบอกว่าเดี๋ยวท้องเสียนะ  เขากลับบอกว่าพริกนี่อร่อย  เขาชอบ  อ้าวเป็นงั้นไป  ตักเคี้ยวเลยทีเดียวเชียว  เราคนไทยแท้ๆยังแค่ใส่น้ำส้ม  ไม่ได้กินพริกดอง

พอกินเส้นหมด พี่เอาช้อนวางบนโต๊ะ  แล้วยกถ้วยขึ้นซดไปเรื่อยๆ จนหมด  เอางั้นเลยเหรอ   อิอิ   พอซดหมดบอกเราว่าอร่อย เยี่ยมมาก  
......................................

วันถัดมาพาไปเดิน เจเจ.  พอหิวเจอร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ด  ถามว่ากินได้ไหม  เขาบอกได้  เลยสั่งคนละชาม  

พอก๋วยเตี๋ยวมา  พี่แกทำหน้าแปลกๆ เขี่ยของในชามไปมา  ทำท่าไม่ค่อยชอบ เพราะน้ำซุปเป็นแบบเป็ดตุ๋น แถมมีก้อนเลือด  เราเลยบอกว่าไม่กินเลือดใช่ไหม เลยเอามากินเอง

ทีนี้พอพี่แกกินเส้นหมด ก็แบบเดิมคือยกถ้วยขึ้นซด  555555  คราวนี้แกยกซดครั้งเดียวแล้วรีบวาง  บอกว่าไม่อร่อยเหมือนวันก่อน   ทีนี้เลยรู้ว่าคราวหน้าถ้าพากินก๋วยเตี๋ยว ต้องน้ำใสเท่านั้น

..................................................

วันที่สาม พาไปเที่ยวเกาะเกร็ด  อาหารกลางวันเลยเปลี่ยนบ้าง เอาเป็นข้าวมันไก่  พอเขาเอาจานมาวาง  พี่แกเอาน้ำจิ้มทั้งถ้วยราดข้าวจนทั่ว  แล้วเอื้อมมือไปที่พวงเครื่องปรุง   เราก็มองตามว่าพี่แกจะใส่อะไร  ก็ข้าวมันไก่ เราก็กินกับน้ำจิ้มที่เขาให้มา
เท่านั้น  แต่ๆๆๆๆๆๆๆๆ  พี่แกตักพริกป่นโรยข้าว เท่านั้นยังไม่พอ   ตักพริกน้ำส้มโรยไปทั่วๆ  อึ้งไป 3 วิ  
เห็นพี่แกกินอย่างอร่อยไปเลย อิอิ

......................................................

วันอื่นๆ พาไปกินร้านอาหารที่มีเพลงฟัง มื้อเย็น  

สั่งปลากระพงทอดน้ำปลา  โอ้โหหหหหหหห  พี่แกชอบม๊ากกกกกกก  ชอบชนิดที่ ยกหัวปลามาแทะเนื้อที่ติดอยู่ หางปลา ก้างปลา เนื้อเกลี้ยง  ไม่มีเหลือให้แมวได้กินห
ร็อก

.....................................................

อีกวันเห็นเขาชอบกินปลา เลยลองซื้อปลานิลเผาเกลือ กับน้ำจิ้ม ให้กิน  แกขอสลัดด้วย เลยซื้อสลัดมาให็  กินแกล้มปลาเผาเกลือ พร้อมน้ำจิ้มแซ่บๆ

............................................................................

พอดีร้านอยู่ใกล้ตลาดสด  พามาเที่ยวที่ร้าน  พี่แกอยากกินปลา  แล้วเราเห็นว่าพาเดินดูในตลาดครั้งหนึ่งแล้ว เลยให้เดินไปซื้อเอง  

ปรากฏว่าพี่แกซื้อปลามาได้ 2 ตัว  แต่พอเราเปิดดู อ้าว พี่จะลองกินปลาหมักแบบที่มีข้าวยัดท้องเลยเหรอ ปลาทอดแล้ว มีหอม และพริก โรยหน้า  ขนาดเรายังกินไม่ได้เลย

ไม่เป็นไรให้ลองดู  พอเขาเอาเข้าปากเท่านั้น  อิอิ  ทำหน้าแหม่งๆ  แล้วรีบคายส่วนที่เหลือออกจากปาก  เราลองเอามาชิม รสไม่ถูกปากเลยเค็มๆกลิ่นมันออกตุๆ  เลยต้องทิ้งไป
...........................................
วันสุดท้ายก่อนกลับ เลยพาไปกินร้านชายสี่บะหมี่เกี้ยว   ก็เช่นเดิม ซดน้ำซุปจนหมดถ้วย แล้วบอกว่า กลับไปบ้านเขาจะลองหัดทำน้ำซุปแบบนี้มั่ง อร่อยมาก อิอิ
.....................................
มีเรื่องเล่าแค่นี้แหละค่ะ

จากคุณ : TASSY_TT


ความลับที่ถูกเปิดเผย

                  เวลาที่คัดเลือกนักเรียนและครูให้ไปร่วมโครงการด้านการศึกษา

วัฒนธรรมแล้ว สิ่งสำคัญในการจัดปฐมนิเทศคือ  การละลายพฤติกรรมให้ทุกคน

รู้จักกัน และการทำงานร่วมกัน( team work ) โดยเฉพาะการแสดงศิลปวัฒนธรรม

ไทยด้านอาหารและการรำไทยซึ่งผมเน้นการปฏิบัติจริง สามารถทำได้ทุกคน

รำได้ดีและปรุงอาหารมีรสชาติ  ทุกคนต้องฝึกทำต้มยำกุ้ง แกงเขียวหวาน  และไข่

เจียว

                พอเวลาไปร่วมโครงการในต่างประเทศ ไม่ว่าแสดงการรำไทย หรือ

การทำอาหารไทย นักเรียนไทยจะได้รับการชื่นชมจากต่างประเทศว่า เด็กไทยเนี่ยะ

สามารถอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยไว้ได้อย่างดี ในทางกลับกันนักเรียนไทยก็ตื่นเต้นที่

เห็นชาวต่างชาติปลื้มกับการแสดงรำไทยและการสาธิตทำอาหารไทยจากนักเรียน

ไทย    ทำให้เด็กไทยรู้สึกภาคภูมิใจกับวัฒนธรรมไทย       และเห็นคุณค่าของ

วัฒนธรรมไทยได้ด้วยตัวเองซึ่งดีกว่าการบังคับและยัดเยียดครับ

                     เมื่อต้นปี เพื่อนๆญี่ปุ่นได้บินมากรุงเทพฯ ก็เฮฮาปาร์ตี้กันตาม

ธรรมเนียม   ส่วนตัว Leader ขอแวะไปที่บ้านพักของผม  ก็ ตามใจอ่ะนะ  หลังจาก

เข้าห้องน้ำ  พี่ยุ่น